ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

29/1/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘

๑. ท่องเที่ยวรัสเซียวูบ ๒ หมื่น ล. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

นางเอื้อมพร จิรกาลวิศัลย์ ผอ.ททท.สนง.มอสโก เผย ปีนี้ตลาดรัสเซียจะติดลบและมีนักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทยประมาณ ๑.๒ ล้านคน เพราะปัญหาค่าเงิน ทำให้ชาวรัสเซียระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยยังเป็นประเทศที่ชาวรัสเซียให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ รองจากตุรกีและอียิปต์ โดยได้รับข้อมูลว่า เดือนมีนาคมนี้จะมีชาร์เตอร์ไฟลต์จากรัสเซียมาไทยกว่า ๑.๒ พันเที่ยว ซึ่งหลังจากนี้บริษัท นำเที่ยวระหว่างไทยกับรัสเซียจะประสานงานเพื่อดึงลูกค้ามากขึ้น ก่อนจะถูกคู่แข่งประเทศอื่นๆ แย่งชิงลูกค้าไป
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณะบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ชี้ วิกฤติค่าเงินและเศรษฐกิจของรัสเซียจะกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้ามาไทยเป็นอันดับต้นๆ คาดว่านักท่องเที่ยวรัสเซียจะหายไป ๑.๑ ล้านคน คิดเป็นรายได้ที่หายไปประมาณ ๒ หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะตลาดพัทยา ที่มีรัสเซียเป็นลูกค้าหลัก
ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แนะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และภาคเอกชน ต้องศึกษาให้แน่ชัดว่าปัจจัยใดที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมา ส่วนแอตต้าคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย ๒๗ – ๒๘ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๐% จากเป้าหมายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งไว้ที่ ๒๙ ล้านคน

๒. เต้นรำคู่รักมาราธอน ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ บีลีฟ อิท ออร์นอท ! แถลงข่าวจัดงานกิจกรรม The Joy of Dance เริงระบำรัก...มาราธอน ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๔ กุมภาพันธ์นี้ ที่พิพิธภัณฑ์ริบลี่ส์ ศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า เมืองพัทยา โดยเปิดรับสมัครคู่เต้นรำที่มีความรักทุกรูปแบบ มีอายุตั้งแต่ ๑๖ ปีขึ้นไป มาร่วมแข่งขันเต้นรำชิงเงินรางวัลกว่า ๓ แสนบาท หวังทำลายสถิติกินเนสบุ๊กของ คู่เต้นที่ประเทศเม็กซิโกเคยทำไว้ ๓๕ ชม. ตั้งเป้าหากคู่ใดเต้นครบ ๓๕ ชม. ๑ วินาที ถือเป็นผู้ชนะเลิศสมัครได้ที่ www.ripleysthailand.com ถึงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์นี้

๓. ตามรอยศรัทธา ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑๖)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานในพิธีสมโภชพระพุทธรังสีสุริโยทัยธรรโมภาส โดยมีนางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และ อ.คฑา ชินบัญชร ร่วมงาน ณ วัดพระเชตุวิมลมังคลาราม

๔. หลงรักประเทศไทย แนวหน้า (หน้า ๑๕)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. แถลงข่าวเปิดตัวโครงการหลงรักประเทศไทย @ เพชรบุรี ครั้งที่ ๒ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ทะเลวัง ในงานแสดง แสง สี เสียง ณ มณฑลทหารบกที่ ๑๕ ค่ายรามราชนิเวศน์ จังหวัดเพชรบุรี

๕. เช็กวงจรปิดล่าปาหัวฝรั่ง กทม.เข้ม – ผู้ค้าขูดนักท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๑)

ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าองค์กรยูนิเซฟ ถนนพระอาทิตย์ เพื่อหาคนร้ายที่ปาขวดเบียร์ใส่ศีรษะนางสตีบีล่า มาเดอร์ นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันได้รับบาดเจ็บ รวมถึงสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียง ด้านกรุงเทพมหานคร (กทม.) สั่งกำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจ ๕๐ เขต ตรวจตราเข้มงวดตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมไปสักการะ หากพบขายเกินราคา รีดไถเงิน หรือบังคับซื้อ ให้ดำเนินคดีทันที

๖. แท็กซี่ฉาวอีก กรมขนส่งฯ เรียกตัวปรับ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๗. ขู่เอาผิดแท็กซี่โกงมิเตอร์ สั่งปรับสูงสุดเพิกถอนใบอนุญาตทันที สุวรรณภูมิขอขึ้นค่าโดยสาร / ถ้าไม่ได้เลิกวิ่ง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

โลกออนไลน์มีการส่งต่อคลิปนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นถูกแท็กซี่โกงค่าโดยสาร โดยคิดราคาเริ่มต้นที่ ๗๕ บาท อ้างเป็นกฎหมายใหม่กรมการขนส่งทางบกให้ปรับราคาเป็น ๗๕ บาท แต่เมื่อนักธุรกิจบอกจะขอถ่ายรูปกับคลิปวิดีโอ แท็กซี่ได้บ่ายเบี่ยง และบอกจะลดค่าโดยสารให้ ๔๐ บาท ทุกอย่างจะได้จบกันไป
ด้านกรมการขนส่งทางบก เผย รู้ตัวแท็กซี่ดังกล่าวแล้วและจะเรียกมารายงานตัวในวันนี้ หากผิดจริงจะถูกปรับสูงสุด ๕ พันบาท และมีสิทธิ์ถูกยึดใบอนุญาตขับขี่ รวมทั้งและจะประสานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิห้ามเข้าไปรับผู้โดยสารอีก ส่วน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม คาดว่าในสัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุปเรื่องการเก็บเซอร์ชาร์จแท็กซี่สุวรรณภูมิ

๘. รวบกะเทยแสบตุ๋นหนุ่มยุ่น โกงเงินเข้ากระเป๋าร่วม ๑๐๐ ล้าน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๙. จับกะเทยแสบตุ๋นยุ่นกว่า ๑๐๐ ราย (เดลินิวส์ หน้า ๙)

เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปรามฯ ได้แถลงผลการจับกุมสาวประเภทสองที่หลอกตุ๋นเงินนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นทางอิเล็กทรอนิกส์แบงก์กิ้ง หลังได้รับการประสานจากสถานทูตญี่ปุ่นให้ติดตามจับกุม โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำมานานนับ ๑๐ ปี มีผู้เสียหายกว่า ๑๐๐ ราย โกงเงินได้กว่า ๑๐๐ ล้านบาท โดยจะเลือกเหยื่อเป็นนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นตามย่านเศรษฐกิจ เพราะแค้นฝังใจที่เคยถูกชายชาวญี่ปุ่นหลอกไปทิ้งที่เกาะพีพี เลยวางแผนแก้แค้น

๑๐. หยุดยาว ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย ไต้ฝุ่น กล่าวถึงการประกาศวันหยุดยาวต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ ๑ – ๕ พฤษภาคมว่า เชื่อว่าเจ้าของธุรกิจคงไม่สนุกด้วย เพราะเดือนเมษายนเพิ่งได้หยุดยาวไป ๒ รอบ รวม ๑๒ วัน ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แถลงว่า ครม. คาดว่าวันหยุดยาวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ๑๐% ก็คงกระตุ้นได้เฉพาะเมืองท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งประเทศให้โต ๑๐% ได้ด้วย ประสา “ไต้ฝุ่น” ว่า รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ แทนที่จะคิดโครงการลงทุนอัดฉีดเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท สร้างงาน ก็ไม่ต้องไปคิดให้เปลืองสมอง แค่เพิ่มวันหยุดยาวต่อเนื่องทุกเดือน เศรษฐกิจก็จะโตถึง ๑๒๐% ภายในเวลา ๑๒ เดือนโดยไม่ต้องไปลงทุน ทำอะไรเลย

๑๑. จับบริษัทไกด์เถื่อน ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ที่ผ่านมา สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดีเอสไอ และตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบอาคารพระราม ๙ ถนนพระราม ๙ ซึ่งถือว่ามีบริษัทนำเที่ยวชาวจีนใหญ่ที่สุดของประเทศ พบบริษัท เกิงเพยทัวร์ กระทำผิดใช้ไกด์ต่างด้าว ซึ่งเบื้องต้นได้ตักเตือนตามขึ้นตอน พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และจะมีการตรวจสอบว่าเป็นบริษัทนอมินีต่างชาติหรือไม่ต่อไป

๑๒. ไทยซึม ๖ ชาติหลักลดเที่ยว แอตต้าเดินสายโรดโชว์นำร่องอินโด มี.ค.นี้ โกยคนเข้าไทยฟื้นยอด ทั้งปีแตะ ๒๘ ล้าน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

๑๓. ออกตัวแต่หัววันท่องเที่ยวพลาดเป้า ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๔. ‘แอตต้า’ ชี้นักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้วืดเป้า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๑๕. ชี้หยุดยาว พ.ค.แห่เที่ยวนอก มติชนรายวัน (หน้า ๖)

แอตต้า เตรียมเดินสายโรดโชว์ในอาเซียน หลัง ๖ ตลาดหลัก ได้แก่ จีน มาเลเซีย รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย เดินทางเข้าไทยลดลง นำร่องที่อินโดนีเซีย ในเดือนมีนาคมนี้ ตั้งเป้าจะเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ๑๐% จากนั้นจะไปโรดโชว์ที่เวียดนาม พม่า ไต้หวัน และญี่ปุ่น
ส่วนเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งไว้ที่ ๒๙.๕ ล้านคนนั้น มองว่า ไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะตลาดหลัก อาทิ รัสเซีย ประเมินว่าจะหายไป ๖ – ๗ แสนคน จากปีที่ผ่านมาเดินทางมา ๑.๖ ล้านคน ขณะที่ตลาดยุโรปยังเติบโตไม่ดี และตลาดอาเซียนยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดหรือไม่ คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๗ – ๒๘ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๐% จากปี ๒๕๕๗ ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ๒๔.๗ ล้านคน
ด้านนางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) ระบุว่า การประกาศวันหยุดยาวระหว่างวันที่ ๑ – ๕ พฤษภาคมนี้ จะกระตุ้นการท่องเที่ยวและการเดินทางแบบครอบครัวมากขึ้น คาดว่าภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งปีจะโต ๑๔% เท่ากับปี ๒๕๕๗
ส่วน สทน. ชี้ว่า การประกาศวันหยุดเพิ่มจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่การประกาศเร็วเกินไป อาจทำให้คนไทยที่มีกำลังซื้อสูงวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะค่าใช้จ่ายไปยังประเทศใกล้ๆ ไม่ได้ต่างกันมาก อีกทั้งสายการบินต้นทุนต่ำได้แข่งขันกันออกโปรโมชั่นราคาถูกเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศได้มากขึ้น
ด้านนายธนพล ชีวรัตนพร อุปนายกฝ่ายทัวร์ต่างประเทศ ทีทีเอเอ เชื่อว่าจะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกว่า ๑๕ – ๒๐% เมื่อเทียบกับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

๑๖ นักท่องเที่ยวโลกพุ่ง ๔.๗% ปี ๕๗ ละติน – เอเชีย’ โตสุด กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๙)

องค์การการท่องเที่ยวโลก เผย จำนวนนักเดินทางต่างประเทศเมื่อปี ๒๕๕๗ เพิ่มขึ้น ๔.๗% โดยละตินอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตมากที่สุด ส่วนยุโรปยังคงเป็นภูมิภาคที่คนเดินทางไปมากที่สุด

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

28/1/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธ ที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๘

๑. เปิดตัวโครงการหลงรักประเทศไทย @ เพชรบุรี ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

คอลัมน์รอบเมืองไทย : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. แถลงข่าวเปิดตัวโครงการหลงรักประเทศไทย @ เพชรบุรี ครั้งที่ ๒ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ทะเลวัง ในงานแสดง แสง สี เสียง ณ มณฑลทหารบกที่ ๑๕ ค่ายรามราชนิเวศน์ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อตอกย้ำและสนับสนุน
การท่องเที่ยวภาคกลางรูปแบบ “เที่ยวหลากหลายสไตล์ภาคกลาง” ภายใต้แคมเปญ “หลงรักประเทศไทย” ในปีท่องเที่ยววิถีไทย ณ สวนลุมพินี

๒. ททท.ปูพรมโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้าน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ ktmkt : ททท. เตรียมปูพรมโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อนอกบ้าน (Out of Home) ด้วยการหุ้มสติ๊กเกอร์เน้นข้อความ “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร” สำหรับติดบนยานพาหนะ อาทิ บนขบวนรถไฟบีทีเอส และรถตู้ของ ททท. เริ่มเดือนมกราคมนี้ พร้อมร่วมมือกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย หุ้มสติ๊กเกอร์ด้านนอกตัวเครื่องบินด้วย

๓. เปิดกลยุทธ์เพิ่มมูลค่า ‘ท้องถิ่น’ บูมเที่ยวอีสาน ๖.๕ หมื่นล้าน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคอีสาน จากการเปิดเผยของ สมฤดี ชาญชัย ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. โดยจะนำการตลาดใหม่มาช่วยพัฒนาสินค้าชุมชน “โอท็อป” ด้วยการจัดเส้นทาง “รอยไหม ใยผ้า เสน่ห์อีสานผ่านผืนผ้า” เพื่อส่งเสริมให้คนมาท่องเที่ยวตามรอย พร้อมช็อปปิ้งเป็นของฝากกลับบ้าน รวมถึงจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ลบภาพความแห้งแล้งในแบบเดิม อาทิ ทะเลบัวแดง ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และชุกิจกรรมโปรโมตอีสานกลาง ซึ่งประกอบด้วย ชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม เป็นต้น ตั้งเป้าปีนี้จะสร้างรายได้เพิ่ม ๖.๕ หมื่นล้านบาท หรือเติบโต ๑๔.๗๔%

๔. ปรึกษา ข่าวสด (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ให้การต้อนรับ ผอ.ฝ่ายการตลาดและการโฆษณา โรงแรมในเครือดุสิต ในโอกาสเข้าสวัสดีปีใหม่ พร้อมขอคำแนะนำเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘

๕. ฉุนไม่ยอมซื้อดอกไม้ปาหัวฝรั่ง ! ข่าวสด (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุ ๒ ชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ปาขวดเบียร์ใส่ศีรษะนักท่องเที่ยวสาวชาวยุโรปได้รับบาดเจ็บ ขณะเดินอยู่ริมถนนพระอาทิตย์ โดยเบื้องต้นตำรวจคาดว่าคนร้ายเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่พอใจนักท่องเที่ยว ที่ไม่ยอมซื้อดอกไม้สักการะศาลในละแวกนั้น ขณะนี้กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

๖. ครม.ไฟเขียว ๔ พ.ค.วันหยุด ‘กระตุ้นท่องเที่ยว’ เพิ่ม ๑๐%  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๕)

๗. ไฟเขียวยกเลิกเริ่ม ‘๑ ส.ค.’ รถไฟรถเมล์ฟรี เฮลั่น ๔ พ.ค.ได้หยุดเพิ่ม หนุน ‘เที่ยว’ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๘. ครม.เคาะ ๔ พ.ค. หยุดเพิ่มยาว ๕ วัน คม ชัด ลึก (หน้า ๑๓)

๙. เฮ ครม.เคาะ พ.ค.หยุดยาว ๕ วัน  มติชนรายวัน (หน้า ๖)

๑๐. มติ ครม.ให้ ๔ พ.ค.เป็นวันหยุด เอื้อท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ แนวหน้า (หน้า ๒)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ครม. มีมติเห็นชอบให้วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เป็นวันหยุดราชการเพิ่มอีก ๑ วัน รวมมีวันหยุดยาว ๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑ – ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นได้ ๑๐% และจะประสบความสำเร็จเหมือนช่วงวันหยุดยาวปีใหม่

๑๑. ท่องเที่ยวโต ๕ เท่ารับลงทุนริมน้ำ ๑.๖ แสน ล. ๘ โรงแรม ๕ ดาวบูมตลาด ‘ไมซ์’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๑๒. ฝันหวานปลุกตลาดท่องเที่ยว / โรงแรมริมเจ้าพระยาผนึกกำลังดูดทรัพย์ต่างชาติ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

โรงแรม ๘ แห่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมตัวกันในนาม “กลุ่มพันธมิตรการตลาดโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา” (บีอาร์เอ็มพี) รุกตลาดไมซ์ โดยจะจัดกิจกรรมการตลาด ๔ รูปแบบร่วมกัน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในโซนเจริญกรุงและเจริญนคร ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง โดยประเมินว่าภายใน ๓ - ๕ ปีข้างหน้า นักท่องเที่ยวในย่านนี้ที่มีอยู่ประมาณ ๖ หมื่นคนต่อวัน จะเติบโตได้ ๕ เท่า เพราะมีที่พักและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดตลาดทั้งคนไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยจะชูจุดแข็ง การมีห้องพักเจาะกลุ่มตลาดระดับ ๕ ดาว พร้อมจะร่วมกับทีเส็บ เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม สัมมนาระดับนานาชาติ

๑๓. ปั้น ‘บางกอกดาวน์ทาวน์’ พลิกสุขุมวิท ‘ฮับชอปปิ้ง’  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๔. ทุ่ม ๖ หมื่น ล.ปั้นราชประสงค์ / ขึ้นแท่นย่านสมบูรณ์แบบแห่งเอเชีย / ดึงนักท่องเที่ยวใช้บริการ ๒๒๐ ล้านคน/ปี มติชนรายวัน (หน้า ๙)

๕ กลุ่มธุรกิจย่านราชประสงค์ ประกอบด้วย เซ็นทรัลกรุ๊ป, ไมเนอร์กรุ๊ป, ดิ เอราวัณกรุ๊ป เกษร พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ป และเดอะแพลทินัมกรุ๊ป จะร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้โมเดล Ratchaprasong Bangkok Downtown – ราชประสงค์ บางกอก ดาวน์ทาวน์ โดยทุ่มงบประมาณ ๖ หมื่นล้านบาท ปรับโฉมพื้นที่ราชประสงค์ เพื่อพัฒนาให้เป็น ๑ ใน ๓ ย่านที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเอเชียในอีก ๓ ปีข้างหน้า โดยคาดว่าในปี ๒๕๖๐ จะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการวันละ ๖ – ๘ แสนคน หรือประมาณ ๒๒๐ ล้านคนต่อปี

๑๕. แท็กซี่สุวรรณภูมิ ๑,๗๐๐ คันขู่หยุดวิ่ง ไทยรัฐ (หน้า ๙)

คนขับแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยื่น ๓ ข้อเสนอ ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ประกอบด้วย ขอปรับค่าธรรมเนียมการใช้บริการแท็กซี่ขนาดใหญ่ หรือแท็กซี่แวน จากเที่ยวละ ๕๐ บาท เป็น ๑๐๐ บาท ขอเก็บค่าสัมภาระจากผู้โดยสารที่มีสัมภาระมาก โดยใบแรกจะไม่คิดค่าขนส่ง แต่ใบที่ ๒ – ๔ จะคิดใบละ ๓๐ บาท และหากเป็นใบ ๕ – ๖ ใบ ก็จะเรียกเก็บเพิ่มอีก และขอให้นำระบบคิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายกลับมาใช้ กรณีที่ใช้บริการนอกเขตมิเตอร์หรือนอกกรุงเทพฯ เนื่องจากอัตราค่าโดยสารมิเตอร์แท็กซี่ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ต่ำเกินไป และไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ระบุ หากกระทรวงคมนาคมไม่อนุมัติตามข้อเสนอ แท็กซี่แวนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งมีอยู่ ๑,๗๐๐ คัน จะทยอยหยุดวิ่ง เพราะแบกภาระขาดทุนต่อไปไม่ไหว และกระทรวงฯ อาจต้องแก้ปัญหา ด้วยการไปหารถลีมูซีนมาวิ่งให้บริการ รับ - ส่งผู้โดยสารแทน
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้รับข้อเสนอทั้ง ๓ ข้อไว้พิจารณา คาดว่าจะสรุปรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือในวันที่ ๒๙ มกราคมนี้

๑๖. “ทอท. – ขบ.” เร่งถกหาข้อสรุปค่าสัมภาระแท็กซี่สุวรรณภูมิ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

ทอท. ประชุมร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และมณฑลทหารบกที่ ๑๑ เพื่อหาข้อสรุปเรื่องค่าสัมภาระของแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะเร่งวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย เสนอ รมว.คมนาคม ตัดสินใจ ด้าน รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยอมรับ แท็กซี่แวนมีปัญหาต้นทุนสูงกว่า รถเล็ก พร้อมเตรียมร่วมมือกับ ขบ. อบรมบริการแท็กซี่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ หลังถูกร้องเรียนเฉลี่ย ๓๐ – ๕๐ เรื่อง/เดือน

๑๗. ออกกฎคุมให้เช่าเจ็ตสกี ข่าวสด (หน้า ๘)

ครม. เห็นชอบแนวทางการควบคุมธุรกิจเจ็ตสกีให้นักท่องเที่ยวเช่า โดยออกเป็นกฎกระทรวงคมนาคม กำหนดให้เจ้าของเจ็ตสกี ต้องทำประกันภัยคุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้เช่า คุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลอื่น และคุ้มครองตัวเรือเจ็ตสกีด้วย

๑๘. บิสซิเนสแอร์ยันพร้อมบิน ๑ ก.พ. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

คอลัมน์ Biz Monitor : สายการบินบิสซิเนสแอร์ อยู่ระหว่างขอช่วงเวลาบินกับกรมการบิน พลเรือน (บพ.) โดยคาดว่า บพ. จะประกาศผลในวันนี้ (๒๘ มกราคม) ยืนยัน พร้อมบินในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ และจากการพูดคุยกับเอเย่นต์ทัวร์ ก็พร้อมจะเป็นพันธมิตรต่อ อีกทั้งระหว่างนี้ก็จะพยายามทยอยจ่ายเงินคืนให้กับเอเย่นต์ และลูกค้าทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ หลังจากนั้นคงต้องเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นเรื่องการใช้บริการ

๑๙. เที่ยวไทยบนความขาดแคลน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

คอลัมน์กระจก ๘ หน้า โดย มิสไฟน์ กล่าวถึงแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ภายใต้แคมเปญ ปีท่องเที่ยววิถีไทย ของ ททท. ซึ่งดูจะเป็นหน่วยงานเดียวที่รัฐบาลหวังว่าน่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ต้องมานั่งจัดประชุม ระดมความเห็น หรือของบประมาณรัฐจนทำให้รู้สึกอึดอัด เพราะบุคลากรสามารถทำงานของตนไปตามโจทย์ที่ช่วยกันตั้งได้ทุกปี ภายใต้การขาดแคลนความช่วยเหลือจากภาครัฐและท้องถิ่น โดยไม่มีปากเสียง
โดยคนของ ททท. หลายคนทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ ต่างทำงานอย่างหนัก ทั้งหาตลาดใหม่ และแหล่งท่องเที่ยวดีๆ มานำเสนอ ในลักษณะแคมเปญ ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวหลายที่ที่ไม่ไปไม่ได้ แม้จะรู้ว่าหากไม่มีการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ใช้ของเก่าไปเรื่อยๆ สักวันทรัพยากรของประเทศก็ต้องหมดไป ทางเดียวที่ทำได้คือ พานักท่องเที่ยวไปอื่น เพื่อที่เก่าจะได้มีโอกาสฟื้นฟู หรือ ฟื้นตัวได้บ้าง
ในเรื่องดังกล่าวผู้เขียนมองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่ และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจริงจัง ให้สามารถสร้างรายได้แก่ประเทศ และผู้คนในท้องถิ่นได้เหมือนกับหลายประเทศที่ทำกัน โดยต้องลงทุนและใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มาช่วยออกแบบสิ่งก่อสร้างให้เหมาะสมกับธรรมชาติ ความเป็นไทย และความเป็นมาตรฐานสากล และต้องไม่ทิ้งเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสุขอนามัย
ที่สำคัญ ต้องเปลี่ยนทัศนคติให้เอกชนเข้าไปบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านี้ภายใต้กฎหมายที่เคร่งครัด หากช่วยกันหลายๆ มือ รายได้จากการท่องเที่ยวไทยคงได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า โดยที่ ททท. ไม่ต้องเหนื่อยจนเกินไป

๒๐. สหรัฐภาวะฉุกเฉินรับหิมะถล่ม มติชนรายวัน (หน้า ๑๔)

๖ รัฐใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ คอนเนคทิคัต โรดไอส์แลนด์ แมสซาซูเซตส์ และนิวแฮมป์เชีย ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและสั่งปิดเมือง ห้ามพาหนะที่ไม่จำเป็นใช้ถนนตั้งแต่เวลา ๒๓.๐๐ น. ของวันที่ ๒๖ มกราคม – วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘ หลัง “จูโน” พายุฤดูหนาวที่รุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กำลังพัดถล่มฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะมีหิมะตกลงมาหนา ๓๖ นิ้ว และเชื่อว่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านคน รวมถึงมีการยกเลิกเที่ยวบินเข้า – ออกท่าอากาศยานในบริเวณฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาแล้วกว่า ๗ พันเที่ยวบิน

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

27/1/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘

๑. ดึงชาวจิงโจ้เที่ยวล้านคน ททท.ผนึกการบินไทยลุยแจกคูปองห้องพัก เพิ่มระยะเวลาอยู่อาเซียน –  ตีตลาดยุโรป โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

นางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ททท.สนง.ซิดนีย์ เผยแผนกระตุ้นตลาดออสเตรเลียในปีนี้ว่าจะมุ่งเป็นพันธมิตรร่วมส่งเสริมตลาดรอบทิศทาง ล่าสุด ได้ร่วมกับการบินไทย เตรียมเปิดโครงการสต็อปโอเวอร์ แจกคูปองห้องพักโรงแรม ๔ ดาว ๑ คืน เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางมาไทยและเส้นทางในกลุ่มเออีซี อาทิ ลาว กัมพูชา พม่า ก่อนวางแผนท่องเที่ยวประเทศอื่น ตั้งเป้าจะเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวให้ได้อย่างน้อย ๑ – ๒ พันคนต่อเดือน ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม และช่วยเพิ่มวันพักอย่างน้อย ๒ – ๓ วัน รวมถึงจะโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ชาวออสเตรเลียเดินทางมาเที่ยวไทยซ้ำ
นอกจากนี้ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน อาทิ โรงพยาบาลบางประกอก ๙ อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลยันฮี จัดโรดโชว์สินค้าในกลุ่มเมดิคัล ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๐ กุมภาพันธ์นี้ ที่ออสเตรเลีย เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงความพร้อมด้านการบริการสุขภาพ เพื่อผลักดันยอดนักท่องเที่ยวออสเตรเลียในปีนี้มากกว่า ๑ ล้านคน ครั้งแรกในรอบ ๕๐ ปี สร้างรายได้กว่า ๖.๒ - ๖.๓ หมื่นล้านบาท

๒. สมโภชพระพุทธรังสีฯ ไทยรัฐ (หน้า ๑๒)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานในพิธีสมโภชพระพุทธรังสีสุริโยทัยธรรโมภาส โดยมีนางวิไลวรรณ ทวิศศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และ อ.คฑา ชินบัญชร ร่วมงาน ณ วัดพระเชตุวิมลมังคลาราม

๓. ‘กอบกาญจน์’ เดินหน้าท่องเที่ยววิถีไทย ชมเปาะ ‘ชัยนาท’ ต้นแบบเมืองปั่นสองล้อ บ้านเมือง (หน้า ๓)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าโครงการปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘ โดยเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ที่ผ่านมา ได้เป็นประธานพิธีเปิดงานปั่นโชว์ออฟ : Bike Show-off in Chainat ณ บริเวณเขื่อนเรียงหิน หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท พร้อมชมเชยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ที่มีแนวคิดจัดโครงการ “ชัยนาทเมืองจักรยาน ๑๒ เดือนแห่งการปั่น” ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่จะนำไปประชาสัมพันธ์ให้จังหวัดอื่นต่อไป เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และถือเป็นส่วนหนึ่งตามนโยบายท่องเที่ยววิถีไทยที่รัฐบาลกำลังเร่งประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ ได้เดินทางไปสวนนกชัยนาท เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา

๔. เพลิดเพลิน ไทยรัฐ (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เยี่ยมชม “วันเดอร์ฟูลเพิร์ล” เรือสำราญสำหรับท่องแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ท่าเรือริเวอร์ซิตี้

๕. ‘นาฬิกอติภัค’ ลั่นชิงผู้ว่า ททท. กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๖. อพท.ผุด ๖๖ โคงการดูดคนเที่ยวชุมชน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

๗. ขอลุ้น ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๘. อพท. ทุ่มงบ ๕๐๕ ล้านบาท ปั้น ๖๖ โครงการเที่ยวไทย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผอ.อพท. เผย ได้ตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ ททท. โดยชู ๒ นโยบายหลักคือ เน้นเป็นคนกลางประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านอุปทาน ที่ดูแลและพัฒนาความพร้อมสินค้าท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ กับหน่วยงานด้านอุปสงค์ พร้อมจะปรับกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ด้วยการกระตุ้นค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว
ล่าสุด อพท. ได้ทุ่มงบประมาณ ๓๓๘ ล้านบาท พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ๖๖ โครงการของ อพท. ให้กลายเป็นท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว ให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน

๙. เปิดแผนกู้วิกฤติ ‘บินไทย’ / ‘ซูเปอร์บอร์ด’ สั่งปรับเที่ยวบิน – ขายทรัพย์สิน – ปลดพนักงาน ๕ พัน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟู การบินไทย ใน ๕ ประเด็นหลักคือ
๑. ปรับเส้นทางการบิน โดยให้หยุดบินในเส้นทางที่ขาดทุน และลดจำนวนเที่ยวบินเส้นทางที่ขาดทุนแต่มีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้
๒. ปรับแผนการตลาด โดยให้เพิ่มสัดส่วนการขายตั๋วผ่านออนไลน์ และการขายตั๋วเอง รวมทั้งขยายเครือข่ายการขายตั๋วให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้มากขึ้น
๓. แผนการขายทรัพย์สินและอากาศยานที่ไม่ได้ใช้งาน อาทิ ปลดระวางเครื่องบิน ๒๒ ลำ หรือขายทิ้ง เพื่อช่วยลดภาระด้านการซ่อมบำรุง และค่าจอดต่างๆ
๔. ปรับโครงสร้างอัตรากำลังคน ซึ่งตามแผนจะปรับลดพนักงาน ๕ พันคน
๕. ปรับปรุงพัฒนากิจการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของ การบินไทย อาทิ โรงแรม กิจการขนส่งน้ำมัน เป็นต้น
ยืนยัน การบินไทยไม่ล้มแน่นอน ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร กก.ผอญ.การบินไทย คาดว่าปีนี้จะหยุดการขาดทุนได้

๑๐. ข่าวด่วนบิสซิเนสแอร์ไม่มีเครื่องบิน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๑. บิสซิเนสแอร์ไร้เครื่องขึ้นบิน มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ เผยผลการประชุมร่วมกับ กรมการบินพลเรือน (บพ.) กรมการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงปัญหาสายการบินบิสซิเนสแอร์ถูกระงับบินว่า ทาง บิสซิเนสแอร์แจ้งว่า แม้ศาลปกครองจะมีคำสั่งให้ทำการบินต่อได้ แต่สายการบินไม่มีเครื่องบินสำหรับทำการบิน เพราะเครื่องบินที่มีอยู่ ๑ ลำ หมดสัญญาเช่า และเจ้าของจะมาเอาเครื่องคืน อย่างไรก็ตาม สายการบินจะหาเครื่องบินมาทำการบินให้ได้
ส่วนความเสียหายของบริษัทนำเที่ยวนั้น บพ. แจ้งว่า ไม่มีกฎหมายบังคับให้สายการบินคืน เงินได้ มีแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางการบิน จึงต้องใช้กฎหมายแพ่งเพื่อฟ้องร้อง สายการบิน ด้านทีทีเอเอ ได้เสนอ บพ.ว่า ควรแจ้งให้บริษัทนำเที่ยวทราบด้วยว่าสายการบินใดมีปัญหา เพื่อให้บริษัทนำเที่ยวระมัดระวัง

๑๒. สายการบินลอยแพผู้โดยสาร ไทยรัฐ (หน้า ๙)

คอลัมน์ชะแว้ป ติงรัฐบาล และหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกรมการบินพลเรือน (บพ.) ที่ปล่อยให้ปัญหาสายการบินหลอกลวงนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นซ้ำซาก ยกตัวอย่างบิสซิเนสแอร์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเดือดร้อนกว่า ๑.๖ พันคน อีกทั้งเดิมสายการบินนี้เคยล้มละลายไปแล้ว และกลับมาตั้งสายการบินเพื่อขอใบอนุญาตใหม่ได้อีก เรื่องนี้จึงหนีไม่พ้นประเด็นของการทุจริตคอรัปชั่น

๑๓. ทำลายการท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์สารพันปัญหา โดย อ๊อด เทอร์โบ นำเสนอจดหมายของ “นิตยา (กทม.)” ที่แจ้งเรื่อง ไกด์เถื่อนขูดรีดเรียกค่าเครื่องดื่มจากนักท่องเที่ยว และเมื่อมีปัญหาก็ใช้กำลังทำร้ายนักท่องเที่ยว ซึ่งในเรื่องนี้ผู้เขียนอยากให้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหัวเรือในการดำเนินการ เพื่อสร้างความปลอดภัยและดูแลนักท่องเที่ยว และจดหมายของ “พอใจ นามสุระวีวงศ์” ที่เขียนถึงมุมมองของชาวต่างชาติที่มีต่อเมืองไทย โดยเพื่อนต่างชาติมองว่าคนไทยไม่ซื่อตรงและเอาเปรียบ โดยบ่อยครั้งมักจะซื้อของได้แพง และบางทีขึ้นรถแท็กซี่ก็จะถูกพาไปวนในทางที่ไม่ใช่ทางไป เพื่อเพิ่มค่ามิเตอร์

๑๔. ผลชันสูตรศพแหม่มผู้ดีไร้ข่มขืน เดลินิวส์ (หน้า ๘)

ผลชันสูตรศพนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษที่เสียชีวิตปริศนาในบังกะโลที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการทำถูกร้ายร่างกาย และไม่พบอสุจิในร่างกายหรือร่องรอยการถูกข่มขืน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสารเคมีในร่างกาย หากผลการตรวจออกมา ก็คาดว่าน่าจะสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและปิดคดีได้ทันที

----------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

26/1/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๘

๑. ดัน ๓ จังหวัด ๑๒ เมืองต้องห้ามโกยแสนล้าน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๒. พลิก ๓ เมืองรองขุมทองเที่ยวเหนือ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ ผอ.ภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เผย เตรียมวาง ๓ จังหวัดหลัก ได้แก่ น่าน ลำปาง เพชรบูรณ์ ในโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคเหนือให้มีรายได้ ๑.๑ แสนล้านบาท เติบโต ๑๗.๔% จากจำนวนนักท่องเที่ยว ๑๖.๘ ล้านคนครั้ง คิดเป็น ๑๓% ของรายได้ตลาดในประเทศทั้งหมดที่ ททท. ตั้งเป้าไว้ ๘ แสนล้านบาท ชูจุดขายความ แปลกใหม่และสวยงาม เจาะตลาดคนไทย พร้อมพัฒนาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในแนวล้านนาให้ตอบสนองนักท่องเที่ยวกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์และวายมากขึ้น
นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย หลังเปิดตัวโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาว ทำให้ภาคเหนือค่อนข้างได้รับอานิสงส์ชัดเจน โดยเฉพาะจังหวัดลำปาง มีรายงานเบื้องต้นว่าทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดเติบโต ๔๐% และในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ จะยังคงโปรโมท ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง
นายอิศรา สถาปนเศรษฐ์ ผอ.ททท.สนง.เชียงราย เผย ได้ร่วมกับภาคเอกชนสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรรม เกษตร และวิถีชีวิตเชื่อมโยงไทย – พม่า – จีน โดยเริ่มจากด่านพรมแดนแม่สายไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็ก – เชียงตุง – เมืองลา ของพม่า และจีนตอนใต้ผ่านเส้นทางอาร์ ๓ เพื่อเตรียมความพร้อมเปิด เออีซีปลายปีนี้

๓. แถลงผลจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย / สรรหาผู้ว่าฯ ททท.คนใหม่ แนวหน้า (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลแนวหน้า โดย คชสีห์ กล่าวถึงการแถลงผลจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ระบุว่า ประสบความสำเร็จเกินคาด โดย ททท. รายงานว่ามีผู้เข้ามาร่วมงานกว่า ๖.๑ แสนคน มีรายได้ ๒๒๙.๒ ล้านบาท แต่ที่ รมว.ท่องเที่ยว แถลงไม่หมดคือ ไม่ได้บอกด้วยว่าใช้งบประมาณในการจัดงานมากน้อยเพียงใด และที่แถลงว่าประสบความสำเร็จนั้น สำเร็จอย่างไร เพราะจะเอายอดคนเข้าชมงานเป็นตัววัดไม่ได้ ดีไม่ดีจะกลายเป็นการถลุงงบประมาณ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเสียเปล่าๆ
พร้อมแนะให้ รมว.ท่องเที่ยว ควรนำเรื่องการสรรหาผู้ว่าการ ททท. คนใหม่มาดูว่า มีความคืบหน้าอย่างไร เพราะปิดรับสมัครไปแล้วแต่กระบวนการยังล่าช้า ยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ผ่านคุณสมบัติในเบื้องต้น ไม่มีการนัดสอบทักษะภาษาอังกฤษ หรือนัดสัมภาษณ์ ขณะนี้คนใน ททท. กำลังลุ้นว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าการคนใหม่ เพราะหวั่นจะซ้ำรอยเดียวกับผู้ว่าการ กกท. ที่ยังหาตัวจริงไม่ได้ ไปๆ มาๆ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ว่าจะเป็น ททท. หรือ กกท. ก็จะมีผู้นำเพียงรักษาการเท่านั้น หาตัวจริงไม่ได้

๔. Health & Wellness Tourism ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ ททท.สนง.ซิดนีย์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Health & Wellness Tourism นำผู้ประกอบการเฉพาะด้านร่วมหารือกับบุคลากรในวงการแพทย์ในออสเตรเลีย เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์นี้ ที่โรงแรม Amora นครซิดนีย์ โดยมีปลัดกระทรวงฯ นำทีม
นอกจากนี้ รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ททท.สนง.ซิดนีย์ ยังยืนยัน การบริการทางการแพทย์เป็นที่นิยมของคนออสเตรเลีย โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางมาไทยกว่า ๘ แสนคน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า ๕.๘ หมื่นล้านบาท
๕. พิธีสมโภช เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานในพิธีสมโภชพระพุทธรังสี สุโยทัยธรรโมภาส โดยมีนางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และ อ.คฑา ชินบัญชร ร่วมงาน ณ วัดพระเชตุวิมลมังคลาราม

๖. อวยพรปีใหม่ มติชนรายวัน (หน้า ๔)

ภาพข่าว : กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ เข้าพบนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เพื่อมอบกระเช้าของที่ระลึก Happy Journey Begins เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ที่ ททท.

๗. ของอร่อยจ้า ไทยรัฐ (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงาน The ๑st Thailand Gourmet Festival ๒๐๑๕ มหกรรมอาหารเมืองไทย ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

๘. ผุดศูนย์ประชุม ทีเส็บเร่งศึกษาเมืองรอง – เขต ศก.พิเศษ เสริมขีดแข่งขันไทย หลังเพื่อนบ้านรุกหนัก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

ทีเส็บ อยู่ระหว่างศึกษาโครงการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติในพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดเมืองรอง และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก่อนเสนอ ครม. พิจารณา เพื่อรองรับการแข่งขันหลังเปิดเสรีอาเซียน เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย กำลังรุกหนัก เตรียมเปิดศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ และมีแผนส่งเสริมธุรกิจไมซ์อย่างจริงจัง

๙. ผ่าปมบิสซิเนสแอร์ลอยแพลูกทัวร์ กลไกรัฐไม่ทันเกม เปิดช่องก่อวิกฤติซ้ำซาก ไทยรัฐ (หน้า ๘)

ทีมเศรษฐกิจ รายงานถึงปัญหาสายการบินบิสซิเนสแอร์ ลอยแพลูกทัวร์ ซึ่งบรรดาผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบอกว่า เป็นกรณีที่คลาสสิกที่สุด เนื่องจากได้มีการคำนวณเม็ดเงินที่บิสซิเนสแอร์ คิดกับบริษัทนำเที่ยวพบว่า ไม่มีทางที่สายการบินจะขาดทุนมหาศาลจนมีปัญหาขาดสภาพคล่อง นอกเสียจากจะนำเงินไปลงในบัญชีอื่นหรือไปใช้อย่างอื่น
พร้อมนำเสนอมุมมองของภาคเอกชนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว โดยนายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ ระบุว่า ขณะนี้เรื่องที่น่าติดตามคือเจ้าของสายการบินที่แท้จริงคือใคร พร้อมเผย ปัญหาระหว่างสายการบินกับบริษัทนำเที่ยวที่เกิดขึ้น จนกระทบกับนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกทัวร์ถูกลอยแพนั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีอีก ๗ สายการบินที่ถูกระงับการบิน หรือทิ้งผู้โดยสารในลักษณะเดียวกัน และทุกครั้งบริษัทนำเที่ยวก็ยอมที่จะแบกรับภาระค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของบริษัทนำเที่ยวไว้ ทั้งๆ ที่ตามกฎการบิน ต้องเป็นหน้าที่สายการบินรับผิดชอบ
ขณะที่นายเจริญ วังอนานนท์ อุปนายก ทีทีเอเอ ระบุ เมื่อเกิดปัญหาทุกครั้งทางสายการบินก็ออกมาบอกว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากปัญหาที่เกิดขึ้น แต่พอเรื่องเงียบก็ไม่ได้มารับผิดชอบ ทำให้บริษัทนำเที่ยวต้องรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง และเมื่อเกิดการฟ้องร้อง กว่าคดีจะจบบริษัทสายการบินก็ปิดไปแล้ว หรือบางทีเจ้าของตั้งใจให้ถูกฟ้องล้มละลายไปก่อน เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ไม่ต้องมีเงินมาชดใช้ คนที่ต้องเจ็บตัวคือบริษัทนำเที่ยว
พร้อมอยากให้กรมการบินพลเรือน (บพ.) แจ้งกับบริษัทนำเที่ยวและประชาชนได้ทราบก่อนว่า สายการบินใดมีปัญหา เพื่อเพิ่มความระมัดระวัง และลดความเสี่ยง อีกทั้งต้องหาวิธีการควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นอีก และต้องแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการเพิ่มความเข้มงวดในกฎเกณฑ์และมาตรการในการให้ใบอนุญาตสายการบิน รวมถึงขอให้ บพ. เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการชดเชยเบื้องต้นแก่ผู้โดยสารในกรณีล่าช้า หรือการยกเลิกเที่ยวบินด้วย
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ผู้เดือดร้อนคือบริษัทนำเที่ยวที่ต้องจ่ายเงินแทนนักท่องเที่ยวลูกทัวร์ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทเอาไว้ ทำให้ไม่เห็นภาพของนักท่องเที่ยวที่เดือดร้อนออกมาร้องเรียนมากเท่าใดนัก แต่ปัญหาที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศยังมีมากกว่านี้ ทั้งกรณีของบริษัทนำเที่ยวหรือโรงแรมที่มาตั้งบูธหรือออกงานส่งเสริมท่องเที่ยว แล้วหลอกขายแพ็กเกจทัวร์กับนักท่องเที่ยวแล้วไม่ได้เดินทาง
การขจัดปัญหาเหล่านี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องคงต้องลงมาดูแลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องการประชาสัมพันธ์วิธีการไม่ให้ถูกหลอก และบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ คงต้องใช้ช่วงเวลานี้สังคายนากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย หรือร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมาแก้ปัญหาให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จด้วย

๑๐. ‘๑๐ หน่วยงาน’ ผนึกคุมเข้มปล่อยโคมลอย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๓)

กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ๑๐ หน่วยงาน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวง ศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม ฯลฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายต่อการบินและอากาศยาน จากการปล่อยโคมลอย เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันในการป้องกัน และลดผลกระทบด้านลบ

๑๑. ผลชันสูตรศพแหม่ม ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : ผลการชันสูตรศพนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษที่เสียชีวิตปริศนาในบังกะโล บนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เบื้องต้นไม่พบบาดแผลจากการทำร้าย หรือคราบอสุจิ และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ ต้องรอผลการตรวจสอบหาสารเคมีและสารพิษบางชนิดที่มีความจำเป็น และเป็นตัวยืนยันการเสียชีวิตเบื้องต้นก่อน คาดจะทราบผลเร็วที่สุดในช่วงเย็นวันที่ ๒๖ มกราคมนี้

--------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทส prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๘

๑. รัฐ – เอกชนวาดฝันท่องเที่ยวปี’ ๕๘ รายได้ทะลุ ‘๒.๒ ล้านล้านบาท’  ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์รายงานพิเศษ นำเสนอภาพรวมการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๗ และทิศทางการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ จากการเปิดเผยของ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และภาคเอกชน
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ปี ๒๕๕๗ สามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวได้เพียง ๑.๗ – ๑.๘ ล้านล้านบาท จากที่ตั้งเป้าไว้ ๒ ล้านล้านบาท ถือว่าไปไม่ถึงฝัน เพราะสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อกินเวลาเกือบครึ่งปีแรก ทำให้หลายประเทศประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เลี่ยงการเดินทางมาไทย ส่งผลให้ครึ่งปีแรกยอดท่องเที่ยวหดหาย ส่วนปี ๒๕๕๘ ตั้งเป้าจะมีรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท โดยจะเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมมีโรดแม็ปการท่องเที่ยวที่พร้อมปฏิบัติในช่วงเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๕๘ ให้สอดรับกับโรดแม็ปของรัฐบาลที่เตรียมจัดทำให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “รีแบรนด์ประเทศไทย”
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ตั้งเป้าปี ๒๕๕๘ จะมีรายได้การท่องเที่ยว ๒.๑๕ ล้านล้านบาท โดยจะเพิ่มรายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเอฟไอที รวมทั้งต้องปรับทัศนคติในการทำงาน โดยต้องเตรียมตัวเข้าสู่เออีซี และเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการเมือง มากขึ้น นอกจากนี้ จะเน้นพัฒนาการท่องเที่ยวไปสู่การสร้างสรรค์ นวัตกรรม ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทย สร้างสมดุลการตลาด ปรับสมดุลระหว่างตลาดลักชัวรี่ และตลาดคุณภาพ
ส่วนแอตต้า คาดว่านักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาไทยผ่านทัวร์จะมีประมาณ ๑.๓ – ๑.๔ ล้านคน เนื่องจากบริษัทนำเที่ยวเริ่มปรับกลยุทธ์การออกแบบแพ็กเกจการขาย และเปิดช่องทางสู่ออนไลน์ มากขึ้นเพื่อ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนจีนรุ่นใหม่
ด้านสมาคมโรงแรมไทย ระบุว่า ยังไม่เห็นแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในปี ๒๕๕๘ เพราะนักท่องเที่ยวตลาดหลักคือ จีนและรัสเซียมีแนวโน้มเดินทางออกนอกประเทศลดลง หลังเกิดปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับไทยยังคงประกาศกฎอัยการศึก พร้อมแนะรัฐต้องเร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อมุ่งเจาะนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น อาทิ กลุ่มไมซ์ กลุ่มนิชมาร์เก็ต รวมถึงขยายฐานนักท่องเที่ยวตลาดใหม่เพื่อสร้างรายได้การท่องเที่ยวไทยให้ได้ตามเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท

๒. สำรวจตลาด สยามรัฐ (หน้า ๑๖)

๓. สำรวจตลาดกอล์ฟ แนวหน้า (หน้า ๗)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ออกสำรวจตลาดนักกอล์ฟที่เดินทางมา ออกรอบที่สนามกอล์ฟในเมืองไทย ที่สนามบางปะกง ริเวอร์ไซด์ กอล์ฟคลับ

๔. เที่ยววิถีชุมชนตามตำนานไทย เดลินิวส์ (หน้า ๑๖)

คอลัมน์คำตอบจากคนชอบเที่ยว โดย บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ เล่าถึงการเดินทางไปเที่ยวงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ที่สวนลุมพินี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมงานกว่า ๖.๑ แสนคน โดย ททท. เน้นขายรายการท่องเที่ยวแบบวิถีไทยขนานแท้มากกว่าอย่างอื่น ให้สมกับการประกาศให้เป็นท่องเที่ยววิถีไทยอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ผู้เขียนมีมุมมองว่า การคิดจะนำเอาสินค้าการท่องเที่ยวแบบวิถีไทยซึ่งบริสุทธิ์มาเสนอขายนั้น ควรจะเป็นวิถีแห่งภูมิปัญญาของคนไทยที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาแต่บรรพบุรุษ อีกทั้งต้องมีเรื่องราว และตำนาน สามารถเล่าขานถ่ายทอดสู่กันได้อย่างมีอรรถรสเป็นจุดขายควบคู่กันไปด้วย

๕. ไม่พบร่องรอยบ่งชี้ฆาตกรรมแหม่มอังกฤษที่ตาย ‘เกาะเต่า’ ไทยรัฐ (หน้า ๑๔)

๖. ส่งศพ ‘สาวผู้ดี’ ผ่าพิสูจน์ สั่งชุดพิเศษค้นหลักฐาน ไล่เช็กกล้องหาเหตุตาย มติชนรายวัน (หน้า ๑)

ความคืบหน้าคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษเสียชีวิตปริศนาในบังกะโลบนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบห้องพัก ไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ และไม่มีทรัพย์สินสูญหาย รวมทั้งได้ส่งศพให้สถาบันนิติเวชชันสูตร เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต นอกจากนี้ จะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด และจัดทีมสืบสวนพิเศษลงพื้นที่เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งติดต่อกับญาติผู้เสียชีวิต โดยให้ทางกงสุลอังกฤษประจำประเทศไทย เป็นผู้ดูแลในส่วนนี้

๗. จับ ๔ โจ๋วิ่งราวป่วนเมืองชล แฉนักท่องเที่ยวเป็นเหยื่อนับสิบ ข่าวสด (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บางละมุง ได้แถลงข่าวการจับกุม ๔ วัยรุ่นที่รวมตัวกันตั้งแก๊งวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ และปืนเถื่อน ๓ กระบอก โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ลงมือทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งดูต้นทาง ชี้เป้าเหยื่อ และคอยคุ้มกันหลังก่อเหตุ และทรัพย์สินที่ได้จะนำมาแบ่งกันไปซื้อยาเสพติด และเที่ยวตามสถานบันเทิง ล่าสุดมีผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันแล้ว

๘. ‘กอบกาญจน์’ ชงชัยนาทเบิร์ดฮับอาเซียน  มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ที่ผ่านมา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาได้เดินทางไปสวนนกชัยนาท เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมรับฟังสรุปโครงการที่จังหวัดชัยนาทกำลังดำเนินการ และต้องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล พร้อมแนะให้จังหวัดชัยนาท เตรียมแผนขยายโครงการศูนย์วิจัยพันธุ์นกให้ยกระดับเป็น Bird Hub ของอาเซียน รวมถึงศึกษาการทำสวนนกกลางคืน หรือ Night Bird Park เพื่อขยายกลุ่มนักท่องเที่ยว

๙. มหกรรมอาหารเมืองไทย / เทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในไทย ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์โลกท่องเที่ยว กล่าวถึงงานมหกรรมอาหารเมืองไทยที่จบลงด้วยดี โดยนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหวังเป็นอย่างมากว่า จะเป็นมหกรรมการท่องเที่ยวและอาหารแห่งปี และประชาสัมพันธ์อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายแก่นักท่องเที่ยว รวมทังกระดับการท่องเที่ยวและบริการการท่องเที่ยวในกลุ่มธุรกิจอาหาร ให้ได้มาตรฐานระดับสากลด้วย ขณะที่งานเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ ๓ ปีนี้มีแนวคิดจะส่งเสริมความเป็นไทยในทุกโอกาส ทั้งการใส่ผ้าไทย ใช้ดอกกล้วยไม้ไทยประดับในทุกงาน ตลอดทั้งเทศกาล

๑๐. ลุยจับ ‘โรงแรมเถื่อน’ เกลื่อนเมือง ! ดันไทยสู่แหล่งท่องเที่ยว ‘คุณภาพ’ ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดผลการวิจัยเรื่อง “แนวทางการแก้ปัญหาการประกอบกิจการโรงแรมผิดกฎหมาย เพื่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ของสมาคมโรงแรมไทย ล่าสุดสมาคมฯ เตรียมเข้าพบผู้ว่าราชการ ๖ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และหัวหิน – ชะอำ เพื่อขอความร่วมมือในการปราบปรามโรงแรมเถื่อน

๑๑. ‘ทีเส็บ’ รุกตลาดเอเชียตั้งเป้ากลุ่มไมซ์ ๑ ล้านคน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

ทีเส็บ วางเป้าปีนี้จะมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์กว่า ๑ ล้านคน สร้างรายได้ ๑ แสนล้านบาท โดยแผนการตลาดจะเน้นไปที่ตลาดเอเชีย หลังเศรษฐกิจยุโรปกระทบไมซ์หดตัว พร้อมชูแคมเปญ “ASEAN Rising Trade Show” ดันไทยเป็นฮับแสดงสินค้าอาเซียน

๑๒. แท็กซี่เก็บมือถือคนสาวจีน  เดลินิวส์ (หน้า ๘)

๑๓. แท็กซี่น้ำใจงามเก็บไอโฟนคืนสาวจีน คม ชัด ลึก (หน้า ๑๑)

เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบโทรศัพท์ มือถือยี่ห้อไอโฟน คืนให้กับนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ที่ทำหล่นไว้บนรถแท็กซี่ และคนขับแท็กซี่ได้ติดต่อตำรวจท่องเที่ยวให้ช่วยเหลือ จนกระทั่งพบเจ้าของ

๑๔. บริษัททัวร์ยังหนุน ‘บิสซิเนสแอร์’  มติชนรายวัน (หน้า ๑๖)

สายการบินบิสซิเนสแอร์ ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังเอเย่นต์จำหน่ายตั๋วเครื่องบินต่างๆ ว่า ทางศาลปกครองมีคำสั่งอนุญาตให้บิสซิเนสแอร์ ทำการบินต่อได้ชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งพิพากษาหรือจนกว่าใบอนุญาตประกอบการจะหมดอายุ ด้าน บจก.ซันสไมล์ฮอลิเดย์ ระบุ คงต้องสนับสนุนบิสซิเนสแอร์ต่อไป เพื่อให้สายการบินทำการบิน และมีรายได้นำมาชดเชยค่าเสียหาย

๑๕. แนะฟ้อง ‘บิซิเนสแอร์’ ‘ทีทีเอเอ’ ให้ บ.ทัวร์สู้คดี ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

ทีทีเอเอ แนะบริษัททัวร์รวมตัวกันตั้งทนายสู้คดี หลังการเจรจาเรียกร้องค่าเสียหายกับบิสซิเนสแอร์ ยังไร้ความชัดเจน อีกทั้งบริษัททัวร์ยังไม่ได้รับเงินชดเชยในเบื้องต้น ทั้งๆ ที่สายการบินสัญญา จะโอนเงินให้ พร้อมเรียกร้องให้กรมการบินพลเรือน (บพ.) ตั้งกองทุนชดเชยกรณีสายการบินล้ม เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

-------------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วนเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๘

๑. ระวังอย่าตกเทรนด์ท่องเที่ยววิถีไทย โพสต์ ทูเดย์ / @Weekly (หน้า ๓๔)

คอลัมน์ Travel ETC โดย แรมสองค่ำ / เสกสรร โรจนเมธากุล แนะนำกิจกรรมท่องเที่ยวที่จะจัดในปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘

๒. อลังการเที่ยววิถีไทย สยามธุรกิจ (หน้า ๑๕)

ภาพงานเปิดปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘

๓. เทศกาลเที่ยวเมืองไทยสุดยิ่งใหญ่คนแห่ชม ๖ แสน คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

คอลัมน์ตะลอน...ตะลอน โดย สาธิตา โสรัสสะ เขียนถึงงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย จัดโดย ททท. เมื่อวันที่ ๑๔ – ๑๘ มกราคม ที่ผ่านมา และการแถลงผลสำเร็จของการจัดงาน โดยพบว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานกว่า ๖ แสนคน มีรายได้เกือบ ๒๓๐ ล้านบาท

๔. ต้อนรับ สยามรัฐ (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ให้การต้อนรับ ผอ.ฝ่ายการตลาดและการโฆษณา โรงแรมในเครือดุสิต และทีมฝ่ายขาย ในโอกาสเข้าสวัสดีปีใหม่ พร้อมขอคำแนะนำเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ ที่ ททท.

๕. ไกด์จีนเหิมยิงลูกทัวร์เปิดเพลงดัง คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๖. ร้องไกด์เถื่อนต่างชาติรุมยำ มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุไกด์จีนรุมทำร้ายไกด์ไทย รวมถึงไล่ยิงลูกทัวร์ชาวจีน ที่ร้านอาหารไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ทางเข้าโรงแรมชมจันทร์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เหตุเพราะ ไม่พอใจที่เปิดเพลงเสียงดัง แต่โชคดีที่กระสุนไม่ถูกใคร
โดยนายสมจิตร แซ่ลี ไกด์ชาวไทยพร้อมลูกทัวร์ชาวจีน ๓ คน ได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.บางละมุง ว่าถูกไกด์ชาวจีนรุมทำร้าย และลูกทัวร์ชาวจีนที่มาด้วยกันก็ถูกอาวุธปืนจ่อที่ศีรษะ ก่อนที่ไกด์ชาวจีนจะไล่ยิงใส่พวกตนและลูกทัวร์ เนื่องจากไม่พอใจที่พวกตนเปิดเพลงเสียงดัง แต่โชคดีที่กระสุนไม่ได้ถูกใคร และระหว่างที่ให้ปากคำ ได้มีกลุ่มไกด์ในพื้นที่เมืองพัทยาราว ๑๐ คน เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมระบุ เหตุที่รวมตัวกันออกมา เพราะที่ผ่านมาไกด์และนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาถูกข่มขู่คุกคามจากไกด์เถื่อน มานาน จึงอยากให้ตำรวจดำเนินการกวาดล้างคนกลุ่มนี้ให้หมดไป
ล่าสุด นายกิตติวินท์ โจว ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนได้เข้ามอบตัว พร้อมให้การว่า พี่เขยของตนซึ่งมีอาชีพไกด์ถูกกฎหมายถูกรุมทำร้ายก่อน ตนพยายามเข้าไปห้ามและจะพาพี่เขยกลับ แต่กลุ่มของนายสมจิตร จะเข้ามาทำร้าย จึงตัดสินใจชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า ๓ นัด เพื่อป้องกันตัว พร้อมปฏิเสธเรื่องใช้ปืนจ่อที่ศีรษะของลูกทัวร์ และยิงใส่ร้านอาหารว่า ไม่เป็นความจริง
ในเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายกิตติวินท์ว่า พกอาวุธปืนในที่สาธารณะ และใช้อาวุธปืนยิงในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมจะเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาให้ปากคำเพื่อหาข้อสรุปของคดี เนื่องจากทั้ง ๒ ฝ่ายให้การขัดแย้งกัน

๗. ตำรวจเร่งคลี่ปมสาวผู้ดีดับเกาะเต่า เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๘. พิสูจน์ใหม่กันครหา แหม่มดับ ‘เกาะเต่า’ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. กำชับ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.จว. สุราษฎร์ธานี ให้ตรวจสอบคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษเสียชีวิตปริศนาอย่างละเอียด และอย่าเพิ่งด่วนสรุปสำนวนการเสียชีวิต พร้อมประสานสถานทูตติดต่อญาติให้มารับศพกลับ
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษ ขณะที่มารดาของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของบุตรสาวว่า การเสียชีวิตเป็นไปโดยสาเหตุทางธรรมชาติ และเพื่อนๆ ต่างส่งข้อความแสดงความเสียใจและไว้อาลัย รวมถึงหัวหน้าพรรคอิสรภาพแห่งราชอาณาจักร (ยูเคไอพี) ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจ เผย ผู้เสียชีวิตเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญในอังกฤษ

๙. ก.ท่องเที่ยวชูยุทธศาสตร์ดำเนินงานเชิงรุก สยามรัฐ (หน้า ๗)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่าปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ ๒๘.๕ – ๒๙ ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๗ โดยกระทรวงฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวประเทศไทยปี ๒๕๕๘ พร้อมเดินหน้าดำเนินงานเชิงรุก โดยช่วงต้นปีได้ส่งเสริมปีท่องเที่ยว วิถีไทย และมีแคมเปญ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด รวมทั้งจะสร้างประเทศไทยให้เป็น Wealth Destination สำหรับนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ได้มีการพูดคุยกับกระทรวงแรงงาน เรื่องการบังคับใช้กฎหมายแรงงานเกี่ยวกับเรื่องการลาหยุดงานของพนักงาน โดยให้พนักงานสามารถใช้สิทธิลาต่อเนื่องได้ ๖ วัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และยังมีการสร้างความราวมมือกับกลุ่มประเทศในอาเซียนด้วย

๑๐. ‘ทีเส็บ’ เผยรายได้ไมซ์ปี ๕๗ วูบ ๑๓%  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)

๑๑. ทีเส็บหนุนงานแสดงสินค้า ดึงอาเซียนเที่ยวประเทศไทย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

ทีเส็บ เผย ตลาดพรีเมี่ยมยุโรปหดตัวหนัก ส่งผลให้รายได้ไมซ์ในปี ๒๕๕๗ ลดลง ๑๓% แต่ คาดว่าปีนี้สถานการณ์จะคลี่คลาย โดยทีเส็บได้วางกลยุทธ์เชิงรุกในการฟื้นตลาด ด้วยการเจาะตลาดเอเชีย ภายใต้โครงการ “อาเซียน ไรซิ่ง เทรดโชว์” (เออาร์ที) ระยะเวลา ๓ ปี (๒๕๕๘ – ๒๕๖๐) งบประมาณปีละ ๒๕ ล้านบาท มุ่งสนับสนุนงานแสดงสินค้าใน ๕ อุตสาหกรรมที่เป็นวาระแห่งชาติ ได้แก่ ยานยนต์ พลังงาน อาหารและสินค้าเกษตร สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐาน รวม ๑๒ งาน เพื่อให้มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น และสามารถทำตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ

๑๒. ภูเก็ตนักท่องเที่ยวคุณภาพหดวอนรัฐฟื้น  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๙)

๑๓. โอดนักท่องเที่ยวหาย เอกชนภูเก็ตจี้รัฐช่วย ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

น.ส.เพ็ญพัฒน์ มรกตวิศิษฎ์ กรรมการบริหาร บจก.บลูนาคราช ผู้ให้บริการท่องเที่ยวทางเรือ พรีเมี่ยม จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ “บลูอันดา” เผย นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพหายไปมาก หลังไทยมีปัญหาการเมือง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดึงกลุ่มคุณภาพกลับคืนมา ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวแพ็กเกจหรู ๒ วัน ๑ คืน ในราคา ๑.๕๙ หมื่นบาท และ ๓ วัน ๒ คืน ในราคา ๒.๔๙ หมื่นบาท เปิดขายที่ลาน อีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๔ มกราคมนี้ ใช้ได้ถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้ ตั้งเป้าจะมียอดขายวันละ ๒๐๐ คน
ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เผย ยอดนักท่องเที่ยวปี ๒๕๕๗ ลดลงจากปี ๒๕๕๖ เล็กน้อย แต่ในส่วนของรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนปี ๒๕๕๘ คาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจะมากกว่า ๑๐ ล้านคน มีรายได้เพิ่มขึ้น ๕ – ๗% โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักยังเป็นจีน ออสเตรเลีย เกาหลี และรัสเซีย

๑๔. ‘บิ๊กตู่’ เล็งเพิ่มเขต ศก.พิเศษอีก ๕ จว. ชูคำขวัญ ‘ไทยเที่ยวและเที่ยวไทย’  มติชนรายวัน (หน้า ๙)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ”ว่า เตรียมเพิ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษอีก ๕ จังหวัด ได้แก่ เชียงราย หนองคาย กาญจนบุรี นครพนม และนราธิวาส โดยให้ไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในระยะที่ ๒ พร้อมจะจัดทำท่าจอดเรือท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมถึงอยากให้ใช้คำว่า “ไทยเที่ยวและเที่ยวไทย” เที่ยวตามความสมัครใจ น่าจะสร้างการรับรู้มากขึ้น

๑๕. เวก้าฯ ชู ‘หมู่บ้านไทย’ โปรโมทท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)

บจก.เวก้า อินเตอร์เทรด แอนด์ เอ็กซิบิชั่น ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัด “หมู่บ้านไทย” ในมหกรรมหมู่บ้านนานาชาติ โกลบอล วิลเลจ ดูไบ ๒๕๕๗ – ๒๕๕๘ มหกรรมสินค้าและเอกลักษณ์วัฒนธรรมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในพื้นที่ ๒,๗๑๔ ตร.ม. โดยชูแนวคิด “เอกลักษณ์มรดกไทยอันล้ำค่า” จัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – เมษายน ๒๕๕๘ พร้อมคาดว่าปีนี้ไทยจะได้เป็น The Best Pavilion รับทั้งกล่องรางวัลและสร้างรายได้กว่า ๗๐๐ ล้านบาทเข้าประเทศ

๑๖. คดีพลิก “บิสซิเนส แอร์” ได้บินต่อ / บพ.จ่อเข้มมาตรฐานหลังศาลคุ้มครองชั่วคราว ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๘. ศาลคุ้มครอง ‘บิสซิเนสแอร์’ บพ.ชี้ยังบินไม่ได้ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสายการบินบิสซิเนสแอร์ โดยอนุญาตให้ทำการบินต่อได้จนกว่าจะมีคำตัดสินข้อพิพาทกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) หรือจนกว่าใบอนุญาตจะหมดอายุในอีก ๒ ปีข้างหน้า
ด้านทีทีเอเอ เตือนเอเย่นต์ทัวร์ตัดสินใจให้ดีก่อนกลับไปร่วมธุรกิจ พร้อมแนะให้จ้างทนาย ทำสัญญา ขณะที่กรมการบินพลเรือน (บพ.) เตรียมคุมเข้มมาตรฐาน ระบุ แม้ศาลคุ้มครองก็ใช่ว่า บิสซิเนสแอร์จะทำการบินได้ ต้องผ่านการตรวจสอบเครื่องตามมาตรฐานความปลอดภัยก่อน

๑๘. ตร.รวบสาวอุดรฯ ฆ่านักท่องเที่ยว คม ชัด ลึก หน้า (๑๒)

ตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่านักท่องเที่ยวในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๙ หลังหนีคดีมาเกือบ ๙ ปี โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าบันดาลโทสะใช้ขวดน้ำอัดลมตีที่ศีรษะของนักท่องเที่ยว ๒ – ๓ ครั้ง เพราะถูกทำร้ายร่างกายโดยไม่ทราบว่าเสียชีวิต และไม่ได้ขโมยทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตไปแต่อย่างใด

-----------------------------------------------------

โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๘

๑. ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑๑)

คอลัมน์ผสมโรง โดย องคุลี กล่าวถึงคลิปวิดีโอ “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร” ที่มีการแชร์กันอย่างแพร่หลาย และมีคนชื่นชอบมากในขณะนี้ จัดทำโดย ททท. โดยมีความยาวเกือบ ๒ นาที มีเนื้อหาพูดถึงสถานที่ อาหาร และศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น และมีคำว่า “ไทย” เป็นส่วนประกอบผ่านการพากษ์เสียงโดย สุชาดี มณีวงศ์ ผู้บรรยายและผู้ผลิตรายการสารคดี “กระจกหกด้าน”

๒. ลุ้นผู้ว่าฯ ททท.คนใหม่ / เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารแอตต้า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt : ททท. กำลังลุ้นว่าผู้ว่าการ ททท.คนใหม่ จะเป็นคนในหรือคนนอก โดยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ย้ำว่าน่าจะได้ผู้ว่าการคนใหม่ภายในเดือนมีนาคมนี้ แว่วว่าคนใน ททท. ลุ้นนางสมรัก คำพุทธ รองผู้ว่าการด้านบริหาร ตัวแทนหนึ่งเดียวของ ททท. ทำให้อีก ๔ ผู้สมัครต้องทำการบ้านหนัก เตรียมวิสัยทัศน์ให้คมเฉียบสำหรับการเข้ามานั่งในตำแหน่งผู้ว่าการ ททท.  เช่นเดียวกับแอตต้า ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ในเดือนมีนาคมนี้ โดยนายเจริญ วังอนานนท์ ประกาศตัวขอชิงตำแหน่งเป็นคนแรก แต่เสียงจากวงในระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ราบรื่น เพราะนายวิชิต ประกอบโกศล กำลังฟอร์มทีม รวบรวมสมาชิกเพื่อลงชิงตำแหน่งด้วยอีกทีม

๓. สังสรรค์ ข่าวสด (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ ของ สทท. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์

๔. เซ่นเกาะเต่าอีก – สาวผู้ดีดับคาบังกะโล สื่อดังอังกฤษตีข่าวใหญ่ เพื่อนแห่โพสต์ไว้อาลัย ข่าวสด (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ที่ผ่านมา พบศพ น.ส.คริสติน่า แอนส์ลีย์ นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษเสียชีวิตปริศนาในบังกะโลแห่งหนึ่งบนหาดทรายรี เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใกล้กับจุดที่เกิดการฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยว ชาวอังกฤษเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และไม่มีทรัพย์สินหายไป ตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
รายงานข่าวระบุว่า น.ส.คริสติน่า น่าจะมีแผนเที่ยวเมืองไทย ๔ เดือน จึงแวะมาเยือนเกาะเต่า และได้เสียชีวิตลงหลังจากที่โพสต์ภาพ และข้อความลงทวิตเตอร์ว่ากำลังอยู่ที่เกาะแห่งนี้ ด้านสื่อของอังกฤษได้เผยแพร่ข่าวดังกล่าว รวมถึงเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้เขียนโพสต์ไว้อาลัย

๕. ลอสต์อินไทยแลนด์ ๒ ปักหลักถ่าย ‘เยาวราช กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๖. เยาวราชบูม ! “ลอสอินไทยแลนด์ ๒” พร้อมลุย ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๗. สร้างลอสต์อินไทยแลนด์ ๒ / ดันกระแสเที่ยวเยาวราช เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๘. ดึงต่างชาติถ่ายหนังใน ๑๒ เมืองห้ามพลาด โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

๙. ดันไทยฮับถ่ายหนังเอเชีย ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๗)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผย ขณะนี้ผู้สร้างหนังจีนเรื่อง “ลอสต์ อิน ไทยแลนด์” เตรียมสร้างหนังภาค ๒ ในไทย โดยใช้ย่านเยาวราชหรือไชน่าทาวน์ เป็นสถานที่หลัก ในการถ่ายทำ ซึ่งทางกรมฯ จะร่วมมือกับ ททท. ในการประสานงานอำนวยความสะดวกในการถ่ายทำ
นอกจากนี้ กรมฯ เตรียมทุ่มงบประมาณ ๓๐ ล้านบาท จัดงานเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๔ – ๑๒ กุมภาพันธ์นี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และนำผู้จัดทำหนังทั่วโลกมาร่วมชมนิทรรศการในไทย รวมทั้งดึงกองถ่ายทำหนังต่างชาติเข้ามาถ่ายทำในไทย โดยจะเสนอ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด เป็นสถานที่ถ่ายทำ
และเตรียมหารือกับกระทรวงการคลัง คืนเงินค่าใช้จ่าย ๓๐% ให้กับกองถ่ายทำ เพื่อสร้างแรง จูงใจให้ใช้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำเพิ่มขึ้น หลังสถิติ ๕ ปีมีต่างชาติเข้ามาถ่ายทำหนังในไทยต่อเนื่อง ทั้งจากญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ จีน อเมริกา และฮ่องกง โดยอังกฤษสร้างรายได้ให้ไทยมากที่สุด ส่งผลให้ปี ๒๕๕๗ ไทยมีรายได้จากการถ่ายทำหนังต่างชาติ ๖๓๑ เรื่อง ประมาณ ๑๙,๙๓๔ ล้านบาท ส่วนปี ๒๕๕๘ คาดว่าจะสร้างรายได้มากกว่า ๒ พันล้านบาท

๑๐. ท่องเที่ยวถกอุ้ม ‘ผู้บริโภค’ ออกกฎหมายคุมโลว์คอสท์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๑๑. ชงแก้ไลเซนส์กันสายการบินลอยแพลูกค้า โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

๑๒. จี้ บพ.ออกกฎเหล็กคุมสายการบินโลว์คอสต์ ไล่ทวงเงิน “บิสซิเนสแอร์” ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๓. ท่องเที่ยวฯ จี้งัดกฎหมายคุมบินต้นทุนต่ำ คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประชุมหารือกับทีทีเอเอ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา และรับทราบผลกระทบกรณีสายการบินบิสซิแนสแอร์ถูกระงับบิน โดยวันที่ ๒๖ มกราคมนี้ จะให้รองปลัดกระทรวงฯ และอธิบดีกรมการท่องเที่ยว หารือกับอธิบดีกรมการบินพลเรือน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา โดยจะกดดันทุกช่องทางให้บริษัทที่ทำผิดรับผิดชอบความเสียหาย พร้อมเตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม ร่างกฎหมายควบคุมสายการบินต้นทุนต่ำ หลังยังพบช่องโหว่คุ้มครองผู้บริโภค อาทิ ต้องมีเครื่องบินมากกว่า ๑ ลำ ต้องมีการวางเงินมัดจำ เป็นต้น
ด้าน บจก.ซันสไมล์ ฮอลิเดย์ ที่ได้รับผลกระทบจากบิสซิเนสแอร์ถูกระงับบิน เผย จะรอคำตอบเรื่องการชดเชยเงินคืนจากสายการบินถึงวันที่ ๒๓ มกราคมนี้ หากไม่มีความคืบหน้าคงร่วมมือกับบริษัททัวร์รายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ ดำเนินการทางกฎหมาย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้บริษัทเสียหาย ๕๐ ล้านบาท

๑๔. เปิดตัว “ไนท์ทัวร์” เกาะรัตนโกสินทร์ ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

๑๕. เปิด ‘ไนท์ทัวร์’ เกาะรัตนโกสินทร์ เดลินิวส์ (หน้า ๒๒)

๑๖. ผุดไนท์ทัวร์ชม “พิพิธภัณฑ์ – วัด” ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๙)

๑๗. วธ.เปิดชมพิพิธภัณฑ์ยามราตรี กระตุ้นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แนวหน้า (หน้า ๒๑)

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัวไนท์ทัวร์ ชมพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และวัดรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม หวังดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเข้าชมพิพิธภัณฑ์

๑๘. ขบ. เมินแท็กซี่สุวรรณภูมิขอเก็บค่าสัมภาระ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๕)

๑๙. ขบ.ไม่ให้ขึ้นราคาแท็กซี่สุวรรณภูมิ ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

กรมการขนส่งทางบก ไม่อนุมัติให้แท็กซี่ที่ให้บริการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปรับขึ้นค่าโดยสาร ยืนยัน อัตราค่าโดยสารใหม่เป็นธรรมแล้ว โดยได้พิจารณาจากการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง และพิจารณาครอบคลุมถึงการให้บริการของแท็กซี่ในสุวรรณภูมิ และของทุกกลุ่ม ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องการขอเก็บค่าสัมภาระเพิ่มนั้น ต้องศึกษาความเหมาะสม และต้องมาตรฐานเดียวกันทุกท่าอากาศยาน

๒๐. กีฬาต้องอยู่คู่ท่องเที่ยว รัฐบาลบิ๊กตู่ประกาศชัด ไม่มีการแยก ‘กระทรวง’  เดลินิวส์ (หน้า ๑๗)

๒๑. รัฐย้ำชัดไม่มีแผนแยกกีฬากับท่องเทียว ต้องรอเวลาโต – ‘วิษณุ’ ฟันธง ตั้งมหา’ ลัยเรื่องใหญ่เกินตัว ข่าวสด (หน้า ๑๓)

ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนาการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้านการปฏิรูปกีฬา จัดโดย คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยยืนยัน รัฐบาลไม่มีแนวคิดจะแยกกีฬาออกจากการท่องเที่ยว ต้องอยู่คู่กัน เผย การปฏิรูปต้องใช้เวลา อีกทั้งการตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ เป็นเรื่องใหญ่เกินตัว

๒๒. โรงแรมหวังปีนี้สะพัดเพิ่ม ๑๐%  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๔)

คอลัมน์ World of Service โดย ลีลี่ โจว : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าปีนี้ธุรกิจโรงแรมจะมีเงินสะพัด ๕.๑๓ – ๕.๒๗ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๗.๑ – ๑๐% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๓.๔๔ – ๓.๕๓ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๔.๙ – ๗.๖% จากนักท่องเที่ยวไทย ๑.๖๙ – ๑.๗๔ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๑.๙ – ๑๕.๒% โดยมีปัจจัยบวกมาจากการเปิดเออีซี และมาตรการด้านภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่วนปัจจัยท้าทายคือ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวของรัสเซียและยุโรป และ การขยายธุรกิจของโรงแรม ที่ทำให้การแข่งขันอาจรุนแรงขึ้น และอาจนำมาสู่การแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะโรงแรม ๓ ดาว

๒๓. มาเลย์ยกเว้นค่าวีซ่า  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

คอลัมน์ตามติดความเคลื่อนไหว : มาเลเซียออกมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีน รวมถึงขยายเวลาจัดงานเมกะเซลทั่วประเทศ และลดราคาตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยคาดว่ามาตรการวีซ่าจะมีผลบังคับใช้ก่อนเทศกาลตรุษจีน และในปีนี้มาเลเซียตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวจีนประมาณ ๒.๓ ล้านคน

๒๔. ปฏิรูปท่องเที่ยวไทย (๒)  โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ (หน้า ๒)

คอลัมน์หุ้นส่วนประเทศไทย โดย ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานกรรมการอาวุโส เครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ฝากให้ผู้ที่มีอำนาจดูแลรับผิดชอบการจัดเก็บสถิตินักท่องเที่ยว พัฒนาและปรับปรุงในเรื่องดังกล่าว โดยกังวลว่าในปี ๒๕๕๗ ผลสรุปสถิติตัวเลขอย่างเป็นทางการ จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยจริงๆ เท่าใด อีกทั้งปัจจุบันหลายฝ่ายไม่มีความเชื่อถือตัวเลขที่หน่วยงานของรัฐบาลไทย แจกแจง จึงถึงเวลาแล้วที่ควรจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเร็ว

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th