ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

30/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. กำชับ “ททท.” ทำงานโปร่งใส ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๒. เที่ยวอีสานเชื่อมเออีซี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

๓. ลั่นท่องเที่ยวต้องปลอดการเมือง / ‘กอบกาญจน์’ สั่ง ททท. สื่อสารให้มากขึ้น / ชี้ถูกโยนปัญหาใส่ตลอด – เร่งกู้ภาพลักษณ์ มติชนรายวัน (หน้า ๙)

๔. สั่งทบทวนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว เร่งสร้างภาพพจน์ ‘เมืองปลอดภัย’  ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบนโยบายการบริหารงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของ ททท. โดยกำชับให้ ททท. ทำงานด้วยความโปร่งใส มุ่งกระจายรายได้สู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับการท่องเที่ยว ให้เป็นเมืองปลอดภัย เมือง น่าเที่ยว
พร้อมยอมรับกระบวนการทำงานอาจมีขั้นตอนหลายลำดับซ้ำซ้อนเกินไป อีกทั้งการสื่อสารระหว่างกันยังน้อย ซึ่งต่อจากนี้จะต้องมีการสื่อสารระหว่างกันให้มากขึ้น และต้องทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และยืนยัน การบริหารปลอดการเมือง ล่าสุด เตรียมลงพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาการท่องเที่ยว

๕. ททท. เล็งตั้ง สนง.ยุโรปตะวันออก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๖. ททท. เปิด สนง.กรุงปราก มติชนรายวัน (หน้า ๘)

นายกลินท์ สารสิน ประธานบอร์ด ททท. เผย บอร์ด ททท. เห็นชอบให้ยุบ ททท.สนง.ฟุกุโอกะ ในญี่ปุ่น ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๙ เพราะเห็นว่า ททท.สนง.เกียวโต และโอซาก้า ทำการตลาดได้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยจะย้ายงบประมาณไปเปิด ททท.สนง.กรุงปราก สาธารณรัฐเชก แทน เพื่อเจาะตลาดยุโรปตะวันออก

๗. ทูลกระหม่อมหญิงฯ เสด็จร่วมงาน WTM ๒๐๑๔ ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย ไต้ฝุ่น : ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จะเสด็จไปร่วมงาน WTM ๒๐๑๔ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ ๓ พฤศจิกายนนี้ โดยจะทรงให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ตลาดการท่องเที่ยวไทย และประทานรางวัล Thailand Green Excellence Awards แก่บริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนอังกฤษ โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมรับเสด็จ

๘. เศรษฐีอินเดียแห่ตีกอล์ฟเมืองไทย เดลินิวส์ (หน้า ๒)

นางจำนงค์ จุณณะปิยะ ผอ.ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. เผย ททท. ได้เร่งกระตุ้นตลาดอินเดียกลุ่มเศรษฐีมาเที่ยวไทย เพื่อสร้างรายได้การท่องเที่ยว โดยล่าสุด ททท.สนง.นิวเดลี ร่วมกับ ททท.สนง.มุมไบ จัดนำนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟ ๒๐๐ คน มาแข่งขันกอล์ฟในไทย ภายใต้โครงการ “อินเดีย กอล์ฟชาเล้นจ์ ทัวร์นาเม้นท์ ๒๐๑๔” ในกรุงเทพฯ ๓ สนาม คาดจะสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า ๒๐ ล้านบาท พร้อมชี้ ปัจจัยที่นักกอล์ฟกลุ่มผู้มีรายได้สูงของอินเดียเดินทางเล่นกอล์ฟในไทย เพราะอินเดียมีสนามรองรับเพียง ๒๐๐ สนาม อีกทั้งต้องสมัครสมาชิก และค่าใช้จ่ายในการ ออกรอบค่อนข้างสูง

๙. ระดมกำลังคุ้มกันบีชเกมส์ภูเก็ต เดลินิวส์ (หน้า ๑๙)

๑๐. ‘รมต.น้อง’ เชื่อบีชเกมส์สะพัดพัน ล.! / สิทธิประโยชน์แตะ ๑๐๐ ล. – สั่งเข้มความปลอดภัย มติชนรายวัน (หน้า ๑๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ การแข่งขันเอเชี่ยน บีช เกมส์ ครั้งที่ ๑๔ ที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๑๖ บริษัท พร้อมสั่งคุมเข้มด้านความปลอดภัยระหว่างการแข่งขัน โดยได้เพิ่มกำลังตำรวจท้องถิ่น ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจน้ำ รวมถึงจะมีอาสาสมัครและประชาชนช่วยเฝ้าระวังทุกพื้นที่ เพื่อดูแลนักกีฬา นักท่องเที่ยว และคนในพื้นที่อย่างเข้มงวด คาดจะมีเงินสะพัด ๑ พันล้านบาท

๑๑ ทำงานไม่เป็น / ไม่เป็นงาน แนวหน้า (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลแนวหน้า โดย ธรรมการ ระบุ มีเสียงวิพากษ์ว่า รมว. ในรัฐบาลชุดนี้ หลายคน ทำงานไม่เป็น หรือไม่เป็นงาน ทั้งที่บางคนดูเหมือนขยันทำงาน ยกตัวอย่างนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ห้อมล้อมด้วยคนรู้เรื่องการท่องเที่ยวแบบผิวเผิน ทำให้เน้นนับหัว นักท่องเที่ยวจีน จนละเลยนักท่องเที่ยวยุโรป

๑๒. ชื่อลูกสาว ข่าวสด (หน้า ๙)

คอลัมน์แซะวงใน กล่าวถึงนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องไปร่วมงานลอยกระทงที่ ททท. จัดขึ้น พร้อมได้ช่วยโปรโมตงานว่า ลอยกระทงเป็นงานใหญ่ที่ต่างชาติให้ความสนใจ หากเป็นไปได้อยากให้คนไทยทุกคนแต่งชุดไทยไปลอยกระทง เพราะชุดไทยถือเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นไทย รวมถึงได้โปรโมตผ้าไทย โดยจะเร็วๆ นี้เดินทางไปงานผ้าไหมแพรวาที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเผยถึงสาเหตุที่ชื่นชอบผ้าไหมแพรวาว่า เพราะแพรวาทำจากชาวภูไท มีเอกลักษณ์ และที่ชอบที่สุดคือ เป็นชื่อลูกสาว

๑๓. ต่างชาติใช้นอมินีไทยทำทัวร์ มติชนรายวัน (หน้า ๘)

คอลัมน์ย่อยข่าวเศรษฐกิจ : นางธิดา จงก้องเกียรติ ผอ.สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว เผยถึงสถิติการจดทะเบียนธุรกิจตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ – ปัจจุบัน พบมีหลายบริษัทใช้นอมินีคนไทยจดทะเบียนบังหน้า อาทิ เกาหลี รัสเซีย เพราะ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ กำหนดให้ ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติมีสิทธิถือหุ้นได้ไม่เกิน ๔๙% ซึ่งทางกรมฯ จะเข้มงวดและตรวจสอบให้มากขึ้น

๑๔. นายกฯ เล็งถกพัฒนาพลังงาน เอ็มโอยูกัมพูชา กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เตรียมเดินทางไปเยือนกัมพูชาในวันนี้ (๓๐ ตุลาคม) พร้อมจะลงนามเอ็มโอยู ๓ ฉบับ เรื่องความร่วมมือแก้ปัญหาค้ามนุษย์ สนับสนุนการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยจัดทำแพ็กเกจทัวร์ ๒ ประเทศ พร้อมจะหารือเรื่องทัวร์ชมประสาทพระวิหาร ให้สามารถขึ้นได้ทั้ง ๒ ฝั่ง และการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟ พร้อมยอมรับ เตรียมไปหารือเรื่องพลังงานในพื้นที่ทับซ้อน

๑๕. ลอยกระทงสุดกร่อย ! รอบ ๘ ปี / คนไทยระทมรายได้วูบ – หนี้เพิ่ม – ของแพง ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๖. ลอยกระทงปีนี้กร่อย เงินสะพัดต่ำสุด ๘ ปี ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๘)

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมการ ใช้จ่ายในช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้ว่า คาดว่าจะมีเงินสะพัด ๑.๑ หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ ๘ ปี เนื่องจากประชาชนไม่มีอารมณ์ใช้จ่าย เพราะกังวลกับค่าครองชีพสูง รายได้ต่ำ และหนี้ครัวเรือนเพิ่ม เผย จังหวัดตาก และสุโขทัย เป็นจังหวัดที่คนอยากไปลอยกระทงมากที่สุด

๑๗. โคมลอยยี่เป็งป่วนสนามบิน / เชียงใหม่ยกเลิก ๑๑๒ เที่ยวบิน – สูญรายได้ ๒ ล้าน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๘. เลิกเที่ยวบินเชียงใหม่อื้อ โพสต์ ทูเดย์ หน้า B ๑๑)

ผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ระบุ มีสายการบินแจ้งยกเลิกเที่ยวบินช่วงหลังเวลา ๑๘.๐๐ น. ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ ๕ – ๗ พฤศจิกายนนี้ รวม ๑๑๒ เที่ยวบิน ปรับเวลาการบินอีก ๕๐ เที่ยวบิน เพื่อหลีกเลี่ยงโคมลอย ทำให้ผู้โดยสารในประเทศหายไป ๑.๖ หมื่นคน และต่างประเทศ ๒.๔ พันคน สูญรายได้กว่า ๒ ล้านบาท

๑๙. โหมดึงนักกอล์ฟ – ขาช็อปปิ้ง จาการ์ตาเดินสายจีบนักเดินทางอาเซียน ตั้งเป้าชาวไทยติดอันดับ ท็อป ๑๐ ภายใน ๓ ปี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

สำนักงานวัฒนธรรมและท่องเที่ยวกรุงจาการ์ตา เดินสายจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น รวมถึงไทย เน้นกลุ่มนักกอล์ฟ และนักช็อป พร้อมตั้งเป้าจะดึงคนไทยไปเที่ยวจาการ์ตา มากเป็น ๑๐ อันดับแรกภายใน ๒ ปีนี้ และหวังจะเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวให้ถึง ๓.๕ ล้านคน ในปี ๒๕๖๐

๒๐. กระตุ้นท่องเที่ยวต้องเร่งประชาสัมพันธ์ ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

คอลัมน์กระจกไร้เงา โดย กัลยา ยืนยง กล่าวถึงมาตรการในการกระตุ้นการท่องเที่ยวของ รัฐบาล ล่าสุดได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษี รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอนโยบายเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในขณะนี้คือ การวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งในเบื้องต้นกระทรวงฯ เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) พร้อมประชุมนัดแรกภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยเน้นทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน
ขณะเดียวกันกระทรวงฯ ยังตอบรับนโยบายของรัฐบาล โดยมุ่งกระจายรายได้สู่ชุมชนและเมืองศักยภาพอื่นๆ โดยวางงบประมาณ ๖๐ ล้านบาท เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ๑๒ เมืองดาวรุ่ง ภายใต้โครงการ Dream Destinations ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ของ ททท.
โดยผู้เขียนมองว่ามาตรการเหล่านี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัว พร้อมแนะ สิ่งสำคัญที่จะทำให้สำเร็จได้นั้น หน่วยงานรัฐจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว เพราะขณะนี้การประชาสัมพันธ์ถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับยังดูเงียบเหงา

๒๑. อัยการชี้ฆ่า ๒ ฝรั่งคืบ ๙๕% ญาติพม่าร้องสภาทนาย – ผู้ใหญ่วอพาลูกตรวจดีเอ็นเอ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยืนยัน อังกฤษพอใจผลการสอบสวนคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยว ด้านอัยการยืนยัน สำนวนมีความคืบหน้า ๙๕% มั่นใจสั่งฟ้องได้ ส่วนนายวรพันธ์ ตู้วิเชียร (ผู้ใหญ่วอ) ได้นำบุตรชายเข้าตรวจดีเอ็นเอ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ขณะที่พ่อแม่ของ ๒ ผู้ต้องหายื่นสภาทนายความ ขอความเป็นธรรม
มีรายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดอบรมด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ภายโครงการเสริมสร้างความแข้งแข็งและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายธุรกิจบริการท่องเที่ยว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

๒๒. ฤา...ไทยแลนด์จะเป็นสุสานของต่างชาติ ??? บ้านเมือง (หน้า ๕)

คอลัมน์หมายเหตุบ้านเมือง โดย คนจร กล่าวถึงคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย พร้อมกับมองว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรมีมาตรการเตือนนักท่องเที่ยวบ้าง ไม่ใช่แค่โปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียว อย่าอาย อย่ากลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์เมืองไทย ควรเตือนดีกว่าปล่อยให้เกิดเหตุใหญ่โต แล้วต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่ต้องตามแก้ไข

๒๓. ออสซี่ยืนกรานงดให้วีซ่าผู้คนพื้นที่เสี่ยงอีโบลา ไทยรัฐ (หน้า ๒)

ออสเตรเลียยังคงยืนกราน จะงดออกวีซ่ากับบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และจะไม่ส่งแพทย์ไปแอฟริกาตะวันตก ขณะที่สหรัฐอเมริกา ชื่นชมความร่วมมือกันของประชาคมโลก ที่ช่วยกันหยุดยั้งการระบาดของอีโบลาไม่ให้ออกไปนอกแอฟริกาตะวันตก ส่วนยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ประมาณ ๕ พันราย

*******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

29/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. เร่งพัฒนา ‘สินค้าท่องเที่ยวชุมชน’ หนุนเศรษฐกิจโตยั่งยืน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในกลุ่มตลาดคนไทย จึงเดินหน้าต่อยอดพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวชุมชน และคัดเลือกสินค้าการท่องเที่ยวชุมชนพร้อมขาย ๓ แห่งคือ บ้านเกาะกลาง จังหวัดกระบี่ บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย และบ้านบางพลับ จังหวัดสมุทรสงคราม หวังให้คนไทยเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างเท่าเทียม และชุมชนมีรายได้เพิ่ม หนุนเศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืน

๒. เปิดโครงการ Dream Destinations ๒ ข่าวสด (หน้า ๒๕)

คอลัมน์ใครเป็นใคร โดย กรรเชียง : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับบางจาก และไปรษณีย์ไทย เปิดตัวโครงการ Dream Destinations ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน คัดสรร ๒๒ สุดยอดเส้นทางสายดอกไม้ พร้อมคู่มือท่องเที่ยว รับฟรีได้ที่ ททท. หรือปั๊มบางจาก

๓. ความฝันผลิบาน สยามรัฐ (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับบางจาก และไปรษณีย์ไทย เปิดตัวโครงการ Dream Destinations ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน ที่ ททท.

๔. รับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น / เปิดลอยกระทงสาย ไทยรัฐ (หน้า ๒๓)

คอลัมน์สโมสรนักสู้ โดย โกลเด้นบอย ระบุ เข้าสู่ช่วงสู่ไฮซีซั่น นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เตรียมงานรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นำเงินรายได้จำนวนมากเข้าไทย โดยขณะนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมาแรง ขนาดมีอุปสรรคจำนวนมาก
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก จะเป็นประธานเปิดงานลอยกระทงสายแห่งเดียวในไทย และเมืองแห่ง ๓ มหาราชานี้ มีของดีให้เที่ยวชมครบวงจร

๕. ททท. ดันอีเวนต์ ‘ลอยกระทง’ โหมโรง ‘ปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘’ ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผยถึงการจัดงานเทศกาลลอยกระทงในปีนี้ว่า จะจัดภายใต้ชื่อ “สุขแห่งแผ่นดิน คือความสุขขององค์ราชา” ใน ๗ พื้นที่เอกลักษณ์ ได้แก่ กรุงเทพฯ สุโขทัย เชียงใหม่ ตาก อยุธยา สมุทรสงคราม และราชบุรี คาดจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานกว่า ๖.๖ แสนคน มีเงินสะพัดกว่า ๖๕๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๐% จากปีที่ผ่านมา
โดยในกรุงเทพฯ ได้ร่วมมือกับภาคเอกชน จัดงานริเวอร์ เฟสติวัล สายน้ำแห่งวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ ๑ – ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ รวมถึงยังมีงานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทงระหว่างวันที่ ๔ – ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ และมีการแสดงเรือประดับไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา และการแสดงต่างๆ มากมาย คาดงานลอยกระทงปีนี้จะคึกคักเป็นอย่างมาก

๖. โหม ‘ทัวร์ศาสนา’ เจาะกลุ่มเกษียณปลุกท่องเที่ยวใต้ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นายชายชาญ ดวงจิตต์ ผอ.ภูมิภาคภาคใต้ ททท. เผย ททท. เตรียมเจาะกลุ่มตลาดนิชมาร์เก็ต โดยมุ่ง ๒ กลุ่มหลักคือ องค์กรเอกชนที่จัดทริปดูงาน หรือให้การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล สอดรับกับนโยบายลดหย่อนภาษีของรัฐบาล และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือวัยเกษียณ เนื่องจากภาคใต้มีจุดเด่นของการท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่เข้มแข็ง ตั้งเป้าปี ๒๕๕๘ จะมีรายได้กว่า ๑.๖๗ แสนล้านบาท ขยายตัวมากสุด ๑๘.๓% โดยมีนักท่องเที่ยวคนไทย ๒๐ ล้านคน / ครั้ง เติบโต ๑๒.๒๑%

๗. เลี้ยงต้อนรับกองประกวด Vietnams Next Top Model ปี ๕ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt : สายการบินแอร์เอเชีย ร่วมกับ ททท. จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ผู้ผ่านเข้ารอบการประกวด Vietnams Next Top Model ปีที่ ๕ ที่เดินทางมาเก็บตัวและทำกิจกรรมในไทย โดยผู้บริหารฝ่ายการตลาดอินโดจีน กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย เผย รายการนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเวียดนาม ด้วยภาพลักษณ์รายการที่สนุกสนาน เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความฝันก้าวมาสู่ แวดวงนางแบบ สอดคล้องกับภาพลักษณ์แอร์เอเชียที่เป็นมิตร เป็นสายการบินที่ “ใครๆ ก็บินได้”

๘. ต้อนรับ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

ภาพข่าว : พรพรรณ รัตนพิทักษกุล ผจก.ฝ่ายการตลาดอินโดจีน กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย ร่วมกับ ททท. จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้ผ่านเข้ารอบการประกวด Vietnams Next Top Model ปีที่ ๕ ที่เดินทางมาเก็บตัวและทำกิจกรรมในไทย

๙. โจ๋ตีหัวยุ่นชิงทรัพย์อีก ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุ ๔ วัยรุ่นรุมทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเพื่อชิงทรัพย์รวมกว่า ๓ หมื่นบาท ที่หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ปากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ ๕ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร โดยตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว ๑ ราย และที่จังหวัดภูเก็ต ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บ ที่ชายหาดสวนสาธารณะหนองหาน หาดกะรน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหาระบุ ตนได้เข้าไปห้ามนักท่องเที่ยวที่กำลังเข็นรถจักรยานยนต์ลงทะเล แต่นักท่องเที่ยวพูดจา ไม่รู้เรื่อง เพราะมีอาการเมาและผลักตนล้มลง ตนจึงใช้เท้าถีบแขนนักท่องเที่ยวที่ถือไม้อยู่ เมื่อไม้หลุดมือจึงได้หยิบไม้มาตีศีรษะนักท่องเที่ยวจนล้มลง แล้วเดินไปช่วยญาติลากอวนจับปลาต่อไป โดยไม่ได้หนีไปไหน ยืนยัน ไม่ได้ตั้งใจทำร้าย แต่ทำเพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวทำร้ายตน และยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ ลงไป พร้อมได้ไปขอโทษนักท่องเที่ยวที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

๑๐. ‘ประยุทธ์’ สั่งรับมือ ศก.ชะลอ/ สศช. แถลงจีดีพีไตรมาสสาม ๑๗ พ.ย. คงเป้าปีหน้า ๓.๕ - ๔.๕% กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๑. มูลค่าส่งออก ก.ย.พลิกโต ๓% / “บิ๊กตู่” ห่วงเศรษฐกิจไม่ฟื้น สั่งดูแลประชาชน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งหน่วยงานด้านเศรษฐกิจเตรียมพร้อมดูแลประชาชน หลังคาดว่าเศรษฐกิจโลกและของไทยยังคงไม่ฟื้นตัวในปีหน้า พร้อมออกมาตรการเพิ่ม ขณะที่สัญญาณภาคอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุ สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงไตรมาสสุดท้ายเริ่มดีขึ้น จากการกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยมาตรการภาษี การจัดแคมเปญท่องเที่ยว และการจัดการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยน บีช เกมส์ ที่ใช้เม็ดเงินถึง ๑ พันล้านบาท เห็นได้ชัดจากการจองห้องพักและบริการท่องเที่ยวล่วงหน้าในระยะ ๓ เดือนข้างหน้า ที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ๖ – ๘% โดยเฉพาะยอดการจองในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นถึง ๑๐% ด้าน สศช. เตรียมปรับประมาณการใหม่ในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายนนี้ แต่ยังคงเป้าจีดีพีในปีหน้าที่ ๓.๕ – ๔.๕%

๑๒. มาตรฐานการท่องเที่ยวชุมชน ไทยรัฐ (หน้า ๒๔)

คอลัมน์โสมชบาจ๊ะจ๋า โดย โสมชบา ระบุว่า รัฐบาลประกาศปีหน้าเป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จึงเชิญ ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผอ.อพท. ไปบรรยายเรื่องมาตรฐานการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อต่อยอดเข้ากับ AEC ทำให้ประหยัดงบประมาณจ้างได้หลายสิบล้านบาท

๑๓. วางมาตรการรักษาความปลอดภัย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

คอลัมน์สถานการณ์เด่น : เวลา ๐๙.๐๐ น. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุ ได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

๑๔. ชวน ‘กินข้าว’ แต่ ‘ให้ข่าว’ ไม่หยุด ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑)

คอลัมน์ข่าวนอกกรอบ กล่าวถึงนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีแนวคิดเชิญสื่อมารับประทานอาหารค่ำในบรรยากาศเป็นกันเอง เพื่อทำความรู้จักกัน ณ บ้านอิฐแดง พร้อมเปิดให้นักข่าวถามคำถาม ตั้งแต่เรื่องใหญ่การบริหารประเทศ ไปจนถึงเรื่องส่วนตัว และกีฬาโปรด เผย มีความตั้งใจเต็มที่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของไทยในทุกด้านใหม่ ทั้งด้านความปลอดภัย การกระจายนักท่องเที่ยวไปเมืองรอง ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในเมืองหลัก จึงเป็นที่มาของการโปรโมต ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ส่วนด้านการกีฬา ก็มีแผนผลักดันเมืองพัทยา เป็นเมืองกีฬาระดับโลก โดยตั้งแต่ ๖ โมงเย็นถึง ๓ ทุ่มครึ่ง รมว.กอบกาญจน์ พูดไม่หยุด ขนาดคุณเลขาฯ หน้าห้องย้ำนักย้ำหนาว่า แค่รับประทานอาหาร ไม่มีสัมภาษณ์หรือถ่ายภาพ

๑๕. เลิกอัยการศึกดึงทัวร์นอก ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑๑)

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แนะรัฐบาลออกโรดโชว์และยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยเพิ่ม ด้านนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ อดีตประธาน สทท. ชี้ หากรัฐจะกระตุ้นการท่องเที่ยว นอกจากต้องมีมาตรการแรงๆ แล้ว ก็ต้องปลดล็อกกฎอัยการศึกในพื้นที่ท่องเที่ยวด้วย คาดสิ้นปีนี้จะมีนักท่องเที่ยว ๒๕.๕ ล้านคน ติดลบราว ๕%

๑๖. คนไทยจำกัดงบเที่ยวปีใหม่ ทัวร์งัดกลยุทธ์ชิงกำลังซื้อ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอกลยุทธ์ในการทำตลาดของบริษัททัวร์ เพื่อชิงกำลังซื้อในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่

๑๗. ต่างชาติแห่ถ่ายภาพยนตร์ในไทย ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๙)

๑๘. ชงมาตรการลดภาษีกระตุ้นต่างชาติถ่ายหนังในไทย ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เผย กองถ่ายทำภาพยนตร์จากยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย นิยมใช้แหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมของไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ โดยปี ๒๕๕๕ สร้างรายได้กว่า ๒๖,๙๙๒ ล้านบาท ส่วนปี ๒๕๕๗ ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน มีกองถ่ายเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ ๓๔๔ เรื่อง สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า ๙๔๒ ล้านบาท
ด้านบอร์ดภาพยนตร์และวิดีทัศน์แห่งชาติ สนับสนุนให้ตั้งการองค์การมหาชน เพื่อพัฒนาภาพยนตร์ไทย สร้างภาพลักษณ์ และกระตุ้นรายได้เข้าประเทศ รวมทั้งจะเสนอให้มีการลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นให้ผู้สร้างภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยมากขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับผิดชอบนำเรื่องนี้ไปเสนอความเป็นไปได้ และเสนอที่ประชุมต่อไป

๑๙. เคอร์ฟิวต่างด้าวเกาะเต่า หลังสี่ทุ่มไม่ให้ออกจากที่พัก – ห้ามมั่วสุม ‘เกาะสมุย – พะงัน’ โดนด้วย / ดีเดย์ ๖ พ.ย.นี้ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

นายฉัตรป้อง ฉัตรภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดูแลความปลอดภัยใน ๓ เกาะคือ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ได้ข้อสรุปจะอาศัย กฎอัยการศึก ออกมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าวไม่ให้ออกมามั่วสุม และดื่มกินปะปนกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่หลังเวลา ๒๒.๐๐ น. เริ่มตั้งแต่วันที่ ๖ พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป ด้านนางวรรณี ไทยพาณิช นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ที่จะส่งผลเสียต่อเกาะพะงัน

*********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

28/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ระดมสมองร่างยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๒. กอบกาญจน์รับลูกรัฐบาล / ทำยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว / นำร่องจัดระเบียบทางน้ำ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๓. เปิดตัวเสื้อชูชีพรูปแบบใหม่ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๔. ท่องเที่ยวปลอดภัย ไฮไลต์กอบกาญจน์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

๕. เปิดยุทธศาสตร์ ‘เที่ยว’ ชูด้าน ‘ความปลอดภัย’ ร่วม คค.ทำเสื้อชูชีพใหม่ มติชนรายวัน (หน้า ๘)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประชุมติดตามความคืบหน้า การจัดทำร่างยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับใหม่ ที่กำหนดให้แล้วเสร็จพร้อมเสนอ ครม. ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพื่อทบทวนหาจุดแข็ง และจุดบกพร่อง โดยจะเน้นเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้น
รวมทั้งได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยสั่งกรมการท่องเที่ยวจัดสรรงบประมาณร่วมกับกระทรวงคมนาคม จัดทำเสื้อชูชีพแบบใหม่ ที่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น คาดจะเริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้ นำร่องในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก อาทิ พัทยา ภูเก็ตและจะนำรูปแบบที่มีการพัฒนาพื้นที่พัทยา มาเป็นต้นแบบของการดูแลแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ โดยมีการจัดโซนนิ่งเล่นเจ็ตสกี พื้นที่เล่นเรือลากร่ม (พาราเซลล์) ส่วนความปลอดภัยทางบก อาทิ ปัญหาแท็กซี่ป้ายดำ รถเช่า จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวง คิดราคา ค่าโดยสารเกินจริง เป็นต้น
ด้านแอตต้า ต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาตรการและกำหนดขั้นตอนการทำยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน เพื่อให้ภาคเอกชนเห็นภาพที่จะพัฒนาได้ชัดเจนมากขึ้น อาทิ เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยวที่จะต้องพัฒนา เป็นต้น

๖. กอบกาญจน์แผนเด็ด จัดงานโปรโมชั่นแถมประชุมใหญ่โอลิมปิก ไทยรัฐ (หน้า ๑๗)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมใช้การประชุมสมัชชาใหญ่สมาคมสหพันธ์โอลิมปิกแห่งชาติ ระหว่างวันที่ ๕ - ๘ พฤศจิกายนนี้ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะมีผู้ร่วมประชุมจาก ๒๐๕ ประเทศ ประมาณ ๑.๒ พันคน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเต็มที่ โดยประสานกับผู้ประกอบการภาคเอกชนบริเวณรอบสถานที่จัดประชุม จัดโปรโมชั่นลด แลกแจก แถม เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศให้มากที่สุด รวมถึงอาจนำรายการ Master Chef มาถ่ายทำในใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารไทย และเรื่อง Street Food ร่วมกัน และ ในปีหน้าจะพยายามส่งเสริมการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ หรือละครในไทย เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทยออกสู่สายตาชาวโลก

๗. ตารางงานแน่น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๘)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt กล่าวถึง นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ว่า ช่วงนี้ตารางงานแน่น เพราะต้องเดินสายประชุมกับหน่วยงานต่างๆ พร้อมลงพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว ที่เตรียมปั้นเป็นต้นแบบการพัฒนาการท่องเที่ยว และมีโปรแกรมจะไปร่วมงานไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล มาร์ท (ซีไอทีเอ็ม) ที่จีน กลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ต่อด้วยพิธีเปิดเอเชี่ยน บีช เกมส์ ๒๐๑๔ ที่หวังใช้เป็นโมเดลบูรณาการการท่องเที่ยวและกีฬา นอกจากนี้ การร่างยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวฉบับใหม่ ยังสร้างความหวังให้กับภาคเอกชนว่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

๘. เที่ยวไทย (ไม่) หลงทาง ‘ภราเดช พยัฆวิเชียร’ กรุงเทพธุรกิจ (จุดประกาย หน้า ๑)

ชุติมา ซุ้นเจริญ / กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร นำเสนอบทสัมภาษณ์นายภราเดช พยัฆวิเชียร อดีตผู้ว่าการ ททท. ในฐานะประธานมูลนิธิสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน และคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิของทั้ง รมว.วัฒนธรรม และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับมุมมองด้านการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ปัญหาการท่องเที่ยวโดยชุมชน และทิศทางการจัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว

๙. ตร.เมินแจงซ้อม ๒ พม่า อัยการยังไม่ส่งฟ้อง – เกาะเต่าเคอร์ฟิวต่างด้าว คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๘ เผย คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ยังไม่รู้จะส่งฟ้องศาลได้เมื่อใด เนื่องจากสำนวนบกพร่องหลายประเด็น ด้านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เชิญตำรวจ เข้าชี้แจงกรณีซ้อมผู้ต้องหา แต่ถูกปฏิเสธ อ้างกลัวเสียรูปคดี
ส่วนนายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวใน ๓ พื้นที่ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยสั่งให้มีการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร เข้าดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว รวมทั้งกำชับให้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว และจะอาศัยกฎอัยการศึก ออกมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าวไม่ให้ออกมาดื่มกินปะปนกับนักท่องเที่ยวหลังเวลา ๒๒.๐๐ น.

๑๐. จ่อฟัน ๒ หมอทำแหม่มอังกฤษตาย ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๘)

แพทย์สภาฯ เตรียมพิจารณาด้านจริยธรรมกับ ๒ แพทย์ที่ทำศัลยกรรมจนหญิงชาวอังกฤษเสียชีวิต เนื่องจากคนทำไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแพทย์สภาฯ ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนนี้ ด้านกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชี้ คลินิกผิด คนทำไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง และเปิดเกินเวลา นอกจากนี้ยังพบเป็นคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานวิชาชีพ จึงต้องสั่งปิดทันที ๖๐ วัน

๑๑. ภาพลักษณ์ ความปลอดภัย เดลินิวส์ (หน้า ๓)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงประเด็นเว็บไซต์ของอังกฤษได้นำคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่า เผยแพร่ให้พลเมืองทราบ รวมถึงการปล้นและการข่มขืนในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง และยังให้ข้อมูลอันตราย อาทิ อุบัติเหตุจากการเดินทางโดยรถโดยสาร เป็นต้น ซึ่งทำให้บรรยากาศหรือการท่องเที่ยวของไทยในสายตาของผู้ที่รับทราบเนื้อหาเป็นไปในทางลบ แม้ว่า ผบ.ตร.จะสั่งทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับ และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว
พร้อมชี้ ท่ามกลางปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ทำให้อัตราการขยายตัวลดลง การทำให้การท่องเที่ยว เป็นตัวทำรายได้น่าจะได้ผลอย่างยิ่ง แต่การขาดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ ให้มีบุคคลหรือผู้ประกอบการเข้ามาฉวยโอกาสหาประโยชน์จากนักท่องเที่ยวอย่างไม่ถูกต้องโดยง่าย ก็จะเกิดผลร้าย ที่อาจขยายผลให้กว้างไกล ทำลายการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วและแก้ไขได้ยากเช่นกัน ดังนั้น รัฐบาล จึงควรเร่งรัดจัดระบบความปลอดภัยให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยว ให้มีประสิทธิภาพและเห็นจริงโดยเร็ว ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้

๑๒. ต้องปลอดภัย เดลินิวส์ (หน้า ๗)

คอลัมน์หมายเหตุสีบานเย็น กล่าวถึงประเด็นการกระทำความผิดร้ายแรงกับนักท่องเที่ยวว่า กลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ถูกจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งหลายคดีผู้เสียหายยังคลางแคลงใจ เช่นคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่า ล่าสุด รมว.คมนาคม และได้หารือกับ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อแก้ปัญหาเชิงรุก โดยกำหนด ๓ แนวทางหลักคือ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี มีความปลอดภัยในทุกพื้นที่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ซึ่งผู้เขียนมองว่านอกจากนโยบายที่ดีแล้ว หน่วยงานต่างๆ ต้องนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมด้วย เพราะการเสียชื่อเสียงนั้นง่าย แต่การฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาต้องใช้เวลานาน

๑๓. นรกในสวรรค์ เดลินิวส์ (หน้า ๘)

คอลัมน์เล่นกับไฟ โดย แมงเม่า กล่าวถึงคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติ ทั้งคดีฆาตกรรม ที่เกาะเต่า ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น เรือสปีดโบ๊ตชน ฯลฯ ซึ่งภาครัฐรู้ปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่ ดูเหมือนเราจะถนัดจัดการเป็นคดีๆ ไป ขาดการบูรณาการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องและ มีประสิทธิภาพ มองข้ามการดูแลภาพรวมความเสียหาย ได้แก่ ภาพลักษณ์ประเทศ คนไทย และการท่องเที่ยว พร้อมเสนอกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ปกครองท้องถิ่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ลงลึกมากกว่าการสะสางคดี หาผู้กระทำผิดมาลงโทษ และจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะนี่คือหนึ่งในวิกฤติชาติ

๑๔. ออสซี่ระงับวีซ่า ๓ ชาติแอฟริกา พยาบาลสหรัฐจ่อฟ้องถูกกักตัว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

ออสเตรเลียประกาศระงับการออกวีซ่าแก่ผู้เดินทางจาก ๓ ประเทศในแอฟริกาตะวันตก หวังสกัดไวรัสโบลา ขณะที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ออก ๓ มาตรการเฝ้าระวัง ได้แก่ คัดกรองผู้ต้องสงสัยที่ด่านสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และท่าเรือคลองเตย ค้นหาผู้ป่วยที่เข้าหลักเกณฑ์ของเชื้อไวรัส และเข้าดูแลชุมชนที่ผู้ต้องสงสัยเดินทางมาจากทวีปแอฟริกา

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

27/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. มุกดาหารจัดงานบุญเที่ยวริมโขง เดลินิวส์ (หน้า ๑๑)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ขณะนี้สภาพอากาศในจังหวัดมุกดาหารเริ่มอบอุ่นในช่วงกลางวัน และหนาวเย็นในช่วงกลางคืน ซึ่งเหมาะกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประกอบกับเป็นช่วงที่ภาครัฐและเอกชนได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงศาสนาหลังเทศกาลออกพรรษา โดยเตรียมจัดงานปั่นฝ้าย สายบุญ จุลกฐิน ครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๑ – ๒ พฤศจิกายนนี้ ที่วัดป่าวิเวก อำเภอหว้านใหญ่ รวมถึงงานกฐินน้ำบูชาพญานาค ในวันที่ ๖ พฤศจิกายนนี้ โดยจะมีพิธีรำบูชาองค์ปู่พญานาค พร้อมถวายเครื่องบูชา ส่วนนักท่องเที่ยวหลังจบพิธี ยังสามารถไปจับจ่ายสินค้ายังตลาดสินค้าอินโดจีน หรือไปสักการะพระธาตุพนม และข้ามไปเที่ยวยังเมืองสะหวันนะเขต สปป. ลาวได้อีกด้วย

๒. เปิดโครงการ Dream Destinations ๒ บ้านเมือง (หน้า ๔)

๓. เส้นทางฝัน แนวหน้า (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับพันธมิตร บางจาก และไปรษณีย์ไทย เปิดตัวโครงการ “ดรีม เดสติเนชั่นส์ ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน ที่ ททท.

๔. ‘กอบกาญจน์’ เร่งฟื้นท่องเที่ยว / จัดแผนท่องเที่ยว ๕ กลุ่ม จว. มติชนรายวัน (หน้า ๕)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะสั้น จะให้ ททท. จัดโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด โดยใช้งบประมาณ ๖๐ ล้านบาท ตั้งเป้าจะขายแพ็กเกจได้ ๓ หมื่นแพ็กเกจ สร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยว ๑๐ ล้านคน พร้อมเตรียมนำไปเสนอขายในงานไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล มาร์ท ๒๐๑๔ (ซีไอทีเอ็ม) ที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน และเตรียมไปสร้างความเชื่อมั่นในงานเวิลด์ ทราเวล มาร์ท ๒๐๑๔ (WTM ๒๐๑๔) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้กระทรวงฯ จะร่วมหารือกับการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) จัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เน้นเขตพัฒนาการท่องเที่ยวใน ๕ กลุ่มจังหวัด
ด้านนายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. เตรียมจัดโครงการ “ดรีม เดสติเนชั่นส์ ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” รวบรวม ๒๒ เส้นทางท่องเที่ยวสายดอกไม้ที่เดินทางได้ตลอดปี และในปี ๒๕๕๘ จะปรับกลยุทธ์การจัดงานไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม เฟสติวัล (ทีทีเอฟ) ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศปีท่องเที่ยววิถีไทย
ด้านสมาคมโรงแรมไทย (ภาคใต้) เชื่อว่าการจัดการแข่งขันเอเชี่ยน บีช เกมส์ ๒๐๑๔ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๒๓ พฤศจิกายนนี้ จะช่วยกระตุ้นให้ตลาดกลับมาใกล้เคียงกับช่วงปกติ คาดตลอดเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ๔ ล้านคน ขณะที่ช่วง ๑๐ เดือนแรกมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยเพียง ๕๕ – ๖๐% มีนักท่องเที่ยวราว ๖ ล้านคน คาดภาพรวมนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีอาจเหลือเพียง ๑๐ ล้านคน จากเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ ๑๒ ล้านคน

๕. เปิดใจ กอบกาญจน์ ‘รมว.หญิง’ หนึ่งเดียว ข่าวสด (หน้า ๒๕)

สกู๊ปบทสัมภาษณ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ถึงการชื่นชอบผลงานด้านศิลปะ การทำงานในตำแหน่งในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา รวมถึงแนวคิดในการทำงาน และแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการเชื่อมโยงกับการกีฬา

๖. ปั้น ๖ เส้นทางจักรยานเจาะนักท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๗. อพท. ผนึกกำลัง ก.การท่องเที่ยว / เร่งโปรโมตเส้นทางปั่นจักรยาน แนวหน้า (หน้า ๑๑)

อพท. ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำเสนอเส้นทางจักรยานใน ๖ พื้นที่พิเศษ เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว รับเทรนด์ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและสุขภาพ ด้านนายชุมพล มุสิกานนท์ รักษาการ ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร และ ผจก.พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ได้มอบหมายให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษน่าน สำรวจความพร้อมของเส้นทางจักรยานในพื้นที่ และเตรียมเพิ่มป้ายบอกทาง สถานีบริการนักท่องเที่ยวปั่นจักรยาน ไฟส่องสว่าง และรณรงค์ให้จักรยานทุกคันต้องติดกริ่ง หรือกระดิ่งเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

๘. แอตต้าหวั่นนักท่องเที่ยวหาย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๒)

คอลัมน์ทันสถานการณ์ : แอตต้า หวั่นปัญหาเรื่องชาวต่างชาติถูกทำร้ายที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความอ่อนไหวอย่างญี่ปุ่น อังกฤษ และอียู คาดจะเห็นผลชัดเจนใน ๓ – ๖ เดือน พร้อมอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันระมัดระวัง

๙. ท่องเที่ยวสุดทน ร้อง รมว.ทรัพย์ฯ แก้ค่าต๋งอุทยาน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

สทน. เตรียมทำหนังสือถึง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ตรวจสอบการเก็บค่าเข้าชมอุทยาน ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่าสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าชมในแต่ละปีหรือไม่ อีกทั้งในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ทางกรมอุทยานฯ จะปรับค่าเข้าอุทยานใหม่ จาก ๓๐๐ บาท เป็น ๔๐๐ บาท แต่ไม่มีสินค้าและบริการใหม่ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้เปิดสัมปทานให้ภาคเอกชนเข้ามาจัดเก็บรายได้ เชื่อว่ารายได้จะเพิ่มกว่า ๑๐ เท่าตัว

๑๐. จัดระเบียบฟูลมูน ผวจ.สั่งห้ามมีเกร่อ ให้เหลือจุดเดียวที่หาดริ้น – พะงัน ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๑. ผวจ.สั่งงดจัดปาร์ตี้ชายหาด เหลือเฉพาะฟูลมูน หวั่นซ้ำรอยเกาะเต่า เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๑๒. ผบ.ตร.สั่งเข้มฤดูท่องเที่ยว พะงันให้งดปาร์ตี้เว้นฟูลมูน มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๓. เลิกปาร์ตี้ริมหาด พิษคดีฝรั่ง – ผวจ.สั่งเอง คดีฆ่า ๒ ผู้ดีใกล้ฟ้องศาล ข่าวสด (หน้า ๑)

นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งห้ามจัดงานปาร์ตี้ที่ลงท้ายด้วย “มูน” อาทิ ฮาล์ฟมูน เฟสติวัล, ชีว่ามูน, ซิงเกิลมูน, แบล็กมูน ให้เหลือเฉพาะงานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่หาดริ้นเพียงแห่งเดียว และให้จัดเดือนละครั้ง ด้านนายอำเภอเกาะพะงัน ได้สั่ง อส. ระดมเก็บป้ายโฆษณาเชิญชวนเที่ยว งานปาร์ตี้ต่างๆ ออกทั้งหมด พร้อมเตรียมเชิญผู้ประกอบการร่วมประชุม เพื่อหามาตรการร่วมกันในเรื่องดังกล่าว
ส่วนนางวรรณี ไทยพาณิช นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน เห็นด้วย ชี้ ถือเป็นการจัดระเบียบสังคม เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวบนเกาะ พะงัน

๑๔. ดูแลนักท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้กำชับให้ตำรวจทุกหน่วยงาน วางมาตรการรองรับดูแลนักท่องเที่ยวในทุกด้าน ทั้งการเดินทางเข้าออกประเทศ ที่พักอาศัย สถานที่ท่องเที่ยว และการเดินทางผ่านถนนหลวงทั่วประเทศ โดยให้มีการรับอาสาสมัครเพิ่ม เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ และให้ บช.ภ.๑ – ๙ กวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทในพื้นที่ และกวดขันแหล่งอบายมุขและสถานบันเทิงด้วย

๑๕. โชเฟอร์สองแถวเก็บเงินได้ ส่งคืน ๒ นักท่องเที่ยวรัสเซีย เดลินิวส์ (หน้า ๒๖)

๑๖. สองแถวน้ำใจงาม ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ที่ผ่านมา คนขับรถสองแถวในเมืองพัทยาได้นำเงินสดสกุลรูเบิลและดอลลาร์สหรัฐ รวมมูลค่ากว่า ๖ หมื่นบาท ส่งคืนให้กับ ๒ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่ทำตกไว้บนรถ ด้านนักท่องเที่ยวได้มอบเงินสด ๒๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๖ พันบาท เพื่อตอบแทนความดี พร้อมเผย เพิ่งเดินทางมาเที่ยวเมืองพัทยาเป็นครั้งแรก และรู้สึกประทับใจน้ำใจของคนไทยเป็นอย่างมาก

๑๗. พม่าหนุนธุรกิจท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๔)

สหพันธ์การท่องเที่ยวของพม่า เตรียมจัดตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

๑๘. ภูเก็ตไม่พบเชื้ออีโบลา ตราดเฝ้าระวังหนุ่มออสซี่ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๔)

๑๙. จับตา ‘ออสซี่’ ผวาติดอีโบลา มาจากคองโก ผลชันสูตรผู้ดีไม่มีเชื้อมรณะ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ผลตรวจชิ้นเนื้อและเลือดของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เสียชีวิตในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในย่านหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ไม่พบเชื้ออีโบลา พร้อมยืนยัน การตรวจชิ้นเนื้อจากศพเป็นแนวทางปฏิบัติจากองค์การอนามัยโลก ให้ผลไม่ต่างจากการตรวจเลือด
ด้านผู้เชี่ยวชาญเป็นห่วงการตรวจพิสูจน์ศพด้วยมือเปล่า เสี่ยงได้รับเชื้อ ขณะที่กรมควบคุมโรคยืนยัน ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีมาตรฐานการตรวจ มีการสวมถุงมือ สวมอุปกรณ์ป้องกัน และไม่สัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งโดยตรง ยืนยัน กระทรวงสาธารณสุขยังคงมาตรการเฝ้าระวังโรคอีโบลา อย่างเข้มงวดทุกช่องทาง ส่วนที่จังหวัดตราด กำลังเฝ้าระวังชายชาวออสเตรเลียที่เพิ่งกลับจากคองโก

๒๐. เอเชียเสี่ยงอีโบลา เหตุอนามัยแย่ สลัมยังเต็มเมือง หวั่นรับมือไม่ไหวหากระบาดจริง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๙)

สำนักข่าวเอพีเสนอรายงานเตือนว่า ภูมิภาคเอเชียมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดของเชื้อ อีโบลามากขึ้น เนื่องจากระบบสาธารณสุขในหลายประเทศในภูมิภาคนี้เข้าขั้นอ่อนแอ ซึ่งจะทำให้การจัดการกับการระบาดอาจจะไม่มีประสิทธิภาพนัก

๒๑. รุดเก็บเซ็กซ์ทอยในถ้ำพระนาง ข่าวสด (หน้า ๑๑)

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้เข้าเก็บอวัยวะเพศชายเทียมในถ้ำพระนาง หลังมีเว็บไซต์ต่างชาติโพสต์ภาพเซ็กซ์ทอยในถ้ำพระนาง วางปะปนกับปลัดขิกที่ชาวบ้านนำมาบูชาตามความเชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม คาดเป็นฝีมือนักท่องเที่ยวที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
ด้านนางวิยะดา ศรีรางกูล ผอ.ททท.สนง.กระบี่ เชื่อว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของนักท่องเที่ยว กรณีที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว แต่กระทบกับความรู้สึกของคนที่นับถือ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป

**********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. จัดประกวด Viral Clip สนุก โดนใจ ผลงานนักศึกษา บ้านเมือง (หน้า ๑๔)

ททท. จัดกิจกรรมทริปต้นแบบการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ TRIP & TREAT และสานต่อโครงการ CSR HOLIDAY โดยจัดกิจกรรมการประกวดเฟ้นหานักการตลาดยุวชนชนรุ่นใหม่ มาร่วมสร้างสรรค์คลิปสนุกๆ โดนใจ เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Voluntourist ชิงเงินรางวัลรวม ๒.๓ แสนบาท ชูไฮไลต์การประกวดทีมประชาสัมพันธ์จัดทำ viral clip เพื่อสร้างกระแส CSR ภายใต้คอนเซ็ปต์ TRIP & TREAT @ SAMED รักษ์เกาะไทยไปเกาะเสม็ด

๒. ฆ่า ๒ ผู้ดีพ่นพิษ สั่งเลิก ‘ปาร์ตี้’ ลดจัด ‘ฟูลมูน’  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

นายฉัตรป้อง ฉัตรภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมมือกับทหาร และตำรวจ สั่งยกเลิกการจัดงานปาร์ตี้ริมหาดทุกประเภท ทุกเกาะ โดยจะอนุญาตเฉพาะงานฟูลมูนปาร์ตี้ เดือนละ ๑ ครั้ง ที่หาดริ้น เกาะเต่า เท่านั้น หากจำเป็นต้องจัดงานอื่นต้องขออนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด ล่าสุดได้มีการรื้อป้ายประชาสัมพันธ์โฆษณาการจัดงานแบล็คมูนปาร์ตี้ จังเกิลมูลปาร์ตี้ เอ็กพีเรียนซ์มูนปาร์ตี้ และอื่นๆ ออก ด้านตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด ได้ลงพื้นที่เกาะเต่า พร้อมกล่าวสรุปหลังร่วมประชุมรับฟังข้อมูลต่างๆ ว่า รู้สึกพอใจกับการทำงานของตำรวจไทย และไม่รู้สึกกังวลใดๆ กับคดี

๓. ฉาวซ้ำตีหัวฝรั่งสลบคาดหาดกะรน ในตัวไม่มีหลักฐาน เร่งสืบหาตัวคนร้าย เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๔. ตร.ภูเก็ตเร่งสอบทำร้ายชาวต่างชาติ มติชนรายวัน (หน้า ๙)

เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ที่ผ่านมา พบชาวต่างชาติถูกตีศีรษะนอนหมดสติ บริเวณหาดกะรน ตรงข้ามสวนสาธารณะหนองหาน จังหวัดภูเก็ต ในเบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ เพราะไม่พบเอกสารใดๆ ติดตัว รู้แต่เพียงเป็นชาวยุโรป ผิวขาว และมีรถจักรยานยนต์ทะเบียนมาเลเซียจอดอยู่ใกล้ๆ รวมถึงพบท่อนไม้ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุตกอยู่ ด้าน ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เตรียมเรียกประชุมด่วน ก่อนส่งชุดสืบสวนกลางลงพื้นที่หาตัวคนร้าย

๕. ยุทธศาสตร์ ‘กอบกาญจน์’ รุกปั้น ‘เมืองเล็ก’ ให้เป็น ‘เรื่องใหญ่’ ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์สัมภาษณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ถึงยุทธศาสตร์ในการกอบกู้การท่องเที่ยวไทย และผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ โดยประเดิมด้วยยุทธศาสตร์ทำเมืองเล็ก ให้เป็นเรื่องใหญ่ รุกขายแคมเปญ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด โดยใช้งบประมาณ ๖๐ ล้านบาท พร้อมจะร่วมกับภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ยกเครื่องจัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาระยะยาวฉบับใหม่

๖. เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวสู่ชุมชน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เร่งจัดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวใหม่ รับลูกนโยบายของรัฐบาลที่ให้กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยได้เปิดตัว ๑๒ เมืองดาวรุ่ง ในโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ของ ททท. และร่วมมือกับ ๒๐๐ บริษัทนำเที่ยวเสนอขายแพ็กเกจ ตั้งเป้าจะขายแพ็กเกจได้ ๓ หมื่นแพ็กเกจในช่วงไฮซีซั่น

๗. ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวฉบับใหม่ ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๖)

คอลัมน์เบิร์ดอายวิว โดย มาดามฉิม กล่าวถึงแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยว หลังจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยล่าสุด นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้หารือกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวฉบับใหม่ โดยมุ่งพัฒนาพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว และสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เพื่อเพิ่มพื้นที่ท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่าในที่สุดก็หนีไม่พ้นเรื่องรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่าหากเอาอคติมาปนกับผลประโยชน์ของประเทศ ผลลัพธ์ออกมาคือ บ้านเมืองเสียหาย แทนที่จะได้สร้างรถไฟความเร็วสูงในราคาถูก กลับมาต้องสร้างในราคาแพงขึ้นไปอีก

๘. ลุ้นผลตรวจเชื้ออีโบลาวันนี้ ฝรั่งดับที่ภูเก็ต – ตราดเจออีก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๙. ผวาเฒ่าอังกฤษติดอีโบลาเสียชีวิตปริศนา สธ.เร่งตรวจเฝ้าดู ๒๕ คนเสี่ยงติดเชื้อ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งชิ้นเนื้อของชายชาวอังกฤษวัย ๖๘ ปี ที่เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุในคอนโดมิเนียม ย่านหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต หลังพบเสี่ยงติดเชื้ออีโบลา เพราะเพิ่งเดินทางมาจากไนจีเรีย คาดว่าจะได้ผลตรวจในวันนี้ (๒๖ ตุลาคม) พร้อมเร่งติดตามกลุ่มเสี่ยงอีก ๒๕ คน ที่สัมผัสใกล้ชิดศพ และวอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ส่วนที่จังหวัดตราด พบชายชาวออสเตรเลียเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคอีกราย หลังเดินทางกลับจากทำงานที่คองโกและมีไข้สูง ขณะนี้พักอยู่กับภรรยาคนไทย โดยทีมเฝ้าระวังต้องติดตามอาการไข้ถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายนนี้
ส่วนกระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ ได้ตั้งหน่วยสวาทพิเศษรับมืออีโบลาระบาด และใช้โรงพยาบาลตัน ต๊อก เซ็ง เป็นศูนย์กลางนำร่องป้องกัน ด้านเอธิโอเปียเตรียมส่งทีมช่วยเหลือประเทศที่ติดเชื้ออีโบลา

๑๐. เกาหลีเหนือหวั่นไวรัสอีโบลา ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๙)

เกาหลีเหนือวิตกการแพร่ระบาดของโรคอีโบลา ประกาศงดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ขณะที่องค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้แต่ละประเทศมีมาตรการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าออกอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไวรัสอีโบลาแพร่ระบาดไปยังประเทศอื่น

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ‘ททท. สร้างกระแสท่องเที่ยว เสนอสุดยอดเส้นทางดอกไม้ สยามรัฐ (หน้า ๖)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้จัดโครงการ “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” เสนอขาย ๒๒ เส้นทางดอกไม้ในแต่ละเดือนตลอดทั้งปี เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวภายในประเทศในปี ๒๕๕๘ ให้ได้ ๑๔๘ ล้านคน / ครั้ง สร้างรายได้กว่า ๘ แสนล้านบาท พร้อมผลิตคู่มือ ดรีม เดสติเนชั่น ๒ แจกฟรี ๑ แสนเล่ม
รวมทั้งร่วมกับพันธมิตรในการต่อยอดเพื่อสร้างการรับรู้ โดยร่วมกับบางจาก ผลิตคู่มือท่องเที่ยว “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” อีก ๑ แสนเล่ม แจกฟรีที่ปั๊มน้ำมันบางจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับผู้ที่เติมอี ๒๐ ตั้งแต่ ๑ พันบาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ และไปรษณีย์ไทย ได้จัดทำแสตมป์รุ่นพิเศษ “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” ๕๐๐ ชุด ในราคา ๑๐๐ บาท หาซื้อได้ที่ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน หรือเว็บไซต์ www.postemart.com

๒. เปิดโครงการดรีม เดสติเนชั่น ๒ เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมกับพันธมิตร บางจาก และไปรษณีย์ไทย เปิดโครงการ “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน

๓. เมืองไทยยังน่าเที่ยว (จริงหรือ) กรุงเทพธุรกิจ / เสาร์สวัสดี (หน้า ๗)

คอลัมน์สำนักข่าวดาวเหนือ โดย ชิชา นำเสนอรายละเอียดผลการสำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวยุโรป เกี่ยวกับเหตุการณ์ฆาตกรรมบนเกาะเต่า ของบริษัท เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) โดยพบว่าต่างชาติยังชื่นชอบความสวยงาม และสถานที่ท่องเที่ยวในไทย อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้กระทบกับการตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่ติดลบมากกว่าคือเรื่องภาพลักษณ์คนไทยที่ลดความน่ารัก และอัธยาศัยไมตรีลง

๔. ประจินถกทำ ๓ แผนท่องเที่ยว / จัดเต็มปลอดภัยรับปีใหม่ / แจกเสื้อชูชีพเที่ยวทางน้ำ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๕. ปิ๊งไอเดียเปิดมหาลัยเที่ยว ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

๖. เร่งบูรณาการส่งเสริมท่องเที่ยว แนวหน้า (หน้า ๑๐)

๗. ถกมาตรการส่งเสริมท่องเที่ยว บ้านเมือง (หน้า ๑๑)

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้หารือกับ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา ถึงการบูรณาการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเน้น ๓ ประเด็นหลักคือ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับคนไทยและต่างชาติ, ดูแลความปลอดภัยให้กระจายครอบคลุมไปทุกพื้นที่ และหาแนวทางเสริมการท่องเที่ยว อาทิ การท่องเที่ยวโดยรถไฟ การท่องเที่ยวโดยใช้รถจักรยานไปยังพื้นที่ ที่เหมาะสม เป็นต้น รวมทั้งได้หารือเรื่องการแก้ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และการเอาผิดกับรถที่ผิดกฎหมาย หรือการนำรถป้ายดำมาดัดแปลงให้บริการนักท่องเที่ยว เป็นต้น
โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัย รวมทั้งเตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวสังเกตป้ายถนน หรือป้ายเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมต่างๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้ และให้ปฏิบัติตามระเบียบได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ มีแนวคิดจะมอบเสื้อชูชีพให้กับผู้ประกอบการ เพื่อนำไปใช้ในธุรกิจทางน้ำต่างๆ, ทำเลนจักรยานเพิ่ม อาทิ ในสวนสาธารณะ หรือเปิดสวนมหาวิทยาลัยทำเลนเที่ยวจักรยาน และร่วมรณรงค์เรื่องการงดลอยโคมไฟในเทศกาลลอยกระทง เป็นต้น

๘. งานหนักของ รมว.ท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๔)

คอลัมน์เรียงคนมาเป็นข่าว โดย กาแฟป่า กล่าวถึงการกอบกู้ภาพลักษณ์ของไทยให้กลับคืนมาโดยเร็ว ซึ่งถือเป็นงานหนักของ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รมว.ต่างประเทศ และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพราะขณะนี้ได้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบมากมาย ทั้งปัญหาการเมือง ฆาตกรรมนักท่องเที่ยว กฎอัยการศึก
โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่า ซึ่งทั้งอังกฤษและพม่า ไม่เชื่อถือผลการสอบสวนของตำรวจไทย สะท้อนปัญหาฝังรากลึกคือ กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ตรงไม่ตรงมา และยังอิงกับอคติในแง่ต่างๆ นั่นคือภาพจริงที่ต่างประเทศรับรู้เกี่ยวกับไทย กับภาพที่โฆษณาไปทั่วโลกว่านี่คือเมืองพุทธ ดินแดนแห่งรอยยิ้ม วัฒนธรรมที่อ่อนโยนสวยงาม ผู้คนรักความยุติธรรม นานๆ ไปภาพที่สุดขั้วไปคนละด้านนี้จะหักล้างทำลายกันเอง ซึ่งต้องประเมินว่า ณ วันนั้นไทยจะเหลืออะไรไว้ขายไว้อวดชาวโลก

๙. เร่งพัฒนา ‘๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด’ คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

กรมการท่องเที่ยว เตรียมเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “๑๒ เมืองต้องห้าม..พลาด” ทั้งการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชน ปรับภูมิทัศน์ พัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว สินค้าและบริการ แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว พร้อมพัฒนามาตรฐานธุรกิจท่องเที่ยว รองรับการโหมประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวสัมผัสกับ ๑๒ เมืองดังกล่าว ในปี ๒๕๕๘

๑๐. ฝรั่งผ่าซิลิโคนดับ ให้ยานอนหลับไม่ฟื้น แพทย์เจอข้อหาหนัก สั่งปิดคลินิกดัง ๖๐ วัน ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๑. สาวอังกฤษศัลยกรรมดับ ตร.จับทันควันเจ้าของ ‘คลินิก’ ‘สื่อนอก ‘ตีข่าว’ ฉาวซ้ำเกาะเต่า เดลินิวส์ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุสาวชาวอังกฤษช็อกเสียชีวิตคาเตียง ภายในเอสพีคลินิก คลินิกเสริมความงามในซอยภาวนา ถนนลาดพร้าว หลังแพทย์ฉีดยานอนหลับเพื่อผ่าตัด เอาซิลิโคนที่ก้นออก แต่กลับไม่ฟื้น ด้านตำรวจได้แจ้งข้อหาแพทย์เจ้าของคลินิกกระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมคุมตัวไปฝากขัง ก่อนญาติจะยื่นเงินสด ๒ แสนบาทประกันตัว จากการตรวจสอบพบคลินิกดังกล่าวให้บริการเกินเวลา และไม่เป็นไปตามมาตรฐานสถานพยาบาลที่กำหนด มีโทษทั้งจำและปรับ ซึ่งในเบื้องต้นได้สั่งปิดคลินิก ๖๐ วัน
ด้านสถานทูตอังกฤษเผย ได้ทราบเรื่องการเสียชีวิตของหญิงอังกฤษรายนี้แล้ว พร้อมกำลัง จัดเจ้าหน้าที่กงสุลมาดูแลเรื่องดังกล่าว ขณะที่สื่อต่างประเทศได้เผยแพร่ข่าวนี้ไปทั่วโลก โดยระบุ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง ๑ เดือน หลังเกิดคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า และจนถึงขณะนี้กระบวนการสืบสวนยังคงพบเงื่อนงำหลายอย่าง

๑๒. นิวยอร์กพบผู้ติดอีโบลาคนแรก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๑)

๑๓. ตื่นอีโบลา ! ลามนิวยอร์ก ติดเชื้อแล้ว ๑ – ระบาดหนักเข้ามาลี คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

แพทย์ชาวอเมริกันที่เพิ่งเดินทางกลับจากกินี ติดเชื้อไวรัสอีโบลา ถือเป็นรายแรกของนิวยอร์ก ด้านประเทศมาลีพบเด็กหญิง ๒ ขวบ ติดเชื้อเป็นรายแรก และเป็นประเทศที่ ๖ ที่มีผู้ติดเชื้อ ส่วนสหภาพยุโรป (อียู) ได้ตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานรับมือกับเชื้ออีโบลา

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

24/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ททท.ชี้ไฮซีซั่นยังนิ่ง – ปีหน้าคึกคัก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย สถานการณ์การท่องเที่ยวที่เริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นเริ่ม ดีขึ้น เมื่อเทียบกับ ๙ เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดยุโรปเริ่มทยอยกลับเข้ามา รวมถึงได้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ อาทิ ตลาดไฮเอนด์รัสเซีย เข้ามาเสริมรายได้ ชดเชยจำนวนนักท่องเที่ยวต่อหัวที่ลดลงไปได้ ส่วนหนึ่ง พร้อมยอมรับ การท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นยังฟื้นตัวแบบไม่สดใส เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจการเมืองในรัสเซีย ทำให้อัตราเข้าพักและลูกค้ากรุ๊ปทัวร์ลดลง ประกอบกับปัจจัยลบเศรษฐกิจยุโรป
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ในปี ๒๕๕๘ เนื่องจากเป็นที่เริ่มต้นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวโครงการใหม่เต็มตัว อีกทั้งยังมี ๓ ปัจจัยลบที่ต้องเฝ้าระวังคือ ปัญหาเศรษฐกิจของรัสเซีย การเพิ่มขึ้นของภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่น และสภาพเศรษฐกิจของยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง ๙ เดือนแรก มีจำนวน ๑๗.๕ ล้านคน ลดลง ๑๐.๒๘% จากปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่า ยอดรวมตลอดปีอาจอยูที่ ๒๕ – ๒๕.๕ ล้านคน ลดลง ๓.๙% ทำรายได้ราว ๑.๒ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น ๐.๓๖%
ด้านแอตต้า เผย กรุ๊ปทัวร์ที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้มีแนวโน้มจะติดลบทั้ง ๑๒ เดือน คาดภาพรวมตลอดปีนี้กรุ๊ปทัวร์มาไทยอาจลดลงราว ๑๐% ส่วนทิก้า คาดว่าภาพรวมธุรกิจไมซ์ตลอดปีนี้น่าจะติดลบราว ๔๐% และจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในช่วงปี ๒๕๕๘ พร้อมคาดว่ากว่าธุรกิจจะฟื้นกลับสู่ภาวะปกติต้องใช้เวลา ๒ ปี ขณะที่ธุรกิจโรงแรมหวังฟื้นตัวเต็มที่ปีหน้า

๒. นักเที่ยวถูกเสือตะปบปลอดภัย มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่ถูกเสือตะปบ อาการปลอดภัยแล้ว โดยทางคุ้มเสือได้เข้าไปดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยืนยัน ไม่ได้ต้องการปิดข่าว แต่ต้องการให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่ดีที่สุด และพักผ่อนอย่างเต็มที่ อีกทั้งคุ้มเสือมีมาตรการดูแลด้านความปลอดภัย นักท่องเที่ยวมั่นใจได้

๓. ปิดผับพัทยา – รุมตื้บ พ.ต.คูเวต ข่าวสด (หน้า ๑๑)

๔. ปิดอะโกโก้รุมยำนายทหารคูเวต ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๒)

นายอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และปลัดฝ่ายความมั่นคง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บุกเข้าค้นร้านสไปซี่เกริล อะโกโก้ หลังการ์ดก่อเหตุรุมทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวคูเวต โดยไม่พบเด็กอายุ ต่ำกว่ากฎหมายกำหนดเข้าทำงาน แต่พบเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีสุราต่างประเทศไม่ติดอากรแสตมป์ พร้อมจะประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้สั่งปิดร้านดังกล่าว ๖๐ วัน

๕. ภาพลักษณ์ประเทศไทย เดลินิวส์ (หน้า ๓)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติ ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศและการท่องเที่ยวไทยเสียหาย ทั้งคดีข่มขืน ทำร้ายร่างกายเพื่อชิงทรัพย์ การเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เป็นต้น โดยเฉพาะคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่แม้จะจับตัวผู้ต้องหาได้ แต่ก็มีกระแสที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายอีก พร้อมแนะหากไม่อยากให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายไปมากกว่านี้ ตำรวจต้องแสดงฝีมือพิสูจน์ในชั้นศาลว่าไม่ใช่จับแพะ เพื่อขจัดข้อกังขาต่างๆ ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ที่ดีกลับคืนมาได้

๖. ด้านมืด ‘ท่องเที่ยวไทย’ ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์เมืองไทย ๒๕ น. โดย ทวี มีเงิน กล่าวถึงการท่องเที่ยวของไทย ที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาคดีเกาะเต่า และกฎอัยการศึก โดยเฉพาะคดีเกาะเต่า คงจะไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ตราบใดที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังใช้กฎหมายไม่เต็มที่ ปล่อยให้มีมาเฟียต่างชาติ กลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ ใช้อำนาจมืดข่มขู่คุกคามนักท่องเที่ยว จนสูญเสียเงินทองและชีวิต ทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทยอีก นอกจากนี้ ด้านมืดของการท่องเที่ยวไทย ยังมีอีกหลายรูปแบบ ทั้งการต้มตุ๋น ฉ้อโกง ข่มขู่ ซึ่งทำลายธุรกิจท่องเที่ยวไทยมานาน พร้อมตั้งคำถามว่าถึงเวลาที่จะต้องเอาจริงเอาจัง ลบภาพเหล่านี้ได้หรือยัง

๗. กอบกาญจน์เร่งแก้ภาพลักษณ์ ดันท่องเที่ยวไทยปลอดภัย... เดลินิวส์ (หน้า ๖)

เอวิกานต์ บัวคง นำเสนอบทสัมภาษณ์ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ด้านการท่องเที่ยว และการแผนฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว

๘. ศึกใน – ศึกนอก สยามรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์สังคมสยามรัฐ โดย ศรพระราม กล่าวถึงคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติ ทั้งคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ และคดีครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมอันตรายสำหรับนักท่องเที่ยวไปแล้ว งานนี้ถือเป็นงานยาก งานหิน สำหรับนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น และกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยว อีกทั้งไม่ใช่แค่ศึกภายนอกซึ่งควบคุมไม่ได้ที่ต้องเผชิญ แต่ศึกในกระทรวงก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

๙. พูดคนเดียว แนวหน้า (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลแนวหน้า โดย ธรรมกร ระบุว่า คน ททท. กระซิบให้ฟังว่านางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งนายภราเดช พยัฆวิเชียร อดีตผู้ว่าฯ ททท. เป็นคณะทำงานให้คำปรึกษาการท่องเที่ยว โดยการประชุมเมื่อเร็วๆ นี้ ปรากฏว่านายภราเดช ใช้เวลาพูดคนเดียวกว่าครึ่งหนึ่งของการประชุมทั้งหมด สงสัยว่า รมว.ฟังทันหรือไม่

๑๐. กรมการท่องเที่ยวบี้ไกด์ผี บ้านเมือง (หน้า ๗)

กรมการท่องเที่ยว ได้กำหนดบทลงโทษไกด์เถื่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน ๑ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนไกด์ที่ไม่ติดบัตรประจำตัวขณะให้บริการ มีโทษปรับไม่เกิน ๑ หมื่นบาท และผู้ที่ทำหน้าหน้าที่เป็นผู้นำเที่ยวโดยไม่ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน ๑ เดือน ปรับไม่เกิน ๒ หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อเป็นการป้องปรามและจัดระเบียบไกด์ พร้อมย้ำ อาชีพไกด์เป็นอาชีพสงวนสำหรับ คนไทยเท่านั้น

๑๑. พาณิชย์ตั้งทีมสกัดนอมินี โฟกัสสอบธุรกิจท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

๑๒. พณ.ผนึกดีเดสไอเร่งกวาดล้าง ก๊วนนอมินีแหล่งเที่ยวเสียชื่อ มติชนรายวัน (หน้า ๘)

๑๓. ล้างบางนอมินีธุรกิจท่อเที่ยว / ฉุดเศรษฐกิจพังทะลุแสน ล. / ลุยใช้กฎหมายเข้มงวดไม่ละเว้น สยามรัฐ (หน้า ๖)

๑๔. เดินหน้าปราบปรามนอมินีท่องเที่ยว แนวหน้า (หน้า ๑๑)

น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ เป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ปัญหานอมินีในธุรกิจท่องเที่ยว หวั่นจะทำให้ภาพลักษณ์เมืองไทยเสียหาย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวในภาพรวม ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในเบื้องต้นจะเชิญกรมการท่องเที่ยว และดีเอสไอ มาหารือเพื่อแก้ปัญหา โดยจะผนึกกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบจังหวัดเป้าหมาย หากพบมีคนไทยเป็นนอมินีคนต่างด้าวจะมีความผิดทั้งคนไทยและคนต่างด้าว มีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับ ๑ แสนบาท – ๑ ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยที่ผ่านมาส่งเรื่องให้ดีเอสไอ ดำเนินคดีไปแล้วกว่า ๒๑ ราย

๑๕. พัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ ชื่นชมผลงานของ อพท. ที่ทำหน้าที่หลักในการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีพื้นที่พิเศษ เพื่อเพิ่มศักยภาพของชุมชน โดยดึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ให้ชุมชนร่วมกันวางแผนและร่วมกันรับผิดชอบการบริหารจัดการ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างประโยชน์ เป็นการวางรากฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จึงไม่แปลกใจที่ปี ๒๕๕๖ อพท. ได้ ๕ คะแนนเต็ม จากการประเมินผลของ ก.พ.ร. กลายเป็นอันดับท็อปในบรรดาองค์การมหาชน ๓๖ แห่ง หน่วยงานเล็กๆ แต่ผลงานยอดเยี่ยม หากนายกรัฐมนตรีรู้จักใช้งาน จะสร้างประโยชน์ได้อีกมาก

๑๖. รมว.ท่องเที่ยวเหนื่อยหนัก / เพิ่มงบต่อยอดท่องเที่ยวยั่งยืนทั่วไทย บ้านเมือง (หน้า ๔)

คอลัมน์เลขที่ ๑ ซอยปลื้มมณี โดย อัศวชิงชัย กล่าวถึง “ท่องเที่ยววิถีไทย” แคมเปญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในยุค รมว.กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ที่มุ่งดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย หวังกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น แต่ช่วงนี้คงต้องเหนื่อยหนัก เพราะปัจจัยลบทั้งคดีเกาะเต่า และคดีครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น
พร้อมกล่าวถึงผลงานของ อพท. ในการประสาน ส่งเสริม สนับสนุนพื้นที่พิเศษ ช่วยปูรากฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมอยากให้รัฐบาลช่วยเพิ่มงบ - เพิ่มเจ้าหน้าที่ เพื่อต่อยอดท่องเที่ยวยั่งยืนทั่วไทย

๑๓. ชงรัฐจำกัดนักท่องเที่ยวภูเก็ต / ลดแออัด – ผิดกฎหมาย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นายกฤษฎา ตันสกุล สมาคมโรงแรมไทย (ภาคใต้) เผย ได้เสนอแนวคิดการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ไม่ให้สูงเกินขีดความสามารถในการรองรับ และหันไปส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพแทน เพราะปัจจุบันภูเก็ตกำลังประสบปัญหานักท่องเที่ยวแออัด และมีการทำผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) ที่จะเร่งรณรงค์ให้โรงแรมเข้ามาจดทะเบียนให้ถูกต้อง หลังพบมีโรงแรมผิดกฎหมายมากขึ้น จนมีปัญหาการแข่งขันด้านราคา

๑๘. โรงแรมภูเก็ตอ่วม ห้องพักเถื่อนแย่งกรุ๊ปทัวร์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นายกฤษฎา ตันสกุล สมาคมโรงแรมไทย (ภาคใต้) หวังการแข่งขันเอเชียน บีช เกมส์ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๒๓ พฤศจิกายนนี้ จะกระตุ้นอัตราเข้าพักเพิ่มขึ้น ชดเชยช่วง ๑๐ เดือนแรกที่อัตราเข้าพักลดลงเหลือ ๕๕ – ๖๐% มีนักท่องเที่ยวราว ๖ ล้านคน และเมื่อรวมกับภาพรวมนักท่องเที่ยวตลอด ทั้งปี อาจเหลือเพียง ๑๐ ล้านคน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จะมี ๑๒ ล้านคน พร้อมประเมินภาพรวมช่วงไฮซีซั่น โรงแรมยังไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ เพราะต้องแข่งขันกับโรงแรมเถื่อนจำนวนมาก ที่เข้ามาแย่งตลาดและผูกขาดตลาดกรุ๊ปทัวร์ เผยที่พักกว่า ๗ หมื่นห้อง กว่า ๖๐% ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

๑๙. บริษัททัวร์งัดกลยุทธ์ดิ้นเพื่ออยู่รอดยุคเที่ยวเอง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๔)

คอลัมน์รายงานพิเศษ โดย จารุพันธุ์ จิระรัชนิรมย์ เสนอกลยุทธ์ในการส่งเสริมการขายของบริษัททัวร์ เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด ทั้งปรับโปรแกรมท่องเที่ยวจุดหมายยอดนิยมให้มีกิจกรรมที่ไปเองทำไม่ได้ เพิ่มโปรแกรมจุดหมายท่องเที่ยวที่คนยังไม่ค่อยไปแต่น่าไป สร้างแพ็กเกจท่องเที่ยวที่ปรับแต่งได้ตามลูกค้าต้องการ เปลี่ยนไปลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวอื่น เปลี่ยนจากตัวแทนจำหน่ายเอง เป็นขายส่งกระจายให้ตัวแทนรายอื่นขาย เป็นต้น

๒๐. สั่งห้ามเกาะสมุยจัดปาร์ตี้ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

คอลัมน์หน้าต่างเมือง : นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกหนังสือ สั่งตำรวจเกาะพะงัน และ อส. ถอดป้ายประชาสัมพันธ์งานแบล็คมูนปาร์ตี้ จังเกิลมูนปาร์ตี้ เอ็กพีเรียนซ์มูนปาร์ตี้ เหลือเพียงงานฟูลมูนปาร์ตี้งานเดียว เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม

๒๑. ตำรวจอังกฤษบินถึงไทยแล้ว ขอสอบจุดเกิดเหตุ – พ่อแม่เหยื่อพบลูกวันนี้ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๑)

ตำรวจอังกฤษเดินทางถึงไทยแล้ว พร้อมประสานกระทรวงต่างประเทศ ขอรายละเอียดคดี และจะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ขณะที่คณะทำงานสภาทนายความ ร่วมมือกับสถานทูตพม่าช่วยสู้คดี ด้าน รทท.ผบก.สุราษฎร์ธานี ขอเพิ่มกำลังพลลงเกาะเต่า ทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงก่ออาชญากรรม เสนอผู้ว่า-ราชการจังหวัด และทหาร วางมาตรการคุมต่างด้าวหลังเลิกงาน ไม่ให้ออกมาหาความสำราญปะปนกับนักท่องเที่ยว ส่วนที่เกาะสมุย ได้สั่งการให้ ผกก. แต่ละสถานีจัดชุดตรวจตรา โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ส่วนพ่อแม่ของ ๒ ผู้ต้องหาจะเข้าพบลูกในวันนี้

๒๒. ผวาพิษ ‘อีโบลา’ ซ้ำเติมส่งออก / นักท่องเที่ยวชะลอเดินทาง กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

นักเศรษฐศาสตร์เป็นห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของอีโบลา ชี้ หากยังไม่สามารถยับยั้งการแพรระบาดได้ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ผ่านการส่งออกจากไทยไปแอฟริกา และจากการท่องเที่ยว ที่ไม่เฉพาะคนแอฟริกาเท่านั้นที่จะไม่เดินทางไปยังประเทศอื่นๆ แต่ยังมีผลกับคนในประเทศทั่วๆ ไปด้วย ทั้งอเมริกา ยุโรป หรือจีน ที่อาจไม่กล้าเดินทางในช่วงนี้ รวมทั้งผลกระทบอาจร้ายแรงกว่าการส่งออก เผย ปัจจุบันยังกระทบแค่ความเชื่อมั่น จิตวิทยาการลงทุน พร้อมแนะจับตาหลังเดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป

*************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th