ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

22/5/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘

๑. ททท. ชวนส่งคลิปลุ้นเงิน – ที่พัก มติชนรายวัน (หน้า ๙)

คอลัมน์ย่อยข่าวเศรษฐกิจ : ททท. จัดกิจกรรม One and Only ลุ้นรางวัลเงินสดและแพ็กเกจ ที่พัก แหล่งท่องเที่ยวหรูของไทย มูลค่ารวมกว่า ๗ แสนบาท สนใจเข้าร่วมกิจกรรมด้วยการส่งคลิป ความยาวไม่เกิน ๑ นาที ในหัวข้อ “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร” มาที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org/discoverthainess ถึงวันที่ ๑๕ มิถุนายนนี้

๒. ‘วิสคอนซิน’ แนะไทยผู้นำ ดึงท้องถิ่นเชื่อมท่องเที่ยวอาเซียน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอสาระสำคัญของงานสัมมนา Thailand’s Tourism Industry in the Context of the Emerging AEC จัดโดย แอตต้า โดยมี ชาร์ลส อาร์ ไอริช ผอ.ศูนย์การศึกษากฎหมายเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล สหรัฐอเมริกา ร่วมเสวนา
โดยชาร์ลส อาร์ ไอริช ชี้ว่า ไทยมีศักยภาพในการเป็นเกตเวย์ท่องเที่ยวของภูมิภาค รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังมีการพัฒนายกระดับต่อเนื่อง โดยมีจุดเด่นที่คู่แข่งไม่สามารถช่วงชิงได้คือ ธรรมชาติ และผู้คนมีอัธยาศัยไมตรีที่ดี พร้อมกับเชื่อว่าหลังปี ๒๕๕๘ กรอบความร่วมมือภายใต้เออีซี จะส่งเสริมให้การท่องเที่ยวในภูมิภาคขยายตัว แต่จะก้าวหน้าอย่างช้าๆ และมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทีละขั้นตอน และด้วยความแข็งแกร่งต่างๆ เชื่อว่าไทยจะมีตำแหน่งที่ดีในการยึดบทบาทผู้นำในอาเซียน ในการกำหนดนโยบายพัฒนาท่องเที่ยวในภูมิภาคให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง และทำให้ท่องเที่ยวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิก แต่ปัญหาจะพบคือ ทุกประเทศยังไม่ร่วมมือกันอย่างแท้จริง และแข่งขันกันเองในการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวเหมือนกัน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน พร้อมแนะ หากมีการร่วมมือกันวางแผนการตลาด สร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเป็นสินค้าตัวใหม่ จะสามารถจับตลาดกำลังซื้อสูงได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเส้นทางล่องเรือสำราญ อาทิ กรุงเทพฯ – สมุย – เกาะเทียวมัน (มาเลเซีย) – สิงคโปร์ หรือกรุงเทพฯ – ภูเก็ต – ลังกาวี – ปีนัง – กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ ซึ่งจะสามารถจับตลาดผู้สูงอายุ คนรุ่นใหม่ซึ่งมีฐานะดี และนิยมกิจกรรมท่องเที่ยวประเภทนี้ในยุโรปและทะเลแคริบเบียน นอกจากนี้ ไทยควรมีการปรับปรุงกฎหมายที่ยังเป็นอุปสรรคต่อกลุ่มลองสเตย์ อาทิ การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติถือครองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหากทำได้ มั่นใจว่าจะทำให้ได้กลุ่มกำลังซื้อระยะยาวจากจีนให้จำนวนมาก

๓. ฟื้นตลาดจีน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

คอลัมน์ข่าวสั้นเศรษฐกิจ : สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.๓) เปิดตัวตลาดจีนโบราณบ้านชากแง้ว “Pattaya Old Town Walking Street” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในลักษณะถนนคนเดิน โดยจะเปิดทุกวันเสาร์ คาดจะมีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ ๘ พันคนต่อวัน

๔. เฟ้นหาสาวงามอินเดีย กรุงเทพธุรกิจ / จุดประกาย (หน้า ๒)

๕. เวทีขาอ่อนอินเดียบินลัดฟ้าจัดประกวดในไทย มติชนรายวัน (หน้า ๑๓)

สมาคมนักธุรกิจอินเดีย – ไทย จัดการประกวด Miss Indian Princess ประจำปี ๒๐๑๕ โดยนำ ๓๐ สาวงามมาประชันโฉมเพื่อคัดเลือกรอบสุดท้ายในประเทศไทย ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นางงามเชื้อสายอินเดียจะจัดประกวดรอบตัดสินนอกประเทศ พร้อมเฟ้นหา Miss Thailand Wedding Destination เพื่อเป็นตัวแทนโปรโมตการท่องเที่ยว และความพร้อมด้านต่างๆ ของประเทศไทย ให้ชาวอินเดียได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น
โดยผู้ที่ได้รับตำแหน่ง Miss Thailand Wedding Destination จะมีระยะเวลา ๑ ปี ในการเป็น Brand Ambassador ให้กับไทย ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและสถานที่ต่างๆ ของไทยที่มีความสวยงาม และความพร้อมในการจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการจัดงานแต่งงานที่เมืองไทยมีความพร้อมมาก และกลุ่มเป้าหมายจะเป็นนักธุรกิจหรือคนที่มีฐานะของชาวอินเดีย

๖. รุมค้านแลนด์มาร์คเจ้าพระยา หวั่นกระทบ ‘นิเวศ – วิถีริมน้ำ’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

เครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ นักสิ่งแวดล้อม เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงการสร้างแลนด์มาร์คเจ้าพระยา โดยแนะให้ศึกษารูปแบบการใช้ประโยชน์หลากหลาย ให้สอดคล้องกับพื้นที่โดยไม่ทำลายวิถีชุมชน ระบุ ไม่ได้คัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ แต่คัดค้านรูปแบบโครงการที่ควรมีกระบวนการศึกษาอย่างรอบคอบ ไม่อยากให้มีการเร่งรีบทำจนเกินไป

๗. จับตุ๊กตุ๊กขี้โกง ๒๒ ราย รวมหัวร้านค้าตุ๋นนักท่องเที่ยว ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๘. จับแก๊งสามล้อตุ๋นนักท่องเที่ยว อ้างวัดพระแก้ว – โพธิ์ปิด ส่งร้านจิวเวลรี่ฟันหัวคิว คม ชัด ลึก (หน้า ๒)

๙. รวบแก๊งสามล้อล่านักท่องเที่ยวหน้าวัดพระแก้ว ฝรั่งโพสต์ด่าลั่น บ้านเมือง (หน้า ๑)

๑๐. ไกด์ผีตุ๋นนักท่องเที่ยวหน้าวัดพระแก้ว ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๒)

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมรถตุ๊กตุ๊ก ๒๒ ราย ที่ร่วมมือกับร้านอาหาร ร้านจิวเวลรี่ ร้านตัดเสื้อ ร้านขายของที่ระลึก หลอกลวงนักท่องเที่ยวต่างชาติจากย่านวัดพระศรีรัตน-ศาสดาราม (วัดพระแก้ว) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ไปส่งแลกรับผลประโยชน์ ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ หลังได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวว่า ถูกกลุ่มดังกล่าวหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบ และได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย รวมถึงมีการนำไปออกทีวีและหนังสือพิมพ์ของต่างประเทศ สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย พร้อมเตรียมขยายผลเอาผิดกับร้านค้าที่ร่วมมือ ฐานร่วมกันฉ้อโกง

๑๑. กัมพูชาฮิตเที่ยวเมืองนอก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

คอลัมน์ตามติดความเคลื่อนไหว : กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา เผย ชาวกัมพูชาเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มีชาวกัมพูชาออกไปเที่ยวต่างประเทศ ๘๗,๔๕๐ คน เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ๒๐% เป็นผลมาจากคนมีรายได้มากขึ้น และต้องการไปพักผ่อนในต่างประเทศ โดยประเทศที่ชาวกัมพูชานิยมไปคือ ไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ และเวียดนาม

๑๒. การ์ตูนล้อเลียน แนวหน้า (หน้า ๓)

คอลัมน์แนวหน้าการ์ตูน โดย พจน์ เขียนการ์ตูนล้อเลียนว่า แจ๊คหม่า อยากจะชวนแม้วไปเที่ยวเมืองจีน จากนั้นจะพาไปเที่ยวเมืองไทย เพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนเกือบค่อนประเทศแห่มาเที่ยวเมืองไทย

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

๑. ททท. ชี้ ‘บาทอ่อน’ ปลุกท่องเที่ยวต่างชาติฟื้น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๒. หวังบาทอ่อนกระพือท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๑)

๓. นักท่องเที่ยวจีนบุกไทยทะลุ ๖ ล้านคน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๔. ททท. ฟันธงรายได้ต่างชาติ ๑.๔ ล้าน ล. มติชนรายวัน (หน้า ๘)

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา รักษาการผู้ว่าการ ททท. เผย สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุน “ค่าเงินบาทอ่อนตัว” ทำให้ตลาดเป้าหมายหลักอย่างยุโรป และสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวไทยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือ อัตราการถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มยุโรป โดยเฉพาะรัสเซียที่คาดว่าจะเหลือ ๑.๒ ล้านคน ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีประมาณ ๑.๖ ล้านคน แต่เชื่อว่าในระยะยาวการท่องเที่ยวจากทุกประเทศ จะมีโอกาสฟื้นกลับมาในเชิงรายได้ ซึ่งในระหว่าง
การจัดทำแผนการตลาดปี ๒๕๕๙ ได้ตั้งเป้าหมายให้ทุกตลาดเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มตลาดนักเดินทางครั้งแรก (First Visit) ให้เพิ่มขึ้น
ส่วนปี ๒๕๕๘ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยไม่ต่ำกว่า ๖ ล้านคน ซึ่งสูงที่สุดและเกินเป้าหมายที่ ททท. ตั้งไว้ที่ ๕.๔ ล้านคน โดยไตรมาสแรก มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาแล้ว ๖๗๙,๖๖๐ คน เพิ่มขึ้น ๑๑๒% และมีส่วนแบ่งการตลาด ๒๖% ของนักท่องเที่ยวทุกประเทศ เพิ่มจากระยะเดียวกันของปีที่ผ่านมา ๑๕% พร้อมมั่นใจปีนี้จะมีรายได้การท่องเที่ยวตามเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท เพราะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวออกมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ททท. เตรียมจัดงานไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส ๒๐๑๕ (ทีทีเอ็ม พลัส ๒๐๑๕) ระหว่างวันที่ ๓ – ๕ มิถุนายนนี้ โดยจะมีผู้ซื้อ ๔๐๐ ราย จาก ๕๐ ประเทศทั่วโลกมาร่วมงาน มาจากจีนมากสุด ๔๒ ราย รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร ๒๙ ราย ออสเตรเลีย ๒๐ ราย เป็นต้น ในจำนวนนี้มีผู้ซื้อที่เพิ่งเดินทางมาครั้งแรก ๔๕% โดยมีตลาดที่น่าสนใจ อาทิ ละตินอเมริกา อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เอกวาดอร์ บาห์เรน บัลแกเรีย มอลโดวา ส่วนผู้ขายมีทั้งสิ้น ๔๐๐ ราย โดย ททท.ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าร่วม ๘๐ ราย เพิ่มขึ้น ๒๐% จากปีที่ผ่านมา เพื่อตอกย้ำการเป็นเทรดโชว์ที่ให้โอกาสเอสเอ็มอีมีโอกาสทำตลาด สร้างเครือข่ายกับต่างชาติอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ จะมีการปรับหลักเกณฑ์การประเมินผลใหม่ โดยเปรียบเทียบผลความพึงพอใจในความสำเร็จเชิงธุรกิจ เทียบกับงานเทรดโชว์ด้านท่องเที่ยวระดับธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) รายการใหญ่ คือ อาเซียน ทราเวล ฟอรั่ม (เอทีเอฟ) และพาต้า ทราเวล มาร์ท ด้วยการเตรียมสอบถามผู้ขายที่มาร่วมงานในปีนี้ เพื่อนำไปปรับปรุงเพื่อให้เป็นเวทีการซื้อขายด้านท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นในโอกาสต่อไป คาดว่าผู้ประกอบการที่เข้ามาเสนอขายสินค้าในแต่ละราย จะมีนัดพบปะเพื่อเจรจาธุรกิจได้สูงสุด ๓๐ นัดหมายภายในการเปิดเวที ๒ วัน

๕. เที่ยวตาม...เส้นทางรถยนต์ กระตุ้นนักท่องเที่ยวเชื่อมอินโดจีน มติชนรายวัน (หน้า ๑๘)

วจนา วรรลยางกูร นำเสนอรายละเอียดแนะนำหนังสือ The Golden Route to Thailand ของ ททท. ซึ่งเป็นคู่มือขับรถยนต์ท่องเที่ยวตามเส้นทางเชื่อมโยงทางบกระหว่างจีน ผ่าน ลาว พม่า เข้ามายังตอนเหนือของไทยที่เชียงราย เชียงใหม่ ส่วนอีกเส้นทางมุ่งหน้าเข้าทางภาคอีสาน ที่หนองคาย จนถึงขอนแก่น เพื่อเป็นการตอบรับกระแสการเดินทางโดยรถยนต์ ที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศอย่างเสรี

๖. โวย ททท. ส่งเสริมผิดด้าน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

รายงานข่าว กล่าวถึงงานวันธรรมดา น่าเที่ยว เมื่อวันที่ ๑๔ – ๑๗ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งได้ปิดตัวด้วยยอดขายแพ็กเกจทัวร์ในช่วงวันธรรมดา ๑๐๖ ล้านบาท แต่กลับสร้างบาดแผลให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ที่รู้สึกถึงการทำหน้าที่ไม่ถูกต้องของ ททท. เมื่อ ททท.ภาคกลาง ได้ร่วมกับเว็บไซต์อโกด้า เว็บไซต์จองห้องพักสัญชาติสิงคโปร์ เปิดการจองห้องพักโรงแรมภาคกลางในราคาพิเศษ
ด้านนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. ได้ออกโรงปกป้องสิทธิผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยว่า งานนี้ ททท. ส่งเสริมผิดจุด เพราะเว็บไซต์อโกด้าเป็นเว็บไซต์ต่างชาติ และมีโรงแรมที่ไม่ได้รับอนุญาตอยู่ในสัญญาจำนวนมาก งานนี้แทนที่รายได้จะหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบเต็มๆ เชื่อว่าจะได้น้อย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมโรงแรมเถื่อนด้วย
ส่วนนายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. แจงว่า ททท. มีหน้าที่โฆษณาประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่อาจไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้อง อีกทั้งเรื่องการตรวจสอบโรงแรมเถื่อน เป็นหน้าที่ของหน่วยงานมหาดไทยที่จะไปไล่จับโรงแรมที่ผิดกฎหมาย

๗. ททท. ล็อกสเปก แนวหน้า (หน้า ๑)

คอลัมน์จุดกระแส กล่าวถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ ที่มีการล้มการสรรหามาแล้ว ๒ รอบ และล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงสเปกใหม่ จากเดิมหากเป็นผู้บริหารภาครัฐ ต้องดำรงตำแหน่งระดับรอง ๑ ปี เป็นแค่ ๖ เดือน ส่วนภาคเอกชน ต้องเคยบริหารองค์กรที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ล้านบาท เช่นเดิม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นายสันติ ชุดินธรา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าการ ททท. ครบ ๖ เดือนพอดี ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะทราบหรือไม่ว่า ที่ล้มการสรรหามาแล้ว ๒ รอบ เพราะมีการวิ่งเพื่อเป็นผู้ว่าการ ททท. จากกลุ่มคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบ ส่วนผู้ที่มีคุณสมบัติครบก็ไม่ได้รับการแต่งตั้ง เพราะเป็นคนนอก อีกทั้งยังมีข่าวลือว่ามี “ใต้โต๊ะ” จนต้องล้มแล้วล้มอีก ซึ่งผู้เขียนติงว่า หากจะล็อกเอาคนในแล้วจะเปิดการสรรหาทำไม

๘. แข่งชิงปอดเหล็กลากูนาภูเก็ต คาดนักวิ่ง ๖ พันคน บ้านเมือง (หน้า ๙)

๙. วิ่งลากูน่า ภูเก็ต สปริงนิวส์ถ่ายทอดสดด้วย ไทยโพสต์ (หน้า ๑๑)

๑๐. วิ่งมาราธอนลากูน่า ภูเก็ต  ไทยโพสต์ (หน้า ๑๑)

๑๑. วิ่งลากูน่าภูเก็ต ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๐)

นายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนางประภา เหมมินทร์ ผอ.ฝ่ายขายไมซ์และกิจกรรมองค์กร ลากูน่า ภูเก็ต นายนภดล ภาคพรต ผอ.ฝ่ายกิจกรรม ททท. และพันธมิตร แถลงข่าวการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนนานาชาติ ลากูน่า ภูเก็ต ครั้งที่ ๑๐ ในวันที่ ๗ มิถุนายน๒๕๕๘ ที่จังหวัดภูเก็ต คาดว่าจะมีนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า ๖ พันคน และจะมีการถ่ายทอดสดทางสปริงนิวส์ ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ – ๐๙.๐๐ น.

๑๒. ร้านอาหารไทยขูดรีดนักท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ตรีศูลเสนอให้ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยกวดขัน หลังมีข่าวว่า ร้านอาหารทะเลซึ่งนักท่องเที่ยวจีนโปรดปราน บางแห่งราคาขูดรีด บางแห่งพนักงานตั้งอัตราเงินค่าทิปกันเอาเอง พร้อมระบุ ที่ผ่านมาเรามักประจานพฤติกรรมแปลกๆ ของทัวร์จีน โดยไม่มองเหรียญ อีกด้าน ที่มีร้านค้าหลายแห่งเอาเปรียบนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกด้านของทัวร์จีนที่ต้องบอกต่อ เมื่อมีคลิปลูกทัวร์ชาวจีนลงนั่งช่วยพนักงานล้างจาน เมื่อเห็นว่าพนักงานนั่งล้างจานอยู่คนเดียว ทุกเหรียญมี ๒ ด้าน อย่ามองด้านเดียว

๑๒. ‘สวนนงนุช’ คว้าทองปีที่ ๖ ‘สวนโลก’ มติชนรายวัน (หน้า ๑๔)

๑๓. ‘สวนนงนุช’ คว้าทองปีที่ ๖ ‘สวนโลก’ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

สวนนงนุช พัทยา ได้รับรางวัลเหรียญทองติดต่อกันเป็นปีที่ ๖ ในการแข่งขันจัดสวน งานเชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์ ๒๐๑๕ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยปีนี้จัดสวนในแนวคิด “คนไทยกับพระพุทธศาสนา” หรือ Thailand : Land of Buddhism นำประติมากรรมและสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามาแสดงให้ชาวโลกรู้

----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

21/5/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

๑. เที่ยวเชียงราย เดลินิวส์ (หน้า ๗)

คอลัมน์เปิดตะกร้าข่าว : นายอภิชาติ อินทร์พงษ์พันธุ์ ที่ปรึกษา ๑๐ ททท. เผย ททท. ร่วมกับ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายกว่า ๕๐ ราย จัดโครงการเที่ยวเชียงราย...สบายกระเป๋า ๕๘ ระหว่างเดือนพฤษภาคม – กันยายน ๒๕๕๘ โดยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และบางกอก แอร์เวย์ส ร่วมจัดโปรโมชั่นพิเศษ

๒. ททท. รุกเพิ่มนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ เจาะลึกตลาด ‘กลุ่มผู้หญิง – เศรษฐีภูธร’ แดนมังกร ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เผย ททท.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก อยู่ระหว่างร่างแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๙ โดยจะรุกเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพ ด้วยการเจาะเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง เน้นเจาะกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ (เฟิร์ส วิสิตเตอร์) จากเมืองรอง ที่มีเศรษฐีภูธรซ่อนตัวอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสินค้าการท่องเที่ยวสูง รวมถึงจะเดินหน้าขยายฐานกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเซนทีฟกรุ๊ป ใช้จ่ายระดับคุณภาพ
ล่าสุด ได้ร่วมกับ คิงเพาเวอร์ บริษัท SINA ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียรายใหญ่ของจีนอย่าง Weibo และ บจก.เจียระไน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เปิดตัวโครงการ The Best of Thailand Awards Voted by Chinese Tourists เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจีนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย ใน ๑๗ ประเภท เปิดให้ลงคะแนนออนไลน์ตั้งแต่วันที่ ๘ – ๒๙ พฤษภาคมนี้ ก่อนจะประกาศผลบนเว็บไซต์ Weibo ในวันที่ ๑ มิถุนายน และมอบรางวัลในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘ เชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถสะท้อนความนิยมที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวจีน เพื่อนำไปปรับปรุงสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป คาดจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย ๕ ล้านคน และสร้างการรับรู้ประเทศไทย ๑๐ ล้านครั้ง

๓. เล็งยก ‘ทีทีเอ็ม’ สู่สากลชูไฮไลต์ ‘มุสลิม เดย์’ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๗)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย เตรียมจัดงานไทยแลนด์ ทราเวิล มาร์ท พลัส (ทีทีเอ็ม) ครั้งที่ ๑๒ ระหว่างวันที่ ๓ – ๕ มิถุนายนนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเข้าร่วม ๔๐๕ ราย จาก ๓๗๔ หน่วยงาน รวมถึงมีผู้ประกอบการจากกลุ่ม อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ร่วมออกบูธอีก ๓๕ บูธ จาก ๒๐ หน่วยงาน คาดจะมีผู้ซื้อจากต่างประเทศกว่า ๓๐๒ รายทั่วโลกเข้าร่วมงาน และยังเป็นครั้งแรกที่เชิญผู้ซื้อจากประเทศบราซิลเข้าร่วมงาน ชูไฮไลต์ที่งาน “มุสลิมเดย์” ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ ด้วยการเชิญผู้ซื้อจากตลาดมุสลิมที่มีศักยภาพจากตลาดตะวันออกกลาง ๑๐๐ ราย มาพบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่คัดกรองมาแล้วว่า มีการบริการพร้อมรับสำหรับตลาดนี้
นอกจากนี้ ได้แต่งตั้งให้นายขจร วีระใจ รักษาการแทนปลัดกระทรงการท่องเที่ยวและกีฬา และ น.ส.วรรณสิริ โมรากุล รักษาการแทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ยืนยัน การปฏิบัติงานของกระทรวงฯ ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามปกติ

๔. นักท่องเที่ยว พ.ค. ขยับต่อเนื่อง ๑๒ เมืองต้องห้ามพลาดเริ่มบูม ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย ๘๕๙,๔๘๘ คน เพิ่มขึ้น ๒๒.๙% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยว ๒ อันดับแรกคือ จีน และมาเลเซีย และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในสัปดาห์ต่อไป โดยเฉพาะในท่าอากาศยานภูเก็ต
นอกจากนี้ จากการสำรวจอัตราการเข้าพักในจังหวัดต่างๆ อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ กระบี่ และสมุย พบว่า ภาพรวมในเดือนมีนาคม ๒๕๕๘ มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยถึง ๖๖ - ๗๗% โดยเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ มีอัตราเข้าพักขยายตัวสูงสุด ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวใน ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด พบว่า จังหวัดตรัง และตราด มีอัตราเข้าพักสูงสุด
ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง กระทรวงฯ ยังคงเดินหน้ารุกแผนงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว ในการสร้างเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว (Thailand Uniqueness) โดยโฟกัส
การท่องเที่ยววิถีไทย พร้อมกับปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว อาทิ กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งการล่องเรือชมมรดกโลก พัทยา เป็นเมืองกีฬาโลก การท่องเที่ยวเชิงครอบครัว เกาะพะงัน เป็นฟูลมูนปาร์ตี้วิถีไทย เป็นต้น

๕. จี้รัฐใช้ ม.๔๔ เคลียร์๖ ปมฉุดท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

แอตต้าเตรียมทำหนังสือถึง นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณานำมาตรา ๔๔ มาใช้จัดระเบียบด้านกฎหมายและการปฏิบัติ พร้อมแก้ปัญหาเรื้อรังด้านการท่องเที่ยว เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเปิดเสรีอาเซียน โดยเสนอให้จัดระเบียบใน ๖ เรื่องเร่งด่วนได้แก่ ๑. แก้ไขกฎหมายล้าสมัย ๒. ไกด์ต่างชาติ ๓. ปัญหามาเฟียท้องถิ่นและนอมินีธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ๔. บริษัททัวร์เถื่อน ๕. ปัญหาโรงแรมที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการ และ ๖. การจัดเก็บค่าเข้าอุทยานให้มีความโปร่งใส
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรเร่งปฏิรูปโครงสร้างการทำงานของกระทรวงฯ ทั้งหมด และกำหนดแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระยะ ๕ ปี ๑๐ ปี เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตอย่างมีทิศทาง

๖. ฟันโรงแรมเถื่อน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑)

สมาคมโรงแรมไทย เตรียมจัดการกับโรงแรมเถื่อนอย่างจริงจังอีกขั้น โดยจะชี้เป้าสุ่มตัวอย่างโรงแรมไม่ถูกกฎหมายบางแห่ง พร้อมส่งข้อมูลไปยังกรมการปกครองให้ดำเนินการเอาผิด เริ่มต้นที่กรุงเทพฯก่อน โดยจะยื่นตัวอย่างโรงแรมผิดกฎหมายกลุ่มแรกในสัปดาห์นี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ แห่ง ชี้ หากจัดการกับโรงแรมเถื่อนได้เด็ดขาด ธุรกิจโรงแรมไทยจะน่าลงทุนขึ้น

๗. ‘ทีเส็บ’ ผนึก ๒ บ.ทัวร์ใหญ่จีน ดึงกำลังซื้ออินเซนทีฟเข้าไทย ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๖)

ทีเส็บ สบช่องอินเซนทีฟจากจีนนิยมเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวมากขึ้น เดินหน้านำเสนอกิจกรรมหลากหลาย เพื่อเพื่อดึงกำลังซื้อและเพิ่มทางเลือกใหม่ หนุนตลาดจีนจัดประชุมและอินเซนทีฟในไทย พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรกับ ๒ บริษัททัวร์รายใหญ่ของจีน ได้แก่ บริษัท Ctrip และ บริษัท Baicheng เพื่อดึงลูกค้ากลุ่มองค์กรจาก ๓ เมืองศักยภาพ เลือกไทยเป็นเดสติเนชั่นตลาดไมซ์ รวมทั้งจัดทำคู่มือ Thailand Meeting Planners Guide เป็นภาษาจีน เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ผ่านทางเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย และนิตยสาร

๘. กองถ่ายจีนมาถ่ายทำหนังที่เยาวราช ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย ไต้ฝุ่น กล่าวถึงท่านทูตหนิงฟู่กุย เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ที่เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมสร้างหนัง Lost in Thailand ได้มาสร้างหนังเที่ยวไทยตอนใหม่ กำลังถ่ายทำอยู่ที่เยาวราช คาดหากหนังเรื่องนี้ออกฉายเมื่อไหร่ ย่านเยาวราชมีหวังถูกกองทัพนักท่องเที่ยวจีนถล่มแน่นอน

๙. หอค้าชี้สัญญาณ ศก.ฟื้น ถกยุทธศาสตร์ปลาย พ.ค. กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๐. หอการค้าหวังเศรษฐกิจฟื้น คาดทั้งปีจีดีพี ๓.๕% ส่งออกโต ๑% ดันดิจิทัลอีโคโนมีหนุนเอสเอ็มอี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผย หอการค้าทั้ง ๕ ภูมิภาค ประเมินว่าเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนแล้วในหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะใน ๔ กลุ่มหลัก ได้แก่ ยอดขายวัสดุก่อสร้าง ค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ การท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์
โดยในภาคการท่องเที่ยวพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้น และคาดว่า ปีนี้จะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ ๑.๓ ล้านล้านบาท อีกทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งบริการนำเที่ยว ร้านอาหารที่มีมาตรฐานพบว่า ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ยกเว้นร้านขายของที่ระลึก เนื่องจากนักท่องเที่ยวเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้จ่ายสินค้ากลุ่มดังกล่าวลดลง แล้วหันไปใช้จ่ายด้านอื่นแทน
ด้าน ธปท. ยอมรับ หากดูตัวเลขเศรษฐกิจแบบไตรมาสต่อไตรมาส มีการฟื้นตัวค่อนข้างแผ่ว โดยไตรมาสแรกมีการเติบโตเพียง ๐.๓% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากการส่งออกหดตัวมากกว่าที่คาด พร้อมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พิจารณาในการประชุมครั้งหน้า

๑๑. ไฟเขียวแยกงาน บพ. แก้ปมการบิน มั่นใจ JCAB ผ่อนปรนเช่าเหมาไทยต่อ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

ครม. มีมติเห็นชอบแก้ปัญหากรมการบินพลเรือน (บพ.) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยอนุมัติหลักการปรับโครงสร้าง บพ. แยกออกเป็น ๒ ส่วนคือ ๑. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติ ทำหน้าที่กำกับดูแล มีฐานะเป็นองค์กรอิสระ และ ๒. กรมการท่าอากาศยาน ทำหน้าที่ด้านปฏิบัติการ พร้อมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงขึ้นมา เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นเรื่องโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของกระทรวงใหม่ และการแก้ไข พ.ร.บ.เดินอากาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรี ด้านอธิบดี บพ.มั่นใจ ญี่ปุ่นจะต่อเวลาผ่อนปรนคำสั่งห้ามชาร์เตอร์ไฟลต์ของไทย หลังได้ส่งทีมงานเข้าไปเจรจาและเตรียมหารือในระดับนโยบายอีกครั้ง

๑๒. มุกซ้ำๆ ของร้านอาหารไทย โกยกำไรมื้อเดียวเฉียดหมื่น !! ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๖)

สกู๊ปนำเสนอประเด็น นักท่องเที่ยวจีนโพสต์ประจานร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง เรียกเก็บค่าอาหารแพงเกินจริง ในโลกออนไลน์ และมีการตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปว่า “น่าอับอายในการขายอาหารเกินจริงกับชาวต่างชาติ จนเค้าต้องเอามาประจานทางเฟซบุ๊ก” จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างกวาง และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ เพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอย่างมาก

-------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

20/5/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

๑. เที่ยววันธรรมดาคึก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผยภาพรวมงานวันธรรมดาน่าเที่ยว เมื่อวันที่ ๑๔ – ๑๗ พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า มีผู้มาร่วมงานกว่า ๒ แสนคน มีการซื้อขายแพ็กเกจในงานประมาณ ๑๐๖ ล้านบาท ในเบื้องต้นยังไม่รวมแพ็กเกจกอล์ฟและดำน้ำ คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ ๒๐๐ ล้านบาท แต่คาดว่าจะช่วยดันอัตราเข้าพักในวันธรรมดาเพิ่มอย่างน้อย ๑๐%
ด้านนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. คาดว่าแนวโน้มในช่วงปีหลัง คนไทยจะใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลดลง ๑๕% ส่วนนายเกษม มนตรี ผจก.น่าน ซีซั่นส์ บูติก รีสอร์ท เผย ผลตอบรับดีเกินคาด เดิมตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ ๕ – ๖ หมื่นบาท ปรากฏว่าขายได้ ๑.๓ - ๑.๔ แสนบาท เชื่อว่าน่าจะมาจากจังหวัดน่าน เริ่มได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว

๒. ท่องเที่ยวจับกลุ่มผู้หญิง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เผย ททท. ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดในปี ๒๕๕๙ โดยหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มที่เดินทางมาไทยครั้งแรกมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวจากวันละ ๔.๘ พันบาท เป็นวันละ ๕.๒ พันบาท มุ่งเจาะกลุ่มผู้หญิงจาก ๕ ตลาดหลัก คือ ฮ่องกง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยเตรียมออกแคมเปญ “เลดี้พลัส” นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงในกลุ่มนิชมาร์เก็ต อาทิ สปา ช็อปปิ้ง ดูแลสุขภาพ เป็นต้น

๓. ท่องเที่ยวอันดามันค้านโรงถ่านหิน หวั่นสูญลูกค้าไฮเอนด์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๔. กฟผ. เดินหน้าโรงไฟฟ้ากระบี่ / แก้วิกฤติพลังงานภาคใต้ / เอกชนหวั่นฉุดท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ร่วมกับชุมชน ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลขอให้ทบทวนการสร้างโรงงานถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ จากการขนถ่ายถ่านหินจากอินโดนีเซียเข้ามายังโรงไฟฟ้า ส่งผลกระทบด้านภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม และขัดต่อแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว หวั่นจะสูญตลาดไฮเอนด์ พร้อมขอแผนพัฒนาพลังงานสะอาดแทน
ขณะที่ผู้ว่าการ กฟผ. เดินหน้าชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ โดยยืนยัน ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะการขนส่งถ่านหินจนเข้าถึงโรงไฟฟ้าเป็นระบบปิดทั้งหมด และพร้อมจะช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ซื้อผลปาล์มในช่วงราคาตกต่ำ โดยจะใช้น้ำมันปาล์มดิบมาใช้ผลิตไฟฟ้าทดแทนน้ำมันเตาในโรงไฟฟ้ากระบี่

๕. เงินคลังแห้ง สรรพากรรับปีนี้วูบ ๑.๖ แสนล้าน เล็งลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเพิ่ม โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

กรมสรรพากรยอมรับ การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ต่ำกว่าเป้า ๑.๖ แสนล้านบาท เนื่องจากการจัดเก็บภาษีรายได้นิติบุคลและภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าลดลงมาก พร้อมเตรียมประชุมกับ ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีแบบชุดเดียว เพื่อป้องกันการทุจริตทางบัญชี และง่ายต่อการตรวจสอบ รวมทั้งจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการเพิ่มค่าลดหย่อนจากการท่องเที่ยวอีกครั้ง จากเดิมที่ให้นำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้ ๑.๕ หมื่นบาท ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ โดยต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่

๖. สศช.ลดเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต ๓% / เหตุส่งออกทรุดหนัก – ธปท. ห่วงลงทุนเอกชน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

สศช. ได้ปรับลดจีดีพีปีนี้ลง ๐.๕% จาก ๓.๕ – ๔.๕% เหลือ ๓ – ๔% หลังมูลค่าการส่งออกทรุดหนัก ขณะที่จีดีพีไตรมาสแรกขยายตัว ๓% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐและเอกชน การบริโภคจากภาคประชาชนขยายตัว การเติบโตของการท่องเที่ยว ที่ไตรมาสแรกมีนักท่องเที่ยวขยายตัว ๒๓.๕% มีรายได้เพิ่มขึ้น ๒๒.๓% มีอัตราเข้าพัก ๖๘.๕% สูงสุดในรอบ ๘ ไตรมาส และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่ขยายตัว ๖๐.๓% และภาคอุตสาหกรรมขยายตัว ๒.๓%
ขณะที่ ธปท. ระบุ จีดีพีไตรมาส ๑ ขยายตัว ๓% ใกล้เคียงกับที่ ธปท. คาดการณ์ แต่อัตราการขยายตัวไตรมาสต่อไตรมาสที่เพิ่มขึ้นเพียง ๐.๓% ยังคงชี้ให้เห็นถึงเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ โดยประเมินว่าในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจยังคงมีความเสี่ยงจากกิจกรรมการผลิตในภาคการเกษตรที่หดตัวต่อเนื่องและการส่งออกที่หดตัว เพราะผลกระทบจากโครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเศรษฐกิจไทยมีความสามารถในการแข่งขันลดลง ซึ่งเป็นเป็นความเสี่ยงต่อการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนในระยะต่อไป

๗. เที่ยวกันวันธรรมดา  คม ชัด ลึก (หน้า ๘)

คอลัมน์ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด โดย พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ กล่าวถึงกระแสการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยว่า การที่มีคนเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เป็นจำนวนมากในช่วงวันหยุด ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร รวมถึงแหล่งบันเทิง ขยายตัวกันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลจำนวนมาก ส่งผลให้เมื่อถึงเวลาปกติหรือนอกเทศกาลท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พักเหล่านั้น จึงอยู่ในภาวะซบเซา มีผู้เข้าพักน้อยจนไม่คุ้มค่าดำเนินการ จึงต้องดิ้นรนด้วยการแข่งขันกัน “ตัดราคาขาย” เพื่อความอยู่รอด และหลายครั้งหน่วยงานราชการต้องเข้ามาช่วยเหลือ อาทิ เชิญชวนให้เดินทางไปพักผ่อนในวันทำงานปกติ เพื่อเฉลี่ยความแออัด และเป็นการกระจายรายรับออก เพื่อความ อยู่รอด
แต่การเชิญชวนในลักษณะดังกล่าว กลับไม่มีการควบคุมคุณภาพให้คงที่ ทำให้ผู้ที่เคยหลงเชื่อคำเชิญชวนหลายราย เกิดความรู้สึกไม่ประทับใจ เพราะการลดราคาค่าบริการนั้น ผู้ให้บริการกลับลดทั้งปริมาณของสิ่งของและคุณภาพของงานบริการลง เพื่อประหยัดต้นทุน และในบางสถานที่ การเปิดให้บริการก็ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บางแห่งเปิด บางแห่งปิด ทำให้เกิดภาพที่ให้ความรู้สึก “โหรงเหรง”
ดังนั้น การลดราคาเพื่อสร้างความพึงพอใจและดึงดูดลูกค้า จึงควรเป็นการลดราคาที่ยังต้องคงคุณภาพของงานบริการและปริมาณเอาไว้ด้วย เพราะว่าการเชิญชวนและสร้างแรงจูงใจด้วยการใช้ราคาเป็นเครื่องมือเช่นนี้ แม้ว่าหลายครั้งจะสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้าใช้บริการได้มาก แต่ก็เป็นการทำลายความรู้สึกดีๆ ของลูกค้าและผู้ใช้บริการ ทำให้เกิดความเข็ดขยาดและสร้างความรู้สึกในแง่ลบ จนไม่อยากกลับมาใช้บริการอีก
ยิ่งปัจจุบันการแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว และกว้างขวางมากในโลกโซเชียลมีเดีย การบอกต่อๆ กันไปของสิ่งที่ได้พบเห็นและไม่ประทับใจ จะยิ่งเท่ากับเป็นตัวเร่งทำลายสถานที่ท่องเที่ยวและสถานบริการต่างๆ ให้เสียชื่อได้มากขึ้น หากไม่ปรับปรุงทัศนคติของการโปรโมทดึงดูดผู้คนกันเสียใหม่ ก็จะเข้าตำรายิ่งแก้ยิ่งยุ่ง หรือยิ่งเร่งให้ธุรกิจตายเร็วขึ้น

๘. พาณิชย์สอบซีฟู้ดขูดซิบๆ ปลาจานพัน ๘ / รีดค่าอาหารโทษถึงคุก ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑)

นักท่องเที่ยวจีนโพสต์แฉร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในย่านราชเทวี เรียกเก็บค่าอาหารแพงเกินจริง ระบุไปกัน ๔ คน โดยมีคนขับแท็กซี่แนะนำมา สั่งอาหารรวม ๕ จาน ถูกเรียกเก็บค่าอาหารบวกค่าทิป ๘,๘๔๐ บาท จนถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เพราะคิดค่าอาหารแพงเกินจริง และมีการเรียกเก็บภาษีถึง ๑๗% ถือเป็นการค้าขายที่ไม่เป็นธรรม ด้านกรมการค้าภายในแนะให้เข้าร้องเรียนเพื่อตรวจสอบดำเนินคดี ระบุ หากผิดจริงมีโทษถึงจำคุก

๙. หย่อนยานบึมใต้เชือด ‘ผู้การยะลา’ ย้ายด่วน – เตือนอีกคาร์บอมบ์ปัตตานี ไทยรัฐ (หน้า ๑)

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งย้าย ผบก.ภ.จ.ยะลา ไปปฏิบัติราชการที่ ศชต. และให้ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา รักษาการแทนตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม เป็นต้นไป ขณะที่ ผบช.ศชต. มีคำสั่งย้าย ๔ นายตำรวจ ได้แก่ ผกก.สภ.เมืองยะลา, ผกก.สส.ภ.จ.ยะลา, รอง ผกก.สส.ภ.จ.ยะลา และรอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา ไปปฏิบัติราชการที่ ศชต. ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม เป็นต้นไป หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นต่อเนื่องในจังหวัดยะลา สร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก แต่หลังจากออกคำสั่งได้ไม่ทันข้ามวัน ก็มีคำสั่งยุติ ให้ ผกก.สส.ภ.จ.ยะลา กับรอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา กลับมาทำหน้าที่ยังต้นสังกัดเดิม
ส่วนบรรยากาศการเปิดเทอมวันแรกคึกคัก ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองระดมกำลังคุ้มกันครู – นักเรียน พร้อมตั้งด่านตรวจเข้มทั่วเมือง ขณะที่หน่วยข่าวได้แจ้งเตือนจังหวัดปัตตานี ระวังเกิดเหตุระเบิดซ้ำรอยที่จังหวัดยะลา ล่าสุด ทหารได้นำสุนัขดมกลิ่นปูพรมค้น ๔ จุดย่านเศรษฐกิจควานหาระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่

๑๐. นักท่องเที่ยวสวิสซิ่งกระบะพุ่งชนรถบรรทุกน้ำเสียชีวิต ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุกหกล้อ ที่บริเวณเนินเขากะตะ ถนนปฏัก อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ทำให้นายเพนโซเวคคิโอ เกตาโน นักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า นายเพนโซเวคคิโอ ได้ขับรถกระบะมาจากตำบลป่าตอง มุ่งหน้าสู่ตำบลฉลอง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้ แตะเบรกกะทันหัน ทำให้รถหมุนและพุ่งชนรถน้ำที่ขับสวนเลนมา ทำให้นายเพนโซเวคคิโอ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ขณะนี้ทางตำรวจได้รายงานสถานทูตทราบแล้ว เพื่อติดต่อญาติต่อไป

***********************************
 โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

18/5/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

๑. โครงการวันธรรมดาราคาเดียว@ภาคกลาง / กรุ๊ปทัวร์จีนเที่ยวไทย / ร่วมงาน ATM ๒๐๑๕ ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ ททท. โดยสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ภูมิภาคภาคกลาง ททท. ร่วมกับ เว็บไซต์อโกด้า จัดโครงการวันธรรมดาราคาเดียว@ภาคกลาง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในวันธรรมดา คาดจะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนกว่า ๔๐ ล้านบาท ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ ๙๙๙ บาท เริ่มวันที่ ๑๘ พฤษภาคม – ๓๑ สิงหาคมนี้
ด้านนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา รักษาการผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับ บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส และ Guangzhou Huiyue International Travel Service บริษัทขายตรงอาหารเสริมของจีน ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนจำนวนกว่า ๑.๒ หมื่นคน โดยวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนี้ รักษาการผู้ว่าการ ททท. จะให้การต้อนรับด้วยตัวเอง
และนายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ ผอ.ภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง ททท. นำผู้ประกอบการท่องเที่ยว ๕๙ ราย เข้าร่วมงาน Arabian Travel Market ๒๐๑๕ ที่เมืองดูไบ เป็นการเจรจาขยายธุรกิจการท่องเที่ยว ที่คาดว่าไทยจะเป็นตลาดการท่องเที่ยวทางการแพทย์ รักษาสุขภาพและความงามที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มีมากถึง ๔๘ ล้านคน

๒. สรรหาผู้ว่าการ ททท. แนวหน้า (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลแนวหน้า โดย คชสีห์ กล่าวถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่ล่าสุดได้ประกาศเปิดรับสมัครอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคม - ๕ มิถุนายนนี้ และรอบนี้ก็มีเหตุการณ์แปร่งๆ เกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการสรรหาปรับลดสเปกผู้สมัครลงครึ่งหนึ่งในทุกอาชีพ จนมีเสียงร่ำลือกันว่า การปรับลด สเปกครั้งนี้ทำให้รองผู้ว่าการ ททท. คนหนึ่งมีสิทธิ์สมัครได้ เพราะเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งครบ ๖ เดือนพอดี ต่อเรื่องดังกล่าว “คชสีห์” เสนอว่า หากคณะกรรมการสรรหาและบอร์ด ททท. ตั้งใจจะเอาแต่คนในเป็นผู้ว่าการ ททท. ก็ประกาศออกมาเลย ไม่ต้องเปิดรับสมัครคนนอกให้เสียเวลา และเสียกำลังใจกันเหมือนเช่น ๒ ครั้งที่ผ่านมา ที่คนในสู้คนนอกไม่ได้ เลยหาเรื่องล้มการสรรหาซะ

๓. ทัวร์จีนลุยโลก ๑๐๐ ล้านคน ปารีสปิดห้องให้ช็อป ไทยรัฐ (หน้า ๕)



คอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ กล่าวถึงกระแสการเดินทางท่องเที่ยว

ต่างประเทศของนักท่องเที่ยวจีน โดยล่าสุด ททท. กำลังตื่นเต้นกับทัวร์จีนชุดใหญ่ ๑๒,๐๐๐ คน จากบริษัทขายตรงในจีน ซึ่งได้รับรางวัลมาเที่ยวเมืองไทยที่กรุงเทพฯ พัทยา ระยอง ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๒๖ พฤษภาคมนี้ โดยต้องใช้เครื่องบินเหมาลำกว่า ๑๐๐ เที่ยวบินในการเดินทาง ใช้โรงแรมที่พัก ๒๔ แห่ง คาดว่าจะมีเงินสะพัดในไทยกว่า ๖๐๐ ล้านบาท ถือเป็นกรุ๊ปท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมี

และก่อนหน้านี้บริษัท เถียน กรุ๊ป บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในจีน ก็ให้รางวัลพนักงาน ๖.๔ พันคน บินไปเที่ยวฝรั่งเศส ๓ คืน ๔ วัน โดยใช้เครื่องบิน ๘๔ ลำ ซึ่งแม้นักท่องเที่ยวจีนจะไม่ค่อยมีมารยาท ไปเที่ยวที่ไหนก็ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย จนนักท่องเที่ยวทั่วไปรู้สึกรำคาญ แต่การท่องเที่ยวและร้านค้าในฝรั่งเศสก็ยินดีต้อนรับ เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็น “นักท่องเที่ยวจีนระดับบน” ที่มีกำลังซื้อสูง โดย ห้างดัง “แกเลอรี ลาฟาแยตต์” ถึงกับปิดห้างให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ช็อปปิ้ง รวมถึงการท่องเที่ยวฝรั่งเศสได้เปิด “พิพิธภัณฑ์ลูฟร์” ให้เข้าชมเป็นการเฉพาะ และปิดหอประชุมคอนเสิร์ต เพื่อให้ชมการแสดงคาบาเรต์ที่โด่งดังจากมูแรงรูจ ฝรั่งเศส คาดว่ากำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้จะมียอดสูงถึง ๗๖๐ ล้านบาท

ผู้เขียนมองว่า นักท่องเที่ยวจีนระดับบนที่มีเงินใช้จ่ายในการช็อปปิ้ง ชมการแสดง ก็น่าจะต้อนรับอย่างที่ฝรั่งเศสต้อนรับ แต่นักท่องเที่ยวจีนศูนย์เหรียญที่มาเต็มเมืองไทย นอนโรงแรมถูกๆ กินโต๊ะจีนถูกๆ และทำลายทรัพยากรธรรมชาติอันสวยงามของไทย จากความไม่มีมารยาทในการท่องเที่ยว ทาง ททท. น่าจะมีการจำกัดจำนวนท่องเที่ยวในแหล่งทรัพยากรอันหาค่ามิได้ ไม่ให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเกินไปในแต่ละวัน ไม่ใช่ปล่อยให้เดินกันเต็มเกาะ จนทำลายแหล่งท่องเที่ยวของไทย

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของ Bank of America Merrill Lynch ถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในปี ๒๐๑๓ พบว่า นักท่องเที่ยวจีนมีการใช้จ่ายเป็นอันดับ ๑ ของโลก มูลค่ากว่า ๑๒๘,๙๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึง ๒๖% ของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และนิยมไปเที่ยวฮ่องกง มากที่สุด รองลงมาคือ มาเก๊า และไทย โดยมีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวเมืองไทยกว่า ๔.๖ ล้านคน

อย่างไรก็ตาม จะชอบหรือไม่ชอบ ในอนาคตนักท่องเที่ยวจีนก็ยังเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก จากจำนวนชนชั้นกลางในจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลายร้อยล้านคน ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะสามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงามของไทยในวันนี้ให้ยั่งยืนได้หรือไม่ ไม่ใช่คิดแต่จะหารายได้จากการท่องเที่ยวในวันนี้อย่างเดียว แต่ไม่คิดถึงอนาคตของแหล่งท่องเที่ยวไทย









๔. ‘กอบกาญจน์’ กล่อมทูต ๓๐ ชาติ / ชี้เชื่อมั่นเที่ยวไทยปลอดภัย / ชง ครม.สัญจรเมืองต้องห้าม

เดลินิวส์ (หน้า ๖)



นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคมนี้ กระทรวงฯ จะเชิญทูตต่างชาติประจำประเทศไทยกว่า ๓๐ ประเทศ มาหารือถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ อาทิ ภูเก็ต พัทยา รวมทั้งจะชี้แจงสถานการณ์การเมืองโดยรวม และเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลัง คสช. ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึก ให้คณะทูตได้รับฟังข้อเท็จจริง รวมถึงแนวนโยบายของรัฐบาลในการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

พร้อมยอมรับ ขณะนี้มีทูตหลายประเทศยังไม่มั่นใจสถานการณ์ในไทย รวมถึงกระแสการท่องเที่ยวในไทยว่าเป็นอย่างไร โดยเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เชื่อการชี้แจงดังกล่าวจะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

นอกจากนี้ เตรียมเสนอให้นายรัฐมนตรี จัดประชุม ครม.สัญจร ในจังหวัดในโครงการ

๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการหันมาจัดประชุมสัมมนาตามต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่น เบื้องต้นมองว่าจะนำร่องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเมืองแรก เพราะมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภครองรับ

ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย ๙๒๙,๔๓๓ คน เพิ่มขึ้น ๒๔.๓% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดย ๒ ตลาดหลัก ได้แก่ จีน มาเลเซีย ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๗ – ปัจจุบัน มีรายได้รวมแล้วกว่า ๙ แสน ล้านบาท เติบโต ๑๘.๒๕% และจากการสำรวจอัตราการเข้าพักในจังหวัดต่างๆ อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ตพัทยา เชียงใหม่ กระบี่ และสมุย พบว่าภาพรวมในเดือนมีนาคม ๒๕๕๘ มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยถึง ๗๗% โดยเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ มีอัตราเข้าพักขยายตัวสูงสุด ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวใน ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ในเดือนพฤษภาคม พบว่า จังหวัดตรัง และตราด มีอัตราเข้าพักสูงสุด



๕. ปั้นขายส่งเที่ยวในประเทศ

โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๘)



หนุ่มสาวทัวร์ เปิดตัว “อีซี่ วาเคชั่น” บริษัทนำเที่ยวในเครือที่ทำธุรกิจขายส่ง (โฮลเซล) แพ็กเกจเที่ยวในประเทศให้กับบริษัทนำเที่ยวรายอื่นนำไปขาย โดยหวังว่าการที่รัฐบาลขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจให้จัดดูงานในประเทศ จะช่วยให้อีซี่ วาเคชั่น เติบโตได้ดี ตั้งเป้า ปีนี้จะมีแอ็กทีฟ เมมเบอร์ ๑๐๐ – ๑๒๐ ราย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยปัจจุบันมีบริษัท นำเที่ยวที่เข้ามาเป็นสมาชิกแล้วกว่า ๓๐ ราย ส่วนเดือนพฤษภาคม มีแผนจะนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวในประเทศผ่านอีซี่ วาเคชั่น ๑๐ เส้นทาง



๖. คลังเสนอนายกฯ เพิ่มเงินลดหย่อน ‘ภาษีท่องเที่ยว’

กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๗. คลังดัน ‘ลดภาษีเที่ยว’ ชงรื้อโครงสร้างเงิน ขรก.

มติชนรายวัน (หน้า ๑)



ปลัดกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี ปรับเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศ จาก ๑.๕ หมื่นบาทต่อปี เป็น ๓ หมื่นบาทต่อปี พร้อมหารือสมาคมธนาคารไทย และธนาคารกรุงเทพ หามาตรการช่วยสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี



๘. แอร์ไลน์ลงขันแก้ห้ามบิน

โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)



๔ สายการบิน ได้แก่ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย บางกอก แอร์เวย์ส และนกแอร์ ร่วมกันลงขันเป็นเงิน ๑๗ ล้านบาท ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ๔ – ๕ คน มาช่วยกรมการบินพลเรือน (บพ.) จัดทำคู่มือ และเช็กลิสต์ในการตรวจสอบสายการบิน ๑๖ แห่งที่มีการปฏิบัติการบินจริง พร้อมกันนี้สายการบินใหญ่ๆ ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญและนักบินเข้าฝึกบรมเพื่อเป็นผู้ตรวจสอบการออกใบรับรองเดินอากาศใหม่ เมื่อรวมกับเจ้าหน้าที่ บพ. ๑๓ คน จะทำให้มีเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจสอบสายการบินต่างๆ กว่า ๖๐ คน และทุกคนเข้ารับการอบรมเสร็จแล้วเมื่อวันที่ ๔ – ๑๕ พฤษภาคม ที่ผ่านมา



๙. ขับรถเที่ยวเออีซีต้องมีเอกสารครบ

ไทยรัฐ (หน้า ๕)



นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความ ในสังคมออนไลน์ว่า พาสปอร์ตรถยนต์สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในกลุ่มประเทศอาเซียน ๗ ประเทศ โดย ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตใดๆ เพิ่มเติม โดยยืนยัน กรณีจะนำรถออกไปใช้นอกประเทศ เจ้าของรถต้องดำเนินการทางทะเบียนรถให้ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการออกเอกสารและเครื่องหมายกำกับรถเพื่อนำไปใช้ระหว่างประเทศ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเงื่อนไขการนำรถเข้าประเทศ ซึ่งอาจมีเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องแสดงเป็นการเฉพาะ อาทิ ประกันภัยของประเทศนั้นๆ



๑๐. ไล่ล่า ๒ โจรกรุงชิงทรัพย์รัสเซีย

ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)



เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุ ๒ วัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ชิงทรัพย์และทำร้ายหญิงชาวรัสเซียได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณทางเข้าสถานีรถไฟคลองตัน ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้เสียหายกำลังเดินมาตามถนนเพชรบุรี มีคนร้าย ๒ คนขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาชิงทรัพย์ แต่ผู้เสียหายขัดขืนจึงถูกทำร้าย โดยบริเวณไหล่ซ้ายและแขนทั้ง ๒ ข้างมีบาดแผลลักษณะถูกของมีคมบาดเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี



๑๑. ชนดับ

ข่าวสด (หน้า ๑)



ภาพข่าว : รถยนต์ของนายอเนก โพธิ์แก้ว พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายคริสเตียน บูรนี ชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต และลากศพไปกว่า ๕๐ เมตร อ้างผู้เสียชีวิตขี่รถตัดหน้ากระชั้นชิด ระหว่าง กลับรถบริเวณปากซอยสุขุมวิท – พัทยา ๕๔ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี



-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘

๑. จัดไทยเฟสติวัลที่โตเกียวคึกคัก ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลไทย หรือไทยเฟสติวัล ที่สวนสาธารณะโยโดยหงิ เขตชิบุยะ ใจกลางกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว นายยาซุฮิชะ ชิโอซากิ รมว.สาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น และนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา รักษาการผู้ว่าการ ททท. ร่วมงาน พร้อมด้วยนางสาวไทยประจำปี ๒๕๕๗ และรองอันดับ ๑ และ ๒ ไปทำหน้าที่ทูตการท่องเที่ยว ทูตวัฒนธรรม และทูตการค้า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นางจุฑาพร เผย ททท.สนง.โตเกียว มาจัดบูธส่งเสริมการท่องเที่ยวในงานเหมือนเช่นทุกปี โดยปีนี้เน้นการท่องเที่ยววิถีไทยตามนโยบายของรัฐบาล และนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ เชื่อจะดึงดูดชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยมากขึ้น
ด้านนายภควัต ตันสกุล อัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เผย สถานทูตได้จัดการแสดงด้านวัฒนธรรมและความบันเทิงมากมาย รวมถึงมีศิลปินชื่อดัง อาทิ บานเย็น รากแก่น ศิลปินเดอะสตาร์ ศิลปินค่ายอาร์สยาม ฯลฯ มาร่วมงาน โดยงานจะจัดถึงวันที่ ๑๗ พฤษภาคมนี้ คาดว่าจะมีคนมาร่วมงานไม่ต่ำกว่า ๔ แสนคน

๒. ททท. จับมือ ปตท. จัดกอล์ฟราคาถูก แนวหน้า (หน้า ๗)

๓. อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ – พีทีที เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

๔. อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ – พีทีที เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ไทยโพสต์ (หน้า ๑๒)

นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. ร่วมกับ ปตท. และ บจก.ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จัดการแข่งขันอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ – พีทีที เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ๒๐๑๕ ต่อเนื่องเป็นปีที่ ๗ โดยปีนี้จัดทั้งหมด ๕ สนาม เริ่มสนามแรกวันที่ ๒๒ พฤษภาคมนี้ ที่สนาม คัสดาต้า กอล์ฟคลับ จังหวัดปทุมธานี เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ค่าสมัคร ๙๙๙ บาท (กรีนฟี – แคดดี้ – อาหารงานเลี้ยง – ของที่ระลึก) ผู้ชนะเลิศและ รองอันดับ ๑ จะได้รับถ้วยเกียรติยศ และยังได้ลุ้นรางวัลจับสลากอีกมากมาย

๕. หลงรักประเทศไทย...เที่ยวไปกับ ‘Check Book’ คม ชัด ลึก (หน้า ๒๐)

คอลัมน์อมหมึก – เคี้ยวกระดาษ นำเสนอรายละเอียดหนังสือ Check Book ของ ททท. ซึ่งได้มีการจัดงานเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ จัดทำโดย กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว เพื่อต้องการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่แบบ man made หรือที่มนุษย์สร้างขึ้น ภายในเล่มจะเป็นการแนะนำสถานท่องเที่ยว มุมถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์หรือโดดเด่น ข้อมูลหรือเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ ฯลฯ จัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย จำนวน ๓ พันเล่ม สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท.

๖. กระตุ้นตลาดออนไลน์ ‘เที่ยววันธรรมดาราคาเดียว’ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๗)

นายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ภูมิภาคภาคกลาง ททท. เผย ททท.ภาคกลาง ร่วมกับ เว็บไซต์ อโกด้า จัดโครงการ “วันธรรมดาราคาเดียว@ภาคกลาง : Weekday one Price” เพื่อกระตุ้นการเดินทางในวันธรรมดา โดยจัดโปรโมชั่นผ่าน www.agoda.co.th/tat มีโรงแรม ที่พักระดับ ๓ – ๕ ดาวในพื้นที่ภาคกลางกว่า ๒๐๐ แห่ง ร่วมให้โปรโมชั่นพิเศษสำหรับวันจันทร์ - พฤหัสบดี แบ่งราคาที่พักออกเป็น ๓ ระดับคือ ๓ ดาว ๙๙๙ บาท ๔ ดาว ๒,๙๙๙ บาท และ ๕ ดาว ๓,๙๙๙ บาท คาดจะมีเงินหมุนเวียนในงานกว่า ๔๐ ล้านบาท

๗. เงินหยวนสะพัดไทย / ทัวร์จีนปิด ๒๐ โรงแรมหรูนั่งบินไทย ๑๐๐ ไฟลต์ / ๑๓ – ๓๑ พ.ค.พัทยารับพัน ล. / ททท. คาดโตต่อเนื่องทะลุ ๖ ล้านคนตลอดปี ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑)

๘. เงินสะพัด...ทัวร์จีนบูม โหมจุดพลุตลาด ‘อินเซนทีฟกรุ๊ป’ ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๑)

ตลาดทัวร์จีนมาเที่ยวไทยยังมาแรง ททท. คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีทัวร์จีนมาเที่ยวไทยกว่า ๖ ล้านคน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ ๕.๔ ล้านคน เนื่องจากมีการเติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ล่าสุด Infinitus (China) Company Ltd. บริษัทขายตรงรายใหญ่ของจีนได้จัดอินเซนทีฟ พาพนักงาน ๑๒.๗ หมื่นคน มาท่องเที่ยวไทยระหว่างวันที่ ๑๐ – ๒๖ พฤษภาคมนี้ โดยจะเที่ยวในกรุงเทพฯ และพัทยา พักโรงแรม ๔ – ๕ ดาว ไม่ต่ำกว่า ๒๐ แห่ง และใช้เครื่องบินของสายการบินไทยรวมกว่า ๑๐๐ เที่ยวบิน คาดจะมีเงินหมุนเวียนในช่วงดังกล่าว ๖๐๐ ล้านบาท และคาดว่าในปีหน้าจะเดินทางมาถึง ๒.๒ หมื่นคน ซึ่งไทยได้เตรียมต้อนรับเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์จีนมาถ่ายทำในไทยถึง ๓ เรื่อง ได้แก่ เรื่องไชน่า ทาวน์ ดีแท็กทีฟ หรือนักสืบไชน่าทาวน์ ซึ่งกำลังถ่ายทำอยู่ที่เยาวราช เรื่องลาลา โก ซึ่งเป็นแนวสืบสวนสอบสวน และเรื่องหัวใจผู้ชนะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับมวยไทย คาดหากภาพยนตร์ดังกล่าวนำออกฉาย ไทยจะได้รับความนิยมมากขึ้น

๙. ๑๒ เมืองต้องห้าม ? เดลินิวส์ (หน้า ๑๓)

คอลัมน์คำตอบจากคนชอบเที่ยว โดย บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ กล่าวถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในอดีตที่ผ่านมา พร้อมกล่าวถึงแคมเปญโฆษณา สร้างกระแส “๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด” ของ ททท. โดยผู้เขียนเชื่อว่าการปั้นจุดขายนี้ น่าจะเป็นความคิดของบริษัทที่มารับงานเป็นคนคิด โดยอาศัยแนวคิดเหมือนการขายสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามร้านหรือตามห้าง มากกว่าการขายแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีความละเอียดอ่อนและเปราะบางในหลายๆ ด้าน
โดยมีการทุ่มโฆษณาผ่านสื่ออย่างกว้างขวาง ทั้งโฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ ด้วยเม็ดเงินจำนวนมากเพื่อขายสินค้าเพียง ๑๒ แห่ง แล้วสร้างแรงจูงใจแบบแรงๆ ว่า “ห้ามพลาด” โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของคนที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกร่วม ๒ หมื่นแห่ง ที่อยากให้ ททท. ทุ่มเงินทำตลาดให้เหมือนกับ ๑๒ เมืองที่ห้ามพลาดด้วย อีกทั้ง ๑๒ เมืองที่เลือกขึ้นมา ก็มีบางแห่งถูกนำมาใช้กันนาน จนเสื่อมโทรมไปมาก แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อให้กระทบกระเทือนใจคนเป็นเจ้าของ เหมือนเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว ๒ หมื่นแห่ง ที่ถูกหมางเมินเพราะการทำตลาดแบบ “พลาด” ซึ่ง ททท. ชี้นำเสียเองในทางอ้อมว่า “พลาดได้”
พร้อมชี้แนะว่า วิธีคิดเช่นนี้ ก็ควรจะมีคำตอบให้ชัดเจนด้วยว่า บรรดาแหล่งท่องเที่ยวที่เคยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม กับที่จะมีการมอบกันในเร็วๆ นี้ พวกนี้จัดอยู่ในเกณฑ์ “พลาดได้” หรือไม่ สินค้าที่ถูกจัดอยู่ในเส้นทางแห่งความฝัน กระทั่งเส้นทางแห่งดอกไม้ที่กำลังขายกันในปีนี้ก็จัดอยู่ในกลุ่ม “พลาดได้” อีกเช่นกันหรือไม่ อยากให้มีการทบทวนดูอีกที

๑๐. การสรรหาเอ็มดีอีลิทการ์ดคึกคัก / งาน ATM ที่ดูไบ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกะเหรี่ยง กล่าวถึงการเร่งสรรหาเอ็มดีทีพีซีว่า คึกคักมากจนกรรมการสัมภาษณ์กันเมื่อย อีกทั้งยังมีนักธุรกิจจีน ๕๐ คน เตรียมซื้อบัตรใบละ ๒ ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณดีสำหรับอีลิทการ์ด ส่วนพฤทธิ์ บุปผาคำ อดีตผู้บริหารการบินไทย จะเข้ารอบหรือไม่ ลุ้นเดือนหน้ามีคำตอบ
ส่วนการเดินทางไปร่วมงานเอทีเอ็ม ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีฮิดเดนอาเจนดาอยู่ตรงที่ไปเจรจากับรีด เอ็กซิบิชั่น เรื่องการจัดงาน WTM ASIA ในไทย ที่สุดท้ายเดินคนละทาง เพราะติดเงื่อนไข ททท. มีงาน TTM ที่ติดตลาดอยู่แล้ว กลัวซ้ำซ้อน

๑๑. การท่องเที่ยวและกีฬาสะเทือน ! รมว.น้องต้องหาคนทำงานแทน แนวหน้า (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเร่งหาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากทั้งในกระทรวงหรือนอกกระทรวงที่เหมาะสม มาทำหน้าที่แทนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวง ที่ถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรีรวม ๔ ตำแหน่ง เพื่อรอผลการสอบสวน ประกอบด้วย นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ดร.พัฒนาชาติ กฤติบวร อธิบดีกรมพลศึกษา และ ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา คาดว่าการแต่งตั้งข้าราชการมาทำงานแทน น่าจะมีการนำเสนอเข้าสู่ ครม. ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนี้

๑๒. หวั่นโรฮีนจากระทบ ‘ท่องเที่ยว – ลงทุน’ ระนอง ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๙)

ภาคเอกชนในจังหวัดระนอง หวั่นปัญหาโรฮีนจาจะกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว จนถึงอาจ ทำให้นักลงทุนที่จะลงทุนธุรกิจรับเออีซีบางราย ตัดสินใจชะลอการลงทุน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สั่งตรวจสอบผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในพื้นที่ พร้อมย้ำทุกหน่วยงานเรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

๑๓. จี้ภาครัฐเร่งเยียวยาระเบิดยะลา กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๔. ใต้ป่วนยะลา ! บึมอีกร้านค้าไฟไหม้วอด ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ยังคงเกิดเหตุระเบิดในจังหวัดยะลาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดขึ้น ๓ จุด จุดแรกเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ที่ร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ ถนนสิโรรส เจ้าหน้าที่ ได้ระดมรถดับเพลิง ๑๐ คันฉีดน้ำ เพื่อป้องกันเพลิงลุกลาม โดยมีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ๓ คูหา แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการสอบสวนคาดว่าคนร้ายน่าจะนำระเบิดขนาดเล็กบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงแอบเข้าไปซุกซ่อนไว้ในร้าน หวังให้เกิดเพลิงไหม้ จุดที่ ๒ ได้เกิดระเบิดที่บริเวณบ้านต้นไม้ ตลาดเมืองใหม่ยะลา แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และจุดสุดท้ายเกิดเหตุระเบิดที่ร้านของเด็กเล่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๑ ราย และร้านค้าพังเสียหาย
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ชี้ เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากกลุ่มป่วนเมือง ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย และลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เชื่อไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เผย ทางเจ้าหน้าที่พอจะมีข่าวอยู่แล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้มีปัญหาชาวโรฮีนจาแทรกซ้อนเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงทุ่มเทไปกับเรื่องนี้ จึงอาจมีช่องโหว่ให้กลุ่มที่ต้องการสร้างความไม่สงบหรือเรียกร้องความสนใจ สร้างความปั่นป่วน
ด้านหอการค้าจังหวัดยะลา เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระบิด เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมเตรียมเชิญผู้ประกอบการค้าในพื้นที่มาแสดงความคิดเห็น เพื่อเสนอภาครัฐดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนที่อำเภอ สุไหงโก – ลก จังหวัดนราธิวาส ได้ปรับแผนรักษาความปลอดภัย และที่จังหวัดปัตตานี ได้เตรียมพร้อมรับมือแผนป่วนเมือง

๑๕. ท่องเที่ยวนราธิวาสไม่กระทบ / นักท่องเที่ยวแห่เข้าหาดใหญ่ มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นายอาหมาน หมัดอะดัม ผอ.ททท.สนง.นราธิวาส เผย กลุ่มทัวร์ชาวไทยมุสลิมจากต่างภูมิภาค ที่มีแผนจะเข้ามาท่องเที่ยวใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันจะเข้ามาตามแผนเดิมช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๘ กว่า ๒๐๐ คน และจะเข้ามาในช่วงการเฉลิมฉลอง ๑๐๐ ปีนราธิวาส อีกกว่า ๕๐๐ คน โดยภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ยังสามารถขายแพ็กทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ตลอดทั้งปี ขณะที่ภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะเมืองชายแดนอย่างอำเภอสุไหงโก- ลก จังหวัดนราธิวาส ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
นายแสงทอง ปรีชาวุฒิเดช ประธานชมรมโรงแรมสุโหงโก – ลก ระบุ เหตุระเบิดที่จังหวัดยะลา ไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อำเภอสุไหงโก – ลก เนื่องจากผ่านพ้นการจัดงานสมโภชเจ้าแม่โต๊ะโมะ งานใหญ่ประจำปีของพื้นที่ไปแล้ว และในวันที่ ๑๗ พฤษภาคมนี้ จะมีการแข่งขันขี่จักรยานรวมใจน้อมเกล้า ๖๐ พรรษา โก – ลกชวนปั่นท่อง ๒ ประเทศ ซึ่งจะมีนักปั่นจากมาเลเซียและสิงคโปร์ร่วมแข่งขัน และมีการจองห้องพักในพื้นที่ ต่างยืนยัน จะเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนเดิม
ส่วนบรรยากาศที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงจลา ยังคงมีนักทองเที่ยวมาเลเซีย และสิงคโปร์ เข้ามาเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์อย่างคึกคัก ด้าน ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้จัดกำลังชุดสายตรวจออกลาดตระเวนย่านการค้า การท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่ ให้มีความถี่เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการตั้งจุดตรวจความมั่นคงและจุดตรวจลอย เน้นเส้นทางขาเข้าพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๓๐ จุดในแต่ละวัน

------------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘

๑. ตามไปดูไทยแลนด์ อคาเดมี ผ้าไทยกับดีไซเนอร์ต่างชาติ คม ชัด ลึก (หน้า ๘)

คอลัมน์ตะลอน...ตะลอน โดย สาธิตา โสรัสสะ นำเสนอรายละเอียด พร้อมรายงานบรรยากาศการทำกิจกรรมโครงการ Thailand Academy ปีที่ ๓ โดยนำกลุ่มนักออกแบบแฟชั่น เยาวชนนักศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่น ๓๖ คน ที่ ททท.สนง.ต่างประเทศคัดเลือกมา ท่องเที่ยวตามเส้นทางผ้าไทย ๓ เส้นทาง ได้แก่ แพร่ – น่าน สุรินทร์ – บุรีรัมย์ และนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๑๘ – ๒๓ เมษายน ที่ผ่านมา

๒. บุกเส้นทางฟูจิเมืองไทย สีสันใหม่เมืองเลย พิชิตภูป่าเปาะ ๗๐ กิโลเมตร ๗ มิ.ย.นี้ นักปั่นห้ามพลาด ! ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดการแข่งขันจักรยานทัวร์ออฟอีสาน เลย คลาสสิก “Tour of I-San Loei Classic” ร่วมพิชิตภูป่าเปาะ จังหวัดเลย ในวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๘ หนึ่งใน ๕ เส้นทางปั่นจักรยานภายใต้โครงการ TOUR OF ISAN ๕ จังหวัด ๕ ความสนุก จัดโดย ททท. ร่วมกับ จังหวัดเลย บริษัท Life and Living Bikenet และสายการบินนกแอร์

๓. พัทยาดี๊ด๊ารับทัพทัวร์จีน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๔. รายได้พุ่ง เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๕. พ.ค.นักท่องเที่ยวเพิ่ม ๒๔% โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

๖. ส่งออกส่อติดลบ ฟุ้งท่องเที่ยว พ.ค.เข้าไทยล้านคน ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุดระหว่างวันที่ ๑ – ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทย ๙๒๙,๔๓๓ คน เพิ่มขึ้น ๒๔.๓% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดย ๒ ตลาดหลัก ได้แก่ จีน มาเลเซีย ในรอบ ๗ เดือนที่ผ่านมา มีรายได้รวมแล้ว ๙๐๕,๐๐๐ ล้านบาท เติบโต ๑๘.๒๕% และจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการในพัทยาทราบว่า ได้นักท่องเที่ยวไทยมาช่วยทดแทนนักท่องเที่ยวรัสเซียที่หายไป ๑ ล้านคน และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง จึงรู้สึกดีใจมากที่คนไทยเที่ยวไทย
ด้านนายสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคตะวันออก) ระบุ เริ่มเห็นการฟื้นตัวของตลาดคนไทย แต่ยังมีความผันผวนสูง โดยสัดส่วนของคนไทยและต่างชาติยังอยู่ที่ ๕๐ : ๕๐ อีกทั้งในสัปดาห์นี้ มีกลุ่ม บจก.อินฟินิตุส ไชน่า ซึ่งเป็นบริษัทขายตรงจากจีน จัดกรุ๊ปมาเที่ยวไทยกว่า ๑๒.๗ หมื่นคน และทยอยเข้ามาพัทยา ช่วยสร้างรายได้แก่พัทยากว่า ๖๐๐ ล้านบาท พร้อมคาดว่าหากในปีนี้ได้ลูกค้าจากจีนและคนไทยเข้ามาเสริม ก็จะช่วยทำให้รายได้ของโรงแรมในพัทยาดีขึ้น แต่ยังคงลดลงราว ๓๐% เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๖

๗. อภิมหากรุ๊ปทัวร์จีนบุกฝรั่งเศส – ไทย ไทยรัฐ (หน้า ๘)

คอลัมน์เศรษฐกิจโลกรอบสัปดาห์ : สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการฝรั่งเศสได้เตรียมการต้อนรับกรุ๊ปทัวร์จีน ๖.๔ พันคน ที่ทางบริษัท เทียนส์กรุ๊ป จากจีน ได้ให้รางวัลพนักงานพามาเที่ยวฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ ๕ – ๑๓ พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ขณะที่แอตต้าระบุ บจก.อินฟินิตัส โอเวอร์ซี เทรนนิ่ง บริษัทขายตรงรายใหญ่ของจีน ได้ให้รางวัลพนักงาน ๑๒.๗ หมื่นคนมาท่องเที่ยวไทย โดยทยอยเข้ามา ๔ กลุ่มๆ ละ ๓ พันคน ตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ที่ผ่านมา และเลือกพักเฉพาะโรงแรมระดับ ๔ – ๕ ดาวเท่านั้น

๘. ขอเวลา ไทยรัฐ (หน้า ๘)

คอลัมน์ข่าวสั้นเศรษฐกิจ : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลกรณีจัดซื้อเครื่องนันทนาการและอุปกรณ์การออกกำลังกาย ของกรมการท่องเที่ยว และกรมพลศึกษา ซึ่งได้ถูก ป.ป.ท. ตรวจสอบ เพื่อส่งให้ ป.ป.ช. และดีเอสไอตรวจสอบประเด็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) คาดว่าจะสรุปในอีก ๒ สัปดาห์ข้างหน้า

๙. ฟัน ๔๕ ‘บิ๊ก ขรก. – เจ้าหน้าที่รัฐ’ ‘ประยุทธ์’ งัดมาตรา ๔๔ สั่งพักงาน ๕ กลุ่มเอี่ยวทุจริต กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๐. งัด ม.๔๔ เชือดปลัดท่องเที่ยว ผู้ว่าฯ ดังยัน อบต. ‘๔๕ ตำแหน่ง’ รวด บัญชีดำลอตแรก เดลินิวส์ (หน้า ๑)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา ๔๔ สั่งพักงานชั่วคราวข้าราชการในหลายกระทรวง และนักการเมืองท้องถิ่น รวม ๔๕ ราย ที่พัวพันทุจริต ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๔ ราย ได้แก่ นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายพัฒนาชาติ กฤติบวร อธิบดีกรมพลศึกษา และนายนิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา เผย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับกับการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมเปิดตำแหน่งชั่วคราวสำนักนายกรัฐมนตรีอีก ๑๐๐ อัตรา รองรับการประกาศเพิ่ม

๑๑. “อาคม” ตะลุยผุด ๑๐ ท่าเทียบเรือยอชต์ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๒. ผุด ๑๐ ท่าเรือยอชต์ใหม่ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม เผย ได้สั่งให้กรมเจ้าท่าเร่งจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับมหกรรมเรือยอชต์ หรือยอชต์โชว์ ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะจัดในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ – กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ รวมทั้งเร่งสรุปยุทธศาสตร์การส่งเสริมธุรกิจท่าเทียบเรือสำราญ (มารีน่า) เพื่อพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางมารีน่าของอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า เผย ในอนาคตกรมฯ มีแผนจะเปิดท่าเทียบเรือสำราญใหม่อีก ๑๐ แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ ๑๑ แห่ง โดยจะเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนา และภาครัฐจะมีการส่งเสริมด้วยการให้สิทธิพิเศษด้านการลงทุน รวมถึงกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ อาทิ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นต้น ขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่อยู่

๑๓. เศรษฐกิจจีนทรุดพาไทยระส่ำ / ธปท.ย้ำ “อาเซียน” ยังไม่เกิด “สงครามค่าเงิน” ไทยรัฐ (หน้า ๘)

ธปท. ประเมินเศรษฐกิจจีนชะลอตัว กระทบส่งออกไทยระยะยาว ชี้ ๓ เดือนแรกการส่งออกไทยไปจีนติดลบ ๑๔.๔ % ส่งผลให้ส่งออกไปอาเซียนชะลอตัวตาม ส่วนการท่องเที่ยวจีนมาไทยยังสดใส นักท่องเที่ยวจีนยังเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของไทย แต่ไทยต้องรักษาส่วนนี้ไว้ให้ดีเพื่อทดแทนการส่งออกที่ชะลอตัว และต้องเร่งปรับตัวรับมือ เพราะเศรษฐกิจโลกมีแววชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางในอาเซียน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออกเป็นหลัก ธปท.มองว่า ยังไม่ใช่ “สงครามค่าเงิน” ครั้งใหม่

๑๔. บึ้มป่วนยะลาซ้ำ ๔ จุด / สั่งคุมเข้ม ‘ปัตตานี – นราธิวาส’ หวั่นลุกลาม กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๑๕. โจรใต้ซ่าหนักป่วนต่อเนื่อง ผบ.ทบ.เดือด ประกาศกร้าวต้องไม่เกิดอีก ไทยรัฐ (หน้า ๑๖)

ยังคงเกิดเหตุระเบิดในจังหวัดยะลาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดระเบิดขึ้น ๔ จุด เริ่มจากเวลา ๐๖.๕๐ น. เกิดระเบิดขึ้นที่บ้านเลขที่ ๖๔/๑ ถนนเนินหูกวาง และบ้านเลขที่ ๔๙/๖๓ หมู่ ๔ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา เวลา ๐๗.๓๐ น. เกิดระเบิดภายใน ร้านขายของชำเลขที่ ๙๐/๕๑ ถนนผังเมือง ๔ ซอย ๑๒ เวลา ๐๗.๓๓ น. เกิดระเบิดที่บริเวณสามแยกอนามัยสะเตงนอก และเวลา ๑๓.๐๐ น. เกิดระเบิดที่ร้านขายขนมเปี๊ยะ “กัวเซ่งเฮง” ตึกแถวเลขที่ ๖๑๗ ถนนสิโรรส อำเภอเมือง มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม ๒ คน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่า คนร้ายต้องการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อภาครัฐ และเป็นการท้าทายเจ้าหน้าที่ที่มีกำลังอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงตรวจสอบข้อมูลพบว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ เป็นแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่เพิ่งจบการฝึกในขบวนการอาร์เคเค ออกปฏิบัติการก่อเหตุเพื่อทดสอบสภาพจิตใจและความกล้า และหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจการค้า แหล่งชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว ได้เพิ่มความเข้มในมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทั้งการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตามถนนสายต่างๆ รวมทั้งตรวจค้นเป้าหมายที่คาดว่าเป็นแหล่งกบดานของแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุ
โฆษก กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า เผย เหตุการณ์ครั้งนี้ กลุ่มขบวนการจะสร้างสถานการณ์ก่อกวนให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว และทำลายภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจโดยไม่คำนึงถึงเป้าหมาย สมควรต้องได้รับการประณามจากทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง
ด้านผู้บัญชาการทหารบก / รอง ผอ.รมน. ได้กำชับให้ กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้าเร่งคลี่คลายสถานการณ์ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รวบรวมพยานหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติด้วย
ความระมัดระวัง และเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด ยืนยัน เจ้าหน้าที่ยังแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีและบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม โดยไม่มีการประกาศใช้เคอร์ฟิวแต่อย่างใด ส่วนที่จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงสุดอีกครั้งในพื้นที่เสี่ยง ๗ อำเภอ ได้แก่ อำเภอจะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนเชื่อมต่อกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเมืองเศรษฐกิจ อ.เมืองสงขลา หาดใหญ่ และสะเดา ทั้งการตั้งด่านตรวจบนถนนสายหลักและสายรอง
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับให้หาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ เช่นเดียวกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ที่ระบุว่า รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะหน่วยที่รับผิดชอบรายงานว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่เพราะอะไรจึงเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นอีกในช่วงเช้าวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พร้อมกำชับต้องไม่มีเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

๑๖. ล่าพริตตี้แก้ผ้ากระโดดบันจี้จัมพ์ เดลินิวส์ (หน้า ๙)

๑๗. ผงะบันจี้จัมพ์เปลือย – พริตตี้พิเรนทร์ เป็นสาว ‘ฮ่องกง’ ตร.ปรับเจ้าของ ข่าวสด (หน้า ๑)

ตำรวจเร่งสืบหาตัว “นาตาลี” พริตตี้สาวชื่อดังชาวฮ่องกง อายุ ๑๗ ปี ที่เปลือยกายกระโดด บั้นจี้จัมพ์ ภายใน “เอ็กซ์เซ็นเตอร์” สถานท่องเที่ยวชื่อดัง ตั้งอยู่ริมถนนสายแม่ริม – สะเมิง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ แล้วถ่ายคลิปวิดีโอโปรโมตตัวเองผ่านสังคมออนไลน์ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สร้างความเสื่อมเสียให้กับชาวเชียงใหม่ รวมทั้งนำกำลังเข้าตรวจสอบเอ็กซ์เซ็นเตอร์ พร้อมปรับเจ้าของเป็นเงิน ๑ พันบาท ฐานปล่อยปละละเลยให้กระทำอนาจารในที่สาธารณะ
พล.ต.ต.ประชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค ๕ เผย ได้สั่งให้เจ้าของสถานที่เฝ้าระวังตักเตือนนักท่องเที่ยว ห้ามมีการกระทำอนาจารอย่างนี้อย่างเด็ดขาด ก่อนประสานสถานกงสุลจีนประจำเชียงใหม่ว่ากล่าวตักเตือน ชี้ อาจทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ส่วนนายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการบริหาร สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เผย ทางสภาฯ ได้ประสานตำรวจขอให้ดำเนินคดีในข้อหาอนาจารในที่สาธารณสะ รวมถึงตัวเจ้าของสถานที่ ที่ปล่อยปละละเลยหรือยอมให้ทำ และจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสภาฯ รวมทั้งจะนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้มักจะแอบแฝงทำแบบนี้เพื่อโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวของตนเอง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีเสื่อมเสียต่อจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th