ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

30/3/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘

๑. ทัวร์จีนพุ่ง ๖ ล้านคน ททท. โหมพื้นที่ใหม่ (กรุงเทพธุรกิจ หน้า ๓๑, ไทยรัฐ หน้า ๙)

ประเด็นข่าว : สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย – จีน เผย หากนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นปกติ คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีน ๕.๕ – ๖ ล้านคน คาดในช่วงสงกรานต์จะมีนักท่องเที่ยว ๕ แสนคน ขณะที่ช่วงปิดภาคเรียนจะเพิ่มขึ้น ๒๐% พร้อมเป็นห่วงปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ และการทำทัวร์ติดลบ (Kick Back) จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และทำไทยเสียตลาดในระยะยาว ด้าน ททท. อยู่ระหว่างเพิ่มตลาดคุณภาพจีนในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยได้จัดโรดโชว์เผยแพร่แคมเปญดิสคัฟเวอร์ ไทยเนส พร้อมเจรจากับบริษัททัวร์ที่เจาะกลุ่มคุณภาพ

๒. ร่วมยินดี (ไทยรัฐ หน้า ๑๒)

ประเด็นข่าว : ภาพข่าว : ผู้ว่าการ ททท. ต้อนรับรองประธานอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา ที่เข้ายินดีในโอกาสครบรอบ ๕๕ ปี ททท.

• กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

๓. กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ฝ่ากระแสคลื่นเศรษฐกิจกับภารกิจรีแบรนด์เที่ยวไทย (มติชนรายวัน หน้า ๘)

ประเด็นข่าว : ทีมข่าวเศรษฐกิจ นำเสนอบทสัมภาษณ์ รมว.ท่องเที่ยว ถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวใน ปี ๒๕๕๘ การแก้ปัญหาบุคลากรรองรับการท่องเที่ยว และความคืบหน้าแผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปี ๒๐๒๐

• สมาคมท่องเที่ยวและภาคเอกชน

๔. ๕๐๐ ไทยตกค้างสนามบินอินชอน (ไทยรัฐ หน้า ๖)

ประเด็นข่าว : แอตต้าเผย นอกจากคนไทยที่จองแพ็กเกจไปเที่ยวญี่ปุ่น จะไม่ได้เดินทางตามกำหนดแล้ว ชาวญี่ปุ่นที่จะมาท่องเที่ยวไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย คาดเดือนเมษายน ชาวญี่ปุ่นจะหายไป ๒ พันคน เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้บริการ เอเชีย แอตแลนติก แอร์ไลน์ และเจ็ทเอเชีย แอร์เวย์ ที่หยุดบินออกจากไทยแล้ว เพราะกลัวว่าหากบินไปญี่ปุ่นแล้วจะบินออกมาไม่ได้ ล่าสุดยังลุกลามไปถึงการบินไปรับคนไทยที่เกาหลีใต้ด้วย เป็นเหตุให้มีคนไทยตกค้างที่ท่าอากาศยานอินชอน เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ร่วม ๕๐๐ คน นอกจากนี้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ ๒๘ มีนาคม มีคนไทยตกค้างที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะเจ็ทเอเชีย แอร์เวย์ ไม่กล้าบินไปท่าอากาศยานอินชอนด้วย

๕. แฉ บพ. ปล่อยผีใบอนุญาต / เผยเบื้องลึกแบนสายการบินของไทย (ไทยรัฐ หน้า ๙, ข่าวสด หน้า ๙)

ประเด็นข่าว : ผู้เชี่ยวชาญวงการการบินเผย เหตุที่ ICAO เข้ามาตรวจสอบกระบวนการรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศในไทยและพบข้อบกพร่อง เนื่องมาจาก บพ. มีการออกใบอนุญาตสายการบินที่มีการจดทะเบียนในประเทศไทยจำนวนมาก ในระยะเวลาอันสั้น โดยพบ ๙ เดือน มีการออกใบอนุญาตแล้วกว่า ๔๒ สายการบิน และผลจากการบกพร่องดังกล่าว หลายฝ่ายกังวลว่าอาจส่งผลกระทบไปยังเส้นทางอื่นที่สายการบินที่จดทะเบียนในไทยบินไปด้วย อาทิ เกาหลี จีน ออสเตรเลีย ประเทศในยุโรป และอเมริกา

๖. ใช้เช่าเหมาลำนอกขนคนไปญี่ปุ่น (โพสต์ ทูเดย์ หน้า A ๓)

ประเด็นข่าว : บริษัททัวร์เร่งแก้ปัญหา โดยหาชาร์เตอร์ไฟลต์ที่ได้ใบอนุญาตจากประเทศอื่นบินมาไทยเพื่อรับคนไปยังญี่ปุ่นแทน หรือใช้บริการสายการบินที่มีเที่ยวบินจากไทยไปลงประเทศอื่น เพื่อต่อเครื่องไปลงญี่ปุ่น เชื่อกรณีดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าที่วางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นตกใจและชะลอการเดินทาง แต่คงเป็นเพียงระยะสั้น หากบริษัททัวร์สามารถหาสายการบินไปญี่ปุ่นได้ ก็พร้อมจะกลับมาซื้อแพ็กเกจทัวร์ทันที

๗. ‘เกาหลี’ จ่อห้ามบินตามญี่ปุ่น (กรุงเทพธุรกิจ หน้า ๔)

ประเด็นข่าว : กระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยเจรจากับญี่ปุ่น พร้อมเป็นห่วงเกาหลีจะเดินตามรอย ห้ามชาร์เตอร์ไฟลต์ของไทยเข้าประเทศ ล่าสุดกระทรวงฯ ได้ส่งแผนปฏิบัติการไปยังหน่วยงานดังกล่าว เพื่อให้พิจารณามาตรการต่างๆ บพ. แก้ไขตามที่ ICAO กำหนดมา ซึ่งต้องรอว่าจะพิจารณาออกมาในรูปแบบใด

๘. ธุรกิจทัวร์วอนรัฐเร่งผ่าตัด ‘การบิน’ (โพสต์ ทูเดย์ หน้า B ๑๒)

ประเด็นข่าว : พีรดา ปราศรีวงค์ นำเสนอผลกระทบจากกรณี JCAB ประกาศห้ามชาร์เตอร์ไฟลต์ของไทยบินเข้าญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายนนี้ พร้อมนำเสนอข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนต่อปัญหาดังกล่าว

๙. ท่องเที่ยวเชียงใหม่ขอ ‘บิ๊กตู่’ เลิกอัยการศึกก่อนสงกรานต์ (มติชนรายวัน หน้า ๑๑)

ประเด็นข่าว : สมาคมท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ เชื่อการยกเลิกกฎอัยการศึก จะส่งผลดีต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะใช้กฎหมายใดมาแทน และมีขอบเขตการใช้อำนาจของรัฐบาลเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในทิศทางใด เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีด้านการท่องเที่ยว ด้านสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ เผย จะมีผลกระทบบ้าง หากต่างประเทศไม่เข้าใจ อาจส่งผลเสียในระยะยาว เกิดการต่อต้าน และส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อหากยกเลิกกฎอัยการศึกก่อนสงกรานต์ จะส่งผลกระทบสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ด้านสมาคมท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา ชี้ การยกเลิกอัยการศึก และหันมาใช้มาตรา ๔๔ ไม่ได้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นไทยเที่ยวไทย

• ข่าวประเด็นแวดล้อมอื่นๆ

๑๐. หนุ่มสวีเดนทำแขนพระอภัยด้วน (เดลินิวส์ หน้า ๘)

ประเด็นข่าว : รองสารวัตรปราบปรามฯ สภ.เพ เผยเหตุที่รูปปั้นพระอภัยมณีแขนขาด เพราะนักท่องเที่ยวสวีเดนที่มีอาการป่วยทางจิต ได้บุกเข้าไปทำลายรูปปั้นจนแขนข้างซ้ายหัก และได้แจ้งให้ทาง อบจ.ระยอง ทราบแล้ว ล่าสุด นายก อบจ.ระยอง ได้สั่งปรับปรุงซ่อมแซมด่วน คาดจะใช้เวลา ๓ วัน ในการซ่อมแซม

-----------------------------------------------------

โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘

๑. ลุ้นเก้าอี้ ‘ผู้ว่า ททท. – นายกแอตต้า’ ใครจะชิง ‘แม่ทัพ’ ท่องเที่ยวไทย ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

สกู๊ปรายงานความคืบหน้าการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่ล่าสุดได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ สรรหาผู้ว่าการชุดใหม่ และคาดว่าน่าจะใช้เวลาสรรหาผู้ว่าการอีกอย่างน้อย ๓ เดือน และการลงสมัครรับเลือกเป็นนายกแอตต้า ที่จะรู้ผลในวันที่ ๓๑ มีนาคมนี้ โดยมี ๒ ทีมลงสมัคร ได้แก่ ทีมของนายเจริญ วังอนานนท์ และทีมของนายวิชิต ประกอบโกศล

๒. ลุ้นผู้ว่าฯ ททท. ประชาชาติธุรกิจ หน้า ๒๒)

คอลัมน์โลกท่องเที่ยว กล่าวถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ว่า แม้จะมีข่าวว่านางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการ จะขึ้นรักษาการ แต่ก็มีข่าวว่านายธวัชชัย อาจนั่งบริหารงานต่อ งานนี้คงต้อง รอให้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หารือกับทีมกฎหมายก่อนว่า จะเอาอย่างไร

๓. ทำงานเข้าตา ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์สโมสรนักสู้ โดย โกลเด้นบอย ระบุว่า ได้ข่าวว่านายธวัชชัย อรัญญิก ทำงานเข้าตานายกรัฐมนตรี และ รมต. จนอาจได้ทำงานต่อ เป็นคนดีที่มีฝีมือจริงๆ

๔. ‘กอบกาญจน์’ มั่นใจสงกรานต์ปีนี้คึกคัก ! ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มั่นใจบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ปีนี้คึกคัก เพราะมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันลดลง ทำให้คนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่นักท่องเที่ยวยังเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง คาดเดือนเมษายน จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่ม ๑๕ – ๒๐% ล่าสุด กระทรวงฯ ได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย จัดแคมเปญมอบของขวัญสงกรานต์ให้ประชาชน โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มข้ามเขต ด้าน สทท. คาดว่าช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๖ เมษายน ๒๕๕๘ จะมีเงินสะพัด ๓.๖ หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ ๑.๘ หมื่นล้านบาท และตลาดในประเทศ ๑.๘ หมื่นล้านบาท

๕. ‘ท่องเที่ยว’ เสาหลักเศรษฐกิจไทย เดินหน้ายุทธศาสตร์ ๒๐๒๐ ผู้นำเอเซียน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒)

คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ นำเสนอบทสัมภาษณ์ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ถึงแนวโน้มการเติบโต แผนการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง และโรดแมปกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปี ๒๐๒๐ ในภาวะที่การท่องเที่ยวไทยรับบทหนัก เป็นเสาหลักค้ำยันเศรษฐกิจไทย

๖. การท่องเที่ยวไทยสดใส ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย นกหวีด กล่าวถึงการท่องเที่ยวไทย ที่ส่งสัญญาณสดใสมาตั้งแต่ต้นปี โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มั่นใจปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๘.๘ ล้านคน

๗. บ.ทัวร์ร้องจ๊ากบินญี่ปุ่นไม่ได้ เงินหมดหน้าตัก เร่งรัฐบาลแก้ไข ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๘. เกาหลีจ่อห้ามบิน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

๙. ‘ชาร์เตอร์ไฟลต์’ พลิกแผนลุยบินเข้าญี่ปุ่น / จำปียันได้มาตรฐานสากลแม้ถูกตรวจสอบเพิ่ม ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑)

นายเจริญ วังอนานนท์ เลขาธิการ แอตต้า เผย ขณะนี้บริษัททัวร์ต้องเตรียมเงินวันละ ๒๐ - ๕๐ ล้านบาท เพื่อจ่ายคืนให้กับนักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์ไปญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถทำการบินได้ตามกำหนด และเชื่อว่าบริษัทที่มีขนาดเล็กจะประสบปัญหาเงินหมด อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะลงมาคลี่คลายปัญหานี้ให้ได้ ล่าสุดบริษัททัวร์ได้พยายามแก้ปัญหาด้วยการย้ายนักท่องเที่ยวไปใช้ชาร์เตอร์ไฟลต์จากสายการบินอื่น อาทิ แอร์เอเชียเอ็กซ์, นิปปอน แอร์เวย์, เจแปน แอร์ไลน์ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด และเชื่อว่ายิ่งใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปัญหาจะยิ่งรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่มีทัวร์ออกนอกประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เผย กระทรวงฯ อยู่ระหว่างประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยเจรจากับทางญี่ปุ่น พร้อมเป็นห่วงเกาหลีจะเดินตามรอย ห้ามชาร์เตอร์ไฟลต์ของไทยเข้าประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมที่ต้องแก้ไขปัญหาภายในให้ได้มาตรฐานสากล โดยกระทรวงฯ ได้ส่งแผนปฏิบัติการไปยังหน่วยงานดังกล่าวเพื่อให้พิจารณามาตรการต่างๆ ที่กรมการบินพลเรือน (บพ.) แก้ไขตามที่ ICAO กำหนดมา จึงต้องรอว่าจะมีการพิจารณาออกมาในรูปแบบใด พร้อมยืนยันจะปรับโครงสร้าง บพ. ให้เสร็จก่อนเดือนกันยายนนี้ เพราะหากปล่อยให้มีปัญหายืดเยื้อออกไป จะยิ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือด้านการบินของไทย
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับโครงสร้าง บพ. ให้เป็นหน่วยงานอิสระ องค์กรมหาชน หรือหน่วยงานพิเศษ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะออกมาเป็นรูปแบบใด เพื่อต้องการให้กรมนี้มีความคล่องตัวมากขึ้น
ด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ยืนยัน ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วไปญี่ปุ่นกับสายการบินนกสกู๊ตกว่า ๒ หมื่นที่นั่ง ไม่มีปัญหาในการเดินทางแน่นอน เพราะนกแอร์ได้หาทางออกโดยใช้ใบอนุญาตประกอบการบินของนกสกู๊ต ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสายการบินพันธมิตร ส่วนเส้นทางบินกรุงเทพฯ - เกาหลี จะหยุดขายตั๋วไปก่อน หากผู้โดยสารคนใดซื้อตั๋วไปแล้ว ทางนกสกู๊ตยินดีคืนเงินเต็มตามจำนวน และหากมีการแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว หาก บพ. ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องมาตรฐานการบินตามที่ ICAO ทักท้วงมา ทางนกสกู๊ตจะประสานงานกับกรมการบินพลเรือนของญี่ปุ่นเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานเครื่องบินของนกสกู๊ตที่จดทะเบียนในประเทศไทยโดยตรง มั่นใจการหาทางออกของนกสกู๊ต จะเป็นทางออกที่ดีในขณะนี้

๑๐. ซีอีโอพาต้าชงแนวคิดบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๙)

คอลัมน์สัมภาษณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์นายมาริโอ ฮาร์ดี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก (พาต้า) ที่ได้นำแสนอแนวทางที่น่าสนใจต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน อาทิ การกระจายนักท่องเที่ยว ช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน, การทำแคมเปญการตลาด อาทิ แคมเปญ Thailness จะมีประโยชน์มาก หากคนไทยทุกคนมีส่วนร่วม รวมถึงการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานในภาคการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เป็นต้น

๑๑. ‘ปชป’ – นปช.’ ค้าน ม.๔๔ / ‘นิพิฏฐ์’ ชี้แรงกว่าอัยการศึก – ‘จตุพร’ หวั่นหนีเสือปะจระเข้ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และ นปช. คัดค้านนายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา ๔๔ แทนกฎอัยการศึก ชี้อำนาจของมาตรา ๔๔ มีมากกว่ากฎอัยการศึก และอาจเพิ่มความกังวลให้กับนานาชาติ พร้อมแนะให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้าน สนช. และ สปช. หนุนใช้ ชี้ การยกเลิกกฎอัยการศึก จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว

๑๒. ธุรกิจเฮเลิกอัยการศึก ใช้ ม.๔๔ ไร้ผลกระทบ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑๑)

ภาคเอกชนท่องเที่ยวหนุนรัฐยกเลิกกฎอัยการศึก ชี้เป็นคำแรง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่หากเป็นมาตรา ๔๔ คนจะไม่รู้สึกว่าแรง เชื่อแพ็กเกจทัวร์มาไทยจะคึกคัก

๑๓. ปฏิกิริยาและเสียงสะท้อนยกเลิก ‘อัยการศึก’ ใช้ ‘ม.๔๔’ มติชนรายวัน หน้า ๒)

สกู๊ปนำเสนอมุมมองของภาคเอกชน นักวิชาการ และนักการเมือง ต่อกรณีนายกรัฐมนตรีมีแนวคิดจะยกเลิกกฎอัยการศึก หันมาใช้มาตรา ๔๔ แทน โดยนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. มองว่า จะทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น และจะดีกับตลาดยุโรปและอเมริกาเท่านั้น ไม่มีผลกับนักท่องเที่ยวเอเชียเท่าที่ควร เพราะนักท่องเที่ยวเอเชียคุ้นกับสถานการณ์ในไทยดีอยู่แล้ว จึงไม่หวั่นวิตกกับคำว่ากฎอัยการศึกมากนัก
ส่วนเม็ดเงินหรือปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทยในช่วงหลังยกเลิกกฎอัยการศึก เชื่อว่าจะไม่ต่างจากเดิมมากนัก พร้อมชี้ การประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกแม้ในช่วงแรกอาจไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมมากนัก แต่จะส่งผลดีในระยะยาว โดยเฉพาะด้านความรู้สึกของนักท่องเที่ยว และจะช่วยให้ภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวดีขึ้น

๑๔. อธิบดียันไม่ได้เปลี่ยนชื่อ ‘เกาะตาชัย’  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑๑)

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยัน ไม่มีการเปลี่ยนชื่อเกาะตาชัย หลังมีข่าวพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จเกาะตาชัย พร้อมประทานชื่อเกาะตาชัยใหม่ว่า “สิริวัณณวรี” ด้านเอกชนหนุนรัฐสร้างมาตรฐาน ดันการท่องเที่ยวคุณภาพเข้าเกาะ

๑๕. อึ้ง ‘พระอภัย’ แขนขาดพันผ้ากอซ ผวาลางร้าย จี้ซ่อมแซม เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๑๖. สลดเกาะเสม็ด – พระอภัยมณีแขนขาด แถมพันผ้าก๊อซ จี้ซ่อมแซมด่วน อบจ.ชี้ – รถเฉี่ยว ข่าวสด (หน้า ๑)

นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายภาพพระอภัยมณีแขนขวาขาด และมีพลเมืองดีเอาผ้ากอซไปพันไว้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ด้านหน้าท่าเรือบนเกาะเสม็ด เก็บเอาไว้ ขณะที่คนในพื้นที่หวั่นอาถรรพณ์หรือเป็นลางไม่ดีกับจังหวัดระยอง พร้อมเรียกร้องให้ อบจ.ระยอง ซ่อมแซมด่วน เนื่องจากเกาะเสม็ดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ แต่กลับปล่อยให้สัญลักษณ์ของเมืองชำรุด ด้านรองนายก อบจ.ระยอง แจง ถูกรถเฉี่ยวชนจนหัก พร้อมสั่งเร่งซ่อมแซมเป็นการด่วนแล้ว

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘

๑. ‘อีลิท’ โชว์ยอดขายบัตรหลัก มี.ค.พุ่ง กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)

๒. ขาย ๕๕ ใบรวด ไทยรัฐ (หน้า ๘)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ในฐานะประธานบอร์ดทีพีซี เผย ขณะนี้มีสมาชิกอีลิทการ์ดแล้ว ๒,๘๙๒ ราย โดยเดือนมีนาคม สามารถขายบัตรหลักราคา ๒ ล้านบาท ผ่านเอเย่นต์ได้ถึง ๕๕ ใบ เป็นลูกค้าอังกฤษ จีน และอเมริกา ซึ่งหลังจากนี้จะตรวจสอบคุณสมบัติและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่อไป ส่วนความคืบหน้าการสรรหา ผจญ.คนใหม่ ขณะนี้มีผู้สมัครแล้ว ๓๐ ราย โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์ในเบื้องต้น ๑๔ ราย คาดว่าจะรู้ผลในเดือนพฤษภาคมนี้
และความคืบหน้าการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเทรดโชว์ WTM ครั้งแรกในเอเชีย ล่าสุด รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประชุมกับตัวแทนบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ พร้อมแสดงเจตจำนงในการเป็นเจ้าภาพ รวมถึงยืนยันจะขอจัดงาน TTM ไปด้วยตามเดิม เพราะพิจารณาแล้วว่าไม่ซ้ำซ้อนกับงาน WTM เพราะเน้นเรื่องการเปิดโอกาสธุรกิจให้กับเอสเอ็มอีไทย ที่ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศมากกว่า

๓. ททท. กระตุ้นตลาดคู่รักและฮันนีมูน หวังขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ สยามรัฐ (หน้า ๖)

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา
ททท. เผย ททท. วางแผนจะกระตุ้นตลาดคู่รักและฮันนีมูน หวังขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยจะโปรโมตโครงการ Honeyteering พาคู่รักต่างชาติที่จะเดินทางมาฮันนีมูนในไทย ต้องเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พร้อมทำกิจกรรมจิตอาสา ตั้งเป้าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวคู่รักและฮันนีมูนจากอเมริกาเพิ่มขึ้น
ล่าสุด ททท.ภูมิภาคอเมริกา ได้จัดแฟมทริป Amazing Thailand Romance Symposium ครั้งที่ ๒ ด้วยการเชิญคณะบริษัทนำเที่ยวคุณภาพด้านฮันนีมูนจากอเมริกา แคนาดา กลุ่มประเทศลาตินอเมริกา และฝรั่งเศส มาสำรวจสินค้าการท่องเที่ยวสำหรับตลาดฮันนีมูนของไทยในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ สุโขทัย และเกาะสมุย ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

๔. สรรหาผู้ว่าการ ททท.  ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย กระสุนทอง กล่าวถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป วันนี้นายธวัชชัย อรัญญิก จะสิ้นสุดวาระผู้ว่าการ ททท. แต่การสรรหาคนใหม่ ๒ รอบกลับคว้าน้ำเหลว ต้องสรรหากันใหม่ ขณะที่นายธวัชชัย ขอต่ออายุเบียดกับการจะตั้งนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการ เป็นรักษาการ
งานนี้กระบวนการตามกฎหมาย หาก รมว.การท่องเที่ยวและกีฬางง จะน่าสงสารประเทศไทยมาก เพราะเครื่องยนต์เศรษฐกิจยามยาก เหลือท่องเที่ยวตัวเดียวเท่านั้น แว่วมาว่าประธานกรรมการ สรรหาคนใหม่ ผู้ใหญ่เลิกใช้บริการนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่จะใช้บริการ นายวิรไท สันติประภพ บอร์ดแบงก์ชาติ และซุปเปอร์บอร์ดรัฐวิสาหกิจ และมีชื่อนางพรศิริ มโนหาญ อดีตผู้ว่าการ ททท. ติดโผด้วย

๕. ‘ไทย’ พร้อมรับนักท่องเที่ยวทะลัก พัฒนาศักยภาพรอโตก้าวกระโดด สยามรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอแผนรองรับการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หลังสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) คาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวโลกว่า ปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๓ จะเติบโต ๓.๓% แต่ประเทศในแถบเอเชียจะเติบโตที่ ๕.๕% และในอาเซียนจะเติบโตได้มากถึง ๘% ส่วนปี ๒๕๖๓ น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง ๑๔๗.๔ ล้านคน พร้อมระบุถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยในปี ๒๕๕๘ จะมีประมาณ ๒๘.๘ ล้านคน ส่วนปี ๒๕๖๓ น่าจะขยายตัวเพิ่ม ๔๖.๒ ล้านคน ซึ่งถือว่าเติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของการท่องเที่ยวอาเซียน
โดยกระทรวงฯ จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนคือ ๑. บุคลากรภายในกระทรวงฯ ๒. บุคลากรภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ ๓ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยวไทย ภายในปี ๒๕๖๓ จะต้องทำให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ไปพร้อมกับการดูแลเอาใจใส่ประชาชน ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิดของตัวเอง สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และให้สอดคล้องกับแนวโน้มและทิศทางการท่องเที่ยวของโลกด้วย
ด้าน สทท. คาดการณ์ปี ๒๕๕๘ จะมีนักท่องเที่ยว ๒๗.๙๖ ล้านคน โดยมีนักท่องเที่ยวจีนถึง ๕.๖๗ ล้านคน ซึ่งนับเป็นปีแรกที่มีนักท่องเที่ยวจีนเกิน ๕ ล้านคน อีกทั้งการที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เห็นชอบการกำหนดเขตพัฒนาการท่องเที่ยวเป็น ๘ กลุ่ม จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพราะสมาชิก สทท. จะมีโอกาสร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมกับภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่ได้มากขึ้น เน้นเรื่องการพัฒนาสินค้า และการบริการให้ได้มาตรฐาน

๖. ชาตินี้แน่ๆ มติชนรายวัน (หน้า ๖)

คอลัมน์คอฟฟี่เบรก กล่าวถึง นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ให้เกียรติมาเยี่ยมเครือมติชน พร้อมแถลงรายละเอียดความคืบหน้าโครงการและประเมินสถานการณ์ในภาคการท่องเที่ยวและกีฬาในด้านต่างๆ โดยด้านการท่องเที่ยว ยังยืนยัน รายได้การท่องเที่ยวปีนี้แตะระดับ ๒.๒ ล้านล้านบาทแน่นอน เพราะมีปัจจัยสนับสนุนทั้งตลาดจีนและอินเดียที่มีศักยภาพและกำลังมาแรง สนใจท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างมาก ขณะที่มวยไทยต้องได้บรรจุในโอลิมปิก และบอลไทยต้องไปบอลโลกในชาตินี้ให้ได้

๗. ระดมสมอง ไทยรัฐ (หน้า ๑๒)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุม “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

๘. ของขวัญ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย แถลงข่าวโครงการ “ของขวัญให้ประชาชน” อาทิ ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเร็วๆ นี้

๙. สทท. ชี้ท่องเที่ยวปี ๕๘ ไม่ถึงเป้า สยามรัฐ (หน้า ๖)

สทท. คาดว่ารายได้การท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ ไม่น่าถึง ๒.๒ ล้านล้านบาทตามเป้าหมาย เพราะเศรษฐกิจโลกยังซบเซา ตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียและยุโรปลดลง ขณะที่ตลาดในประเทศยังระมัดระวังการใช้จ่าย คาดจะมีรายได้รวมเกิน ๒ ล้านล้านบาท แต่ไม่ถึง ๒.๒ ล้านล้านบาท พร้อมคาดว่า รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม จะเสนอ ครม. อนุมัติการออกมัลติเพิลวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และประเทศแถบยุโรปตะวันออก ภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาไทย ชดเชยตลาดอื่นๆ ที่หายไป

๑๐. ยัน ‘ญี่ปุ่น ‘ห้ามบินเพิ่ม – กระทบ ๕ ไฟลท์  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๑๑. ลุ้นญี่ปุ่นยกเลิกจำกัดไฟลต์บินไทย ส่ง ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ ไปเจรจา โดนอีก ‘เกาหลี’ ก็ห้าม ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๒. ‘นกแอร์’ จี้คมนาคมช่วย หลัง ‘JCAB’ ห้ามเพิ่มเที่ยวบินไปญี่ปุ่น แนวหน้า (หน้า ๙)

นายจรัมพร โชติกเสถียร กก.ผอญ.การบินไทย ยอมรับ องค์การการบินของญี่ปุ่นออกมาตรการห้ามสายการบินของไทยเพิ่มเที่ยวบิน และเปลี่ยนขนาดเครื่องบินไปญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ กระทบต่อชาร์เตอร์ไฟลท์ ๕ เที่ยวบิน ที่เตรียมจะขออนุญาตทำการบินในช่วงไฮซีซั่น และจะส่งผลกระทบกับเส้นทางบินในประเทศอื่น ที่ต้องเพิ่มการตรวจสอบสายการบินที่ถูกห้ามเพิ่มอีกระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การบินไทยได้ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจากับ ICAO ร่วมกับกรมการบินพลเรือน โดยยืนยัน การบินไทยทำการบินตามมาตรฐานสากล ซึ่งหลังจากนี้คงต้องรอผลการตอบรับจาก ICAO หากยังไม่ถึงเกณฑ์ข้อกำหนดตามที่ ICAO ร้องขอ การบินไทยจะต้องปรับแผนการบินภายใต้ข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้น เพราะไม่สามารถเพิ่มการบินได้ จากการระงับขยายเส้นทางบินใหม่
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เผย ได้มอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศ ไปเจรจากับญี่ปุ่น ส่วน สทน. เผย ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ๒๕๕๘ จะมีคนไทย ไปเที่ยวญี่ปุ่นประมาณ ๒ แสนคน โดยขณะนี้ยังไม่ทราบความชัดเจนว่า การห้ามดังกล่าวจะเริ่มเมื่อใด หากเริ่มวันที่ ๑ เมษายนนี้ เท่ากับว่าชาร์เตอร์ไฟลต์จากไทยจะบินไปญี่ปุ่นไม่ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม เพราะกรุ๊ปทัวร์จะมีเวลาเที่ยวในญี่ปุ่น ๖ วัน ครบกำหนดตรงกับวันที่ ๑ เมษายน ซึ่งจะไม่สามารถนำเครื่องบินบินกลับได้ นอกจากจะหาเครื่องบินที่ไม่ได้จดทะเบียนในไทยบินกลับมาแทน ซึ่งไม่คุ้มค่า
นอกจากนี้ สายการบินของไทยยังถูกห้ามบินไปเกาหลีด้วย โดยสายการบินนกสกู๊ตได้ออกหนังสือแจ้งว่า ขอระงับการขายตั๋วเส้นทางกรุงเทพฯ – โซล ชั่วคราว พร้อมคืนเงินแก่ผู้โดยสาร เนื่องจากบริษัทอาจไม่ได้รับอนุญาตการบินจากเกาหลี สืบเนื่องจาก ICAO อยู่ระหว่างตรวจสอบมาตรฐานการบินของไทย ด้านสายการบินนกแอร์ จี้กรมการบินพลเรือนเร่งแก้ไข เพราะหากดำเนินการล่าช้าจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น

๑๓. บิ๊กตู่จัดระเบียบสงกรานต์ เล่นน้ำแบบวิถีไทยดั้งเดิม เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๑๔. ครม. หนุนเล่นน้ำวิถีไทย ไทยโพสต์ (หน้า ๑๐)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเล่นน้ำในประเพณีสงกรานต์อย่างมีวัฒนธรรม สอดคล้องกับวัฒนธรรมเดิม และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว โดยเห็นชอบการจัดทำวิถีปฏิบัติในการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมนโยบายท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘ รวม ๘ เรื่อง

๑๕. เดินชายหาด ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ภาพข่าว : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินทางไปชายหาดหัวหิน เพื่อดูความเรียบร้อยหลังมีการจัดระเบียบไปก่อนหน้านี้ พร้อมได้พบปะผู้ค้าและทักทายนักท่องเที่ยวต่างชาติระหว่างลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร ที่สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน

๑๖. นายกฯ เลิก ‘อัยการศึก’ / ‘หน่วยมั่นคง – นักกฎหมาย’ ค้านใช้ ‘ม.๔๔’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยอมรับ เตรียมออกประกาศ คสช. ฉบับใหม่ รองรับยกเลิกกฎอัยการศึก ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงบางหน่วยคัดค้านการนำมาตรา ๔๔ มาใช้ โดยยก ๓ เหตุผลคัดค้าน ชี้ กระทบสิทธิเสรีภาพมากกว่าเดิม ด้านนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนชี้ มาตรา ๔๔ ร้ายกว่ากฎอัยการศึก

๑๗. ระทึกอีกไหม้หัวรถจักรหวิดวอด ๓๐๐ หนีตายวุ่น ดารา ‘เด่นคุณ’ ช่วยอุ้มคนชรา ไทยรัฐ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้หัวรถจักรรถไฟสายกรุงเทพฯ – เด่นชัย ใกล้สถานีรถไฟท่าเรือ ตำบลท่าเจ้าสนุก จังหวัดอยุธยา ทำให้ผู้โดยสารกว่า ๓๐๐ ชีวิตหนีตายโกลาหล ส่วนสาเหตุรถไฟสายกรุงเทพฯ – เด่นชัย ชนท้ายรถไฟสายกรุงเทพฯ – หนองคาย ผู้ว่าการ รฟท. ยืนยัน พนักงานขับรถประมาท พร้อมสั่งคุมเข้มการเดินรถ

-----------------------------------------------------

โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

27/3/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘

๑. จัด TBEX Asia ครั้งแรกในไทย บ้านเมือง (หน้า ๗)

๒. โปรโมตไทย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๓. ทีเส็บหวั่นอินโดฯ ชิงลูกค้าตลาดไมซ์ไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๖)

๔. ไทยพร้อมสู้อินโดนีเซ้ย ลุยตลาดไมซ์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

ททท. ร่วมกับ ทีเส็บ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก TBEX Asia ๒๐๑๕ ครั้งแรกในเอเชีย ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๗ ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์ โดยนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เผย ทีเบ็กซ์ คาดว่าจะมีบล็อกเกอร์ทั่วโลกมาร่วมประชุมกว่า ๑ พันคน ซึ่งจะสามารถสร้างการรับรู้ต่อยอดการท่องเที่ยวไทยให้กับผู้ติดตามทั่วโลกไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท เชื่อจะช่วยขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางด้วยตัวเอง และนิยมค้นหาข้อมูลทางออนไลน์มาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น
ด้านทีเส็บ หวั่นอินโดนีเซียแย่งตลาดสัมมนาและนิทรรศการ หลังเปิดศูนย์ประชุมระดับนานาชาติแห่งใหม่ “อินโดนีเซีย คอนเวนชัน เอ็กซิบิชั่น” (ไอซ์) พร้อมดึงมืออาชีพจากเยอรมนี บริหารงาน

๕. สรรหาผู้ว่าการ ททท. ไทยรัฐ (หน้า ๑๒)

คอลัมน์แวดวงรอบกรุง โดย ฤกษ์ฤทธิ์ โล่งอกที่บอร์ด ททท. มีมติยกเลิกคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ชุดก่อน และแต่งตั้งชุดใหม่ โดยมีนายจรินทร์ จักกะพาก เป็นประธาน และจะเปิดรับสมัครรอบใหม่ภายในเดือนเมษายนนี้ ส่วนผู้ที่จะได้รักษาการผู้ว่าการ หากว่ากันตามเกณฑ์ นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ที่มีอาวุโสสูงสุดต้องได้รักษาการ

๖. ท่องเที่ยวชู ‘ปีสงกรานต์วิถีไทย’  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๗. ชง ครม.จุดพลุสงกรานต์ จัดหาล่ามตามชายแดน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๘. ชง ครม.จัดสงกรานต์วิถีไทย / ชู ๘ มาตรการเน้นปลอดภัย / สร้างภาพลักษณ์ประเทศ  เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๙. ชง ครม.หนุนสงกรานต์วิถีไทย  คม ชัด ลึก (หน้า ๘)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอที่ประชุม ครม.สัญจร ที่หัวหิน ประกาศให้การท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๕๘ เป็นการท่องเที่ยวสงกรานต์แบบวิถีไทย เพื่อรณรงค์ใน ๘ เรื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และส่งเสริมวัฒนธรรมของไทย อาทิ รณรงค์การแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ขอความร่วมมือห้ามจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน งดใช้อุปกรณ์ที่เป็นอันตราย เป็นต้น
นอกจากนี้ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ยังร่วมกับตำรวจท้องที่ สนับสนุนกำลังพลเพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว โดยจัดล่ามแปลภาษาหลักและท้องถิ่นให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมวิถีไทยในแหล่งที่นักท่องเที่ยวรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทั้งกรุงเทพฯและหัวเมืองหลัก

๑๐. ‘กอบกาญจน์ – แบงก์’ มอบของขวัญสงกรานต์กดเอทีเอ็มทั่วประเทศฟรี มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

๑๑. กอบกาญจน์ชี้ท่องเที่ยวโตขึ้น ข่าวสด (หน้า ๑๕)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ชี้ การท่องเที่ยวไทยขณะนี้ถือว่าค่อนข้างดี มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีอัตราเติบโต ๒๐% ส่วนเดือนมีนาคม คาดว่าจะเติบโตกว่า ๒๐% และเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับเทศกาลสงกรานต์คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑๕ – ๒๐% ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ทำโครงการของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย และการท่องเที่ยวในประเทศ โดยให้ประชาชนได้กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มข้ามเขตได้ฟรี คาดจะมีเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์กว่า ๒ หมื่นล้านบาท
พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สทท. แสดงความเห็นว่า รายได้การท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ อาจไม่ถึงเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท เพราะปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะตลาดยุโรปและรัสเซียลดลง โดยกระทรวงฯ ยังยืนยันรายได้จากการท่องเที่ยวที่ ๒.๒ ล้านล้านบาท เหมือนเดิม เพราะนักท่องเที่ยวยังเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย โดยเฉพาะตลาดจีนที่ปีนี้คาดว่าจะมีกว่า ๕ ล้านคน ตลาดอินเดียที่กำลังมาแรง คาดว่าจะมากกว่า ๑ ล้านคน

๑๒. “กอบกาญจน์” ล็อบบี้ “วิษณุ” / ทางช่องกฎหมายต่อวาระผู้ว่า ททท. หลังเกษียณอายุ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๓. ต่ออายุ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงการแต่งตั้งผู้ว่าการ ททท. ชั่วคราว ระหว่างที่มีกระบวนการสรรหาผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ว่า ขณะนี้มี ๒ แนวทางคือ แต่งตั้ง รองผู้ว่าการ ททท. ที่มีอาวุโสสูงสุด ได้แก่ นางจุฑาพร เริงรณอาษา และต่ออายุราชการให้กับนายธวัชชัย อรัญญิก ที่จะหมดวาระลงในปลายเดือนมีนาคมนี้
พร้อมยอมรับเตรียมหารือกับ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ สคร. ถึงความเป็นไปได้หรือไม่ในการต่อสัญญาจ้างนายธวัชชัย อรัญญิก ซึ่งหากมีช่องทางทำได้ จะพิจารณาต่ออายุให้ ๖ เดือนถึง ๑ ปี เนื่องจากต้องการให้ ททท. มีการทำงานขับเคลื่อนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวมองว่า หากสรรหาแล้วได้คนใน ททท. น่าจะเป็นประโยชน์และดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยว พร้อมยืนยันการล้มกระดานสรรหาครั้งที่แล้ว และการสรรหาใหม่จะเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีการเมืองเข้าแทรกแซงการทำงานแน่นอน

๑๔. น้ำตาซึม คม ชัด ลึก (หน้า ๒๖)

๑๕. น้ำตาซึม เดลินิวส์ (หน้า ๒๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิด “ท่ามหาราช” พร้อมกล่าวสปีชสุดซึ้งที่ออกมาจากหัวใจ เพราะถือโอกาสพูดปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้รักประเทศไทย และสายน้ำเจ้าพระยาไปในเวลาเดียวกัน ทำเอาทั้งคนพูดและคนฟังน้ำตาซึม

๑๖. เพชรบุรีโมเดลล้างโรงแรมเถื่อน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๔)

สมาคมโรงแรมไทย ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย เดินหน้าปราบปรามโรงแรมเถื่อน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ที่ลดลงไปถึง ๙๐% ในช่วง ๓ – ๖ เดือน พร้อมจะใช้เพชรบุรีโมเดลแก้ปัญหาโรงแรมเถื่อนในพื้นที่อื่นต่อไป

๑๗. ญี่ปุ่นเด้งรับไอซีเอโอเบรกเพิ่มเที่ยวบิน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๑๘. สั่ง บพ.- ทีจีชี้แจงญี่ปุ่น ‘ประจิน’ โอดผิดหวังยุ่น ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๗)

๑๙. สายการบินตั้งรับถูกตั้งเงื่อนไขบิน ‘ญี่ปุ่น’ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

๒๐. สายการบินผวาเข้าญี่ปุ่นไม่ได้ / บริษัททัวร์วุ่นคนไทย ๕ หมื่นถูกผลกระทบ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๒๑. บินไทยป่วนยุ่นลดระดับ ให้ปรับปรุงสายการบินเช่าเหมาลำ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

พล.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ยอมรับ ผิดหวังต่อท่าทีของไอซีเอโอ และกรมการบิน พลเรือนญี่ปุ่น ที่ออกมาตรการเร็วเกินไป ให้สายการบินของไทยชะลอแผนขอเพิ่มเที่ยวบิน และเพิ่มขนาดความจุของเที่ยวบินไปญี่ปุ่น หลังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ล่าสุด ได้ส่งผู้บริหารกรมการบินพลเรือน (บพ.) และการบินไทย ไปเจรจากับกรมการบินพลเรือนของญี่ปุ่น และจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับประเทศที่มีความสำคัญในเรื่องของปริมาณเที่ยวบินกับไทย อาทิ เกาหลี เยอรมนี และจีน เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบเป็น วงกว้างต่อไป
ด้าน บพ. เผย ญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้ชาร์เตอร์ไฟลต์ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์, นกสกู๊ต, เอเชียแอตแลนติก ที่ขอบินในช่วงสงกรานต์ เพราะเป็นเส้นทางใหม่ ขณะที่บริษัททัวร์เป็นกังวล เพราะได้ขายทัวร์ญี่ปุ่นไปแล้ว คาดเฉพาะวันหยุดสงกรานต์จะมีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นราว ๔ – ๕ หมื่นคน ล่าสุด ทีทีเอเอ ได้หารือกับบริษัททัวร์ให้แจ้งเรื่องราวให้ลูกค้าทราบ รวมทั้งหาแนวทางดูแลลูกทัวร์ที่ได้ซื้อทัวร์ ไปแล้วคือ ๑. ให้เปลี่ยนไปใช้สายการบินอื่น ซึ่งจะเป็นไปได้ยากเพราะที่นั่งน่าจะขายไปหมดแล้ว ๒. นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวอื่นแทน และ ๓ คืนเงินจองให้ลูกค้า

๒๒. “เจ็ดครึ่ง – น่านในความทรงจำ” ร่วมฉายเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๙)

กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศผลการประกวดหนังสั้นในหัวข้อ “วัฒนธรรมสุขสันต์ มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ตลอดปี” โดยผลงาน “เจ็ดครึ่ง” ของนายนาเคนทร์ พุฒิกุลางกูร นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ และผลงาน “น่านในความทรงจำ” ของ น.ส.ศุภิสรา กิตติคุณารักษา ได้รางวัลชนะเลิศ พร้อมจะนำผลงานทั้ง ๒ ไปเผยแพร่ ณ คูหาประเทศไทย ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส

๒๓. สุวรรณภูมิ ติด ๑ ใน ๑๐ ดีสุดในโลก มติชนรายวัน (หน้า ๘)

คอลัมน์ย่อยข่าวเศรษฐกิจ : ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับการโหวตให้เป็นท่าอากาศยานดีเด่นอันดับ ๘ ของโลก จัดอันดับโดยบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของยุโรป www.edreams.com

๒๔. ไทยกัดฟันยิ้มรับท่องเที่ยวจีน  โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย กล่าวถึงกระแสคนจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยจำนวนมาก และสร้างปัญหาให้กับคนไทยจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ขณะที่ไทยโดยเฉพาะบรรดาผู้จัดทัวร์ไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก นอกจากกัดฟันยิ้มรับนักท่องเที่ยวจีนต่อไป ตามความเห็นของสำนักข่าวรอยเตอร์ส

๒๕. นโยบายหยุดยาวได้ผลน้อย คนไทยเที่ยวนอกมากกว่า ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์เหะหะพาที โดย ซูม กล่าวถึงนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการประกาศวันหยุดเพิ่มของรัฐบาล ซึ่งภาคเอกชนระบุว่า ทำให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดย สทน. คาดว่าช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จะมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศไม่ต่ำกว่า ๕ แสนคน โดยมีญี่ปุ่นเป็นเป้าหมายอันดับแรก พร้อมจะมีการประเมินวันหยุดยาวทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อพิจารณาทบทวนว่า วันหยุดเพิ่ม ควรจะมีอีกหรือไม่ ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วย และอยากให้ทบทวนมานาน เพราะช่วงที่คนไทยอยู่ในช่วงกำลังซื้อหดหาย ต่อให้หยุดยาวแค่ไหนส่วนใหญ่ก็อยู่บ้าน และอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะอาจ ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตของคนไทยและประเทศไทยลดลง เนื่องจากหยุดบ่อยจนคนขี้เกียจทำงาน

๒๖. กฎหมายไดโนเสาร์ห้ามนำเข้าสินค้าเกินหมื่นบาท ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ กล่าวถึงการประกาศวันหยุดเพิ่มเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งภาคเอกชนระบุว่า ไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ แต่กลับส่งเสริม ให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น พร้อมอยากให้รัฐบาลทบทวนนโยบายนี้ใหม่
นอกจากนี้ ผู้เขียนได้เสนอให้กรมศุลกากร แก้กฎหมายที่กำหนดให้ผู้โดยสารที่นำสินค้าราคาเกิน ๑ หมื่นบาทเข้ามา ต้องเสียภาษีนำเข้าตามราคาจริง เพราะเป็นกฎหมายที่เก่ามาก ใช้มาตั้งแต่ ปี ๒๔๖๙ มีอายุกว่า ๘๙ ปี เพื่อให้เข้ากับยุคปฏิรูปของ คสช. และการเปิดเออีซี

๒๗. อ้าง ศก.โลกซบลากส่งออกทรุด / คลังทำใจโตไม่ถึงเป้า ๔% – ต้องหวังพึ่งท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจ แนวหน้า (หน้า ๙)

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ยอมรับ การส่งออกยังทรุด ผลจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักขยายตัวลดลง คาดจีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ไม่ถึงเป้า ๔% พร้อมหวังพึ่งการท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจ และเตรียมหารือกับ ครม.สัญจร ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าเป้า ด้านกระทรวงพาณิชย์ ระบุ เศรษฐกิจโลกที่ถดถอยเป็นเหตุให้ตัวเลขส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ติดลบหนัก พร้อมรวบรวมปัญหาเสนอ คณะกรรมการส่งออกระดับชาติ แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

๒๘. คสช.จ่อเลิก ‘กฎอัยการศึก’ / เล็งนำเนื้อหา ‘ม.๔๔’ ปรับใช้แทน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เตรียมใช้กฎหมายอื่นแทน กฎอัยการศึก หวังลดแรงกดดัน แหล่งข่าวในรัฐบาลเผย คสช. เตรียมนำเนื้อหาใน ม.๔๔ จัดทำเป็นคำสั่ง คสช. แล้วประกาศใช้แทนกฎอัยการศึก

๒๙. ม้าเหล็กตะบึงชนยับ ๒ ขบวน ขยี้ท้ายคารางบาดเจ็บระนาวใกล้สถานีภาชี ไทยรัฐ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถไฟสายกรุงเทพฯ – เด่นชัย ชนท้ายกับรถไฟสายกรุงเทพฯ – หนองคาย ที่บริเวณห่างจากสถานีรถไฟบ้านดอนกลาง อำเภอภาชี จังหวัดอยุธยา ประมาณ ๑ กม. ทำให้หัวรถจักรพังเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

26/3/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘

๑. บอร์ด ททท. ยกเครื่อง ๕ กรรมการสรรหาผู้ว่า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๒. เปิดชิงผู้ว่าฯ ททท. อีกรอบ  ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๓. ล้างไพ่ทีมสรรหาผู้ว่าการ ททท.  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

นายกลินท์ สารสิน ประธานบอร์ด ททท. เผย บอร์ด ททท. มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ผู้ว่าการ ททท. ชุดใหม่ ๕ คน โดยมีนายจรินทร์ จักรกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายนิพนธ์ ฮะกิมี รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งทั้ง ๒ คนอยู่ในบอร์ด ททท. ส่วนอีก ๓ คนเป็นบุคคลภายนอกผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีนางพรศิริ มโนหาญ อดีตผู้ว่าการ ททท. รวมอยู่ด้วย แต่ไม่มีรายชื่อของคณะกรรมการชุดเดิม รวมถึงนายสุวัตร สิทธิหล่อ ประธานคณะกรรมการสรรหาชุดเดิม
หลังจากนี้คณะกรรมการสรรหาฯ จะเรียกประชุมเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติ โดยคาดว่ากระบวนการจะเริ่มต้น และอาจมีการประกาศรับสมัครรอบใหม่ได้ภายในเดือนเมษายนนี้ และระหว่างนี้จะเสนอให้นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แต่งตั้งรองผู้ว่าการ ททท. ที่มีอาวุโสสูงสุดรักษาการ ซึ่งรองผู้ว่าการที่ตรงตามเกณฑ์ดังกล่าวคือ นางจุฑาพร เริงรณอาษา

๔. ททท.ชวนการบินไทยหารายได้ ไทยรัฐ (หน้า ๒๔)

คอลัมน์โสมชบาจ๊ะจ๋า โดย โสมชบา : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ชวนการบินไทย หารายได้ เนื่องในโอกาสองค์กรอายุครบ ๕๕ ปี อาทิ Discover Thainess Special Fare จัดหาตั๋วราคาพิเศษให้นักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกามาไทย โดยแถมเที่ยวบินในประเทศ

๕. ทัวร์จีนเบรกแตกตกเหว ตาย ๓ เจ็บ ๑๖ สาหัส ๕ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๖. บัสจีนตกเขากะตะตาย ๓ เก๋งสระบุรีอัดสิบล้อดับ ๕ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์รับ – ส่งนักท่องเที่ยวจีนเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปในเหวลึกประมาณ ๑๐ เมตร บริเวณโค้งสะตอถนนปฏัก ทางลงเขากะตะ จังหวัดภูเก็ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๓ ราย บาดเจ็บ ๑๖ ราย และบาดเจ็บสาหัส ๕ ราย
ส่วนคนขับรถทัวร์ได้รอมอบตัว พร้อมให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปรับนักท่องเที่ยวจีน ๑๘ คน ไกด์ ๑ คน จากโรงแรมในตำบลกะรน จะไปส่งที่ท่าเทียบเรือกระโสม จังหวัดพังงา เพื่อเดินทางไปชมความงามของอ่าวพังงา เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งลาดชันและลงเขา ไม่สามารถเหยียบเบรกเพื่อชะลอความเร็วได้ จึงพยายามประคองรถให้วิ่งในเส้นทาง แต่ไม่สามารถควบคุมได้ รถจึงเสียหลักไปชนกับราวกั้นบริเวณโค้งสะพาน และพุ่งลงไปในเหวข้างทาง เผย รถที่ตนขับมีอายุประมาณ ๒๐ ปี และลมเบรกหมด จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึง แก่ชีวิตและบาดเจ็บ
ด้านนายสันติ ป่าหวาย ผอ.ศูนย์การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางไปเยี่ยมและมอบตะกร้าดอกไม้เป็นกำลังใจแก่นักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยคอยอำนวยความสะดวก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บจะจ่ายค่ารักษารายละ ๕ แสนบาท เสียชีวิตรายละ ๑ ล้านบาท

๗. กลุ่มโรงแรมลุ้น ‘ท่องเที่ยว’ ฟื้น เกณฑ์ภาษีที่ดินใหม่ไม่กระทบ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๗)

นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย และ กก.ผอญ.บมจ.เอเชียโฮเต็ล คาดว่าอัตราเข้าพักปีนี้จะอยู่ที่ ๘๐% เทียบกับปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ ๖๐ – ๗๐% จากแรงหนุนนักท่องเที่ยวจีน ที่เพิ่มขึ้น
ด้านนายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโส บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้จะมากกว่าที่ ททท. ประเมินไว้ เพราะช่วงต้นปีเริ่มเห็นทิศทางการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจโรงแรม โดยเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑๖% มากกว่าที่ ททท. ตั้งเป้าทั้งปี ดังนั้น ในปีนี้ก็อาจจะมีโอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะมากกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ พร้อมมองว่าเกณฑ์คำนวณภาษีที่ดินใหม่ช่วยลดผลกระทบ

๘. ท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย ไต้ฝุ่น กล่าวถึงการท่องเที่ยวไทยที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธาน สทท. แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวช่วงไตรมาส ๑ พบว่าอยู่ที่ระดับ ๙๙ ถือว่าอยู่ในระดับปกติเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ พร้อมประเมินว่าปี ๒๕๕๘ นี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทยกว่า ๒๗.๙๖ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๓% จากปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ ๑.๘๒ ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะมีรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลแต่งตั้ง เสน่ห์การท่องเที่ยวของไทยก็ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เสมอ

๙. ปั้นคนท่องเที่ยวมิติใหม่รับต่างชาติทะลัก ๒๕ ล้านคน  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๑)

ตะวัน หวังเจริญวงศ์ นำเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปิดเออีซี จัดทำโดยทีดีอาร์ไอ ซึ่งทำให้แก่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกอบด้วย ๕ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ๑. ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวตามสมรรถนะ ๒. สนับสนุนให้กำลังคนในวิชาชีพมีมาตรฐานและสมรรถนะพร้อมเข้าสู่การแข่งขัน ๓. ประสานและกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายแรงงาน ๔. สร้างความตระหนักรู้ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ ๕. พัฒนาประสิทธิภาพขององค์กร

๑๐. รายงาน ICAO พ่นพิษ งดเช่าเหมาลำไปญี่ปุ่น โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

สายการบินเริ่มได้รับผลกระทบจากผลการตรวจสอบมาตรฐานการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินของไทย ของ ICAO โดยล่าสุด ญี่ปุ่นสั่งห้ามชาร์เตอร์ไฟลต์จากไทยเข้าประเทศแล้ว ส่งผลกระทบต่อทัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวไทยไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ ขณะที่นกแอร์และการบินไทย ยืนยัน ยังเปิดเที่ยวบินและบินไปญี่ปุ่นได้ตามปกติ

๑๑. ฝนถล่มซ้ำบินป่วน สุวรรณภูมิ – ดอนเมืองนับร้อยลำลงไม่ได้ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย รายงานว่า ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้เที่ยวบินกว่า ๑๐๘ เที่ยวบินได้รับผลกระทบ โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เครื่องบินต้องบินวน ๕๙ เที่ยวบิน ดีเลย์ ๒๐ เที่ยวบิน และมีเชื้อเพลิงเหลือน้อย ๖ เที่ยวบิน ส่วนดอนเมือง เครื่องบินบินวน ๕ เที่ยวบิน ทำการบินใหม่ ๗ เที่ยวบิน และขอเปลี่ยนเส้นทาง ๕ เที่ยวบิน

๑๒. รื้อใหญ่ท่องเที่ยวหมู่เกาะ แก้คนทะลักทำลายธรรมชาติ โพสต์ ทูเดย์ หน้า A ๖

๑๓. นโยบายอันซีนทำทะเลเจ๊ง ห่วงเกาะพีพีนักเที่ยวทะลัก มติชนรายวัน (หน้า ๑๐)

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “วิกฤติการท่องเที่ยวทางทะเล” เพื่อ รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดย ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานอนุกรรมการปฏิรูปทะเลไทย สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วิพากษ์นโยบายรัฐทำอุทยานแห่งชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเสียหาย อีกทั้งการคัดสรรบุคลากรเข้ามาทำงานในอุทยานทางทะเลไม่มีประสิทธิภาพ ได้คนมาจากการวิ่งเต้นและจากคนของนักการเมือง
ด้านตัวแทนกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยอมรับ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในเขตอุทยานฯ ทำไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวเพื่อรองรับคนจำนวนมาก หลายแห่งเสียหายจากนโยบายโปรโมตอันซีนของ ททท. ดึงนักท่องเที่ยวเขาไปในพื้นที่มากเกินไป และเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรในพื้นที่

๑๔. ยอดนิยม กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๗)

ภาพข่าว : บริเวณชายหาดอ่าวมาหยา อุทยานฯ หาดนพรัตนธารา – หมู่เกาะพีพี ซึ่งเคยใช้ ถ่ายทำหนังฮอลลีวู้ด แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว จนทำให้เกิดปัญหาทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย และมีการเรียกร้องให้จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

๑๕. ทอท. จ่อเก็บค่าคัดกรองผู้โดยสาร ๓๕ บาท/ราย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๖

๑๖. ทอท.ไฟเขียวลดค่าฟีดึงผู้โดยสาร มติชนรายวัน (หน้า ๘)

บอร์ด ทอท. อนุมัติติดตั้งเครื่องคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าหรือเอพีพีเอส ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มวันที่ ๑ ตุลาคมนี้ พร้อมเก็บค่าคัดกรองจากผู้โดยสารรายละ ๓๕ บาท รวมทั้งอนุมัติลดค่าแลนด์ดิ้งฟี และพาร์คกิ้งฟี ในท่าอากาศยานเชียงราย และหาดใหญ่ลง ๕๙ – ๗๔% ระยะเวลา ๒ ปี เพื่อดึงผู้โดยสารใช้เพิ่ม

๑๗. งามหน้า มติชนรายวัน (หน้า ๑๑)

ภาพข่าว : รถไฟท่องเที่ยวอิสเทอร์น โอเรียนเต็ล ปริ๊นเซส จากสิงคโปร์วิ่งผ่านมาเลเซีย และเข้าไทย ถูกคนนำสเปรย์มาพ่นเป็นอักษรตัวย่อภาษาอังกฤษที่ด้านข้างโบกี้รถไฟ ขณะจอดค้างคืนที่สถานีรถไฟกาญจนบุรี

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

25/3/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘

๑. ‘หมิว สิริลภัส’ ปลื้ม...ร่วมงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ไทย เดลินิวส์ หน้า ๓๑)

หมิว – สิริลภัส กองตระการ ร่วมงานเปิดตัวกิจกรรมออนไลน์ “วัน แอนด์ โอนลี่” ของ ททท. โดยนำวิถีไทย ๕ อย่าง ได้แก่ รำไทย ร้อยพวงมาลัย อาหารไทย พูดภาษาไทย และมวยไทย มาให้ผู้ที่สนใจร่วมสนุกถ่ายทำคลิปเลียนแบบและโพสต์ขึ้นเว็บไซต์เพื่อเรียกคะแนนโหวต ผู้ได้คะแนนโหวตสูงสุด ๓ คน จะได้เดินทางมาไทย

๒. ท่องเที่ยวจ่อโตดับเบิล / ‘กอบกาญจน์’ แก้มปริแค่ Q๑ ทะลุ ๓.๖๘ แสนล้าน / ผนึกอาเซียนโหมตลาด ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินว่า ช่วงไตรมาสแรกจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ๗.๗๖ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๒๑.๘๐% มีรายได้ ๓.๖๘ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๗.๖๓% มั่นใจทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยว ๒๙ ล้านคน พร้อมเดินแผนดึงตลาดคุณภาพจีนและอินเดีย และเตรียมลงนามเอ็มโอยูกับสิงคโปร์ ร่วมกันโปรโมตตลาดครุยส์ และสร้างท่าเรือภูเก็ตรองรับ รวมทั้ง ชูจุดขายอาเซียนคอนเนกต์ เน้นประเทศในกลุ่ม CLMV มุ่งความร่วมมือ ๒ ประเทศ นำร่องไทย – เมียนมาร์ และเน้นเรื่องอาหารฮาลาล
ด้าน สทท. เผย ภาพรวมการท่องเที่ยวไตรมาสแรก มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณาใช้นโยบายมัลติเพิลวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และยุโรปบางประเทศ เพื่อให้ประกาศทันใช้เดือนพฤษภาคมนี้

๓. ความเคลื่อนไหวในแวดวงท่องเที่ยว ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกระเหรี่ยง กล่าวถึงการท่องเที่ยวไทยว่า ยังไปได้ดีเพราะ ทัวร์จีนเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่สื่อต่างชาติกล่าวชมนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า ทำข่าวมา ๔๐ ปีไม่เคยเห็น รมว.ท่องเที่ยวคนไหน อยู่งานสัมมนารับฟังความเห็นจาก กูรูต่างชาติจนจบ และอีกไม่กี่วันจะถึงเทศกาลสงกรานต์ รัฐบาลตั้งใจจะกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศด้วยการประกาศวันหยุดยาว แต่กลายเป็นว่าคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมืองชายหาดอย่างพัทยาน่าจะล้น ขณะที่เชียงใหม่ประสบปัญหาหมอกควัน แต่เชื่อว่าทั่วไทยน่าจะคึกคักจากแผนโปรโมตกิจกรรมใน ๑๓ พื้นที่หลักของ ททท. ที่เน้นสงกรานต์วิถีไทย
ด้านสภาพัฒน์ ออกมายืนยัน จีดีพีไตรมาสแรกโต ๓% โดยได้แรงหนุนจากการอัดฉีดงบประมาณเริ่มได้ผล และการท่องเที่ยวขยายตัว โดยเฉพาะทัวร์จีน ตอกย้ำว่าท่องเที่ยวยังพึ่งพาได้ โดยเฉพาะตลาดเอเชีย หลังยุโรปชะลอตัว ส่วนส่งออกยังซบเซา

๔. จัดระเบียบทัวร์จีนนำร่องยกระดับท่องเที่ยว ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงการหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญให้กับทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาติอื่น ขณะเดียวกันนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเปิดเสรีโดยไม่มีขอบเขต ยังทำให้สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งได้รับผลกระทบจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีมากเกินจะรับไหว สะท้อนถึงความผิดพลาดในการดำเนินนโยบาย ที่มุ่งเน้นเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยว โดยไม่ได้ให้ความสำคัญในเชิงคุณภาพเท่าที่ควร ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศ และสถานที่ท่องเที่ยว ชี้ให้เห็นถึงความไม่พร้อมของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในส่วนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่
พร้อมแนะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดระเบียบและควบคุมดูแลนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท เพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวบางรายแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยอาจกำหนดมาตรการหรือกรอบปฏิบัติ จำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ นำร่องที่ทัวร์จีน ก่อนขยายผลจัดระเบียบท่องเที่ยวทั้งระบบเป็นวาระแห่งชาติ ควบคู่กับการพัฒนาสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะวก เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้ธุรกิจท่องเที่ยวในระยะยาว

๕. หวั่น ศก.ยุโรปทุบเชื่อมั่น ฉุดรายได้ท่องเที่ยววืดเป้า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๖. สงกรานต์คนไทยแห่ลั้นลาเที่ยวนอก ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๗. หลบสงกรานต์ไปญี่ปุ่น ๕ แสนคน ทำเงินไหลออกนอก ๓ หมื่นล้าน เล็งชง ครม. ลดความถี่หยุดยาว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

๘. ฟันธงท่องเที่ยวหลุดเป้า ๒.๒ ล้าน ล. / สทท.ชี้เหตุ ศก.ซึมทั้งใน – นอกประเทศ / ลุ้น ครม.ไฟเขียว ‘มัลติเพิลวีซ่า’ พ.ค.นี้ มติชนรายวัน (หน้า ๘)

๙. วันหยุดยาวทุบ ‘ไทยเที่ยวไทย’ หงอย ชี้ ‘มี.ค. – พ.ค.’ คนไทยแห่ทัวร์ญี่ปุ่นทะลัก ๕ แสนคน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๑๓)

๑๐. คาดคนไทยใช้จ่ายเกิน ๔ หมื่นล้าน / หดเป้าท่องเที่ยวลง ๒ แสนล้าน – หวังสงกรานต์คึก ข่าวสด (หน้า ๙)

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธาน สทท. เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบท่องเที่ยวไตรมาส ๑ อยู่ที่ ๙๙ ใกล้เคียงกับระดับปกติ ส่วนไตรมาส ๒ อยู่ที่ ๑๐๑ แม้จะสูงกว่าปกติ แต่ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าที่ ๑๐๖ เพราะสถานการณ์ฟื้นยังตัวไม่ดีนัก จากปัญหาเศรษฐกิจโลกและของไทย อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลอดปี ๒๕๕๘ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๗.๙๖ ล้านคน มีรายได้กว่า ๒ ล้านล้านบาท แต่อาจ ไม่ถึง ๒.๒ ล้านล้านบาท
คาดจะมีนักท่องเที่ยวจีน ๕.๖๗ ล้านคน ถือเป็นปีแรกที่นักท่องเที่ยวจีนเกิน ๕ ล้านคน และมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย ๗๖๘,๐๐๐ คน ลดลง ๕๒.๑๑% จากปัญหาเศรษฐกิจของรัสเซีย และคาดว่าในช่วงสงกรานต์ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๖ เมษายนนี้ จะมีเม็ดเงินท่องเที่ยวสะพัดกว่า ๔.๔ หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๒% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นจากตลาดไทยเที่ยวไทย ๔.๒๔ หมื่นล้านบาท และตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๑.๖ พันล้านบาท
พร้อมเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาออกมัลติเพิลวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออก เพื่อกระตุ้นการเดินทางมาไทย ชดเชยตลาดที่หายไป โดยมี ๒ รูปแบบ คือ ค่าธรรมเนียม ๒ พันบาท เดินทางเข้าออกได้หลายครั้งในระยะ ๖ เดือน และค่าธรรมเนียม ๓ พันบาท เดินทางเข้าออกได้หลายครั้งในระยะ ๑๒ เดือน เชื่อจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวได้ราว ๑.๕ ล้านคน สร้างรายได้เพิ่ม ๓ หมื่นล้านบาท ส่วนผลสำรวจผู้ประกอบการพบว่า ส่วนใหญ่ชื่นชอบแคมเปญ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย”
ด้านนายยุทธชัย สุนทรัตนเวช นายก สทน. และกรรมการ สทท. ชี้ วันหยุดสงกรานต์และ การประกาศเพิ่มวันหยุดยาวช่วงวันแรงงานและวันฉัตรมงคล จะทำให้มีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก คาดว่าช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมนี้ จะมีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากถึง ๕ แสนคน ส่งผลให้เงินไหลออกนอกประเทศราว ๓ หมื่นล้านบาท และหลังเดือนพฤษภาคม สมาคมฯ เตรียมประเมินสถานการณ์ อีกครั้ง เพื่อเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาเสนอต่อ ครม. ลดความถี่ในการประกาศวันหยุดเพิ่ม หรือประกาศล่วงหน้าไม่นานนัก

๑๑. หวั่นบินไทยลดบินกระทบลูกค้าหรู โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

ภาคเอกชนหวั่น การบินไทยมีแผนยกเลิกเที่ยวบินในหลายเที่ยว จะกระทบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระดับบน โดยมองว่าการบินไทยมีปัญหาที่โครงสร้างองค์กร ควรไปแก้ปัญหาที่โครงสร้างองค์กร ไม่ใช่การลดเที่ยวบิน ชี้ ควรมองตลาดระยะยาว ดีกว่าการแก้ปัญหาระยะสั้น

๑๒. “พาณิชย์” ล้างบางนอมินีท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๓. เร่งสอบนอมินีธุรกิจท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑)

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว ดีเอสไอ และตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจท่องเที่ยวในเมืองพัทยา พบว่ามีนอมินี ๗ ราย จากทั้งหมด ๔๓ ราย เป็นธุรกิจนำเที่ยว ๒ ราย และธุรกิจอื่นๆ ๕ ราย พร้อมมีแผนจะลงพื้นที่สมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี, หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ภูเก็ต และเชียงใหม่ ต่อไป

๑๔. เทฟลอนไทยแลนด์หมดขลัง ?  โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยว่า แม้จะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น แต่ก็สามารถ ฟื้นตัวได้ทุกครั้งจนแทบไม่เหลือร่องรอยของความเสียหายที่เกิดขึ้น จนทั่วโลกต่างขนานนามว่า เศรษฐกิจไทยเหมือนกระทะเทฟลอน ที่สามารถเช็ดล้างได้อย่างไม่เหลือคราบ พร้อมนำเสนอความคิดเห็นของ โจซัว คูร์แลนชิค ผู้สื่อข่าวชาวสหรัฐอเมริกา ที่มองว่าความเป็นเทฟลอนของเศรษฐกิจไทยกำลังจะหมดมนต์ขลัง เพราะความวุ่นวายทางการเมืองทำให้โครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปูพื้นฐานระบบการศึกษาต้องหยุดชะงัก ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเพื่อนบ้าน

๑๕. บัสทัวร์อินโดฯ ชนสั่นกระบะ ดับคาที่ ๒ – นักเที่ยวเจ็บระนาว ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ที่ผ่านมาก เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ที่เดินทางไปเที่ยวเชียงราย กำลังจะมุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่ ชนกับรถกระบะ กลางถนนสายเชียงราย – เชียงใหม่ ในพื้นที่บ้านโป่งปูเฟือง ม.๑ ตำบลแม่สลวย ทำให้คนในรถกระบะเสียชีวิต ๒ ศพ และบาดเจ็บอีก ๒ คน ขณะที่นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียได้รับบาดเจ็บ ๒๐ คน ในจำนวนนี้สาหัส ๑ คน เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากฝนตกถนนลื่น จนทำให้รถเสียหลักชนกัน

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

24/3/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘

๑. อยากขับเครื่องบิน มติชนรายวัน (หน้า ๘)

คอลัมน์คอฟฟี่เบรก กล่าวถึงงานแถลงข่าวเปิดตัวเครื่องบินแอร์บัส เอ ๓๒๐ ลำใหม่ ที่เพนต์ลายรูปเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์สีเหลืองทอง พร้อมจัดทำสื่อโฆษณาภายในห้องโดยสาร เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวให้มากที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ททท. กับสายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยพิธีกรได้เชิญ นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย มากล่าวถึงที่มาของโครงการ รวมถึงเป้าหมายของการดำเนินงาน และปิดคำถามสุดท้ายไปที่ผู้ว่าการ ททท. ว่าจะฝากอะไรทิ้งท้ายให้กับสื่อมวลชนหรือไม่ ท่านผู้ว่าฯ ตอบว่า “ผมว่าผมอยากขับเครื่องบิน เห็นลายสวยดี”

๒. ททท. ชวนเที่ยวกระบี่ ๓๖๕ วัน! เปิดตัว ๑๒ สินค้าใหม่ดึงลูกทัวร์ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นางวิยะดา ศรีรางกูล ผอ.ททท.สนง.กระบี่ เผย จังหวัดกระบี่ ได้กำหนดให้ปี ๒๕๕๘ – ๒๕๕๙ เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวกระบี่ พร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่ “กระบี่ ต้องมา...ครั้งเดียวไม่เคยพอ” หรือ “Krabi the must...Once is not enough” เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์และมุมมองของกระบี่ จากเมืองท่องเที่ยวทางทะเลเป็นเมืองที่ไม่มีฤดูกาลท่องเที่ยว เพื่อให้ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ตั้งเป้าหากดำเนินการได้ตามแนวคิดนี้ จะช่วยสร้างรายได้ให้กับจังหวัดปีละ ๘๕,๙๓๓ ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ๑๕% จากปี ที่ผ่านมามี ๗๔,๗๒๔ ล้านบาท
นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เผย จังหวัดเตรียมจัดงานใหญ่แบบที่ไม่เคยจัดมาก่อน ในรูปแบบคาราวานกระบี่ ๓๖๕ วัน ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๐ พฤษภาคมนี้ โดยจะเปิดตัวสินค้าท่องเที่ยวอีก ๑๒ แห่ง อาทิ แหลมสัก เมืองเก่าศรีรายาที่เกาะลันตาใหญ่ อ่าวมาหยา เป็นต้น

๓. ๕๕ ปี ททท. / ไทยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก กล่าวถึงงานครบรอบการสถาปนา ๕๕ ปี พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่ ๖ ของ ททท. โดยนายกลินท์ สารสิน ประธานบอร์ด ททท. พร้อมด้วย นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. คณะผู้บริหาร และพนักงานมาร่วมต้อนรับแขกที่ไปแสดงความยินดี เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมเป็นกำลังใจให้ ททท. ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป
รวมถึงแสดงความยินดีกับ เพลินพิศ หมื่นพล ผอ.ททท.สนง.เฉิงตู ที่เว็บไซต์ยอดนิยมของนครเฉิงตู cd.gg.com ได้มอบรางวัล Top Destination for Sichuan Tourists ๒๐๑๔ ให้กับประเทศไทยที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ ๑ ของนักท่องเที่ยวจากมณฑลเสฉวน

๔. เปิด ททท.สนง.เชียงใหม่ สยามรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์สังคมสยามรัฐ โดย ศรพระราม : วันนี้ (๒๔ มีนาคม) เวลา ๑๐.๔๙ น. นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดอาคาร ททท.สนง.เชียงใหม่

๕. วันแอนด์โอนลี่ ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑๖)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมออนไลน์ “วันแอนด์โอนลี่” ภายใต้โครงการ Discover Thainess โดยมีนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และผู้บริหารหลายหน่วยงานเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ

๖. ล่ามือโพสต์ทิ้งฝรั่ง ยันนั่งรถตู่ – ลงเอง / ตร.เต้นทำลายภาพลักษณ์ชาติ ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑)

๗. โอละพ่อทิ้งฝรั่งบนทางด่วน คนขับรถตู้ยันขอลงเอง บ้านเมือง (หน้า ๑)

ตำรวจแถลงข่าวชี้แจง ภาพครอบครัวชาวต่างชาติถูกทิ้งบนทางด่วนไม่เป็นเรื่องจริง โดยได้นำคนขับรถตู้มาแถลงข่าวยืนยัน ชาวต่างชาติทั้ง ๓ ได้นั่งรถตู้มาจากจังหวัดสระแก้ว จะไปถนนข้าวสาร แต่ระหว่างทางเกิดเปลี่ยนใจขอลงบนทางด่วนด่านอโศก ๒ เพื่อเดินทางไปสุขุมวิท ๗๑ ห้ามปรามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง และขนสัมภาระลงจากรถตู้เอง ไม่ได้ถูกแท็กซี่ไล่ลงตามที่เป็นข่าว ด้านตำรวจจะเร่งตามหาผู้ที่โพสต์ภาพดังกล่าว เพราะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศ และการท่องเที่ยวไทยเสียหาย

๘. ท่องเที่ยวตั้งเป้าปี ๖๓ รายได้ต่อหัวทะลุ ๖ หมื่น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๙. ท่องเที่ยวจัดเวิร์กช็อป ดันสินค้าไทยดูด ตปท. เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ มีนโยบายจะกระตุ้นให้ภาคเอกชนเร่งพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และหันมาหนุนเป้าหมายในการกระตุ้นรายได้ต่อหัวมากขึ้น มั่นใจภายในปี ๒๕๖๓ ไทยจะสามารถเพิ่มรายได้นักท่องเที่ยวที่ ๖ หมื่นบาท/คน/ทริป จากปัจจุบันอยู่ที่ ๔.๘ หมื่นบาท/คน/ทริป พร้อมมอบหมายให้ ททท. และกรมการท่องเที่ยว ไปจัดเวิร์กช็อป หาแนวทางการพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวของไทย ให้ติดตลาดนักท่องเที่ยวระดับบน รวมถึงหาวิธีการเพิ่มวันพักเฉลี่ย และกิจกรรมในหมวดช็อปปิ้ง เพื่อสร้างรายได้
ด้านนายเกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย – จีน เผย แนวโน้มตลาดจีนเริ่มกระจายตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น นอกเหนือเมืองท่องเที่ยวหลักมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ ได้กระจายตัวจากภูเก็ตไปกระบี่มากขึ้น พร้อมประเมินว่าโอกาสที่ตลาดจีนจะเดินทางไปยังจุดหมายใหม่ ช่วยกระจายรายได้และวันพักตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงมีสูง โดยเฉพาะการโปรโมต ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด มีศักยภาพมาก ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับ อาทิ การพัฒนามัคคุเทศก์ท้องถิ่น เพื่อช่วยให้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เพราะถือเป็นจุดหมายใหม่สำหรับตลาดอยู่มาก

๑๐. ๓ ชาติหารือสมาร์การ์ดเอื้อเดินทาง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ อยู่ระหว่างเจรจากับมาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อทำข้อตกลงในการใช้สมาร์ทการ์ด แทนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต เมื่อต้องเดินทางระหว่าง ๓ ประเทศ หลังเปิดเออีซี ซึ่งหากทำได้จะนำร่องเป็นตัวอย่างสำหรับประเทศสมาชิกที่เหลือ
ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ชี้ แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยเติบโตต่อเนื่อง วัดได้จากยอดเดินทางเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น ๓๔% ส่วนยอดจองล่วงหน้าเดือนเมษายน เฉลี่ย ๑๔% และเดือนพฤษภาคม เฉลี่ย ๔๑% นอกจากนี้ กระทรวงฯ กำลังจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวชาติ โดยจะผลักดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในปี ๒๕๖๓ ใช้จ่ายคนละ ๖ หมื่นบาท/ทริป เทียบกับปีนี้ที่ ๔.๘ หมื่นบาท/ทริป และในอีก ๕ ปีข้างหน้า ไทยจะมุ่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว

๑๑. เร่งเบิกจ่ายงบ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

คอลัมน์สังคมโพสต์ทูเดย์ โดย มหาบุญส่ง กล่าวถึงการเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการต่างๆ ว่า หากนับรายกระทรวงพบว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เบิกจ่ายต่ำสุด โดยเบิกเพียง ๒,๐๘๙ ล้านบาท จากงบที่ได้รับกว่า ๗,๙๓๑ ล้านบาท คิดเป็น ๒๖.๕% ซึ่งนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คงต้องขันน็อตอีกมาก หากจะเดินหน้างานการท่องเที่ยวให้ลื่นไหล

๑๒. โรงแรมไทยเนื้อหอม โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

นายประกิจ ชินอมรพงษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย วิเคราะห์ว่า ปีนี้สัญญาณการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อีกทั้งความมีเสน่ห์ของคนไทย รวมถึงสินค้าการท่องเที่ยว ที่หลากหลาย จะทำให้ไทยถูกจับตาว่าเป็นผู้นำการท่องเที่ยวในเอเชีย และปัจจัยดังกล่าวทำให้กลุ่ม นักลงทุนชาวสิงคโปร์ อินโดนีเซีย สนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจโรงแรมในไทยจำนวนมาก โดยต้องการซื้อโรงแรมระดับ ๔ – ๕ ดาว แทนการก่อสร้างเอง ซึ่งโรงแรมในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ถูกทาบทามซื้อกิจการบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครขาย

๑๓. เมนูยอดฮิต กะเพราไก่ไข่ดาวทำโลกร้อน “การบินไทย” หาวิธีแก้ด่วน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๔. เต้นเมนูกะเพราทำโลกร้อน / ทีจีควานหาทางลดปัญหา / ดันปี ๕๙ ขึ้นที่ ๑ อาหารเลิศ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

การบินไทย ได้นำ ๕ เมนูอาหารที่ให้บริการบนเครื่องบิน เข้าร่วมโครงการคาร์บอนฟุตพรินต์กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พบว่า เมนูข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว เป็นเมนูที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งผลต่อภาวะโลกร้อนสูงสุด รองลงมาคือ ข้าวแกงเขียวหวานไก่กับกุนเชียงหมู ข้าวพะแนงไก่กับคะน้ากระเทียม ข้าวแกงเผ็ดไก่ใส่ฟักกับผัดคะน้ากระเทียม และข้าวมัสมั่นไก่กับถั่วลันเตาผัดกระเทียม ตามลำดับ พร้อมยืนยันจะไม่เลิกเสิร์ฟ เพราะเป็นเมนูยอดนิยม และสั่งครัวบินไทยเร่งหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งจะเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานอาหาร หวังยึดแชมป์อาเซียนแซงหน้าสิงคโปร์ในปีหน้า

๑๕. คมนาคมลุยพัฒนาฝั่งตะวันออก / รับอุตฯ – ท่องเที่ยว – ท่าเรือโตพรวด / ฟื้นสนามบิน ‘ตราด’ เชื่อมอู่ตะเภา มติชนรายวัน (หน้า ๘)

๑๖. จัดแสน ล. พัฒนาฝั่งตะวันออก คลังพร้อมกู้ลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

กระทรวงคมนาคม วางงบประมาณ ๑๐๙,๐๐๐ ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฝั่งตะวันออกรองรับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ และแหล่งท่องเที่ยว พร้อมแก้ปัญหาการจราจรติดขัด โดยแผนเร่งด่วน จะเริ่มก่อสร้างเส้นทางมอเตอร์เวย์ พัทยา – มาบตาพุดปลายปีนี้ พร้อมเตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบแผนลงทุนขยายระบบรางเส้นฉะเชิงเทรา – คลองสิบเก้า – แก่งคอย และจะพัฒนา ท่าอากาศยานตราด เป็นท่าอากาศยานเสริมเชื่อมอู่ตะเภา

๑๗. จัดระเบียบรถแท็กซี่ ! ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๘. ลุยจัดระเบียบแท็กซี่ ๔ ห้างดัง / ขนส่งจับมือ ‘ทหาร – ตำรวจ’ / ชี้ภัยสังคมถอนใบอนุญาต เดลินิวส์ (หน้า ๗)

วันนี้ (๒๔ มีนาคม) กรมการขนส่งทางบก จะร่วมกับ ทหาร ตำรวจ และ ๔ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ได้แก่ มาบุญครอง สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิล์ด และแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ นำร่องลงพื้นที่กวดขันและจัดระเบียบการให้บริการรถแท็กซี่ในบริเวณ ๔ ห้าง ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป หลังมีผู้ร้องเรียนผ่านสายด่วน ๑๕๘๔ และแอพพลิเคชั่น DLT Check In ว่ามีแท็กซี่บางกลุ่มปฏิเสธผู้โดยสาร หากพบจะถูกจับกุมและถูกลงโทษตามกฎหมาย รวมถึงแท็กซี่ที่กระทำอนาจาร หรือเป็นภัยต่อสังคม สามารถถูกปรับและถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งแต่ครั้งแรกทำผิดได้

๑๙. อนาคตนักท่องเที่ยวจีน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๙)

คอลัมน์ Crisis Watch โดย อินเตอร์คอนติเนชตัล โฮเต็ลกรุ๊ป (ไอเอชจี) นำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับตลาดการท่องเที่ยวจีน ถึงโอกาสที่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวทั่วโลกจะได้รับประโยชน์จากรูปแบบการท่องเที่ยวของชาวจีนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยไอเอชจี ได้ร่วมกับ ออกซฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ตีพิมพ์ผลการศึกษาในเดือนมีนาคม ๒๕๕๘ โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจ อาทิ แนวโน้มทางเศรษฐกิจและประชากรในเชิงบวกที่มีอิทธิพลต่อตลาดท่องเที่ยวจีน จะส่งผลให้ความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษหน้า
นอกจากนี้ ไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยคาดว่าในปี ๒๕๖๖ กรุงเทพฯ จะมีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นกว่า ๖๙๐,๐๐๐ คน สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพัทยาจะมีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นกว่า ๕๒๗,๐๐๐ คน รวมถึงจุดหมายปลายที่เดินทางไปได้ง่าย และการขอวีซ่า ได้ง่ายจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจีน เป็นต้น

-----------------------------------------------------

โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th