ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

23/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ททท. เดินหน้าปลุกเที่ยวไทย หนุน ๑๐ จังหวัดแจ้งเกิดรับเออีซี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอภารกิจในการดูแลตลาดในประเทศ ของนายอานุภาพ ธีระรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ภายใต้เป้าหมายการผลักดันรายได้ตลาดในประเทศให้ได้ ๗ แสนล้านบาทในปีนี้ โดยจะเดินหน้ากระตุ้นตลาดในประเทศในช่วงโลว์ซีซั่น ด้วยการจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาด อาทิ วันที่ ๑๕ – ๑๘ พฤษภาคมนี้ จะจัดงานวันธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดจะมีผู้เข้าชมงานกว่า ๒.๕ แสนคน
พร้อมมีแผนจะกระตุ้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเดินทางมากขึ้น เพื่อกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่างๆ โดยเดือนพฤษภาคมนี้ จะสนับสนุนกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ ๔๐ คัน ท่องเที่ยวในเส้นทางจังหวัดระยอง จากนั้นวันที่ ๔ – ๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ จะจัดเทศกาลเที่ยวเมืองไทย รวมถึงการสัญจรไปจัดงานเทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค ที่จังหวัดระยอง เป็นต้น
ส่วนแผนการตลาดในปี ๒๕๕๘ จะจัดโครงการ Domestic Destination Marketing ซึ่งจะมีการเปิดจุดหมายท่องเที่ยวให้โดดเด่น เป็นที่นิยม โดยมอบหมายให้ทั้ง ๕ ภูมิภาค คัดเลือกจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ภูมิภาคละ ๒ จังหวัด รวมเป็น ๑๐ จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยว และสร้างแรงจูงใจใหม่ๆ หลังจุดหมายหลักๆ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ติดตลาดไปแล้ว นอกจากนี้ จะมีโครงการส่งเสริมเช็กเมนต์ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีศักยภาพอีก ๖ โครงการ ได้แก่ กรีนทัวริสซึ่ม การท่องเที่ยวเชิงศาสนา การท่องเที่ยวกลุ่มคอร์ปอเรท วันธรรมดาน่าเที่ยว การท่องเที่ยวกลุ่มกระแสหลัก เป็นต้น
พร้อมย้ำ แม้จะอยู่ในวาระพียง ๑๗ เดือน และต้องทำงานท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง ที่ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร แต่เชื่อว่าหากยังรักษาความสงบเหมือนในระดับปัจจุบันได้ การท่องเที่ยวในประเทศยังพอมีความหวังต่อไป

๒. ททท. เล็งลดเป้าหมายเที่ยวไทย ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย เป้าหมายตลาดในประเทศในปีนี้ที่ตั้งไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยว ๑๓๖.๘ ล้านคน / ครั้ง มีรายได้ ๗ แสนล้านบาท อาจได้รับผลกระทบบ้าง จากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยประเมินว่าไม่น่าจะลดลงเกิน ๗% จากเป้าที่ตั้งไว้ เพราะ ททท. ยังทยอยจัดกิจกรรมใหญ่เพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วงโลว์ซีซั่น
อย่างไรก็ตาม หากการเมืองยังมีผลต่อเนื่อง อาจต้องพิจารณาปรับลดเป้าหมายในประเทศลง หลังจากจบไตรมาส ๓ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง แต่ยังเชื่อมั่นว่าตลอดปี ๒๕๕๗ รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ที่ทำได้ ๑๓๐ ล้านคน / ครั้ง คิดเป็นรายได้ ๖.๔ แสนล้านบาท
เผย อัตราเข้าพักเฉลี่ยของเมืองท่องเที่ยวหลักในช่วงสงกรานต์ยังสูงประมาณ ๙๐% และใน วันที่ ๑๕ – ๑๘ พฤษภาคมนี้ ททท. จะจัดงานวันธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดจะมีผู้เข้าชมงานกว่า ๒.๕ แสนคน พร้อมจะกระตุ้นกลุ่มที่กำลังซื้อสูงเดินทางมากขึ้น อาทิ สนับสนุนกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ ๔๐ คัน เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ในเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นต้น
ส่วนแผนการตลาดในปี ๒๕๕๘ จะจัดโครงการใหญ่ โดเมสติก เดสติเนชั่น มาร์เก็ตติ้ง โดยมอบหมายให้ ทั้ง ๕ ภูมิภาค คัดเลือกจังหวัดท่องเที่ยว ๑๐ จังหวัดที่จะส่งเสริมขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทาง หลังจากจังหวัดหลักๆ ติดตลาดไปแล้ว

๓. ปลุกกระแสนักปั่นจักรยานในเมืองไทย ไทยรัฐ (หน้า ๑๘)

๔. ททท. จัดงานบางกอกไบค์ เดลินิวส์ (หน้า ๒๓)

๕. ปลุกกระแสปั่นสองล้อในไทย คม ชัด ลึก (หน้า ๒๔)

๖. ปลุกกระแสนักปั่นจักรยาน แนวหน้า (หน้า ๘)

นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และนายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กก.ผจก.บจก.เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานบางกอกไบค์ ๒๐๑๔ ครั้งที่ ๓ มหกรรมจักรยานของผู้ที่มีรักการปั่น ภายใต้แนวคิด Get Ready to Ride แสดงความเป็นตัวตนบนถนนของคุณ ระหว่างวันที่ ๑ – ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ ฮอลล์ ๔ อิมแพค เมืองทองธานี โดยมีผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธในงานกว่า ๒๐๐ บูธ ตั้งเป้าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า ๑.๒ แสนคน มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า ๑๔๐ ล้านบาท ชูไฮไลต์ So far So Green สองล้อเที่ยวไป หัวใจสีเขียว นำเสนอเส้นทางปั่นจักรยานตามไลฟ์สไตล์ที่ ชื่นชอบของนักปั่น อาทิ ปั่นท่องธรรมชาติ สูดอากาศรับโอโซน, ปั่นเลาะเลียบรั้ว ชมชุมชนเชื่อมวัฒนธรรม ปั่นมองเมืองถิ่น มนต์เสน่ห์แห่งเมืองเก่า เป็นต้น

๗. บางกอกไบค์ ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

ภาพข่าว : นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และ นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กก.ผจก.บจก.เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ แถลงข่าวการจัดงานบางกอกไบค์ ๒๐๑๔ ครั้งที่ ๓ มหกรรมจักรยานของผู้ที่มีรักการปั่น ระหว่างวันที่ ๑ – ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ ฮอลล์ ๔ อิมแพค เมืองทองธานี

๘. ย่านราชประสงค์ดึงนักท่องเที่ยว สะพัด ๖.๕ พัน ล. กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๙. ราชประสงค์อัดกิจกรรมทั้งปี ฟื้นนักช็อป – ต่างชาติ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

๑๐. ผุดลีฟวิ่งอาร์ตฟื้นราชประสงค์ คาดเงินสะพัด ๖.๕ พันล้านบาท เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๑๑. ผู้ค้าราชประสงค์อัดแคมเปญคม ชัด ลึก (หน้า ๖)

๑๒. จัดงานลิฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ครั้งที่ ๒ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

๑๓. จัดงานลิฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ครั้งที่ ๒ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๐)

๑๔. ลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑๗)

๑๕. ปี’ ๕๗ การท่องเที่ยวพังยับ / นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกมาไทย – ญี่ปุ่นหาย ๒ แสนคน – บริษัททัวร์กระอัก แนวหน้า (หน้า ๙)

๑๖. การเมืองพ่นพิษฉุดท่องเที่ยวหด / แอตต้าโวยญี่ปุ่นหายกว่า ๒ แสนคน ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ร่วมกับ ททท. บจก.นันท์นภัส พับลิชเชอร์ และ บจก.ขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) ทุ่มงบประมาณ ๕๐ ล้านบาท จัดโครงการลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล แอท ราชประสงค์ ระหว่างวันที่ ๘ พฤษภาคม – ๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ บริเวณทางเดินบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือสกายวอล์ก ย่านราชประสงค์ โดยคัดสรรศิลปินระดับโลกรวม ๓๑ คน มาร่วมสร้างสรรค์ศิลปะแบบ ๓ มิติ และ ๔ มิติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Treasure Hunting รวม ๒๒ ชิ้นงาน เพื่อปลุกกระแสการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นให้คึกคัก และฟื้นฟูภาพลักษณ์ของย่านราชประสงค์ หลังเคยเป็นสถานที่ตั้งเวทีชุมนุมใหญ่ทางการเมือง คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงานกว่า ๓ แสนคนต่อวัน เพิ่มขึ้น ๑๐๐% จากช่วงเวลาปกติ และมีเงินสะพัดภายในงานกว่า ๖.๕ พันล้านบาท
ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์ หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีอัตราเข้าพักของโรงแรมในย่านนี้ ๗๐% ลดลง ๑๐% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พร้อมเตรียมจัดโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อตลอดทั้งปี อาทิ งาน ลีฟวิ่ง อาร์ต ในเดือนมิถุนายน, งานราชประสงค์ แกรนด์ เซลล์ ที่จะจัดพร้อมงานไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์ ของ ททท. ช่วงกรกฎาคม และงานเทศกาลอาหาร ในเดือนตุลาคม เป็นต้น
นายนพดล ภาคพรต ผอ.ฝ่ายส่งเสริมกิจกรรม ททท. เผย การจัดงานนี้ถือเป็นกิจกรรมหลักประจำปีของย่านราชประสงค์ หลังจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมงานจำนวนมาก กระตุ้นการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ให้กลับมาคึกคักอย่างรวดเร็ว เชื่อจะทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ น่าสนใจ ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว คาดจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมงานกว่า ๑๐ ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวไทย ๖๐% ต่างชาติ ๔๐%
ด้าน สทท. อยู่ระหว่างจัดทำแผนกระตุ้นคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน โดยเตรียมเสนอของบประมาณ ๕๐ ล้านบาท ในที่ประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลกับหน่วยงานราชการ ในวันที่ ๒ พฤษภาคมนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเตรียมจัด ๒ โครงการใหญ่ ได้แก่ ให้รัฐบาลสนับสนุนนำนักท่องเที่ยวคนไทยในต่างจังหวัด ท่องเที่ยวแบบคาราวานรถบัส เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง โดยใช้งบประมาณ ๓๐ ล้านบาท และจัดโครงการอบรมทักษะภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ให้กับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับบริการนักท่องเที่ยว หลังจากสถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติ โดยใช้งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท เชื่อจะช่วยเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวภายในประเทศกว่า ๕๐๐ ล้านบาท รวมถึงผลักดันรายได้ทางการท่องเที่ยวให้ได้ ๗ แสนล้านบาท ตามเป้าหมาย
ด้านนายเอนก ศรีชีวะชาติ อุปนายก แอตต้า และนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย -ญี่ปุ่น เผยภาพรวมการท่องเที่ยวจากนี้ไปหลังจบเทศกาลสงกรานต์ว่า ตลาดสำคัญๆ ที่เดินทางมาเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะ อาทิ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ที่นิยมเข้ามาจัดประชุมสัมมนาในไทย และให้รางวัลแก่พนักงานบริษัท ขณะนี้ยังไม่ดีขึ้น ยกเว้นประเภทกลุ่ม FIT เริ่มดีขึ้นบ้าง เป็นผลมาจากการชุมนุมทางการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอเดินทางเข้ามาไทย โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ ช่วงไตรมาสแรก ลดลง ๕๐% หรือหายไปประมาณ ๒ แสนคน จากปีที่ผ่านมามีเข้ามา ๑.๔ ล้านคน และขณะนี้ยังไม่มียอดบุ๊กกิ้งล่วงหน้าเข้ามา
ด้านนายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายก ทีทีเอเอ เผย ทัวร์เอาต์บาวด์ของคนไทยช่วงหลังสงกรานต์จะชะลอลง เนื่องจากไม่มั่นใจทางการเมือง จึงไม่กล้าตัดสินใจใช้จ่าย โดยประเทศที่คนไทยนิยมสูงที่สุดในช่วงสงกรานต์คือ ญี่ปุ่น ที่แซงเกาหลีใต้ และจีน แต่คาดว่าจะดีต่อเนื่องช่วงเดือนพฤษภาคม ที่มีวันหยุดช่วงวันแรงงาน ส่วนตลาดโดเมสติก แต่ละบริษัทยังไม่ดีนัก เพราะคนไทยขับรถและวางแผนเที่ยวเอง

๑๗. “แอร์เอเชีย” ขย่มตลาดการบิน บินสู่เกาหลี – ญี่ปุ่นแค ๑,๙๙๐ บาท ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๘. แอร์เอเชียเอ็กซ์เขย่าโลว์คอสต์ จัดหนักบินเกาหลี ๑,๙๙๐ บาท โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้เปิดตัวสายการบินใหม่ ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ซึ่งเป็น สายการบินราคาประหยัดระยะไกลแห่งแรกของไทย เริ่มให้บริการเส้นทางแรก กรุงเทพฯ - อินชอน (เกาหลีใต้) โดยจะเปิดให้จองตั๋ววันแรกในวันที่ ๒๓ เมษายนนี้ หลังเวลา ๒๔.๐๐ น ด้วยเครื่องบิน แอร์บัส เอ ๓๓๐ – ๓๐๐ และในเดือนกรกฎาคม – สิงหาคมนี้ จะเปิดอีก ๒ เส้นทางใหม่ไปญี่ปุ่นคือ กรุงเทพฯ - โตเกียว และกรุงเทพฯ - โอซาก้า คาดในปีแรกบริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๑ พันล้านบาท และมีอัตราผู้โดยสารสูงกว่า ๘๐% โดยราคาตั๋วโดยสารจะถูกกว่าราคาทั่วไป ๑๕ – ๒๐% พร้อมจัดโปรโมชั่นราคาเริ่มต้นที่ ๑,๙๙๐ บาท / เที่ยว จำนวน ๕ พันที่นั่งด้วย
ด้านการบินไทยเผย การเปิดสายการบินดังกล่าว ในเบื้องต้นจะไม่กระทบต่อการบินไทย มากนัก และที่ผ่านมาการบินไทยได้ปรับแผนรับมือการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเน้นสิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการที่ดี มากกว่าใช้กลยุทธ์ด้านราคา

๑๙. นักการตลาดลุ้นส่งออกโต พยุงเศรษฐกิจไทยไม่ติดลบ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นายอนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เผย สถานการณ์การเมืองและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบยอดขายสินค้าหลายบริษัทหดตัวลง ทำให้ต้องปรับลดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ลง และการดำเนินนโยบายต่างๆ ยังเกิดขึ้นได้ยาก แต่มีความหวังกับตลาดใหม่ หรือช่องทางใหม่ๆ อาทิ ประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้มีอัตราเติบโตไม่มาก อยู่ที่ระดับ ๒% และหวังว่าจะไม่ร้ายแรงถึงขั้นติดลบ
ด้านนายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ เผย อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะอยู่ที่ ๒.๕ – ๓% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากปัจจัยภาคส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ พร้อมคาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น อาจทำให้มียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ๒๖ ล้านคน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นตัว

๒๐. ทุ่มพันล้านต่ออายุรถไฟ – เมล์ฟรี ๓ เดือน ปิ๊งแผนติดกล้องวงจรปิดริมเจ้าพระยา ไทยรัฐ (หน้า ๘)

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม เผย ครม. มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลา รถเมล์ – รถไฟฟรี ออกไปอีก ๓ เดือน ระหว่างวันที่ ๑ พฤษภาคม – ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗
ด้านนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เผย ได้จัดทำแผนเตรียมความพร้อมการเผชิญเหตุและภาวะด้านความปลอดภัย กรณีศึกษาเรือเฟอรี่ล่มที่เกาหลีใต้ โดยวางแนวทางปฏิบัติ ๒ ประการ คือ การเฝ้าระวังป้องกันเหตุทั้งในเหตุการณ์ปกติและช่วงเทศกาล โดยมีการติดตั้งระบบซีซีทีวีตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ, ระบบควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล, จัดระเบียบการจราจรทางน้ำในเขตท่าเรือต่างๆ, ตั้งศูนย์ความปลอดภัยทางน้ำ สายด่วน ๑๑๙๙ ตลอด ๒๔ ชม.

๒๑. อัยการชี้คดี ‘จุฑามาศ’ ไม่ขาดอายุความ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการ ททท. และน.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว กรณีรับเงินสินบนจากนักธุรกิจชาวอเมริกัน เพื่อให้ได้สิทธิ์การจัดเทศกาลบางกอกฟิล์มว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ได้รวบรวมข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง และรอการแปลเอกสารอีกบางส่วน พร้อมยืนยันคดียังไม่หมดอายุความ โดยจะหมดอายุความในปี ๒๕๖๘ มั่นใจจะสรุปผลได้ก่อนหมดอายุความแน่นอน

๒๒. แจ้งกองปราบฯ ตุ๋นขายทัวร์ยุ่น ไทยรัฐ (หน้า ๖)

๒๓. แจ้งจับแก๊งลวงขายแพกเกจทัวร์ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา ว่าที่ ร.ต.ก่อพงศ์ ล่าฟ้าเริงรณ กรรมการบริหาร บจก.สกาเดีย เทรเวิล และผู้เสียหายกว่า ๒๐ ราย พร้อมทนายความ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ สุทธิบุตร กรรมการผู้มีอำนาจ บจก.ไทย จีเอสเอ แอนด์ แอร์เซอร์วิส ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โดยได้ทำหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมหลักฐานการติดต่อซื้อตั๋วเครื่องบิน และสำเนาโฆษณาของบริษัทดังกล่าว มอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
เผย บริษัทดังกล่าวได้เสนอขายแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวญี่ปุ่น ราคาตั๋วไป – กลับขั้นต่ำ ๔,๙๙๙ บาท สูดสุด ๑.๕ หมื่นบาท ทำให้มีผู้หลงเชื่อซื้อแพ็กเกจดังกล่าวรวมมูลค่ากว่า ๔ แสนบาท แต่กลับไม่ได้รับตั๋วเครื่องบิน พร้อมพบมีบริษัทที่ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกันนี้ และมีผู้ถูกหลอกลวง อีกนับ ๑๐๐ ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า ๗ ล้านบาท

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

22/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ไทยลุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติสุดขีด / ฝันจบสงกรานต์กลับมาเพิ่มขึ้นหลังลดฮวบๆ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ระหว่างวันที่ ๑ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ ว่า มีจำนวน ๘๐๙,๓๑๑ คน น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ๑๑.๓๓% หรือมีจำนวน ๙๑๒,๗๐๒ คน โดยมีเพียง ๒ วันเท่านั้น ที่มีต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากกว่าปีที่ผ่านมาคือ วันที่ ๑๖ เมษายน จำนวน ๓๖,๑๐๒ คน มากกว่าปีผ่านมา ๑.๐๘% และวันที่ ๑๗ เมษายน จำนวน ๔๔,๘๗๒ คน มากกว่าปี ที่ผ่านมา ๑๑.๕๖%
ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เชื่อว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยน่าจะกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาส ๒ เนื่องจากรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ประกอบกับจีนซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ อนุญาตให้ชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศเพื่อขอวีซ่าที่ประเทศปลายทาง หรือ Visa On Arrival ได้แล้ว และความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติเริ่มฟื้นตัว
พร้อมเผยสถานการณ์นักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม – มีนาคม) ว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ๖,๕๙๘,๒๔๐ คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ๔๐๙,๖๖๔ คน หรือลดลง ๕.๘๕% ก่อให้เกิดรายได้ ๓๑๐,๘๔๘.๓๙ ล้านบาท ลดลง ๑๓,๐๒๗.๓๓ ล้านบาท หรือลดลง ๔.๐๒% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่หลังสงกรานต์คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเฉพาะนักท่องเที่ยวตลาดหลัก พบว่าภาพรวมหดตัวเกือบทุกตลาด อาทิ ญี่ปุ่นหดตัว ๒๖.๑๑% มาเลเซียหดตัว ๒๐.๓๒% สหราชอาณาจักรหดตัว ๑๓.๑๔% จีนหดตัว ๑๑.๐๖% เยอรมนีหดตัว ๑๐.๙๘% และสหรัฐอเมริกาหดตัว ๗.๒๖%

๒. ผุดไอเดียตั๋วถูกบินเที่ยวเอเชีย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

นายขจร วีระใจ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ เตรียมหารือกับกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางกรอบศึกษาโครงการพัฒนาการเชื่อมโยงการเดินทางทางอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยตั้งเป้าจะลดเวลาการเดินทางลง และทำให้นักท่องเที่ยวจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินในราคาที่ถูกลง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในภูมิภาค พร้อมเตรียมเสนอโครงการดังกล่าวต่อที่ประชุมภูมิภาคเอเชียและเอเชียแปซิฟิกด้านการท่องเที่ยว (เอเปก) คัดเลือกในเดือนเมษายนนี้ ขณะที่สหรัฐอเมริกา ได้เตรียมผลศึกษาโครงการแอร์พอร์ต เฟรนด์ แข่งขันกับไทย หากโครงการที่ไทยเสนอได้รับการพิจารณาและคัดเลือกมาใช้ จะเกิดประโยชน์กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และไทย เพราะจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
เผย ขณะนี้หลายประเทศสนับสนุนโครงการศึกษาของไทย อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เปรู ฟิลิปปินส์ แต่หากจีนและชิลีร่วมสนับสนุนเพิ่มเติม เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับการพิจารณาจากเอเปก ซึ่งระหว่างนี้กระทรวงฯ จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดต่อไป

๓. แก้ปัญหา นทท.ถูกหลอก ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ชี้แจงความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวถูกบริษัท กระบี่ ภูพระนาง รีสอร์ท ขายแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกว่า ล่าสุดนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้เรียกประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหา และมีมติให้กรมการท่องเที่ยว ททท. กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งในด้านกฎหมาย และบรรเทาความเดือดร้อน โดยผู้เสียหายติดต่อร้องเรียนได้ที่ พ.ต.อ.ธนัส แสงตันชัย หัวหน้าพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ๐๘-๑๘๑๖-๓๕๐๔ หรือ ๐-๒๕๑๓-๓๒๑๗

๔. ไทยหวังรั้งแชมป์ที่ ๑ ทัวร์สุขภาพ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

คอลัมน์สกู๊ปหน้า ๑ นำเสนอข้อมูลและแนวโน้มการแข่งขันของตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากการเปิดเผยของ นพ.สุรพงศ์ อำพันวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการแพทย์และธุรกิจต่างประเทศ เครือโรงพยาบาลพญาไท และนายณัฐพล ลีลาวัฒนานันท์ หัวหน้าโครงการจัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดย นพ.สุรพงศ์ ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการด้านการแพทย์ หรือดูแลสุขภาพในไทย มีอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ ๘ – ๑๐% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้ามาไทยในแต่ละปี โดยบริการด้านการแพทย์ที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาใช้บริการคือ ตรวจเช็กสุขภาพ การทำเลสิก ผ่าตัดต้อกระจก ศัลยกรรมความงาม เป็นต้น นอกจากนี้ บริการด้านแพทย์ทางเลือก อาทิ นวดแผนไทย และสปา ไทยยังมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พร้อมแนะ ไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Hub of Medical Tourism ควรจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และชื่อเสียงของประเทศแบบองค์รวม หรือตราสัญลักษณ์ ซึ่งมีความเป็นไทย เพื่อให้เป็นตัวช่วยเพิ่มจีดีพี รวมทั้งมีการเรียนรู้ในเรื่องภาษาและวัฒนธรรมของชาติต่างๆ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่เข้ามาใช้บริการในไทยด้วย นอกจากนี้ ควรพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปสู่ความเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อหาทางเพิ่มอาชีพ รายได้ และการจ้างงาน ให้เกิดการหมุนเวียนจากธุรกิจหลากหลายที่เกี่ยวข้องและเอื้อกัน
ด้านนายณัฐพล ระบุ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมีศักยภาพสูงมาก เห็นได้จากปี ๒๕๕๓ แม้จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงในประเทศ แต่ไทยยังมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง ๑๒.๖๓% และในปี ๒๕๕๖ มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๕ ถึง ๑๙.๖๐% เฉพาะปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากที่สุด ๑๐ อันดับแรก คือ จีน ๔.๗ ล้านคน มาเลเซีย กว่า ๒.๙ ล้านคน รัสเซีย กว่า ๑.๗ ล้านคน ญี่ปุ่น กว่า ๑.๕ ล้านคน เกาหลี กว่า ๑.๒ ล้านคน ลาว กว่า ๑.๑ ล้านคน อินเดีย กว่า ๑ ล้านคน สิงคโปร์ ๙๒๔,๘๑๑ คน ออสเตรเลีย ๙๑๙,๕๓๔ คน และอังกฤษ ๙๐๖,๓๑๒ คน ชี้ สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทย อันดับ ๑ คือ แหล่งท่องเที่ยว ดึงดูดได้ ๗๕% อันดับ ๒ อาหาร ดึงดูดได้ ๕๔% อันดับ ๓ สินค้า / บริการ ดึงดูดได้ ๒๘.๖% ตามลำดับ ส่วนบริการสุขภาพ ดึงดูดได้ ๒.๒% และบริการด้านการแพทย์ ดึงดูดได้ ๑.๙%
ล่าสุดสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม ๒๕๕๗ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยลดลง ๕% รายได้หดตัวหรือติดลบแล้ว ๒.๑๓% จากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อ สะท้อนให้เห็นว่า แม้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยจะอยู่ในกลุ่มต้นๆ ของโลก แต่เราจะรักษาตำแหน่ง หรือส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ได้นานแค่ไหน ไม่มีใครรู้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ ต้องทำตลาดเพื่อหนีคู่แข่งสำคัญอย่างมาเลเซีย ไปให้เร็วที่สุด

๕. เรื่องร้ายและดี ในช่วงสงกรานต์ ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

คอลัมน์กระจกไร้เงา โดย ศรยุทธ เทียนสี กล่าวถึงเรื่องร้ายและเรื่องดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเรื่องร้ายคือ ยังเกิดอุบัติเหตุในการเดินทาง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก แม้ว่าหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จะร่วมมือกันจัดกิจกรรมรณรงค์การขับขี่ปลอดภัย
ส่วนเรื่องดีคือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก โดย ททท. ได้ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ไว้ ๔.๔ ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๔ แสนคน ปรากฏว่ายอดนักท่องเที่ยวเกินกว่า ๕ ล้านคนแล้ว ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวงานวันไหลพัทยา และสงกรานต์พระประแดง ทำให้ช่วงสงกรานต์มีเงินสะพัด ๔.๗ หมื่นพันล้านบาท เฉพาะที่ถนนสีลม ประเมินว่ามีนักท่องเที่ยวช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๖ ประมาณ ๑.๕ แสนคนต่อวัน เรียกได้ว่าสงกรานต์ปีนี้ท่องเที่ยวทั่วไทยคึกคักกว่าที่คาดการณ์ไว้ ช่วยให้บรรยากาศการท่องเที่ยวภาพรวมดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้สงกรานต์จะช่วยให้การท่องเที่ยวดีขึ้น แต่สถานการณ์ท่องเที่ยวในภาพรวมยังน่าเป็นห่วง เพราะตัวเลขติดลบทุกด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว เม็ดเงินด้านท่องเที่ยว อัตราการเข้าพักโรงแรม จำนวนนักท่องเที่ยวที่ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง และแม้เราจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว แต่ยังมีการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้หลายประเทศยังคงมีคำเตือนนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาไทย และแม้ว่าประเพณีสงกรานต์จะมาช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ แต่ยอดนักท่องเที่ยวลดลง ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวหายไปมาก ติดลบกว่า ๗% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวที่ยังทำรายได้ให้กับไทยในขณะนี้เหลือเพียงรัสเซีย กับฝรั่งเศสเท่านั้น และแม้เทศกาลสงกรานต์จะจบลงด้วยดี แต่ความหวาดวิตกกับสถานการณ์การเมืองก็ยังคงอยู่ต่อไป ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่าเหตุร้ายๆ จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ซึ่งคงต้องคอยติดตามสถานการณ์กันต่อไปแบบไม่ให้คลาดสายตา

๖. ท่องเที่ยวไทยยังน่าลงทุน ต่างชาติมองยาวเมินม็อบ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

นายบิล บาร์เน็ต กก.ผจก.บริษัท ซีไนน์ โฮเท็ลเวิร์คส ที่ปรึกษาด้านธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ เผย ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ มองว่าไทยยังน่าลงทุนอยู่ แม้ว่าปัญหาการเมืองยังไม่มีข้อยุติ เนื่องจากไทยยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง การท่องเที่ยวยังถือเป็นแบรนด์ของไทยในสายตาชาวโลก ประกอบกับที่ผ่านมาไทยมีประสบการณ์และบทเรียนความขัดแย้งมาหลายครั้งซึ่งภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักเหมือนเคย พร้อมแนะผู้ประกอบการโรงแรมต้องปรับกลยุทธ์ ขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อลดเสี่ยงการเมืองที่ยังไม่สงบ รวมถึงทำโปรโมชั่น และต้องประชาสัมพันธ์ไปยังตลาดใหม่ นอกจากรัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ที่เป็นกลุ่มหลักของไทย
ด้านนายแจสเปอร์ ปาล์มควิสท์ ผอ.ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริษัท เอสทีอาร์ โกลบอล ระบุ ท่องเที่ยวอาเซียนจะแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แต่ ไทยยังได้เปรียบ เพราะมีจีนและรัสเซียเข้ามาจำนวนมาก คาดว่าปี ๒๕๕๗ ไทยจะมีนักท่องเที่ยว ๒๖ ล้านคน มูลค่า ๑ หมื่นล้านบาท

๗. ธุรกิจแอร์ไลน์ ‘แข่งเดือด’ ทีจีอ่วมผู้โดยสารวูบ ๒๐% กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๘. บินไทยยังสำลักผู้โดยสารทรุดฮวบ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

การบินไทย เผยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรก ของปี ๒๕๕๗ ว่า ยอดผู้โดยสารลดลง ๒๐.๕% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ ๑.๕๙ ล้านคน จากปัญหาการเมืองภายในประเทศ และคาดว่าจะขาดทุนเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม บริษัทจึงต้องปรับลดเที่ยวบินให้สอดคล้องกับการเดินทางของผู้โดยสาร อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่า หากเร็วๆ นี้ปัญหาการเมืองคลี่คลายลง การท่องเที่ยวฟื้นตัว จะเป็นสัญญาณดีที่จะส่งผลให้ผลประกอบการทั้งปี กลับมาทำกำไรได้
ส่วนโครงการเกษียณภาคสมัครใจ หรือร่วมใจจากองค์กร ขณะนี้บอร์ดการบินไทยได้เห็นชอบในหลักการแล้ว และอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเงื่อนไข คาดว่าจะเปิดโครงการให้เฉพาะบางกลุ่ม ไม่ได้เปิดทั้งหมด และจะสรุปว่าจะมีการปรับออกจำนวนเท่าไหร่ แผนกใดบ้าง ให้บอร์ดพิจารณาในเดือนพฤษภาคมนี้

๙. ปธน.เกาหลีซัดกัปตันฆาตกร เผยเลี้ยวเต็มสปีดต้นเหตุเฟอร์รี่ล่ม คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

ประธานาธิบดีปัก กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ ได้กล่าวตำหนิพฤติกรรมของกัปตันและลูกเรือเฟอร์รี่ เซวอล ที่ล่มกลางทะเลว่า เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และเข้าข่ายฆาตกรรม พร้อมย้ำ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้จะต้องถูกสอบสวน และรับผิดชอบความผิดที่ทำทั้งทางแพ่ง และอาญา
ด้านหนังสือพิมพ์จุงอัง ได้รายงานรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบปากคำผู้ช่วยต้นเรือ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือแทนกัปตันในช่วงที่เรือมีปัญหา มีการเลี้ยวเรือกะทันหันขณะที่เรือกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เรือล่ม อีกทั้งผู้ช่วยต้นเรือยังอ่อนประสบการณ์ ล่าสุดยังคงมีการค้นหาผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว ๘๗ ศพ และยังสูญหายอีก ๒๑๕ ราย
ในส่วนของไทย นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต เผย
ผู้ว่าราชการจังหวัด และอธิบดีกรมเจ้าท่า ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดในทุกส่วน และให้ติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ส่วน พ.ต.ท.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี สารวัตรตำรวจน้ำภูเก็ต ระบุ ที่ผ่านมา ตำรวจน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้มงวดเรื่องการป้องกันและรักษาความปลอดภัยทางเรือมาโดยตลอด มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนคนขับเรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิต และพนักงานประจำเรือ

๑๐. เตรียมงาน สยามรัฐ (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ พร้อมด้วย ผู้บริหารจากธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ ๑๔ ภายใต้แนวคิด Connecting Life การเงินเชื่อมโยงชีวิตก้าวไปตามใจฝัน ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ ชาเลนเจอร์ ๒ – ๓ อิมแพ็ค เมืองธานี โดยมีนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมงาน

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th


21/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗

๑. เคล็ดลับซื้อทัวร์ไม่ให้ถูกโกง เปิดเบื้องหน้าเบื้องหลังธุรกิจท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๘)

ทีมเศรษฐกิจ นำเสนอเคล็ดลับในการเลือกซื้อแพ็เกจทัวร์ เพื่อไม่ให้ถูกหลอก จากคำแนะนำของ ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายก ทีทีเอเอ และนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. พร้อมได้เปิดเผยเบื้องหน้าเบื้องหลังของธุรกิจทัวร์ที่มีการฉ้อโกงมานำเสนอให้รู้เท่าทัน
โดยได้เตือนให้ระวังทัวร์ราคาถูก พร้อมแนะให้ตรวจสอบบริษัททัวร์ที่ขายทัวร์นั้นๆ ว่ามีตัวตนจริงๆ มีการจดทะเบียนถูกต้อง รวมถึงควรดูอายุของบริษัททัวร์ด้วย อย่าซื้อเพียงแค่ได้คุยผ่านโทรศัพท์ และให้สอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน เป็นต้น

๒. การท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณดี ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์สังคมธุรกิจ โดย มร.ฮาร์ดดิสก์ : นายขจร วีระใจ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับ ไตรมาส ๑ ปี ๒๕๕๗ สถานการณ์ท่องเที่ยวไม่ค่อยดี แต่เมื่อใกล้เข้าสู่สงกรานต์ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๑ เมษายน ๒๕๕๗ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผ่านด่านสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ลดลงประมาณ ๒% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะไตรมาส ๑ ปีนี้ทุกเดือนจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ ๒๐% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

๓. เริ่มฟื้นตัว เดลินิวส์ (หน้า ๗)

คอลัมน์เปิดตะกร้าข่าว : รายงานข่าวจากกรมการท่องเที่ยวระบุ ไตรมาส ๒ ปีนี้ สถานการณ์ท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการที่จีนอนุญาตให้ชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อขอวีซ่าประเภทจากประเทศปลายทางได้แล้ว และจากความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติในไทย ที่ฟื้นตัวขึ้นจากการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

๔. ท่องเที่ยวไทยคึกคัก ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๙)

คอลัมน์ขอบอก กล่าวชม สมฤดี ชาญชัย ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. ว่าเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่กี่เดือน แต่มีผลงานเข้าตามาก โดยช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาได้ร่วมกับทีมงาน ผอ.ททท.ภาคอีสาน เดินแผนกระตุ้นนักท่องเที่ยว จนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภาคอีสานจำนวนมาก อีกทั้งยังนำคณะสื่อชุดใหญ่ไปตะลอนมหาสงกรานต์ในอีสานหลายจังหวัด ทั้งหนองคาย อุดรธานี เลย ขอนแก่น ฯลฯ ช่วยสร้างรายได้เข้าภาคอีสานจนผู้ประกอบการปลื้มไปตามกัน

๕. ‘แอตต้า’ ผนึกเอกชนลงทุนท่องเที่ยวพม่า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

แอตต้า มีแผนจะขยายธุรกิจไปในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานด้วยการไปศึกษาธุรกิจและรูปแบบการท่องเที่ยวจากพม่า ในโครงการเออีซีสัญจร ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ เมษายนนี้ โดยจะนำสมาชิกบริษัทนำเที่ยวและโรงแรม ๑๒๐ ราย เดินทางไปสำรวจเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวใน ๓ เมืองหลักที่มีศักยภาพ ได้แก่ มัณฑะเลย์ เนปีดอว์ และย่างกุ้ง
พร้อมเตรียมจัดงานเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกับพม่า ในรูปแบบ Table Top Sales รวมถึงจัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การลงทุนและการขยายตลาดการท่องเที่ยวของประเทศพม่า”
ชี้ ตลาดเอาต์บาวนด์ของพม่าขยายตัวสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีฐานะดีจะนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงการไปรับการรักษาพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมาไทยถือเป็นจุดหมายที่ชาวพม่าเลือกเข้ามารับบริการจำนวนมาก จึงถือเป็นโอกาสอีกทางที่ผู้ประกอบการทัวร์ไทยสามารถเข้าไปเจาะกลุ่ม เมดิคัลทัวร์ได้ อีกทั้งตลาดพม่ายังมีช่องทางอีกมาก โดยเฉพาะด้านโรงแรมที่ยังขาดแคลนอยู่มาก

๖. โรงแรมกระตุ้นยอดห้องพัก ฝ่าโลว์ซีซั่นไตรมาส ๒ – ๓ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

คอลัมน์รายงานพิเศษ โดย จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ นำเสนอแผนการทำตลาดเพื่อกระตุ้นยอดการเข้าพักในช่วงไตรมาส ๒ ซึ่งถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ของผู้ประกอบการโรงแรม อาทิ เครือโรงแรมบีทู เตรียมเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในเดือนเมษายน พร้อมจัดกิจกรรมลด แลก แจก แถม บนเว็บไซต์ ด้วย โปรโมชั่นจองห้องพัก ๒ บาท สำหรับห้องพักโรงแรมบีทู ภูเก็ต สาขาใหม่ ไม่รวมค่าบริการอื่น ๑ พันห้อง เพื่อเข้าพักเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางจ่ายค่าห้องพักผ่านร้านสะดวกซื้อ เอทีเอ็ม และบัตรเครดิต คาดจะดันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ ๗๑ – ๗๒%
ส่วนโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยเน้นกระตุ้นการใช้บริการครอบคลุมห้องพัก ห้องประชุม อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งจะเดินหน้าทำตลาดจีน ฮ่องกง และตลาดอื่นในเอเชียมากขึ้นในช่วงไตรมาส ๓ ส่วนโรงแรมเชียงใหม่ ฮิลล์ ๒๐๐๐ ได้จัดโปรโมชั่นเพื่อรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงใหม่ ไม่ให้ตกจากช่วงไฮซีซั่นมากนัก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เติบโตสูง โดยเดือนเมษายน – พฤษภาคม จะมีเทศกาลเล่นกอล์ฟ รวมโปรโมชั่นสนามกอล์ฟพร้อมโรงแรม ซึ่งจะทำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวและเล่นกอล์ฟถูกลง ๒๐ – ๓๐% จากปกติ คาดจะดึงกลุ่มนักกอล์ฟมาได้ ทำให้อัตราเข้าพักไตรมาส ๒ อยู่ที่ ๖๐% เป็นต้น

๗. ยึดอินโดฯ โมเดล เอกชนอ้อนรัฐแจกคูปองเที่ยวฟรี เสริมแกร่งเศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้นตัว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

๘. แนะแจกคูปองเที่ยวฟรี ข่าวสด (หน้า ๘)

สทน. แนะรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ควรดึงรูปแบบการฟื้นฟูเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ซึ่งใช้วิธีการแจกคูปองซื้อสินค้า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน ทำให้เศรษฐกิจในอินโดนีเซียฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว มาใช้กับการท่องเที่ยวไทย โดยแจกคูปองให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศฟรี หลังสัญญาณการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มซบเซาอย่างหนักจากบรรยากาศทางการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน การไม่มีรัฐบาลในการขับเคลื่อนบริหารประเทศ และภาวะเศรษฐกิจในประเทศถดถอย ทำให้คนไทยไม่กล้าใช้จ่าย โดยเฉพาะกับการท่องเที่ยว พร้อมมองว่าแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง รัฐบาลต้องมีมาตรการด้านภาษีออกมาจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยว
ชี้ ขณะนี้ภาคเอกชนไม่สามารถวางแผนที่ชัดเจนในการทำตลาดได้ เพราะสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี บางรายต้องปรับแผนการจำหน่ายเส้นทางการท่องเที่ยวจากในประเทศ เป็นต่างประเทศแทน รวมถึงไม่กล้าที่จะลงทุนในช่วงนี้ ส่วนใหญ่รอคอยความหวังให้ภาครัฐเป็นผู้ลงทุน สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวภายใน ประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

๙. ไทยเสน่ห์แรงยอดค้นหาแหล่งท่องเที่ยวพุ่ง ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

คอลัมน์จับประเด็น : สกายสแกนเนอร์ ผู้บริหารเว็บไซต์และแอพค้นหาตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ที่พัก และรถเช่า กล่าวถึงจุดหมายแหล่งท่องเที่ยวในไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด ๕ อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย และกระบี่ โดยพบว่าจุดหมายปลายทางเหล่านี้ได้รับความนิยมต่อเนื่องทุกปี โดยมีผู้สนใจค้นหาตั๋วเครื่องบินไปกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น ๕๒% ภูเก็ต เพิ่มขึ้น ๗๗% เชียงใหม่ เพิ่มขึ้น ๑๑๘% เกาะสมุย เพิ่มขึ้น ๑๒๐% และกระบี่ เพิ่มขึ้น ๑๒๘% เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๖ โดยรวมการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น ๙๙% ก่อนช่วงสงกรานต์ของปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าจำนวนของนักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวในไทยในช่วงวันหยุดเพิ่มขึ้น

๑๐. สงกรานต์ปากลัด ไทยรัฐ (หนา ๑๙)

๑๑. คึกส่งท้ายสงกรานต์พระประแดง เดลินิวส์ (หน้า ๙)

๑๒. สงกรานต์พระประแดงคึก มติชนรายวัน (หน้า ๕)

เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานสงกรานต์ปากลัด หรือสงกรานต์พระประแดง ประจำปี ๒๕๕๗ จัดโดยเทศบาลเมืองพระประแดง ร่วมกับ ททท. พ่อค้า และประชาชน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน ภายในงานมีขบวนแห่รถบุปผชาติกว่า ๑๓ ขบวน จากโรงเรียนอำนวยวิทย์ ไปยังวัดโปรดเกศเชษฐาราม เพื่อทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลา ตามประเพณีของชาวมอญ โดยมีชาวมอญและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมเล่นสาดน้ำ พร้อมชมขบวนแห่รถบุปผชาติจำนวนมาก
ส่วนที่จังหวัดนครสวรรค์ ยังมีการเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนสายนครสวรรค์ – โกรกพระ ตั้งแต่สี่แยกสันคู เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ไปถึงหน้าวัดเกาะหงษ์ ระยะทางกว่า ๑๐ กม. ด้านจังหวัดอยุธยา ได้จัดพิธีแห่ผ้ารอบเจดีย์วัดสามปลื้ม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เจดีย์นักเลง จำนวน ๓ รอบ เพื่อนำผ้าขึ้นห่มองค์พระเจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
และที่จังหวัดราชบุรี เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม ร่วมกับชุมชนตำบลเจ็ดเสมียน จัดงานประเพณีแห่ดอกไม้ส่งท้ายสงกรานต์ และของดีตำบลเจ็ดเสมียน เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านสืบสาน และฟื้นฟูประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่น

๑๓. สงกรานต์พระประแดง เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๑๔. สงกรานต์พระประแดง มติชนรายวัน (หน้า ๕)

๑๕. ปีใหม่มอญ ข่าวสด (หน้า ๑)

๑๖. สงกรานต์ปากลัด แนวหน้า (หน้า ๑)
ภาพข่าว : บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในงานเทศกาลสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ที่ผ่านมา

๑๗. สงกรานต์มอญ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๑๘. สงกรานต์มอญ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๑๙. สงกรานต์ปากลัด บ้านเมือง (หน้า ๑)

ภาพข่าว : ขบวนแห่เทพีสงกรานต์ในงานเทศกาลสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ที่ผ่านมา

๒๐. บินไทยโละคน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

นายโชคชัย ปัญญายงค์ รักษาการ กก.ผอญ.การบินไทย เผย ในการประชุมบอร์ดวันนี้ (๒๑ เมษายน) จะมีการประชุมพิจารณาโครงการร่วมใจจากองค์กร เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของพนักงานและองค์กรให้สมัย รองรับการแข่งขันในอนาคต โดยจะมีแนวทางดำเนินงานใน ๓ เรื่องหลักคือ ปรับจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน ปรับลดอายุพนักงานเฉลี่ยลง และคัดเลือกพนักงานปฏิบัติหน้าที่ได้ตรงต่อความรู้ความสามารถที่มี
โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างเลือกจ่ายค่าตอบแทน ๒ แพ็กเกจคือ ๑. จ่าย ๓๐ เดือน เพิ่มค่าแรงจูงใจอีก ๑๐ เดือน และ ๒. จ่าย ๒๐ เดือน เพิ่มค่าแรงจูงใจอีก ๑๐ เดือน พร้อมค่ารักษาพยาบาล โดยทั้ง ๒ แพ็กเกจจะใช้เวลาในการคืนทุนประมาณ ๒ – ๓ ปี คาดจะลดจำนวนพนักงานลงประมาณ ๕๐๐ – ๗๐๐ คน จากปัจจุบันมีประมาณ ๒.๕ หมื่นคน โดยจะเริ่มใช้ในอีก ๒ เดือนข้างหน้า ซึ่งจะช่วยให้การบินไทยมีพนักงานคนรุ่นใหม่มากขึ้น

๒๑. ‘บินไทย’ ผวาภัยก่อการร้าย โละมีด, ช้อน, ส้อม อุปกรณ์กินอาหารบนทีจีทุกเที่ยวบิน เดลินิวส์ (หน้า ๑)

การบินไทย มีนโยบายจะเปลี่ยนวัสดุของอุปกรณ์ในการรับประทานอาหาร อาทิ มีด ช้อน ส้อม จากโลหะมาเป็นพลาสติก เพื่อเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย หลังมีข่าวเหตุการณ์ก่อการร้ายในหลายๆ ประเทศอย่างต่อเนื่อง หวั่นอาจมีผู้โดยสารที่ไม่หวังดี นำอุปกรณ์ดังกล่าวมาใช้เป็นอาวุธในการก่อเหตุบนเครื่องบิน ประกอบกับที่ผ่านมา การบินไทยประสบปัญหาการทะเลาะวิวาทของผู้โดยสารบนเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง และครั้งหนึ่งเคยเกิดเหตุผู้โดยสารชาวจีนทะเลาะวิวาทกัน และนำอุปกรณ์ในการรับประทานอาหารมาเป็นอาวุธทำร้ายกัน เริ่มนำร่องในเที่ยวบินกรุงเทพฯ – ลอสแองเจลิส เส้นทางบินที่มีความเสี่ยงภัยก่อน

๒๒. ภูเก็ตสั่งล้อมคอกเครื่องเล่นเสียว เดลินิวส์ (หน้า ๒)

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง นำผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเหตุการณ์ภูเก็ตบันจี้จั๊มพ์ลวดสลิงขาด ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย และบาดเจ็บ ๑ ราย โดยได้ตรวจสอบใน ๔ เรื่องคือ ๑. เรื่องการขออนุญาต พบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาต อีกทั้งด้านวิศวกรรมกับส่วนตัวบุคคล เป็นความประมาทและสะพร่า เพราะห้องควบคุมอุปกรณ์ไม่มีไฟฟ้าและแสงสว่าง และทดสอบในช่วงกลางคืน ซึ่งไม่เป็นมืออาชีพเท่าที่ควร ๒. เรื่องสภาพพื้นที่ที่ยังไม่พร้อม ทางเข้า – ออกไม่สะดวก ๓. เรื่องคดี โดยให้ดำเนินการเต็มที่ และ ๔. เรื่องการป้องกัน โดยสั่งการให้โยธิการและผังเมืองฯ ไปตรวจสอบเพิ่มเติมให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด พร้อมขอให้ผู้ประกอบการทุกราย ตระหนักในเรื่องของความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และให้ผู้รับผิดชอบทั้งหมดต้องเข้าตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดซ้ำรอยขึ้นอีก

๒๓. พบแล้ว ๕๘ ศพเหยื่อ ‘เฟอร์รี่’ กู้ซากเรือใช้ ๒ เดือน ญาติยัวะรัฐอืดอาด เตรียมฮือประท้วง ไทยรัฐ (หน้า๑)

ความคืบหน้าภารกิจกู้ภัยและค้นหาผู้ประสบภัยจากเรือเฟอร์รี่เซวอลล่ม ล่าสุด พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว ๕๘ ศพ ยังสูญหายอีก ๒๔๖ ราย ขณะที่ทางการได้ระดมทั้งเรือ เครื่องบิน และนักประดาน้ำกว่า ๕๐๐ คน รวมถึงเรือประมง ร่วมปฏิบัติการกู้ภัย ด้านตำรวจขอศาลขยายเวลาคุมตัวกัปตันและผู้ช่วยกัปตันอีก ๒ คน ออกไปอีก ๑๐ วัน เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่ครอบครัวผู้ที่ประสบภัยบางส่วน แสดงความไม่พอใจกับความล่าช้าในการค้นหาของรัฐบาล เตรียมเดินทางข้ามเกาะไปประท้วงรัฐบาลถึงกลางกรุงโซล

๒๔. แถลงข่าวกอล์ฟ ๒ รายการใหญ่ บ้านเมือง (หน้า ๑๑)

คอลัมน์ขอบกรีน โดย บิ๊กแอ๊ด : วันนี้ (๒๑ เมษายน) เวลา ๑๐.๐๐ น. นายสมศักดิ์ หทัยเปี่ยมสุข กก.รอง ผจญ. แหลมฉบังอินเตอร์เนชั่นแนล คันทรีคลับ และเลขาธิการสมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก ร่วมกับนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท., นายสรวง จันทรอุไร ผอ.ฝ่ายส่งเสริมกีฬา สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ฯลฯ แถลงข่าวการจัดการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่น ๒ รายการใหญ่ ได้แก่ สิงห์ – ททท. พัทยาเฟสติวัล ๒๐๑๔ และสิงห์ – ททท. ไทยแลนด์แคดดี้ แชมป์เปี้ยนชิพ ๒๐๑๔ ที่ห้องประชุมของคลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟแหลมฉบังฯ

๒๕. เปิดเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย บ้านเมือง (หน้า ๒๓)

ภาพข่าว : นายฉัตรป้อง ฉัตรภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย บนเกาะสมุย โดยมีนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมงาน

*******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv @tat.or.th

ข่าวประเด็นสำตัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ศึกกอล์ฟอะเมสซิ่งไทยแลนด์ แนวหน้า (หน้า ๗)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ร่วมกับ ปตท. และพันธมิตร จัดการแข่งขัน อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ – พีทีทีเอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ๒๐๑๔ ปีที่ ๖ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้จ่าย พร้อมรณรงค์ให้เกิดการเดินทาง เป็นการกระจายรายได้ไปสู่พื้นที่ต่างๆ กำหนดจัดแข่งขันทั้งหมด ๕ สนาม ค่าสมัครเพียง ๙๙๙ บาท ซึ่งปรากฏว่าขณะนี้มีผู้สมัครเต็มเกือบทุกสนามแล้ว โดยจะเริ่มสนามแรกวันที่ ๑๖ พฤษภาคมนี้ ที่สนามคัสคาต้า

๒. ททท. จัดงาน ‘มหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี’ ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ บ้านเมือง (หน้า ๒๐)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดแนะนำเที่ยวงานมหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้กิจกรรมด้านบันเทิงและดนตรีเป็นสื่อกลาง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการตอกย้ำโครงการ “หลงรักประเทศไทย” ของ ททท.
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ ททท. ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศ โดยพยายามมุ่งเน้นที่จะสรรสร้างคุณค่าต่างๆ ให้แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างแรงบันดาลให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น และสร้างปรากฏการณ์ทางความคิดแก่คนไทยทั้งประเทศ ให้เกิดความรัก หวงแหน และสร้างจิตสำนึกในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้สวยงามตลอดไป ถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นตามแคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” ภายใต้โครงการ “หลงรักประเทศไทย”

๓. เที่ยวสงกรานต์พุ่งเกินคาด โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑๐)

นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผยภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๖ เมษายน ๒๕๕๗ ว่า คึกคักทั่วประเทศ วัดได้จากอัตราเข้าพักตามแหล่งท่องเที่ยวหลักเต็มเกือบ ๑๐๐% ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเชียงราย สุไหงโก – ลก เต็ม ๑๐๐% ภาพรวม ทั้งประเทศน่าจะมีนักท่องเที่ยวกว่า ๕ ล้านคน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ ๔.๔ ล้านคน มีรายได้ประมาณ ๕ หมื่นล้าน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ ๔.๗ หมื่นล้านบาท
ด้านนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความต่อตำรวจ แทนนักท่องเที่ยวที่ถูกผู้ประกอบการทัวร์หลอกลวงให้บริการไม่ถูกต้องตามรายการที่ระบุไว้ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ประกอบการดังกล่าว จนกว่าคดีความจะถึงที่สุด

๔. ภารกิจหนัก ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย ฆ้องทอง กล่าวถึงภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ว่า แทนที่ไทยจะรับทรัพย์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับต้องเสียดุลจากคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก ยืนยันได้จากนายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายก ทีทีเอเอ ที่ระบุว่า ช่วงวันหยุดสงกรานต์มีอัตราจองการเดินทงไปเที่ยวต่างประเทศประมาณ ๑.๕ – ๒ แสนคน โดยจุดหมายยอดนิยมคือ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ตามลำดับ และคาดว่าตลอดเดือนนี้จะมียอดถึง ๔ แสนคน
เช่นเดียวกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค พบว่า แนวโน้มไม่คึกคักเหมือนช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับวิกฤติการณ์ทางการเมือง
ส่วนผู้ที่ต้องทำงานหนักคือเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงฯ และผู้ว่าการ ททท. โดยเฉพาะนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ต้องทำงานมากเป็นพิเศษ เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวไตรมาสแรกปีนี้หายไปกว่า ๔ แสนคน ส่วนยอดรายได้หายไปกว่า ๑.๓ หมื่นล้านบาท ขณะที่วิกฤติการเมืองยังร้อนระอุไม่จบสิ้น ทำให้ภารกิจของผู้ว่าการ ททท. เที่ยวนี้ไม่ง่าย ซึ่งผู้เขียนขอเอาใจช่วยอีกแรง

๕. ไทยนิวเยียร์ ๒๐๑๔ ไทยรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์สายตรงจากต่างแดน โดย มิสเตอร์แบล็ก กล่าวถึงงานไทยนิวเยียร์ ๒๐๑๔ สงกรานต์ เฟสติวัล ครั้งที่ ๑๑ ที่แอล.เอ. ว่าผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่อีกปี โดยสุจิต พุ่มวิเศษ ประธานจัดงานขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกัน โดยเฉพาะผู้สนับสนุนหลัก อาทิ สกญ. ณ นครลอสแอนเจลิส สิงห์ คอร์-ปอเรชั่น ททท. การบินไทย ฯลฯ ขณะที่คณะกรรมการบอร์ดไทยนิวเยียร์ฯ ต่างซาบซึ้งใจนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ที่เห็นใจคณะกรรมการ เพิ่มงบสนับสนุนให้

๖. ‘ททท.’ โหมสารพัดกลยุทธ์กระตุ้นตลาด ‘ยุโรป’ ครึ่งปีหลัง ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

สกู๊ปนำเสนอภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป และแผนการกระตุ้นตลาดยุโรป ของ ททท.สนง.ในภูมิภาคยุโรป

๗. ตรวจเข้มก่อการร้าย ห่วงทุบท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

แอตต้า ต้องการให้หน่วยข่าวกรองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจเช็กข้อมูลข่าวก่อการร้ายอย่างละเอียด รวมถึงเพิ่มมาตรการป้องกันการเกิดเหตุร้าย อย่าให้เกิดเหตุร้ายตามแหล่งท่องเที่ยว หวั่นหากข่าวแพร่สะพัดออกไป จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ด้านสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร ได้ร่วมกับ สมาชิกโรงแรมกว่า ๒๐ แห่งบนถนนข้าวสาร นำ ๔ มาตรการป้องกันภัยมาใช้ ได้แก่ ๑. เฝ้าระวังตรวจตรานักท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจ ๒. ตรวจสอบกระเป๋าลูกค้าทุกครั้งก่อนรับฝากสัมภาระ ๓. แจ้งตำรวจหากพบมีการลืมกระเป๋าภายในห้องพัก และ ๔. รณรงค์ให้ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ สังเกตการณ์อย่างเข้มงวด
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งให้ บช.น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ทำงานร่วมกันและป้องกันเหตุร้าย หลังสถานทูตอิสราเอลแจงข้อมูลพื้นที่เป้าหมายที่อาจมีการก่อการร้าย ๖ จุด ได้แก่ ๑. รถโดยสาร จุดนัดพบ และศูนย์นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในกรุงเทพฯ ๒. โบสถ์ยิวบนถนนรามบุตรี ๓. ร้านอาหารในย่านรามบุตรี ๔. ร้านอาหารศูนย์นักท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ถนนจักรพงษ์ ๕. ร้านอาหารในละแวกใกล้เคียงถนน จักรพงษ์ และ ๖. บริษัทท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในย่านสุขุมวิท ในช่วงเทศกาลพาสโอเวอร์ของยิว ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗

๘. เบิกสร้างแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดใหม่ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กก.ผจก.บจก.ซิตี้วอล์ค ผู้บริหารสวนสยาม และนายกสมาคม สวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ เผย ขณะนี้มีผู้สร้างแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดหลายแห่งได้ชะลอโครงการก่อสร้างออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ไม่ได้มีแบรนด์ดัง และอยู่ในต่างจังหวัด เนื่องจาก ๒ ปัจจัย โครงการเงินกู้ ๒.๒ ล้านล้านบาทถูกระงับ ทำให้นักลงทุนที่วางแผนจะสร้างแมนเมดเกาะตามแนวรถไฟฟ้า ต้องทบทวนโครงการ และนักลงทุนบางรายอยู่ระหว่างทำหนังสือขอสนับสนุนการลงทุนจากบีโอไอ แต่เนื่องจากบีโอไอยังไม่ได้รับการแต่งตั้งมาทำงาน ทำให้การเดินเรื่องขอสนับสนุนไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งนักลงทุนเองก็ไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้มาลงทุนเดินหน้าโครงการได้

๙. อานิสงส์แหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง หลังตลาดคนไทยหนีปัญหาแออัด สยามรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ รายงานถึงอานิสงส์ของแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทาง เข้าไปมากขึ้น เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวหลักหนาแน่น ทำให้นักท่องเที่ยวต้องกระจายตัวในการเดินทาง และวางแผนการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นทดแทน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความแออัด ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่างๆ หันมาสนใจร่วมจัดกิจกรรมกระตุ้น พร้อมพัฒนาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองรอง ให้พร้อมรับนักท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก

๑๐. ‘ทีเส็บ’ จับมือ ๕ พันธมิตร อัดแคมเปญลด ๕๐% เจาะไมซ์ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

สสปน. ร่วมมือกับ ๕ พันธมิตร อาทิ ททท. การบินไทย วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดแคมเปญ Spice up your business agenda มอบส่วนลดราคาสินค้า ที่พักกว่า ๕๐% และสิทธิพิเศษเฉพาะ ผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่า เพื่อเอาใจนักเดินทางกลุ่มไมซ์ตลอดทั้งปี นำร่องรุกตลาดจน รับกระแสไมซ์เอเชียเติบโตต่อเนื่อง

๑๑. สาดน้ำคึกคัก วันไหลพัทยา ‘พระประแดง’  ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๒. แห่เที่ยวงานวันไหลพัทยาคึกคัก เดลินิวส์ (หน้า ๒)

บรรยากาศงานเทศกาลวันไหลพัทยาสุดคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติร่วมเล่น สาดน้ำสงกรานต์จำนวนมาก ทำให้การจราจรทุกสายในเมืองพัทยาติดขัด นอกจากนี้ เมืองพัทยา และองค์กรต่างๆ รวมถึง ททท. ได้จัดเวทีแสดงคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง จัดปาร์ตี้โฟม และจุดกระจายน้ำตลอดเส้นทาง ปีนี้ถือว่างานเทศกาลวันไหลพัทยา มีสีสันและคึกคักกว่าทุกปี โดย ททท.สนง.พัทยา คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ล้านบาท ขณะที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมกับเมืองพัทยา ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร ออกอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เช่นเดียวกับอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ร่วมกับเทศบาลเมืองพระประแดง และ ททท. จัดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมการจัดงานประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่น ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ถนนสายหลักในอำเภอพระประแดงมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติออกมาเล่นสาดน้ำจำนวนมาก

๑๓. เต็มถนน ข่าวสด (หน้า ๑๖)

ภาพข่าว : นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เล่นน้ำในเทศกาลวันไหลเมืองพัทยา เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ที่ผ่านมา

๑๔. ฉลอง ๒๓๒ ปีรัตนโกสินทร์ ไทยรัฐ (หน้า ๑๘)

๑๕. ฉลองกรุงฯ ๒๓๒ ปียิ่งใหญ่อลังการ นักท่องเที่ยวตื่นตาแห่ร่วมงานคึกคัก สยามรัฐ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และบวงสรวงการจัดงานใต้ร่มพระบารมี ๒๓๒ ปี กรุงรัตน- โกสินทร์ ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ ๒๓๒ ปี ในวันที่ ๒๑ เมษายนนี้ โดยบรรยากาศการจัดงานวันแรก ตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวต่างชาติตื่นตาตื่นใจกับ
การจัดริ้วขบวน ๙ ยุค ๙ รัชกาล จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เดินตามเส้นทางถนนราชดำเนินเข้าสู่ท้องสนามหลวง รวมถึงมีการขึ้นว่าวไทยจำนวน ๙,๒๓๒ ตัว รวมตลอด ๓ วัน

๑๖. ‘บั้นจี้จั๊มพ์’ มรณะ ระทึกสลิงขาดกระแทกดับ ๒ ศพ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุบันจี้จั๊มพ์ที่เตรียมเปิดให้บริการในพื้นที่ตำบลฉลอง จังหวัดภูเก็ต สลิงขาดระหว่างการทดสอบ ทำให้มีผู้ตกลงมาเสียชีวิต ๒ ราย บาดเจ็บ ๑ ราย จากการตรวจสอบพบก่อสร้างผิดแบบ ขออนุญาตไว้ที่ความสูง ๑๒ เมตร แต่สร้างจริงถึง ๕๒ เมตร ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งให้ตำรวจ สภ.ฉลอง เร่งสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากความประมาท และระบบบันจี้จั๊มพ์ ที่ยังไม่พร้อม

๑๗. กัปตันเรือเปิดใจหลังถูกจับ อพยพช้าอ้างห่วงผู้โดยสาร กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

กัปตันเรือเฟอร์รี่ที่ล่มกลางทะเลขณะมุ่งหน้าไปเกาะเชจู เกาหลีใต้ เปิดใจครั้งแรกหลังถูกจับกุมตัว เผย เหตุที่ไม่สั่งให้อพยพคนออกจากเรือ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้โดยสาร เนื่องจากสภาพทะเลไม่เอื้ออำนวย มีคลื่นแรงและน้ำเย็น ประกอบกับไม่มีเรืออพยพคน อีกทั้งตนเองไม่ได้เป็นคนบังคับเรือขณะเกิดปัญหา ขณะที่ผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนมัธยมได้ผูกคอตาย เพื่อแสดงความรับผิดที่พานักเรียน ๓๒๕ คนขึ้นเรือไปทัศนศึกษา ส่วนยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ ๓๒ คน สูญหายอีก ๒๗๐ คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมอายุ ๑๖ – ๑๗ ปี ที่อยู่ระหว่างไปทัศนศึกษา

๑๘. ขอบคุณผู้ว่าฯ ททท. ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์กอล์ฟสแควร์ โดย บิ๊กกัน กล่าวถึงการแข่งขันกอล์ฟรายการ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ – พีทีที เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ ๒๐๑๔ ว่าคึกคัก เปิดรับสมัครพร้อมกัน ๕ สนาม เต็มทุกสนาม เริ่ม
การแข่งขันวันที่ ๑๖ พฤษภาคมนี้ ณ สนามคัสคาด้ากอล์ฟคลับ โดยธนวัฒน์ ทรัพย์รุ่งเรือง จัดหนักครบวงจร พร้อมขอบคุณนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ผู้ว่าการ ปตท. ที่สนับสนุนสร้างสรรค์จรรโลงวงการกอล์ฟ

๑๙. เปิดตัวพันธมิตร ไทยรัฐ (หน้า ๔)

๒๐. เปิดตัวพันธมิตร เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ภาพข่าว : นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. และนายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย แถลงข่าวการเปิดตัวของกลุ่มพันธมิตรแบงคอก ริเวอร์ไซด์ มาร์เก็ตติ้ง เพื่อประชาสัมพันธ์พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่ท่องเที่ยว ณ โรงแรมแชงกรี – ลา

********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th


ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๗

๑. สุพรรณบุรีจัดงานท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๖)

๒. ททท. จัดงานใหญ่สุพรรณบุรี ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ร่วมกับ จังหวัดสุพรรณบุรี จัดงานมหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี และกระตุ้นให้คนไทยหันมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยจะแบ่งกิจกรรมเป็น ๓ รูปแบบคือ จัดแสดงดนตรี ให้ความรู้สถานที่ท่องเที่ยว และจัดซุ้มเล่นเกมส์ต่างๆ ให้ชิงรางวัล

๓. ‘มหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี’ เที่ยวสุขใจ ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เดลินิวส์ (หน้า ๔)

คอลัมน์เดลินิวส์วาไรตี้ สกู๊ปท่องเที่ยว โดย ทีมวาไรตี้ นำเสนอรายละเอียดแนะนำเที่ยวงานมหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อ หลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้กิจกรรมด้านบันเทิงและดนตรีเป็นสื่อกลาง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นการตอกย้ำโครงการ “หลงรักประเทศไทย” ของ ททท.
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ ททท. ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศ โดยพยายามมุ่งเน้นที่จะสรรค์สร้างคุณค่าต่างๆ ให้แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างแรงบันดาลให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น และสร้างปรากฏการณ์ทางความคิดแก่คนไทยทั้งประเทศ ให้เกิดความรัก หวงแหน และสร้างจิตสำนึกในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้สวยงามตลอดไป ถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นตามแคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” ภายใต้โครงการ “หลงรักประเทศไทย”

๔. ปลายทางยอดนิยมปี ๕๗ กรุงเทพธุรกิจ / เสาร์สวัสดี (หน้า ๗)

คอลัมน์สำนักข่าวดาวเหนือ โดย ชิชา นำเสนอผลการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจุดหมายปลายทางยอดนิยม ปี ๒๕๕๗ ของทริปแอดไวเซอร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ ๖ โดยไทยมีกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ติด ๒๕ อันดับแรกของโลก และ ๑๐ อันดับแรกของเอเชีย นอกจากนี้จุดหมายปลายทางจากภาคใต้ของไทย ครองครึ่งหนึ่งของ ๑๐ จุดหมายปลายทางยอดนิยมในไทย ขณะที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ยังคงครองอันดับ ๑ และ ๒ ของจุดหมายปลายทางยอดนิยมในไทย
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ระบุ ภูมิใจที่ได้รับรางวัลจุดหมายปลายทางยอดนิยมจากทริปแอดไวเซอร์ และหวังว่ารางวัลเหล่านี้จะแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ถึงจุดเด่นของไทยในฐานะประเทศที่คุ้มค่า และหลากหลาย ทั้งในด้านสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และทางวัฒนธรรม

๕. ททท.จัดงานกระตุ้นท่องเที่ยว สยามรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์ข่าวสั้น : นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. ได้ร่วมกับ วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย จัดงานมหกรรมอาหารระดับชาติในโครงการไทยแลนด์ สแปลซ แอนด์ สไปซ์ ๒๕๕๗ ปีที่ ๓ ตั้งแต่วันนี้ – ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ในโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมรายการมากกว่า ๑๔๕ แห่งในกรุงเทพฯ โดยมอบส่วนลดอาหารและที่พักราคาพิเศษให้กับผู้ถือบัตรวีซ่า

๖. เฮ ! สงกรานต์ปลุกชีพถนนข้าวสาร ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร เผยภาพรวมของถนนข้าวสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ๒๐% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นวันละ ๗๐ – ๘๐ ล้านบาท สวนกระแสยอดเข้าพักโรงแรม โดยนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเล่นน้ำมากที่สุด พร้อมเตรียมจัดโปรโมชั่นรับไฮซีซั่นชาวออสเตรเลีย รวมถึงเตรียมจัดงานในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีน โดยผู้ประกอบการและพนักงานที่ถนนข้าวสาร จะร่วมกันจัดขบวนพาเหรดในเทศกาลดังกล่าว และจะทำให้ถนนข้าวสารเป็นฮัลโลวีนของเอเชีย และจะมีการจัดกิจกรรมใหญ่ อีกครั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่ปลายเดือนธันวาคม

๗. ๗ วันอันตรายยอดตาย ๓๒๒ บาดเจ็บไม่ลด เหตุเมาแล้วขับยังเป็นอันดับ ๑ ปิกอัพซิ่งนรกสยองส่งท้าย !  ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๘. สรุป ‘สงกรานต์’ ๗ วัน ตาย ๓๒๒ ศพ ข่าวสด (หน้า ๑)

๙. แห่เที่ยววันไหลล้นถนนพัทยา ๗ วันดับ ๓๒๒ – รู้มือแทงน้องต๊อบ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๐. “สนธยา” เปิดงานวันไหลสีชัง / ประเพณีพี่น้องเกาะสีชัง บ้านเมือง (หน้า ๒)

หลายพื้นที่ยังคงจัดงานเทศกาลสงกรานต์ตามประเพณีท้องถิ่น อาทิ ที่ชายหาดเกาะขามใหญ่ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ได้เปิดงานวันไหลเกาะสีชังและอุ้มสาวลงน้ำ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก โดยมีนายสนธยา คุณปลื้ม ปฏิบัติหน้าที่ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน และนายดำรง เภตรา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะสีชัง นำประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ และอุ้มสาวลงน้ำกันอย่างสุภาพเรียบร้อยตามประเพณีท้องถิ่น
ส่วนที่ชายหาดพัทยา มีการจัดประเพณีวันไหลนาเกลือพัทยา โดยมีประชาชนจากทั่วสารทิศร่วมเล่นน้ำสงกรานต์จำนวนมาก ทำให้รถติดยาวหลาย กม. คาดปีนี้จะมีชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมสืบสานประเพณีกันอย่างเนืองแน่นเหมือนทุกปี
ด้านอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้จัดงานมหาสงกรานต์เมืองเชียงแสน เป็นวันสุดท้ายโดยมีชาวลาวเผ่าม้งนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงจากลาว เข้ามาเที่ยวเล่นสาดน้ำกันมากกว่าทุกวัน ทำให้ถนนเลียบลำน้ำโขงกลายเป็นถนนคนเดินไปโดยปริยาย
ส่วนที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง อำเภอเมืองหนองคาย ได้จัดพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ออกจากศาลาพลับพลาที่ประทับชั่วคราว แห่รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ ก่อนนำไปประดิษฐานในพระอุโบสถ หลังจากอัญเชิญลงมาให้ประชาชนสรงน้ำช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ถือเป็นการปิดฉากงานสงกรานต์อย่างเป็นทางการ และที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ได้เริ่มต้นงานเทศกาลสงกรานต์พระประแดงอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. ของวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๗ เป็นต้น
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปตัวเลขอุบัติเหตุในช่วง ๗ วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ว่า มีผู้เสียชีวิต ๓๒๒ ศพ บาดเจ็บ ๓,๒๒๕ ราย โดยจังหวัดนครราชสีมาครองแชมป์ ๑๔ ศพ สาเหตุส่วนใหญ่เพราะเมาแล้วขับ ส่วนเชียงใหม่ เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บสูงสุด

๑๑. อุ้มสาวลงน้ำ มติชนรายวัน (หน้า ๕)

๑๒. อุ้มสาว ข่าวสด (หน้า ๑)

ภาพข่าว : บรรยากาศงานเทศกาลอุ้มสาวลงน้ำ เนื่องในวันไหลเกาะสีชัง ณ บ้านเกาะขามใหญ่ อำเภอสีชัง จังหวัดชลบุรี

๑๓. อิสราเอลเตือนระวังก่อการร้าย ๖ จุดเสี่ยงกลางกรุง หลัง ตร.บุกจับอิซบอลเลาะห์ มีวัตถุอันตราย เดลินิวส์ (หน้า ๑)

สถานทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย ได้ส่งหนังสือถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. แจ้งข้อมูลเป้าหมายเพื่อให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ใน ๖ จุดพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าอาจจะมีการก่อเหตุก่อการร้าย ซึ่งเป็นจุดที่ชาวอิสราเอลพักอาศัยจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ถนนข้าวสาร หลังตำรวจบุกจับเครือข่ายอิซบอลเลาะห์ไว้ได้ ๒ คน และพบมีวัตถุอันตรายอยู่ในครอบครองด้าน ผบช.น. ได้สั่งให้เฝ้าระวังและเข้มงวดตามสถานที่สำคัญ ที่มีชาวอิสราเอลพักอาศัยอยู่จำนวนมาก อาทิ โบสถ์อิสราเอลในซอยรามบุตรี ย่านถนนข้าวสาร และตามที่พักโดยรอบ

๑๔. ออกหมายจับกัปตันเรือเฟอรี่มรณะ พร้อม ๒ ลูกเรือ ผช.ผอ.ห้อยคอ เสียใจ นร.ตาย ไทยรัฐ (หน้า ๑)

สำนักข่าวต่างประเทศยังคงติดตาม และรายงานข่าวปฏิบัติการค้นหาผู้โดยสารเรือเฟอร์รี่ “เซวอล” ที่ล่มบริเวณเกาะเชจู เกาหลีใต้ โดยการค้นหาเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีฝนตกและคลื่นลมแรง ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว ๒๘ ศพ ยังมีผู้สูญหายอีกราว ๒๗๐ คน และมีผู้รอดชีวิต ๑๗๙ คน จากจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด ๔๗๕ คน
ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ ได้เร่งสอบสวนหาสาเหตุเรือล่มอย่างรวดเร็ว โดยมีการเปิดเผยว่า เจ้าของเรือเพิ่งสั่งต่อเติมเรือดังกล่าวให้รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มอีกกว่า ๑๐๐ คน รวมถึงเตรียมออกหมายจับกัปตันเรือดังกล่าว พร้อม ๒ ลูกเรือที่รอดชีวิต นอกจากนี้ ได้เกิดเหตุ ผช.ผอ.โรงเรียนที่ รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผูกคอตาย คาดรู้สึกผิดและเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว

๑๕. เปิดสาขา สยามธุรกิจ (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายฉัตรป้อง ฉัตรภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย บนเกาะสมุย โดยมีนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมงาน

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

18/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๗

๑. มหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์ย่อข่าวเศรษฐกิจ : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ร่วมกับ จังหวัดสุพรรณบุรี จัดงานมหัศจรรย์สีสันสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ณ อุทยาน-มังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี

๒. ททท. ปั้นแพ็กเกจหรู ดึงไฮโซอาเซียนเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๒)

แหล่งข่าวจาก ททท. เปิดเผยว่า ททท. ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนสำรวจความต้องการสินค้าทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในกลุ่มเออีซี ๔ ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนในประเทศดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีจำนวน ๗.๗๔ ล้านคน หรือ ๙๐% ของกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในอาเซียนราว ๙ ล้านคน โดยต้องใช้งบประมาณ ๑๒๔.๖ ล้านบาท คาดจะสร้างรายได้ ๑,๓๐๖ ล้านบาท หรือมีความคุ้มค่าเงินลงทุน ๑๐.๔๘ เท่า

๓. หวั่นฟรีวีซ่าญี่ปุ่นดึงอินโดฯ – ฟิลิปปินส์หนีเที่ยวไทย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

นางจำนงค์ จุณณปิยะ ผอ.ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. ชี้ การประกาศฟรี วีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ของรัฐบาลญี่ปุ่น จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวทั้ง ๒ ประเทศ เดินทางมาไทยลดลงในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ ๕% รวม ๒ ประเทศกว่า ๒ หมื่นคน โดย ททท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนการตลาดรับมือ เชื่อจะส่งผลกระทบต่อไทยบ้าง โดยเฉพาะตลาดอินโดนีเซียซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง บรรยากาศภายในประเทศของไทย อาจทำให้กลุ่มนี้หลีกเลี่ยงมา
ด้านแอตต้าเผย ต้องติดตามสถานการณ์ประมาณ ๑ – ๓ เดือน เพื่อประเมินผลอีกครั้ง โดยต้องดูปัจจัย สายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะตอบรับมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นอาจไม่กระทบต่อตลาดไทยมากนัก เพราะเป็นนักท่องเที่ยวคนละตลาด และนักท่องเที่ยวทั้ง ๒ ประเทศ ยัง ไม่มีกระแสนิยมญี่ปุ่นเท่ากับคนไทย

๔. เทศกาลหนังต่างชาติปี ๒ ดันรายได้ทะยาน ๒,๕๐๐ ล. โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๙)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผย กรมฯ เตรียมจัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๙ เมษายนนี้ หลังประสบความสำเร็จจากการจัดงานปีแรก สามารถทำให้รายได้ในปี ๒๕๕๖ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๕ ถึง ๒๒% โดยจะจัดภายใต้แนวคิด Thailand – Take Two…Action ! ซึ่งนอกจากจะสื่อความหมายถึงการจัดงานครั้งที่ ๒ แล้ว ยังสื่อถึงการเดินหน้าทำงานเชิงรุก เพื่อต้องการเทศกาลนี้เป็นช่องทางเผยแพร่ศักยภาพของไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และความพร้อมด้านบริการถ่ายทำภาพยนตร์ในเมืองไทย ตั้งเป้าจะมีรายได้ ๒.๕ พันล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๕% จากปี ๒๕๕๖

๕. อพท. ปั้น ‘มัคคุเทศก์’ บูมเที่ยวมรดกโลกไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

อพท. เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงกับยูเนสโก ร่วมดำเนินโครงการพัฒนามัคคุเทศก์ท้องถิ่นเชี่ยวชาญมรดกโลกในพื้นที่พิเศษ ในรูปแบบแมทซิ่งฟันด์ภายใต้งบประมาณรวม ๓.๕ ล้านบาท ระยะเวลา ๒ ปี (๒๕๕๗ – ๒๕๕๘) เพื่อสร้างคนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ฝึกสอนมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “เทรน เดอะ เทรนเนอร์” นำร่องในพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบแท้จริง และเกิดความยั่งยืน และจะทำให้เกิดการบูรณาการระหว่างการอนุรักษ์มรดกโลก ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างรายได้กระจายสู่ท้องถิ่นผ่านการท่องเที่ยว

๖. ฟื้นหรือไม่ฟื้น...การท่องเที่ยวไทย  โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ (หน้า ๒)

คอลัมน์หุ้นส่วนประเทศไทย โดย ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโสฝ่ายการขายเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิจี้ นำเสนอภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในปี ๒๕๕๖ และแนวโน้มในปี ๒๕๕๗ โดยผู้เขียนเชื่อว่าแรงบวกจะเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวในเร็วๆ นี้ โดยคาดว่าน่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส ๓ และน่าจะเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส ๔ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น โดยมีปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวไทยคือ ตัวเลขทางเศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกาที่มีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ และมั่นคง ส่วนนักท่องเที่ยวทั้งในอาเซียนและทวีปเอเชีย ทั้งจีน อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย หรือตะวันออกกลาง จะกลับมาแน่นอน หลังสถานการณ์การเมืองของไทยคลี่คลายลง โดยเฉพาะนโยบาย ฟรีวีซ่าระหว่างไทยกับจีน หากไม่กังวลกับผลกระทบในอนาคต เชื่อว่าจะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยจำนวนมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะการประเมินผลดีและผลเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้เขียนได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องการใช้กลยุทธ์ด้านราคา ลดราคาห้องพักลงเพื่อชิงลูกค้าเข้าพัก พร้อมแนะผู้ประกอบการอย่าลดราคาแบบหน้ามืดตามมัว เพราะราคาโรงแรมของไทยถูกมาก ถูกกว่าแม้แต่ประเทศในกลุ่มอินโดจีน และยิ่งลดราคามากเท่าไหร่ ถนนที่จะเดินทางไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจโรงแรมจะยิ่งสั้นลง เพราะมีแต่ขาดทุน

๗. สัตหีบ – บางแสนคึกคักรับวันไหล ประกวดเจดีย์ทรายเส้นสุขุมวิทอัมพาต  ไทยรัฐ (หน้า ๑)

หลายพื้นที่ยังคงจัดงานสงกรานต์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก อาทิ ที่บางแสน ได้จัดงานวันไหลบางแสนเป็นวันที่ ๒ โดยมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัดตลอดถนนสุขุมวิท ตั้งแต่แยกอ่างศิลา จนถึงถนนชายหาดบางแสน ส่วนที่อำเภอสัตหีบ ได้มีการอัญเชิญพระพุทธ สิหิงค์มิ่งมงคล แห่รอบตลาดสัตหีบ เพื่อให้ประชาชนร่วมสรงน้ำพระ
ส่วนที่จังหวัดลำพูน ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งพระธาตุหริภุญไชย ในวัดพระธาตุ และพระนางจามเทวี ที่วัดจามเทวี ก่อนเดินทางกลับ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ส่วนที่วัดช้าง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ได้จัดงานสืบสานประเพณีวันสงกรานต์ โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย และที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดงานสงกรานต์มอญที่วัดวังก์วิเวการาม โดยมีคนไทยเชื้อสายมอญ และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ มาร่วมงานกว่า ๓ พันคน เป็นต้น

๘. สงกรานต์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๓)

คอลัมน์วิถีทัศน์ โดย เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร กล่าวถึงงานเทศกาลสงกรานต์ในปี ๒๕๕๗ ว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีแบบดั้งเดิมยังคงเลือนหายไป สงกรานต์ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านสีลมกลายเป็นเทศกาลโชว์กล้ามครั้งใหญ่ของกลุ่มชายรักชาย รวมถึงชาวเกย์ทั่วโลกที่ตั้งใจมาเที่ยวเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ทำให้ย่านสำคัญอย่างถนนข้าวสารเงียบเหงาไปพอสมควร ส่วนบรรยากาศในต่างจังหวัดยังคงเป็นเทศกาลสาดเลือดเช่นเดิม และดูเหมือนจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะที่บริเวณถนนข้าวตอก จังหวัดสุโขทัย
ชี้ เทศกาลสงกรานต์ในไทย แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสงกรานต์ที่พม่า ลาว หรือกัมพูชา ที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรม ขนบประเพณีแบบดั้งเดิม ที่ดูแล้วเย็นกาย เย็นใจ ทำให้จิตใจร่มเย็น พร้อมอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง ททท. กระทรวงวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการสภาพอันดีงามของประเพณีและวัฒธรรมให้คงอยู่ให้ได้ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจควรควบคู่กับการรักษาประเพณีอันดีงามไว้ ซึ่งจะช่วยคงเสน่ห์นี้ให้อยู่กับไทย แต่หากปล่อยให้เป็นไปจนอยู่ในสภาพที่เสี่ยงต่อการละเมิดศีลธรรมประเพณีอันดีงาม รับรองว่าอีกไม่นานคุณค่าของไทยที่โดดเด่นมาตลอดภูมิภาคนี้ จะถูกลดทอนไป

๙. ฟรีวีซ่าญี่ปุ่น  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

คอลัมน์เคลียร์ปมร้อน กล่าวถึงนโยบายฟรีวีซ่าให้กับคนไทย มาเลเซีย และอีก ๖๕ ประเทศ ของญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมาก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่นในปี ๒๕๕๖ เพิ่มขึ้นถึง ๖๑% เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๕ และเกิน ๑๐ ล้านคน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น
ในส่วนของไทย ทีทีเอเอรายงานว่า หลังญี่ปุ่นฟรีวีซ่าให้กับคนไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๖ ทำให้คนไทยเดินทางเที่ยวญี่ปุ่น ๔ – ๔.๕ แสนคนต่อเดือน และช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ เมษายน ที่ผ่านมา คนไทยซื้อแพ็กเกจทัวร์เส้นทางญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ๕ เท่า หรือประมาณ ๑ แสนคน
ล่าสุดสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นเตรียมออกนโยบายฟรีวีซ่าให้กับอีก ๓ ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง โดยหวังว่านโยบายนี้จะผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวให้ได้ถึง ๒๐ ล้านคนต่อปี ซึ่งคงต้องจับตาดูต่อไปว่าจะส่งผลกระทบต่อไทยมากน้อยเพียงใด


๑๐. ปั้นไทยเป็นฮับถ่ายทำภาพยนตร์ แนวหน้า (หน้า ๑๗)

คอลัมน์คุณแหน โดย ภิญญ์สิรี กล่าวถึงนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า กำลังเดินหน้าโปรโมตไทยให้เป็นฮับของการถ่ายทำภาพยนตร์ เหมือนกับนิวซีแลนด์ที่ทำสำเร็จมาแล้ว ส่วนปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ Lost in Thailand สร้างความปั่นป่วนให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น ผู้บริหารไทยใจเย็น มองวิกฤติเป็นโอกาส

๑๑. จับตา ‘ไวรัสเมิร์ส’ ทุก รพ. เข้มคนกลับ ปท. ระบาด – มาเลย์สังเวย ๑ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวังผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส “เมิร์ส” หลังสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ประกาศแจ้งเตือนคนไทยในภาคตะวันตกของซาอุดิอาระเบีย ดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๒ หรือเมิร์สคอฟ เนื่องจากพบการแพร่ระบาดของโรคนี้ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซาอุดิอาระเบีย ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๕ และเริ่มพบผู้ป่วยในเมืองเจดดาห์ ในเขตภาคะวันตกของประเทศ
โดยจะเน้นกลุ่มที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศที่พบผู้ป่วยหรือเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศที่พบผู้ป่วย เผย สธ. ได้ตื่นตัวเฝ้าระวังโรคนี้หลังเริ่มมีรายงานพบผู้ป่วยเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๕ ส่วนสถานการณ์ล่าสุด ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องใน ๑๑ ประเทศ โดยองค์การอนามัยโลกรายงาน ณ วันที่ ๑๖ เมษายน ที่ผ่านมาว่า พบผู้ป่วยยืนยัน ๒๓๘ ราย เสียชีวิต ๙๒ ราย

๑๒. แฉเหตุเฟอรี่รี่ล่ม เจอลมพัดกระหน่ำ คลื่นแรงทะเลขุ่นช่วยชีวิตลำบาก ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ความคืบหน้าเหตุการณ์เรือเฟอร์รี่ “เซวอล” ของเกาหลีใต้ล่ม เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต แต่มีอุปสรรคใหญ่คือน้ำทะเลไหลเชี่ยว ทำให้ปฏิบัติการกู้ภัยและการค้นหาผู้รอดชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของพ่อแม่ของนักเรียนที่ประสบภัย ที่เห็นว่าการช่วยเหลือของทางการยังไม่เต็มที่และไม่ดีพอ ล่าสุดสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารเรือได้แล้วกว่า ๑๐๐ คน และยังจมน้ำสูญหายอีกจำนวนมาก ส่วนสาเหตุที่ทำให้เรือจมเบื้องต้นคาดว่า เป็นเพราะกระแสลมแรงพัดจนเรือแล่นออกนอกเส้นทาง และตู้คอนเทนเนอร์ไหลมารวมกัน จนทำให้เรือเอียงล่มกลางทะเล ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

๑๓. ร่วมบรรยายพิเศษ ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๒๑)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ให้เกียรติร่วมงานและบรรยายพิเศษเนื่องในโอกาส แอตต้าจัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๖ โดยมีนายกแอตต้า และคณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น ๖ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ

*********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

17/4/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗

๑. ‘พาต้า’ ชี้เทรนด์ท่องเที่ยว ๕ ปี ตลาดไทยโตเหนือภูมิภาค กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอรายงานการคาดการณ์นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังเอเชียแปซิฟิก ในช่วง ๕ ปี ระหว่างปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑ ของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) โดยยังจัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านการท่องเที่ยวสูงสุด ในอัตราเฉลี่ย ๒๗.๕% ต่อปี และเป็นหนึ่งในประเทศที่ขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ ๖.๒% ต่อปี
โดยปี ๒๕๖๑ คาดว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีนักท่องเที่ยวถึง ๖๖๐ ล้านคน และในอีก ๕ ปีข้างหน้า ไทยจะมีโอกาสจะต้อนรับนักท่องเที่ยวสูงถึง ๗๙.๖ ล้านคน ทำรายได้จากตลาดต่างประเทศ ๕.๕๕ หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ ๔ รองจากจีน อเมริกา และมาเก๊า โดยรัสเซีย ถือเป็นตลาดเป้าหมายที่จะเข้ามาท่องเที่ยว และ ๑ ใน ๓ จุดหมายยอดนิยมที่สุดของรัสเซียคือ ไทย จีน และกัมพูชา และนอกเหนือจากไทยแล้ว ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวในสัดส่วนสูงในอีก ๕ ปีต่อจากนี้คือ มาเลเซีย คาดว่าจะรับชาวต่างชาติถึง ๓๐.๗ ล้านคน สิงคโปร์ ๑๘.๗ ล้านคน อินโดนีเซีย ๑๐.๗ ล้านคน กัมพูชา ๘.๒ ล้านคน และลาว ๗.๒ ล้านคน ขณะที่จีน ยังเป็นแหล่งส่งออกนักท่องเที่ยวให้ประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกมากที่สุด คาดจะสูงถึง ๑๘๑.๖ ล้านคนในปี ๒๕๖๑ และนิยมเดินทางมาไทย และฮ่องกง มากที่สุด เช่นเดียวกับอินเดีย ที่จะเดินทางมาในภูมิภาคถึง ๗.๙ ล้านคนในอีก ๕ ปี และเลือกไทยเป็นจุดหมายที่นิยม คู่กับสิงคโปร์
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ยังคงตั้งเป้าหมายตลาดจีนมาไทยเติบโตถึง ๑๔.๘๙% เป็น ๕.๔ ล้านคน โดยเชื่อว่าเมื่อประเมินปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศที่เคยกังวลก่อนหน้านี้ ไม่น่าจะมีผลต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวมากนัก ประกอบกับการได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งอาจเปลี่ยนจุดหมายจากประเทศเพื่อนบ้านมาไทย ทำให้มั่นใจว่ายังสามารถ “ตีตื้น” ตลาดนี้ขึ้นมาได้ในช่วง ๒ ไตรมาสสุดท้าย เพราะธรรมชาติของตลาดจีน แม้จะอ่อนไหวต่อการเมือง แต่ก็สามารถตัดสินใจกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

๒. สงกรานต์พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ไทยรัฐ (หน้า ๑๒)

คอลัมน์แวดวงรอบกรุง โดย ฤกษ์ฤทธิ์ ระบุว่า น่าดีใจแทนนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ที่การจัดงานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ใน ๑๓ พื้นที่หลักในปีนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมงานจนแน่นขนัด ส่งผลให้มีกระแสเงินจากการจับจ่ายสะพัด ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ซบเซาจากวิกฤติการเมืองได้ช่วงหนึ่ง

๓. เยอรมันเที่ยวไทยแซงจีน คาดปีนี้แตะ ๗.๔๔ แสนคน เดลินิวส์ (หน้า ๗)

น.ส.สุปราณี ป้องปัด ผอ.ททท.สนง.แฟรงก์เฟิร์ต เผย ขณะนี้นักท่องเที่ยวเยอรมันที่ออกไปเที่ยวนอกประเทศ ได้เดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ ๑ แซงหน้าจีนที่เคยเป็นประเทศหลักที่ชาวเยอรมันเดินทางไปมากที่สุด ส่วนใหญ่นิยมเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใกล้ชายทะเล อาทิ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต พังงา กระบี่ ฯลฯ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเยอรมันเดินทางมาเที่ยวไทยสูงถึง ๗๔๔,๓๖๓ คน หรือเพิ่มขึ้น ๓%
ด้านนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อทัวร์แล้วไม่สามารถไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ซื้อไว้นั้น แล้วให้กระทรวงฯ ทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ ยื่นแจ้งความต่อตำรวจแทนประชาชนที่ถูกหลอก และดำเนินการเป็นเจ้าทุกข์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมสั่งให้กระทรวงฯ ไปขยายขอบข่ายการประกันภัยนักท่องเที่ยวที่เป็นคนไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง จากเดิมจะคุ้มครองเฉพาะชาวต่างชาติ เพื่อความเป็นธรรมให้กับคนไทย

๔. ท่องเที่ยวไตรมาสแรกลดลง คาดเริ่มฟื้นตัวหลังสงกรานต์ แนวหน้า (หน้า ๑๑)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยสถานการณ์นักท่องเที่ยวในช่วง ๓ เดือนแรกปี ๒๕๕๗ ว่า มีจำนวน ๖,๕๙๘,๒๔๐ คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๖ จำนวน ๔๐๙,๖๖๔ คน หรือลดลง ๕.๘๕% สร้างรายได้ประมาณ ๓๑๐,๘๔๘.๓๙ ล้านบาท ลดลง ๑๓,๐๒๗.๓๓ ล้านบาท หรือลดลง ๔.๐๒% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี ๒๕๕๖
โดยพบว่าในภาพรวมลดลงเกือบทุกตลาด อาทิ ญี่ปุ่น ลดลง ๒๖.๑๑% มาเลเซีย ๒๐.๓๒% สหราชอาณาจักร ๑๓.๑๔% จีน ๑๑.๐๖% เยอรมนี ๑๐.๙๘% อเมริกา ๗.๒๖% เป็นต้น แต่คาดว่าหลังเทศกาลสงกรานต์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวไทยมากขึ้น ชี้ เหตุที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เป็นผลมาจากการยกเลิกการเดินทางเข้าไทยของบริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศก่อนยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะดีขึ้นในช่วงไตรมาส ๒ ปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ทางการจีนอนุญาตให้ชาวจีนสามารถเดินทางออกนอกประเทศเพื่อขอ Visa On Arrival ที่ประเทศปลายทางได้แล้ว

๕. ธุรกิจห่วงขัดแย้งการเมือง ฉุดเศรษฐกิจโตต่ำกว่า ๑% กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

หอการค้าไทยประเมินว่า การส่งออกและการท่องเที่ยว ทิศทางยังดี ยังไม่ติดลบ แต่ไม่ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามเป้าหมาย เหตุปัจจัยการเมืองกดดัน ส่งผลให้การลงทุน และการใช้จ่ายชะลอตัว หวั่นเป็นสัญญาณอันตรายกดจีพีดีโตต่ำกว่า ๑% ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองการเมืองส่งผลแรงต่อเศรษฐกิจ ใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย พร้อมหวังว่าครึ่งปีหลังการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจต่างประเทศฟื้น แต่ต้องระวังเงินเฟ้อเพิ่ม
ส่วนนายกอบศักดิ์ ภูตระกุล ผช.ผจญ.ธนาคารกรุงเทพ คาดว่า หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจแล้วจะเติบโตได้ ๒ – ๓% และการส่งออกขยายตัว ๕ – ๗% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ชี้ เศรษฐกิจไทยไม่ถึงขั้นป่วยหนัก เห็นได้จากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เมื่อการชุมนุมทางการเมืองย้ายออกไป กำลังซื้อของคนไทยกลับมาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งผลจากการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศ-สุวรรณภูมิ กลับมาเป็นบวก ขณะที่การเดินหน้าประกาศตั้งบอร์ดบีโอไอ ก็จะเป็นการปลดล็อกทางเศรษฐกิจได้อีกระดับหนึ่ง แม้ไม่สามารถปลดล็อกทางการเมืองได้

๖. ปิดฉากวันหยุดยาว แห่กลับแน่นขนส่ง วันไหลบางแสนคึก ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๗. ส่งท้ายสงกรานต์แห่กลับ กทม. รถไฟ – บจส. แน่น ไหลบางแสนคึก ๕ วันยอดดับ ๒๔๘ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๘. ๗ วันอันตรายห้าวันดับ ๒๔๘ ราย โจ๋แห่สาด ‘บางแสน – พระประแดง ‘  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๙. ทะลักกรุงถนนทุกสายหนึบ ๕ วันตายแล้ว ๒๔๘ คน งานไหลบางแสนคึก ร้องแท็กซี่โกงค่ารถ บ้านเมือง (หน้า ๑)

๑๐. ถนนเลียบหาดบางแสนแน่น แนวหน้า (หน้า ๕)

เทศกาลสงกรานต์ในหลายพื้นที่ผ่านพ้นไปแล้วด้วยความสนุกสนาน ขณะนี้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรในถนนสายหลักติดขัด ขณะที่ขนส่งจังหวัดได้วางมาตรการเพิ่มความสะดวกให้กับผู้เดินทาง โดยจัดรถเสริมและเพิ่มเที่ยววิ่ง เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง ขณะที่บางพื้นที่ยังคงจัดกิจกรรมในงานเทศกาลสงกรานต์
อาทิ ที่ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ได้จัดงานเทศกาลวันไหล ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวกว่า ๓ กม. ภายในงานจะมีการแข่งขันก่อพระทรายริมชายทะเล ชิงเงินรางวัลและถ้วยรางวัลเกียรติยศ รวมทั้งได้มีการจัดเต็นท์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมการละเล่นพื้นบ้าน และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดารา รวมถึงการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าตลอดแนวชายหาดเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชม ชิม ช็อป ตลอดสองวันของเทศกาลวันไหล และที่ถนนข้าวหมูแดง จังหวัดนครปฐมยังคงเปิดถนเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก
ส่วนที่ตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง ได้จัดประเพณีเกาะสีชัง ระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๙ เมษายน ๒๕๕๗ โดยมีไฮไลต์ในวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๗ ซึ่งจะมีประเพณีอุ้มสาวลงน้ำที่เกาะ ขามใหญ่ ด้านเมืองพัทยา ได้จัดงานประเพณีวันไหลนาเกลือ ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์ นาเกลือ และวัดชัยมงคลพระอารมหลวง พัทยาใต้ และประเพณีกองข้าว ในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗ ที่สวนสาธารณะลานโพธิ์
ส่วนที่ตำบลท้ายเกาะ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ได้จัดพิธีแห่หางหงส์ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวมอญ เพื่ออนุรักษ์ประเพณี โดยกำหนดจัดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ และจะนำหางหงส์ไปแขวนที่วัดท้ายเกาะ และที่วิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ประชาชนยังเดินทางไปกราบนมัสการพระพุทธชินราช พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นต้น
สมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร ได้เผยภาพรวมการจัดงานสงกรานต์ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ ว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์วันละไม่ต่ำกว่า ๔ หมื่นคน ส่งผลให้การดูแลได้ทั่วถึง ไม่แออัด คาดจะเงินสะพัดวันละ ๔๐ – ๕๐ ล้านบาท และตลอดการจัดงาน ๔ วัน มีเงินสะพัดราว ๒๐๐ ล้านบาท
น.ส.อโนมา วงษ์ใหญ่ ผอ.ททท.สนง.ภูเก็ต เผยภาพรวมการท่องเที่ยวภูเก็ตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนไทย และจากการสอบถามผู้ประกอบการโรงแรมทั้งบริเวณชายหาดและตัวเมือง พบว่าการจองห้องพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ ๘๐ – ๙๐% โดย ททท. คาดว่าในช่วงหนึ่งสัปดาห์ของเทศกาลสงกรานต์ จะมีเงินสะพัดในภูเก็ตไม่ต่ำกว่า ๒ – ๓ พันล้านบาท
ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๕๗ ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วง ๕ วันของการรณรงค์ว่า ผู้เสียชีวิตรวม ๒๔๘ ราย ลดลงจากปีที่ผ่านมา ๘ ราย มีผู้บาดเจ็บรวม ๒,๖๔๓ ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และเชียงใหม่

๑๑. เชียงใหม่ต้านนักท่องเที่ยวจีน โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย : เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ของฮ่องกง ได้รายงานเกี่ยวกับกระแสความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ของนักท่องเที่ยวจีน ตามรอยหนังเรื่อง ลอสต์ อิน ไทยแลนด์ โดยได้รายงานปฏิกิริยาของประชาชนและนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีต่อนักท่องเที่ยวจีนว่า ไม่ค่อยดีนัก และเริ่มมีกระแสการต่อต้านนักท่องเที่ยวจีนของคนท้องถิ่นบ้างแล้ว
นอกจากนี้ เซาท์ไชน่าฯ ได้นำเสนอผลสำรวจของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สอบถามประชาชนชาวเชียงใหม่ราว ๒.๒ พันคน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบว่า ๘๐% รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีน ในแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ต่างๆ ของจังหวัด

๑๒. ดีเดย์เคลื่อนทัพ ย้ำภารกิจสุดท้าย ! ทบ.โต้ปฏิวัติ ๑๙ เม.ย. ผุดกองทุนล่าหมิ่น / สุเทพสั่ง กปปส. ๑,๘๐๐ เครือข่ายพร้อม – ระดมใหญ่ใน ๓ – ๕ วัน คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นัด กปปส. ๑,๘๐๐ เครือข่าย เตรียมพร้อมสู้ศึกภารกิจสุดท้าย แต่ยังไม่กำหนดวัน โดยให้รอสัญญาณภายใน ๓ – ๕ วัน ด้านกองทัพปฏิเสธกระแสข่าวจะมีการปฏิวัติในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๗ ด้าน ศอ.รส. แจงกรณีเชิญปลัดทุกกระทรวงมาหารือในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ ว่า เป็นเพียงการขอความร่วมมือ แต่หากไม่มา ก็ไม่มีโทษ

๑๓. เรือเฟอร์รี่เกาหลีใต้ล่ม ๔๕๙ ชีวิตจมดิ่งลงทะเล สูญหาย ๓๐๐ ตายแล้ว ๔ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือเฟอร์รี่ล่มนอกชายฝั่งเกาหลีใต้ พร้อมผู้โดยสารทั้งสิ้น ๔๕๙ ชีวิต คาดเกยกองหินใต้น้ำจนทำให้เรือรั่ว เผย ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่เดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังระดมให้ความช่วยเหลือ ล่าสุดสามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ ๑๖๔ คน สูญหายเกือบ ๓๐๐ คน และเสียชีวิตแล้ว ๔ คน คาดจำนวนผู้เสียชีวิตอาจมีมากกว่านี้

**********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th