ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

28/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. ปรับโฉมเว็บไซต์ ผุด ‘มายไทยแลนด์’ บูมท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๘)

คอลัมน์ Media Hit นำเสนอรายละเอียดของเว็บไซต์ “มาย ไทยแลนด์” เครื่องมือในการ ทำตลาด และเข้าถึงพฤติกรรมกลุ่มนักท่องเที่ยวของ ททท. โดยเป็นระบบปฏิบัติการที่ช่วยติดตาม และจัดเก็บข้อมูลของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวไทย เพื่อนำมาประมวลผลและดึงข้อมูลท่องเที่ยวขึ้นมานำเสนอในการชมเว็บไซต์ครั้งต่อไป ซึ่งจะช่วยให้เกิดการตอบสนองที่ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยจะเริ่มเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ และในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ ททท. เตรียมเปิดตัวเว็บไซต์โฉมใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ภายใต้โดเมนหลัก www.tourismthailand.org วางเป้าหมายใช้เป็นเครื่องมือการตลาด ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

๒. จัดงานดึงเวียดนามช้อปในไทย เดลินิวส์ (หน้า ๑๕)

เมื่อวันที่ ๒๖ - ๒๗ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ททท. ได้ร่วมกับ สายการบินแอร์เอเชีย จัดงาน “ไทยแลนด์ ช็อปปิ้ง พาราไดซ์ กับแอร์เอเชีย” ที่ลานชั้น ๑ ห้างอิออน นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวเวียดนามที่มีกำลังซื้อ และนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ให้เข้ามาเที่ยวไทยในช่วงกรีนซีซั่น โดยมี น.ส.พรรณพิมล สุวรรณพงศ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์, นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และนายสันติสุข คล่องใช้ยา ผอ.ฝ่ายการบินพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ร่วมเปิดงาน คาดว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาไทยจำนวนมาก

๓. คุ้มเข้มเบตงช่วงฮารีรายอ ‘มาเลย์ – สิงคโปร์’ แห่เที่ยว ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๔)

๔. หมายจับคาร์บอมบ์ เค้น ๒ ต้องสงสัย มั่นใจรวบยกทีม ขอ ๓๐ ล.เยียวยา คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๕. ฉลองฮารีรายอคึก ‘หาดใหญ่’ ห้องเต็ม สั่งจับตาคาร์บอมบ์ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๖. การข่าวอ้างบึ้ม ‘เบตง’ ใบสั่งจากต่างประเทศ หอการค้าเตรียมฟื้นฟู เรียกเชื่อมั่น – ท่องเที่ยว แนวหน้า (หน้า ๑)

๗. ด่านสะเดาคึก ต่างชาติเที่ยวไม่หวั่นโจรใต้ บ้านเมือง (หน้า ๑)

๘. บึ้มเบตงไม่สะเทือนฮารีรายอ มาเลย์แห่เข้าหาดใหญ่ยอดจองพุ่ง ตร. – ทหารตรวจเข้มตลอด ๒๔ ชม. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

ตำรวจได้ออกหมายจับ ๒ คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุคาร์บอมบ์หน้าโรงแรมฮอลิเดย์ ฮิลล์ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมมั่นใจจะจับได้ทั้งทีม ด้านนายเดช สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับผลกระทบรวมกว่า ๓๐ ล้านบาท พร้อมได้ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมเอกสารหลักฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อยื่นต่อ ศอ.บต. และ คสช. ขออนุมัติงบประมาณเร่งด่วน เนื่องจากเกินวงเงินงบประมาณของจังหวัด รวมทั้งเชิญชวนให้คนไทยเข้ามาเที่ยวอำเภอเบตง เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาเพียง ๑ เดือน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวก็จะฟื้นตัว ส่วนด้านทหาร ประชาชน และมูลนิธิต่างๆ ได้ร่วมกันทำความสะอาดและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เสียหาย เพื่อต้อนรับเทศกาลฮารีรายอ
นายสกุล เล็งลัคน์กุล รองประธานหอการค้าจังหวัดยะลา เผย แม้นักท่องเที่ยวบางส่วนยกเลิกห้องพัก แต่ยังมีการเดินทางเข้ามาตามปกติ แบบเช้ามาเย็นกลับ วันละกว่า ๑ พันคน ซึ่งไม่ได้ลดลงมาก เพราะต่างชาติทราบดีว่าในพื้นที่เป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ทางหอการค้าจังหวัดได้มีโครงการฟื้นฟู โดยจะร่วมกับผู้ประกอบการสร้างบรรยากาศคลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างสบายใจมากขึ้น
ส่วนบรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ และชาวไทยมุสลิม ที่เดินทางข้ามพรมแดนเข้ามาร่วมฉลองเทศกาลฮารีรายอ จนเจ้าหน้าที่ ตม.สะเดา ต้องเพิ่มช่องตรวจหนังสือเดินทาง เพื่ออำนวยความสะดวก และระบายนักท่องเที่ยวออกจากด่านให้เร็วที่สุด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ด้านมณฑลทหารบกที่ ๔๒ ค่ายเสนาณรงค์ ได้จัดกำลังทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว ร้อย ร.อโณทัย ๓ สนธิกำลังกับตำรวจท่องเที่ยวและอาสาสมัคร ดูแลย่านการค้าและการท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่ตลอด ๒๔ ชม. เนื่องจากเป็น ๑ ใน ๖ หัวเมืองหลักภาคใต้ตอนล่าง ที่มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงส่งท้ายเดือนรอมฎอน
ส่วนบรรยากาศที่ด่านชายแดนอำเภอสุไหงโก – ลก จังหวัดนราธิวาส แรงงานไทยในมาเลเซีย กลับมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอกับครอบครัวจำนวนมาก รวมถึงชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาซื้อเครื่องแต่งกายมุสลิมในตลาดสดเทศบาลเมืองสุไหงโก – ลก ด้านประธานชมรมโรงแรมอำเภอสุไหงโก – ลก เผย ยังไม่มีรายงานการยกเลิกการจองห้องพักของนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลุ่มหลักคือ กลุ่มจากรัฐกลันตัน ตรังกานู ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลฮารีรายอ จะมีแรงงานไทยที่ทำงานในมาเลเซีย และชาวมาเลเซียนับแสนคนเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะไม่คึกคักเท่ากับก่อนเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในปี ๒๕๔๗ แต่ก็สามารถสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวได้มากกว่าช่วงปกติ
นายอาหมาน หมัดอาดัม ผอ.ททท.สนง.นราธิวาส เผย ปีนี้มีแนวโน้มว่าการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลฮารีรายอจะซบเซากว่าปีที่ผ่านมากว่า ๒๐% โดยเฉพาะในอำเภอสุไหงโก – ลก และเขตอำเภอเมืองของทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้นเบตง ที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากกระแสความนิยมบริโภคทุเรียนอำเภอเบตง แต่หลังเกิดคาร์บอมบ์เชื่อว่าจะลดลง ประกอบกับประเทศเพื่อนบ้านประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ขาดสภาพคล่อง ส่วนหนึ่งจึงท่องเที่ยวในประเทศแทนการไปต่างประเทศ คาดเทศกาลฮารีรายอปีนี้จะมีเงินสะพัดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ราว ๔๐ ล้านบาท
นายสมชาติ พิมพ์ธนพูนพร ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมจังหวัดสงขลา เผย ภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลาคึกคัก นักท่องเที่ยวยังมั่นใจในความปลอดภัย แม้จะเกิดความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่อำเภอเบตง ขณะนี้ห้องพักในอำเภอหาดใหญ่ ถูกจองแล้ว ๙๐% จากห้องพักทั้งหมด ๑.๓ หมื่นห้อง คาดว่าช่วงเทศกาลฮารีรายอจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวพักผ่อนในจังหวัดสงขลา ไม่ต่ำกว่า ๒ – ๓ หมื่นคน

๙. คุมเข้มหาดใหญ่ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

ภาพข่าว : ทหารจากมณฑลทหารบกที่ ๔๒ ค่ายเสนาณรงค์ ได้จัดกำลังทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าดูแลความปลอดภัยย่านการค้าและการท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่ตลอด ๒๔ ชม. เนื่องจากเป็น ๑ ใน ๖ หัวเมืองหลักภาคใต้ตอนล่าง ที่มีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงส่งท้ายเดือนรอมฎอน

๑๐. รถไฟท่องเที่ยวน้ำตกตกรางที่บ้านโป่ง เจ็บ ๒ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

๑๑. รถไฟท่องเที่ยวระดับ ๕ ดาวตกราง เดลินิวส์ (หน้า ๑๑)

เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถไฟขบวนพิเศษสายสิงคโปร์ – กัวลาลัมเปอร์ – บัตเตอร์เวอร์ธ – กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวระดับหรู มุ่งหน้าพานักท่องเที่ยวต่างชาติ ๘๐ คน ไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแควและน้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ตกรางที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ๒ ราย คาดว่าสาเหตุเกิดจากก่อนหน้านี้ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ดินที่อยู่ใต้รางยุบตัว และหมอนไม้ที่รองมีสภาพเก่าผุหักจนรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้รางรถไฟแยกออกจากกัน เป็นเหตุให้รถไฟตกราง

๑๒. รถไฟหรูตกราง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

ภาพข่าว : รถไฟขบวนตู้นอนพิเศษ Fastern Oriental Express สายสายสิงคโปร์ – กัวลาลัมเปอร์ – บัตเตอร์เวอร์ธ – กรุงเทพฯ บรรทุกนักท่องเที่ยว ๘๐ คน มุ่งหน้าสู่น้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ตกรางที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ๒ ราย คาดว่าเกิดจากดินยุบตัว ทำให้รางรถไฟแยกออกจากกัน

๑๓. รถไฟเพิ่งตื่นทำประกันภัย / คุ้มอุบัติเหตุ – ถูกฆาตกรรม / ดึงเชื่อมั่น – ของขวัญปีใหม่ เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๑๔. รถไฟทำประกันดูแลผู้โดยสาร ดีเดย์ช่วงปีใหม่ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

รฟท. เตรียมทำประกันให้กับผู้โดยสาร และพนักงาน รฟท. เพื่อให้ความคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินแก่ผู้ใช้บริการ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการ โดยจะทำประกัน ๒ ชนิดคือ ประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างข้อกำหนด และขอบเขตงานในการซื้อประกันภัย คาดว่าจะร่างทีโออาร์แล้วเสร็จและเสนอให้บอร์ด รฟท. พิจารณาได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ หากบอร์ดเห็นชอบจะเปิดประกวดราคา เพื่อคัดเลือกบริษัทประกันภัยให้แล้วเสร็จภายใน ๔ เดือน และคาดว่าจะเริ่มคุ้มครองในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ที่มอบให้กับประชาชน
ยืนยัน การทำประกันภัยในครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อราคาตั๋วโดยสารรถไฟขบวนเชิงสังคม และรถไฟฟรี แต่จะมีผลต่อราคาตั๋วโดยสารรถไฟขบวนพาณิชย์ ได้แก่ ขบวนรถด่วน และรถเร็ว ซึ่งอาจต้องปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสารบ้าง แต่ไม่มาก

๑๕. เปลี่ยนกฎ ‘วีซ่ารัน’ ดาบสองคมของไทย โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย รายงานถึงการเปลี่ยนกฎระเบียบใหม่ เรื่องการขยายเวลาในการขอวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทย โดยมิให้ด่านชายแดนมีการอนุญาตให้ออกและเข้าเมืองในลักษณะ วีซ่ารัน เพื่อให้ได้รับสิทธิในการอยู่ในราชอาณาจักรต่อเนื่องด้วยเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่การท่องเที่ยว เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติส่วนหนึ่งอาศัยช่องทางในการเข้าออกหลายครั้ง ลักลอบทำงานแบบผิดกฎหมาย โดยจะเริ่มเข้มงวดหลังวันที่ ๑๒ สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป
ต่อเรื่องดังกล่าว พนมเปญ โพสต์ สื่อของกัมพูชามองว่า กฎระเบียบใหม่ของไทยนี้น่าจะส่ง ผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของไทยเอง และน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เพราะนักท่องเที่ยวอาจหันมาท่องเที่ยวทำธุรกิจกับประเทศที่ให้วีซ่าในระยะยาวแทน
พร้อมกับเชื่อว่า หลังสมาชิกในอาเซียนเข้าสู่เออีซี ชาวต่างชาติที่ประกอบบางอาชีพในไทย อาทิ อาจารย์สอนภาษา ครูฝึกดำน้ำ หรือผู้ที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวในไทย น่าจะได้รับผลกระทบ รวมถึงการท่องเที่ยวไทยก็จะได้รับผลกระทบด้วย เพราะเรื่องดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ได้ให้ความเห็นเพิ่มด้วยว่า ไทยยังขาดเรื่องการตรวจลงตราประเภทวัฒนธรรมที่อนุญาตให้เยาวชนและนักวิจัย สามารถเดินทางเพื่อศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นของไทยได้ พร้อมสรุปปิดท้ายว่า เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งที่ทางการไทย จะมุ่งสนใจเพียงแต่เรื่องปัญหาภายในที่เกิดขึ้น โดยเพิกเฉยต่อนานาชาติหรือการรวมตัวกันของประชาคมอาเซียนในอนาคต จนทำให้เพื่อนบ้านมีเสน่ห์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว และนักลงทุนจากต่างชาติได้ดีกว่า

๑๖. อุ่นใจ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๒๐)

ภาพข่าว : เมืองไทยประกันภัย ร่วมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาไทย ด้วยการร่วมกับ ททท. พร้อมรับประกันการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านระบบออนไลน์ ด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง ๖๕๐ บาท

**********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. มาตรการคืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยว ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐาน โดย พริกกะเหรี่ยง กล่าวถึงมาตรการคืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยว โดย ททท. เตรียมประชาสัมพันธ์เรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน เพื่อใช้เป็นจุดขาย ดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทย แม้ว่าตัวเลขสิ้นปีนี้จะไม่เข้าเป้า แต่ทัวร์จีนยังมีสิทธิ์ลุ้น ๓ ล้านคนเศษ นอกจากนี้ ททท. ได้ร่วมกับผู้ประกอบการย่านราชประสงค์จัดงาน “Thailand Happiness : Street Festival” คืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยว และเผยแพร่ให้ทั่วโลกเห็นว่า เมืองไทยปลอดภัย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว เชื่อปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้ายอดจองห้องพักโรงแรมจะดีขึ้นตามลำดับ โดยผู้เขียนมองว่า หากให้จะให้ดีขึ้น ก็ต้องยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึก
ล่าสุด ททท. ได้ร่วมกับบริษัทประกันภัย จัดทำโครงการประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คุ้มครองหัวละ ๑ ล้านบาท มาเป็นจุดขาย เน้นความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจากอุบัติเหตุ ลักทรัพย์ จนถึงเครื่องบินล่าช้า ซึ่งตลาดยุโรปสนใจกันมาก เพราะเป็นพวกเซฟตี้เฟิสต์ อีกทั้งเบี้ยประกันภัยเพียง ๖๕๐ บาท และเชื่อว่านับจากนี้คงมีอีกหลายมาตรการที่จะหยิบยกมาคืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยว

๒. เที่ยวเมืองไทย สัมผัสด้วยใจ และปลายนิ้ว ไทยรัฐ (หน้า ๒๐)

คอลัมน์โสมชบาเชิญสัมผัสของว่างวันอาทิตย์ โดย โสมชบา กล่าวถึงโครงการเที่ยวเมืองไทย สัมผัสด้วยใจ และปลายนิ้ว ของ ททท. ซึ่งได้รับคำชมเป็นอย่างมากว่า สร้างกุศลครั้งใหญ่ ช่วยให้คนที่มองไม่เห็น ได้เที่ยวเมืองไทย โดยจัดทำคู่มือท่องเที่ยวในรูปแบบอักษรเบรลล์ เป็น ๔ ภาค เสร็จแล้ว ๒ ภาคคือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ๒๖ จังหวัด และภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด รวมถึงได้มอบให้ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอด สามพราน และโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ไปกระจายทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งโรงเรียนสอนคนตาบอด ห้องสมุดคนตาบอดทุกจังหวัด มูลนิธิคนตาบอด และศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอด ล่าสุดได้ไปมอบที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางอ้อยทิพย์ นิธิยานันท์ ผอ.กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ ททท. เป็นตัวแทนไปมอบ

๓. ฟื้นเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทย ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๑)

ภาพข่าว : ททท. จัดงาน Thailand Happiness Street Festival ในวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยปิดถนนพระราม ๑ – แยกราชประสงค์ จัดกิจกรรม คอนเสิร์ต และออกบูธขายสินค้า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงาน ๒ แสนคน หวังสร้างภาพลักษณ์และฟื้นความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย

๔. หอค้ายะลาจี้ คสช. ดับไฟใต้ มาเลย์แห่ยกเลิกห้องพัก – หาดใหญ่ผวา กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๕. คุมเข้ม – จับตา ๗ คาร์บอมบ์หาดใหญ่ ยกระดับ รปภ. ล่าทีมบึ้มเบตง – พบรถตู้ / ทหารชี้คนร้ายปรับแผนป่วนหัวเมืองเศรษฐกิจใต้ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๖. เหยื่อบึ้ม ‘๗ ขวบ’ ปลอดภัย ทัวร์มาเลย์เช็กเอาต์เบตง มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๗. ผวาบึ้มซ้ำเบตง / นักท่องเที่ยวเผ่น ไทยโพสต์ (หน้า ๑)

๘. ประยุทธ์ห่วงคาร์บอมบ์เร่งเยียวยา / มาเลย์หนีเบตง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

บรรยากาศการท่องเที่ยวในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เงียบเหงาลงอย่างมาก หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ ต่างทยอยยกเลิกห้องพักจำนวนมาก ขณะที่ร้านค้าในย่านธุรกิจเงียบเหงา ทั้งที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ยังคงหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่กล้าออกจากบ้าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ คาร์บอมบ์ โดยให้แม่ทัพภาคที่ ๔ เพิ่มความเข้มงวดกวดขัน รวมถึงขอให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ให้มากขึ้น และจะให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเต็มที่
หอการค้าจังหวัดยะลา และ ททท. เรียกร้องให้ คสช. เร่งแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม หวั่นธุรกิจจะซบเซายาว โดยนายอะหมาน หมัดอะดัม ผอ.ททท.สนง.นราธิวาส เผย ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวน่าจะเป็นระยะสั้นๆ เพราะนักท่องเที่ยวยังมีความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับเชื่อว่า หากเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้เร็ว ก็จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลับมาเร็ว
ด้าน ร.ต.ต.อุดม ลักษณะ นายกสมาคมการท่องเที่ยวอำเภอเบตง เผย เหตุการณ์คาร์บอมบ์ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของเมืองเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้อำเภอเบตง กำลังจัดเทศกาลกินผลไม้ที่สวนไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นช่วงเทศกาลฮารีรายอ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอำเภอเบตงจำนวนมาก โรงแรมทั้งหมดกว่า ๒ พันยูนิต ที่มีอยู่ถูกจองเต็มไปจนถึงปลายเดือน คาดว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงนี้กว่า ๑๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อเกิดเหตุคาร์บอมบ์ ทำให้นักท่องเที่ยวเช็คเอาต์ออกจากโรงแรมจำนวนมาก ถือว่าส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเบตงทั้งวงจร ซึ่งทางสมาคมฯ ต้องหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อหามาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในอำเภอหาดใหญ่ ในระดับสูงสุดตลอด ๒๔ ชม. ในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฎอนและเทศกาลฮารีรายอ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและมาเลเซีย ที่คาดว่าจะเดินทาง เข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก
ส่วนที่บริเวณด่านชายแดนอำเภอสุไหงโก – ลก จังหวัดนราธิวาส คึกคัก แรงงานไทยในมาเลเซีย จำนวนมากได้ทยอยเดินทางกลับไทย เพื่อร่วมงานฉลองในเทศกาลวันฮารีรายออีดิ้ลฟิตรีกับครอบครัว รวมถึงมีชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในตลาดสดเทศบาลเมืองสุไหงโก – ลก และร้านค้าต่างๆ ในพื้นที่ โดยไม่ได้หวาดกลัวกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. ปิดราชประสงค์กระตุ้นท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๒)

เมื่อเวลา ๑๙.๐๐ น. วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. และนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ได้ร่วมกันเปิดงาน “Thailand Happiness : Street Festival” ที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อคืนความสุขให้กับประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ร้านอาหารชื่อดังในย่านราชประสงค์และราชดำริมาร่วมออกร้านกว่า ๘๐ ร้าน และตลาดนัดดารา เป็นต้น

๒. จัดงาน เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๓. แฮปปี้เนสส์ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๔. ปล่อยลูกโป่ง สยามรัฐ (หน้า ๑)

ภาพข่าว : คสช. ร่วมกับ ททท. จัดงาน “Thailand Happiness : Street Festival” ที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทย

๕. Thailand Happiness : Street Festival เนรมิตถนนดังคืนความสุขให้ประชาชน บ้านเมือง (หน้า ๑๒)

คอลัมน์ไลฟ์ สไตล์ นำเสนอรายละเอียดแนะนำเที่ยวงาน“Thailand Happiness : Street Festival” ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ที่บริเวณถนนพระราม ๑ และถนนราชประสงค์ จัดโดย ททท. โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. และนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เปิดให้ชมฟรีตลอดงาน

๖. มหกรรมคืนความสุข + ๔๙ ปีรุ่งฤดู แพ่งผ่องใส ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์เหะหะพาที โดย ซูม แนะนำเที่ยวงาน “Thailand Happiness : Street Festival” จัดโดย ททท. ตั้งแต่หน้าสยามพารากอน ไปจนถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย

๗. ไทยแลนด์ แฮปปี้เนสส์ แนวหน้า (หน้า ๑๙)

คอลัมน์คุณแหน โดย บารอนเนส แนะนำเที่ยวงาน “Thailand Happiness : Street Festival” จัดโดย ททท. ตั้งแต่หน้าสยามพารากอน ไปจนถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย

๘. กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวชูสมุยรองรับกลุ่มลูกค้าคุณภาพ สยามรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ รายงานถึงการลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเกาะสมุย จังหวัด สุราษฎร์ธานี ของ ททท. เพื่อผลักดันกลุ่มลูกค้าตลาดยุโรป อเมริกากลาง และตะวันออกกลาง ซึ่งมีกำลังการใช้จ่ายสูง ให้หันมาท่องเที่ยวทะเลในแถบอ่าวไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงนำเสนอแผนกระตุ้นตลาดของภาคเอกชนในพื้นที่

๙. ภาษีบาปพัฒนาท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หนา ๘)

๑๐. ชงใช้เงินภาษีบาป ๔ พันล้าน / พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๑๑. ขอภาษีบาป ๒% พัฒนาท่องเที่ยว ดันตั้งอนุกรรมการชง สนช. แก้กฎหมาย เล็ง ๕ พื้นที่นำร่อง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

๑๒. ทบทวนปฏิรูปพลังงาน คสช.ตีกลับ รฟท. ชงยกหนี้ ๖ หมื่นล้าน ดึง ‘ภาษีบาป’ อุ้มท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๓. ขอ ‘ภาษีบาป’ ๔ พันล้านหนุนท่องเที่ยว ตัดงบ ๒% ช่วยฟื้นฟู – เริ่มพัฒนา ๒๒ จังหวัดนำร่อง ข่าวสด (หน้า ๘)

นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ได้เห็นชอบให้ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.นโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติปี ๒๕๕๑ โดยมีประเด็นสำคัญคือ การเห็นชอบให้นำเงินภาษีจากสุราและยาสูบในอัตรา ๒% หรือประมาณ ๓ – ๔ พันล้านบาทต่อปี มาจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ โดยจะมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดำเนินการ เพื่อนำเสนอต่อ สนช. พิจารณาต่อไป
พร้อมเห็นชอบกำหนดเขตพัฒนาการท่องเที่ยวนำร่อง ๕ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ครอบคลุมพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง, กลุ่มท่องเที่ยวแอคทีฟบีชได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด, กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, กลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน ได้แก่ กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล และกลุ่มท่องเที่ยวรอยัล โคสต์ ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ซึ่งหาก สนช. เห็นชอบให้นำเงินจากภาษีสุรามาจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาแหล่งทองเที่ยว ก็จะนำเงินดังกล่าวมาใช้ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวนำร่องใน ๕ กลุ่มจังหวัดนี้ก่อน
นอกจากนี้ ยังได้นำหน่วยงานอื่นมาเป็นคณะกรรมการ ท.ท.ช. เพิ่มเติม คือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผอ.อพท. และ ผอ.ทีเส็บ เพื่อให้บูรณาการการทำงานกันได้มากขึ้น พร้อมได้มี
การเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผ่านโครงการ ไทยแลนด์ เบส เฟรนด์ ฟอร์เอฟเวอร์ และการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงจะกระตุ้นตลาดร่วมกับพันธมิตร ผ่านการทำประกันภัยการเดินทาง สายการบินตรง และการสร้างกิจกรรมรูปแบบการคืนความสุขให้กับประชาชน

๑๔. สั่งโลว์คอสต์แอร์ไลน์โชว์ต้นทุน สคบ. เล้งลดค่าธรรมเนียมโหด ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๕. สคบ. ขีดเส้นโลว์คอสต์แจงต้นทุนใน ๒ สัปดาห์ เดลินิวส์ (หน้า ๗)

สคบ. ได้สั่งให้ผู้ประกอบการสายการบิน ไปจัดทำรายละเอียดต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาเสนอ สคบ. ภายใน ๒ สัปดาห์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดราคาค่าโดยสาร และค่าธรรมเนียมต่างๆ ว่า ราคาสูงเกินจริงหรือไม่ โดยเบื้องต้นอาจขอความร่วมมือสายการบินให้ปรับลดค่าธรรมเนียมต่างๆ โดยเฉพาะค่าเปลี่ยนชื่อผู้โดยสาร หรือค่าเปลี่ยนเที่ยวบิน ที่เรียกเก็บเงินตั้งแต่ ๕๐๐ - ๘๐๐ บาท ซึ่งสูงเกินไป ขณะเดียวกันยังให้สายการบินแสดงรายการราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ มาเปิดเผยให้ผู้บริโภครับทราบ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ

๑๖. สั่ง รสก.ฐานะแย่ส่งแผนฟื้นฟู บินไทยตั้ง ‘๖ บิ๊ก’ คุมบริหาร กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๗. เร่งทำแผนฟื้นฟูวิกฤติบินไทย / รักษาการดีดีจัดทัพ โยกผู้บริหารอีกระลอก ไทยรัฐ (หน้า ๘)

ซูเปอร์บอร์ด ได้สั่งให้ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่มีฐานะการเงินอ่อนแอ และเป็นภาระของภาครัฐ ๖ – ๗ แห่ง ไปจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการมาเสนอ สคร. เพื่อนำเสนอซูเปอร์บอร์ดพิจารณาภายในหนึ่งเดือนครึ่งนับจากนี้ ย้ำ ไม่เน้นกำไรอย่างเดียว ระบุ บางแห่งรัฐอาจต้องใส่เงินเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมเตรียมทบทวนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจทั้ง ๕๖ แห่ง
ด้าน พล.อ.อ.ศิวเกียรติ ชเยมะ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย ได้แต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารอีกครั้ง เพื่อทดแทนรองดีดี ที่ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษาดีดี รวมทั้งมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเติม โดยให้นายโชคชัย ปัญญายงค์ และนายธีรพล โชคชนาภิบาล ที่ปรึกษาดีดี ร่วมกันจัดทำแผนเร่งด่วนในการเร่งรัดการหารายได้และแผนฟื้นฟูบริษัท ให้ครอบคลุมงานด้านการวางแผน การขาย การตลาด และการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ รวมทั้งเร่งรัดการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามแผนที่จัดทำขึ้น และให้นายดนุช บุญนาค และ นายนิรุฒ มณีพันธ์ คอยให้คำปรึกษาด้านธรรมาภิบาลและด้านกฎหมายไปพร้อมกัน
ขณะที่ผู้บริหารการบินไทย ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ว่า เมื่อคณะที่ปรึกษาดีดีจัดทำเสร็จแล้ว ทั้งบอร์ดและฝ่ายบริหารจะกล้านำแผนฟื้นฟูกิจการไปปฏิบัติหรือไม่ เพราะเป็นการจัดทำของคณะที่ปรึกษา ซึ่งรักษาการดีดีการบินไทยเป็นผู้มีคำสั่งแขวนเองกับมือ

๑๘. โวกำราบอยู่หมัด มาเฟียสุวรรณภูมิ ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

พ.อ.บุญชู กลิ่นสาคร ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๒ รักษาพระองค์ พร้อมด้วยนางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและการจัดระเบียบรถแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยยืนยัน ไม่มีกลุ่มผู้มีอิทธิหรือมาเฟียใน ท่าอากาศยาน พร้อมได้บูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วน กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้ครบทุกมิติ อาทิ การจัดระเบียบลานจอดรถ ที่พัก และจัดระบบคิวรถแท็กซี่ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ ท่าอากาศยาน รวมทั้งทำข้อพิจารณาเสนอกรมการขนส่งทางบก กำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ รวมถึงวางแผนระยะยาวในการแก้ไขปัญหาแท็กซี่เก่าที่มาให้บริการ

๑๙. ‘คาร์บอมบ์’ เบตง ตาย ๒ บาดเจ็บ ๓๕ ยัดระเบิด ๓๐ กิโล – จอดหน้าโรงแรม ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๒๐. คาร์บอมบ์เบตงดับ ๒ เจ็บอื้อ / ‘ประยุทธ์’ สั่งทัพภาค ๔ เร่งคุมสถานการณ์ หวั่นบึ้มซ้ำ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมฮอลิเดย์ฮิลล์ (ฟูทูน่า) ถนนภักดีดำรงค์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย และบาดเจ็บ ๓๕ ราย อาคารบ้านเรือนโดยรอบได้รับความเสียหายหลายหลัง รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ในที่เกิดเหตุพบซากรถกระบะที่คนร้ายบรรทุกระเบิดหนักประมาณ ๓๐ กก. มาจอดที่หน้าโรงแรมแล้วกดชนวนระเบิด ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส เกิดเหตุลอบวางระเบิดทหารพรานชุด รปภ.ครู ร้อย ทพ. ๑๑๑๔ กรมทหารพรานที่ ๑๑ ทำให้ทหารเสียชีวิต ๑ นาย และบาดเจ็บ ๓ นาย
หลังเกิดเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. ได้สั่งให้จับตาเฝ้าระวังคาร์บอมบ์ในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฎอน โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยเข้มงวดให้มากที่สุดในการตรวจสอบรถยนต์เป้าหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายนำมาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรง

๒๑. ท่องเที่ยวมาเลเซียอ่วม ไทยรัฐ (หน้า ๘)

คอลัมน์เศรษฐกิจโลกรอบสัปดาห์ : นักวิจัยด้านมาเลเซีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันระบุว่า เหตุเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช ๓๗๐ สูญหาย และเอ็มเอช ๑๗ ถูกยิงตกในยูเครน สร้างความเสียหายหนักต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวมาเลเซีย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง ๒๐% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่ปีนี้ มาเลเซียได้ประกาศเป็นปีแห่งการท่องเที่ยว โดยชูคำขวัญว่า มาเลเซีย ที่นี่เอเชีย ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยว ๒๘ ล้านคน สร้างรายได้ ๗.๖ แสนล้านบาท

๒๒. ท่องเที่ยวเวียดนามกระทบ นักท่องเที่ยวจีนเมินหลังเหตุพิพาท แนวหน้า (หน้า ๒)

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเวียดนาม เริ่มได้รับผลกะทบจากกรณีข้อพิพาทระหว่างจีนกับเวียดนาม ในการอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะพาราเซล ในทะเลจีนได้ โดยข้อมูลจากทางการเวียดนามระบุ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวเวียดนามในเดือนมิถุนายน ลดลง ๒๙.๕% หรือมีจำนวน ๑๓๖,๗๒๖ คน เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวเวียดนาม เตรียมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวจีนเห็นว่า เวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย
ด้านนักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่า ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่เวียดนามได้รับหลังมีข้อพิพาทกับจีน ได้สะท้อนให้เห็นอาวุธทางการเมืองที่ทรงพลังของรัฐบาลจีนคือ ใช้การท่องเที่ยวเป็นมาตรการคว่ำบาตรเชิงลบ กดดันเศรษฐกิจของประเทศคู่กรณี เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๕ ที่รัฐบาลจีนออกประกาศเตือนการเดินทางไปเที่ยวฟิลิปปินส์ หลังมีเหตุพิพาทแนวหินในทะเลจีนใต้ จนนำไปสู่การยกเลิกโปรแกรมทัวร์ของนักท่องเที่ยวจีนเป็นจำนวนมาก

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

25/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. โหมบิ๊กอีเวนท์ฟื้นเชื่อมั่นต่างชาติ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๒. เริ่มขายประกันนักท่องเที่ยว ดีเดย์ ๒๔ ก.ค.นี้ สร้างความมั่นใจต่างชาติ ตั้งเป้าปั๊มเบี้ย ๑๐% จากนักเดินทาง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑๐)

๓. “ไทยแลนด์ แฮปปี้เนสส์” กระหึ่มวันนี้ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๔. ททท. เปิดงานสตรีทฯ ผ่านยูทูบ คาดต่างชาติตามติด ๑๐๐ ล้านวิว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๕. ททท. ร่วม คปภ. ขายประกันนักเที่ยวต่างชาติ มติชนรายวัน (หน้า ๘)

๖. ทีจีย้ายไทยสมายล์ไปดอนเมือง คปภ. จับมือ ททท. รับประกันภัยต่างชาติ ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมจัดกิจกรรม “ไทยแลนด์ แฮปปี้เนสส์ สตรีท เฟสติวัล” ในวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณหน้าสยามพารากอน ถึงหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง โดยได้รับเกียรติจาก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา เป็นประธานเปิดงาน มีนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนต่างชาติเข้าร่วมงานกว่า ๘๐๐ คน เพื่อนำไปเผยแพร่สู่สายตาต่างชาติ รวมทั้งจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่าน www.youtube.com/thailand เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง คาดว่าจะมีต่างชาติติดตามทั่วโลกกว่า ๑๐๐ ล้านวิว และเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานไม่ต่ำกว่า ๒ แสนคน มีรายได้จากการจับจ่ายซื้อสินค้าและอาหารไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
นอกจากนี้ ททท. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจในการส่งเสริมการประกันภัยเพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กับนายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาเที่ยวไทย โดยมี ๔ บริษัท ได้แก่ สยามซิตี้ประกันภัย กรุงไทยประกันภัย เจ้าพระยาประกันไทย และเมืองไทยประกันภัย เข้าร่วม คาดว่าจะขายประกันภัยในเดือนสิงหาคมนี้ ได้ประมาณ ๒ หมื่นกรมธรรม์ โดยเบี้ยประกันเริ่มต้นที่ ๖๕๐ – ๑.๒ หมื่นบาท ระยะเวลาอยู่ในไทย ๗ วัน หรือนานสุด ๑ ปี คุ้มครองสูงสุด ๒ ล้านบาท ครอบคลุมในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สายการบินล่าช้า กระเป๋าหาย หรือส่งล่าช้า

๗. ประกันต่างชาติ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑๐)

ภาพข่าว : นวลพรรณ ล่ำซำ กก.ผจก.และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมืองไทยประกันภัย ร่วมกับ คปภ. และ ททท. แถลงข่าวเปิดตัวโครงการรับประกันการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านระบบออนไลน์

๘. ปิดราชประสงค์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

๙. คืนความสุข ข่าวสด (หน้า ๑๐)

ภาพข่าว : ททท. เร่งเตรียมงานไทยแลนด์ แฮปปี้เนส สตรีท เฟสติวัล โดยจะปิดถนนพระราม ๑ ตั้งแต่หน้าวัดปทุมวนาราม ถึงสี่แยกราชประสงค์ ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคมนี้ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวย่าน ราชประสงค์อีกครั้ง หลังสถานการณ์ทางการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

๑๐. ยอดพักภูเก็ตคืนชีพ อินเดีย – จีน เข้าพัก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เผย การท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น วัดได้จากอัตราเข้าพักในช่วงโลว์ซีซั่นมีเฉลี่ย ๕๐% เทียบกับ ๒ เดือน ที่ผ่านมาหลังเกิดการรัฐประหาร ที่มีอัตราเข้าพักเพียง ๓๕% เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศออก คำเตือนในการเดินทางมาไทย ล่าสุด ยอดจองล่วงหน้ามีทิศทางดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดอินเดีย จีน และออสเตรเลีย ได้เพิ่มการบินแบบชาร์เตอร์ไฟลต์เข้ามาภูเก็ตมากขึ้น โดยจะทยอยเดินทางมาประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ จากเดิมชะลอการเดินทางไปอย่างไม่มีกำหนด
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงโลว์ซีซั่น สมาคมฯ ได้ร่วมกับ สมาคมโรงแรมไทย (ภาคใต้) ปรับกลยุทธ์การขาย โดยมุ่งเจาะนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ ให้เดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในแถบจังหวัด อันดามัน ผ่านการจัดรายการส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบินและโรงแรม ลดราคาแพ็กเกจทัวร์กว่า ๕๐% ระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายนนี้ เพื่อต้อนรับวันแม่ โดยโรงแรม ๔ ดาว ราคาเริ่มต้นที่ ๑.๘ พันบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยไปเที่ยวภูเก็ตในช่วงดังกล่าวประมาณ ๓ – ๔ หมื่นคน
และหลังจากนี้ ภาครัฐและเอกชนจะออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ ททท. เตรียมนำสื่อมวลชนและบริษัททัวร์กว่า ๑ พันราย มาสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ขณะที่ภาคเอกชน จะร่วมมือกันจัดรายการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เชื่อจะผลักดันให้อัตราการเข้าพักในจังหวัดภูเก็ตตลอด ปีนี้อยู่ที่ ๗๕%

๑๑. โละ’๕ บิ๊กบินไทย’ รับแผนฟื้นฟู / สั่งลดรายจ่าย ๔ พันล้านต้นปี ๕๘ - หวังปี ๖๐ มีกำไร กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๒. สั่งปลด ‘รองดีดีบินไทย’ ยกแผง / จ่อย้ายไทยสมายล์กลับดอนเมือง / อนุมัติแผนฟื้นฟู – เออร์ลี่ พนง. ๙๐๐ คน มติชนรายวัน (หน้า ๘)

บอร์ดการบินไทย มีมติโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง ในตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ไปเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ๕ ตำแหน่ง ได้แก่ นายโชคชัย ปัญญายงค์, นายปานฑิต ชนะภัย, นายธีรพล โชติชนาภิบาล, นายดนุช บุนนาค และนายนิรุฒ มณีพันธ์ พร้อมเตรียมพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมต่อไป
รวมทั้งมีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย โดยให้ไปจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อกระทรวงคลัง ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคมนี้ และเสนอให้ คสช. พิจารณาในเดือนสิงหาคมนี้ ตั้งเป้าจะลดค่าใช้จ่ายลง ๔ พันล้านบาท และเพิ่มรายได้ประมาณ ๓ – ๕ พันล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นการลดรายจ่าย ด้วยการปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางที่ขาดทุน ปรับลดพนักงานในส่วนที่ไม่มีหน้าที่ประจำและพนักงานที่ป่วยที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ขณะนี้มีพนักงานที่สมัครใจที่จะเข้าร่วมแล้ว ๙๐๐ คน และปรับลดค่าโอที เป็นต้น
ส่วนแผนการเพิ่มรายได้ จะพยายามเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในชั้นประหยัด ด้วยการจัดแคมเปญลดราคาให้ใกล้เคียงกับคู่แข่ง พร้อมจะเพิ่มเลาจน์ให้กับผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือออกแคมเปญ Beyond Bangkok จูงใจให้ผู้โดยสารที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เดินทางมาต่อเครื่องกับการบินไทย
นอกจากนี้ มีแนวคิดจะย้ายฐานการบินสายการบินไทยสมายล์ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาอยู่ที่ดอนเมือง โดยให้ฝ่ายบริหารสรุปรายละเอียดกลับมานำเสนอบอร์ด ในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ คาดว่าหากแผนนี้ได้รับความเห็นชอบจะดำเนินการได้ภายในปี ๒๕๕๘

๑๓. รื้อแล้วโถส้วมอันซีน ‘ภูเขาหญ้า’ ข่าวสด (หน้า ๑๑)

นายอำเภอเมืองระนอง ได้สั่งให้ อบต.หงาว ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแล “ภูเขาหญ้า” รื้อส้วมและคอห่านในบริเวณภูเขาหญ้าออกทันที พร้อมฝังกลบปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอม หรือร่องรอยที่ไม่น่ามอง ทำลายแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดระนอง

๑๔. บินแอลจีเรียโหม่งโลกซ้ำอีก หายจอเรดาร์ ๑๐๐ ชีวิตสูญ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุเที่ยวบินเอเอช ๕๐๑๗ ของแอร์แอลจีเรีย สายการบิน แห่งชาติแอลจีเรีย ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารประมาณ ๑๑๐ คน ประสบอุบัติเหตุตกระหว่างเส้นทางบินจากเมืองกัวกาดูโก ประเทศเบอร์กินาฟาโซ มุ่งหน้าสู่กรุงแอลเจียร์ส ประเทศแอลจีเรีย หลังขาดการติดต่อนานเกือบ ๑ ชม. เผย หอควบคุมภาคพื้นดินติดต่อครั้งสุดท้ายได้ขณะแจ้งบินเลี้ยวกลับอยู่เหนือน่านฟ้าประเทศมาลี

***************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. ปิด ‘พระราม ๑ - ราชดำริ’ จัดงาน มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

๒. ปิด ‘ราชดำริ’ ผุดสตรีต เฟสติวัล ข่าวสด (หน้า ๖)

นายชัยพร ทองทรัพย์ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตปทุมวัน เผย ททท. เตรียมจัดกิจกรรม Street Festival ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๖ กรกฎาคมนี้ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และตอกย้ำให้นักท่องเที่ยวทราบว่าสถานการณ์ในไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยจะปิดถนนพระราม ๑ ตั้งแต่แยก เฉลิมเผ่า – สี่แยกราชประสงค์ เพื่อตั้งบูธขายสินค้า และจะมีการปิดการจราจรถนนราชดำริ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๒.๐๐ น. เพื่อตั้งเวทีการแสดง ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย

๓. ททท. คืนความสุข ดึงดา – หญิงลีร่วม ข่าวสด (หน้า ๒๐)

๔. Thailand Happiness : Street Festival กรุงเทพธุรกิจ / จุดประกาย (หน้า ๒)

ททท. เตรียมจัดมหกรรมสีสันแห่งความสุข Thailand Happiness : Street Festival ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ บริเวณถนนพระราม ๑ และแยกราชประสงค์ เพื่อประกาศว่าเมืองไทยสวยงามปลอดภัย โดยแบ่งเป็น ๒ ส่วนคือ Happiness Music ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗พบกับ ดา เอ็นโดฟิน, หญิงลี ฯลฯ และ Happiness Street ในวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ แบ่งออกเป็น ๔ โซนคือ Happiness Show off, Happiness Gifts Market, Happiness Surprise และ Happiness Activity

๕. ปลุกให้รักบ้านเกิด ท่องเที่ยวสร้างสรรค์ บ้านเมือง (หน้า ๓)

๖. อัดฉีดเงินรางวัลท่องเที่ยว ผุดกิจกรรม ‘รักบ้านเกิด’ บ้านเมือง (หน้า ๗)

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประกาศผลรางวัลการออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ในโครงการ “ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น ปี ๒” ชิงเงินรางวัลรวม ๖ แสนบาท เพื่อนำผลงานไปเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยปีนี้มีนิสิตนักศึกษาส่งผลงานเข้าประกวด ๗๑ ผลงาน มีรางวัลชนะเลิศ ๔ รางวัลๆ ละ ๑ แสนบาท ได้แก่ ภาคกลาง ผลงาน “จมปลัก รักษ์เล” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ภาคเหนือ ผลงาน “ปั่นไหน ปั่นไปปู๊น” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่, ภาคอีสาน ผลงาน “หินเก่า...เล่าตำนาน” จากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และภาคใต้ ผลงาน “ล่องเรือริมน้ำตามรอยช้างดึกดำบรรพ์ สารพันหลากวิถีที่สุไหงอุเป” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

๗. ชี้ธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นไข้ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๘. ภาคธุรกิจชี้ ‘รธน.’ ปลุกความเชื่อมั่น / ส.อ.ท.ยันนักลงทุนไทยเทศหนุน / แนะเลิกอัยการศึกฟื้นท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๘)

นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย - ญี่ปุ่น มองว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๕๗ อาจยังไม่ช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้ทันที เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติยังกังวลเรื่องการปกครองภายใต้กฎอัยการศึก และต่างมองว่าไทยอาจยังไม่ปลอดภัยเต็มที่ แต่หากประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก มั่นใจนักท่องเที่ยวจะกลับมาเที่ยวโดยเร็ว โดยกลุ่มเอฟไอที อาจตัดสินใจมาเที่ยวมากขึ้น ขณะที่กลุ่มทัวร์ สัมมนา ท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล คงอีกพักใหญ่ หรืออาจถึงสิ้นปีกว่าจะเริ่มกลับเข้ามาเป็นปกติ พร้อมระบุ สิ่งที่ภาคเอกชนอยากเห็น คือ ภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว ร่วมกันหาแนวทางให้กลุ่มทัวร์กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว เพราะถือเป็นกลุ่มสำคัญที่สร้างรายได้ให้ประเทศไม่น้อย
เช่นเดียวกับนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. ที่มองว่าการมีรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ยังไม่ส่งผลให้การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้ตามปกติ แต่อาจช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลาย และเริ่มกลับมาฟื้นตัว หลังเห็นความชัดเจนต่างๆ ในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งน่าจะสนับสนุนการท่องเที่ยวในทางอ้อม โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น

๙. สื่อนอกมอง ‘ท่องเที่ยวไทย’ ยังไม่ฟื้น โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย : เว็บไซต์กัลฟ์ ไทมส์ ของกาตาร์ รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทย โดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ตามด้วยการยึดอำนาจการปกครอง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจำนวนมาก แม้ ททท. จะให้ความเห็นว่า การท่องเที่ยวไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังการประท้วงตามท้องถนนยุติลง แต่กลับสวนทางกับตัวเลขทางสถิติที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า จำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน ที่ผ่านมา ลดลง ๑๐.๒๒% ซึ่งหมายถึงจำนวนนักท่องเที่ยวในไทยคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางที่ ๒๘ ล้านคนในปีนี้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่น เดินทางมาไทยลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่ลดลงเกือบ ๔๗% ในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา โดยลดลงจาก ๖๕,๔๒๗ คน มาอยู่ที่ ๓๔,๙๑๑ คนเท่านั้น
ขณะที่ดอยซ์ เวลล์ สื่อของเยอรมนี ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ความไม่สงบทางการเมืองที่ยาวนาน กระทบต่อภาพลักษณ์การเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงวันหยุด แม้รัฐบาลทหารจะพยายามปกป้องอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ไม่น่าจะเติบโตได้เท่ากับเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

๑๐. ตามรอยหนังนอก ๕ ทำเลฮอตในไทย โพสต์ ทูเดย์ / MAGZ (หน้า ๘)

กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย นำเสนอ ๕ ทำเลยอดนิยมในไทย ที่กองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเลือกใช้เป็นโลเกชั่นในการถ่ายทำ รวมถึงสถิติการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ในปี ๒๕๕๖ จากการให้ข้อมูลของ อุบลวรรณ สุจริตกุล ผอ.กองกิจการภาพยนตร์ กรมการท่องเที่ยว โดย ๕ ทำเลยอดนิยมได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา กระบี่ เชียงใหม่ และภูเก็ต ตามลำดับ

๑๑. ‘กลุ่มใหญ่’ ท่องเที่ยว ‘ผู้สูงอายุ’ ไม่พร้อม ‘เสียโอกาส’ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

คอลัมน์สกู๊ปหน้า ๑ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตลาดนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ ที่กำลังเป็นตลาดใหม่ และตลาดใหญ่ ที่การท่องเที่ยวหลายประเทศตื่นตัวและให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากมุมรายได้จากการท่องเที่ยวนั้น ก็มีคำถามว่า ไทยพร้อมหรือยังสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
โดยผู้เขียนได้นำเสนอสาระสำคัญของการประชุม สกว. (TRF Forum) ประเด็นด้านการท่องเที่ยวของไทย ครั้งที่ ๒ ซึ่งถูกนำเสนอผ่านทางรายงานวิจัยเรื่อง การบริหารและการจัดการการท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ จัดทำโดย กรวรรณ สังขกร และคณะ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวผู้สูงอายุอาจเป็น “ทางเลือก” ที่ “น่าสนใจ” สำหรับภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทย เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีคุณภาพ มีกำลังซื้อสูง แต่ก็ใช่ว่าจะจับ ตลาดนี้ได้ง่ายๆ หากไม่เตรียมพร้อม จะยิ่งเสี่ยงสูญเสียโอกาส
เนื่องจากนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ จะมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป บางคนเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ ดังนั้น การจะสร้างความน่าสนใจหรือเพิ่มแรงจูงใจ จึงจำเป็นต้อง “เตรียมความพร้อม” รวมถึง “ต้องพัฒนาระบบท่องเที่ยว” ให้ดีและให้พร้อมเพื่อรองรับกลุ่มดังกล่าว แต่เมื่อพิจารณาในแง่การบริหารจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ พบว่ายังมีให้เห็นไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วไป มากกว่าที่จะเน้นดูแลหรือรองรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ สะท้อนว่าไทยยังขาดความพร้อมในเรื่องนี้จนอาจ “สูญเสียโอกาส” ในตลาดดังกล่าว
นอกจากนี้ รายงานวิจัยยังแนะว่า การสร้างความน่าสนใจในนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ภาคการท่องเที่ยวจำเป็นจะต้องคัดสรรสินค้าทางการท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการ และควรจะเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงสร้างหลักประกันด้านความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ด้วย โดยไทยควรเตรียมพร้อมในเรื่องนี้ ด้วยการกำหนดแผนและนโยบายท่องเที่ยว สำหรับผู้สูงอายุให้ชัดเจน และควรทำอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ให้มีความพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้, การปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ, การจัดโปรแกรมแบบ Slow Tourism ที่เป็นการท่องเที่ยวในลักษณะที่ไม่เร่งรีบ เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ปลอดมลพิษ เป็นต้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุให้สนใจ กระตุ้นให้อยากมาท่องเที่ยวไทยมากขึ้น

๑๒. คราบน้ำมันเกยหาดลันตา ก้อนสีดำเกลื่อน ๒ ตำบลยาว ๑๐ กม. ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลสัตหีบโดนด้วย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

สมาชิกกลุ่มคนรักษ์ลันตา เผย พบก้อนน้ำมันถูกคลื่นซัดมาติดตามชายหาดใน ๒ ตำบล ได้แก่ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ และศาลาด่าน อำเภอลันตา จังหวัดกระบี่ อาทิ หาดคลองนิน หาดบากันเตียง และบางส่วนที่หาดพระแอะ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่ามาจากไหน และเชื่อว่าอาจจะพบอีกในชายหาดเกาะลันตาน้อย และที่อื่นๆ สร้างความวิตกให้กับชาวบ้านว่า จะกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม และแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ล่าสุด นายอำเภอเกาะลันตา ได้นัด อปท. ทหาร เจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาร่วมกันทำความสะอาดที่บริเวณหาดคลองนิน ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคมนี้
ด้านสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๕ เชื่อว่า น่าจะเป็นน้ำมันเครื่องจากเรือใหญ่ ที่ปล่อยลงทะเลแล้วใช้สารเคมีกำจัด หรืออาจเป็นน้ำมันเตา ขณะที่ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดกระบี่ เผย ก้อนน้ำมันดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อคนหรือสัตว์น้ำ โดยได้ประสานไปยังผู้นำท้องถิ่นว่า สามารถดำเนินการกำจัดก้อนน้ำมันดังกล่าวได้ตามปกติ
ส่วนที่ชายหาดศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พบคราบน้ำมัน ลักษณะคล้ายน้ำมันเตาลอยมาติดหาด ระยะทางยาวกว่า ๒๐๐ เมตร มีกลิ่นน้ำมันโชยออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล จะตรวจสอบว่า มีสารเคมีอื่นอีกหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของแหล่งธรรมชาติ วงจรชีวิตสัตว์ทะเล และถิ่นกำเนิดลูกเต่าทะเล ส่วนที่มาของคราบน้ำมัน ยังตรวจสอบไม่ได้ว่ามาจากที่ใด

๑๓. งง ‘คอห่าน’ โผล่ ‘ทุ่งเขาหญ้า’ ธรรมชาติอันซีนแหล่งเที่ยวดัง ‘ส้วม’ เรียงราย ชาวระนองโวยอุจาดว่อนเน็ต วอน – รื้อด่วน ! ข่าวสด (หน้า ๑)

รายงานข่าวระบุว่า มีการแชร์ข้อมูลภาพภูเขาหญ้า แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของจังหวัดระนอง จนเรียกได้ว่าเป็น “อันซีน อิน ไทยแลนด์” อีกแห่งของไทย กลับมีภาพของหลุมส้วมซึม และคอห่านรวม ๔ หลุม ในแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ทำลายทัศนียภาพความสวยงามของภูเขาหญ้า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโลกออนไลน์ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ด้านผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบมีหลุมส้วมและบ่อพักสิ่งปฏิกูลนับสิบหลุมจริง เผย ก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าวได้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมท่องเที่ยว และจัดงานปีใหม่ แต่หลังจบงานทาง ผู้จัดงานไม่ยอมรื้อถอน และฝังกลบจนกลายเป็นทัศนะอุจาด

๑๔. เหตุร้ายซ้ำสองกระทบท่องเที่ยวมาเลย์ คม ชัด ลึก (หน้า ๑๔)

บริดจิต เวลซ์ นักวิจัยด้านมาเลเซีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เผย เหตุเที่ยวบินเอ็มเอช ๑๗ ถูกยิงตก แม้ไม่ทำให้ความสามารถและระบบการจัดการของมาเลเซีย แอร์ไลน์ ถูกจับจ้องมากเท่ากับเหตุการณ์เที่ยวบินเอ็มเอช ๓๗๐ สูญหาย แต่ก็ส่งผลกระทบโดยรวมต่อมาเลเซีย แอร์ไลน์ และการเดินทางมายังมาเลเซียในสายตาของต่างชาติ
เจ้าหน้าที่บริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่งเผย เหตุการณ์เครื่องบินถูกยิงตก ยิ่งทำให้ลูกค้าไม่ไว้ใจความปลอดภัยของมาเลเซีย แอร์ไลน์ และมีการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวมาเลเซีย ระบุในแถลงการณ์ว่า กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

๑๕. จรวดฮามาสตกใกล้สนามบิน สหรัฐ – ยุโรป ‘งดบิน’ อิสราเอล กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

สายการบินของสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ระงับเที่ยวบินไปกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล หลับกลุ่มฮามาสยิงจรวดไปตกใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรีย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๒ ราย โดยเจ้าหน้าที่สายการบินแจง มุ่งความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ ด้านรองโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาปฏิเสธว่า ข้อห้ามสายการบินสหรัฐอเมริกาบินไปอิสราเอล ไม่ได้เป็นอุบายเพื่อผลักดันให้อิสราเอลหยุดยิง พร้อมระบุ กระทรวงฯ ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของหน่วยงานการบิน ถือเป็นการระงับการบินครั้งแรกตั้งแต่สงคราวอ่าวเปอร์เซีย

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

23/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. มหกรรมสีสันแห่งความสุข เติมยิ้มให้เมืองไทย ไทยโพสต์ (หน้า ๕)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดการจัดงาน Thailand Happiness : Street Festival ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณถนนพระราม ๑ และถนนราชประสงค์ ของ ททท. ซึ่งได้แถลงข่าวการจัดงานไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท.

๒. ร่วมโหวต ๓ สาว ไทยแลนด์เอ็กซ์ตรีมเมคโอเวอร์ แนวหน้า (หน้า ๑๙)

ททท. เปิดตัว ๓ สาวที่เข้ารอบสุดท้ายในโครงการไทยแลนด์ เอ็กซ์ตรีม เมคโอเวอร์ ได้แก่ น.ส.คิมเบอร์รี่ บิสชอป จากอเมริกา, น.ส.มาชารีเบล จาซินโต จากฟิลิปปินส์ และ น.ส.นาเดีย วิวัลวา จากบราซิล ซึ่งได้รับการบริการทางการแพทย์ด้านความงาม โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อตอกย้ำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การท่องเที่ยวทางการแพทย์ ผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปเรียลลิตี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ และเกิดคุณค่าจากประสบการณ์ตรง พร้อมเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถโหวตเพื่อร่วมสนุกได้ โดยผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะได้รับเงินรางวัล ๕,๐๐๐ USD พร้อมแพ็กเกจที่พักสุดหรูเมืองไทย ส่วนที่เหลืออีก ๒ คน จะได้รับแพ็กเกจที่พักสุดหรู นอกจากนี้ ผู้ที่ร่วมโหวตให้คะแนน ก็มีสิทธิ์ได้รับของรางวัลด้านความงาม

๓. ทัวร์บุกเทรดแฟร์ปลุกเที่ยววันแม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๔. จัดงานคืนความสุขวันแม่ / ดึงดาราโปรโมตท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๕. รัฐ – เอกชนโปรโมตเที่ยวหยุดยาววันแม่ ข่าวสด (หน้า ๘)

๖. ทัวร์ลุยจัดงานเที่ยววันแม่ คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. เผย สทน. เตรียมร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และภาคเอกชน จัดงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยว (เทรดแฟร์) ภายใต้แนวคิดคืนความสุขให้คุณแม่ ระหว่างวันที่ ๒ – ๓ สิงหาคมนี้ ที่เมเจอร์รัชโยธิน เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาววันแม่ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๒ สิงหาคมนี้ โดยจะนำดาราชื่อดังอาทิ โดม - ปกรณ์ ลัม, แพนเค้ก - เขมนิจ, ใหม่ - ดาวิกา ควงคู่คุณแม่มาโปรโมทภายในงาน เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในประเทศ และเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงไฮซีซั่น ภายในงานจะมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า ๑๐๐ ราย มาร่วมลดราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า ๕๐%
พร้อมยอมรับ การท่องเที่ยวในช่วงวันแม่อาจไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากก่อนหน้านี้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องในช่วงวันเข้าพรรษาไปแล้ว นอกจากนี้ ตลอดเดือนสิงหาคม สทน. จะจัดโปรแกรมทัวร์ ชูจุดเด่นเรื่องการทำบุญเชิงศาสนารวม ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางนครพนม ไหว้พระธาตุประจำวันเกิด ๓ วัน ๒ คืน และเส้นทางสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ๓ วัน ๒ คืน เป็นต้น
นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. เตรียมจัดโครงการ สิงหาพาแม่เที่ยว โดยจะทาบทาม ญาญ่า อุรัสยา ควงคู่คุณแม่ มาเปิดงานคาราวานรถยนต์ และรถบัสท่องเที่ยวตามภูมิภาค ที่สยามนิรมิต ซึ่งมีกลุ่มคู่แม่ลูก ๑,๓๕๐ คนจากทั่วประเทศ ลงสมัครท่องเที่ยว ทั้งแบบรถบัส และคาราวานรถยนต์ขับเอง ไปตามเส้นทางต่างๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวหลักและแหล่งท่องเที่ยวรอง ที่ ททท. กำลังโปรโมทอยู่ในปัจจุบันคือ ดรีมเดสติเนชั่น และเมืองต้องห้ามพลาด
ส่วนแผนการตลาดในประเทศในปี ๒๕๕๘ นั้น ททท. ตั้งเป้าจะมีรายได้ ๘ แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวเดินทาง ๑๔๘ ล้านคน / ครั้ง โดยจะเร่งทำการตลาด พร้อมชูจุดขายให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งประชาสัมพันธ์กิจกรรมเที่ยวไทย ๕ ภาค และรถไฟโอท็อป พร้อมจะเร่งโปรโมทเมืองท่องเที่ยวรองให้เป็นที่รู้จัก สนับสนุนโครงการท่องเที่ยววันธรรมดา และจัดกิจกรรมแคมเปญการตลาดตลอด ๑๒ เดือน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางทั้งปี

๗. สทท. ชู ‘๕ คลัสเตอร์ท่องเที่ยว’ ปั้นโมเดลบูรณาการเร่งด่วน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอรายละเอียดแนวคิดการพัฒนาคลัสเตอร์ท่องเที่ยว ๕ กลุ่มเร่งด่วนของ สทท. เพื่อเตรียมเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่อื่นๆ ตามมา ประกอบด้วย กลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน กระบี่ ภูเก็ต พังงา สตูล, กลุ่มท่องเที่ยวรอยัลโคสต์ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง, กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน, กลุ่มท่องเที่ยวแอคทีฟบีช ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และกลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมอีสาน เส้นทางปราสาทหิน ตั้งแต่นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ซึ่งหากที่ประชุม ท.ท.ช. เห็นชอบ อาจมีการผลักดันจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย ๔ ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และนักวิชาการ เพื่อทำงานร่วมกัน

๘. กระตุ้นเชื่อมั่นทัวริสต์จีน ‘แอตต้า’ ชูฟรีวีซ่า ๓ เดือน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๙)

แอตต้า เตรียมใช้โอกาสที่จะเดินทางไปโรดโชว์ในเมืองใหญ่ของจีน นำมาตรการฟรีค่าธรรมเนียมวีซ่า และโปรโมตเดสติเนชั่นใหม่ ไปกระตุ้นตลาดจีน ชี้ ในเบื้องต้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ส่วนการตอบรับ คงต้องประเมินสถานการณ์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ก่อน โดยต้องรอดูสัญญาณการบุ๊กกิ้งของนักท่องเที่ยวอีกที พร้อมอยากให้ คสช. ให้ความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เพราะจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นนี้

๙. น้ำตกหมูเมนูสุดฮอตอียู – สหรัฐ / ต่างชาติติดใจหอมข้าวคั่ว / ปี ๕๘ ส่งออกอาหาร ๑ ล้าน ล. เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๑๐. เมนูน้ำตกหมูฮิตระดับโลก ฝรั่งชมแซบอีหลี มัสมั่นตกอันดับ ข่าวสด (หน้า ๑)

นายเพ็ชร ชินบุตร ผอ.สถาบันอาหาร เผยผลสำรวจความนิยมอาหารไทยในต่างประเทศล่าสุด พบว่า เมนู “น้ำตก” ทั้งหมู ไก่ เนื้อ กลายเป็นอาหารไทยยอดนิยมอันดับ ๑ ในทวีปยุโรป และอเมริกา โดยในยุโรปนิยมน้ำตกหมู ส่วนอเมริกานิยมน้ำตกไก่ และน้ำตกเนื้อ ชี้ จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นหอมของข้าวคั่ว ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเริ่มรู้จักและติดใจรสชาติเครื่องเทศของไทยมากยิ่งขึ้น คาดปีนี้สถิติการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารของไทยจะเป็นไปตามเป้าหมาย ๙.๗ แสนล้านบาท
ล่าสุด สถาบันอาหาร จะร่วมกับธนาคารกรุงเทพ และห้างเซ็นทรัล ชิดลม จัดการแข่งขัน สุดยอดเชฟอาหารไทยชิงแชมป์โลกครั้งที่ ๒ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ ๑ - ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ลานมรกต ห้างเซ็นทรัล ชิดลม โดยเชิญ เชฟจากประเทศต่างๆ ๑๐ ประเทศ เข้าร่วมแข่งขันปรุงอาหารไทย และอาหารนานาชาติด้วยวัตถุดิบไทย เชื่อว่างานนี้จะสร้างภาพลักษณ์ให้อาหารไทย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจอาหารไทย

๑๑. ขานรับเฮอร์คิวลิส แนะให้ใช้เป็น ‘เรือ’ ท่องเที่ยวล่องลำน้ำ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เห็นด้วยกับเรือพลังงานแสงอาทิตย์ “เฮอร์คิวลิส” แต่เห็นว่าไม่เหมาะสมกับบริการเรือด่วน ควรนำไปใช้เป็นเรือท่องเที่ยวล่องตามลำน้ำ เพราะมีจุดขายที่เป็นพลังงานสะอาด ขณะที่กรมเจ้าท่าสนใจเรือแสงอาทิตย์ แต่ต้องทดสอบทางวิศวะการใช้งานก่อน ส่วนจะเลือกซื้อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนที่จะพิจารณาว่าคุ้มค่าเชิงพาณิชย์หรือไม่

๑๒. พลังสีเขียว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

คอลัมน์คุยกันท้ายตลาด โดย ลิลลี่ โจว : นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานกรรมการโรงแรม สีมาธานี และบาราลี รีสอร์ต เกาะช้าง พอใจกับผลงานการจัดระเบียบชายหาด และกวาดล้างมาเฟียภูเก็ตของ คสช. เพราะสามารถจัดการปัญหาที่เอกชนเคยเสนอให้จัดการมาตลอด ๕ ปีได้ อีกทั้งยังมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะสั้น ที่ทำให้ภาคเอกชนพอใจมากขึ้น ได้แก่ การยกเว้นค่าธรรมเนียม วีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน ขยายวันหยุดยาววันแม่ สะท้อนว่า คสช. เข้าใจสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน แม้จะยังติดอุปสรรคเรื่องการประกาศกฎอัยการศึก แต่ภาคเอกชนก็ไม่ห่วง
นอกจากนี้ นายกงกฤช ได้ฝากสิ่งที่อยากเห็นในเดือนที่ ๓ ของ คสช. คือ เดินหน้าจัดระเบียบสิ่งที่เป็นปัญหาเรื้อรังในภาคการท่องเที่ยวต่อ วางโครงสร้างระบบคมนาคมทางรางที่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว โดยเอกชนพร้อมให้เวลา คสช. และรัฐบาลรักษาการที่จะเข้ามาทำหน้าที่จัดการเรื่องนี้อีก ๑ ปี เชื่อว่าเมื่อจัดการปัญหาเรียบร้อย ท่องเที่ยวไทยจะพร้อมโตแบบก้าวกระโดดปีละกว่า ๑๐% ต่อเนื่องทันทีหลังเปิดเออีซี ปลายปี ๒๕๕๘

๑๓. ผู้ประกอบการระยองฟ้องพีทีทีจีซี ๓๕๐ ล้าน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรม ได้ยื่นฟ้อง บจก.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือพีทีทีจีซี เรียกร้องค่าเสียหลาย ๓๕๐ ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดระยอง หลังพีทีทีจีซีเข้ามาเยียวยา แต่ไม่สมเหตุสมผล อีกทั้งยังให้ผู้ประกอบการลงนามในหนังสือจะไม่ฟ้องร้องบริษัทภายหลัง ประกอบกับวันที่ ๒๘ กรกฎาคมนี้ จะหมดอายุความ ผู้ประกอบการจึงต้องยื่นฟ้องก่อนที่จะหมดอายุความ ซึ่งศาลได้รับเรื่องไว้แล้ว และนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

22/7/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๑. กระตุ้นท่องเที่ยวฟื้นภาพลักษณ์ แก้ปัญหาตรงจุดหรือละลายแม่น้ำ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

เอวิกานต์ บัวคง ได้แสดงความคิดเห็น และนำเสนอมุมมองของภาคเอกชน เกี่ยวกับโครงการประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. โดยผู้เขียนระบุว่า หากมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ก็ถือว่าจะช่วยสร้างความมั่นได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากับบริษัททัวร์ก็ไม่ต้องกังวล สามารถเดินทางมาเที่ยวไทยได้อย่างสบายใจ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์ของ ททท. และบริษัททัวร์ด้วยว่า จะสามารถเข้าถึงได้มากน้อยเพียงใด หากเกิดการรับรู้ได้มาก ก็เท่ากับว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาไทยได้เร็วขึ้นในบางส่วน แต่หากมองกลับกันในระยะยาวแล้ว ดูเหมือนว่าการประกันภัยนี้ แทบไม่มีความจำเป็นกับนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อทุกอย่างสงบปกติ การประกันภัยนักท่องเที่ยวก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม
ขณะที่ภาคเอกชนชี้ ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะความต้องการของแต่ละตลาดแตกต่างกัน อาทิ ตลาดจีน หากอยากดึงให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจ และอยากกลับมาเมืองไทยอย่างรวดเร็ว ก็ต้องยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า โดยนายวิชิต ประกอบโกศล ประธานบริษัท ซีทีที กรุ๊ป ระบุ ทัวร์จากจีนจะมีการทำประกันภัยให้อยู่แล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมือง การออกประกันภัยนักท่องเที่ยว ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้บริษัททัวร์ได้จัดเช่าเหมาลำสายการบินตรง ไว้เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ทำให้ต้องเช่าเหมาลำเปล่า เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวกล้ามา อีกทั้งเมื่อเหตุการณ์สงบ ทัวร์จีนก็ยังไม่เดินทางมาไทยทันที เพราะส่วนใหญ่ยังเข็ดกับการต้องสูญเสียเงินเปล่าในครั้งที่ผ่านมา พร้อมเชื่อว่าการยกเว้นวีซ่า จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน
ส่วนด้านตลาดญี่ปุ่น นายเอนก ศรีชีวะชาติ อุปนายก แอตต้า ระบุ แม้จะมีประกันภัยนักท่องเที่ยวที่สามารถทำได้ในไทย ก็ไม่ช่วยให้ชาวญี่ปุ่นเดินทางไทยเพิ่มได้ เพราะลักษณะความเชื่อมั่นของชาวญี่ปุ่น ต้องมองเห็นความปลอดภัยด้วยตัวเอง หรือจากกลุ่มที่สร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาได้ อาทิ การมาเยือนไทยของกลุ่มเซเลบริตี้ นักร้องชื่อดังต่าง ๆ เป็นต้น
และด้านตลาดตลาดยุโรป นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ กก.ผจก.บริษัท เดสติเนชั่น เอเชีย ยืนยันการมีประกันภัยนักท่องเที่ยว จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนวิธีอื่นที่จะเป็นยาแรงได้ดีกว่า น่าจะเป็นการจัดงานหรืออีเวนต์ใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ผ่านสื่อ และเผยแพร่ไปทั่วโลกมากกว่า
อย่างไรก็ตาม แนวคิดการออกประกันภัยครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับมากน้อยเพียงใดคงต้องรอดูทิศทางกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ แนวทางทุกฝ่ายเชื่อว่าจะได้ใจ และสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้แน่นอน คือการจัดบิ๊กอีเวนต์ ตลอดเส้นทางถนนราชประสงค์ ในวันที่ ๒๕ – ๒๖ กรกฎาคมนี้ ที่ ททท. ร่วมมือกับหลายฝ่ายจัดงาน พร้อมดึงผู้สื่อข่าว และบล็อกเกอร์ชื่อดังจากต่างประเทศ มาร่วมชมงานกว่า ๘๐๐ คน เพื่อให้เห็นบรรยากาศแห่งความสงบสุขด้วยตาตัวเอง ก่อนจะสื่อสารและกระจายข่าวไปทั่วโลก ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวเห็น จะตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินมาเที่ยวไทยเร็วขึ้นแน่นอน สุดท้ายคงต้องรอดูกันต่อไปว่า มาตรการใดกันแน่ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีที่สุด

๒. Thailand Happiness: Street Festival ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์สังคมธุรกิจ โดย มร.ฮาร์ดดิสก์ : ททท. เตรียมนำสุดยอดศิลปิน นักร้อง นักดนตรีชื่อดัง มาร่วมสร้างความสุขในงาน Thailand Happiness: Street Festival ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๖ กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน บริเวณหน้าถนนพระราม ๑ (แยกเฉลิมเผ่า) ถึงแยกราชประสงค์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีตลอดงาน

๓. ลุ้นผู้ว่าการ ททท. มติชนรายวัน (หน้า ๙)

คอลัมน์จอดป้ายประชาชื่น โดย อาทิตย์ หลวงละ กล่าวถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่ปิด รับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจสมัคร ๓ ราย เป็นคนใน ททท. ๒ ราย และคนนอก ๑ ราย แต่การสรรหาดังกล่าวต้องเป็นโมฆะ เพราะคณะอนุกรรมการสรรหาไม่ครบองค์
ต่อเรื่องดังกล่าว พล.ร.ต.นพดล เรืองสมัย รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายสังคมจิตวิทยา ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า กระบวนการสรรหายังเดินหน้าต่อไปได้ เพราะกว่าผู้ว่าการ ททท. คนปัจจุบันจะหมดวาระ ก็ปีหน้า ซึ่งน่าจะทันมี ครม.ชุดใหม่ มารับช่วงพิจารณาอนุมัติผู้ว่าการคนใหม่
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอการสรรหาครั้งใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าผู้ที่เคยยื่นสมัครไปแล้วทั้ง ๓ ราย จะมีใครกลับมาสมัครหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ใครจะมานั่งเก้าอี้ ผู้ว่าการ ททท. เพราะปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำก่อนหน้านี้ว่า บุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตลาด มีมุมมองสร้างสรรค์เกี่ยวกับแผน หรือนโยบายต่อภาคการท่องเที่ยว

จึงเป็นเหตุผลที่รองผู้ว่าการ ศุกรีย์ สิทธิวนิช ตัดสินใจลงสมัครวันสุดท้าย เพราะได้ร่วมประชุมและวางแผนการดำเนินนโยบายบริหารงานต่างๆ ในปี ๒๕๕๘ หากได้รับเลือก งานจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่สะดุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามแผนผลักดันรายได้ให้ถึงเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นจากผลกระทบทางการเมือง ซึ่งถือเป็นโจทย์หิน ท้าทายความสามารถของผู้ว่าการคนใหม่ไม่ใช่น้อย หากเป็นมืออ่อนหัด อาจทำให้เป้าหมายรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท ไม่เป็นไปอย่างที่หวังไว้ก็เป็นได้

๔. เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๓)

คอลัมน์ข่าวข้นคนเข้ม โดย สันตะวา กล่าวถึงกรณี ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส แถลงตัวเลขนักท่องเที่ยวในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่า หดหายไปมากถึง ๒๔% คาดว่าตลอดปีน่าจะลดลงประมาณ ๑๖% หรือประชาชน ๔ ล้านคนว่า ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ เพราะนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุด ๖๑% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ลดลงถึง ๓๑% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งมีสัดส่วน ๑๙% ลดลง ๓% และจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุด เข้ามา ๒๑๖,๙๓๔ คน หายไป ๑๕๓,๑๓๐ คน เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. จึงรีบกระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยมติของ กรอ. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นประธาน เห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียม วีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน เป็นเวลา ๓ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม – ๓๑ ตุลาคมนี้ จะไหวไม่ไหว ฟื้นไม่ฟื้น โปรดติดตาม

๕. แจกรางวัลสร้างสรรค์ ชวนท่องเที่ยวทั่ว ๔ ภาค ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๘)

๖. จัดประกวดท่องเที่ยวสร้างสรรค์ชิง ๖ แสนบาท โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกาศผลรางวัลการออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ในโครงการ “ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น ปี ๒” ชิงเงินรางวัลรวม ๖ แสนบาท เพื่อนำผลงานไปเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยปีนี้มีนิสิตนักศึกษาส่งผลงานเข้าประกวด ๗๑ ผลงาน มีรางวัลชนะเลิศ ๔ รางวัลๆ ละ ๑ แสนบาท ได้แก่ ภาคกลาง ผลงาน “จมปลัก รักษ์เล” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ภาคเหนือ ผลงาน “ปั่นไหน ปั่นไปปู๊น” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่, ภาคอีสาน ผลงาน “หินเก่า...เล่าตำนาน” จากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และภาคใต้ ผลงาน “ล่องเรือริมน้ำตามรอยช้างดึกดำบรรพ์ สารพันหลากวิถีที่สุไหงอุเป” ของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

๗. บอร์ดไกด์เคาะบังคับวาง ๒ ล้าน คุมเข้มงานแฟร์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เห็นชอบร่างระเบียบการควบคุมบริษัทจัดงานด้านการท่องเที่ยว และบริษัททัวร์ที่เตรียมจดทะเบียนใหม่ โดยให้บริษัทที่จัดงานต้องวางเงินมัดจำ ๒ ล้านบาท กับกรมการท่องเที่ยว ในฐานะดูแลออกใบอนุญาตบริษัททัวร์ เพื่อให้ผู้จัดงานเข้มงวดกับบริษัทที่มาออกบูธ เพื่อป้องกันการหลอกลวงนักท่องเที่ยว รวมถึงต้องส่งรายชื่อบริษัทที่มาร่วมออกบูธจริงในแต่ละครั้ง เพื่อตรวจสอบประวัติและการขึ้นทะเบียนใบอนุญาตอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ได้เห็นชอบให้เพิ่มวงเงินประกันบริษัททัวร์ที่เปิดใหม่ ๕ เท่า เพื่อป้องกันการกระทำผิด และคัดกรองบริษัทที่จะเข้าสู่ระบบมากขึ้น
ด้านนายกฤต พัตรปาล กก.ผจก.บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้ท์ ผู้จัดงานไทยเที่ยวไทย ชี้ การวางเงินประกันดังกล่าวสูงมาก และอาจเป็นดาบสองคม เปิดทางให้บริษัททัวร์ที่ตั้งใจโกง ปัดความรับผิดชอบให้ผู้จัดงานได้

๘. ปรับภาษีดึงขาช็อป แนะเพิ่มอัตราคืนแวตนักท่องเที่ยว หวั่นทัวร์ศูนย์เหรียญทะลักช่วงงดค่าวีซ่า โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชากรสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประเมินว่า มาตรการยกเว้นค่าวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวัน จะทำให้มีทัวร์ศูนย์เหรียญเข้ามาไทยมากขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการจะใช้กลยุทธ์ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงลูกค้า รวมถึงอาจเป็นช่องทางให้คนจีนแฝงตัวมาหางานทำและอาศัยในไทยระยะยาว และเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชญากรที่แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว กระทำผิดในเรื่องต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีมาตรการรับมือตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว
พร้อมแนะ หากต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ รัฐควรนำมาตรการด้านภาษีมาจูงใจนักท่องเที่ยว ด้วยการเพิ่มอัตราการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงผ่อนคลายกฎระเบียบการคืนภาษีใหม่ ให้มีความสะดวก รวดเร็ว โดยทำระยะสั้น ๓ เดือน เชื่อจะสร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศอย่างแท้จริง
ด้านแหล่งข่าวจากศุลกากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กระทรวงการคลัง เผย เห็นด้วยกับมาตรการคืนภาษีระยะสั้น เพราะที่ผ่านมาการซื้อสินค้าวงเงินขั้นต่ำ ๒ พันบาทต่อใบเสร็จ สามารถคืนภาษีได้ ๗% จูงใจนักท่องเที่ยวจีนได้จริง หากปรับเพิ่มสูงกว่า ๗% เชื่อว่าจะเป็นแรงจูงใจในการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

๙. ยันเอ็มเอช ๑๗ ตก ไม่กระทบเที่ยวนอก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๒)

ผู้ประกอบการทัวร์ชี้ เหตุการณ์เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช ๑๗ ถูกยิงตก ไม่กระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ แต่ยอมรับทัวร์ไทยไปเที่ยวรัสเซียลดลง หลังมีปัญหายูเครน โดยนายศุภฤกษ์ ศูรางกูร กก.ผจก.หนุ่มสาวทัวร์ และนายก ทีทีเอเอ เผย แนวโน้มการเดินทางระหว่างประเทศไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากสายการบินทุกสายต่างปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน ไม่ผ่านน่านฟ้ายูเครน ประกอบกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ จะคอยแจ้งเส้นทางที่ปลอดภัย และไม่ปลอดภัยให้สายการบินทราบเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนผลกระทบน่าจะเป็นความต้องการของคนไทยไปเที่ยวรัสเซียน้อยลง ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณบ้างแล้วตั้งแต่รัสเซียมีปัญหากับยูเครน คนไทยก็เดินทางไปรัสเซียลดลง
ด้านนายธนพล ชีวรัตนพร กก.ผจก.ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส เผย ภาพรวมธุรกิจทัวร์ไทยไปรัสเซียเริ่มมีความต้องการเดินทางลดลงตั้งแต่กลางปี ๒๕๕๖ โดยมองว่าเป็นผลมาจากราคาทัวร์ไปยุโรป ถูกลง ใกล้เคียงกับราคาทัวร์รัสเซีย ทำให้คนเปลี่ยนใจไปเที่ยวยุโรปมากกว่า ส่วนกรณีเครื่องบินถูก ยิงตก คงกระทบต่อความเชื่อมั่นนักเดินทางในช่วงสั้นๆ เพราะคนตกใจกับข่าว ๑ – ๒ สัปดาห์ ไม่น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทาง

๑๐. โรงแรมสมุยลุ้นไฮซีซั่นดันอัตราเข้าพัก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๑๑. นักท่องเที่ยวสลบ ทำลิงเกาะสมุยหาวเรอ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นางกมลวรรณ วิปุลากร กก.ผจญ.ดิเอราวัณ กรุ๊ป เผย โรงแรมบนเกาะสมุยในปัจจุบันยังคงมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยและปรับราคาขึ้นดีที่สุด เมื่อเทียบกับโรงแรมในเครือ ๑๘ แห่ง เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองค่อนข้างน้อย ต่างจากกรุงเทพฯ ที่มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ ๕๕% ต่ำกว่า ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ ๖๐ - ๗๐% ส่วนไตรมาส ๒ และ ๓ ซึ่งตรงกับช่วงโลว์ซีซั่นของกรุงเทพฯ คาดว่าการฟื้นตัวคงเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเดือนสิงหาคม – กันยายน มีโอกาสขยับอัตราเข้าพักที่ ๖๐ – ๖๕% ก่อนเข้าสู่สถานการณ์ปกติในช่วงไตรมาสสุดท้าย
พร้อมคาดว่าในช่วงไตรมาส ๓ อาจเกิดการตัดราคาแข่งขันกันดึงลูกค้าในบางตลาด และทุกโรงแรมจะหันมาเน้นโปรโมชั่นกับตลาดที่เป็นเป้าหมาย หรืออาจใช้กลยุทธ์ลดราคาให้คนที่จองหรือจ่ายล่วงหน้า ซึ่งถือว่าเป็นคนที่พร้อมจับจ่ายก่อน และมีแผนเดินทางจริง
นายทนงศักดิ์ สมวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เผย ขณะนี้ภาพรวมการท่องเที่ยวของเกาะสมุย ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร แม้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น โดยยอดนักท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคม ลดลงถึง ๒๐% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่สามารถวางแผนเดินทางล่วงหน้าได้ทันเวลา ภายหลังการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว แต่เดือนสิงหาคม มีแนวโน้มอัตราเข้าพักจะกลับมาเป็นปกติที่ ๙๐%
พร้อมยอมรับ ภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่เกาะสมุยตลอดทั้งปีไม่น่าจะเติบโตได้ คาดดีที่สุดคือเท่ากับปีที่ผ่านมา ประมาณ ๑.๕ ล้านคน อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่เกาะสมุยที่มีกว่า ๑.๖ หมื่นห้อง และเป็นระดับ ๕ ดาว ถึง ๑๕% ยังพร้อมเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง อินเดีย และจีน ต่อไป เพื่อสร้างการรับรู้ และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ลดน้อยลงไปมากกว่าปีที่ผ่านมา

๑๒. ท่องเที่ยวไทย...ครึ่งปีหลังหวังพลิกเกม ? โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๑)

คอลัมน์เศรษฐกิจคิดต่าง โดย วศิน โรจยา ธนาคารแห่งประเทศไทย เขียนบทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย ที่ต้องสะดุดเพราะปัญหาการเมืองภายในประเทศ และหลายฝ่ายอาจคิดว่าการท่องเที่ยวไทยน่าจะฟื้นตัวได้เร็ว โดยเปรียบเทียบกับการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ ที่พบว่านักท่องเที่ยวชะลอตัวลงบ้าง แต่ใช้เวลาเพียง ๑ – ๒ เดือน ก็สามารถขยายตัวได้ในระดับใกล้เคียงกับก่อนเกิดรัฐประหาร
แต่ผลกระทบครั้งนี้มีความเป็นได้ว่า อาจมีความรุนแรงและยาวนานกว่า เพราะสถานการณ์การเมืองที่รุนแรงและยืดเยื้อ บั่นทอนบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศต่างๆทยอยแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในการมาไทย ขณะที่ปี ๒๕๔๙ ไม่มีประเทศใดที่ประกาศเตือนนักท่องเที่ยว ซึ่งการประกาศเตือนในครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการทำประกันภัยของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังพบว่า หลังการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ก็ยังไม่มีประเทศใดยกเลิกการประกาศเตือนมาไทยแต่อย่างใด จึงเป็นอุปสรรคที่ท้าทายอย่างยิ่งของภาครัฐบาลและภาคเอกชน ที่จะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยว
พร้อมแนะให้ใช้วิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาส โดยทุกฝ่ายควรตระหนักถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาวด้วย โดยภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันเตรียมความพร้อมในการลงทุน เพื่อรองรับการกลับเข้ามาของนักท่องเที่ยวระลอกใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคม และสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมทั้งเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มกับภาคการท่องเที่ยวด้วย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือการจัดประชุมสัมมนาที่มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูง เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องยนต์สำรอง กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง

๑๓. พาเหรดแห่งความสุข บ้านเมือง (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับพันธมิตร แถลงข่าวการจัดงาน Thailand Happiness : Street Festival ภายใต้โครงการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทย โดยเนรมิตย่านราชประสงค์ เป็นถนนแห่งเสียงดนตรีและสีสันแห่งความสุข ณ เซ็นทรัลเวิลด์

*************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th