ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

23/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. มหกรรมสีสันแห่งความสุข เติมยิ้มให้เมืองไทย ไทยโพสต์ (หน้า ๕)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน Thailand Happiness : Street Festival ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณถนนพระราม ๑ และถนนราชประสงค์ ของ ททท. ซึ่งได้แถลงข่าวการจัดงานไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท.

๒. ร่วมโหวต ๓ สาว ไทยแลนด์เอ็กซ์ตรีมเมคโอเวอร์ แนวหน้า (หน้า ๑๙)

ททท. เปิดตัว ๓ สาวที่เข้ารอบสุดท้ายในโครงการไทยแลนด์ เอ็กซ์ตรีม เมคโอเวอร์ ได้แก่ น.ส.คิมเบอร์รี่ บิสชอป จากอเมริกา, น.ส.มาชารีเบล จาซินโต จากฟิลิปปินส์ และ น.ส.นาเดีย วิวัลวา จากบราซิล ซึ่งได้รับการบริการทางการแพทย์ด้านความงาม โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อตอกย้ำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การท่องเที่ยวทางการแพทย์ ผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปเรียลลิตี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ และเกิดคุณค่าจากประสบการณ์ตรง พร้อมเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถโหวตเพื่อร่วมสนุกได้ โดยผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะได้รับเงินรางวัล ๕,๐๐๐ USD พร้อมแพ็กเกจที่พักสุดหรูเมืองไทย ส่วนที่เหลืออีก ๒ คน จะได้รับแพ็กเกจที่พักสุดหรู นอกจากนี้ ผู้ที่ร่วมโหวตให้คะแนน ก็มีสิทธิ์ได้รับของรางวัลด้านความงาม

๓. ทัวร์บุกเทรดแฟร์ปลุกเที่ยววันแม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๔. จัดงานคืนความสุขวันแม่ / ดึงดาราโปรโมตท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๕. รัฐ – เอกชนโปรโมตเที่ยวหยุดยาววันแม่ ข่าวสด (หน้า ๘)

๖. ทัวร์ลุยจัดงานเที่ยววันแม่ คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. เผย สทน. เตรียมร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และภาคเอกชน จัดงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยว (เทรดแฟร์) ภายใต้แนวคิดคืนความสุขให้คุณแม่ ระหว่างวันที่ ๒ – ๓ สิงหาคมนี้ ที่เมเจอร์รัชโยธิน เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาววันแม่ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๒ สิงหาคมนี้ โดยจะนำดาราชื่อดังอาทิ โดม - ปกรณ์ ลัม, แพนเค้ก - เขมนิจ, ใหม่ - ดาวิกา ควงคู่คุณแม่มาโปรโมทภายในงาน เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในประเทศ และเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงไฮซีซั่น ภายในงานจะมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า ๑๐๐ ราย มาร่วมลดราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า ๕๐%
พร้อมยอมรับ การท่องเที่ยวในช่วงวันแม่อาจไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากก่อนหน้านี้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องในช่วงวันเข้าพรรษาไปแล้ว นอกจากนี้ ตลอดเดือนสิงหาคม สทน. จะจัดโปรแกรมทัวร์ ชูจุดเด่นเรื่องการทำบุญเชิงศาสนารวม ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางนครพนม ไหว้พระธาตุประจำวันเกิด ๓ วัน ๒ คืน และเส้นทางสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ๓ วัน ๒ คืน เป็นต้น
นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. เตรียมจัดโครงการ สิงหาพาแม่เที่ยว โดยจะทาบทาม ญาญ่า อุรัสยา ควงคู่คุณแม่ มาเปิดงานคาราวานรถยนต์ และรถบัสท่องเที่ยวตามภูมิภาค ที่สยามนิรมิต ซึ่งมีกลุ่มคู่แม่ลูก ๑,๓๕๐ คนจากทั่วประเทศ ลงสมัครท่องเที่ยว ทั้งแบบรถบัส และคาราวานรถยนต์ขับเอง ไปตามเส้นทางต่างๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวหลักและแหล่งท่องเที่ยวรอง ที่ ททท. กำลังโปรโมทอยู่ในปัจจุบันคือ ดรีมเดสติเนชั่น และเมืองต้องห้ามพลาด
ส่วนแผนการตลาดในประเทศในปี ๒๕๕๘ นั้น ททท. ตั้งเป้าจะมีรายได้ ๘ แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวเดินทาง ๑๔๘ ล้านคน / ครั้ง โดยจะเร่งทำการตลาด พร้อมชูจุดขายให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งประชาสัมพันธ์กิจกรรมเที่ยวไทย ๕ ภาค และรถไฟโอท็อป พร้อมจะเร่งโปรโมทเมืองท่องเที่ยวรองให้เป็นที่รู้จัก สนับสนุนโครงการท่องเที่ยววันธรรมดา และจัดกิจกรรมแคมเปญการตลาดตลอด ๑๒ เดือน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางทั้งปี

๗. สทท. ชู ‘๕ คลัสเตอร์ท่องเที่ยว’ ปั้นโมเดลบูรณาการเร่งด่วน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอรายละเอียดแนวคิดการพัฒนาคลัสเตอร์ท่องเที่ยว ๕ กลุ่มเร่งด่วนของ สทท. เพื่อเตรียมเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ตามมา ประกอบด้วย กลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน กระบี่ ภูเก็ต พังงา สตูล, กลุ่มท่องเที่ยวรอยัลโคสต์ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง, กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน, กลุ่มท่องเที่ยวแอคทีฟบีช ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และกลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมอีสาน เส้นทางปราสาทหิน ตั้งแต่นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ซึ่งหากที่ประชุม ท.ท.ช. เห็นชอบ อาจมีการผลักดันจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย ๔ ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และนักวิชาการ เพื่อทำงานร่วมกัน

๘. กระตุ้นเชื่อมั่นทัวริสต์จีน ‘แอตต้า’ ชูฟรีวีซ่า ๓ เดือน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๙)

แอตต้า เตรียมใช้โอกาสที่จะเดินทางไปโรดโชว์ในเมืองใหญ่ของจีน นำมาตรการฟรีค่าธรรมเนียมวีซ่า และโปรโมตเดสติเนชั่นใหม่ ไปกระตุ้นตลาดจีน ชี้ ในเบื้องต้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ส่วนการตอบรับ คงต้องประเมินสถานการณ์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ก่อน โดยต้องรอดูสัญญาณการบุ๊กกิ้งของนักท่องเที่ยวอีกที พร้อมอยากให้ คสช. ให้ความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เพราะจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นนี้

๙. น้ำตกหมูเมนูสุดฮอตอียู – สหรัฐ / ต่างชาติติดใจหอมข้าวคั่ว / ปี ๕๘ ส่งออกอาหาร ๑ ล้าน ล. เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๑๐. เมนูน้ำตกหมูฮิตระดับโลก ฝรั่งชมแซบอีหลี มัสมั่นตกอันดับ ข่าวสด (หน้า ๑)

นายเพ็ชร ชินบุตร ผอ.สถาบันอาหาร เผยผลสำรวจความนิยมอาหารไทยในต่างประเทศล่าสุด พบว่า เมนู “น้ำตก” ทั้งหมู ไก่ เนื้อ กลายเป็นอาหารไทยยอดนิยมอันดับ ๑ ในทวีปยุโรป และอเมริกา โดยในยุโรปนิยมน้ำตกหมู ส่วนอเมริกานิยมน้ำตกไก่ และน้ำตกเนื้อ ชี้ จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นหอมของข้าวคั่ว ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเริ่มรู้จักและติดใจรสชาติเครื่องเทศของไทยมากยิ่งขึ้น คาดปีนี้สถิติการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารของไทยจะเป็นไปตามเป้าหมาย ๙.๗ แสนล้านบาท
ล่าสุด สถาบันอาหาร จะร่วมกับธนาคารกรุงเทพ และห้างเซ็นทรัล ชิดลม จัดการแข่งขัน สุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ ๒ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ ๑ - ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ลานมรกต ห้างเซ็นทรัล ชิดลม โดยเชิญ เชฟจากประเทศต่างๆ ๑๐ ประเทศ เข้าร่วมแข่งขันปรุงอาหารไทย และอาหารนานาชาติด้วยวัตถุดิบไทย เชื่อว่างานนี้จะสร้างภาพลักษณ์ให้อาหารไทย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจอาหารไทย

๑๑. ขานรับเฮอร์คิวลิส แนะให้ใช้เป็น ‘เรือ’ ท่องเที่ยวล่องลำน้ำ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เห็นด้วยกับเรือพลังงานแสงอาทิตย์ “เฮอร์คิวลิส” แต่เห็นว่าไม่เหมาะสมกับบริการเรือด่วน ควรนำไปใช้เป็นเรือท่องเที่ยวล่องตามลำน้ำ เพราะมีจุดขายที่เป็นพลังงานสะอาด ขณะที่กรมเจ้าท่าสนใจเรือแสงอาทิตย์ แต่ต้องทดสอบทางวิศวะการใช้งานก่อน ส่วนจะเลือกซื้อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนที่จะพิจารณาว่าคุ้มค่าเชิงพาณิชย์หรือไม่

๑๒. พลังสีเขียว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

คอลัมน์คุยกันท้ายตลาด โดย ลิลลี่ โจว : นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานกรรมการโรงแรม สีมาธานี และบาราลี รีสอร์ต เกาะช้าง พอใจกับผลงานการจัดระเบียบชายหาด และกวาดล้างมาเฟียภูเก็ตของ คสช. เพราะสามารถจัดการปัญหาที่เอกชนเคยเสนอให้จัดการมาตลอด ๕ ปีได้ อีกทั้งยังมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะสั้น ที่ทำให้ภาคเอกชนพอใจมากขึ้น ได้แก่ การยกเว้นค่าธรรมเนียม วีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน ขยายวันหยุดยาววันแม่ สะท้อนว่า คสช. เข้าใจสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน แม้จะยังติดอุปสรรคเรื่องการประกาศกฎอัยการศึก แต่ภาคเอกชนก็ไม่ห่วง
นอกจากนี้ นายกงกฤช ได้ฝากสิ่งที่อยากเห็นในเดือนที่ ๓ ของ คสช. คือ เดินหน้าจัดระเบียบสิ่งที่เป็นปัญหาเรื้อรังในภาคการท่องเที่ยวต่อ วางโครงสร้างระบบคมนาคมทางรางที่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว โดยเอกชนพร้อมให้เวลา คสช. และรัฐบาลรักษาการที่จะเข้ามาทำหน้าที่จัดการเรื่องนี้อีก ๑ ปี เชื่อว่าเมื่อจัดการปัญหาเรียบร้อย ท่องเที่ยวไทยจะพร้อมโตแบบก้าวกระโดดปีละกว่า ๑๐% ต่อเนื่องทันทีหลังเปิดเออีซี ปลายปี ๒๕๕๘

๑๓. ผู้ประกอบการระยองฟ้องพีทีทีจีซี ๓๕๐ ล้าน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรม ได้ยื่นฟ้อง บจก.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือพีทีทีจีซี เรียกร้องค่าเสียหลาย ๓๕๐ ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดระยอง หลังพีทีทีจีซีเข้ามาเยียวยา แต่ไม่สมเหตุสมผล อีกทั้งยังให้ผู้ประกอบการลงนามในหนังสือจะไม่ฟ้องร้องบริษัทภายหลัง ประกอบกับวันที่ ๒๘ กรกฎาคมนี้ จะหมดอายุความ ผู้ประกอบการจึงต้องยื่นฟ้องก่อนที่จะหมดอายุความ ซึ่งศาลได้รับเรื่องไว้แล้ว และนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

22/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. กระตุ้นท่องเที่ยวฟื้นภาพลักษณ์ แก้ปัญหาตรงจุดหรือละลายแม่น้ำ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

เอวิกานต์ บัวคง ได้แสดงความคิดเห็น และนำเสนอมุมมองของภาคเอกชน เกี่ยวกับโครงการประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. โดยผู้เขียนระบุว่า หากมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ก็ถือว่าจะช่วยสร้างความมั่นได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากับบริษัททัวร์ก็ไม่ต้องกังวล สามารถเดินทางมาเที่ยวไทยได้อย่างสบายใจ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์ของ ททท. และบริษัททัวร์ด้วยว่า จะสามารถเข้าถึงได้มากน้อยเพียงใด หากเกิดการรับรู้ได้มาก ก็เท่ากับว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาไทยได้เร็วขึ้นในบางส่วน แต่หากมองกลับกันในระยะยาวแล้ว ดูเหมือนว่าการประกันภัยนี้ แทบไม่มีความจำเป็นกับนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อทุกอย่างสงบปกติ การประกันภัยนักท่องเที่ยวก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม
ขณะที่ภาคเอกชนชี้ ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะความต้องการของแต่ละตลาดแตกต่างกัน อาทิ ตลาดจีน หากอยากดึงให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจ และอยากกลับมาเมืองไทยอย่างรวดเร็ว ก็ต้องยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า โดยนายวิชิต ประกอบโกศล ประธานบริษัท ซีทีที กรุ๊ป ระบุ ทัวร์จากจีนจะมีการทำประกันภัยให้อยู่แล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมือง การออกประกันภัยนักท่องเที่ยว ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้บริษัททัวร์ได้จัดเช่าเหมาลำสายการบินตรง ไว้เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ทำให้ต้องเช่าเหมาลำเปล่า เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวกล้ามา อีกทั้งเมื่อเหตุการณ์สงบ ทัวร์จีนก็ยังไม่เดินทางมาไทยทันที เพราะส่วนใหญ่ยังเข็ดกับการต้องสูญเสียเงินเปล่าในครั้งที่ผ่านมา พร้อมเชื่อว่าการยกเว้นวีซ่า จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน
ส่วนด้านตลาดญี่ปุ่น นายเอนก ศรีชีวะชาติ อุปนายก แอตต้า ระบุ แม้จะมีประกันภัยนักท่องเที่ยวที่สามารถทำได้ในไทย ก็ไม่ช่วยให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางไทยเพิ่มได้ เพราะลักษณะความเชื่อมั่นของชาวญี่ปุ่น ต้องมองเห็นความปลอดภัยด้วยตัวเอง หรือจากกลุ่มที่สร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาได้ อาทิ การมาเยือนไทยของกลุ่มเซเลบริตี้ นักร้องชื่อดังต่าง ๆ เป็นต้น
และด้านตลาดตลาดยุโรป นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ กก.ผจก.บริษัท เดสติเนชั่น เอเชีย ยืนยันการมีประกันภัยนักท่องเที่ยว จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนวิธีอื่นที่จะเป็นยาแรงได้ดีกว่า น่าจะเป็นการจัดงานหรืออีเวนต์ใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ผ่านสื่อ และเผยแพร่ไปทั่วโลกมากกว่า
อย่างไรก็ตาม แนวคิดการออกประกันภัยครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับมากน้อยเพียงใดคงต้องรอดูทิศทางกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ แนวทางทุกฝ่ายเชื่อว่าจะได้ใจ และสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้แน่นอน คือการจัดบิ๊กอีเวนต์ ตลอดเส้นทางถนนราชประสงค์ ในวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคมนี้ ที่ ททท. ร่วมมือกับหลายฝ่ายจัดงาน พร้อมดึงผู้สื่อข่าว และบล็อกเกอร์ชื่อดังจากต่างประเทศ มาร่วมชมงานกว่า ๘๐๐ คน เพื่อให้เห็นบรรยากาศแห่งความสงบสุขด้วยตาตัวเอง ก่อนจะสื่อสารและกระจายข่าวไปทั่วโลก ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวเห็น จะตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินมาเที่ยวไทยเร็วขึ้นแน่นอน สุดท้ายคงต้องรอดูกันต่อไปว่า มาตรการใดกันแน่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีที่สุด

๒. Thailand Happiness: Street Festival ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์สังคมธุรกิจ โดย มร.ฮาร์ดดิสก์ : ททท. เตรียมนำสุดยอดศิลปิน นักร้อง นักดนตรีชื่อดัง มาร่วมสร้างความสุขในงาน Thailand Happiness: Street Festival ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๖ กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน บริเวณหน้าถนนพระราม ๑ (แยกเฉลิมเผ่า) ถึงแยกราชประสงค์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีตลอดงาน

๓. ลุ้นผู้ว่าการ ททท. มติชนรายวัน (หน้า ๙)

คอลัมน์จอดป้ายประชาชื่น โดย อาทิตย์ หลวงละ กล่าวถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่ปิด รับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจสมัคร ๓ ราย เป็นคนใน ททท. ๒ ราย และคนนอก ๑ ราย แต่การสรรหาดังกล่าวต้องเป็นโมฆะ เพราะคณะอนุกรรมการสรรหาไม่ครบองค์
ต่อเรื่องดังกล่าว พล.ร.ต.นพดล เรืองสมัย รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายสังคมจิตวิทยา ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า กระบวนการสรรหายังเดินหน้าต่อไปได้ เพราะกว่าผู้ว่าการ ททท. คนปัจจุบันจะหมดวาระ ก็ปีหน้า ซึ่งน่าจะทันมี ครม.ชุดใหม่ มารับช่วงพิจารณาอนุมัติผู้ว่าการคนใหม่
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอการสรรหาครั้งใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าผู้ที่เคยยื่นสมัครไปแล้วทั้ง ๓ ราย จะมีใครกลับมาสมัครหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ใครจะมานั่งเก้าอี้ ผู้ว่าการ ททท. เพราะปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำก่อนหน้านี้ว่า บุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตลาด มีมุมมองสร้างสรรค์เกี่ยวกับแผน หรือนโยบายต่อภาคการท่องเที่ยว

จึงเป็นเหตุผลที่รองผู้ว่าการ ศุกรีย์ สิทธิวนิช ตัดสินใจลงสมัครวันสุดท้าย เพราะได้ร่วมประชุมและวางแผนการดำเนินนโยบายบริหารงานต่างๆ ในปี ๒๕๕๘ หากได้รับเลือก งานจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่สะดุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามแผนผลักดันรายได้ให้ถึงเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นจากผลกระทบทางการเมือง ซึ่งถือเป็นโจทย์หิน ท้าทายความสามารถของผู้ว่าการคนใหม่ไม่ใช่น้อย หากเป็นมืออ่อนหัด อาจทำให้เป้าหมายรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท ไม่เป็นไปอย่างที่หวังไว้ก็เป็นได้

๔. เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๓)

คอลัมน์ข่าวข้นคนเข้ม โดย สันตะวา กล่าวถึงกรณี ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส แถลงตัวเลขนักท่องเที่ยวในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่า หดหายไปมากถึง ๒๔% คาดว่าตลอดปีน่าจะลดลงประมาณ ๑๖% หรือประชาชน ๔ ล้านคนว่า ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ เพราะนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุด ๖๑% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ลดลงถึง ๓๑% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งมีสัดส่วน ๑๙% ลดลง ๓% และจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุด เข้ามา ๒๑๖,๙๓๔ คน หายไป ๑๕๓,๑๓๐ คน เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. จึงรีบกระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยมติของ กรอ. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นประธาน เห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียม วีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม – ๓๑ ตุลาคมนี้ จะไหวไม่ไหว ฟื้นไม่ฟื้น โปรดติดตาม

๕. แจกรางวัลสร้างสรรค์ ชวนท่องเที่ยวทั่ว ๔ ภาค ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๘)

๖. จัดประกวดท่องเที่ยวสร้างสรรค์ชิง ๖ แสนบาท โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกาศผลรางวัลการออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ในโครงการ “ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น ปี ๒” ชิงเงินรางวัลรวม ๖ แสนบาท เพื่อนำผลงานไปเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยปีนี้มีนิสิตนักศึกษาส่งผลงานเข้าประกวด ๗๑ ผลงาน มีรางวัลชนะเลิศ ๔ รางวัลๆ ละ ๑ แสนบาท ได้แก่ ภาคกลาง ผลงาน “จมปลัก รักษ์เล” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ภาคเหนือ ผลงาน “ปั่นไหน ปั่นไปปู๊น” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่, ภาคอีสาน ผลงาน “หินเก่า...เล่าตำนาน” จากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และภาคใต้ ผลงาน “ล่องเรือริมน้ำตามรอยช้างดึกดำบรรพ์ สารพันหลากวิถีที่สุไหงอุเป” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

๗. บอร์ดไกด์เคาะบังคับวาง ๒ ล้าน คุมเข้มงานแฟร์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เห็นชอบร่างระเบียบการควบคุมบริษัทจัดงานด้านการท่องเที่ยว และบริษัททัวร์ที่เตรียมจดทะเบียนใหม่ โดยให้บริษัทที่จัดงานต้องวางเงินมัดจำ ๒ ล้านบาท กับกรมการท่องเที่ยว ในฐานะดูแลออกใบอนุญาตบริษัททัวร์ เพื่อให้ผู้จัดงานเข้มงวดกับบริษัทที่มาออกบูธ เพื่อป้องกันการหลอกลวงนักท่องเที่ยว รวมถึงต้องส่งรายชื่อบริษัทที่มาร่วมออกบูธจริงในแต่ละครั้ง เพื่อตรวจสอบประวัติและการขึ้นทะเบียนใบอนุญาตอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ได้เห็นชอบให้เพิ่มวงเงินประกันบริษัททัวร์ที่เปิดใหม่ ๕ เท่า เพื่อป้องกันการกระทำผิด และคัดกรองบริษัทที่จะเข้าสู่ระบบมากขึ้น
ด้านนายกฤต พัตรปาล กก.ผจก.บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้ท์ ผู้จัดงานไทยเที่ยวไทย ชี้ การวางเงินประกันดังกล่าวสูงมาก และอาจเป็นดาบสองคม เปิดทางให้บริษัททัวร์ที่ตั้งใจโกง ปัดความรับผิดชอบให้ผู้จัดงานได้

๘. ปรับภาษีดึงขาช็อป แนะเพิ่มอัตราคืนแวตนักท่องเที่ยว หวั่นทัวร์ศูนย์เหรียญทะลักช่วงงดค่าวีซ่า โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชากรสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประเมินว่า มาตรการยกเว้นค่าวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน จะทำให้มีทัวร์ศูนย์เหรียญเข้ามาไทยมากขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการจะใช้กลยุทธ์ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงลูกค้า รวมถึงอาจเป็นช่องทางให้คนจีนแฝงตัวมาหางานทำและอาศัยในไทยระยะยาว และเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชญากรที่แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว กระทำผิดในเรื่องต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีมาตรการรับมือตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว
พร้อมแนะ หากต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ รัฐควรนำมาตรการด้านภาษีมาจูงใจนักท่องเที่ยว ด้วยการเพิ่มอัตราการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงผ่อนคลายกฎระเบียบการคืนภาษีใหม่ ให้มีความสะดวก รวดเร็ว โดยทำระยะสั้น ๓ เดือน เชื่อจะสร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศอย่างแท้จริง
ด้านแหล่งข่าวจากศุลกากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กระทรวงการคลัง เผย เห็นด้วยกับมาตรการคืนภาษีระยะสั้น เพราะที่ผ่านมาการซื้อสินค้าวงเงินขั้นต่ำ ๒ พันบาทต่อใบเสร็จ สามารถคืนภาษีได้ ๗% จูงใจนักท่องเที่ยวจีนได้จริง หากปรับเพิ่มสูงกว่า ๗% เชื่อว่าจะเป็นแรงจูงใจในการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

๙. ยันเอ็มเอช ๑๗ ตก ไม่กระทบเที่ยวนอก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๒)

ผู้ประกอบการทัวร์ชี้ เหตุการณ์เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช ๑๗ ถูกยิงตก ไม่กระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ แต่ยอมรับทัวร์ไทยไปเที่ยวรัสเซียลดลง หลังมีปัญหายูเครน โดยนายศุภฤกษ์ ศูรางกูร กก.ผจก.หนุ่มสาวทัวร์ และนายก ทีทีเอเอ เผย แนวโน้มการเดินทางระหว่างประเทศไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากสายการบินทุกสายต่างปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน ไม่ผ่านน่านฟ้ายูเครน ประกอบกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ จะคอยแจ้งเส้นทางที่ปลอดภัย และไม่ปลอดภัยให้สายการบินทราบเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนผลกระทบน่าจะเป็นความต้องการของคนไทยไปเที่ยวรัสเซียน้อยลง ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณบ้างแล้วตั้งแต่รัสเซียมีปัญหากับยูเครน คนไทยก็เดินทางไปรัสเซียลดลง
ด้านนายธนพล ชีวรัตนพร กก.ผจก.ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส เผย ภาพรวมธุรกิจทัวร์ไทยไปรัสเซียเริ่มมีความต้องการเดินทางลดลงตั้งแต่กลางปี ๒๕๕๖ โดยมองว่าเป็นผลมาจากราคาทัวร์ไปยุโรป ถูกลง ใกล้เคียงกับราคาทัวร์รัสเซีย ทำให้คนเปลี่ยนใจไปเที่ยวยุโรปมากกว่า ส่วนกรณีเครื่องบินถูก ยิงตก คงกระทบต่อความเชื่อมั่นนักเดินทางในช่วงสั้นๆ เพราะคนตกใจกับข่าว ๑ – ๒ สัปดาห์ ไม่น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทาง

๑๐. โรงแรมสมุยลุ้นไฮซีซั่นดันอัตราเข้าพัก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๑๑. นักท่องเที่ยวสลบ ทำลิงเกาะสมุยหาวเรอ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นางกมลวรรณ วิปุลากร กก.ผจญ.ดิเอราวัณ กรุ๊ป เผย โรงแรมบนเกาะสมุยในปัจจุบันยังคงมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยและปรับราคาขึ้นดีที่สุด เมื่อเทียบกับโรงแรมในเครือ ๑๘ แห่ง เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองค่อนข้างน้อย ต่างจากกรุงเทพฯ ที่มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ ๕๕% ต่ำกว่า ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ ๖๐ - ๗๐% ส่วนไตรมาส ๒ และ ๓ ซึ่งตรงกับช่วงโลว์ซีซั่นของกรุงเทพฯ คาดว่าการฟื้นตัวคงเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเดือนสิงหาคม – กันยายน มีโอกาสขยับอัตราเข้าพักที่ ๖๐ – ๖๕% ก่อนเข้าสู่สถานการณ์ปกติในช่วงไตรมาสสุดท้าย
พร้อมคาดว่าในช่วงไตรมาส ๓ อาจเกิดการตัดราคาแข่งขันกันดึงลูกค้าในบางตลาด และทุกโรงแรมจะหันมาเน้นโปรโมชั่นกับตลาดที่เป็นเป้าหมาย หรืออาจใช้กลยุทธ์ลดราคาให้คนที่จองหรือจ่ายล่วงหน้า ซึ่งถือว่าเป็นคนที่พร้อมจับจ่ายก่อน และมีแผนเดินทางจริง
นายทนงศักดิ์ สมวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เผย ขณะนี้ภาพรวมการท่องเที่ยวของเกาะสมุย ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร แม้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น โดยยอดนักท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคม ลดลงถึง ๒๐% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่สามารถวางแผนเดินทางล่วงหน้าได้ทันเวลา ภายหลังการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว แต่เดือนสิงหาคม มีแนวโน้มอัตราเข้าพักจะกลับมาเป็นปกติที่ ๙๐%
พร้อมยอมรับ ภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่เกาะสมุยตลอดทั้งปีไม่น่าจะเติบโตได้ คาดดีที่สุดคือเท่ากับปีที่ผ่านมา ประมาณ ๑.๕ ล้านคน อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่เกาะสมุยที่มีกว่า ๑.๖ หมื่นห้อง และเป็นระดับ ๕ ดาว ถึง ๑๕% ยังพร้อมเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง อินเดีย และจีน ต่อไป เพื่อสร้างการรับรู้ และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ลดน้อยลงไปมากกว่าปีที่ผ่านมา

๑๒. ท่องเที่ยวไทย...ครึ่งปีหลังหวังพลิกเกม ? โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๑)

คอลัมน์เศรษฐกิจคิดต่าง โดย วศิน โรจยา ธนาคารแห่งประเทศไทย เขียนบทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย ที่ต้องสะดุดเพราะปัญหาการเมืองภายในประเทศ และหลายฝ่ายอาจคิดว่าการท่องเที่ยวไทยน่าจะฟื้นตัวได้เร็ว โดยเปรียบเทียบกับการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ ที่พบว่านักท่องเที่ยวชะลอตัวลงบ้าง แต่ใช้เวลาเพียง ๑ – ๒ เดือน ก็สามารถขยายตัวได้ในระดับใกล้เคียงกับก่อนเกิดรัฐประหาร
แต่ผลกระทบครั้งนี้มีความเป็นได้ว่า อาจมีความรุนแรงและยาวนานกว่า เพราะสถานการณ์การเมืองที่รุนแรงและยืดเยื้อ บั่นทอนบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศต่างๆทยอยแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในการมาไทย ขณะที่ปี ๒๕๔๙ ไม่มีประเทศใดที่ประกาศเตือนนักท่องเที่ยว ซึ่งการประกาศเตือนในครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการทำประกันภัยของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังพบว่า หลังการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ก็ยังไม่มีประเทศใดยกเลิกการประกาศเตือนมาไทยแต่อย่างใด จึงเป็นอุปสรรคที่ท้าทายอย่างยิ่งของภาครัฐบาลและภาคเอกชน ที่จะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยว
พร้อมแนะให้ใช้วิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาส โดยทุกฝ่ายควรตระหนักถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาวด้วย โดยภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันเตรียมความพร้อมในการลงทุน เพื่อรองรับการกลับเข้ามาของนักท่องเที่ยวระลอกใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคม และสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมทั้งเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มกับภาคการท่องเที่ยวด้วย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือการจัดประชุมสัมมนาที่มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูง เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องยนต์สำรอง กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง

๑๓. พาเหรดแห่งความสุข บ้านเมือง (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับพันธมิตร แถลงข่าวการจัดงาน Thailand Happiness : Street Festival ภายใต้โครงการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทย โดยเนรมิตย่านราชประสงค์ เป็นถนนแห่งเสียงดนตรีและสีสันแห่งความสุข ณ เซ็นทรัลเวิลด์

*************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

21/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. ปั้น ‘แอพ’ ท่องเที่ยวหรูเจาะตลาดรัสเซีย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๘)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอทิศทางของตลาดรัสเซีย และกลยุทธ์ในการส่งเสริมตลาดรัสเซียของ ททท. จากการเปิดเผยของนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. และนายนรินทร์ ทิจะยัง ผช.ผอ.ททท.สนง.มอสโก โดยได้เริ่มทำแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการเติบโต (Growth Strategy) หนึ่งในแผนคือ การบุกจับตลาดเอฟไอทีที่เริ่มเพิ่มมากขึ้น ด้วยโครงการ “แวนเดอร์ลัสท์ โปรเจค” จัดทำแอพพลิเคชั่นด้านท่องเที่ยวภาษารัสเซีย เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและปริมาณไปพร้อมกัน อาทิ แอพพลิเคชั่น The Maze เพื่อเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยตรงถึงผู้บริโภคที่ยังไม่ตัดสินใจเดินทาง โดยจะเริ่มต้นด้วยการให้นักท่องเที่ยวทำแบบสอบถาม เพื่อค้นหารูปแบบการท่องเที่ยวที่ตรงใจ และสอดคล้องกับความชื่นชอบ เมื่อได้ผลลัพธ์แล้วก็จะแสดงผลข้อมูลจับคู่แหล่งท่องเที่ยวไทยที่ตรงกับความสนใจได้ทันที เป็นต้น

๒. ทัวร์วอนรัฐฟรีค่าวีซ่าจีนยาวยันสิ้นปี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๒)

ผู้ประกอบการทัวร์จีนขานรับ คสช. ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน ๓ เดือน คาดจะดันจีนเที่ยวไทยกลับมาปกติ โดยนายวิชิต ประกอบโกศล ประธานบริษัท ซีซีที เผย ได้เริ่มแจ้งพันธมิตรในจีนให้ทราบถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะเริ่มเห็นคนจีนเดินทางมาไทยกลับมาเป็นปกติในเดือนตุลาคมนี้ และมั่นใจว่าจะทำให้ทั้งปีมีคนจีนเที่ยวไทย ๔.๔ – ๔.๕ ล้านคน จากนั้นจะเพิ่มเป็น ๕ ล้านคนในปีหน้า
ด้านนายสุรวัช อัครวรมาศ กก.ผจก.บจก.กู๊ดลัก เอ็กซ์เพรส ระบุ การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า เป็นแนวคิดที่ดี หากเป็นไปได้อยากให้ยกเว้นไปถึงสิ้นปี จะเห็นผลตอบรับที่ชัดเจน และนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ กก.ผจก.บจก.โกลเด้น ดัสคัฟเวอรี่ เอ็กซ์เพรส คาดว่า เดือนสิงหาคม – กันยายนนี้ ยอดคนจีนมาเที่ยวไทยน่าจะกลับมาอยู่ที่ ๖๐ – ๗๐% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยในช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๖ และน่าจะทำให้ยอดเดินทางมาไทยเดือนตุลาคม กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

๓. โรงแรมแห่ตัดราคาชิงตลาดไมซ์ ๑.๓ หมื่น ล. ฟื้น โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

ธุรกิจโรงแรมต่างใช้กลยุทธ์การลดราคา เพื่อจับตลาดประชุมสัมมนา ทดแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาน้อย โดยนายอรุษ นวราช กก.ผจก.สามพราน ริเวอร์ไซค์ เผย นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมาเป็นปกติ ทำให้ผู้ประกอบการต่างหันมามุ่งเจาะตลาดประชุมสัมมนา หรือไมซ์ เพื่อหารายได้ประคองให้ธุรกิจอยู่รอด ส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูงมาก เห็นได้โรงแรมระดับ ๕ ดาว ในเมือง ลดราคาลงมาเท่ากับ ๔ ดาว เพื่อดึงตลาดนี้ ขณะที่โรงแรม ๔ ดาว ก็ต้องลดราคาไปเทียบกับ ๓ ดาว เฉลี่ยแล้วคาดว่าจะลดราคากันเกิน ๑๐%
โดยในส่วนของโรงแรมสามพรานฯ จะใช้วิธีการนำเสนอจุดขายที่แตกต่างเพื่อดึงลูกค้า อาทิ นำเสนอจุดขายเรื่องการประชุมสัมมนาสีเขียว ตอบสนองความต้องการของกลุ่มบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ควบคู่กับการประชุมสัมมนา โดยใช้สามพรานโมเดล โครงการจัดการเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ที่จัดทำขึ้นโดยนำเกษตรกรในอำเภอสามพรานมาร่วมนำเสนอ
ด้านนายสมชัย รัตนโอภาส กก.ผจก.โรงแรมเอ – วัน ในกรุงเทพฯ และพัทยา ระบุว่า โรงแรมที่มีห้องประชุมสัมมนาเริ่มหันกลับมาเจาะตลาดไมซ์มากขึ้น หลังจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ดี อาทิ ในพัทยา โรงแรม ๕ ดาว ปรับราคาลงมาในระดับเดียวกับ ๔ ดาว ทำให้โรงแรมระดับต่างๆ ต้องปรับราคาลงตาม เพื่อให้แข่งขันได้ และชิงตลาดไมซ์มูลค่า ๑.๓๒ หมื่นล้านบาท

๔. คสช. – เอกชนผนึกกำลัง เข็นเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง มติชนรายวัน (หน้า ๘)

ทีมข่าวเศรษฐกิจ นำเสนอรายละเอียดข้อเสนอของภาคเอกชนรวม ๕ สถาบันถึงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นของปีนี้ ต่อเนื่องถึงปีหน้ารวม ๕ เรื่อง แยกย่อยออกเป็น ๑๔ ประเด็น เสนอต่อที่ประชุม กรอ. และที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอ
โดยด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้เห็นชอบการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมาตรการระยะเร่งด่วน (๑ – ๓ เดือน) ก่อนเข้าสู่ไฮซีซั่น โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง พิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือน มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตามกฎหมายกับสถานที่พักที่ประกอบธุรกิจขัดต่อ พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.๒๕๔๗ อย่างเคร่งครัด
มอบหมายให้กระทรวงการคลัง แจ้งเวียนกับหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ให้เพิ่มกิจกรรมการประชุมสัมมนา และฝึกอบรมภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนบทบาทของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ โดยให้มีการจัดประชุมอย่างสม่ำเสมอ และให้พิจารณามาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมในทุกมิติ

๕. เชิดชูเกียรติแม่ค้าช่วยเหยื่อสึนามิ เดลินิวส์ (หน้า ๙)

เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต และตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้แสดงความความยินดี และมอบประกาศเกียรติคุณให้กับนางยุพิน เส็งเมือง พลเมืองดีที่ช่วยเหลือ ๒ พี่น้องชาวอังกฤษ ตระกูลวิลกราส ในช่วงที่ประสบเหตุสึนามิเมื่อปี ๒๕๔๗ หลัง ๒ พี่น้องชาวอังกฤษ ที่ได้รับการช่วยเหลือ ได้โพสต์ข้อความและภาพถ่ายของสามีภรรยาชาวไทยที่ให้การช่วยเหลือ และ แจ้งว่า จะเดินทางมาพบกับครอบครัวนี้ เพื่อแสดงความขอบคุณด้วย

๖. เชิดชูเกียรติ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

ภาพข่าว : ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต และตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้มอบประกาศ เกียรติคุณให้กับนางยุพิน เส็งเมือง พลเมืองดีที่ช่วยเหลือ ๒ พี่น้องชาวอังกฤษ ตระกูลวิลกราส ในช่วงที่ประสบเหตุสึนามิเมื่อปี ๒๕๔๗

๗. สปีดโบ๊ตชนเรือกล้วยชาวจีนเจ็บ ๒ มติชนรายวัน (หน้า ๖)

คอลัมน์ข่าวสั้น : เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุ ๒ นักท่องเที่ยวจีนถูกเรือสปีตโบ๊ตชนได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหาดตาแหวน พัทยา จังหวัดชลบุรี จากการสอบสวนทราบว่า เกิดจากเรือสปีตโบ๊ต ๒ เครื่อง ชื่อชีวิตใหม่ ๖ รับนักท่องเที่ยวเกาหลี ๑๘ คน ออกจากหาดตาแหวน แต่มีเรือเจ็ตสกีลากเรือกล้วยวิ่งมาอย่างเร็วตัดหน้า และเรือกล้วยพลิกคว่ำ นักท่องเที่ยวจีนที่นั่งอยู่บนเรือกล้วย ๔ คนตกลงน้ำ เรือสปีตโบ๊ตหยุดไม่ทัน จึงชนนักท่องเที่ยวที่อยู่ในน้ำได้รับบาดเจ็บ ล่าสุด คนขับเรือสปีตโบ๊ตและเจ้าของเรือ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาแล้ว

๘. ‘รามสูร’ ถล่มจันท์ หวั่นน้ำป่าทะลักปิดน้ำตกสอยดาว สยามรัฐ (หน้า ๑)

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ได้ทำการปิดน้ำตกเขาสอยดาว อย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากสภาพอากาศน่าเป็นห่วง มีต้นไม้หักโค่นหลายต้น จากลมพัดแรง และมี ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง จากอิทธิพลของพายุรามสูร หวั่นนักท่องเที่ยวจะได้รับอันตราย นอกจากนี้ อิทธิพลของพายุรามสูร ยังทำให้เกิดน้ำท่วม ดินภูเขาถล่มหลายจุดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากดินอุ้มนานานหลายวัน จนรับน้ำหนักไม่ไหว

๙. ‘ยูเครน’ โวยรัสเซีย / ชี้ช่วยกบฏทำลายหลักฐาน ‘เครื่องบินมาเลย์’ ตก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

ยูเครนกล่าวหารัสเซีย ช่วยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทำลายหลักฐานจุดเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ตก ด้านผู้นำกลุ่มกบฏยืนยัน ไม่เคยพบกล่องดำหรือเกี่ยวข้องกับหลักฐานใดๆ พร้อมประกาศจะรับรองความปลอดภัยให้กับผู้เชี่ยวชาญนานาชาติทันทีที่ยูเครนสรุปข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่กระทรวงกิจการฉุกเฉินยูเครนแถลงพบศพแล้ว ๑๙๖ ศพ ส่วนมาเลเซีย แอร์ไลน์ เสนอคืนเงินเต็มจำนวน หากลูกค้าต้องการยกเลิกตั๋วหลังเกิดโศกนาฏกรรม

๑๐. ญวนวูบนักเที่ยวจีนหดเพราะม็อบ ไทยรัฐ (หน้า ๒)

สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งเวียดนาม เปิดเผยรายงานการสำรวจสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเวียดนามลดลงอย่างเห็น ได้ชัดถึง ๒๙.๕% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัททัวร์จีนยกเลิกการเดินทางมาเวียดนาม หลังเกิดจลาจลเผาโรงงานและทำร้ายร่างกายชาวจีน เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลจีนส่งแท่น ขุดเจาะน้ำมันไปใกล้น่านน้ำทะเลจีนใต้ ดินแดนพิพาทระหว่างจีนกับเวียดนาม
ระบุ นักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นผู้ใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ ๑ โดยตลอดปี ๒๕๕๗ มีนักท่องเที่ยวจีนมาแล้วกว่า ๑.๑ ล้านคน หากเดินทางโดยรถยนต์จะใช้จ่ายเฉลี่ย ๓๐๐ เหรียญสหรัฐ (ราว ๙,๖๐๐ บาท) แต่หากเดินทางโดยเครื่องบินจะใช้จ่ายเฉลี่ย ๗๐๐ เหรียญสหรัฐ (ราว ๒๒,๔๐๐ บาท) ซึ่งถือเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของเวียดนามเกือบ ๖% ของจีดีพีเมื่อปีที่ผ่านมา

๑๑. ไทยแลนด์ แฮปปี้เนส โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดงาน Thailand Happiness : Street Festival กิจกรรมฟื้นฟูภาพลักษณ์ และมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับประชาชน โดยเนรมิตย่านราชประสงค์ เป็นถนนแห่งเสียงดนตรีและสีสันแห่งความสุข โดยมีนายสุทธิภัค จิราธิวัฒน์, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, พ.ต.ท.จตุรวิทย์ คชน่วม ร่วมงาน ณ เซ็นทรัลเวิลด์

***********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. โยกซี ๖ – ๘ ททท. ๗๐ เก้าอี้ รับเป้าโกย ๒.๒ ล้านล้านปี ๕๘ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

แหล่งข่าวจาก ททท. เผย ขณะนี้ ททท. ได้มีคำสั่งโยกย้ายพนักงานกว่า ๗๐ ตำแหน่ง ในระดับซี ๖ - ๘ เพื่อทดแทนพนักงานที่เกษียณอายุในปีนี้ โดยส่วนใหญ่พึงพอใจต่อคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากเป็นการโยกย้ายที่เหมาะสมกับสายงาน ซึ่งจะสอดรับกับการทำงานในปีหน้า ที่ ททท. มีเป้าหมายจะขับเคลื่อนรายได้ที่ ๒.๒ ล้านล้านบาท

๒. เปิดฟรีประกันสมัครใจ ทุกบริษัทขายเที่ยว ตปท. โพสต์ ทูเดย์ (หนา A ๓)

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยถึงโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเที่ยวไทยว่า ได้เปิดให้ทุกบริษัทประกันวินาศภัยเข้าร่วมโครงการได้ เพราะเป็นประกันภาคสมัครใจที่นักท่องเที่ยวต้องจ่ายเงินซื้อความคุ้มครองเอง ไม่ได้เป็นประกันที่รัฐบาลคุ้มครองให้เหมือนที่ผ่านมา ส่วน ๓ บริษัทที่ได้ลงนามกับ ททท. ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีความพร้อมก่อน แต่ช่องทางการขาย ก็ต้องไปเจรจากับ ททท. เอง หรือหาช่องทางการขายอื่นๆ ซึ่งเป็นสิทธิที่บริษัทจะทำได้

๓. ยกระดับรถโดยสารบริการท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๖)

กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว โดยเดือนกรกฎาคมนี้ สำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยว ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดประชุมสัมมนาวิชาการ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมกำหนดร่างเกณฑ์มาตรฐานการบริการ นำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรการท่องเที่ยวไทยให้แล้วเสร็จ พร้อมจัดทำคู่มือเกณฑ์มาตรฐานฉบับสมบูรณ์ ตลอดจนจัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการขนส่ง และหลักสูตรพัฒนาพนักงานขับรถโดยสาร หรือมาตรฐานบริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว

๔. สทท. เสนอแนวทางฟื้นท่องเที่ยว ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์ข่าวสั้น : สทท. ได้เสนอแนวทางฟื้นการท่องเที่ยวต่อที่ประชุม กรอ. โดยเน้น ๒ ประเด็นหลักคือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน และด้านนโยบายการท่องเที่ยวซึ่ง สทท. เห็นควรให้สนับสนุนบทบาทของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติตาม พ.ร.บ.พ.ศ.๒๕๕๑

๕. สภาพัฒน์ปรับจีดีพีเกิน ๒.๕% โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

สศช. เตรียมปรับเพิ่มจีดีพีในปีนี้ใหม่ จากเดิมประมาณการว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง ๑.๕ – ๒.๕% เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวมีสัญญาณการฟื้นตัว เพราะ มีปัจจัยบวกที่มีผลต่อการปรับตัวทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้น อาทิ เงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้รายได้ของ ผู้ส่งออกเพิ่มมากขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกด้าน และแนวโน้มการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังมีทิศทางดีขึ้น เป็นต้น

๖. ยังโทษกันนัว ใครยิงเอ็มเอช ๑๗ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ความคืบหน้าเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช ๑๗ ถูกยิงตกในยูเครน ล่าสุด รัฐบาลยูเครนได้กล่าวหาว่า รัสเซียช่วยฝ่ายกบฏเพื่อพยายามทำลายหลักฐานในบริเวณที่เครื่องบินตก รวมทั้งกลุ่มผู้ก่อการร้ายยังได้นำร่างของผู้เสียชีวิต ๓๘ ศพ ไปไว้ที่โรงเก็บศพในเมือง โดเนตสค์ ซึ่งเป็นเขตยึดครองของฝ่ากบฏ และพยายามขัดขวางกลุ่มผู้แทนนานาชาติ และผู้เชี่ยวชาญของยูเครนไม่ให้เริ่มการสอบสวน ตลอดจนพยายามขนซากเครื่องบินไปยังรัสเซียด้วย และได้ขโมยทรัพย์สินบริเวณเครื่องบินตก ดังนั้น ประชาคมโลกต้องกดดันรัสเซียให้ถอนกำลังกลุ่มผู้ก่อการร้ายออกมา และอนุญาตให้ทีมผู้เชี่ยวชาญยูเครน และนานาชาติได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุเครื่องบินตกต่อไป
ด้านฝ่ายกบฏโต้กลับข้อกล่าวหาขโมยทรัพย์สินผู้เสียชีวิต ยืนยันยังไม่ได้แตะต้องศพ รวมถึงการพบกล่องดำ ขณะที่มาเลเซียเผยรายละเอียดผู้โดยสารเที่ยวบินดังกล่าว มีญาติของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียร่วมบินด้วย ด้านผู้นำสหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์ถึงผู้นำเยอรมนี อังกฤษ และออสเตรเลีย เพื่อหารือถึงการสอบสวน และเตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

***********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. ‘นานาชาติ’ เร่งหาฆาตกร ยิงบินมาเลย์ตก ! ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๒. ผู้นำโลกจี้สอบบินมาเลย์ตก / กลุ่มกบฏปฏิเสธยิงขีปนาวุธ หลังยูเครนเปิดเทปลับอ้างสอยผิดลำ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

นานาชาติเร่งกดดันให้มีการสอบสวนคดีเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช ๑๗ ถูกยิงตกในยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งลำ ๒๙๘ ศพ ส่วนใหญ่เป็นชาวเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว พบว่ามีนักวิชาการคนสำคัญด้านโรคเอดส์เสียชีวิตหลายคน รวมถึงประธานเอดส์โลก และโฆษกองค์การอนามัยโลก ด้านแกนนำกลุ่มต่อต้านได้ปฏิเสธ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังยูเครนเผยเทปเสียงระบุ กลุ่มกบฏยิงผิด คิดว่าเป็นเครื่องบินทหาร ขณะที่หน่วยกู้ภัยพบกล่องดำแล้ว ล่าสุด หลายสายการบินได้ยกเลิกบินเหนือน่านฟ้ายูเครนแล้ว
กระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยัน ไม่มีคนไทยอยู่ในเที่ยวบินดังกล่าว พร้อมได้ติดตามสถานการณ์การสู้รบในฉนวนกาซาอย่างใกล้ชิด ส่วนการบินไทย ได้ยืนยันไม่เคยบินผ่านน่านฟ้ายูเครน พร้อมกำชับให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และไม่ให้บินใกล้กับพื้นที่เสี่ยง ซึ่งอาจทำให้เที่ยวบินที่จะเดินทางไปยุโรปล่าช้าประมาณ ๑๕ – ๒๐ นาที เผย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้โดยสาร โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป แต่ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกการเดินทางในเส้นทางยุโรปแต่อย่างใด พร้อมได้ปรับเส้นทางบินทุกเที่ยวบินที่บินผ่านชายแดนยูเครน ซึ่งมีทั้งหมด ๖ เส้นทาง คือ ลอนดอน มิวนิค ซูริก โรม และปารีส โดยไม่มีกำหนด
นางสาริณี แสงประสิทธิ์ กก.ผอญ. บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เผย ปัจจุบันมีเที่ยวบินไปยังโซนยุโรปกลางประมาณ ๒๐ เที่ยวบินต่อวัน พร้อมยืนยัน เที่ยวบินในไทยทั้งหมดไม่ได้บินผ่านน่านฟ้ายูเครน จึงไม่ได้รับผลกระทบเรื่องเส้นทางบิน ส่วนกรณียูเครนประกาศปิดน่านฟ้านั้น อาจทำให้หลายสายการบินต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่เพื่อเลี่ยงพื้นที่อันตราย ขณะนี้ บวท. มีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนตารางบิน และบริหารแผนจราจรทางอากาศ เพื่อรองรับเที่ยวบินต่างๆ ให้มีความปลอดภัยสูงสุด

๓. ตื่นวิกฤติ ‘ยูเครน’ ลาม แห่ขายสินทรัพย์เสี่ยง กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๔. ชี้ยิงร่วงโบอิ้งมาเลย์กระทบไทย ทัวริสต์ ‘ยุโรป’ ชะลอท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๑๑)

นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เนื่องจากวิตกกับความขัดแย้งในยูเครน หลังมีรายงานข่าวเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ ถูกยิงตกในยูเครน ด้านนักวิเคราะห์หวั่นราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นเหนือ ๑๐๐ ดอลลาร์
ด้าน สทท. ชี้ ผลทางอ้อมที่ต้องจับตามองคือ เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรปที่กำลังวางแผนเดินทางระยะไกล ทำให้ชะลอแผนการท่องเที่ยวออกไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้น และไม่ได้มีเพียงไทยประเทศเดียวที่ได้รับผลกระทบ แต่นักท่องเที่ยวอาจพิจารณาทบทวนการเดินทางมาในละแวกเอเชียทั้งหมด เพราะใน
การวางแผนเดินทางระยะไกล นักท่องเที่ยวจะวางแผนจะเที่ยวแบบหลายจุดหมายในทริปเดียว หรือใช้กรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นจุดเชื่อมต่อ เพื่อเดินทางไปเที่ยวที่อื่นๆ อาทิ ไทย เป็นต้น
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เผย ขณะนี้ได้ให้ ททท. ในยุโรป ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะส่งผลกระทบต่อ
ความเชื่อมั่นตลาดนี้หรือไม่ โดยเบื้องต้นจากการตรวจสอบปฏิกิริยาของสายการบินต่างๆ เริ่มวางแผนหลีกเสี่ยงเส้นทางยูเครน ซึ่งถือเป็นปัจจัยเบื้องต้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวคลายความกังวลไปได้บ้าง
พร้อมยอมรับ การฟื้นตลาดยุโรปช่วงซัมเมอร์ปีนี้ ยังมีความท้าทายจากปัจจัยในไทยที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก ทำให้มีอุปสรรคด้านบริษัทประกันภัยที่ไม่ครอบคลุมประกันการเดินทาง ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งประสานนำเสนอแผนรายละเอียดโครงการรับประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กับบริษัทนำเที่ยว หลังมีหลายรายเริ่มสอบถามเข้ามา เพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายก แอตต้า เผย เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงกับมาเลเซีย แอร์ไลน์ แต่ยังเชื่อมั่นว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในภาพรวมของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากสายการบินอื่นๆ ยังคงให้บริการตามปกติ และเป็นตัวเลือกที่ทดแทนกันได้

๕. ททท. โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทย จัดงานสตรีท เฟสติวัล สร้างสีสัน สยามรัฐ (หน้า ๖)

๖. ททท. จัดงานไทยแลนด์ แฮปปี้เนส สตรีท เฟสติวัล โพสต์ ทูเดย์ / @ Weekly (หน้า ๓๓)

๗. บิ๊กอีเวนท์ “Street Festival” ฟื้นความเชื่อมั่น คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ร่วมคืนความสุขให้กับประชาชน และกระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยการปิดถนนราชประสงค์จัดงานใหญ่ ไทยแลนด์ แฮปปี้เนส สตรีท เฟสติวัล ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยเป็นการร่วมมือร่วมใจครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อส่งคำเชิญให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาสัมผัสกับความเป็น Land of Smile อีกครั้ง รวมทั้งเพื่อฟื้นฟูและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
โดยงานจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ไทยแลนด์ แฮปปี้ คอนเสิร์ต ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ บนถนนราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ – ๒๔.๐๐ น. และแฮปปี้เนส สตรีท บนถนนราชประสงค์ และถนนพระราม ๑ บริเวณหน้าสยามพารากอน แบ่งออกเป็น ๔ โซนคือ Happiness Show off, Happiness Gifts Market, Happiness Surprise และ Happiness Activity นอกจากนี้ ได้จัด เมกะแฟมทริป นำสื่อมวลชน บริษัทนำเที่ยว และบล็อกเกอร์จาก ๓๗ ประเทศทั่วโลก มาร่วมงาน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ดันเป้าหมายนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๕๕๗

๘. อุตฯ ท่องเที่ยวไทยชูแนวทางยั่งยืน พัฒนาการแข่งขันสู่เวทีนานาชาติ สยามรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ระดับสากลขององค์กรด้านการท่องเที่ยว ด้วยการมุ่งใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อนำไปเป็นจุดขายในการดึงงานหรือนักท่องเที่ยวระดับโลก เข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น
โดยด้าน ททท. ในปี ๒๕๕๘ ได้ชูแนวทางการท่องเที่ยวเพื่อทุกคน ของทุกคน เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทย นำไปสู่ความสมดุล และยั่งยืนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ยึดตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งนโยบายของ คสช. มาเป็นกรอบในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นใน ๒ ด้านที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวคือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่น เร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ และการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

๙. ไม่รู้จริง...จริ๊ง มติชนรายวัน (หน้า ๖)

คอลัมน์คอฟฟี่เบรก กล่าวถึง นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ที่ใกล้จะอำลาตำแหน่ง โดยนักข่าวได้สอบถามความคืบหน้าการสรรหาผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ หลังการสรรหาผู้ว่าการได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ติดปัญหาตรงที่คณะอนุกรรมการสรรหาไม่ครบองค์ จะมีผลให้ผู้ที่ยื่นสมัครแล้ว ๓ ราย จะสามารถดำเนินการคัดเลือกตามขั้นตอนได้หรือไม่ หรือต้องเปิดรับสมัครรอบใหม่ ซึ่งผู้ว่าฯ ธวัชชัย ยืนยัน ว่าไม่รู้เรื่อง

๑๐. กระตุ้นเที่ยวไทยไปกับ Dream Destinationsอกรุงเทพธุรกิจ / เสาร์สวัสดี (หน้า ๗)

คอลัมน์ Travel Focus นำเสนอรายละเอียดแผนส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในปี ๒๕๕๘ ของ ททท. จากการเปิดเผยของ นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท.

๑๑. ททท. เปิดยิ่งใหญ่ เทศกาลอาหารไทย ‘อร่อยครบเครื่อง อร่อยแบบไทย’ แนวหน้า (หน้า ๑๙)

คอลัมน์โซไซตี้ : นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารไทย หรือ Thai Food Festival เพื่อร่วมอนุรักษ์ และสืบสาน
ความเป็นไทย คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อาหารไทยที่แสดงถึงคุณค่าของความเป็นชาติไทย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ชูไฮไลต์การรวบรวมร้านอาหารชื่อดังกว่า ๔๐ ร้าน ชูจุดเด่นของความเป็นไทยออกมาเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้เรื่อง โดยมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย อาทิ การแสดงจากทีศิลป์ รวมถึงดาราดังมาร่วมปะทะฝีมือทำอาหารกับเชฟชื่อดัง ที่สับเปลี่ยนมาสร้างสีสันในงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช

๑๒. คุมมาตรฐานรถท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๑๓. พัฒนามาตรฐานรถบริการนักท่องเที่ยว คม ชัด ลึก (หน้า ๗)

กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว โดยสำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยว ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดประชุมสัมมนาวิชาการ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมกำหนดร่างเกณฑ์มาตรฐานการบริการ นำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรการท่องเที่ยวไทยให้แล้วเสร็จ พร้อมจัดทำคู่มือเกณฑ์มาตรฐานฉบับสมบูรณ์ ตลอดจนจัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการขนส่งและหลักสูตรพัฒนาพนักงานขับรถโดยสารหรือมาตรฐานบริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว

๑๔. ‘เอเชีย’ สุดยอดผู้นำเมืองท่องเที่ยวโลก สยามรัฐ (หน้า ๖)

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์ไวด์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยผลสำรวจสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลก ประจำปี ๒๕๕๗ พบว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงความเป็นผู้นำด้านความเป็น สุดยอดเมืองท่องเที่ยวโลก เพราะมีเมืองใหญ่ที่ติดอันดับท็อปเท็นอยู่ ๕ เมือง โดยกรุงเทพฯ ได้ตำแหน่งเมืองน่าเที่ยวอันดับ ๒ ของโลก และเอเชียแปซิฟิก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยกว่าคาดการณ์เพียง ๓ แสนคน และจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงราว ๑๑% เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี ๒๕๕๖

๑๕. นักร้องมะกันดับ โชคร้ายข้ามถนนเก๋งซิ่งชนร่างเละ สยามรัฐ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถชนนักท่องเที่ยวเสียชีวิตระหว่างข้ามถนนที่หน้าร้านวีระพานิช ถนนสายเชียงใหม่ – ลำปาง อำเภอแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิต ชื่อ น.ส.นิโคล แสงสุรี ลูกครึ่งไทย – อเมริกัน และเป็นศิลปิน - นักแต่งเพลงชื่อดัง ซึ่งเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยคนขับรถได้ยืนรอมอบตัวอยู่ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหา ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

************************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

18/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. คสช. ถกท่องเที่ยวนัดแรก ดันรายได้ ๒ ล้านล้าน เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๒. เว้นค่าวีซ่าจีนเข้าไทย ข่าวสด (หน้า ๘)

นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผย วันที่ ๒๕ กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ทชช.) ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา เป็นประธาน เพื่อเร่งทำงานแบบบูรณาการ และหามาตรการเร่งด่วนในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อผลักดันรายได้การท่องเที่ยวตลอดทั้งปีให้ได้ ๒ ล้านล้านบาทตามเป้าหมาย
โดยมีวาระสำคัญเรื่องการจัดทำกลุ่มท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ที่ต้องการส่งเสริมให้เป็นกลุ่ม คลัสเตอร์ จำนวน ๘ แห่ง โดยจะเร่งพัฒนาในแห่งที่สำคัญมากที่สุดก่อน หรือพิจารณาให้ความสำคัญเพียง ๕ แห่งก่อน เพื่อสร้างความโดดเด่นในแต่ละคลัสเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้การทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวให้ถูกกลุ่มได้ง่ายขึ้น และเป็นการเร่งแก้ปัญหานักท่องเที่ยวแออัดในพื้นที่หลัก ที่มีนักท่องเที่ยวเกิน ๑ ล้านคนด้วย
สทท. เผย สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ การให้ความสำคัญกับการทำงานของ ทชช. และการพัฒนาคลัสเตอร์ด้านการท่องเที่ยวทั้ง ๘ แห่ง ที่มีการศึกษามานานไม่ต่ำกว่า ๓ ปี แต่ยังไม่ได้รับการผลักดันที่ชัดเจน เชื่อเมื่อสามารถจัดประชุมและวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน จะทำให้กลุ่มการท่องเที่ยวมีความชัดเจนและโดดเด่นมากขึ้น
นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เผยถึงกรณี กรอ. เห็นชอบให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือนว่า ททท. จะใช้โอกาสนี้บุกตลาดจีนทันที โดยจะประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านหนังสือพิมพ์รายใหญ่ของจีน และนิตยสารท่องเที่ยวของจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ภาคเอกชน และ ททท. มองว่า การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า จะส่ง ผลดีกับรายได้การท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน ๒๕๕๗ มีเพียง ๑.๘ ล้านคนเท่านั้น ลดลงจากปีที่ผ่านมา ๒๓% หากมีฟรีวีซ่าจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยไม่ถึง ๔.๒ ล้านคน จากปีที่ผ่านมามี ๔.๗ ล้านคน ขณะเดียวกัน ปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนเริ่มดีขึ้น เนื่องจากการใช้จ่ายต่อหัวสูงถึง ๔.๑ หมื่นบาทต่อทริป ขณะที่เกาหลีใช้จ่าย ๓.๙ หมื่นบาทต่อทริป และญี่ปุ่น ๓.๘ หมื่นบาทต่อทริป

๓. งดค่าวีซ่าชาวจีน ฉุดท่องเที่ยวฟื้น ? โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

คอลัมน์รายงานพิเศษ โดย พีรดา ปราศรีวงค์ นำเสนอมุมมองของภาครัฐและเอกชน หลัง คสช. มีมติให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือน ว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ดีแค่ไหน
นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เผย ททท. จะนำการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า เป็นกลยุทธ์หลักในการดึงนักท่องเที่ยวทั้ง ๒ ตลาด โดยได้ให้ ผอ.ททท.ทั้ง ๕ สำนักงานในจีน เร่งประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ พร้อมกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวมาไทย คาดว่าช่วง ๓ เดือนนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย ๑ ล้านคน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มี ๑.๒ ล้านคน ส่วนไต้หวัน จะมี ๘ หมื่น – ๑ แสนคน พร้อมคาดหวังให้นักท่องเที่ยวจีนมาไทยตลอดปีนี้ ๓.๙ ล้านคน หรือลดลงเพียง ๑๓% จากเดิมคาดว่าจะลดลง ๒๐% สร้างรายได้ ๑.๕๘ แสนล้านบาท ส่วนไต้หวันจะมีนักท่องเที่ยว ๔.๓๖ แสนคน สร้างรายได้ ๑.๔ หมื่นล้านบาท
ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายก แอตต้า มองว่า มาตรการนี้จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันชาติของชาวจีน ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๐ ตุลาคมนี้ คึกคักขึ้น ส่วนนายวิชิต ประกอบโกศล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย – จีน เชื่อว่า หากทุกฝ่ายเร่งสร้างกระแส การเดินทางให้คนจีนมาไทยได้สำเร็จ เดือนสิงหาคม – ธันวาคมนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๓๐% เป็นประมาณ ๒ ล้านคน สร้างรายได้กว่า ๗ หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ตลอดทั้งปีมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย ๔ – ๔.๒ ล้านคน
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธาน สทท. เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว อาทิ การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า การจัดระเบียบโรงแรม การกระตุ้นให้ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ จัดการประชุมสัมมนาในประเทศ จะช่วยฟื้นบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังได้ โดยคาดว่าจะผลักดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยได้ถึง ๒๖.๖ – ๒๖.๘ ล้านคน เทียบกับเป้าหมายของ ททท. ที่ ๒๖ ล้านคน
พ.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผบก.ทท. มองว่า ระยะสั้นสามารถดำเนินการได้ แต่หากปล่อยระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากอาจมีคนหลบเข้ามาอาศัย และแฝงตัวทำงาน หรือก่ออาชญากรรมในไทยได้เช่นกัน

๔. โกลเด้นวีค – เว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ลุ้นยอดนักเที่ยวจีนฟื้นไตรมาส ๓ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอแผนกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน เพื่อให้เร่งตัดสินใจมาเที่ยวไทยมากขึ้น ของ ททท. หลัง คสช. มีมติให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือน โดย ททท. ได้วางแผนปูพรมสร้างการรับรู้ให้ได้ทั้ง ๒ ระดับคือ ตลาดเอฟไอที และกรุ๊ปทัวร์ โดยจะเริ่มออกประกาศอย่างเป็นทางการ และส่งจดหมายในนาม ททท. เพื่อให้นักท่องเที่ยวทราบถึงมาตรการดังกล่าว รวมทั้งจะประชาสัมพันธ์และโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์จีน และสื่อด้านธุรกิจท่องเที่ยวของจีน โดยมีเนื้อหาให้นักท่องเที่ยวเร่งตัดสินใจเดินทางมาไทยในช่วง ๓ เดือนนี้
จากนั้นจะเจรจากับบริษัทนำเที่ยวในการลงประชาสัมพันธ์ร่วมกัน (Joint Advertisement)
เรื่องการขายแพ็กเกจทัวร์ ภายใต้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า โดย ททท. พร้อมจะให้การสนับสนุนงบประมาณบางส่วน สำหรับบริษัทที่สามารถทำยอดขายตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ในช่วง ๓ เดือนที่ดำเนินโครงการได้ รวมทั้งจะพิจารณาด้วยว่า จะลงไปจัดกิจกรรมพิเศษในเมืองใดของจีนด้วยหรือไม่ เพื่อเป็นการเผยแพร่ข่าวสาร และทำให้คู่ค้าเกิดความรู้สึกที่ดีว่า ไทยยังคงให้ความสำคัญกับตลาดจีนมาก คาดว่าตลอดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย ๓.๙๘ ล้านคน สร้างรายได้ ๑.๕๘ แสนล้านบาท ลดลงจากปีที่ ผ่านมาที่มีนักท่องเที่ยวจีน ๔.๗ ล้านคน สร้างรายได้ ๑.๘๒ แสนล้านบาท

๕. คืนสุขทัวร์จีน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑)

คอลัมน์โอเพนอัพ โดย นายตะปู กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน และไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือนว่า งานนี้บริษัททัวร์คงจะวิ่งวุ่น เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันให้ลองหยั่งเชิงนักท่องเที่ยวจีน ที่เวลานี้หดตัวเหลือ ๓๐ – ๔๐%
นายวิชิต ประกอบโกศล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย – จีน ระบุว่า น่าจะได้เห็นนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเป็นปกติในเดือนตุลาคมนี้ และถ้าจะให้ดี ขอขยายเวลาจาก ๓ เดือน เป็น ๑ ปี รับรองปีหน้านักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มจาก ๔.๓ – ๔.๕ ล้านคน เป็น ๕ ล้านคนแน่นอน ซึ่งคงต้องลุ้นกันหว่า หลังจบ ๓ เดือน คสช. จะให้ยืดเวลาออกไปหรือไม่

๖. ตั้งกรรมการล้างบางบอร์ด ทอท. / สหภาพ กทพ. ยื่น “ประจิน” ทบทวนทางพิเศษศรีรัช ไทยรัฐ (หน้า ๘)

บอร์ด ทอท. มีมติแต่งตั้ง พล.อ.ท.จอม รุ่งสว่าง และนายวราห์ ทองประสินธุ์ เป็นกรรมการแทนนายวิศณุ ทรัพย์สมพล และนายธานินทร์ อังสุวรังสี ที่ลาออกไป มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป รวมทั้งได้ให้นายธงทอง จันทรางศุ และนายนิรันดร์ ธีรนาทสิน เป็นคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบอร์ด ทอท. นอกจากนี้ ยังยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย ๕ ชุดที่มีมติจากที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ที่ผ่านมา และให้แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่เข้าไปทำหน้าที่แทน และเห็นชอบให้ปรับปรุงสภาพพื้นผิวทางขับ (แท็กซี่เวย์) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขนาด ๗ แสนตารางเมตร จากเดิมทำจากแอสฟัลท์ (ยางมะตอย) มาเป็นคอนกรีต โดยจะทำระยะยาวต่อเนื่อง ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๐ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และทำให้พื้นผิวมีการใช้งานได้ตามมาตรฐานยิ่งขึ้น ส่วนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะ ๒ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารจาก ๑๘.๕ ล้านคน เป็น ๓๐ ล้านคน ยังมีการปรับปรุงต่อเนื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จทันกำหนดเวลาช่วงเดือนตุลาคมนี้ รับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแน่นอน

๗. สั่งหยุดเดินเรือ ‘เกาะล้าน’ หลังนักท่องเที่ยวร้องโก่งค่าโดยสาร ขู่หากไม่เร่งแก้ไขปรับปรุงยกเลิกถาวร โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

นายอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สั่งให้บริษัท เกาะล้านทราเวิล หยุดให้บริการเรือโดยสารเฟอร์รี่ข้ามฟากพัทยา – ชุมชนบ้านเกาะล้าน อย่างไม่มีกำหนด หลังนักท่องเที่ยวร้องเรียนว่าเรียกเก็บ ค่าโดยสารแพงเกินจริง พร้อมระบุ หากไม่ปรับปรุงแก้ไขราคาค่าบริการ ก็จะยกเลิกการให้บริการถาวรต่อไป
ด้านตัวแทนบริษัท เกาะล้านทราเวิล ชี้แจงว่า บริษัทฯ ไม่มีการจำหน่ายตั๋วเกินราคา เพราะดำเนินการเหมานั่งแบบไปกลับมานานแล้ว รวมทั้งจัดรถโดยสารอำนวยความสะดวกให้ด้วย เพียงแต่ขณะเกิดเหตุ มีปริมาณนักท่องเที่ยวมาก จึงอาจทำให้เกิดความสับสน มีข้อผิดพลาดในเรื่องของการติดต่อประสานงานบ้าง พร้อมจะเร่งแก้ไขและปรับปรุงตามที่อำเภอบางละมุง มีคำสั่งมาเพื่อจะได้ดำเนินการได้ตามปกติ

๘. การบินไทยยอดเยี่ยมกวาดรางวัล เดลินิวส์ (หน้า ๑๓)

๙. ‘บินไทย – บางกอกแอร์เวย์ส’ เจ๋ง ได้รางวัลสายการบินยอดเยี่ยม มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

การบินไทย ได้รับ ๓ รางวัลสายการบินยอดเยี่ยมจากสกายแทรกซ์ ในงานเวิลด์ แอร์ไลน์ อวอร์ดส์ ประจำปี ๒๕๕๗ ที่สหราชอาณาจักร โดยได้รับรางวัลอันดับ ๑ ประเภทพนักงานสายการบินให้บริการยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย, อันดับ ๑ ประเภทการให้บริการอาหารบนเครื่องบินชั้นประหยัด ยอดเยี่ยม และอันดับ ๓ สายการบินยอดเยี่ยม ประเภทการให้บริการภาคพื้น ขณะที่สายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ได้รับรางวัลสายการบินระดับภูมิภาคยอดเยี่ยมอันดับ ๑ ของเอเชีย ประจำปี ๒๕๕๗ จากการสำรวจความพึงพอใจของนักเดินทางกว่า ๑๘.๘๕ ล้านคน กว่า ๑๐๕ สัญชาติ ของสกายแทรกซ์

๑๐. คสช. ขึ้น ‘แวต ๑๐%’ มีผล ๑ ตุลาฯ ๕๘ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

คสช. ออกประกาศเรื่องการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้ลดลงเหลือ ๖.๓% ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ และปรับเพิ่มเป็น ๙% ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ ซึ่งในทางปฏิบัติคือ คงอัตราภาษีที่ ๗% ออกไปอีก ๑ ปี และจะเพิ่มเป็น ๑๐% ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘

๑๑. Thailand Happiness : Street Festival กรุงเทพธุรกิจ / จุดประกาย (หน้า ๒)

๑๒. ฟื้นท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

๑๓. มอบความสุข ข่าวสด (หน้า ๘)

๑๔. Street Festival ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑๖)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดงาน Thailand Happiness : Street Festival กิจกรรมฟื้นฟูภาพลักษณ์ และมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับประชาชน โดยเนรมิตย่านราชประสงค์ เป็นถนนแห่งเสียงดนตรีและสีสันแห่งความสุข โดยมีนายสุทธิภัค จิราธิวัฒน์, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, พ.ต.ท.จตุรวิทย์ คชน่วม ร่วมงาน ณ เซ็นทรัลเวิลด์

๑๕. เตรียมงาน สยามรัฐ (หน้า ๔)

๑๖. Thailand Happiness บางกอก ทูเดย์ (หน้า ๑๕)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับพันธมิตร แถลงข่าวการจัดงาน Thailand Happiness : Street Festival ภายใต้โครงการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทย โดยเนรมิตย่านราชประสงค์ เป็นถนนแห่งเสียงดนตรีและสีสันแห่งความสุข ณ เซ็นทรัลเวิลด์

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

17/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. ปั้น ‘ขนอม’ จับนักท่องเที่ยวยุโรปกำลังซื้อสูง กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๘)

๒. ททท. ชูขนอมไฮไลต์ของไทย มติชนรายวัน (หน้า ๙)

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกาททท. เผย ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้นำตัวแทนด้านการตลาดของ ททท.สนง.ในยุโรป มาสำรวจพื้นที่และความพร้อมแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ นำเสนอให้กับตลาดที่มีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยเฉพะกลุ่มเอฟไอทีจากสแกนดิเนเวีย และเยอรมนี เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่สวยงาม เงียบสงบ และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ตรงกับความต้องการของตลาดดังกล่าว และปลายเดือนนี้จะเริ่มนำสื่อต่างชาติที่จะเข้าร่วมเมกะ แฟมทริปมาสำรวจความพร้อมเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายจะขยายตลาดไปยังอิตาลี สเปน และฝรั่งเศส
ด้านผู้ประกอบการชี้ ที่ผ่านมารายได้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะขาดการส่งเสริมการตลาด และประชาสัมพันธ์เจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างจริงจัง เชื่อหาก ททท. เข้ามาดำเนินกลยุทธ์การตลาด ภายในปีแรกน่าจะทำให้รายได้เติบโต ๑๐๐% จากที่เคยได้ ๖ พันล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ และดึงคนที่ต้องไปทำงานจังหวัดอื่นๆ กลับมาด้วย รวมทั้งช่วยเติมเต็มตลาดต่างประเทศในช่วงที่จังหวัดฝั่งอันดามันอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น

๓. เที่ยวเชิงการแพทย์สร้างรายได้สูง ชู ‘ศัลยกรรม’ ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก มติชนรายวัน (หน้า ๒๓)

สกู๊ปรายงานความคืบหน้าของโครงการไทยแลนด์ เอ็กซ์ตรีม เมกโอเวอร์ ของ ททท. ซึ่งล่าสุดได้ ๓ สาวจาก ๓ ประเทศ ได้แก่ น.ส.คิมเบอร์ลี่ บิสชอป จากสหรัฐอเมริกา น.ส.มา ชารีเบล จาซินโต จากฟิลิปปินส์ และ น.ส.นาเดีย วิลลัลวา จากบราซิล เข้าร่วมโครงการ โดยเข้ารับบริการเสริมความงามจากทีมแพทย์โรงพยาบาลยันฮีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมท่องเที่ยวพักผ่อนในสถานที่ชั้นนำของไทย ซึ่งทั้ง ๓ สาวระบุ หลังเสริมความงามแล้วรู้สึกมีความสุข และรู้สึกอบอุ่นมากที่ได้มาเมืองไทย

๔. ‘ประยุทธ์’ ขีดเส้น ๑ เดือนศึกษาตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๕. ชงออกกรีนการ์ดให้ต่างด้าว / กรอ. นัดแรกฟรีธรรมเนียมวีซ่าจีน – ไต้หวัน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดแรก ได้เห็นชอบ ๑๔ มาตรการ ตามข้อเสนอของภาคเอกชน ๕ สถาบัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ โดยหัวหน้า คสช. ได้ให้ความสำคัญกับ ๓ ประเด็นคือ ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน วางแผนผังเมือง และช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี โดยให้จัดทำรายละเอียดมานำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งกำหนดให้จัดทุก ๑ เดือน
ทั้งนี้ ในด้านการท่องเที่ยว ได้เห็นชอบให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวใน ๒ ประเด็นคือ ๑. ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม – ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เพื่อเป็นการขอบคุณจีนที่ส่งนักท่องเที่ยวมาไทยจำนวนมาก พร้อมได้ให้กระทรวงการคลัง แจ้งให้หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพิ่มกิจกรรมจัดประชุมสัมมนาและฝึกอบรมภายในประเทศ และให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตามกฎหมายกับที่พักที่ไม่ได้จดทะเบียน และ ๒. สนับสนุนบทบาทของคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ให้มีการจัดประชุมสม่ำเสมอ และให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมพิจารณายุทธศาสตร์การท่องเที่ยวด้วย
ส่วนมาตรการส่งเสริมการค้าและการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ได้เห็นชอบใน ๕ ประเด็นคือ ๑. ให้ขยายมาตรการสนับสนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒. การส่งเสริมและผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะที่ด่านสะเดา และปาดังเบซาร์ ที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญมาก ๓. การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าชายแดนและการข้ามแดน ๔. การแก้ปัญหา
การบริหารจัดการแรงงานแห่งชาติ และ ๕. การขับเคลื่อนสินค้าเกษตร อาหาร และพลังงานทดแทนจากสินค้าเกษตร
ด้าน สทท. เผย มาตรการจัดระเบียบต่างๆ ของ คสช. ช่วยทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้จะใกล้เคียงกับเป้าหมาย ๒๖.๘ ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ขณะนี้เดินทางมาไทยแล้วกว่า ๔ ล้านคน ดังนั้น มาตรการที่เสนอให้ กรอ.พิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ๓ เดือนให้กับนักท่องเที่ยวจีน ถือเป็นการขอบคุณที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยสูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

๖. เดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว แนวหน้า (หน้า ๑๑)

กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวในโครงการพัฒนามาตรฐานการบริการรถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว ประจำปี ๒๕๕๗ โดยกำหนดแผนพัฒนาและบูรณาการกับการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว พัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกให้มีมาตรฐาน สะอาด สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยตามหลักสากล
โดยเดือนกรกฎาคมนี้ สำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยว ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดประชุมสัมมนาวิชาการ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมกำหนดร่างเกณฑ์มาตรฐานการบริการ นำเสนอต่อคณะกรรมการมาตรการท่องเที่ยวไทยให้แล้วเสร็จ พร้อมจัดทำคู่มือมาตรฐานเกณฑ์มาตรฐานฉบับสมบูรณ์ ตามมาตรการสร้างความเชื่อมั่นและรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในระยะยาว

๗. “พี.เค.” จัดงานใหญ่ฟื้นธุรกิจท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๙)

บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ เตรียมจัดงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๓๑ และงานไทย เที่ยวนอก ๒๐๑๔ ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๒๐ กรกฎาคมนี้ โดยมีผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธ ๖๖๖ บูธ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงโลว์ซีซั่น ส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ภายในงานได้จัดโซน “เที่ยวไทยสุดคุ้ม” โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยว สมาคมท่องเที่ยว และ ททท. พาเจ้าของกิจการมาร่วมลดราคาพิเศษสูงสุดถึง ๗๐% พร้อมร่วมกับบัตรเครดิตในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับผู้ถือบัตรโดยเฉพาะ คาดจะมีผู้มาชมงานกว่า ๒ แสนคน มีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ล้านบาท

๘. ‘ทีเส็บ’ ดันไทยเจ้าภาพงานอินเตอร์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๙. ดึง ๓ งานปลุกตลาดไมซ์ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

ทีเส็บ ได้ร่วมกับ องค์กรวิชาชีพฯ และภาคเอกชน สร้างความเชื่อมั่นด้านตลาดไมซ์ ด้วยการดึงงานประชุมระดับนานาชาติขนาดใหญ่ (เมกะอีเวนต์) เข้ามาจัดในไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ๓ งาน ได้แก่ งานประชุมเภสัชกรรมนานาชาติ ครั้งที่ ๗๔ ระหว่างวันที่ ๓๑ สิงหาคม – ๔ กันยายน ๒๕๕๗ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า ๒ พันคน งานเทศกาลหุ่นโลก กรุงเทพฯ ซึ่งร่วมกับมูลนิธิหุ่นสายเสมา เป็นเจ้าภาพจัดงาน ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๐ พฤศจิกายนนี้ ที่เกาะรัตนโกสินทร์ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานถึง ๓ หมื่นคน และงานประชุมท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ให้กับบริษัท ยูนิซิตี้ ในเดือนตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า ๕ หมื่นคน
นอกจากนี้ ได้ชนะการประมูลสิทธิการจัดงานประชุมอีกกว่า ๑๕ งาน อาทิ เป็นเจ้าภาพจัดงานเทรดโชว์ IT & CMA ASIA และ CTW Asia – Pacific Corporate Travel World ๒๐๑๔, งาน ๑๐th International Mycological Congress (IMC), งาน Food & Hotel Thailand ๒๐๑๔ เป็นต้น คาดว่าจะสามารถดึงกลุ่มไมซ์ต่างชาติเข้ามาอีกไม่ต่ำกว่า ๑ หมื่นคน และคาดว่าจะกระตุ้น นักเดินทางในกลุ่มไมซ์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายได้ถึง ๑.๕๘ แสนคน ขณะที่ภาพรวมปีนี้มีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เข้ามาราว ๘.๘๘ แสนคน สร้างรายได้ ๘.๗ หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปี ๒๕๕๖

๑๐. ปลุกลองสเตย์วัยเก๋า ชงผุดมาตรฐานโรงแรมเฉพาะกลุ่ม เอกชนออกโรงค้าน ชี้ต้นทุนการก่อสร้างสูง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตรียมเสนอให้กรมการท่องเที่ยว วางมาตรฐานโรงแรมและการบริการผู้สูงอายุ รองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยววัยเกษียณกลุ่มเอเชียและอาเซียน ซึ่งมีแนวโน้มเดินทางมาพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเชียงใหม่ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งนิยมเดินทางมาพักผ่อนเฉลี่ย ๑๒ – ๑๔ วันต่อทริป ใช้จ่าย ๓ – ๖ หมื่นบาทต่อทริป ซึ่งสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป โดยภาครัฐต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กลุ่มสูงอายุและผู้พิการ ให้ได้รับความสะดวกในการพักผ่อน ซึ่งอาจนำร่องใน ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบนก่อน เชื่อจะทำให้กลุ่มผู้สูงอายุมาเที่ยวไทยในปีหน้า ๕ ล้านคน เทียบกับปีนี้ที่มีราว ๔ ล้านคน
ด้านนางละเมียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) ชี้ ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก เพราะทำให้ต้นทุนการลงทุนก่อสร้างโรงแรมสูงขึ้น อีกทั้งยังไม่มีการสำรวจความต้องการของตลาด ที่แท้จริงว่า กลุ่มผู้สูงอายุของแต่ละประเทศมีความต้องการอย่างไร และตลาดเป้าหมายมีประเทศใดบ้าง

๑๑. สวนน้ำไทยติดอันดับยอดนิยมเอเชีย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

คอลัมน์ Biz Monitor : ทริปแอดไวเซอร์ ได้ประกาศรายชื่อสวนสนุกและสวนน้ำยอดนิยมจำนวนทั้งสิ้น ๒๔๒ แห่งทั่วโลก และ ๒๕ อันดับสวนสนุกและสวนน้ำยอดนิยมในระดับโลก โดยสวนน้ำ ๓ แห่งของไทย ติด ๑๐ อันดับสวนน้ำยอดนิยมในเอเชีย ได้แก่ โฟลว์เฮาส์ กรุงเทพฯ ติดอันดับ ๒ สวนน้ำแบล็คเมาน์เท่น หัวหิน ติดอันดับ ๓ และสวนน้ำโคค่าแปลช หาดละไม เกาะสมุย ติดอันดับ ๘ ส่วนสวนสนุกดรีมเวิลด์ เป็นสวนสนุกแห่งเดียวของไทย ที่ติดอันดับสวนสนุกยอดนิยมในเอเชีย โดยอยู่อันดับ ๒๔

๑๒. เมื่อกรุงเทพฯ เสียแชมป์คนมาเที่ยวแพ้ลอนดอน ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์เหะหะพาที โดย ซูม กล่าวถึงกรณีกรุงเทพฯ เสียแชมป์เมืองจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกเดินทางมาเยือนมากที่สุด ให้กับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เนื่องจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อจนเกิดการรัฐประหาร ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเทพฯ ลดลงอย่างต่อเนื่อง
โดยผู้เขียนเห็นว่า สิ่งที่เราต้องดำเนินการในช่วงต่อไปนี้คือ จะทำอย่างไรจะใช้ประโยชน์จากการที่ต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป อันเนื่องมาจากผลกระทบของการรัฐประหารให้มากที่สุด ทุกๆ ฝ่ายที่จะมาร่วมกันปฏิรูปประเทศ ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และสร้างกรอบให้แข็งแกร่งที่สุด เพื่อให้การกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยของเรา เป็นการกลับมาอย่างราบรื่นและยืนยงต่อไปได้อย่างถาวร เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจของไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเสมอ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว พบว่าฟื้นตัวได้เร็วที่สุด จนสามารถนำมาใช้เป็นทัพหน้าในการกอบกู้เศรษฐกิจได้ในทุกครั้ง
เชื่อหากเราทำไปตามขั้นตอนต่างๆ ตามโรดแม็ปโดยไม่สะดุด ตำแหน่งแชมป์การท่องเที่ยวหรือการเป็นเมืองจุดหมายปลายทางที่ใครๆ อยากมาเที่ยว จะกลับมาเป็นของกรุงเทพฯ และของไทยในเวลาอีกไม่นาน รวมทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม

๑๓. รถไฟต้องปลอดภัย ผุดเลดี้โบกี้ทุกสาย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

๑๔. ร.ฟ.ท.เปิด ‘เลดี้โบกี้’ ฟื้นมั่นใจ เริ่มวิ่งเหนือ – อีสาน – ใต้ ๑ ส.ค.นี้ คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

ที่ประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท. นัดแรก สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร โดยจะเปิดบริการ “เลดี้ โบกี้” สำหรับผู้หญิงและเด็กอายุไม่เกิน ๑๐ ปี พร้อมจัดพนักงานหญิงดูแลทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคมนี้ วิ่งใน ๓ เส้นทางหลักคือ สายเหนือ สายอีสาน และสายใต้ ขบวนละ ๑ ตู้ รวมทั้งจะสุ่มตรวจปัสสาวะพนักงาน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เร่งติดตั้งไว – ไฟฟรีให้กับผู้โดยสารขบวนรถด่วนตู้นอน และบริเวณสถานีหัวลำโพงและให้นำแผนฟื้นฟูมาเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดในวันที่ ๒๕ กรกฎาคมนี้

๑๕. บัวแก้วเตือนคนไทยเลี่ยงไป ‘อิรัก – ลิเบีย’ ไทยโพสต์ (หน้า ๓)

๑๖. กต. เตือนเลี่ยงเดินทางไปอิรัก – ลิเบีย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๕)

กระทรวงการต่างประเทศ ออกประกาศเตือนคนไทยให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางไปอิรัก และลิเบีย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับคืนสู่ภาวะปกติ หลังเกิดการปะทะรุนแรงในหลายพื้นที่ ล่าสุด ลิเบียได้ประกาศปิดท่าอากาศยานนานาชาติกรุงตริโปลี อย่างน้อย ๓ วัน และให้สายการบินเปลี่ยนไปใช้ท่าอากาศยานที่เมืองมิสราตา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงตริโปลีไป ๒๐๐ กม.

๑๗. ฟื้นฟู กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๑๘. กิจกรรมมอบความสุข เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. แถลงข่าวการจัด Thailand Happiness : Street Festival กิจกรรมมอบความสุขและรอยยิ้มให้กับประชาชน เนรมิตย่านราชประสงค์เป็นถนน แห่งเสียงดนตรีและสีสันแห่งความสุข เพื่อสร้างภาพลักษณ์และฟื้นความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ณ เซ็นทรัลเวิลด์

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th