ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

17/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ‘พาต้า’ ชี้เทรนด์ท่องเที่ยว ๕ ปี ตลาดไทยโตเหนือภูมิภาค กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอรายงานการคาดการณ์นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังเอเชียแปซิฟิก ในช่วง ๕ ปี ระหว่างปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑ ของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) โดยยังจัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านการท่องเที่ยวสูงสุด ในอัตราเฉลี่ย ๒๗.๕% ต่อปี และเป็นหนึ่งในประเทศที่ขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ ๖.๒% ต่อปี
โดยปี ๒๕๖๑ คาดว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีนักท่องเที่ยวถึง ๖๖๐ ล้านคน และในอีก ๕ ปีข้างหน้า ไทยจะมีโอกาสจะต้อนรับนักท่องเที่ยวสูงถึง ๗๙.๖ ล้านคน ทำรายได้จากตลาดต่างประเทศ ๕.๕๕ หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ ๔ รองจากจีน อเมริกา และมาเก๊า โดยรัสเซีย ถือเป็นตลาดเป้าหมายที่จะเข้ามาท่องเที่ยว และ ๑ ใน ๓ จุดหมายยอดนิยมที่สุดของรัสเซียคือ ไทย จีน และกัมพูชา และนอกเหนือจากไทยแล้ว ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวในสัดส่วนสูงในอีก ๕ ปีต่อจากนี้คือ มาเลเซีย คาดว่าจะรับชาวต่างชาติถึง ๓๐.๗ ล้านคน สิงคโปร์ ๑๘.๗ ล้านคน อินโดนีเซีย ๑๐.๗ ล้านคน กัมพูชา ๘.๒ ล้านคน และลาว ๗.๒ ล้านคน ขณะที่จีน ยังเป็นแหล่งส่งออกนักท่องเที่ยวให้ประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกมากที่สุด คาดจะสูงถึง ๑๘๑.๖ ล้านคนในปี ๒๕๖๑ และนิยมเดินทางมาไทย และฮ่องกง มากที่สุด เช่นเดียวกับอินเดีย ที่จะเดินทางมาในภูมิภาคถึง ๗.๙ ล้านคนในอีก ๕ ปี และเลือกไทยเป็นจุดหมายที่นิยม คู่กับสิงคโปร์
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ยังคงตั้งเป้าหมายตลาดจีนมาไทยเติบโตถึง ๑๔.๘๙% เป็น ๕.๔ ล้านคน โดยเชื่อว่าเมื่อประเมินปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศที่เคยกังวลก่อนหน้านี้ ไม่น่าจะมีผลต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวมากนัก ประกอบกับการได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งอาจเปลี่ยนจุดหมายจากประเทศเพื่อนบ้านมาไทย ทำให้มั่นใจว่ายังสามารถ “ตีตื้น” ตลาดนี้ขึ้นมาได้ในช่วง ๒ ไตรมาสสุดท้าย เพราะธรรมชาติของตลาดจีน แม้จะอ่อนไหวต่อการเมือง แต่ก็สามารถตัดสินใจกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

๒. สงกรานต์พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ไทยรัฐ (หน้า ๑๒)

คอลัมน์แวดวงรอบกรุง โดย ฤกษ์ฤทธิ์ ระบุว่า น่าดีใจแทนนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ที่การจัดงานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ใน ๑๓ พื้นที่หลักในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมงานจนแน่นขนัด ส่งผลให้มีกระแสเงินจากการจับจ่ายสะพัด ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ซบเซาจากวิกฤติการเมืองได้ช่วงหนึ่ง

๓. เยอรมันเที่ยวไทยแซงจีน คาดปีนี้แตะ ๗.๔๔ แสนคน เดลินิวส์ (หน้า ๗)

น.ส.สุปราณี ป้องปัด ผอ.ททท.สนง.แฟรงก์เฟิร์ต เผย ขณะนี้นักท่องเที่ยวเยอรมันที่ออกไปเที่ยวนอกประเทศ ได้เดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ ๑ แซงหน้าจีนที่เคยเป็นประเทศหลักที่ชาวเยอรมันเดินทางไปมากที่สุด ส่วนใหญ่นิยมเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใกล้ชายทะเล อาทิ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต พังงา กระบี่ ฯลฯ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเยอรมันเดินทางมาเที่ยวไทยสูงถึง ๗๔๔,๓๖๓ คน หรือเพิ่มขึ้น ๓%
ด้านนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อทัวร์แล้วไม่สามารถไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ซื้อไว้นั้น แล้วให้กระทรวงฯ ทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ ยื่นแจ้งความต่อตำรวจแทนประชาชนที่ถูกหลอก และดำเนินการเป็นเจ้าทุกข์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมสั่งให้กระทรวงฯ ไปขยายขอบข่ายการประกันภัยนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง จากเดิมจะคุ้มครองเฉพาะชาวต่างชาติ เพื่อความเป็นธรรมให้กับคนไทย

๔. ท่องเที่ยวไตรมาสแรกลดลง คาดเริ่มฟื้นตัวหลังสงกรานต์ แนวหน้า (หน้า ๑๑)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยสถานการณ์นักท่องเที่ยวในช่วง ๓ เดือนแรกปี ๒๕๕๗ ว่า มีจำนวน ๖,๕๙๘,๒๔๐ คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๖ จำนวน ๔๐๙,๖๖๔ คน หรือลดลง ๕.๘๕% สร้างรายได้ประมาณ ๓๑๐,๘๔๘.๓๙ ล้านบาท ลดลง ๑๓,๐๒๗.๓๓ ล้านบาท หรือลดลง ๔.๐๒% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ๒๕๕๖
โดยพบว่าในภาพรวมลดลงเกือบทุกตลาด อาทิ ญี่ปุ่น ลดลง ๒๖.๑๑% มาเลเซีย ๒๐.๓๒% สหราชอาณาจักร ๑๓.๑๔% จีน ๑๑.๐๖% เยอรมนี ๑๐.๙๘% อเมริกา ๗.๒๖% เป็นต้น แต่คาดว่าหลังเทศกาลสงกรานต์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวไทยมากขึ้น ชี้ เหตุที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เป็นผลมาจากการยกเลิกการเดินทางเข้าไทยของบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศก่อนยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะดีขึ้นในช่วงไตรมาส ๒ ปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ทางการจีนอนุญาตให้ชาวจีนสามารถเดินทางออกนอกประเทศเพื่อขอ Visa On Arrival ที่ประเทศปลายทางได้แล้ว

๕. ธุรกิจห่วงขัดแย้งการเมือง ฉุดเศรษฐกิจโตต่ำกว่า ๑% กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

หอการค้าไทยประเมินว่า การส่งออกและการท่องเที่ยว ทิศทางยังดี ยังไม่ติดลบ แต่ไม่ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามเป้าหมาย เหตุปัจจัยการเมืองกดดัน ส่งผลให้การลงทุน และการใช้จ่ายชะลอตัว หวั่นเป็นสัญญาณอันตรายกดจีพีดีโตต่ำกว่า ๑% ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองการเมืองส่งผลแรงต่อเศรษฐกิจ ใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย พร้อมหวังว่าครึ่งปีหลังการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจต่างประเทศฟื้น แต่ต้องระวังเงินเฟ้อเพิ่ม
ส่วนนายกอบศักดิ์ ภูตระกุล ผช.ผจญ.ธนาคารกรุงเทพ คาดว่า หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจแล้วจะเติบโตได้ ๒ – ๓% และการส่งออกขยายตัว ๕ – ๗% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ชี้ เศรษฐกิจไทยไม่ถึงขั้นป่วยหนัก เห็นได้จากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เมื่อการชุมนุมทางการเมืองย้ายออกไป กำลังซื้อของคนไทยกลับมาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผลจากการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศ-สุวรรณภูมิ กลับมาเป็นบวก ขณะที่การเดินหน้าประกาศตั้งบอร์ดบีโอไอ ก็จะเป็นการปลดล็อกทางเศรษฐกิจได้อีกระดับหนึ่ง แม้ไม่สามารถปลดล็อกทางการเมืองได้

๖. ปิดฉากวันหยุดยาว แห่กลับแน่นขนส่ง วันไหลบางแสนคึก ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๗. ส่งท้ายสงกรานต์แห่กลับ กทม. รถไฟ – บจส. แน่น ไหลบางแสนคึก ๕ วันยอดดับ ๒๔๘ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๘. ๗ วันอันตรายห้าวันดับ ๒๔๘ ราย โจ๋แห่สาด ‘บางแสน – พระประแดง ‘  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๙. ทะลักกรุงถนนทุกสายหนึบ ๕ วันตายแล้ว ๒๔๘ คน งานไหลบางแสนคึก ร้องแท็กซี่โกงค่ารถ บ้านเมือง (หน้า ๑)

๑๐. ถนนเลียบหาดบางแสนแน่น แนวหน้า (หน้า ๕)

เทศกาลสงกรานต์ในหลายพื้นที่ผ่านพ้นไปแล้วด้วยความสนุกสนาน ขณะนี้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรในถนนสายหลักติดขัด ขณะที่ขนส่งจังหวัดได้วางมาตรการเพิ่มความสะดวกให้กับผู้เดินทาง โดยจัดรถเสริมและเพิ่มเที่ยววิ่ง เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง ขณะที่บางพื้นที่ยังคงจัดกิจกรรมในงานเทศกาลสงกรานต์
อาทิ ที่ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ได้จัดงานเทศกาลวันไหล ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวกว่า ๓ กม. ภายในงานจะมีการแข่งขันก่อพระทรายริมชายทะเล ชิงเงินรางวัลและถ้วยรางวัลเกียรติยศ รวมทั้งได้มีการจัดเต็นท์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมการละเล่นพื้นบ้าน และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดารา รวมถึงการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าตลอดแนวชายหาดเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชม ชิม ช็อป ตลอดสองวันของเทศกาลวันไหล และที่ถนนข้าวหมูแดง จังหวัดนครปฐมยังคงเปิดถนเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก
ส่วนที่ตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง ได้จัดประเพณีเกาะสีชัง ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๙ เมษายน ๒๕๕๗ โดยมีไฮไลต์ในวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๗ ซึ่งจะมีประเพณีอุ้มสาวลงน้ำที่เกาะ ขามใหญ่ ด้านเมืองพัทยา ได้จัดงานประเพณีวันไหลนาเกลือ ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์ นาเกลือ และวัดชัยมงคลพระอารมหลวง พัทยาใต้ และประเพณีกองข้าว ในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์
ส่วนที่ตำบลท้ายเกาะ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ได้จัดพิธีแห่หางหงส์ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวมอญ เพื่ออนุรักษ์ประเพณี โดยกำหนดจัดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ และจะนำหางหงส์ไปแขวนที่วัดท้ายเกาะ และที่วิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ประชาชนยังเดินทางไปกราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นต้น
สมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร ได้เผยภาพรวมการจัดงานสงกรานต์ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ ว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์วันละไม่ต่ำกว่า ๔ หมื่นคน ส่งผลให้การดูแลได้ทั่วถึง ไม่แออัด คาดจะเงินสะพัดวันละ ๔๐ – ๕๐ ล้านบาท และตลอดการจัดงาน ๔ วัน มีเงินสะพัดราว ๒๐๐ ล้านบาท
น.ส.อโนมา วงษ์ใหญ่ ผอ.ททท.สนง.ภูเก็ต เผยภาพรวมการท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนไทย และจากการสอบถามผู้ประกอบการโรงแรมทั้งบริเวณชายหาดและตัวเมือง พบว่าการจองห้องพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ ๘๐ – ๙๐% โดย ททท. คาดว่าในช่วงหนึ่งสัปดาห์ของเทศกาลสงกรานต์ จะมีเงินสะพัดในภูเก็ตไม่ต่ำกว่า ๒ – ๓ พันล้านบาท
ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๕๗ ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วง ๕ วันของการรณรงค์ว่า ผู้เสียชีวิตรวม ๒๔๘ ราย ลดลงจากปีที่ผ่านมา ๘ ราย มีผู้บาดเจ็บรวม ๒,๖๔๓ ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และเชียงใหม่

๑๑. เชียงใหม่ต้านนักท่องเที่ยวจีน โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย : เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ของฮ่องกง ได้รายงานเกี่ยวกับกระแสความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ของนักท่องเที่ยวจีน ตามรอยหนังเรื่อง ลอสต์ อิน ไทยแลนด์ โดยได้รายงานปฏิกิริยาของประชาชนและนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีต่อนักท่องเที่ยวจีนว่า ไม่ค่อยดีนัก และเริ่มมีกระแสการต่อต้านนักท่องเที่ยวจีนของคนท้องถิ่นบ้างแล้ว
นอกจากนี้ เซาท์ไชน่าฯ ได้นำเสนอผลสำรวจของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ราว ๒.๒ พันคน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบว่า ๘๐% รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีน ในแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ต่างๆ ของจังหวัด

๑๒. ดีเดย์เคลื่อนทัพ ย้ำภารกิจสุดท้าย ! ทบ.โต้ปฏิวัติ ๑๙ เม.ย. ผุดกองทุนล่าหมิ่น / สุเทพสั่ง กปปส. ๑,๘๐๐ เครือข่ายพร้อม – ระดมใหญ่ใน ๓ – ๕ วัน คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นัด กปปส. ๑,๘๐๐ เครือข่าย เตรียมพร้อมสู้ศึกภารกิจสุดท้าย แต่ยังไม่กำหนดวัน โดยให้รอสัญญาณภายใน ๓ – ๕ วัน ด้านกองทัพปฏิเสธกระแสข่าวจะมีการปฏิวัติในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๗ ด้าน ศอ.รส. แจงกรณีเชิญปลัดทุกกระทรวงมาหารือในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ ว่า เป็นเพียงการขอความร่วมมือ แต่หากไม่มา ก็ไม่มีโทษ

๑๓. เรือเฟอร์รี่เกาหลีใต้ล่ม ๔๕๙ ชีวิตจมดิ่งลงทะเล สูญหาย ๓๐๐ ตายแล้ว ๔ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือเฟอร์รี่ล่มนอกชายฝั่งเกาหลีใต้ พร้อมผู้โดยสารทั้งสิ้น ๔๕๙ ชีวิต คาดเกยกองหินใต้น้ำจนทำให้เรือรั่ว เผย ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่เดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังระดมให้ความช่วยเหลือ ล่าสุดสามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ ๑๖๔ คน สูญหายเกือบ ๓๐๐ คน และเสียชีวิตแล้ว ๔ คน คาดจำนวนผู้เสียชีวิตอาจมีมากกว่านี้

**********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ส่องกล้องธุรกิจท่องเที่ยวลุ้นสู่เส้นชัย ต่างชาติ ๒๘.๔ ล้านคน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

ทีมเศรษฐกิจ นำเสนอความคิดเห็นและมุมมองของ ททท. และเอกชนด้านการท่องเที่ยว ถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๗ ที่ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๘.๔ ล้านคน มีรายได้ ๒ ล้านล้านบาท
โดยนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ยังมั่นใจว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวตามเป้าหมาย ๒๘.๔ ล้านคน แต่รายได้ที่ตั้งไว้ ๑.๓ ล้านล้านบาท คาดว่าจะหายไปราว ๑๙,๑๐๐ ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไข การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อแต่ไม่มีการปะทะ รวมถึงต้องติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด ว่าต้องปรับเป้าหมายรายได้ลงอีกหรือไม่ หลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในไตรมาสแรกลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ๔๐๙,๖๖๔ คน และยอดรายได้ ก็ลดลง
ซึ่งการทำงานของ ททท. ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ได้เพิ่มความเข้มข้นของกิจกรรมการตลาดของ ททท. ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ด้วยการจัดโรดโชว์เพิ่มเติม และทันทีที่เหตุการณ์การเมืองจบ ได้เตรียมแผนเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดทำโครงการ “ไทยแลนด์ เบสต์ เฟรนด์ ฟอร์เอฟเวอร์” ทันที โดยจะใช้งบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท จัดทำกิจกรรมกระตุ้นตลาด เพื่อสร้างกระแสความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งจะจัดทำกิจกรรมบนถนนที่เคยมีการชุมนุม เพื่อสื่อให้ทั่วโลกรับรู้ว่าเหตุการณ์จบแล้ว และจัดแฟมทริปนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนต่างชาติเข้ามาไทย รวมถึงหาตลาดมาทดแทน
ส่วนนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธาน สทท. เผย สทท. ได้ประเมินความเสียหายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองว่า ไตรมาสแรกของปีได้เสียโอกาสสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไปแล้ว ๕๐,๘๓๗ ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปจากเป้าหมาย ๑.๑ ล้านคน
ส่วนไตรมาส ๒ กรณีที่การเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๖.๑๕ ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ๓.๘๙% แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าที่เคยตั้งไว้ ๖.๙ แสนคน ทำให้รายได้หายไปอีก ๓๑,๘๘๘ ล้านบาท เท่ากับว่ารวมรายได้ที่หายไปครึ่งปีแรก ๘๒,๗๒๕ ล้านบาท แต่หากสถานการณ์การเมืองมีความรุนแรงขึ้น คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเหลือเพียง ๕.๔๓ ล้านคน ลดลง ๘.๒๒% จากปี ๒๕๕๖ และต่ำกว่าที่เคยตั้งเป้าไว้ถึง ๑.๔๑ ล้านคน เสียรายได้เพิ่มขึ้นอีก ๓๓.๒๗๕ ล้านบาท จะส่งผลให้ไทยเสียโอกาสในการสร้างรายได้ในครึ่งปีแรกถึง ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมอยากให้มีการพิจารณางบประมาณสนับสนุนการตลาดที่ ททท. เตรียมขอไว้ ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อนำมาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกแอตต้า กล่าวถึงความเป็นไปได้ของเป้าหมายในปี ๒๕๕๗ ที่ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๘.๔ ล้านคนว่า ยังดูยาก ต้องรอให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจนจบไตรมาส ๒ ให้ชัดเจนก่อน หากไตรมาส ๒ ไม่ค่อยดีนัก สถานการณ์ทางการเมืองยังอึมครึม และมีข่าวไม่ดีของไทยออกไปตลอดเวลา ก็จะเป็นปัญหาอยู่ โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่หวังว่าจะกลับเข้ามาช่วยฟื้นฟูตลาดได้ และนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย ชี้ ต้องพยายามขึ้นอีก รวมถึงต้องส่งเสริมการทำตลาดนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมด้วยความเข้มข้น ประกอบกับเหตุการณ์ทางการเมืองต้องจบไว พร้อมเป็นห่วงเรื่องการหางบประมาณก้อนใหม่ มาสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะยังไม่มีรัฐบาล แต่ยังดีที่ ททท.ได้กันงบประมาณบางส่วนของไตรมาสแรกเอาไว้ เนื่องจากเห็นว่าเกิดวิกฤติการเมือง จึงนำงบประมาณนี้มาเป็นเครื่องมือที่จะใช้ในไตรมาส ๒ และ ๓ ได้

๒. ฟังวิสัยทัศน์รองผู้ว่าการ ททท. ป้ายแดง ชูกลยุทธ์กระตุ้นตลาดในประเทศ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

คอลัมน์สัมภาษณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์ นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ คนใหม่ ถึงวิสัยทัศน์ในการทำงานและกลยุทธ์ในการกระตุ้นตลาดในประเทศ

๓. เศรษฐกิจ ‘พม่า’ ขาขึ้น ดันรายได้ท่องเที่ยวไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของพม่า ซึ่งเป็นเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกจับตามองมากที่สุด ทั้งในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยว และแหล่งส่งออกนักท่องเที่ยวมีศักยภาพ ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี
รวมทั้งนำเสนอแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดพม่าของ ททท. โดยปี ๒๕๖๗ ตั้งเป้าจะมีรายได้เติบโตอีกกว่า ๑๖.๖๗% เป็น ๗ พันล้านบาท จากการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวพม่าที่อยู่ในวัยทำงานช่วงต้นถึงกลาง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานะปานกลางถึงดี และมีแนวโน้มเลือกเดินทางด้วยตัวเองในสัดส่วนสูงถึง ๖๑.๗% โดยจะชูจุดขายเมดิคัล ทัวร์

๔. ท่องเที่ยว ‘ซบ’ ไร้ปัจจัยบวก วิตกเงินฝืดกดตลาดภายใน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๕. ท่องเที่ยวใจดีสู้เสือ ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

ภาคเอกชนชี้ ช่วงครึ่งปีหลังยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่มาช่วยพยุงธุรกิจท่องเที่ยว หากการเมืองยังไม่มีข้อยุติ โดยนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ระบุ ธุรกิจการบินได้รับผลกระบจากวิกฤติการเมือง ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ร้ายแรงกว่าน้ำท่วมในปี ๒๕๕๔ ผู้ประกอบการต้องหันมารัดเข็มขัด และปรับแผนธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์
ขณะที่นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ยังยืนยันเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวที่ ๒ ล้านล้านบาท พร้อมยอมรับ ช่วงครึ่งปีหลังการเมืองภายในประเทศยังกดดันตลาดต่างประเทศ แต่หากสามารถควบคุมสถานการณ์การเมืองไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ เชื่อว่ายังมีโอกาสที่ทุกตลาดจะปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่เคยสูญเสียไปในช่วงครึ่งปีแรกได้ โดยประเมินว่าตลาดที่ฟื้นตัวได้เร็วคือ ตลาดจีน
พร้อมยอมรับ เป็นห่วงตลาดในประเทศที่ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ ๗ แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว ๑๓๖.๘ ล้านคนครั้งต่อปี เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจในประเทศอาจเผชิญกับภาวะเงินฝืด ส่งผลให้คนชะลอการจับจ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ประกอบกับเข้าสู่ช่วงเปิดเทอม และไม่มีเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นวันหยุดยาวมาช่วยเสริม ดังนั้น จึงต้องเฝ้าระวังและจัดทำแผนส่งเสริมกระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาส ๓ เป็นพิเศษ

๖. สงกรานต์กู้ชาติ ททท. สำรวจทั่วไทยทะลุเป้า ๕ หมื่น ล. ข้าวสารเซ็งถูกสีลมชิงนักท่องเที่ยว โดนปาร์ตี้เกย์ใหญ่สุดเอเชียดูดคน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย จากการสอบถาม ผอ.ททท.สนง.ในประเทศ ๓๕ แห่งพบว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๖ เมษายน ๒๕๕๗ คึกคัก วัดได้จากอัตราเข้าพักโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวหลักเต็มเกือบ ๑๐๐% ในเบื้องต้นคาดว่านักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเดินทางกว่า ๕ ล้านคน เกินกว่าเป้าหมายที่ ตั้งไว้ที่ ๔.๔ ล้านคน มีรายได้ประมาณ ๕ หมื่นล้าน เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ ๔.๗ หมื่นล้านบาท
ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย ภาพรวมการเดินทางในปีนี้คึกคักไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยภาคการท่องเที่ยวจะมีรายได้กว่า ๔.๔ หมื่นล้านบาท หรือ ๓๐% ของการใช้จ่ายทั้งหมดในช่วงสงกรานต์รวม ๑.๖ แสนล้านบาท เติบโตเพียง ๒.๓% ต่ำสุดในรอบ ๔ ปี
ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวบริเวณถนนข้าวสารปีนี้ลดลง ๑๕% จากปีที่ผ่านมา เพราะมีการจัดงานสงกรานต์ในย่านอื่น อาทิ ถนนสีลม มาแย่งส่วนแบ่งตลาดไป โดยปีนี้ถนนสีลมชูไฮไลต์ขบวนพาเหรดเกย์

๗. สงกรานต์อุจาดกะเทยโชว์นม หนุ่มอวด ‘เจ้าดลก’ ถูกปรับคนละ ๕๐๐ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๘. ปูจูงลูกเดินสายไหว้ศาลหลักเมือง เผ่นกลับบ้านผวารถติดบาว ฟันปาร์ตี้โฟม เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๙. โจ๋เมืองกรุง ‘สงกรานต์’ ดุ อาวุธสงครามถล่มอริดับ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๐. ปิดท้ายมหาสงกรานต์ ทัวไทยร่วมทำบุญ ‘วันเถลิงศก’ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

๑๑. ๗ วันอันตรายพุ่ง ตาย ๒๐๔ ยอดรวม ๔ วันเจ็บกว่า ๒ พัน กทม. นักท่องเที่ยวยังตรึม ! ถนนหลักเริ่มติด ปชช.กลับ บ้านเมือง (หน้า ๑)

๑๒. ชาวบ้านแห่ทำบุญวัดดัง / นับหมื่นขึ้นพนมรุ้ง ข่าวสด (หน้า ๑๔)

๑๓. สงกรานต์พระประแดง ๑๘ – ๒๐ เม.ย. คม ชัด ลึก (หน้า ๑๑)

บรรยากาศวันสุดท้ายของงานเทศกาลสงกรานต์ (๑๕ เมษายน) ยังคงคึกคักทั่วประเทศประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงออกมาเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ประชาชนบางส่วนได้เริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว ทำให้ถนนสายหลักการจราจรเริ่มติดขัด
อาทิ ที่จังหวัดเชียงใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมครอบครัว ยังคงพักผ่อนและทำบุญร่วมกับญาติพี่น้องต่อเนื่องเป็นวันที่ ๕ ส่วนที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับพันคนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง นำข้าวตอกดอกไม้ สลุงน้ำส้มป่อย และเครื่องสักการะ ร่วมขบวนแห่พระเพชร พระคู่บ้านคู่เมืองชาวอำเภอเมืองสะเรียง
ที่จังหวัดนครพนม ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ไปชักรอกสรงน้ำยอดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม ที่สูง ๕๓ เมตร กันจำนวนมาก หลังจากทางวัดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ และที่จังหวัดพิษณุโลก นักท่องเที่ยวและชาวพิษณุโลกจำนวนมากพร้อมใจกันแห่ผ้าห่มเจดีย์หลวง ที่วัดราชบูรณะ อำเภอเมืองพิษณุโลก
ที่จังหวัดกระบี่ ประชาชนหลายพันคนมาพักผ่อน และเที่ยวชมธรรมชาติของป่าพรุกันจำนวนมาก หลายคนพากันลงแช่น้ำร้อนที่บริเวณน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม หมู่ ๘ อำเภอคลองท่อม ด้านนายก อบต.ห้วยน้ำขาว เผย สงกรานต์ปีนี้มีประชาชนมาเที่ยวที่น้ำพุร้อนมากกว่าปีที่ผ่านมา จัดเก็บรายได้วันละไม่ต่ำกว่า ๔ หมื่นบาท
ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดงานมหาสงกรานต์แห่นางดาน อลังการตำนานเมืองนคร โดยมีพิธีแห่นางดานจากบริเวณพระสยม ตลาดท่าชี ไปยังหอพระอิศวร ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ประกอบพิธีตรียัมปวายและโล้ชิงช้า รวมถึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปนมัสการพระบรมธาตุเจีดีย์ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร ก่อนเดินทางกลับ โดยนางนภสร ค้าขาย ผอ.ททท.สนง.นครศรีธรรมรช เผย ปีนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก ให้จังหวัดมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
ที่จังหวัดสตูล นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ อาทิ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้บรรยากาศที่ท่าเทียบเรือปากบาราที่จะเข้าออกสู่เกาะต่างๆ ในทะเลอันดามันด้านจังหวัดสตูล เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว และที่จังหวัดจันทบุรี และชลบุรี ได้จัดงานวันไหล โดยบรรยากาศเป็นไปอย่าคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวออกมาเล่นสาดน้ำจำนวนมาก เป็นต้น
ส่วนบรรยากาศที่ถนนข้าวสารซึ่งปิดถนนให้เล่นน้ำสงกรานต์เป็นวันสุดท้าย คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ที่เข้ามาเล่นสาดน้ำกันสนุกสนาน เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานของสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร ยังคงตั้งจุดตรวจค้นไม่ให้นำแป้ง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และหัวเข็มขัดขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทและลวนลาม โดยตลอดทั้งวันการเล่นน้ำไร้เหตุรุนแรง ส่วนอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ปากลัด ปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ ที่บริเวณอำเภอพระประแดง
ส่วนกรณีมีสาวประเภทสอง ๒ คนก่อเหตุเปิดเสื้อโชว์หน้าอกบนรถปิกอัพ ขณะตระเวนสาดน้ำ ที่ถนนเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ที่ผ่านมา นั้น ล่าสุดทั้ง ๒ ได้ถูกตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก จับกุมตัว ซึ่งทั้ง ๒ ยอมรับว่าทำเพราะคึกคะนอง และไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายรูปไว้ ทางเจ้าหน้าที่ได้สั่งปรับคนละ ๕๐๐ บาท นอกจากนี้ ยังได้จับกุมหนุ่มที่เปลือยกายโชว์อวัยวะเพศบนรถปิกอัพ ขณะเล่นสาดน้ำสงกรานต์ที่ถนนบรมไตรโลกนารถ ๒ หน้าสถานีดับเพลิงพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวรับสารภาพทำเพราะเมา ตำรวจจึงได้ปรับเป็นเงิน ๕๐๐ บาท
กรมป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ปี ๒๕๕๗ ได้สรุปสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วง ๔ วันของการรณรงค์ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุว่า เกิดอุบัติเหตุรวม ๒,๐๒๗ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๒๐๔ ราย และบาดเจ็บ ๒,๑๔๒ ราย สาเหตุเกิดจากเมาแล้วขับ โดยจังหวัดที่มีอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือ นครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ นครราชสีมา

๑๔. ฟูลมูนพะงันคึก ต่างชาติเต็มหาด มติชนรายวัน (หน้า ๕)

บรรยากาศงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่หาดริ้น อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวันที่ ๑๔ ต่อเนื่องถึงวันที่ ๑๕ เมษายน คึกคัก มีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานเกือบ ๒ หมื่นคน จนเต็มลานชายหาด

๑๕. ‘สงกรานต์’ ในสายตาสื่อนอก โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย กล่าวถึงงานเทศกาลสงกรานต์ในสายตาสื่อต่างประเทศ โดยสำนักข่าวหลายสำนัก เผยแพร่งานเทศกาลสงกรานต์ไปทั่วโลก พร้อมได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเพณีดังกล่าว กับเหตุการณ์การเมืองไทยที่ยังคงวุ่นวาย โดยมองว่าเทศกาลนี้ทำให้คนไทยกลับมารวมกันอีกครั้ง เพราะกลุ่มผู้สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลได้หยุดการเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากสงครามน้ำที่สาดใส่กันตามประเพณี
นอกจากนี้ สื่อเอเชียอย่างอินเดีย เอ็กซ์เพรส ได้เผยผลสำรวจของประชาชนชาวไทยเกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองว่าจะส่งผลกระทบกับเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ โดยพบว่ากว่า ๖๕% เชื่อว่าน่าจะกระทบ โดยเฉพาะบรรยากาศการจัดงาน จิตใจของประชาชน และความรู้สึกเกี่ยวกับความปลอดภัย มีเพียง ๒๕% เท่านั้นที่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบ

๑๖. เช็กธุรกิจไตรมาสแรก ค้าปลีก – ท่องเที่ยวทรุด รถยนต์เดี้ยง – อสังหาฟุบ – การเงินฝืด มติชนรายวัน (หน้า ๘)

ทีมข่าวเศรษฐกิจ นำเสนอภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจต่างๆ ในช่วงไตรมาสแรก โดยพบว่ายังซบเซาต่อเนื่อง จากปัญหาการเมืองภายในประเทศ

๑๗. ตามรอยคนดังเที่ยวเมืองไทย คม ชัด ลก (หน้า ๒๒)

ประมวลภาพบรรยากาศคนดังเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งทำให้คนทั่วโลกได้เห็นภาพความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวไทย อาทิ เคท มอส ที่มักเดินทางมาพักที่รีสอร์อมันปุรี, รีฮานนา และครอบครัวคาร์ดาสเซียน ที่เดินทางมาเยือนภูเก็ต เป็นต้น

๑๘. อพท. กระตุ้นรายได้ชุมชนเชื่อมแหล่งเที่ยวเมืองรอ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๓)

๑๙. ดันเที่ยวสุโขทัย – ศรีสัชฯ – กำแพงเพชร ข่าวสด (หน้า ๘)

อพท. เตรียมนำแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และกำแพงเพชรบรรจุเป็นแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – กำแพงเพชร ในรูปแบบการท่องเที่ยวอุทยานแบบเชื่อมโยงกัน (คลัสเตอร์) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองรอง ช่วยกระจายรายได้การท่องเที่ยวให้กับชุมชน

๒๐. ‘สมศักย์’ วาดอนาคต นั่งเก้าอี้กุนซือ ‘รมต.’ ข่าวสด (หน้า ๒)

คอลัมน์ลับพอสมควร โดย อรุณวดี แสนวิเศษ กล่าวถึงนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีผลงานมากมาย ทั้งศาลท่องเที่ยว ก๊อกแก๊กทัวร์ โครงการสร้างกรม- พลศึกษาแห่งใหม่ รวมถึงกู้ภาพท่องเที่ยวไทยทั้งที่เกาะเสม็ด สุโขทัย ภูเก็ต ฯลฯ โดย รมว.สมศักย์ ระบุ แต่ละตำแหน่งทำให้ได้ความรู้ ประสบการณ์ และทำให้เราเก่งขึ้น พร้อมยืนยัน แม้จะยุบสภาก็ยังทำงานตามปกติ และในอนาคตขอเป็นแค่ที่ปรึกษา รมต.

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ  prdiv@tat.or.th

11/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ททท. กำหนดจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง บ้านเมือง (หน้า ๒๓)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมจัดงานระยองลูกทุ่ง ออร์เคสตรา ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๓ เมษายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๙.๓๐ – ๒๒.๓๐ น. ลานเอนกประสงค์ สตาร์ โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยนำวงบางกอกซิมโฟนี ออร์เคสตรา มาแสดงดนตรีร่วมกับนักร้องชั้นนำของเมืองไทย อาทิ เจนนิเฟอร์ คิ้ม, โก้ มิสเตอร์แซกเมน, อ๊อฟ ศุภณัฐ เป็นต้น คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดระยองราว ๕ หมื่นคน มีรายได้ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ล้านบาท

๒. โรงแรมภาคใต้รุกดึงชาวอีสานเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๓. โรงแรมใต้แก้เกมทัวริสต์ต่างชาติหดวูบ เบนเข็มเจาะใจคนอีสาน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นายกฤษฎา ตันสกุล นายกทีเอชเอ (ภาคใต้) เผย สมาคมฯ ได้หารือกับ ททท. เพื่อวางกลยุทธ์เจาะตลาดคนไทย หลังธุรกิจโรงแรมภาคใต้ฝั่งอันดามันได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากตลาดคนไทยมีศักยภาพด้านการซื้อที่สม่ำเสมอ และมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายหลักไปทางภาคอีสาน เพราะเศรษฐกิจกำลังขยายตัว ประกอบกับมีปัจจัยเสริมจากการขยายเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำ หวังเพิ่มสัดส่วนรายได้ทดแทนตลาดต่างประเทศผันผวน ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนตลาดคนไทยเพิ่มเป็น ๓๐ – ๓๕%
สำหรับแผนการทำตลาด จะจัดโรดโชว์นำผู้ประกอบการโรงแรมในภาคใต้ไปเปิดเวทีเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อจังหวัดหลักๆ ในภาคอีสาน อาทิ อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย ฯลฯ มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวระดับกลางถึงบน ชูจุดขายด้านความหลากหลายของสินค้าที่มีโรงแรมระดับ ๓ – ๔ ดาว จนถึง ๕ ดาวขึ้นไป พร้อมสร้างการรับรู้ใหม่ว่า การท่องเที่ยวในภาคใต้ไม่ได้แพงจนจับต้องไม่ได้
ด้านนายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ได้มอบหมายให้ ททท.สนง.ภูเก็ต ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนในการจัดโรดโชว์ โดยคาดว่าจะจัดงานในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายนนี้ ครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย รวมถึงให้พิจารณาร่วมกับภาคเอกชนว่า จะสามารถขยายกลุ่มโรดโชว์ไปยังภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ ได้หรือไม่
นอกจากนี้ ททท. ยังเตรียมจัด ๓ งานใหญ่เพื่อกระตุ้นตลาด ได้แก่ งานวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ระหว่างวันที่ ๔ – ๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ๕ ภาค ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ จัดงานส่งเสริมการขายที่จังหวัดระยอง

๔. สงกรานต์ท่องเที่ยวอันดามันคึกคัก ททท. คาดเงินสะพัดกว่า ๓ พันล้าน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

รายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในจังหวัดฝั่งอันดามัน พบว่าคึกคักเป็นอย่างมาก มีอัตราเข้าพักโรงแรมถึง ๙๐% และท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งบนบก และตามเกาะแก่งต่างๆ น.ส.อโนมา วงษ์ใหญ่ ผอ.ททท.สนง.ภูเก็ต เผยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในช่วงสงกรานต์ว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก คาดจะมีเงินสะพัดกว่า ๒ – ๓ พันล้านบาท
ส่วนนางลดาวัลย์ ช่วยชาติ หัวหน้าศูนย์ประสานงาน ททท. ประจำจังหวัดพังงา เผย มีคนไทยจองที่พักเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก โดยนิยมไปเที่ยวทางทะเลในช่วงวันหยุดยาว อาทิ เกาะสิมิลัน เกาะ ตาชัย และอ่าวพังงา เป็นต้น ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงาในช่วงสงกรานต์ปีนี้คึกคักกว่า ปีที่ผ่านมา
และนางวิยะดา ศรีรางกูล ผอ.ททท.สนง.กระบี่ ระบุ ขณะนี้โรงแรมต่างๆ มีอัตราเข้าพักที่ ๘๐ – ๘๕% ของห้องพักที่มีอยู่ทั้งหมด ๑.๘ หมื่นห้อง คาดจะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท

๕. มหาสงกรานต์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

ภาพข่าว : ททท. จัดงานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๒๐  เมษายน ๒๕๕๗ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ๑๒ พื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเที่ยวงานสงกรานต์ เทศกาลส่งน้ำแห่งความสุข หนึ่งเดียวในโลก

๖. โรงแรมหรูทรุด หันรัดเข็มขัด โหม ‘โปรโมชั่น’ กระตุ้นลูกค้า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

โรงแรม ๕ ดาวใจกลางกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ผลประกอบการในไตรมาสแรก มีรายได้ลดลง พร้อมปรับตัวด้วยการหันมาควบคุมค่าใช้จ่าย และจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นลูกค้า
โดยดิ เอราวัณ กรุ๊ป เผย ยอดขายลดลง ๒๕% ทำให้บริษัทต้องปรับลดประมาณการรายได้ในปีนี้ลง จากเติบโต ๑๐% เหลือ ๒ – ๕% พร้อมมั่นใจว่าจะรักษาการเติบโตได้ เพราะกระทบเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพฯ แต่ในต่างจังหวัดยังเป็นปกติ และที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เดินหน้าแผนกระจายความเสี่ยง ทั้งกระจายการลงทุนไปต่างจังหวัด และกระจายกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยขยายการลงทุนจากพอร์ตเดิมที่เน้นโรงแรม ๕ ดาวในกรุงเทพฯ ไปยังกลุ่มโรงแรมระดับมิดสเกล อีโคโนมี และบัดเจ็ต มากขึ้น เพื่อจับตลาดกลางและล่าง
ส่วนดุสิตธานี ได้ปรับลดค่าใช้จ่ายบางส่วน รวมถึงขอความร่วมมือพนักงานหยุดงาน ยืนยันยังไม่เลิกจ้างพนักงาน และโรงแรมเซ็นทารา ในกรุงเทพฯ ได้จัดโปรโมชั่นชัตดาวน์ ให้ราคาห้องพักราคาพิเศษ เป็นต้น

๗. นายกฯ ตั้งเป้าสงกรานต์ไร้ตาย ระดมทุกหน่วยงานเข้มทั่ว ปท. ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๘. จีน – ญี่ปุ่น เหมาลำเข้าไทย ทัวร์สาดน้ำ ‘สงกรานต์’ ฮิตทั่วประเทศ เชียงใหม่เริ่มแล้ว – ใต้แน่น สั่งระดม ตร. ๙ หมื่นคุมเข้ม มติชนรายวัน (หน้า ๑)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับทุกหน่วยงานร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยให้กระทรวงคมนาคมเป็นแม่งานดูแล จัดระเบียบการใช้ถนนอย่างเคร่งครัด และดึงทหารมาร่วมดูแล เป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ โดยให้บูรณาการลงไปยังอำเภอ ชุมชน หมู่บ้าน หวังเปลี่ยน ๗ วันอันตราย เป็น ๗ วันแห่งความสุข และความปลอดภัยทางท้องถนน พร้อมจัดกำลังตำรวจกว่า ๙ หมื่นนายไปตามจุดเสี่ยง
ขณะที่บรรยากาศงานเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ คึกคัก อาทิ ที่จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณลานประตูท่าแพ นักท่องเที่ยวต่างชาติและเด็กๆ เริ่มออกมาเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน นางจิรารัตน์ มีงาม ผช.ผอ.ททท.สนง.เชียงใหม่ เผย ยอดจองห้องพักโรงแรมในเชียงใหม่ มีมากกว่า ๙๐% และคาดว่าจะเต็มเกือบหมดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดจะมีนักท่องเที่ยวกว่า ๓ แสนคน มีเงินหมุนเวียน ไม่ต่ำกว่า ๑ พันล้านบาท
ส่วนที่จังหวัดอยุธยา ได้ทำอุโมงค์น้ำมนต์จาก ๙ พระเกจิชื่อดัง ติดตั้งบนสะพานลอยข้ามถนนสายเอเชีย ตรงหน้าศาลากลางจังหวัด และฉีดประพรมน้ำมนต์ให้รถยนต์ที่ผ่าน เพื่อความเป็นสิริมงคล และที่จังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดงานปารุปะนัง และประเพณีสงกรานต์จักรสีห์ ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ ที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร และบริเวณชุมชนบ้านจักรสีห์ เป็นต้น

๙. เที่ยวคึกจ่ายฝืด / สงกรานต์เฟื่องคนแน่นทุกภาค สนามบินล้น – เกาะยอดฮิตแตกเงิน คาดเงินสะพัด ๖ พันล้าน ลดลง ๒๑% โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กก.ผอญ.ทอท. คาดว่า ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๘ เมษายน ๒๕๕๗ จะมีผู้โดยสารมาใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง หาดใหญ่ และภูเก็ต รวมกว่า ๒.๗๓ ล้านคน มีเที่ยวบินให้บริการทั้งสิ้น ๑.๘๔ หมื่นเที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ๑๕% พร้อมได้เพิ่มความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยทุกแห่ง
ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในต่างจังหวัด มีนักท่องเที่ยวแห่จองห้องพักจนเต็มหมด อาทิ โรงแรมและรีสอร์ตบนเกาะช้าง คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ๒.๕ หมื่นคน และที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองห้องพักล่วงหน้า ต้องกางเต้นท์พักแรมเป็นจำนวนมาก และที่เกาะสมุย - เกาะพะงัน ยอดจองห้องพักช่วงเทศกาลสงกรานต์เต็มจนล้น เนื่องจากหลังวันสงกรานต์ ๑ วัน เป็นวันฟูลมูนปาร์ตี้
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ารายได้ธุรกิจโรงแรมและที่พักจากนักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงสงกรานต์คาดจะลดลง ๒๑% อยู่ที่ราว ๖,๐๘๐ ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ราว ๗,๗๐๐ ล้านบาท

๑๐. เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หนุนดอนเมืองคึกคัก ไทยรัฐ (หน้า ๙)

ว่าที่เรืออากาศโทจตุรงพล สดมณี ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เผยถึงแนวโน้มปริมาณผู้โดยสารที่มาใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองในปีนี้ว่า คาดว่าจะอยู่ที่ ๑๙ ล้านคน สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่คาด ๑๘ ล้านคน มีปริมาณเที่ยวบินเติบโตจากปีผ่านมา ๒๑% เนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น หลังปัญหาการเมืองในประเทศเริ่มคลี่คลาย มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ มีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบิน ๑๒๐ เที่ยวบิน ทำให้มีเที่ยวบินเพิ่มเป็นวันละ ๕๒๐ เที่ยวบิน ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากปกติ ๕ หมื่นคน เป็น ๗.๕ หมื่นคน ต่อวัน ส่วนปี ๒๕๕๘ คาดผู้โดยสารจะมากขึ้นเป็น ๒๒ ล้านคน เนื่องจากมีสายการบินใหม่มาเปิดให้บริการ

๑๑. ผู้ค้าถนนข้าวสารอ่วม หวังสงกรานต์ช่วยฟื้นชีพ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑)

สกู๊ปรายงานภาพรวมการค้าของถนนข้าวสารในช่วงไตรมาสแรก จากการเปิดเผยของผู้ประกอบการบนถนนข้าวสาร โดยผู้ประกอบการทั้งธุรกิจร้านอาหาร ที่พัก บริษัทนำเที่ยว และร้านค้าย่อย ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง พร้อมตั้งความหวังไว้ว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เข้ามาเที่ยวถนนข้าวสาร ๑ แสนคน มีเงินสะพัด ๒๐๐ ล้านบาท

๑๒. บช.ก.ส่งตำรวจ ‘ท่องเที่ยว – ทางหลวง’ เสริมท้องถิ่นลดเหตุร้ายสงกรานต์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า๑๔)

ศักรินทร์ เข็มทอง นำเสนอมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุในช่วง ๗ วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ ของตำรวจทางหลวง และตำรวจท่องเที่ยว ในเฉพาะใน ๒ จุดเสี่ยงคือ ถนน และสถานที่ท่องเที่ยว

๑๓. สร้างมูลค่าเพิ่ม โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ (หน้า ๒)

บทบรรณาธิการ แสดงความเห็นเกี่ยวกับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย โดยตั้งข้อสังเกตว่า แผนและกลยุทธ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการพัฒนาการท่องเที่ยวแทบจะไม่มีรูปธรรมอย่างชัดเจนในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวของไทย นอกเหนือจากการขายธรรมชาติ วัฒนธรรม และประเพณีไทย
อีกทั้งแผนการตลาดของการท่องเที่ยว ก็ยังเดินอยู่ในวังวนเดิมคือ ความพยายามในการหาตลาดใหม่มาทดแทนนักท่องเที่ยวที่หายไป แต่ไม่มีการสร้างตลาดนักท่องเที่ยวที่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ที่สามารถสร้างรายได้ หรือเพิ่มปริมาณการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมากกว่าที่จะเน้นการเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยว เมื่อเป็นเช่นนี้สถานที่ท่องเที่ยวของไทย จึงยังจำกัดอยู่ในพื้นที่เดิมคือ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต เกาะสมุย หาดใหญ่ ฯลฯ ที่นับวันจะเสื่อมโทรมลง
พร้อมแนะ ยุทธศาสตร์การพัฒนามูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว และสร้างจุดขายของพื้นที่การท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่ จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยที่รัฐบาลพึงตระหนัก หากต้องการสร้างตลาดการท่องเที่ยวของไทยให้มีความยั่งยืน ซึ่งมูลค่าเพิ่มของการท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่อยู่ในรูปแบบของการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ด้านการท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่หน่วยงานต้องใช้ปัญญาสร้างสรรค์ขึ้นมาให้ได้

๑๔. ‘ความจริง’ อีกด้าน การท่องเที่ยวญี่ปุ่น มติชนรายวัน (หน้า ๙)

คอลัมน์จอดป้ายประชาชื่น โดย นันทนา แสงมิตร นำเสนอความจริงอีกด้านของการไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรที่จะรับรู้ เพราะมีผลโดยตรงกับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ได้แก่ การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ราคาสินค้าและบริการญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น

๑๕. คราบน้ำมันทะลัก ‘หาดจอมเทียน’ นักท่องเที่ยวหนี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๑๖. ผวาคราบน้ำมัน ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

มีคราบน้ำมันจำนวนมากถูกคลื่นซัดลอยมาติดชายหาดจอมเทียน พัทยาใต้ ตรงข้ามปากซอย ๑๕ ถนนเลียบชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำ เมืองพัทยาได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพื้นที่ ส่วนที่จังหวัดชุมพร ชาวประมงพื้นที่บ้านได้นำขบวนเรือมาล้อมแท่นขุดเจาะน้ำมัน ปตท.หลังสวน เพื่อยื่นหนังสือให้ย้ายพ้นพื้นที่ ขณะที่ฝ่าย ปตท. ยืนยัน จะย้ายแน่นอนในช่วงสงกรานต์

๑๗. จำนวน ‘คนจีน’ เที่ยวมาเลเซียลดวูบ หลัง MH ๓๗๐ สูญหายไร้ร่องรอย ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๓)

ทางการมาเลเซีย เผย จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมามาเลเซียลดลงอย่างมาก หลังการสูญหายอย่างไร้ร่องรอยของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH ๓๗๐

๑๘. เรียกค่าไถ่แลกตัวนักท่องเที่ยวจีน เดลินิวส์ (หน้า ๑๒)

เกิดเหตุกลุ่มโจรที่เชื่อกันว่าเป็นกลุ่มกบฏอาบูไซยาฟ ในฟิลิปปินส์ จับตัวนักท่องเที่ยวจีนและคนงานรีสอร์ทชาวฟิลิปปินส์ ไปเรียกค่าไถ่เป็นเงิน ๑๑.๒๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ๓๖๗ ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจีนถูกลักพาตัวไปจากรีสอร์ทดำน้ำในมาเลเซีย เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ที่ผ่านมา ล่าสุดทางครอบครัวของนักท่องเที่ยวจีนได้แต่งตั้งตัวแทนเข้าไปเจรจา เพื่อให้กลุ่มโจรปล่อยตัวนักท่องเที่ยวจีนอย่างปลอดภัย

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

10/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ททท. ยอมรับตลาดต่างชาติทดแทนยาก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๔)

๒. งัดเที่ยวไทยผ่อน ๐% กู้ตลาด เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๓. ‘โคราคะเทวี’ ยืนหลังเสือ โหรยันไม่ดุ ทำนายสงกรานต์ปีนี้ ‘ทัวร์นอก’ แห่เข้าไทย สั่งเข้ม ‘สีลม – ข้าวสาร’ ปลอดอาวุธ – อนาจาร มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๔. ททท. จัดหนักผ่อน ๐% ท่องเที่ยวสาหัส สูญแล้วแสน ล. ข่าวสด (หน้า ๙)

๕. รายได้ท่องเที่ยวหายไป ๑ แสน ล. เอ็มบีเคชี้ม็อบกระทบแผนลงทุน ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. อยู่ระหว่างประเมินตัวเลขรายได้การท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสแรก โดยเบื้องต้นคาดว่าจะหายไปถึง ๑ แสนล้านบาท โดยเฉพาะช่วง ๒ เดือนแรก (มกราคม – กุมภาพันธ์) จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง ๙ หมื่นคน สูญรายได้ไปกว่า ๑ แสนล้านบาท จากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเมือง
รวมถึงได้ให้ฝ่ายนโยบายและแผน ติดตามสถานการณ์การเมืองว่า จะส่งผลกระทบทำให้ต้องปรับลดเป้าหมายการท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ ๒ ล้านล้านบาทในปีนี้หรือไม่ หลังไตรมาสแรกมียอดนักท่องเที่ยว ๖.๕ ล้านคน ลดลง ๔.๐๙ แสนคน หรือ ๕.๘๕% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และรายได้ลดลง ๔.๐๒% เหลือ ๓.๑ แสนล้านบาท ทำให้ ททท. ได้เร่งหาตลาดทดแทนนักท่องเที่ยวที่หายไป พร้อมยอมรับ การหาตลาดมาทดแทนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังมากที่สุดคือ ปัญหาการเมือง ที่ยังมีการนัดชุมนุมจากฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบเชิงจิตวิทยากับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังตัดสินใจจะเดินทางมาไทยในช่วง ๒ – ๓ เดือนนี้
อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจช่วงไตรมาส ๒ เดือนเมษายน – มิถุนายน ยอดนักท่องเที่ยวจะขยายตัวได้พอสมควร เพราะมีเทศกาลสงกรานต์ช่วยสนับสนุน โดยได้รับรายงานจาก ททท.สนง.ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้ว่า มีเที่ยวบินพร้อมมาไทยเพิ่มเป็น ๒๒๗ เที่ยวบินสำหรับช่วงเทศกาลนี้ คิดเป็นอัตราเติบโตประมาณ ๔๕.๕% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นจำนวนที่นั่งกว่า ๔.๔ หมื่นที่นั่ง เพิ่มขึ้น ๖๓.๗%
ล่าสุด ได้ร่วมกับผู้ประกอบการ และธนาคารพาณิชย์ ออกโปรโมชั่นกระตุ้นการท่องเที่ยว ในรูปแบบการผ่อนจ่ายคิดดอกเบี้ย ๐% เพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศ โดยจะนำผู้ประกอบการโรงแรมระดับ ๕ ดาว กว่า ๑๕ แห่ง มาจัดโปรโมชั่นในงานมันนี่ เอ็กซ์โป ครั้งที่ ๑๔ นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวระดับปานกลางถึงสูง และคาดว่าจะดำเนินการกระตุ้นขายแพ็กเกจตลอดทั้งปี
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ปีนี้ ททท. ได้สนับสนุนการจัดงานใน ๑๓ พื้นที่หลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สุโขทัย ชลบุรี สุพรรณบุรี อยุธยา นครพนม ขอนแก่น หนองคาย หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ ๖ – ๒๐ เมษายนนี้ ภายใต้งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท คาดทั้ง ๑๓ จังหวัดจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติทั้งสิ้น ๑.๔๘ ล้านคน ทำรายได้รวม ๔.๓ พันล้านบาท เติบโต ๕.๓%
ด้าน สทท. ชี้ การเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยเริ่มเปลี่ยนไป เห็นได้ชัดจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยจะเป็นการเดินทางในระยะสั้นๆ เฉพาะในช่วงเทศกาลเท่านั้น ต่างจากปีที่ผ่านมา ที่นักท่องเที่ยวจะเริ่มเดินทางตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และจะมีการเดินทางตลอดทั้งเดือน โดยภาคใต้ยังคงได้รับความนิยม ในทางกลับกันตลาดต่างประเทศยังคงขายแพ็กเกจได้ดี โดยเฉพาะการเดินทางไปญี่ปุ่น
ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ สมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดเชียงใหม่คาดว่า งานสงกรานต์ปีนี้จะคึกคักกว่าทุกปี ล่าสุดนักท่องเที่ยวจีนได้จองไกด์ทัวร์เข้ามาจำนวนมาก จนไกด์ไม่เพียงพอ ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ได้ออกตรวจพื้นที่จัดเทศกาลสงกรานต์ “มาดากัสการ์ ยึดป่าซ่าส์ มามันส์ โคราช” ที่บริเวณทางแยกสวนอนุสรณ์สถานสุรนารี ถนนสุรนารี และปรับพื้นที่สวนสุรนารี ถึงสวนอนุสรณ์สถานสุรนารี ระยะทาง ๓๐๐ เมตร เป็นโซนนิ่งให้นักท่องเที่ยวเดินเล่นสาดน้ำ

๖. จัดสงกรานต์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ยังคงเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวที่ ๒ ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยว ๒๘.๔ ล้านคน แม้ว่าการท่องเที่ยวช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ จะชะลอตัวจากความกังวลจากปัญหาการเมือง โดยเบื้องต้นคาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะปรับตัวดีขึ้น หลังมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

๗. ปิดสีลม – ข้าวสาร เล่นน้ำสงกรานต์ พงศพัศดีเดย์ฝากบ้านวันหยุดยาว สยามรัฐ (หน้า ๑)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. กำหนดจัดงานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๒๐ เมษายนนี้ ใน ๑๓ พื้นที่หลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สุโขทัย ชลบุรี สุพรรณบุรี อยุธยา นครพนม ขอนแก่น หนองคาย หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต และสมุทรปราการ โดยเป็นเทศกาลส่งน้ำแห่งความสุขหนึ่งเดียวในโลก ทั้งในรูปแบบงานประเพณีที่ โดดเด่น มีเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ และรูปแบบงาน Water Festival ที่รู้จักไปทั่วโลก

๘. เย็นทั่วหล้า ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

ภาพข่าว : ททท. จัดงานเทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ ภายใต้คอนเซ็ปต์ เทศกาลส่งน้ำแห่งความสุขหนึ่งเดียวในโลก ทั้งในรูปแบบงานประเพณีที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ และรูปแบบงาน Water Festival ที่รู้จักไปทั่วโลก ณ พระราชวังพญาไท กรุงเทพฯ

๙. เตือนเล่นน้ำวันสงกรานต์อย่าแต่งหวิว เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๑๐. ปิดสีลมสงกรานต์ ๓ วัน ๓ คืน ทั่วประเทศคึกสาดน้ำ ตร.คุมเข้ม – กฎเหล็ก ห้ามรถขนน้ำ – ไม่ลามก บ้านเมือง (หน้า ๑)

บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คึกคัก หลายจังหวัดเริ่มจัดงานเทศกาลสงกรานต์แล้ว โดยที่กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมความพร้อมจัดงานสงกรานต์ที่ถนนสีลม และถนนข้าวสาร โดยเตรียมปิดถนนสีลม ให้นักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ – ๒๔.๐๐ น. ส่วนถนนข้าวสาร จะปิดตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. รวมถึงถนนอักษะ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ พร้อมระดมเทศกิจ ๒๐๐ นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านดูแลความปลอดภัย เน้นถนนปลอดแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ขณะที่ตำรวจนครบาล เตือนกลุ่มผู้ดื่มสุรา ห้ามแก้ผ้าเต้นโชว์บนหลังคารถ รวมถึงห้ามเปิดเพลงเสียงดัง และห้ามดื่มสุราบนรถ หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีทันที
ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำบริเวณรอบคูเมือง เพื่อเตรียมรับประเพณีสงกรานต์ โดยพบว่าค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถใช้เล่นสาดน้ำได้ พร้อมขอความร่วมมือทุกคนที่มาร่วมเล่นสงกรานต์แต่งกายให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ส่อไปในทางอนาจาร และเล่นสาดน้ำกันด้วยความสุภาพ และที่จังหวัดอยุธยา วังช้างแลเพนียด ได้จัดกิจกรรมชวนเที่ยวสงกรานต์ ด้วยการนำช้าง ๑๐ เชือก มาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับนักท่องเที่ยวที่บริเวณวงเวียนข้างศาลหลักเมือง ส่วนบ่อนกัมพูชา ติดชายแดนไทย คาดจะมีเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์วันละ ๒๐๐ ล้านบาท

๑๑. ไทยทะลักญี่ปุ่น เที่ยวสงกรานต์เปิบปลาดิบเพิ่ม ๕ เท่า พาเหรดเช่าเหมาลำกระฉูด ๔๐ ไฟลต์ คาดเงินทะลักออกนอก ๓ พันล้านบาท โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายก ทีทีเอเอ เผย ช่วงวันหยุดสงกรานต์ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ เมษายน ๒๕๕๗ คนไทยนิยมซื้อแพ็กเกจทัวร์ไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ๕ เท่า เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมคาดว่าภาพรวมคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศช่วงไตรมาส ๒ จะเติบโต ๒๐ – ๒๕% โดยช่วง ๕ วันดังกล่าวมีชาร์เตอร์ไฟลต์ประมาณ ๓๐ – ๔๐ ลำ เทียบกับทุกปีที่มีไม่ถึง ๒๐ ลำ คาดคนไทยจะไปญี่ปุ่นกว่า ๑ แสนคน และตลอดเดือนนี้คนไทยจะเดินท่องเที่ยวต่างประเทศ ๔ แสนคน เทียบกับเดือนปกติเฉลี่ย ๒.๘ – ๓ แสนคน ส่วนเส้นทางที่ได้รับนิยมรองลงมาคือ เกาหลี จีน ฮ่องกง พม่า สิงคโปร์
ด้าน สทท. คาดว่าในช่วงสงกรานต์คนไทยจะไปเที่ยวต่างประเทศประมาณ ๑.๒ แสนคน มีรายได้ออกไปต่างประเทศ ๒.๙ – ๓ พันล้านบาท ขณะที่การจัดงานสงกรานต์ทั่วไทยจะมีรายได้สะพัดกว่า ๓.๗ หมื่นล้านบาท

๑๒. ท่องเที่ยวเริ่มคึก ต่างชาติทะลักสงกรานต์ / บพ.ชี้เที่ยวบินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง / สนามบินภูเก็ตล้นจนรับไม่ไหว ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๓. เที่ยวบินมาไทยคึก การบินพลเรือนระบุสูงถึง ๑,๗๓๒ ไฟลต์ การันตีเข้าสู่ภาวะปกติทัวร์จีน ล้นเมือง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เผยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๖ เมษายน ๒๕๕๗ ท่าอากาศยานทั้ง ๒๖ แห่ง ของ บพ. มีเที่ยวบินให้บริการ ๑,๗๓๒ เที่ยวบิน หรือประมาณ ๒๔๗ เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น ๒๒.๘๘% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีผู้โดยสารถึง ๒๓๖,๕๙๐ คน หรือประมาณ ๓๓,๗๙๙ คนต่อวัน เพิ่มขึ้น ๕๖.๙๗% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
โดยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจีนเริ่มเดินทางเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้โดยสารที่จะไปภูเก็ต มีมากจนเต็มขีดความสามารถที่จะรองรับ ต้องไปใช้บริการที่ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เพื่อนั่งรถต่อไปยังภูเก็ตแทน ซึ่งทาง บพ. ได้เตรียมอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารที่จะเข้าใช้บริการท่าอากาศยานทุกแห่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีเวรรักษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพิ่มความเข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจค้นผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องบิน เป็นต้น

๑๔. สงกรานต์ประเทศไทยกระหึ่มไกล “ทั่วโลก” ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์เหะหะพาที โดย ซูม กล่าวถึงการจัดงานสงกรานต์ในต่างประเทศของคนไทยจนโด่งดังไปทั่วโลก อาทิ การจัดงานสงกรานต์ที่นิวยอร์ก ซึ่งปีนี้จะจัดอย่างคึกคักตั้งแต่ต้นเดือนถึงสิ้นเดือนเมษายน รวมถึงการจัดงานไทยไนต์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนิวยอร์ก จัดโดยสมาชิกนักเรียนไทยแห่ง NYU ในคืนวันที่ ๑๒ เมษายน และงานสงกรานต์ที่นครลอสแองเจลิส (แอลเอ) เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานนับแสนคน และว่ากันว่างานสงกรานต์ที่แอลเอ เป็นมหกรรมใหญ่ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของแอลเอ ที่นักท่องเที่ยวอเมริกันสนใจสูงสุดในแต่ละปี
โดยผู้เขียนขอขอบคุณคนไทยในต่างแดน ที่ช่วยกันจัดงานสงกรานต์ขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยให้คนไทยที่อยู่ต่างแดนหายคิดถึงบ้านแล้ว ยังช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยได้เป็นอย่างดี พร้อมขอชื่นชมและให้กำลังใจคนไทยทุกแห่งทั่วโลก ที่ร่วมกันจัดงานสงกรานต์อย่างชนิดที่ใครที่ไหน ก็สู้เราไม่ได้

๑๕. จัดงานมหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี เดลินิวส์ (หน้า ๑๕)

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ร่วมกับ จังหวัดสุพรรณบุรี จัดงามหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ที่อุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้กิจกรรมด้านบันเทิงและดนตรีเป็นสื่อกลาง

๑๖. เชิญชวน บ้านเมือง (หน้า ๖)

ภาพข่าว : อ๊อฟ – ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ และศิริพร อำไพพงษ์ ตัวแทนศิลปินจากแกรมมี่ ร่วมเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมงานมหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ที่อุทยานมังกรสวรรค์ เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี

๑๗. คิม คารีเซียน มาไทย ไทยรัฐ (หน้า ๓๕)

คอลัมน์ยิ่งยง แหย่ดารา โดย ยิ่งยง สะเด็ดยาด กล่าวถึงดาราดังระดับโลก คิม คารีเชี่ยน ที่เดินทางมาไทยพร้อมครอบครัว และพักที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมได้สั่งข้าวเหนียวมะม่วงมารับประทานคนเดียว ๖ จาน ข่าวดีอย่างนี้ ททท. กลับไม่นำเสนอข่าว แม้แต่งานเทศกาลสงกรานต์แท้ๆ สิงคโปร์ยังเอาไอเดียไทยไปทำเอง

๑๘. แจ้งจับ บ.กรุ๊ปทัวร์ตุ๋น ซื้อแพกเกจมูลค่า ๔๐ ล้าน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยผู้เสียหายกว่า ๓๐ ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ บจก.กระบี่ภูพระนางรีสอร์ทแอนด์สปา ฐานฉ้อโกงประชาชน โดยนำแผ่นพับโฆษณาขายแพ็กเกจทัวร์ของบริษัทดังกล่าว และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมามอบไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากผู้เสียหายได้จ่ายเงินซื้อแพ็กเกจทัวร์ตามที่มีการโฆษณา รวมมูลค่ากว่า ๔๐ ล้านบาท แต่กลับไม่ได้เข้าพัก อีกทั้งบริษัทยังได้ปิดตัวลง ถือว่ามีเจตนาหลอกลวง

๑๙. บพ.จี้ ทอท. สอบหาข้อเท็จจริง ปล่อยคนนอกขึ้นเครื่องนกแอร์ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

นายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) สั่งให้ ทอท. และสายการบินนกแอร์ สอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีมีบุคคลภายนอกที่ไม่มีตั๋วโดยสาร และบัตรประชาชนขึ้นไปบนเครื่องบิน พร้อมแจ้งผลสอบและแนวทางการแก้ไขมายัง บพ. ภายในเดือนเมษายนนี้ หลังจากนั้น บพ. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อพิจารณาต่อไปว่าเป็นความบกพร่องถึงขั้นที่ต้องเพิกถอนใบอนุญาต ผจก.ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และนกแอร์หรือไม่ ยืนยัน บพ. มีคู่มือการทำงานในทุกขั้นตอนตามมาตรฐานความปลอดภัย จึงมั่นใจว่าระบบและมาตรการที่กำหนดไว้ดีอยู่แล้ว จุดบกพร่องน่าจะอยู่ที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่อาจไม่ระวังมากกว่า

๒๐. ประยุทธ์ชี้บึ้มยะลาไม่เกี่ยว มทภ.๔ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

ความคืบหน้าเหตุการณ์คาร์บอมบ์และจักรยานยนต์บอมบ์ที่จังหวัดยะลา ล่าสุด นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้กำชับเจ้าหน้าที่กองกำลังผสมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองของ อำเภอเบตง เฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะโรงแรมและร้านสะดวกซื้อ หวั่นคนร้ายก่อเหตุซ้ำก่อนสงกรานต์ โดยให้ออกลาดตระเวนตั้งจุดตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเข้าออกย่านการค้าและเศรษฐกิจ รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยว และกำชับโรงแรมทุกแห่งตรวจบัตรประชาชนของผู้เข้าพักด้วย
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนตัว แม่ทัพภาคที่ ๔ คนใหม่ แต่น่าจะเกิดจากต้องการไล่คนไทยพุทธออกนอกพื้นที่ พร้อมยอมรับไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ชี้ คนร้ายก่อเหตุเพื่อเรียกร้องความสนใจจากรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การเจรจาหลังจากหยุดชะงักเพราะปัญหาทางการเมือง

๒๑. งดเปิบอาหารทะเล เปื้อนสารก่อมะเร็ง เดลินิวส์ (หน้า ๑)

ความคืบหน้ากรณีเรืองประมงดัดแปลงใช้บรรทุกน้ำมันล่มจมกลางทะเล บริเวณปากอ่าวมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ล่าสุด นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งให้หาวิธีอื่นที่มีประสิทธิภาพมากู้เรือ เนื่องจากบริษัทเอกชนที่จ้างมายังไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนปัญหาของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน ได้มอบหมายให้ทางผู้นำท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียงหาย เพื่อคำนวณตัวเลขและหาทางช่วยเจรจาให้เจ้าของเรือเยียวยาชดเชยต่อไป
ด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารสุข เผย เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างปลา ปู และกุ้งเลี้ยงในกระชังฟาร์ม เพื่อส่งตรวจสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งจะทราบผลในวันที่ ๑๑ เมษายนนี้ หากพบมีปริมาณสารปนเปื้อนสูงเกินไป จะออกประกาศเตือนห้ามประชาชนนำไปบริโภค และจะสุ่มตรวจทุกสัปดาห์จนกว่าจะไม่พบ เบื้องต้นได้ประกาศเตือนห้ามประชาชนเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าวแล้ว
****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

9/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ธวัชชัย อรัญญิก ปั่น (น้ำ) เงินสงกรานต์กลางศึกการเมืองร้อน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑)

คอลัมน์ Spotlight นำเสนอแผนโปรโมตการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ ของนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. โดยเชื่อว่าภาพรวมการท่องเที่ยวไทยจะยังครึกครื้นเหมือนทุกปี แม้จะมีปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบ และมั่นใจเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทย อาทิ การสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ รวมถึงไฮไลต์สำคัญงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” จะยังเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยปีนี้ ททท. เตรียมสนับสนุนการจัดงานใน ๑๓ พื้นที่หลักทั่วประเทศ คาดจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงาน ๔.๔ ล้านคน เติบโต ๑๐% มีรายได้ ๔.๗ หมื่นล้านบาท เติบโต ๑๔.๖๓%

๒. ททท. เร่งฟื้นมู้ดตลาด ‘จีน – ญี่ปุ่น’ ‘แอร์ไลน์’ แห่เปิดเส้นทางใหม่รับเที่ยวไทยพลิกฟื้น ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เผย สัญญาณตลาดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มเป็นบวก หลังรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้ประกอบการทัวร์เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยปีนี้นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มเดินทางต่างประเทศเพิ่มขึ้น ๑๘% จากปีที่ผ่านมา หรือมีจำนวนเพิ่มเป็น ๙๘.๒ ล้านคน เนื่องจากมีปัจจัยบวกหนุนหลายอย่าง อาทิ สามารถยื่นขอ Visa on Arrival ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ที่ผ่านมา ประกอบกับมีเที่ยวบินจากจีนมาไทยเพิ่มมากขึ้น
เผย ขณะนี้ตลาดจีนเริ่มหันไปเที่ยวเมืองรองในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาซ้ำ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การกระจายนักท่องเที่ยวและหาตลาดทดแทนของ ททท. ที่พยายามโปรโมตให้ชาวจีนไปเมืองอื่นๆ นอกจากกรุงเทพฯ รวมถึงจะหันไปจับช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมแนะผู้ประกอบการทัวร์จีนเร่งปรับตัวรับตลาดเอฟไอทีที่กำลังเติบโต

๓. ฝากความหวังกับการท่องเที่ยว / ไทยแลนด์ สแปลช & สไปซ์ / อีลิทการ์ด ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๔)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกะเหรี่ยง ระบุว่า คงต้องฝากความหวังไว้กับการท่องเที่ยวที่ล่าสุด นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เตรียมร่วมกับ นายกทีเอชเอ และนายกแอตต้า เดินสายไปพบผู้นำด้านการท่องเที่ยวของจีน หวังฟื้นความเชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวจีนมาไทย นอกจากนี้ ททท. ยังได้กระตุ้นกำลังซื้อร่วมกับบัตรเครดิตวีซ่า สานต่อโครงการ ไทยแลนด์ สแปลช & สไปซ์ ชูเรื่องกินเป็นจุดขาย เน้นร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์ในโรงแรม ขายเป็นแพ็กเกจ ๓ ราคาคือ ๓๙๙ – ๗๔๙ บาท และ ๑,๔๙๙ บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน – ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗
ส่วนโครงการอีลิทการ์ด จะเริ่มเดินหน้าอย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หลังได้รับงบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท มาเป็นทุน โดยนายอภิสิทธิ์ ชื่นชมพู ผจญ.ทีพีซี ระบุ ต้องใช้อย่างระมัดระวัง โดยตั้งใจจะเดินหน้าโรดโชว์ มุ่งเป้าปักกิ่ง อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ตามเครือข่ายที่มีอยู่ โดยใช้ไทยแลนด์ทีมช่วยผลักดันอีกแรง

๔. ท่องเที่ยวไทยรายได้วูบ ๓ แสนล้าน ชี้ ‘ติดลบ’ ช่วงไฮซีซันครั้งแรก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในไตรมาสแรก จากการเปิดเผยของ นายอานุภาพ เกสรสุวรณ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวในไตรมาส ๒ จากการประเมินของภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว
นายอานุภาพ เผย ภาพรวมการท่องเที่ยวในไตรมาแรกอยู่ในภาวะถดถอย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง ๖,๕๙๘,๒๔๐ คน ลดลง ๔.๐๙ แสนคน หรือคิดเป็นอัตราลดลงราว ๕.๘๕% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นที่ติดลบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สูญรายได้ราว ๓๑๐,๘๔๘ ล้านบาท ลดลงกว่า ๔.๐๒% จากสาเหตุ ปัญหาการเมืองของไทยทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจในการเดินทาง
ส่วนแนวโน้มในไตรมาส ๒ นายกฤษฎา ตันสกุล นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคใต้) ชี้ ยังเป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะขาดปัจจัยบวกมาช่วยส่งเสริมตลาดเช่นปีที่ผ่านๆ มา โดยประเมินว่าโรงแรม ๕ ดาว ฝั่งอันดามันช่วงเดือนเมษายน อาจอยู่ที่ ๕๐ – ๕๕% ส่วนโรงแรม ๓ – ๔ ดาวอาจอยู่ที่ ๘๐% เพราะได้ตลาดหลักอย่างรัสเซีย และจีน เข้ามาเสริม
ส่วนนายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บจก.โรแรม เซ็นทรัล พลาซ่า เผย โรงแรมในเครือในต่างจังหวัดยังมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง ๘๐- ๙๐% ในไตรมาสแรก สิ่งที่น่าสังเกตคือ กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวยุโรปที่เริ่มฟื้นกลับเข้ามา ทั้งในส่วนโรงแรมต่างจังหวัด และโรงแรมเซ็นทาราในต่างประเทศ

๕. ‘สงกรานต์’ (ยัง) ซบ ทัวริสต์ชะลอทั้งขาเข้า – ขาออก ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

รายงานเชิงวิเคราะห์สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชื่อว่าบรรยากาศปีนี้ คงไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางมาไทย
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทย มีแนวโน้มถดถอยลงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ส่งผลให้โดยรวมในช่วงไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลงประมาณ ๗.๒% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือมีทั้งสิ้น ๖.๕ ล้านคน ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าจะไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากการชุมนุมที่ยังยืดเยื้อ มีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทย แม้ว่า ททท. จะมีการจัดงาน เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ พร้อมคาดว่าช่วงสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มลดลง ๑๐.๖% จากปีที่ผ่านมา และมีรายได้ประมาณ ๒๖,๕๐๐ ล้านบาท ลดลง ๙.๖%
ด้าน สทท. ประเมินว่า ช่วงวันหยุดสงกรานต์ ๑๐ วัน จะมีคนไทยเที่ยวต่างประเทศราว ๑.๒ แสนคน สร้างรายได้ ๓ พันล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย ๑๐% เนื่องจากกำลังซื้อเริ่มตก และเศรษฐกิจยังฝืดเคือง ส่วนตลาดต่างชาติมาเที่ยวไทย คาดว่าจะลดลงราว ๑๐% สร้างรายได้ ๑.๔ หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดคนไทยเที่ยวไทยยังเงียบเหงา คาดจะมีเพียง ๓.๕ ล้านคน / ครั้ง สร้างรายได้ ๒.๓ หมื่นล้านบาท

๖. วัดอุณหภูมิเที่ยวสงกรานต์ สถานที่ยอดฮิต – คลายมนต์ขลัง / เช็กเรตติ้งแหล่งเที่ยว ทะเลใต้ – ญี่ปุ่นสุดฮอต โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ นำเสนอแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากการเปิดเผยของผู้ประกอบการทัวร์ โดยพบว่า ภาพรวมการเดินทางผ่านทัวร์ลดลงจำนวนมาก โดยแพ็กเกจทัวร์ในประเทศที่ได้รับความนิยมมากคือ ทะเลภาคใต้ ขณะที่จังหวัดแถบภาคอีสาน และจังหวัดท่องเที่ยวรองทางภาคเหนือ ยังน่าเป็นห่วง เพราะแม้จะมีคนไทยกลับไปเยี่ยมบ้านมาก แต่คนกรุงเทพฯ เลือกไปเที่ยวน้อยลง ส่วนทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ญี่ปุ่นยังคงได้รับความนิยมมาก ส่วนทัวร์จีน เกาหลี และฮ่องกง ไม่ได้รับความนิยมมากเหมือนในอดีต

๗. บินไทยกระตุ้นสงกรานต์ลดค่าตั๋ว จูงใจเที่ยวในประเทศ นายกฯ สั่งลดอุบัติเหตุ ฮิตขอสาดน้ำ ‘ณเดชน์’ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ ครม. เพื่อทำให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขของคนไทย โดยกำชับให้ ๓ หน่วยงานหลักคือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฺฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลชีวิตประชาชน เพื่อลดความสูญเสีย และการเกิดอุบัติเหตุ
ด้านการบินไทย ได้จัดโปรโมชั่นต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยจำหน่ายตั๋วราคาพิเศษสำหรับเดินทางเที่ยวเดียวเส้นทางภายในประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – ๑๗ เมษายนนี้ อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ ๑,๕๐๐ บาท, เชียงราย ๑,๕๙๐ บาท ขอนแก่น ๑,๒๕๐ บาท เป็นต้น
ส่วนกรุงเทพมหานคร ได้รณรงค์เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยใน ๔ พื้นที่นำร่องคือ ถนนสีลม ถนนข้าวสาร ซอยโชคชัย ๔ และถนนอักษะ ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอส จะเพิ่มขบวนรถในวันที่ ๑๑ เมษายน จาก ๓๐ ขบวน เป็น ๔๖ ขบวน รวมถึงให้ผู้สูงอายุขึ้นรถฟรี ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน เช่นเดียวกับ ขสมก. ที่จะเพิ่มเที่ยววิ่งและปริมาณรถใน ๑๑๖ เส้นทาง

๘. แห่กู้เงินเที่ยวสงกรานต์ ๒.๒ หมื่น ล. “หอการค้า” อึ้ง คนไทยจนกรอบ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๙. สงกรานต์จ๋อยเงินสะพัดน้อย ระบุการใช้จ่ายขยายตัวต่ำสุดรอบ ๔ ปี พบลางร้ายแห่กู้เงินมาใช้ล่วงหน้าถึง ๒๐% โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๓)

นายวชิร คูณทวีเทพ ผช.ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่าการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีนี้อยู่ที่ ๑๑๖,๘๑๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ๒.๓๖% ขยายตัวต่ำสุดในรอบ ๔ ปี เพราะปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และประชาชนไม่กล้าจับจ่ายซื้อสินค้ามากนัก และสิ่งที่น่ากังวลในปีนี้คือ ๒๐.๑% ของเงินที่ใช้จ่าย หรือ ๒.๒ หมื่นล้านบาท เป็นการกู้ยืมมาใช้จ่ายในการท่องเที่ยว และการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาล
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย ที่มาของเงินที่ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาจากเงินออม ๓๖.๘% รองมาเป็นเงินเดือนและรายได้ปกติ ๒๘.๙% เงินกู้ ๒๐.๑% โบนัสและรายได้พิเศษ ๑๔.๑% และอื่นๆ ๐.๑% สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปีนี้มีการกู้เงินเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง ๑.๕ หมื่นบาทต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าในช่วงเศรษฐกิจดี การกู้เงินเพื่อท่องเที่ยวจะน้อยกว่าช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ส่วนดารานักแสดงที่ประชาชนต้องการไปเล่นน้ำมากที่สุด ได้แก่ เจมส์ - จิ และ ญาญ่า และนักการเมืองที่ประชาชนต้องการรดน้ำดำหัวมากที่สุด คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ส่วนนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธาน สทท. เผย ข้อมูลการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้พบว่า โดยรวมรายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ ๑๐% จากช่วงเดียวกันของ ปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ คาดตลอดช่วงสงกรานต์จะสร้างรายได้ประมาณ ๓.๗ หมื่นล้านบาท ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ค่อนข้างทรงตัว คาดจะมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศประมาณ ๑.๒ แสนคน มีการใช้จ่ายประมาณ ๒.๙ พันล้านบาท

๑๐. ของดีแน่ต้อง “ช้างชูงวงเริงร่า” แนะดูมาตรฐานการท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๘)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผย กรมฯ ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการการท่องเที่ยวที่ได้รับมาตรฐาน โดยให้สังเกตสัญลักษณ์มาตรฐาน “ช้างชูงวงเริงร่า ประกอบลายประจำยาม” ที่ปรากฏตามห้างร้าน และสถานบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงได้รวบรวมผู้ประกอบท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรอง และตรวจประเมินมาตรฐานของกรมฯ ไว้ในแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ชื่อ TTS Explorer พร้อมขอให้ประชาชนที่จะออกไปเที่ยวสงกรานต์ จดจำตราสัญลักษณ์และเลือกใช้บริการกับผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานได้อย่างสบายใจ

๑๑. ‘กรมการท่องเที่ยว’ กางแผนปั้นรายได้กองถ่ายหนัง ตปท. ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

๑๒. หนุนไทยเป็นโลเกชั่นถ่ายหนัง ตั้งเป้าดันรายได้สิ้นปี ๒.๕ พัน ล. ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๙)

กรมการท่องเที่ยว ตั้งเป้าจะสร้างรายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่ ๒.๕ พันล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๕% จากปี ๒๕๕๖ โดย ๒ เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้ ๕๘๑ ล้านบาท ลดลง ๗๓% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พร้อมเชื่อการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะคืนความมั่นใจ ให้กองถ่ายภาพยนตร์อีกครั้ง พร้อมได้จัดอบรมผู้ประสานงานกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ให้มีความเข้าใจในกฎระเบียบ ขั้นตอน และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องของส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อการบริการที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้จัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

๑๓. ดึงต่างชาติลุยราชประสงค์ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย (ทิก้า) ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดโครงการเลิฟ ไมซ์ เลิฟไทยแลนด์ เพื่อเชิญผู้ประกอบการจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ จำนวนกว่า ๑๐๐ ราย เข้ามาตรวจพื้นที่และเข้าพักโรงแรมในย่านราชประสงค์ ผ่านการจัดรายการส่งเสริมการขายราคาพิเศษ เน้นเพิ่มมูลค่าแพ็กเกจ และการสนับสนุนค่าจัดงานเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ ซึ่งจะฟื้นฟูภาพลักษณ์ และกระตุ้นตลาดกลุ่มสัมมนา ให้สามารถเติบโตได้ในไตรมาส ๓ และ ๔ ของปี หลังได้รับผลกระทบจากการชุมนุม พร้อมเตรียมรุกทำตลาดแบบดิจิทัลมากขึ้น ตั้งเป้าจะผลักดันรายได้ตลาดไมซ์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ๙ หมื่นล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยว ๙ แสนคน

๑๔. ไทยขึ้นแท่นเหมาะจัดแต่งงานที่สุดในโลก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย กล่าวถึงการที่ไทยได้รับรางวัลสูงสุดการท่องเที่ยวแห่งปี จากนิตยสาร ทราเวล + เลเซอร์ ในอินเดีย ในฐานะประเทศที่เหมาะแก่การจัดงานแต่งงานมากที่สุด ซึ่งเป็นผลจากการโหวตของผู้อ่านนิตยสารทราเวล + เลเซอร์ บนโลกออนไลน์ตลอด ๕ เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าไทยมีชายหาดสวยงาม อากาศดี มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่แปลกตา และมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย รวมถึงผู้คนมีอัธยาศัยดีและพร้อมจะต้อนรับ พร้อมได้นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดอินเดีย จากการเปิดเผยของ รัญจวน ทองรุต ผอ.ททท.สนง.นิวเดลี ประเทศอินเดีย

๑๕. ตลาดท่องเที่ยวไทยช่วงหยุดยาว คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง โดย บัญญัติ คำนูณวัฒน์ กล่าวถึงการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยผู้เขียนได้อ้างถึงบทสรุปผู้บริหารของโครงการศึกษาตลาดท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอาเซียนในปีที่ผ่านมา ของบริษัท อินทัช รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลแทนซี่ ที่ระบุว่า ประเทศที่บรรดานักท่องเที่ยวศักยภาพสูงมักจะเลือกไปคือ ไทย รองลงมาคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตามลำดับ
โดยเป้าหมายในเมืองไทยที่นักท่องเที่ยวเดินทางไป ๕ อันดับแรกคือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศจำนวนมาก โดยชาวอาเซียนชมเมืองไทยกันว่า มาประเทศเดียวก็ คุ้มค่า” เพราะมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติดึงดูดใจ มีแห่งดำน้ำสวยงาม และมีแหล่งช็อปปิ้งมากมาย อีกทั้งความเป็นมิตรของคนท้องถิ่น ยังตราตึงนักท่องเที่ยวมาทุกยุคทุกสมัยจนได้ฉายา “สยามเมืองยิ้ม”
พร้อมแนะให้ท่องเที่ยวตามปฏิทินของ ททท. ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย อาทิ ชมทะเลสวยกับถิ่นปลาการ์ตูนที่หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เกาะห้องมหัศจรรย์ธรรมชาติในป่าเกาะ จังหวัดกระบี่ เป็นต้น

๑๖. รู้ตัวมือคาร์บอมบ์ยะลา ตร.มั่นใจฝีมือกลุ่มเดียวกัน นายกฯ สั่ง ๒ รมต. เร่งดับไฟ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

ความคืบหน้าเหตุการณ์คาร์บอมบ์ในเขตเทศบาลเมืองยะลา เมื่อวันที่ ๖ – ๗ เมษายน ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรเมืองยะลา เชื่อคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน เพราะหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือที่ใช้ตั้งเวลาจุดชนวนระเบิด เป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวกัน อีกทั้งภาพจากวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ชัดเจน ขณะนี้มีเป้าหมายผู้ต้องสงสัยแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน
ขณะที่นักวิชาการวิเคราะห์ เหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้ช่วงนี้มาจาก ๓ ปัจจัย คือ การครบวงรอบเดือนเสี่ยง การครบรอบ ๑๐ ปีความไม่สงบภาคใต้ และการหยุดชะงักของการเจรจาสันติภาพด้วยปัจจัยทางการเมือง

๑๗. เจ้าท่าเร่งกู้คราบน้ำมันรั่วทะเลสมุทรสาคร กระทบโลมาอิรวดี ๓๐ ตัว ป่าชายเลน – หอยแมลงภู่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๓)

๑๘. เรือน้ำมันล่มปากอ่าว คราบลอยฟ่อง ประมงมหาชัยเสียหายหนัก! ไทยรัฐ (หน้า ๑)

กรมเจ้าท่า ได้นำเรือเด่นสุทธิเร่งกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลลงสู่ทะเล บริเวณปากคลองประมง ตำบลพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร เบื้องต้นตรวจสอบพบเป็นเรือที่มีความยาว ๑๖ เมตร ที่ใช้ขนส่งน้ำมันที่ผ่านการใช้แล้วเพื่อจะนำไปรีไซเคิล แต่เกิดล่มเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ที่ผ่านมา และมีการรั่วไหลของน้ำมัน คาดมีน้ำมันรั่วประมาณ ๑ พันลิตร และน่าจะใช้เวลา ๑ วัน ในการกำจัดคราบน้ำมัน
ด้านกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับกรมเจ้าท่า เบื้องต้นเป็นห่วงผลกระทบที่เกิดกับปลาโลมาอิรวดี และหากทิศทาการไหลของน้ำมันไหลเข้าป่าชายเลน อาจเกิดผลกระทบต่อป่าชายเลน โดยจะติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิดต่อไป

๑๙. อะเมซิ่งไทยแลนด์ – พีทีที เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ๒๐๑๔ เดลินิวส์ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์มุมที่ ๕ โดย ปู ปรัศนี : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ผู้บริหาร ปตท. เป็นปลื้มที่กอล์ฟราคาประหยัด อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ – พีทีที เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ๒๐๑๔ สร้างความฮือฮาให้กับวงการกอล์ฟ เปิดรับสมัครเพียงอาทิตย์เดียวมีคนสมัครจนล้น

**************************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

8/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๗

๑. เล่นกอล์ฟราคา ๙๙๙ บาท ททท. จับมือ ปตท. จัดให้ ๕ สนามแจกรางวัลแถม ไทยรัฐ (หน้า ๒๑)

๒. “ททท.” จัดกอล์ฟบูมท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๑๙)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ร่วมกับ ปตท. และพันธมิตร จัดการแข่งขัน อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ – พีทีทีเอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ๒๐๑๔ ปีที่ ๖ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้จ่าย พร้อมรณรงค์ให้เกิดการเดินทาง เป็นการกระจายรายได้ไปสู่พื้นที่ต่างๆ กำหนดจัดแข่งขันทั้งหมด ๕ สนาม ค่าสมัครเพียง ๙๙๙ บาท ซึ่งปรากฏว่าขณะนี้มีผู้สมัครเต็มเกือบทุกสนามแล้ว โดยจะเริ่มสนามแรกวันที่ ๑๖ พฤษภาคมนี้ ที่สนามคัสคาต้า

๓. ต่างชาติเข้าไทยเดือนมีนาฯ หด ๙% กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๔. จีนเที่ยวไทยเพิ่มแน่ รัฐบาลมังกรไฟเขียวขอวีซ่านอกประเทศได้ ททท. มั่นใจกวาดยอดตามเป้า ๕.๕ ล้านคน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. ยืนยัน ยังคงเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนมาไทยในปีนี้ไว้ที่ ๕.๔ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๔.๘๙% แม้ว่าช่วง ๒ เดือนแรกจะติดลบถึง ๒๐.๘๘% เหลือ ๖.๓๖ แสนคน จากปัญหาทางการเมืองของไทย อีกทั้งข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวระบุว่า เดือนมีนาคม ติดลบ ๙% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยจะรอประเมินผลตอบรับจาก ๒ ปัจจัยบวก ได้แก่ การเปิดให้นักท่องเที่ยวจีนทำวีซ่าเมื่อมาถึงไทย หรือ Visa on Arrival ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ที่ผ่านมา และการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินประจำและชาร์เตอร์ไฟลต์ ที่บินตรงจากจีนมายังต่างจังหวัดของไทย โดยไม่แวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ ว่าจะมีผลในการผลักดันตลาดให้กระเตื้องขึ้นมากน้อยแค่ไหน
พร้อมคาดว่าในเดือนเมษายนนี้ หากสถานการณ์การเมืองไม่มีความรุนแรง ช่วงวันหยุดแรงงานระหว่างวันที่ ๑ – ๑๐ พฤษภาคมนี้ จะมีคนจีนเดินทางมาไทยไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา หรือมีประมาณ ๑ – ๑.๒ แสนคน ส่วนแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงครึ่งปีหลัง มีสัญญาณการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มเอฟไอที คาดว่าจะเติบโต ๓%
นอกจากนี้ ททท. เตรียมกลยุทธ์เพิ่มการเข้าถึงช่องทางออนไลน์แบบบีทูซี เจาะกลุ่มคนทำงานซึ่งมีศักยภาพในการใช้จ่าย พร้อมจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเที่ยวไทยเพิ่ม และจะรุกเปิดตลาดใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียงจีน เริ่มต้นที่เขตมองโกเลียใน โดยเข้าไปสนับสนุนสายการบินฮันนุแอร์ เปิดเส้นทางบินตรงอูลันบาตอร์ – กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว ๑ หมื่นคน คาดภายใน ๑ ปีจะเติบโตถึง ๕๐ – ๗๐%
รวมทั้งจะร่วมกับสายการบิน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว จัดรายการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เน้นการเพิ่มมูลค่าแพ็กเกจทัวร์ มากกว่าการลดราคา และจะส่งเสริมสายการบินเปิดเส้นทางบินตรงสู่แหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของไทย

๕. เปิดอบรม Excellent Tourism and Service marketing Sustainable Betterment ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : นางภัทรพร สิทธิวนิช ผอ.ส่งเสริมสินค้าท่องเที่ยวททท. เปิดอบรม Excellent Tourism and Service marketing Sustainable Betterment เป้าหมายสร้างรายได้กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ด้วยความหลากหลายของทรัพยากรท่องเที่ยว และสร้างความแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทยรับเออีซีในปี ๒๕๕๘

๖. สิงคโปร์เปิดศึกสงกรานต์ไทยสะเทือน / ตื่นป้องประเพณีสงกรานต์ ตอกย้ำต้นตำรับเทศกาล ดับร้อน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

คอลัมน์รายงานพิเศษ นำเสนอความเคลื่อนไหวของภาครัฐและเอกชน ที่ได้ตื่นตัวออกมาปกป้องงานประเพณีสงกรานต์ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำและต้นตำรับการจัดงานสงกรานต์ หลังสิงคโปร์ประกาศจะจัดงานสงกรานต์แข่งกับไทย
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. ไม่ได้ นิ่งนอนใจที่เพื่อนบ้านจะจัดงานสงกรานต์ โดยจะเน้นชูความเก่าแก่ของประเพณีสงกรานต์ที่สืบทอดยาวนาน และศิลปวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ทุกภูมิภาคของไทย รวมทั้งปรับกลยุทธ์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ๒ ส่วนคือ ๑. เลือกพื้นที่จัดงาน โดยมุ่งเสนอสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีที่ถูกต้อง และ ๒. จัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ เน้นความสนุกสนานของการสาดน้ำ อาทิ ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น เป็นต้น
ส่วนแผนระยะยาว ททท. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสินค้าท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์ ทั้งชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด มาเสนอเพื่อสร้างจุดแข็งและความแปลกใหม่ให้ท้องถิ่น โดยเชื่อว่ายังมีประเพณีสงกรานต์ในไทยที่สามารถนำมาปัดฝุ่นและนำมาเสนอได้อีกมาก ซึ่งจะเพิ่มความแข็งแกร่งงานสงกรานต์ไทยได้ นอกจากนี้จะร่วมกับกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ศึกษาแนวทางคุ้มครองทางกฎหมาย โดยเบื้องต้นอาจจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาบางส่วน
ด้าน สทท. ชี้ว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกส่วนต้องทำงานกับภาครัฐใกล้ชิดมากขั้น โดยใช้สื่อออนไลน์ทำการตลาด ตอกย้ำภาพไทยเป็นผู้นำการจัดงานสงกรานต์ของอาเซียน รวมถึงการจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ ก็ควรเสนอก่อนการจัดงานให้นานกว่าที่ผ่านมา และเพิ่มความถี่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เน้นความปลอดภัยสูงสุดให้กับนักท่องเที่ยว
ขณะที่ภาคเอกชนมองว่า การจัดงานสงกรานต์ของสิงคโปร์ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อไทย เพราะสงกรานต์ไทยมีเอกลักษณ์ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ อีกทั้งสงกรานต์ไม่ใช่ประเพณีของไทยประเทศเดียว แต่เป็นประเพณีที่จัดกันทั่วอาเซียน

๗. ปปส. เข้มสกัดขนยาสงกรานต์ ‘ข้าวสาร’ โอดจองห้องพักวูบ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๘. สงกรานต์ข้าวสารต่างชาติหด หวังคนไทยเที่ยวเข้าพักเพิ่มทดแทน ปืนฉีดน้ำซบ เสื้อลายดอกขายดี ตจว. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

นายประสิทธิ์ เจียรไนสกุล อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร แถลงข่าวการจัดงานมหาสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายนนี้ เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดจะมีคนไทยและต่างชาติมาเล่นน้ำสงกรานต์ประมาณ ๑ แสนคน มีเงินสะพัดกว่า ๒๐๐ ล้านบาท พร้อมเชื่อว่าบรรยากาศความสนุกสนานจะมีไม่แพ้ปีที่ ผ่านมา และยอมรับการชุมนุมทางการเมืองและความไม่ชัดเจนของปัญหาการเมือง ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวมาร่วมงานลดลง จากการตรวจสอบยอดจองที่พักและโรงแรมในบริเวณถนนข้าวสาร พบว่าลดลง ๒๐ – ๓๐% และส่วนใหญ่การเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารจะเป็นคนไทย
ด้าน สน.ชนะสงคราม ได้ระดมกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยรอบถนนข้าวสาร ๗๐๐ นาย และอาสาสมัคร ๑๐๐ นาย พร้อมตั้งจุดตรวจ ๔ จุด เพื่อตรวจอาวุธหรือสิ่งของที่อาจเป็นอาวุธ ไม่ให้นำเข้า
ส่วนจังหวัดนครพนม ได้แถลงข่าวการจัดงานประเพณีสงกรานต์นครพนม “รื่นรมย์บุญปีใหม่ไทย – ลาว” และเทศกาลถนนข้าวปุ้น ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ ณ บริเวณลานพนมนาคา อำเภอเมืองนครพนม ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย และจังหวัดเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวการจัดงาน “ป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง เจียงใหม่ สุขก๋าย เย็นใจ๋ ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ อย่างยิ่งใหญ่ ทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่และ อปท. อีก ๒๐ แห่ง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว
ด้านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้วาง ๔ มาตรการเพื่อสกัด ยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันการขนยาเสพติดจากภาคเหนือ ภาคอีสาน เข้าภาคกลาง และกรุงเทพฯ

๙. สงกรานต์ฟรีมอเตอร์เวย์ แห่ซื้อเสื้อลายดอกเหลือง บ้านเมือง (หน้า ๑)

กรมทางหลวง จะยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์สาย ๗ และสาย ๙ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ น. ของวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๗ ถึงเวลา ๒๔.๐๐ น. ของวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๗ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทาง
ส่วนที่จังหวัดสิงห์บุรี ได้ประกาศ ๑๓๐ พื้นที่เล่นสาดน้ำสงกรานต์แบบไร้แอลกอฮอล์ และห้ามรถขนน้ำเข้าเด็ดขาด ส่วนที่จังหวัดพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้อัญเชิญพระพุทธชินราชจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ มาตั้งไว้หน้าวิหารพระพุทธชินราช เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล และที่จังหวัดนครราชสีมา ร้านจำหน่ายเสื้อบริเวณซอยตรอกจันทร์คึกคัก ประชาชนแห่ไปซื้อเสื้อลายดอกเพื่อสวมใส่ในช่วงเทศสงกรานต์จำนวนมาก

๑๐. นับแสนแห่ฉลอง ! สงกรานต์แอลเอ ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

รายงานบรรยากาศงานสงกรานต์ที่นครลอสแองเจลิส ซึ่งชาวไทยในนครลอสแองเจลิส ได้ร่วมกันจัดงาน “ไทยนิวเยียร์ ๒๐๑๔ : สงกรานต์เฟสติวัล ครั้งที่ ๑๑” อย่างยิ่งใหญ่ โดยปิดถนนฮอลลีวูด ยาวประมาณ ๓ กม. ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ – ๒๐.๐๐ น. วันที่ ๖ เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ภายในงานมีการจัดบูธขององค์กรต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลองแองเจลิส บูธของกรุงเทพมหานคร บูธของ ททท. ฯลฯ โดยมีผู้มาชมงานประมาณ ๑.๕ แสนคน

๑๑. โรดโชว์โหมรายได้กองถ่ายต่างชาติ รอรัฐบาลเคาะแพ็คเกจอินเซนทีฟ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๑๒. ทุ่มงบพีอาร์แข่งมาเลย์ ดึงกองถ่ายนอก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

๑๓. ปั้นรายได้จากกองถ่ายต่างชาติ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๔. ไทยเดินสายชูโลเกชั่นถ่ายหนัง หลังมาเลย์ไล่บี้ให้สิทธิพิเศษอื้อ มติชนรายวัน (หน้า ๘)

น.ส.อุบลวรรณ สุจริตกุล ผอ.กองกิจการภาพยนตร์ กรมการท่องเที่ยว เผย กรมฯ ตั้งเป้าจะสร้างรายได้จากกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศให้เติบโต ๑๕% หรือ ๒.๕ พันล้านบาทภายใน ปี ๒๕๕๗ โดยเตรียมจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ให้กับไทย ในฐานะผู้นำโลเกชั่นอันดับ ๑ ในอาเซียน ด้วยการเตรียมออกโรดโชว์ในงานเทศกาลภาพยนตร์ และงานเทรดโชว์เฉพาะด้านรายการใหญ่ทั่วโลกตามกำหนดเดิม
นอกจากนี้ กรมฯ ได้จัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทย ครั้งที่ ๒ ภายใต้แนวคิด “ไทยแลนด์ เทค ทู...แอคชั่น” ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๙ เมษายนนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ ถึงศักยภาพของไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ พร้อมเตรียมจัดประกวดหนังสั้นนานาชาติ เพื่อ โปรโมต ๘ คลัสเตอร์โลเกชั่นถ่ายทำทั่วไทย
ส่วนโปรแกรมการให้สิทธิประโยชน์ในเชิงการยกเว้นภาษีให้กับกองถ่ายทำฯ เพื่อเป็นมาตรการจูงใจนั้น ยอมรับว่าขาดช่วงไปหลังจากเข้าสู่รัฐบาลรักษาการ ทำให้กระทรวงการคลังยังไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เผย ปัจจุบันมาเลเซียถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย เพราะรัฐบาลมีนโบยายให้สิทธิประโยชน์ตอบแทนด้วยแพ็กเกจอินเซ็นทีฟให้กับกองถ่ายทำฯ

๑๕. อพท. แข่งเออีซีชูโรงแรมสีเขียว หวังสร้างจุดขาย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๑๖. อพท. เร่งชุมชนพัฒนาศักยภาพ / เข็น ๔ มาตรการปลุกผู้ประกอบการสีเขียวรับเออีซี ไทยรัฐ (หน้า ๙)

อพท. เตรียมดันธุรกิจโรงแรมเข้าร่วมโครงการสถานประกอบการสีเขียว หวังสร้างจุดขายเหนือคู่แข่งในอาเซียน และสามารถดึงดูดความสนใจจากตลาดตะวันตก โดยเฉพาะยุโรป ที่ใช้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมาตัดสินใจควบคู่กับการเลือกโรงแรมที่พักมากขึ้น โดย อพท. จะเข้าไปช่วยให้คำแนะนำการพัฒนาใน ๔ มาตรฐานเพื่อลดภาวะโลกร้อนได้แก่ การจัดการน้ำเสียและการนำน้ำกลับ มาใช้ใหม่, การจัดการขยะ, การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าปีนี้จะมีโรงแรมเข้าร่วมอย่างน้อย ๓๒ แห่ง
ส่วนด้านแหล่งท่องเที่ยว เตรียมปรับเกณฑ์มาตรฐานการรับรองแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพการท่องเที่ยว เน้นการสร้างจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อม การลดภาวะโลกร้อน และการสร้างประสบการณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่น

๑๗. เวิลด์แบงก์ลดจีดีพีปีนี้เหลือ ๓% / การเมืองป่วนไม่เลิกตัวฉุดรั้ง เศรษฐกิจไทยโตต่ำสุดในอาเซียน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยลงเหลือ ๓% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ ๔% ซึ่งต่ำสุดในอาเซียน เพราะสถานการณ์การเมืองที่ยังดำเนินอยู่ ทำให้คาดว่าการลงทุนจะยังคงซบเซาต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกของไทยยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ

๑๘. ธปท. ลุ้นไตรมาสสองท่องเที่ยวฟื้น ทอท. ปรับแผนเน้นรายได้สนามบิน ตจว. มติชนรายวัน (หน้า ๘)

ทอท. คาดการณ์ยอดผู้โดยสารในปีนี้จะเติบโต ๗.๓๕% ลดลงจากเป้าที่ตั้งไว้ ๑๐% เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว การชุมนุมทางการเมือง และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนหดหาย อย่างไรก็ตาม ทอท. ยังคงเป้าหมายรายได้ในปีนี้ไว้ที่ ๓.๘ หมื่นล้านบาทเท่าเดิม พร้อมจะผลักดันท่าอากาศยานในต่างจังหวัด อาทิ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง ภูเก็ต และหาดใหญ่ ให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มมากขึ้น
ด้าน ธปท. เผย ภาคการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส ๒ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก เพราะหลังจากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้มีบางประเทศประกาศลดระดับการเตือนมาไทย ประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวมากขึ้น แต่การฟื้นตัวจะชัดเจนหรือไม่ ต้องติดตามสถานการณ์การเมือง หากไม่มีความรุนแรง แนวโน้มจะปรับดีขึ้นต่อเนื่อง

๑๙. ปัญหาของกระบี่ มติชนรายวัน (หน้า ๒๐)

คอลัมน์เดินหน้าชน โดย เสกสรร กิตติทวีสิน กล่าวถึงปัญหาบริษัททัวร์ลอยแพนักท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งล่าสุดทางจังหวัดได้ออกมาแก้ไขปัญหา และให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ลงมาแก้ไขด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
และจากนี้ไปเชื่อว่าทางจังหวัดจะต้องออกมาเต็มตัว ในการหามาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าวตั้งแต่ต้น ต่อไปใครจะไปอ้างจัดขายแพ็กเกจทัวร์เที่ยวที่บูธไหนก็ตาม คงไม่ใช่แค่ใช้โลโก้ของ ททท. เข้าไปแปะเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่ ททท. ก็เสียรังวัดไปพอสมควรกับเรื่องดังกล่าว เพราะโลโก้ ททท. มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกจองการท่องเที่ยว ดังนั้น ททท. ก็ต้องไปทำการบ้านใหม่ในการรักษามาตรฐานโลโก้ของตัวเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพวกต้มตุ๋นเหล่านี้ และขอสนับสนุนหากทางจังหวัดจะเข้ามากำหนดเพิ่มมาตรการในส่วนผู้ขายแพ็กเกจ ที่อาศัยความสวยงามของกระบี่เป็นแหล่งหากิน

๒๐. ทางแก้ทัวร์เบี้ยวลูกค้า ข่าวสด (หน้า ๖)

คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย นำเสนอจดหมายของ “บัวผัน” ที่แนะนำทางแก้ปัญหาบริษัททัวร์ลอยแพลูกค้า โดยแนะให้ผู้ที่ชอบท่องเที่ยวเช็คข้อมูลด้วยตัวเอง จากการโทรศัพท์สอบถาม หรือหาข้อมูลในหนังสือ หรือทางอินเทอร์เน็ต จะได้ความรู้โดยไม่ต้องไปซื้อทัวร์ไปเอง
ซึ่งทางเจ้าของคอลัมน์ เห็นด้วยกับข้อแนะนำดังกล่าว เพราะการท่องเที่ยวภายในประเทศไปเองได้ไม่ยาก และลดปัญหาการถูกหลอกลวงด้วย ขณะเดียวกันทราบว่า ททท. ได้สั่งเข้มงวดบริษัทที่เข้าร่วมงานต่างๆ ห้ามไม่ให้ใช้ตราของ ททท. ไปอ้างอิงโดยพลการ

๒๑. พินาศ ๓ แห่ง บึมซ้ำที่ยะลา ! ฝีมือโจรใต้ ชุดที่ก่อเหตุวันที่ ๖ เม.ย. ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๒๒. บึมซ้ำ – ยะลายับ ลอบวางเช้าตรู่อีก ๔ จุด ไฟโชนทั่วเมือง คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

ยังเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ที่ผ่านมา เวลา ๐๖.๓๐ ได้เกิดเหตุระเบิด ๓ จุดในเขตเทศบาลนครยะลา จุดแรกที่เซเว่นอีเลฟเว่น สาขาตลาดเก่า จุดที่ ๒ ที่บริเวณโกดังศรีสมัยใกล้ร่านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาจารู ถนนสายเดียวกันห่างไปราว ๑ กม. และจุดที่ ๓ ที่ศูนย์ศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จังหวัดยะลา ทำให้อาคารเสียหาย โดยเฉพาะที่โกดัง ศรีสมัย มีเพลิงลุกไหม้รุนแรง ส่งผลให้สินค้าและกล่องกระดาษไหม้เสียหาย ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เจ้าหน้าที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันกับที่ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ และจักรยานยนต์บอมบ์ก่อนหน้านี้ เชื่อจะเป็นการสร้างสถานการณ์ ล่าสุดชุดสืบสวนกำลังคลี่คลายสาเหตุการลอบวางระเบิดในพื้นที่
ด้านนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้สั่งคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง ๗ อำเภอ ได้แก่หาดใหญ่ สะเดา จะนะ เทพา สะบ้าย้อย นาวี และเมืองสงขลา โดยให้เจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติ ๕ ข้อ ทั้งซุ่มตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สนับสนุนการเพิ่มจุดตรวจสกัดลอยจองตำรวจและทหาร ให้ประสานกับเจ้าของห้าง โรงแรม และสถานบริการ ให้เข้มงวดในการเฝ้าตรวจทางเข้าออก และให้ประสานท้องถิ่นเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ดับเพลิง และบรรเทาสาธารณภัยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

๒๓. สั่งพักงาน จนท.สนามบิน ปล่อยคนขึ้นเครื่อง ‘ทอท.’ สอบเชิงลึก เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๒๔. นกแอร์ป่วนผู้โดยสารปริศนามั่วขึ้นเครื่อง หวั่นก่อการร้าย “พาที” ขอโทษไม่ให้เกิดซ้ำ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

จากเหตุการณ์มีบุคคลภายนอกหลบเลี่ยงเข้าไปบนเครื่องบินของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน ดีดี ๗๑๐๕ เส้นทางบินหาดใหญ่ – กรุงเทพฯ ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ล่าสุด ผอ.ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว และสั่งพักงานพนักงานการท่าอากาศยานหาดใหญ่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้เชิญหน่วยงานราชการ สายการบินที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมเพื่อรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวิเคราะห์สาเหตุ ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการตรวจค้นบุคคล
ด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ได้ชี้แจงผ่านทวิตตอร์ ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมได้ประชุมกับ ทอท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

๒๕. คุมเข้มย่าน ศก. ใต้ – หาดใหญ่ / ทหารได้กลิ่นประกอบคาร์บอนบอมบ์อีก ๘ คัน เตรียมป่วนซ้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ ๔ สั่งกองกำลังผสม ๓ ฝ่าย เพิ่มความเข้มงวดการดูแลความปลอดภัยป้องกันคาร์บอมบ์ในย่านเศรษฐกิจและพื้นที่เสี่ยง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งย่านเศรษฐกิจ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันกลุ่มก่อการร้ายก่อเหตุคาร์บอมบ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซ้ำรอยย่านเศรษฐกิจยะลา พร้อมเผย ไม่คิดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้เพื่อท้าทาย แม่ทัพภาค ๔ คนใหม่ เนื่องจากคนร้ายพร้อมจะก่อเหตุรุนแรงเพื่อสร้างสถานการณ์ทุกครั้งที่มีโอกาส

๒๖. กทม.เตือน ๔๘ จุดเสี่ยง ‘ไฟไหม้สงกรานต์’ ‘ถนนข้าวสาร – เอเชียทีค – หมอชิต’ ติดโผ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๕)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับ สถานีตำรวจนครบาล ๘๘ แห่ง รณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ระมัดระวังเรื่องเพลิงไหม้ รวมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าของอาคารสูงทุกแห่ง ให้ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมเตือน ๔๘ จุดพื้นที่เฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้ช่วงสงกรานต์ โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ออกตระเวนตรวจสอบเป็นพิเศษ ขณะที่ตำรวจจะกวดขันจับกุมบุคคลที่มีพฤติกรรมเผาหญ้า หรือเผาวัสดุอื่นที่อาจเป็นเหตุให้เกิดเพลิง

๒๗. ธุรกิจท่องเที่ยว แนวหน้า (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ให้เกียรติร่วมงานและบรรยายพิเศษ เนื่องในโอกาสสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๖ โดยมี นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคม ให้การต้อนรับ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท

**************************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๗

๑. เปิดแหล่งเที่ยวงานสงกรานต์ ปรับแผนโปรโมตดึงนักท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

เอวิกานต์ บัวคง นำเสนอรายละเอียดแผนโปรโมตการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ของ ททท. จากการเปิดเผยของนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. โดยปีนี้ ททท. ได้แยกรูปแบบของประเพณีการเล่นสงกรานต์ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมากขึ้น พร้อมนำเสนอรายละเอียดแนะนำเที่ยว “เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗” ใน ๑๓ พื้นที่หลักทั่วประเทศที่ ททท. สนับสนุน

๒. ส่งเสริมท่องเที่ยวระยอง สยามรัฐ (หน้า ๑๑)

คอลัมน์ระเบียงข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมจัดงานระยองลูกทุ่ง ออร์เคสตรา ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๓ เมษายน ๒๕๕๗ ณ ลานเอนกประสงค์ สตาร์โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้น คาดจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดระยองประมาณ ๕ หมื่นคน มีรายได้ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ล้านบาท

๓. ลุ้นท่องเที่ยวสงกรานต์ / เดินหน้าปราบโรงแรมเถื่อนต่อเนื่อง ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์สังคมธุรกิจ โดย มร.ฮาร์ดดิสก์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ และนับวันจะยิ่งร้อนแรง ทำให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ยิ่งในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. คงต้องลุ้นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้ามาตามเป้าหมาย ๔.๔ ล้านคนหรือไม่
ด้านนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร หลังได้รับตำแหน่งนายกสมาคมโรงแรมไทย สมัยที่ ๒ ก็เดินหน้านโยบายหลักๆ ในการเร่งผลักดันการปราบปรามโรงแรมเถื่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเริ่มดำเนินการ แต่ต้องสะดุดเพราะมีรัฐบาลรักษาการ แต่หลังจากที่มีรัฐบาลแล้วจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่ออย่างแน่นอน

๔. ลุ้นท่องเที่ยวสงกรานต์ มติชนรายวัน (หน้า ๙)

คอลัมน์โฟกัสประเด็นร้อน กำลังติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ว่า จะมีความคึกคักหรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เริ่มร้อนแรงขึ้น โดย ททท. ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวสงกรานต์ในไทย ๔.๔ ล้านคน จากปี ๒๕๕๖ อยู่ที่ ๔ ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น ๑๐% มีรายได้ ๔.๗ หมื่นล้านบาท จากปี ๒๕๕๖ มีประมาณ ๔.๑ หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ๑๔.๖๓% ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย เพราะภาคธุรกิจท่องเที่ยวต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คนไทยไม่มีจิตใจจะเที่ยวในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และยังมีการชุมนุมไม่เลิก ซึ่งผลลัพธ์จะออกมาตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ต้องลุ้น

๕. โครงการไทยแลนด์ สแปลซ แอนด์ สไปซ์ ๒๕๕๗ เดลินิวส์ (หน้า ๑๘)

คอลัมน์มุมที่ ๕ เปิดสัปดาห์กับโอรองซ์ : นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และนายสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผจก.วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย และเมียนมาร์ เปิดตัวโครงการไทยแลนด์ สแปลซ แอนด์ สไปซ์ ๒๕๕๗ มอบส่วนลดห้องอาหารในโรงแรมระดับ ๓ – ๕ ดาว กว่า ๑๔๕ แห่ง ในกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย ระหว่างวันที่ ๑๐ เมษายน – ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่ถือบัตรวีซ่าเท่านั้น

๖. สแปลซ แอนด์ สไปซ์ บ้านเมือง (หน้า ๔)

๗. สงกรานต์อาหารไทย แนวหน้า (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และนายสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผจก.วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย และเมียนมาร์ เปิดตัวโครงการไทยแลนด์ สแปลซ แอนด์ สไปซ์ ๒๕๕๗ มอบส่วนลดพิเศษ ระหว่างวันที่ ๑๐ เมษายน – ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ ททท.

๘. ททท. หวั่นต่างชาติเปลี่ยนเส้นทาง ‘หนีไทย’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๔)

๙. ททท. เร่งดึงสแกนดิเนเวียมาไทย ข่าวสด (หน้า ๙)

นางวีณา โบลีน ผจก.ฝ่ายการตลาด ททท.สนง.สต็อกโฮลม์ เผยถึงสถานการณ์ตลาดสแกนดิเนเวียมาไทยในปีนี้ว่า ยังมีความผันผวนจากผลกระทบของเศรษฐกิจ ที่ทำให้การเดินทางมาไทยลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา พร้อมหวั่นไทยจะเสียส่วนแบ่งตลาดสแกนดิเนเวีย หลังชาร์เตอร์ไฟลต์ทยอยปรับเส้นทางเพิ่มโปรแกรมทัวร์แคริบเบียนมากขึ้น โดยจะเร่งสร้างจุดหมายท่องเที่ยวใหม่สู้ ชูจุดขายทะเลสงบย่านเขาหลัก จังหวัดพังงา เกาะกันตา จังหวัดกระบี่ แทนภูเก็ต พร้อมดึงกลุ่มเดินทางเที่ยวเองเพิ่ม

๑๐. ต่างชาติทะลักหาดใหญ่ แห่จอง รร.เล่นสงกรานต์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

นายสมชาติ พิมพ์ธนพูนพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ – สงขลา เผย นักท่องเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ ได้จองห้องพักเพื่อเข้าร่วมงานสงกรานต์ในเมืองหาดใหญ่ จนห้องพัก ๑.๓ หมื่นห้องเต็ม เพราะมั่นใจในความปลอดภัย คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าวันละ ๕๐๐ ล้านบาท
นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ เผย ปีนี้เทศบาลนครหาดใหญ่ใช้งบประมาณ ๔.๓ ล้านบาท จัด “เทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗” ภายใต้คอนเซ็ปต์ มิดไนต์สงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๓ เมษายน ๒๕๕๗ ณ บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ และวัดมหัตตมังคลาราม โดยจะเปิดให้เล่นน้ำตั้งแต่กลางวันไปจนถึงกลางคืน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้จัดเจ้าหน้าที่ประมาณ ๑ พันนาย เพื่อดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์
นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต เผย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเองเริ่มกลับมาคึกคัก คาดว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มเดินทางมาเที่ยวสงกรานต์ภูเก็ต พังงา กระบี่ ช่วงวันที่ ๗ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ โดยล่าสุดอัตราการจองห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ ๘๐ – ๙๐% คาดจะมีเงินสะพัดประมาณ ๗๐๐ – ๘๐๐ ล้านบาทต่อวัน

๑๑. ‘อดุลย์’ สั่งตั้งศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้กำหนดแผนบริหารจัดการความปลอดภัยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของตำรวจ โดยสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการนักท่องเที่ยวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ ๑๐) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบขับเคลื่อนเรื่องท่องเที่ยวในเชิงระบบ เพื่อให้มีกลไกการปฏิบัติการการสร้างความเป็นเอกภาพ การทำงานแบบบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องข่าวการสอบสวน มาตรการทางกฎหมาย และการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และเชียงใหม่

๑๒. ท่องเที่ยวเริ่มปรับทิศทางหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน : แต่ต่างชาติเที่ยวช่วงสงกรานต์ปี’ ๕๗ ยังลดลงจากปีก่อน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๘)

คอลัมน์รายงานพิเศษ รายงานเชิงวิเคราะห์ถึงแนวโน้มและทิศทางการท่องเที่ยวไทย โดยสรุปว่า การชุมนุมทางการเมืองและเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บั่นทอนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติซบเซาลงในช่วงไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๗ และต่อเนื่องมาถึงช่วงสงกรานต์ โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะหลีกเลี่ยงการเดินทางมากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยการชุมนุม และกระจายตัวท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัด
แนวโน้มดังกล่าวน่าจะเป็นจังหวะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ใช้โอกาสในช่วงสงกรานต์จัดกิจกรรมทางการตลาด เพื่อสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัดว่า ปลอดภัยจากการชุมนุมทางการเมือง ประกอบกับปัจจุบันการเดินทางไปยังเมืองท่องเที่ยวหลักมีความสะดวกมากขึ้น จากการขยายเส้นทางบินตรงของสายการบินต่างๆ ซึ่งน่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ในต่างจังหวัดให้คึกคักไปด้วยอีกทั้งความหลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสงกรานต์ของไทย น่าจะช่วยดึงดูดตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลงใหลศิลปวัฒนธรรมอันดีของไทยได้เช่นทุกปี

๑๓. แม่สอดเส้นทางมรณะ อุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิด ? ไทยรัฐ (หน้า ๑)

คอลัมน์สกู๊ปหน้า ๑ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับถนนสายตาก – แม่สอด ซึ่งเป็นเส้นทางการค้า การท่องเที่ยว ฤาจะเป็นเส้นทางสายมรณะ โดยได้นำเสนอบทบาทและความสำคัญถนนสายดังกล่าว ที่มีต่อการค้าและการท่องเที่ยว จากการให้ข้อมูลของ ธมลวรรณ เรืองขจร ผอ.ททท.สนง.ตาก
รวมถึงได้รายงานถึงการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่บนถนนสายดังกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ที่ผ่านมา รถบัสนำเที่ยวของบริษัทนำเที่ยวที่เข้าไปให้บริการแก่กลุ่มสมาชิกองค์กรบริหารท้องถิ่นของอำเภอแม่สอด ได้เกิดอุบัติเหตุตกเหวข้างทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๓๑ คน ปมสาเหตุน่าจะเกิดจากการซื้อทัวร์แบบรัดเข็มขัด หรือมีกรณีอื่นๆ แอบแฝง โดยผู้สัดทัดกรณีในแวดวงนี้ได้ให้ข้อมูลพร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มีการซื้อบริการผ่านบริษัทแบบคุณภาพรองลงมา ราคากันเอง และมักต้องมีเงินทอนให้กับแกนนำอย่างน้อยร้อยละ ๓๐
ทั้งนี้ ในกรณีมีเงินทอน ว่ากันว่าบริษัทนำเที่ยวต้องจ่ายให้ก่อนล่วงหน้าก่อนการเดินทาง นับไปจนกระทั่งการจ่ายเงินค่าจ้างบริการ และหลังจากนั้นเมื่อได้รับเงินแล้ว ผู้ประกอบการบริษัท นำเที่ยวที่รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในส่วนของค่าภาษีร้อยละ ๓๐ ส่วนนั้นไปด้วย ทำให้บริษัทนำเที่ยวจำเป็นต้องคัดหารถนำเที่ยวที่มีคุณภาพต่ำตามราคา เพื่อประหยัดค่าตอบแทนที่ควรจะได้รับ โดย ไม่คำนึงว่าคุณภาพรถที่จะนำมาใช้นั้น พร้อมใช้งานหรือไม่ และพนักงานขับรถคนนั้นมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นปมปัญหาของการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันบนถนนการค้าและการท่องเที่ยวสายนี้มากกว่าอย่างอื่น

๑๔. กรมท่องเที่ยวเร่งช่วยนักท่องเที่ยว ผู้เสียหายกรณี ‘ภูพระนางทัวร์’ เบี้ยว บ้านเมือง (หน้า ๑๔)

กรมการท่องเที่ยว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหานักท่องเที่ยวได้รับความเสียหายจากการซื้อแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ จาก บจก.กระบี่ภูพระนางรีสอร์ต โดยได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจที่จังหวัดกระบี่ เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวด้านการร้องทุกข์ พร้อมจัดหาที่พักสำรองไว้รองรับ และเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ของการแก้ไขกฎกระทรวง ในเรื่องการเพิ่มมูลค่าหลักประกันการประกอบธุรกิจนำเที่ยว

๑๕. ‘สนามบินหาดใหญ่’ เพิ่ม รปภ.เข้มข้น หลังผู้โดยสารบุกห้องนักบิน ‘นกแอร์’ มติชนรายวัน (หน้า ๕)

๑๖. ผวา ! ชายลอบขึ้นเครื่องนกแอร์ ไทยโพสต์ (หน้า ๓)

ผู้บริหารสายการบินนกแอร์ ได้ทวีตข้อความผ่านทวีตเตอร์ @Patee๑๒๒ ขอโทษผู้โดยสาร หลังปล่อยให้บุคคลที่ไม่มีตั๋วโดยสาร และไม่มีบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ตขึ้นเครื่อง จนทำให้เกิดความโกลาหลบนเครื่องบิน พร้อมยืนยัน จะเข้มงวดกับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ด้านท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้เรียกประชุมผู้บริหาร และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับ เป็นความบกพร่องของทั้งท่าอากาศยานและ นกแอร์ ที่ปล่อยให้บุคคลที่ไม่มีตั๋วโดยสารขึ้นไปบนเครื่อง และได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น หวั่นซ้ำรอยมาเลเซีย แอร์ไลน์
ส่วนชายที่ก่อเหตุนั้น เบื้องต้น สภ.คลองหอยโข่ง ได้นำตัวไปซักประวัติ ซึ่งเจ้าตัวให้การวกวน จึงได้ส่งตัวไปโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ แต่ไม่พบประวัติว่าเคยรักษาตัว จึงปล่อยตัวไป

๑๗. คาร์บอมบ์ยะลาดับ ๑ เจ็บอื้อ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคาร์บอมบ์ ๔ จุดในเขตเศรษฐกิจใจกลางเมืองยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย และบาดเจ็บ ๒๘ ราย โดยจุดที่ ๑ เกิดที่บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็ม สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยะลา ถนนสาย ๑๕ อำเภอเมือง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จุดที่ ๒ ที่บริเวณร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนคระลา มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย บาดเจ็บหลายราย จุดที่ ๓ เกิดเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ ที่บริเวณร้านฟ้าใสประดับเรือน ถนนสิโรรสตัดถนนทางเข้าตลาดเมืองใหม่ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และจุดที่ ๔ ที่หน้าสำนักงานทีโอที ถนนสาย ๑๕ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ด้าน พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมเรียกประชุมตำรวจ เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากจังหวัดสงขลาเป็นเมืองท่องเที่ยว และทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวงานสงกรานต์อำเภอหาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว โดยจะเน้นความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย และจะมีการสนธิกำลังกับทาง ตชด. สันติบาล ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจน้ำ

๑๘. วันศาล รธน. ตัดสิน ๒ ม็อบท้าวัดพลัง ‘มวลชน’ ต่างฝ่ายระดมพลมาชุมนุมเต็มที่ หลังจตุพรประกาศ เทือกรับทันที ลั่นมาครั้งนี้เอาแพ้ชนะกันไปเลย ไทยรัฐ (หน้า ๑)

การชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. ที่ถนนอักษะ วันที่ ๒ ยังมีคนเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่องจนแน่นถนน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้ขึ้นเวทีประกาศจะปิดบัญชีอำมาตย์หลังสงกรานต์ อาจจะก่อนหรือหลังวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๗ และต้องชนะแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ชนะไม่เลิกรา การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ ไร้เหตุรุนแรง
ด้านแกนนำ กปปส. หวั่นถูกป้ายสีก่อเหตุรุนแรง จึงให้มวลชนพักผ่อนในพื้นที่การชุมนุมโดยไม่เคลื่อนไหวไปไหนเป็นเวลา ๒ วัน คือวันที่ ๖ – ๗ เมษายน ๒๕๕๗ ก่อนจะเริ่มปลุกข้าราชการต้านระบอบทักษิณอีกครั้ง ในวันที่ ๘ เมษายนนี้ ด้านกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

๑๙. ชาวพม่าแห่เที่ยวไทยช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๓)

คอลัมน์ WORLD IN BRIEF : ตัวแทนท่องเที่ยวไทยในพม่า เผย ชาวพม่าวางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกันมากในช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลติงยาน ซึ่งเป็นวันปีใหม่ และเทศกาล สาดน้ำของพม่า โดยจุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้คือ กรุงเทพฯ

๒๐. เปิดศูนย์การค้า โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

ภาพข่าว : นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย โดยมีนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. มาร่วมงาน ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

************************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th