ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

21/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. จี้ทัวร์ – โรงแรมเลิกตัดราคากันเอง เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า ๒๐ ล้านบาท ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งงานเทศกาลดนตรีในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีการประดับประดาไฟให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป เพื่อจูงใจให้คนไทยท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศ สร้างรายได้ให้ถึงเป้าหมาย ๗ แสนล้านบาท ในปี ๒๕๕๗
ทั้งนี้ จากการประเมินภาพรวมของการท่องเที่ยวในประเทศตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่มีกำลังซื้อระดับกลาง ที่ยังคงกิจกรรมท่องเที่ยวตามปกติ รวมถึงกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ อบต. อบจ. ที่ยังมีงบประมาณในการออกไปสัมมนาตามแนวทาง ที่รัฐบาลกำหนด
ด้านนายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย ใน ๒๕๕๘ ททท. ยังคงทำตลาดโดยเน้นประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง หรือแหล่งท่องเที่ยวชุมชนมากขึ้น เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ สร้างความประทับใจกลับไป แล้วนำไปบอกต่อแบบปากต่อปาก ถือเป็นกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ทางอ้อม ในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาท่องเที่ยวเมืองไทย ขณะที่ชุมชนก็ต้องวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของตนให้มีเอกลักษณ์ เป็นจุดขายให้กับนักท่องเที่ยว และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน ส่วนโรงแรมและบริษัททัวร์ก็ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ และไม่ควรตัดราคากันเอง

๒. เอกชนลุย ‘ฮาร์ดเซล’ ผนึก ททท. ดึงต่างชาติ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๓. วีซ่าอัดแคมเปญหวังยอดเพิ่ม ๑๕% ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๒๓)

๔. ‘ททท. – วีซ่า’ ตีปี๊บช็อปราชประสงค์ ข่าวสด (หน้า ๘)

นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. ร่วมกับ วีซ่า ประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดแคมเปญไทยแลนด์ สเปคทาคูลาร์ เยียร์ เอนด์ ปีที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘ ที่บริเวณย่านราชประสงค์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปี และเพื่อส่งเสริมและสร้างการรับรู้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางแห่งการช็อปปิ้ง โดยคาดว่าปีนี้จะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าเพิ่มขึ้น ๑๕% มั่นใจชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการจัดงานนี้ ยังคงให้ความสนใจไทยในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ และหลังจบแคมเปญนี้ ททท. จะโปรโมตการช็อปปิ้งในหมวดหมู่อาหารต่อเนื่อง ด้วยการจัดเทศกาลสแปลซ แอนด์ ราวเดือนมีนาคม ขณะที่เดือนมิถุนายน จะเข้าสู่เทศกาลใหญ่ประจำปี “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์” ระยะเวลา ๓ – ๔ เดือน

๕. ฉุดแหม่มหาดหัวหิน เดินคุกลงมือเย้ย กม. ตามรวบตัวทันควัน รอดเพราะโทรศัพท์ บ้านเมือง (หน้า ๑)

๖. หนุ่มดมกาวหื่นปล้ำสาวต่างชาติ ข่าวสด (หน้า ๑๔)

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวสาวชาวเวเนซุเอลา ถูกชายไทยฉุดหวังจะข่มขืน ระหว่างนั่งเล่นเพียงลำพังบริเวณทางลงชายหาดหน้าบ้านวิทยา อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่นักท่องเที่ยวขัดขืนจนโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง เอส ๓ ตก และเห็นท่าว่าคนร้ายอยากได้ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือส่งให้ และใช้จังหวะดังกล่าววิ่งหนี พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ
ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว โดยรับสารภาพว่า เคยติดคุกนาน ๔ ปีในคดี ชิงทรัพย์ ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดมกาวบนชายหาดจนเมา เห็นนักท่องเที่ยวสาวอยู่เพียงลำพัง จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ และลงมือปลุกปล้ำหวังจะขืนใจ แต่นักท่องเที่ยววิ่งหนีเอาตัวรอดได้ จึงได้เอาโทรศัพท์มือถือติดมือไป กระทั่งถูกจับกุมตัว

๗. หนุ่มอินเดียระห่ำซิ่งเจ็ตสกี เหินขึ้นฝั่งชนนักเที่ยวสาหัส ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุเรือเจ็ตสกีเฉี่ยวชนนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ บริเวณชายหาดพัทยา จากการสอบถามทราบว่า ผู้ขับขี่เจ็ตสกีเป็นชาวอินเดีย ขับขี่เจ็ตสกีชื่อ “น้องกล แอนด์ น้องเจเจ” ด้วยความเร็วสูง และผ่าเข้ามาในทุ่นกั้นเขตคนเล่นน้ำ เฉี่ยวชนนักท่องเที่ยวที่กำลัง เล่นน้ำอยู่ รวมทั้งเหินขึ้นบนชายหาดชนกับโต๊ะ เตียงผ้าใบ ล้มเสียหาย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อและสัญชาติ เจ้าหน้าที่ได้ทำการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมนำส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล

๘. ต่างชาติยังรักเมืองไทย ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยว ได้จัดกิจกรรมเปิดโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางถ่ายภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลลีวู้ดในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมได้เผยถึงกรณีมีนักเขียนและสื่อของอังกฤษเขียนหนังสือและบทความโจมตีประเทศไทยว่า กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ดูแลและปรับปรุงบริการการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ ให้เป็นที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และจากการเดินทางไปโปรโมตการท่องเที่ยวที่อังกฤษ พบว่า คนอังกฤษส่วนใหญ่ยังรักเมืองไทย และสนใจมาเที่ยวไทยไม่น้อยลง จากเดิม

๙. ตำรวจท่องเที่ยวจับไกด์เถื่อนติดสินบน จนท. แลกถูกจับ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

๑๐. จับไกด์เถื่อนติดสินบนเจ้าพนักงาน บ้านเมือง (หน้า ๒)

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวได้แถลงข่าวการจับกุมไกด์เถื่อน หลังสนธิกำลังทหารจัดชุดตรวจจับไกด์เถื่อน โดยได้ผู้ต้องหา ๑ ราย ขณะกำลังนำนักท่องเที่ยวเข้าชม วัดมหาธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง และพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่แลกกับการถูกจับ โดยได้ส่งตัวให้ สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดี

๑๑. จัดเวิลด์บีชเกมส์เกาะสมุย หัวหินเหมาะสม บ้านเมือง (หน้า ๙)

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เผยถึงการ จัดการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ของไทยว่า ได้ผลดีเกินคาด พร้อมขอให้สมาคมกีฬาฯ รักษามาตรฐานการทำผลงานไว้จนถึงครั้งต่อไป พร้อมเผยถึงการแข่งขันเวิลด์บีชเกมส์ครั้งแรกของโลกว่า ไทยมีคู่แข่งจำนวนมาก โดยรัสเซียได้ส่งทีมงานมาเก็บข้อมูลจากไทย เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแข่งกับไทย ขณะที่ไทยควรหาจังหวัดใหม่ เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน เกาะสมุย เกาะเต่า ชี้ ภูเก็ตอิ่มตัว มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

๑๒. ไทยเปิดบ้านรับ ‘อีเวนท์ระดับโลก’ ปลุกความเชื่อมั่นต่างชาติ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๑)

คอลัมน์จับกระแส โดย สรัญญา จันทร์สว่าง กล่าวถึงงานอีเว้นท์ระดับโลกต่างๆ ที่เตรียมเข้ามาจัดในไทย ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายพยายามประกาศตัวถึงความแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร เป็นเงื่อนไข ในการกำหนดกรอบแนวทางการทำตลาดที่ต้องฉีกแนวไปจากเดิม อาทิ สยามเซ็นเตอร์ ได้ร่วมกับศิลปินชื่อดังระดับโลกชาวฝรั่งเศส M/M (Paris) จัดงาน Siam Center Idea Avenue present M/M (Paris)
รวมถึงงานอีเวนต์ระดับเวิลด์คลาส SIWILAI present Le Cabinet De Curiosites of Thomas Erber ๒๐๑๔ at Central Embassy ระหว่างวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน – ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยและเอเชีย โดยเจ้าของงาน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ระบุว่า Thomus Erber ไม่เลือกจัดงานที่ญี่ปุ่น และฮ่องกง แต่เลือกมาจัดที่ไทย สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจไลฟ์สไตล์ของไทยได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายงานระดับโลกที่เตรียมมาจัดงานในประเทศไทย ซึ่งเวทีประเทศไทย ที่เปิดรับศิลปินระดับโลก เป็นเสมือน “สื่อ” ดึงดูดสายตาชาวโลกให้หันมามองเมืองไทยได้เป็นอย่างดี ในนาทีที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัว และต่างชาติยังต้องการภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทย

๑๓. ท่องเที่ยว...ตอบโจทย์ชัดเจน บ้านเมือง (หน้า ๓)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘ ว่า ถือเป็นเรื่องดีที่หลังมีข่าวแผนการท่องเที่ยววิถีไทยแพร่หลายตามสื่อมวลชนและโลกโซเชียล ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ในช่วงใช้กฎอัยการศึก แต่ก็ไม่มีผลกระทบด้านการท่องเที่ยว จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะการท่องเที่ยววิถีไทยนอกจากจะสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ยังทำให้รายได้ของชุมชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นเหตุให้ทุกๆ ฝ่ายตื่นตัว เพราะมั่นใจว่าปีหน้าจะเป็นปีทองของการท่องเที่ยววิถีไทย
๑๔. ฝนซัดหนักท่วมใต้อ่วม มีพายุหมุน ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ภาคใต้เจอฝนหนักและน้ำท่วมอีกระลอก โดยที่จังหวัดพัทลุง วัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง ๑๓๐ มิลลิเมตร ทำให้น้ำป่าเทือกเขาบรรทัดไหลบ่าล้นฝายเก็บน้ำทะลักท่วมหลายหมู่บ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้สั่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานกับทหาร ช่วยอพยพชาวบ้านและเก็บสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคอสะพานและบรรจุกระสอบทรายไปทำคันกั้นน้ำ
ส่วนที่จังหวัดสงขลา ชาวบ้านผวาดินภูเขาสไลด์ทับวัดหลังฝนตกหนัก ๓ วันติดต่อกัน ด้านจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดพายุหมุนถล่มบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่หมู่ ๑ และหมู่ ๔ ได้รับความเสียหายกว่า ๓๐ หลังคาเรือน และที่จังหวัดกระบี่ หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ ได้ช่วยเหลือเรือประมงที่นำนักท่องเที่ยว ๙ คน ไปตกปลาแล้วถูกคลื่นซัดเครื่องยนต์เสียลอยลำกลางทะเล บริเวณเกาะหมา อำเภอเกาะลันตา

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

20/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ททท. นำทัพบุกแดนมังกรดึงชาวจีนท่องเที่ยววิถีไทย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

เอวิกานต์ บัวคง รายงานบรรยากาศการเข้าร่วมงานไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวิล มาร์ท ๒๐๑๔ ที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน กับ ททท. โดยบูธประเทศไทยมีชาวจีนสนใจเข้ามาสอบถามอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยต่างๆ ที่เรียกความสนใจได้มากกว่าบูธของประเทศอื่น คาดในปี ๒๕๕๘ จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยเพิ่มเป็น ๕.๑ ล้านคน จากปีนี้อยู่ที่ ๔.๑ ล้านคน มีรายได้ถึง ๒๑๙,๐๐๐ ล้านบาท
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผยถึงกลยุทธ์ในการดึงนักท่องเที่ยวจีน หลังจากประชุมร่วมกับ ๕ สำนักงาน ททท. ในจีนว่า ททท. จะใช้แนวคิดทำตลาดแบบคู่ขนาน ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเอฟไอที และกลุ่มที่ชอบเดินทางซ้ำ (รีพีทเตอร์) เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ และมีการใช้จ่ายสูงมาก โดยจะมุ่งเป้าไปที่จำนวนรายได้ทางการท่องเที่ยว มากกว่าจำนวน
ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายก แอตต้า แนะให้ควรคำนึงถึงศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว ของไทยด้วย เพราะมีการวิจัยจากทางภาครัฐของจีนพบว่าในอีก ๕ ปีข้างหน้า จีนจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกว่า ๕๐๐ ล้านคน และไทยติด ๑ ใน ๔ ของประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมา

๒. เอกชน – รัฐกระตุ้นใช้จ่ายช่วงปีใหม่ เซ็นทรัลเทพันล้านโหมแคมเปญใหญ่ ททท. ลุยจัดดนตรี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

บจก.เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมใช้งบประมาณกว่า ๑ พันล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาดและตกแต่งสถานที่ตั้งแต่แยกราชประสงค์ถึงเพลินจิต เพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดยเตรียมจัด ๒ แคมเปญในช่วง ๒ เดือนสุดท้าย ได้แก่ เซ็นทรัล เซเลเบรชั่น อิน บางกอก แคมเปญมิดไนท์ เซลล์ และงานเคาท์ดาวน์ อะ ลอง คิส กรุ๊ฟ ไนท์ บาย เอเม็ก คาดจะมีลูกค้าและนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการในย่านราชประสงค์ถึงเพลินจิตไม่ต่ำกว่า ๓ แสนคน ส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในเซ็นทรัลเวิลด์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า ๑๕ – ๒๐% และมียอดขายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า ๒๐ – ๓๐%
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมจัดกิจกรรมและแผนส่งเสริมการตลาดในช่วง ๒ เดือนสุดท้ายของปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและใช้จ่ายภายในประเทศ ด้วยการจัดกิจกรรมดนตรีตามแหล่งท่องเที่ยว โดยตั้งงบส่งเสริมการตลาด ๒๐ ล้านบาท รวมทั้งเตรียมสนับสนุนกิจกรรมของย่านราชประสงค์ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

๓. ‘ไทยเที่ยวไทย’ ต่ำเป้า ๑๐%  กรุงเทพธุรกิจ หน้า ๓๐

๔. ททท. ดึง ๔ โลว์คอสต์ชวนเที่ยวไทยปีหน้า คม ชัด ลึก หน้า ๖

๕. ททท. คุยสายการบินกระตุ้นเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ยอมรับ จำนวนนักท่องเที่ยว คนไทยในปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๑๓๖ ล้านคน/ครั้ง โดยต่ำกว่าเป้าหมาย ๑๐% แต่รายได้สูงเกินคาด เนื่องจากสายการบินต้นทุนต่ำขยายเส้นทางบินใหม่ และมีการเพิ่มความถี่ไปยังจังหวัดต่างๆ มากขึ้น
ส่วนกลยุทธ์ในปีหน้าที่จะขับเคลื่อนปีท่องเที่ยววิถีไทย ททท. มีแผนจะหารือกับ ๔ สายการบินต้นทุนต่ำ ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยสมายล์ ร่วมส่งเสริมการตลาดในช่วงโลว์ซีซั่น หรือหลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไป เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในช่วงดังกล่าวมากขึ้น พร้อมตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวในประเทศที่ ๑๔๘ ล้านคน/ครั้ง มีรายได้ ๘ แสนล้านบาท
นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผยถึงการจัดพิธีเปิดปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘ พร้อมกับเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๑๘ มกราคม ๒๕๕๘ ที่สวนลุมพินีว่า คาดว่าจะมีผู้มาร่วมงานไม่ต่ำกว่า ๔ ล้านคน โดยจะจัดทริปเชิญนักเรียน นักศึกษา ไปเรียนรู้เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนตามรอยโครงการพระราชดำริทุกเดือน เดือนละ ๔๐ คน เพื่อให้แนวคิดท่องเที่ยววิถีไทย สามารถกระจายเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มมากขึ้น รวมทั้งจะขอความร่วมมือจากบุคคลที่มีชื่อเสียง ในการเผยแพร่เนื้อหาด้านการท่องเที่ยว ภายใน ๓ โครงการหลักคือ ปีท่องเที่ยววิถีไทย ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด และ Dream Destinations ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน

๖. ส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt : นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย ททท. กำลังหาพันธมิตรร่วมโครงการส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘ ที่จะมีกิจกรรมใหญ่ต่อเนื่องตลอดปี โดยขณะนี้มีเอกชนเตรียมเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มสายการบินที่จะเข้าร่วม หวังปัดฝุ่นที่นั่งที่ยังว่างจากปีนี้ ไว้ต้อนรับคนไทยและต่างชาติที่จะกลับเข้ามา

๗. ท่องเที่ยวไทยถดถอย ข่าวสด (หน้า ๔)

คอลัมน์ข่าวข้นคนเข้ม โดย สันตะวา กล่าวถึงการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ ที่ถดถอยลงจนน่าใจหาย โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับ ปีนี้นักท่องเที่ยวเข้ามาไทย ๒๕ ล้านคน น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ๑ ล้านคน สวนทางกับโมฮาเหม็ด ชาห์รีร์ ฮัดซิม รอง ผอ.คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวของมาเลเซีย ที่ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่าปีนี้มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมาเลเซีย ๒๘ ล้านคน

๘. ผลักดันห้องน้ำสะอาด ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

๙. สะอาดทั่วไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๗)

กรมการท่องเที่ยว เปิดตัวโครงการรณรงค์ห้องน้ำสะอาดทั่วไทย เนื่องในวันส้วมโลก นำร่อง ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งถือเป็นต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวที่มีห้องน้ำสะอาด ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างเครือข่ายในการพัฒนามาตรฐานด้านความสะอาดของห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ รวมทั้งจะสำรวจห้องน้ำในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เพียงพอ และจะเพิ่มห้องน้ำสำหรับ คนพิการด้วย โดยจะเริ่มในจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นก่อน

๑๐. ไทยที่ ๑ ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โพสต์ ทูเดย์ (วิเคราะห์ต่างประเทศ หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย : บลูมเบิร์ก ยกให้ไทยเป็นอันดับ ๑ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของโลก โดยให้เหตุผล การรักษาของเมืองไทยคุณภาพดี มีมาตรฐานเดียวกับสหรัฐอเมริกา ในราคาที่ถูกกว่า และยังสามารถท่องเที่ยววัด และเพลิดเพลินกับแสงแดด ณ ชายหาดอีกด้วย
พร้อมระบุข้อดีของการบริการทางการแพทย์ของไทยว่า นอกเหนือจากราคาที่ถูกกว่าโรงพยาบาลยังมีความหรูหราตั้งแต่ล็อบบี้ รวมถึงมีพนักงานต้อนรับที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และ มีล่ามที่พูดได้มากกว่า ๓๐ ภาษา พาคนไข้ไปยังห้องพักส่วนตัว เป็นต้น

๑๑. Thailand : Deadly Destination ไทยรัฐ (หน้า ๒)

คอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก โดย คุณนิติ นวรัตน์ กล่าวถึงรายได้จากการท่องเที่ยวที่กำลังลดน้อยลง จากชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวที่กำลังเสียหายหนัก โดยมองว่าที่นักท่องเที่ยวไม่มาเที่ยวไทย ไม่ใช่เพราะกฎอัยการศึก แต่ปัญหาหลักมาจากปัญหาด้านความปลอดภัย หากได้อ่านหนังสือ Thailand : Deadly Destination ของนายสเตเพิลตัน จะยิ่งเห็นชัด โดยนายสเตเพิลตันได้ชี้ให้เห็นถึงภัยในการมาเที่ยวเมืองไทย ทั้งปัญหาความรุนแรง อาชญากรรม การจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ เป็นต้น ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่อันตรายที่สุดในโลก
นอกจากนี้ การคัดเจ้าหน้าที่ไปประจำยังพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยว ก็ไม่เคยใช้ระบบคุณธรรมคัดคนไปทำงาน แต่กลับใช้เส้นสาย ซึ่งผู้เขียนมองว่า ถึงเวลาต้องแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวแล้ว

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

19/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ททท. ชู ‘บันเทิง’ ดึงไทยเที่ยวไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้เตรียมแผนส่งเสริมตลาดในช่วงสุดท้ายของปีต่อเนื่องถึงเทศกาลปีใหม่ เพื่อดึงกำลังซื้อตลาดในประเทศ โดยเตรียมสนับสนุนการจัดงานเทศกาลดนตรี ๔ – ๕ งานในหลายพื้นที่ โดยตั้งงบประมาณไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท มุ่งเน้นไปที่กลุ่ม คนรุ่นใหม่ พร้อมร่วมกับภาคเอกชนประดับอุโมงค์ไฟต้อนรับเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ย่านราชประสงค์
ส่วนแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด และจะวางแนวทางการพัฒนาโดยยึดพื้นที่เป็นศูนย์กลาง (Area Based) มากขึ้น โดย แต่ละจังหวัดจะได้ดึงจุดเด่นและเอกลักษณ์เข้ามาพัฒนาศักยภาพได้สูงสุด
นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผยแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีท่องเที่ยววิถีไทยว่า ททท. ได้เริ่มจัดทำแผนการตลาดควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยจะพยายามเข้าไปให้ความรู้ และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกต้องการอนุรักษ์ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนตามแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ

๒. รุกตลาดท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๗)

คอลัมน์เปิดตะกร้าข่าว : นายธเนศร์ เพชรสุวรรณ ผอ.ภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง ททท. เผย ททท. เตรียมรุกตลาดในกลุ่มรัฐเอกราช ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียตอาเซอร์ไบจาน เบลารุส ให้มากขึ้น ผ่านการร่วมมือกับบริษัททัวร์รายใหญ่ และพันธมิตรกลุ่มชาร์เตอร์ไฟลต์ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการทำตลาดในรัสเซีย ที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ และถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร จน ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง

๓. ศึกกอล์ฟคิงส์คัพ โปรดังร่วมชิง ๑๖ ล. คม ชัด ลึก (หน้า ๒๓)

๔. พรหมหวังแชมป์กอล์ฟเอเชี่ยนทัวร์ กิรเดชพร้อมแข่งชิงชัยที่ขอนแก่น เดลินิวส์ (หน้า ๒๑)

๕. จัดสะวิงคิงส์คัพชิง ๑๖ ล้าน มติชนรายวัน (หน้า ๑๖)

๖. ลุ้นโปรไทยครองแชมป์คิงส์คัพสมัยสี่ ไทยโพสต์ (หน้า ๑๑)

๗. ระเบิดศึกกอล์ฟ ‘คิงส์คัพ’ ชิงเงินกว่า ๑๖ ล. สยามรัฐ (หน้า ๑๖)

๘. ๑๔๔ โปรร่วมศึกสะวิงคิงส์คัพ – เพิ่มขยับรางวัล ข่าวสด (หน้า ๑๓)

๙. กอล์ฟคิงส์คัพโปรดังเพียบ ดวลสวิงปลาย พ.ย.ที่ ‘ขอนแก่น’ บ้านเมือง (หน้า ๙)

เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายสรวง จันทรอุไร ผจก.สำนักงานส่งเสริมกีฬา บจก.สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมกับ นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการ กกท. นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการ ด้านตลาดในประเทศ ททท. และผู้สนับสนุนหลัก แถลงข่าวการจัดการแข่งขันกอล์ฟ “คิงส์คัพ ๒๐๑๔” ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเงินรางวัลรวม ๕ แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือรวมกว่า ๑๖ ล้านบาท ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๓๐ พฤศจิกายนนี้ ที่สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ จังหวัดขอนแก่น โดยมีโปรกอล์ฟทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก

๑๐. สวิงคิงส์คัพ บ้านเมือง (หน้า ๙)

๑๑. สวิงคิงส์คัพ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๐)

๑๒. กอล์ฟคิงส์คัพ สยามรัฐ (หน้า ๑๖)

ภาพข่าว : บจก.สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมกับ กกท. ททท. และผู้สนับสนุนหลัก แถลงข่าวการจัดการแข่งขันกอล์ฟ “คิงส์คัพ ๒๐๑๔” ชิงถ้วยพระราชทานฯ และเงินรางวัลรวมกว่า ๑๖ ล้านบาท ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๓๐ พฤศจิกายนนี้ ที่สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ

๑๓. หนาวนี้พัฒนาเศรษฐกิจด้วยท่องเที่ยววิถีไทย คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

คอลัมน์เล่าสู่กันฟัง โดย บัญญัติ คำนูณวัฒน์ ชื่นชมหน่วยงานภาครัฐที่นำ “ท่องเที่ยววิถีไทย” ซึ่งเป็นแผนส่งเสริมการตลาดในปี ๒๕๕๘ ของ ททท. มาสร้างความเชื่อมั่น และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงนำมาเป็นจุดขายในการสร้างรายได้ ยกตัวอย่างในงานแข่งขันหมากล้อมอุดมศึกษา ชิงชนะเลิศฯ ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ได้มีการขึ้นป้ายต้อนรับด้วยข้อความที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ สื่อสารด้วยภาษาเรียบง่าย ไพเราะ จับใจ และมีคุณค่าสามารถเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึกของนักท่องเที่ยวได้ทันที โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไทย ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ก็จัดทัพหนุนการท่องเที่ยว ด้วยมาตรการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย รวมถึงสั่งหน่วยงานท้องถิ่น จัดเตรียมยานพาหนะรองรับนักท่องเที่ยว เป็นต้น
ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่วางกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่น และความประทับใจในคุณค่า “วิถีไทย” พร้อมแนะหากจะต่อยอดแนวคิดนี้ รัฐบาลควรเร่งหาเครือข่ายในประเทศต่างๆ เชิญให้มาเที่ยวไทยมากขึ้น ด้วยการทำข้อตกลงหรือจัดกิจกรรมพิเศษ รวมไปถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

๑๔. ท่องเที่ยววิถีไทย สยามรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์ปรับฐานราก เปลี่ยนฐานคิด โดย เสรี พงศ์พิศ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการนำ “วิถีไทย” มาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว โดยมองว่าที่ผ่านมามีการเลียนแบบ หรือการนำวิถีไทยมาทำเป็นการแสดงจนผิดธรรมชาติ อาทิ งานบุญบั้งไฟ แห่เทียนเข้าพรรษา หรือผีตาโขน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งชุมชนยังไม่ได้เรียนรู้และพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมเพื่อที่จะรับนักท่องเที่ยว โดยเชื่อว่าหากชาวบ้านได้รับการส่งเสริมทั้งเงินทุน การจัดการที่ดี การท่องเที่ยววิถีไทยจะไปได้ดี
พร้อมกับชี้แนะว่า เราไม่ควรบิดเบือนวิถีไทยในนามของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพราะไม่คุ้ม แต่ควรปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ พัฒนา และจัดการเอง ท่องเที่ยววิถีไทยจะไปได้ไกลกว่านี้ โดยมีรัฐคอยหนุนหลังอย่างถูกวิธี ซึ่งสิ่งที่ได้จะไม่ใช่เพียงแค่เงิน แต่จะได้ความเข้าใจกันระหว่างผู้คน ระหว่างชนชาติ ความร่วมมือ การเคารพให้เกียรติ การเห็นคุณค่าของคน ของวิถีไทย ของแท้ที่ให้อะไรมากกว่าเศรษฐกิจมากนัก

๑๕. โครงการท่องเที่ยววิถีไทยไปกับจักรยาน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

คอลัมน์ชะแว้ป กล่าวถึงโครงการท่องเที่ยววิถีไทยไปกับจักรยาน จัดทำโดย ททท. ร่วมกับ กรมพลศึกษา และการบินไทย เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่มเป็น ๒๘ ล้านคน สร้างรายได้เพิ่มเป็น ๒.๒ ล้านล้านบาท โดยแนะว่า สิ่งแรกที่ ททท. ต้องทำคือ หามาตรการช่วยให้ผู้ขับขี่เกิดความปลอดภัยสูงสุดก่อนจะลงสนาม

๑๖. โต้ไทยไม่ใช่ ‘จุดหมายอันตราย’ โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย นำเสนอความคิดเห็นของโจแอนนา คุก ผจก.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ททท.สนง.ลอนดอน เกี่ยวกับหนังสือ “ไทย จุดหมายอันตราย” ของจอห์น สเตเปิลตันว่า เป็นการกล่าวเกินจริง เนื่องจากอุบัติเหตุ การปล้น และนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต เกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยประเทศเดียว และมั่นใจว่าผู้คนที่ก้าวผ่านหนังสือเล่มนี้ไปได้ จะค้นพบว่าประเทศไทยไม่ใช่สถานที่อันตรายที่สุด ในโลก พร้อมชี้ ในประเทศอังกฤษมีนักท่องเที่ยวถึง ๘.๖ แสนคน ที่เดินทางมาไทยทุกปี และมีจำนวน มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีนักท่องเที่ยวถึง ๖๕% ที่กลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง หากประเทศไทยไม่ปลอดภัยจริง ตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมาไทยอีกครั้งคงไม่สูงขนาดนี้

๑๗. เรือสปีตโบ๊ตรั่ว ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ตรับนักท่องเที่ยวจากเกาะล้าน กลับมาฝั่งพัทยารั่ว เพราะถูกคลื่นลมทะเลแรงตีใต้ท้องเรือ ทำให้น้ำทะลัก เข้าเรือจำนวนมาก และค่อยๆ จมลง ที่บริเวณหัวเกาะครก ห่างจากฝั่งพัทยา ๗ กม. โชคดีที่ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพ และมีเรือสปีดโบ๊ตอีกลำเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทัน โดยมีนักท่องเที่ยวสำลักน้ำ ๑ ราย

๑๘. กระบี่โดนอีกนักท่องเที่ยวถูกลอยแพ ซื้อแพ็กเกจเที่ยวไทย ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๔)

กระทรวงการท่องเที่ยวการท่องเที่ยว สั่งเตรียมรับมือปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง จองแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกมาเที่ยวจังหวัดกระบี่ แล้วไม่มีที่พัก ล่าสุดเกิดเหตุซ้ำรอยอีก ๑๒ ราย โดยตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ ได้ประสานกับผู้ประกอบการโรงแรมจัดหาที่พักราคาพิเศษให้ราคาห้องละ ๑ พันบาท ซึ่งถือเป็นการช่วยเยียวยานักท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่จังหวัดกระบี่หวั่น จะประสบปัญหาอีกระลอกในช่วงเดือนธันวาคมนี้

๑๙. วันส้วมโลก ไทยรัฐ (หน้า ๒๐)

คอลัมน์โสมชบาจ๊ะจ๋า โดย โสมชบา : วันนี้ (๑๙ พฤศจิกายน) ซึ่งเป็น World Toilet Day (วันส้วมโลก) ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เตรียมเปิดห้องน้ำต้นแบบที่ วัดอรุณราชวราราม เวลา ๑๓.๓๐ น. ตามกิจกรรม “ห้องน้ำสาธารณะสะอาด” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนามัย โดยได้ภาครัฐและเอกชนขานรับ ร่วมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง

๒๐. คนไทยแห่เที่ยว ‘รับลมหนาว’ ‘เหนือ – อีสาน’ เงินสะพัด ๔.๘ หมื่นล้าน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดการประเมินการเดินทางของคนไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยประเมินว่าคนไทยจะเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือและภาคอีสานจำนวนมาก คาดจะมีเงินสะพัด ๔.๘ หมื่นล้านบาท

๒๑. ต่างชาติไม่กลัวอัยการศึก เดลินิวส์ หน้า ๓)

กรุงเทพโพล โดย ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อการมาเที่ยวไทยภายใต้กฎอัยการศึก พบว่า ๗๒.๙% ตั้งใจมาไทย เพื่อการท่องเที่ยว ๗๐.๑% ระบุว่า กฎอัยการศึกไม่ส่งผลกระทบต่อการมาไทย และ ๒๙.๙% ระบุว่า ส่งผลกระทบ นอกจากนี้ ๘๖.๑% ยังเห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัย มีเพียง ๒.๔% เท่านั้นที่เห็นว่าไม่ปลอดภัย

๒๒. ยังไม่ยันศพฝรั่งหายเกาะเต่า โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

คอลัมน์รอบรั้วทั่วไทย : แพทย์ยังไม่ยืนยันว่าศพที่ลอยมาเกยหาดที่จังหวัดชุมพร เป็นนักท่องเที่ยวชาวสวิสเซอร์แลนด์ที่หายไปตัวหลังออกไปดำน้ำตื้นที่บริเวณหน้าหาดทรายรีหรือไม่ ต้องรอให้สถานทูตสวิสเซอร์แลนด์ส่งภาพถ่ายมาให้ทำการเปรียบเทียบอีกครั้ง

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

18/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. เจ็ตสกีชิงชัยคิงส์คัพเวิลด์ ๕ – ๗ ธ.ค.มโหฬาร ท่องเมืองพัทยา ๔๐ ประเทศแข่ง ไทยรัฐ (หน้า ๒๑)

๒. ๔๐ ชาติร่วมชิงชัย ‘คิงส์คัพ – เจ็ตสกีเวิลด์คัพ’ เดลินิวส์ (หน้า ๑๙)

๓. ซิ่ง ‘เจ็ตสกีคิงส์คัพ’ ถูกยกเบอร์ ๑ โลก คม ชัด ลึก (หน้า ๒๓)

๔. ‘เจ็ตสกีคิงส์คัพ’ ขึ้นทำเนียบที่ ๑ โลก ข่าวสด (หน้า ๑๓)

๕. เจ็ตสกีเวิลด์คัพ ๕ – ๗ ธ.ค.ที่พัทยา ตั้งเป้า ๑,๐๐๐ ล้าน ไทยโพสต์ (หน้า ๑๑)

๖. เจ็ตสกีคิงส์คัพกระหึ่ม บ้านเมือง (หน้า ๙)

การบินไทย ร่วมกับ ททท. กกท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวการจัดการแข่งขัน “คิงส์คัพ – เจ็ตสกีเวิลด์คัพ” ระหว่างวันที่ ๕ - ๗ ธันวาคมนี้ ที่เมืองพัทยา โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าว และมีนางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท., นายสนิท วรปัญญา นายกสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้สนับสนุนต่างๆ ร่วมงาน
โดยการแข่งขันดังกล่าวจะมีนักกีฬากว่า ๔๐ ชาติทั่วโลก รวมกว่า ๑ พันคนเข้าร่วมการแข่งขัน ทำสถิติมากที่สุดในโลก ก้าวขึ้นเป็นทัวร์นาเมนท์เจ็ตสกีอาชีพอันดับ ๑ ของโลกในปีนี้ คาดจะมีเงินสะพัดกว่า ๑ พันล้านบาท และในวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะไปร่วมชมการแข่งขัน พร้อมลงเล่นกีฬาเจ็ตสกีในรอบพิเศษด้วย

๗. เชียงใหม่คลาสสิก ๑๘๐ ประเทศชม ปิดฉากอย่างสวยงาม ดังทะลุเป้าครบสูตร ไทยรัฐ (หน้า ๒๑)

การแข่งขัน “เชียงใหม่ กอล์ฟ คลาสสิก ๒๐๑๔” ปีที่ ๒ จัดโดย ปตท. โดยมี ททท. เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน จบลงอย่างสวยงาม และสำเร็จตรงตามเป้าหมาย โดยช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ พร้อมกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือ รวมถึงแสดงศักยภาพในการจัดการแข่งขันกอล์ฟในระดับสากล ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะจุดหมายของนักกอล์ฟและนักท่องเที่ยว คาดระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ที่มีการถ่ายทอดสดผ่านรายการโทรทัศน์ในเครือข่ายของเอเชียนทัวร์ จะมีผู้ชมกว่า ๖๒๕ ล้านครัวเรือน ใน ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก

๘. ‘ไทย’ แดนสวรรค์แสนอันตราย โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๓)

๙. ออสซี่ตีแผ่ด้านมืดท่องเที่ยวไทย มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

เว็บไซต์ “เมล ออนไลน์” รายงานว่า จอห์น สเตเปิลตัน อดีตผู้สื่อข่าวของเดอะซิดนีย์ มอร์นิ่ง และดิ ออสเตรเลียน ของออสเตรเลีย ได้ออกหนังสือใหม่ “ประเทศไทย : จุดหมายอันตราย” โดยระบุ ไทยเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่อันตรายมากที่สุดในโลก เนื่องจากเต็มไปด้วยความรุนแรง อาชญากรรมและการทุจริตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนลบภาพของความเป็น “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” ที่โด่งดัง
โดยสเตเปิลตัน ได้เขียนถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยในยุค ๑๙๖๐ ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวบ้านเกลียดชังชาวต่างชาติ และเกิดการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวนับล้านๆ คน ที่เดินทางมายังชายหาด ชนบท หรือยามราตรีที่ครึกครื้นอย่างไม่ใยดี อีกทั้งนักเขียนชาวออสเตรเลียยังถูกปล้น และทำร้ายบ่อยครั้ง จนต้องหาข่าวเกี่ยวกับสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวในไทยเพิ่ม จนได้รู้ว่าตำรวจไทยไม่ค่อยสนใจคดีของชาวต่างชาติมากนัก การเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวส่วนมากไม่ได้ถูกลงบันทึก แต่ก็ถือเป็นเรื่องอื้อฉาวที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของการท่องเที่ยวในสมัยใหม่
รวมถึงยังให้เหตุผลว่าชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวไทย ถือว่าเป็นความสำเร็จของการโฆษณา และการสร้างภาพลักษณ์ สร้างมโนทัศน์ซึ่งฝังรากลึกลงไปในความคิดของชาวตะวันตกว่า คนไทยให้การต้อนรับคนแปลกหน้าเป็นอย่างดี แต่ในแต่ความเป็นจริง ความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เป็นต้น
ด้านโฆษก ททท. ได้ตอบโต้คำกล่าวอ้างของสเตเปิลตัน ระบุ เป็นเรื่องเกินจริง พร้อมให้เหตุผลว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้สึกปลอดภัย และไม่เจอกับปัญหาใดๆ รวมถึงมีนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวไทย อีกครั้งถึง ๖๕% ก็เป็นตัวเลขที่พิสูจน์ได้ว่าชาวต่างชาติรักเมืองไทยแค่ไหน

๑๐. Thailand : Deadly Destination โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

คอลัมน์สังคม โพสต์ ทูเดย์ โดย มหาบุญส่ง กล่าวถึงหนังสือ Thailand : Deadly Destination เขียนโดย จอห์น สเตเปิลตัน ซึ่งตีแผ่ด้านมืดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างละเอียด โดยผู้เขียนอยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปหาอ่านดู และเร่งทำความเข้าใจกับต่างชาติว่า ประเทศไทยไม่ได้เลวร้ายที่อย่างที่ถูกเขียน ไม่เช่นนั้นสิ่งที่คิดจะเข้ามากอบกู้เศรษฐกิจ ดึงนักท่องเที่ยวกลับคืนมาในปีหน้า คงเป็นไปได้แค่ความฝัน ยิ่งเห็นโฆษณาของ ททท. เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ทางสถานีโทรทัศน์ NBT ซึ่งโฆษณาของดี ตามภาคต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อให้ต่างชาติรับรู้ว่าไทยมีอะไรดี แต่อีกด้านกลับถูกโจมตี ก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เม็ดเงินถูกถมไปกับการโฆษณาโดยที่ยังไม่รู้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเชื่อมั่นและมั่นใจมาเที่ยวประเทศไทยเพียงใด

๑๑. แจง ๒ แหม่มเปลือยหาด มติชนรายวัน (หน้า ๑๕)

พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา ชี้แจงกรณีพบ ๒ นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย เปลือยกายนั่งอยู่ชายหาดพัทยา และพบกัญชาแห้งและอุปกรณ์เสพอยู่ใกล้ๆ กับนักท่องเที่ยวว่า ได้รับแจ้งว่าพบ ๒ นักท่องเที่ยวมานั่งดื่มสุราและเปลือยกายจริง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ และให้หญิงสาวสวมเสื้อผ้า ส่วนกรณีการกล่าวหาว่าเสพกัญชานั้นไม่มีหลักฐาน ไม่สามารถดำเนินคดีได้ โดยนักท่องเที่ยวเผย ชอบบรรยากาศเมืองพัทยา และปีหน้าจะกลับมาอีก ส่วนเรื่องกัญชานักท่องเที่ยวทั้งคู่ให้การปฏิเสธ โดยระบุว่าก่อนหน้ามีนักท่องเที่ยวชายมานั่งสูญกัญชาอยู่บริเวณดังกล่าว

๑๒. เอเชี่ยนบีชเกมส์ได้รับคำชม บ้านเมือง (หน้า ๑๐)

คอลัมน์สปอร์ตโฟกัส โดย พงษ์ แสนสุข กล่าวถึงการจัดการแข่งขันเอเชียนบีชเกมส์ว่าได้รับคำชมจากทุกฝ่าย รวมทั้งโอซีเอ โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวของภูเก็ตไปทั่วโลก พร้อมเดินหน้าวางแผนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด เอเชี่ยนเกมส์ต่อในอนาคต โดยจะจัดในต่างจังหวัด

๑๓. ทีเส็บผนึก ปตท. ยกระดับบุคลากร ‘ไมซ์’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

ทีเส็บ ขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยว และรองรับการเข้าสู่เออีซี โดยได้ลงนามเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยนอร์ทเท็กซัส จัดโครงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการด้านไมซ์ เพื่อเร่งพัฒนาบุคลากร แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านไมซ์อย่างหนัก คาดปีหน้าจะผลิตบุคลากรได้ ๒ หมื่นคน

๑๔. ไม่คลายอัยการศึก บิ๊กตู่ลั่นกฎคือกฎ คงประกาศ คสช.คุมสื่อ เรียกแม่น้ำห้าสายถกโรดแมปปฏิรูปวันนี้ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๘)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยืนยัน ไม่ผ่อนคลายกฎอัยการศึก และไม่ยกเลิกคำสั่งควบคุมการทำงานของสื่อมวลชน ชี้ การที่ คสช. ส่งนายทหารไปยังสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ไม่ได้สั่งยุติรายการ เป็นเพียงขอความร่วมมือและทำความเข้าใจ พร้อมเรียกประชุม คสช., ครม., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นการเรียกประชุมแม่น้ำ ๕ สายครั้งแรก เพื่อหารือถึงโรดแมประยะที่ ๒ ของ คสช.

๑๕. กทม. ทำปฏิทินเที่ยวกรุงเทพฯ มติชนรายวัน (หน้า ๕)

๑๖. ทำปฏิทินท่องเที่ยวกรุงตลอดปี เดลินิวส์ (หน้า ๑๒)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดกิจกรรมปีใหม่ โดยมีถนนคนเดิน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ร้านอาหารริมทาง (ฟู้ด สตรีต) รวมถึงจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวตลอดปี และจัดทำฐานข้อมูลการท่องเที่ยว โดยจะมีการดำเนินการร่วมกันอย่างบูรณาการต่อไป

๑๗. จี้ ธปท.ดูแล ‘บาท’ หนุนส่งออก / สศช. คาดส่งออกจ่อ ๐% - หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ ๑% กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๘. สศช.ลดเป้าจีดีพีเหลือแค่ ๑% เหตุส่งออกดิ่งเหวตามภาวะเศรษฐกิจโลก ไทยรัฐ (หน้า ๘)

สศช. ได้ปรับจีดีพีปีนี้ลดลงเหลือ ๑% หลัง ๙ เดือนแรกเติบโตเพียง ๐.๒% เนื่องจากการส่งออกชะลอตัว ส่วนปี ๒๕๕๘ คาดว่าจะขยายตัวได้ ๓.๕ – ๔.๕% โดยปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจในปีหน้าคือ การส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของการท่องเที่ยว และการลงทุนภาคเอกชน ด้าน ธปท. เตรียมปรับจีดีพีในปีนี้ลงเหลือ ๑.๕% ส่วนภาคเอกชนคาดว่า ปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ ๔%
ด้าน สทท. คาดว่าปีหน้าการท่องเที่ยวจะขยายตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ โดยจะมีนักท่องเที่ยว ๓๐ ล้านคน ขยายตัว ๕% เมื่อเทียบกับปีนี้ที่มีเม็ดเงินเข้าประเทศ ๑.๔ ล้านล้านบาท หากรวมยอดการท่องเที่ยวภายในประเทศจะมีมูลค่ารวมถึง ๒ ล้านล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว ๒๕.๕ ล้านคน ลดลง ๓.๙% เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๖ ที่มีเม็ดเงินเข้าประเทศ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ลดลง ๔.๙%

๑๙. ยก ๔ เสาหลักดัน ศก.ไทยยั่งยืน เอกชนหวังผลปฏิรูปประเทศ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

มนัส แวววันจิตร นำเสนอมุมมองของภาครัฐและเอกชน ถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย สทท. ต้องการให้รัฐบาลเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่เชื่อว่าจะเพิ่มเป็น ๓๐ ล้านคน รวมถึงเร่งแก้ปัญหาการซ้ำซ้อนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งสร้างบุคลากรให้เพียงพอ
ขณะที่ รมว.พาณิชย์ เผย ขณะนี้รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ ๔ เสาหลัก เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจไทย ได้แก่ การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจไทย, การยกเครื่องการศึกษา เพื่อสร้างแรงงานที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด, การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และการจัดการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย
ส่วนประธาน ส.อ.ท. แนะรัฐแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้ตรงจุด และรองประธานกรรมการหอการค้าไทย มองว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

17/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. งานเคาท์ดาวน์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เตรียมผลักดัน งานใหญ่ “เคาท์ดาวน์ ๒ แผ่นดิน” ไทย – ลาว” หวังเป็นแม่เหล็กในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้อนรับศักราชใหม่ ๒๕๕๘ ส่วนงานเคาท์ดาวน์ใหญ่ที่กรุงเทพฯ ย่านราชประสงค์ ได้หน่วยงานภาคเอกชนรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง พร้อมผลักดันให้เป็นงานส่งท้ายปีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก

๒. ชูนิชมาร์เก็ตดึงรัสเซียเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. คาดว่า แนวโน้มการเดินทางของตลาดรัสเซียในปีหน้าจะไม่เติบโตสูง เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรป ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รัสเซียมีปัญหาการเมืองภายใน และภาคการเงินถูกคว่ำบาตรจากกลุ่มสหภาพยุโรป ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทาง ททท. จึงเตรียมปรับกลยุทธ์การตลาด โดยมุ่งนำเสนอสินค้าที่เน้นเจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ตอย่างจริงจัง อาทิ การตรวจร่างกายและการรักษาพยาบาล กลุ่มฮันนีมูน แต่งงาน กอล์ฟ และสปา เพื่อดึงกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมาเที่ยวไทย รวมถึงยกระดับตลาดรัสเซียให้เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ จากเดิมเป็นตลาดทั่วไป
นอกจากนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับพันธมิตร จัดทำแพ็กเกจการเดินทางมาท่องเที่ยวไทยในกลุ่มนิชมาร์เก็ต และจัดชาร์เตอร์ไฟลต์มุ่งตรงสู่แหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต พัทยา โดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ ส่วนภาพรวมตลาดยุโรปช่วง ๙ เดือนนี้ เติบโตเพียง ๒.๘๗% หรือมีจำนวน ๖.๑๕ ล้านคน

๓. แก๊งสาวมอมยาอาละวาด ลวงแขกปากีฯ รูดทรัพย์ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

๔. แก๊งสาวค้ากามมอมยารูดทรัพย์ชาวปากีสถาน เดลินิวส์ (หน้า ๒๙)

เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชายชาวปากีสถาน ถูก ๒ สาวไทยลวงเข้าโรงแรม ก่อนมอมยาและรูดทรัพย์สินไปได้กว่า ๕ หมื่นบาท โดยพบนักท่องเที่ยวนอนหมดสติ อยู่ในโกโก้รีสอร์ท ย่านพัทยาใต้
ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้เสียหายให้การว่า ได้ไปเดินเล่นที่ชายหาดพัทยา บริเวณโค้งโรงแรมดุสิต และพบ ๒ สาวไทยเดินเข้ามาติดต่อพูดคุย และเสนอขายบริการทางเพศ จึงได้ตกลงราคาและพากันไปโรงแรม โดย ๒ สาวได้ชักชวนให้ตนดื่มเบียร์จนหมดสติไป จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบข้าวของ ถูกรื้อค้น และทรัพย์สินหายไปรวมกว่า ๕ หมื่นบาท เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

๕. แหม่มล่องหน นายสั่งสอบ ๒ ตร. รับแจ้งนั่งโป๊พี้กัญชาอยู่ริมชายหาดพัทยา กังขาไม่หิ้วส่งโรงพัก เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๖. สอบ ตร.พัทยาจับ ๒ สาวรัสเซีย ข่าวสด (หน้า ๑๑)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ๒ ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา ที่รับแจ้งเหตุพบ ๒ นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียเปลือยหน้าอกสูบกัญชาอยู่ริมชายหาด แต่ไม่นำตัวไปโรงพักเพื่อดำเนินคดี กลับพานักท่องเที่ยวหายไป และเรื่องดังกล่าวมีการแชร์ข้อมูลทางโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ข้องใจการทำงานของสายตรวจดังกล่าว โดยสั่งให้หาข้อกระจ่างโดยเร็ว หากพบว่าตำรวจที่ปฏิบัติงานมีส่วนบกพร่องต่อหน้าที่จริง จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป
ล่าสุด ร.ต.ท.เชาวลิต สุวรรณมณี รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา ชี้แจงว่า ศูนย์วิทยุได้รับแจ้งว่าพบ ๒ นักท่องเที่ยวสาวเปลือยหน้าอกอยู่ริมชายหาดพัทยาจริง จึงได้นำตัวขึ้นรถยนต์ของ อปพร.เมืองพัทยา พาไปยังศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมกล่าวตักเตือนว่าการกระทำดังกล่าว ไม่เหมาะสมต่อวัฒนธรรมไทย ก่อนจะพาตัวไปส่งที่โรงแรมสวัสดี ย่านพัทยากลาง

๗. ปัดฝุ่นโครงการจัด ‘เอฟวัน’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๑)

๘. รื้ฟฟื้น ‘เอฟวัน’ ชงพัทยาเหมาะ คม ชัด ลึก (หน้า ๒๓)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ได้หารือกับประธานสหพันธ์นานาชาติ (เอฟไอเอ) ถึงการพัฒนากีฬาในประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการกีฬา โดยรัฐบาลสนใจที่จะจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง (เอฟวัน) ในประเทศ แต่ต้องมีการศึกษากันอย่างลึกซึ้ง เพราะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
ด้านนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อหากมีการจัดการแข่งขันเอฟวันในประเทศไทยจริง จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยสามารถจัดได้ในเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ อย่างพัทยา ซึ่งหากได้เป็นเจ้าภาพ ก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามานับแสนคน

๙. หวังยกระดับจัดชายหาดโลก / โวเงินสะพัดภูเก็ต ๑,๐๐๐ ล้าน คม ชัด ลึก (หน้า ๒๔)

๑๐. ภูเก็ตเงินสะพัดกว่า ๑,๐๐๐ ล้าน ช่วงเอเชี่ยนบีช บ้านเมือง (หน้า ๙)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงการจัดงานเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ ๔ ว่า จัดออกมาได้น่าพอใจ และในอนาคตเชื่อว่าไทยมีศักยภาพเพียงพอในการเสนอตัวจัดรายการนานาชาติต่างๆ รวมถึงในการประชุมสมัชชาใหญ่สหพันธ์สมาคมคณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติ (แอนน็อก) ได้มีการหารือถึงการเตรียมจัดเวิลด์ บีชเกมส์ เป็นครั้งแรก คาดจะจัดในปี ๒๐๑๗ ซึ่งโดยส่วนตัวอยากเสนอให้ไทย ยกระดับจากเอเชี่ยนบีชเกมส์ ไปจัดระดับโลก
ส่วนนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คาดว่าจะมีนักกีฬาและผู้ติดตามเข้ามาจังหวัดภูเก็ตนับแสนคน มีเงินสะพัดตลอดการจัดการแข่งขันมากถึง ๑ พันล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของภูเก็ต แต่ยังมีปัญหาเรื่องการคมนาคมที่ต้องเร่งแก้ไข รวมถึงปัญหาขยะ

๑๑. กระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยรัฐ (หน้า ๑๒)

คอลัมน์แวดวงรอบกรุง โดย เขี้ยวพยัคฆ์ ระบุว่า ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องช่วยกันขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปให้ได้ แม้จะพบกับอุปสรรค โดยที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ทำงานจริงจังและจริงใจ แม้จะแก้ปัญหาสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ก็ต้องให้อภัย และเชื่อมั่นว่าหากผ่านพ้นปีนี้ไปได้ นายกรัฐมนตรีจะเก่งกว่านี้
พร้อมแนะแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ เริ่มจากให้สมาชิกสภาปฏิรูปไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน รวมถึงควรปลดล็อกกฎอัยการศึก สร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับคนไทยเสียก่อน จากนั้นให้ ททท. เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยและใช้จ่ายในไทยอย่างเต็มที่ กระตุ้นเศรษฐกิจแนวนี้สักพัก ปีหน้าฟ้าใหม่จะได้มีแรงไปเออีซี

๑๒. ท่องเที่ยวภายใต้กฎอัยการศึก มติชนรายวัน (หน้า ๔)

คอลัมน์เรียงคนมาเป็นข่าว โดย กาแฟป่า กล่าวถึงกฎอัยการศึก ที่เป็นอุปสรรคของการท่องเที่ยว ล่าสุดมีคนเกิดแนวคิดจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ชูประเด็น “ท่องเที่ยวไทยภายใต้กฎอัยการศึก” มาเป็นจุดขาย ตามด้วยสมมติฐานที่สนับสนุนการคงอยู่ของกฎอัยการศึกว่า นักท่องเที่ยวมาไทยไม่ได้คาดหวังบรรยากาศเสรีประชาธิปไตย แต่อยากมาดูสิ่งที่ประเทศของตัวเองไม่มี ซึ่งหากเชื่อกันแบบนี้ก็ต้องรอวัดผลักดันตัวเลขนักท่องเที่ยวกันต่อไป

๑๓. ช้างอาละวาดกระทืบควาญดับ ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

๑๔. พลายตกมันกระทืบควาญช้างดับ ไทยโพสต์ (หน้า ๓)

เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุช้างพลายโมโหอาละวาด กระทืบควาญช้างเสียชีวิต ที่บริเวณลำคลองหรา อำเภอเมืองพังงา ขณะกำลังพา ๒ นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นแม่ลูกชาวรัสเซียออกเที่ยวชมป่า แล้วเตลิดพานักท่องเที่ยวหนีเข้าป่าไป ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจนพบ และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย รวมถึงค้นหาศพควาญช้างที่เสียชีวิต ซึ่งพบจมอยู่ในลำคลองห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ ๒๐๐ เมตร

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ‘ท่องเที่ยววิถีไทย’ ใน WTM ๒๐๑๔ เดลินิวส์ (หน้า ๑๘)

อธิชา ชื่นใจ รายงานบรรยากาศงาน World Travel Market ๒๐๑๔ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดย ททท. ได้นำผู้ประกอบการกว่า ๖๐ รายเข้าร่วม พร้อมแนะนำแคมเปญใหม่ “ปีท่องเที่ยว วิถีไทย” เป็นจุดขายในปี ๒๕๕๘

๒. ‘๓ องค์กร’ อัดแคมเปญดึงต่างชาติฉลองปีใหม่ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช ผอ.ฝ่ายลงทุนธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. ร่วมกับ วีซ่า และ สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดแคมเปญ “ไทยแลนด์ สเปคทาคูลาร์ เยียร์ เอนด์” ปีที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘ ณ ห้างสรรพสินค้าเอราวัณ และสกายวอล์คแนวรถไฟฟ้าสถานีชิดลม เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยจัดโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ ที่ได้รับความร่วมมือจาก ๗ ห้างสรรพสินค้า และ ๘ โรงแรมย่านราชประสงค์ รวมถึง ททท. ได้จัดกิจกรรม มอบของขวัญต่อที่ ๒ แก่นักท่องเที่ยว รวมกว่า ๑ หมื่นชิ้น รวมมูลค่ากว่า ๕ ล้านบาท

๓. ททท. เปิดตัว Logo Grab ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

น.ส.พิชยา สายแสงจันทร์ ผอ.กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ ททท. เผย ททท. ได้ร่วมกับ บจก.บิซเนสโมบี้ และ ๔ พันธมิตรรายใหญ่ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน บจก.ทรูคอร์ปอเรชั่น บจก.แมคไทย และ บจก.เซรามิคซิเมนต์ไทย จัดทำโครงการ “Thailand Connect” Powered by LogoGrap โดยการใช้แอพพลิเคชั่น LogoGrab บนโทรศัพท์มือถือ นำเทคโนโลยี Image Recognitionมาทำการจับภาพโลโก้ต่างๆ แล้วนำไปเชื่อมโยงกับข้อมูลได้ทันที ช่วยให้การเข้าสู่ข้อมูลทำได้ง่ายและรวดเร็ว

๔. เที่ยว – ชิม – ช็อปปิ้ง แชะโลโก้ผ่าน LogoGrab ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

คอลัมน์ thaipost.net นำเสนอรายละเอียดโครงการ “Thailand Connect” Powered by LogoGrap จัดทำโดย ททท. ร่วมกับ บจก.บิซเนสโมบี้ และ ๔ พันธมิตรรายใหญ่ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน บจก.ทรูคอร์ปอเรชั่น บจก.แมคไทย และ บจก.เซรามิคซิเมนต์ไทย โดยการใช้แอพพลิเคชั่น LogoGrab บนโทรศัพท์มือถือ นำเทคโนโลยี Image Recognition มาทำการจับภาพโลโก้ต่างๆ แล้วนำไปเชื่อมโยงกับข้อมูลได้ทันที ช่วยให้การเข้าสู่ข้อมูลทำได้ง่ายและรวดเร็ว

๕. ชิงทรัพย์สาวรัสเซีย ข่าวสด (หน้า ๑๕)

๖. เหยื่อโจร ข่าวสด (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุ ๒ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถูกจี้ชิงทรัพย์ ภายใน ซอย ๕ พระตำหนัก เมืองพัทยา ได้รับบาดเจ็บ ๑ ราย ขณะที่คนร้ายได้ถูกตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จับกุมไว้ได้ ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง ๕๐๐ เมตร

๗. ‘ภูเก็ต’ ดันเอเชี่ยนบีชเกมส์ คาด ๑๐ วันเงินสะพัดพันล้าน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

จังหวัดภูเก็ต ขานรับนโยบายของ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่เดินหน้าดันกระแสสปอร์ต ทัวริซึ่ม ด้วยการผลักดันโมเดลการจัดงานเอเชียนบีชเกมส์ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๒๓ พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นแบบของการผนึกท่องเที่ยวเข้ากับกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ยืนยัน จังหวัดภูเก็ตพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ คาดจะมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจาก ๔๕ ประเทศทั่วโลก รวมกว่า ๒.๘ พันคน รวมถึงมีผู้ติดตาม และผู้ที่เกี่ยวข้องอีกราว ๓.๕ พันคน มั่นใจ ๑๐ วันของการเป็นเจ้าภาพ จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า ๑ พันล้านบาท
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนดูแลนักท่องเที่ยวในช่วงที่มีการแข่งขัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผย ทางกรมฯ ได้ประสานกับผู้ประกอบการโรงแรมกว่า ๔๐ แห่ง ที่มีนักกีฬาเข้าพัก เพื่อให้ข่าวสารด้านการท่องเที่ยว พร้อมจัดทำ Welcome Card ลักษณะเหมือนโปสการ์ด ๖ พันใบ สำหรับแจกให้กับนักกีฬาและผู้ติดตาม เพื่อเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยอีกทาง

๘. ท่องเที่ยววิถีไทยขนานแท้ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔)

คอลัมน์ Double Standard โดย โอฬาร สุขเกษม กล่าวถึงภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วง ๙ เดือนที่ผ่านมา ที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลง จากปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ขณะที่ปี ๒๕๕๘ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุ จะกำหนดให้เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย พร้อมยืนยัน กฎอัยการศึกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ผู้เขียนมองว่านักท่องเที่ยวที่อาจจะหายไปบ้าง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไทย แต่อยู่ที่บ้านเมืองเขามากกว่า ยกตัวอย่าง คนยุโรปเผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนยุโรปเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยว หันมาเที่ยวประเทศใกล้บ้านแทน หรืออดออมเอาไว้ช่วงเศรษฐกิจดีๆ ค่อยมาเที่ยว เป็นต้น โดยเศรษฐกิจของประเทศต่างหากที่เป็นตัวชี้วัดการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ใช่วัดที่ไทยมี กฎอัยการศึก แล้วเขาจะไม่เข้ามาเที่ยว

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th


ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ททท. หวังชูท่องเที่ยววิถีไทย ทางรอดท่องเที่ยวไทยปีหน้า สยามรัฐ (หน้า ๖)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ชี้เหตุที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวางไว้ เพราะวิกฤติการเมืองยืดเยื้อ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ททท. จึงได้กำหนดให้ปี ๒๕๕๘ เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย เพื่อกระตุ้นให้ต่างชาติที่ยังสนใจความเป็นไทย กลับมาเที่ยวไทยเช่นเดิม เชื่อ “ท่องเที่ยววิถีไทย” น่าจะเป็นทางรอดของการท่องเที่ยวไทยในปีหน้า
ล่าสุด ททท. ได้คัดเลือก ๑๐ ชุมชนต้นแบบ เพื่อนำร่องส่งเสริมการขายในตลาดต่างประเทศ ในปี ๒๕๕๘ และได้พูดคุยทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงจะเร่งโปรโมต ๑๒ เมืองท่องเที่ยวใหม่ ภายใต้แคมเปญ “เมืองต้องห้าม…พลาด” สู่สายตานักท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างรายได้จาก
การท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ ให้ได้ตามเป้าหมายคือ มีรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๑.๔ ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวคนไทย ๘ แสนล้านบาท

๒. ททท. จัดเวิร์คช็อปบูม ‘ท่องเที่ยววิถีไทย’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๓. ททท. จัดเวิร์กช็อปท่องเที่ยว / ระดมสมองรับเที่ยววิถีไทย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นายสันติ ชุดินธรา รองผู้การด้านนโยบายและแผน ททท. เผย วันนี้ (๑๕ พฤศจิกายน) ททท. จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช็อป) ภายใต้หัวข้อ “บทบาทหน้าที่ร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน... สู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย” โดยระดมความคิดเห็นภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน และนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยว หลังรัฐบาลเห็นชอบให้ปี ๒๕๕๘ เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย
การเวิร์คช็อปจะแบ่งเป็น ๓ กลุ่มหลักคือ กลุ่มที่ ๑ หารือเรื่องบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการดำเนินงานของ ททท. ที่ควรดำเนินการต่อเนื่อง และต้องปรับปรุง กลุ่มที่ ๒ หารือเรื่องการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และสุขอนามัยต่างๆ และกลุ่มที่ ๓ หารือเรื่องความยั่งยืนของการท่องเที่ยวในอนาคตด้วยวิถีไทย เพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นในทิศทางที่สอดคล้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และหลังจากได้บทสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการรายงานในที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง จากนั้นจะนำบทสรุปมาวิเคราะห์และประเมินผลอีกครั้งว่า มีการตอบรับอย่างไร เพื่อกำหนดว่าต้องมีการเวิร์คช็อปอีกครั้งหรือไม่

๔. ท่องเที่ยววิถีไทย ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ กล่าวถึงกรณี ครม. เห็นชอบให้ปี ๒๕๕๘ เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย โดยการนำวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นจุดขาย เพื่อกระจายรายได้ ลดความเลื่อมล้ำ และส่งเสริมให้ชุมชนช่วยกันดูแลวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเอง พร้อมนำเสนอรายละเอียดโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาดของ ททท. โดยนำจุดเด่นของเมืองต่างๆ ที่คนไทยยังไม่เคยรู้ เพื่อให้หลงรักประเทศไทยมากขึ้น และเปิดโอกาสให้คนไทยได้ท่องเที่ยวเมืองไทยด้วย
พร้อมระบุ ความจริงเราได้ทำการท่องเที่ยววิถีไทยมานานแล้ว แต่ไม่เคยส่งเสริมอย่างจริงจัง อีกทั้งประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอันซีน ที่คนไทยยังไม่เคยรู้จัก แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จัก จึงน่าจะมีการส่งเสริมให้คนไทยได้ไปเที่ยวบ้าง จะได้รู้จักประเทศไทยดีขึ้น นอกจากนี้ผู้เขียนยังเห็นด้วยกับการท่องเที่ยววิถีไทย เพราะใช้เงินลงทุนน้อย แต่ได้เงินมาก อีกทั้งได้นักท่องเที่ยวคุณภาพเกรดเอ และยังช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยด้วย

๕. เที่ยวที่ไหนดี เมื่อลมหนาวมาเยือน คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

คอลัมน์ตะลอน...ตะลอน โดย สาธิตา โสรัสสะ นำเสนอรายละเอียดแนะนำการท่องเที่ยวในโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด และ ๒๒ เส้นทางสายดอกไม้ในโครงการ Dream Destinations ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน ของ ททท.

๖. สัมผัสงานศิลป์...เรียนรู้วิถีชีวิตโคบาล @ โคราช บ้านเมือง (หน้า ๑๒)

สกู๊ปรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในโครงการ Family Holiday ในเส้นทาง “สัมผัสงานศิลป์ เรียนรู้วิถีชีวิตโคบาล จังหวัดนครราชสีมา” กับ ททท.

๗. กอบกาญจน์สนใจให้ไทยรับจัด อชก. เดลินิวส์ (หน้า ๑๗)

๘. รมต.กีฬาหนุนไทยชิงจัด อชก. คม ชัด ลึก (หน้า ๑๗)

เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ ๔ ที่จังหวัดภูเก็ต อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชี่ยนเกมส์ในอนาคตว่า ตอนนี้ยังไม่ได้หารือ หรือได้รับการแนะนำจากประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) แต่โดยส่วนตัวมองว่า มีความเป็นไปได้ โดยอยากให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ในอนาคต เพราะเชื่อว่าไทยมีศักยภาพดีพอ ทั้งด้านสถานที่และบุคลากร และเป็นการส่งเสริมกีฬาและการท่องเที่ยวของไทยมากขึ้น

๙. เปิดบีชเกมส์ เดลินิวส์ (หน้า ๑๗)

๑๐. เปิดแล้ว คม ชัด ลึก (หน้า ๑๗)

ภาพข่าว : การแสดงแสง สี เสียง และพลุไฟของพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ ๔ อย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์กีฬาสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต

๑๑. เช็กสต๊อก...บัตรมัคคุเทศก์ สกัด “ไกด์เถื่อน” สวมรอย ไทยรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์สมาร์ทไลฟ์ รายงานถึงปัญหาไกด์เถื่อนที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ และแนวทางการแก้ไขปัญหาไกด์เถื่อน ของกรมการท่องเที่ยว โดยได้ทำหนังสือเตือนและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการนำเที่ยว ให้ยกเลิกการใช้บริการไกด์เถื่อน เพราะมีความผิดตามกฎหมาย และกำชับให้ใช้บริการไกด์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น รวมถึงมีการเช็กสต๊อกบัตรมัคคุเทศก์ครั้งใหญ่ และกำลังจะเสนอขอแก้ไข พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.๒๕๕๑ ให้มีความรัดกุมและมีบทลงโทษให้เข้มข้นมากขึ้น ให้สามารถแก้ไขปัญหาด้านการทำธุรกิจท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนต่อไป

๑๒. ภาครัฐเร่งสางภาพลบเที่ยวไทย / แอ็กชั่นเข้มคุม ‘ความปลอดภัย – ต้มตุ๋น’  สยามธุรกิจ (หน้า ๑)

กรมการท่องเที่ยว เตรียมดำเนินการกับบริษัททัวร์ที่หลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว หลังได้รับการร้องเรียนเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ และการใช้นอมินีในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และดีเอสไอ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม มีการเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวน เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปราม และแนะประชาชนควรตรวจสอบรายชื่อบริษัททัวร์ ก่อนตัดสินใจซื้อทัวร์ ด้านสำนักงานศาลยุติธรรม สานแนวคิด “ส่วนคดีนักท่องเที่ยว” เพื่อให้คำปรึกษาเมื่อเกิดข้อพิพาทต่างๆ รวมถึงไกล่เกลี่ย และสางคดีความอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

-------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th