ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

19/5/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙

เจาะกลุ่มสตรี ไทยรัฐ (หน้า ๙)
คอลัมน์ย่อยข่าวตลาด : นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ร่วมกับภาคเอกชนกว่า ๒๐๐ ราย จัดโครงการ Women’s Journey Thailand เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มสตรี โดยจะให้ส่วนลดพิเศษแก่นักท่องเที่ยวสตรีทั้งไทยและต่างชาติในบริการต่างๆ ทั้งสินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าดูแลรูปร่าง สปา บริการเพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ และบริการเชิงประสบการณ์ เป็นต้น ตลอดเดือนสิงหาคม
๒. ททท. ดึง ๔ นักเตะ เลสเตอร์ซิตี้บูมแคมเปญท้าคนไทยเที่ยวไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)
๓. ททท. ต่อยอดดึงเลสเตอร์ฯ บูมเที่ยวไทย 
โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)
๔.
 ททท. ดึงเลสเตอร์โปรโมตเที่ยวไทย 
ไทยรัฐ (หน้า ๙)
๕. ททท. ดึงเลสเตอร์อัดคลิป โปรโมตเที่ยวเมืองไทย 
เดลินิวส์ (หน้า ๙)
นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย ททท.เตรียมดึงนักฟุตบอลทีมเลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมแสดงคลิปโปรโมต ท้าทายคนไทยให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ตามแนวคิดหลักที่วางไว้ในแต่ละเดือน ภายใต้แคมเปญ รวมใจเที่ยวไทย โดยเบื้องต้นจะทำในรูปแบบคลิปแชร์ทาง  โซเชียลเน็ตเวิร์ก (ไวรัลคลิป) เพื่อกระตุ้นความสนใจนักท่องเที่ยวไทยในกลุ่มวัยทำงาน และแฟนคลับของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ให้ท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น คาดการทำไวรัลคลิปครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการเดินทางในโครงการรวมใจเที่ยวไทย เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศ ๔๒,๙๖๐ ล้านบาท
นอกจากนี้ เตรียมให้นักฟุตบอลทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่เป็นจุดเด่นรู้จักไป  ทั่วโลก อาทิ การทำอาหารไทย รับประทานอาหารไทยชื่อดังอย่างผัดไทย เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวตามรอยนักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ เชื่อจะช่วยทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักไทยมากขึ้น รวมทั้งจะมีการหารือเพิ่มเติมถึงการให้นักฟุตบอลเข้ามาทำไวรัลคลิป ท้าคนอังกฤษมาเที่ยวไทย ในลำดับต่อไป
และเตรียมไปออกบูธเผยแพร่คลิปวิดีโอโปรโมตประเทศไทย (โชว์เคส) ในสนามฟุตบอลของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แฟนคลับชาวอังกฤษได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างการเข้าเป็นสปอนเซอร์ติดตราโลโก้อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ บนเสื้อแข่งขันของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แฟนบอลพรีเมียร์ลีกทั่วโลก รู้จักการท่องเที่ยวไทยมากขึ้น
๖. เลสเตอร์หนุนไทยไปบอลโลกใน ๑๐ ปี ฝึกเด็กไทยปีละ ๑๐ โชว์ตัวทั่วกรุงวันนี้ 
ไทยรัฐ (หน้า ๑)
นักฟุตบอลทีมสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้เดินทางมาถึงไทยแล้ว โดยมีผู้บริหารคิงเพาเวอร์ และสื่อมวลชนมารอให้การต้อนรับ จากนั้นได้มีการแถลงข่าวขอบคุณแฟนบอลชาวไทยที่ร่วมสนับสนุนทีมอย่างต่อเนื่อง และเปิดเผยถึงเป้าหมายของทีมในฤดูกาลหน้า ที่โรงละครอักษรา และในช่วงเย็นได้มีกิจกรรมมีทแอนด์กรีท เปิดโอกาสให้แฟนคลับได้สัมผัสกับนักฟุตบอลแบบเอ็กซ์คลูซีฟ อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับเป็นอย่างมาก
ส่วนโปรแกรมการฉลองแชมป์ที่ประเทศไทย ในวันนี้ (๑๙ พฤษภาคม) นักฟุตบอลจะเดินทางไปลงนามถวายพระพรที่ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง และเดินชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก่อนที่จะนำถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกแห่รอบกรุงเทพฯ เริ่มต้นที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เพื่อให้แฟนบอลได้ร่วมฉลองความสำเร็จในครั้งนี้ คาดจะใช้เวลาในการแห่ประมาณ ๑ ชม. พร้อมขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ขบวนแห่จะผ่าน สามารถตรวจสอบเส้นทางได้ที่เว็บไซต์ของ บก.จร. หรือสายด่วน ๑๑๙๗
๗. สถานกงสุลฯ จัดเทศกาลไทย – โอซากา 
เดลินิวส์ (หน้า ๖)
เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ที่ผ่านมา กงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ได้เตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมงานเทศกาลไทย ณ นครโอซากา ครั้งที่ ๑๔ หรือไทย เฟสติวัล ๒๐๑๖ โอซากา ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๒ พฤษภาคม ณ สวนไทโยะ โนะ ฮิโรบะ บริเวณปราสาทโอซากา ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ในบรรยากาศแบบไทยๆ 
๘. ต้านชุดนางงามใช้รูปทรงเจดีย์ 
ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)
หลังกองประกวดมิสซิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ๒๐๑๖ ได้เปิดตัวชุด “สุวรรณเจดีย์” ชุดประจำชาติไทย ที่จะให้มิสซิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ๒๐๑๖ สวมใส่ในการประกวดมสิซิยูนิเวิร์ส ๒๐๑๖ ที่เมือง    กวางโจว ประเทศจีน โดยผู้ออกแบบได้นำแนวคิดรูปแบบสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงระฆัง พระศรีรัตนเจดีย์ ที่ประดิษฐานในวัดพระศรีรัตนศาสดารามมาใช้ อ้างว่าเพื่อเผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทย  ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ มากมาย
น.ส.วิมลลักษณ์ ชูชาติ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เผย มีโทรศัพท์เข้ามาสอบถามจำนวนมาก และวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่มีการนำสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนามาใช้ออกแบบชุดแต่งกาย การนำรูปลักษณ์ของเจดีย์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนกราบไหว้บูชามาใช้ออกแบบ จึงไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง แม้ว่าผู้ออกแบบจะมีเจตนาดีที่จะนำศิลปวัฒนธรรมมานำเสนอเพื่อให้ต่างชาติได้รู้จักประเทศไทย แต่ผลกระทบที่ตามมาอาจกลายเป็นว่าสิ่งที่เป็นที่เคารพบูชาจะกลายเป็นแค่วัตถุ สิ่งของ ที่ต่างชาติไม่รับรู้ถึงความสำคัญ
พร้อมฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประกวดมิสซิสยูนิเวิร์ส ๒๐๑๖ ให้ตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการนำสัญลักษณ์พระพุทธศาสนามาใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม หากไม่มีการปรับเปลี่ยน จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศแน่นอน
๙. คนไทยเที่ยวบ่อย 
โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๕)
คอลัมน์เกร็ดธุรกิจ : เอ็กซ์พีเดีย ร่วมกับ นอร์ธสตาร์ บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาดสำรวจความนิยมและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มตัวอย่างกว่า ๑.๑ หมื่นคนใน ๒๒ ประเทศ รวมถึงไทย พบว่า ๒ ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวไทยกว่า ๗๙% โดยสารเครื่องบินเพื่อธุรกิจหรือพักผ่อนถึง ๕ ครั้ง/คน ขณะที่สิงคโปร์มีเพียง ๖๕% ชี้ว่าไทยเป็นตลาดสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยว
๑๐. เห็นด้วยกับการปิดเกาะตาชัย 
เดลินิวส์ (หน้า ๕)
ตรีศูล สนับสนุนกรมอุทยานแห่งชาติฯ ปิดพื้นที่แนวหาดและแนวปะการังเกาะตาชัย แบบไม่มีกำหนด หลังบอบช้ำจากการท่องเที่ยว กิจกรรมดำน้ำตื้นน้ำลึกโดยขาดความเมตตาต่อธรรมชาติ และ    ไร้การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม พร้อมขอให้นายกรัฐมนตรีนำเอากรณีเกาะตาชัย เตือนสติผู้อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว และให้นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หามาตรการจำกัดนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ ยิ่งคุมจำนวนได้ก็ยิ่งยั่วยุให้เขาอยากมา เราก็มีโอกาสพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเป็ดเกรด A ยกระดับเพื่อขายของแพงได้
----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

17/5/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๙

๑. ประชารัฐฯ หนุน อะเมซิ่งไทยเทสต์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)
๒. ดึงท่องเที่ยวต่างชาติเปิบอาหาร – ผลไม้ / ตั้งเป้าปีนี้ ๑.๒ หมื่นล้านบาท  ไทยรัฐ (หน้า ๙)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานพลังประชารัฐร่วมกับ ๓๗ องค์กร จัดทำโครงการอะเมซิ่ง ไทย เทสต์ เพื่อกระจายรายได้สู่ภาคเกษตรกร สร้างแบรนด์อาหารไทย ผลไม้ และข้าว ให้เป็นสินค้าพรีเมียยม และกระตุ้นการบริโภคกลุ่มสินค้าในท้องถิ่นมากขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ๓๒ ล้านคน ผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยาน ๑๑๐ ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทยที่คาดว่าจะมีการเดินทาง ๑๔๘ ล้านคนครั้ง หรือ ๖๕ ล้านคน
ด้านคณะทำงานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ คาดว่าปี ๒๕๕๙ จะมีชาวต่างชาติ  
๓๒ ล้านคน หากสามารถเพิ่มยอดค่าใช้จ่ายจากค่าอาหารได้ ๑๐% จะทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก ๒.๑ หมื่นล้านบาท โดยเตรียมเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในงานไทยเฟ็กซ์ ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๙ พฤษภาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ต่อด้วยการจัดไทย ฟู้ด เฟสติวัล ในเดือนกันยายน ๒๕๕๙ โดยขอความร่วมมือทุกช่องทางที่เข้าถึงนักท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ในการโปรโมตอาหารไทย ๖ อย่าง และในเฟสต่อมาจะเจาะลึกด้วยการโปรโมตโรงเรียนสอนทำอาหารไทยในประเทศ รวมถึงจะขยายความร่วมมือสร้างการรับรู้ตั้งแต่ต้นทางที่ตลาดต่างประเทศ โดยร่วมมือกับเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ในการให้ข้อมูลกับลูกค้าที่มีอยู่ในประเทศต่างๆ
ส่วนความคืบหน้าแผนงานด้านอื่นๆ เตรียมผลักดันเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวยามค่ำคืนด้วยการติดไฟประดับต่อไป โดยเตรียมหารือกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ อาทิ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบ
๓. วันธรรมดาน่าเที่ยว / วันเปิดโลกใต้ทะเล  ไทยรัฐ  (หน้า ๔)
คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : ททท. ปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยว โดยจัดงาน “วันธรรมดา น่าเที่ยว ๒๕๕๙” และงาน “Outdoor Fest ๒๐๑๖” นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. คาด ภายใต้แนวคิดเปลี่ยนวันว่างให้เป็นวันเศรษฐกิจ รวมธุรกิจโรงแรม ที่พัก บริษัทนำเที่ยว สายการบินกว่า ๔๐๐ แห่ง มาร่วมกันลดราคากว่า ๕๐% พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ร้อยเดียวก็เที่ยวได้ ซื้อครบ ๕ พันบาท รับสิทธิแลกซื้อที่พัก ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมราคาเพียง ๑๐๐ บาท ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะมีเงินสะพัดกว่า ๒๒๐ ล้านบาท 
ส่วนเทศบาลตำบลเกาะเต่า ร่วมกับ ชมรมรักษ์เกาะเต่า อบจ.สุราษฎร์ธานี และ ททท. จัดงานวันเปิดโลกใต้ทะเลเกาะเต่า ๒๐๑๖ ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๑๙ มิถุนายนนี้ บริเวณหาดทรายรี ตำบล     เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน
๔. จัดเทศกาลไทย นครโอซากา’ ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซากา ประเทศญี่ปุ่น และทีมประเทศไทย ในนครโอซากา เตรียมจัดงานเทศกาลไทย ณ นครโอซากา ครั้งที่ ๑๔ ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ที่สวนไทโยะ โนะ ฮิโรบะ บริเวณปราสาทโอซากา เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นสัมผัสประเทศไทย และวัฒนธรรมไทยที่มีความหลากหลาย ตลอดจนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย
๕. สัญญาณ ศก.ผ่านจุดต่ำสุด / สศช.ประเมินปัจจัยเสี่ยงลด – จีดีพีไตรมาสแรกโต ๓.๒% สูงสุดรอบ ๓ ปี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๖. จีดีพีไตรมาสแรกสูงสุดรอบ ๓ ปี อานิสงส์ท่องเที่ยว – ใช้จ่ายรัฐทั้งปีโตแน่ ๓.๓%  
ไทยรัฐ (หน้า ๘)
สศช. มั่นใจ ช่วงที่เหลือของปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่อง หลังไตรมาสแรกโต ๓.๒% สูงสุดในรอบ ๓ ปี พร้อมปรับประมาณการเศรษฐกิจทั้งปีใหม่ เป็นโต ๓.๐ – ๓.๕% จากเดิม ๒.๘ – ๓.๘% โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคือ การท่องเที่ยวที่ปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก ๓๒.๕ ล้านคน เป็น  ๓๓ ล้านคน และการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก รัฐมนตรี ชี้ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ส่วน ธปท. – นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินเป็นสัญญาณที่ดี และ สศค. มองไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
๗. ทีเส็บ ยันเป้ารายได้ไมซ์โต ๕โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๕)
นายนพรัตน์ เมธารชัยกุล ผอ.ทีเส็บ เผย ทีเส็บยังไม่มีแนวคิดจะปรับตัวเลขและรายได้ของกลุ่มไมซ์ โดยยังคงเป้าหมายที่นักเดินทาง ๑.๐๖ ล้านคน มีรายได้ ๙.๒ หมื่นล้านบาท เพราะตลาดไมซ์มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ หากเกิดเหตุภายในประเทศ จะส่งผลกระทบต่อตลาดนี้ จึงได้ตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย  ๕ – ๑๐%
ล่าสุดได้เปิดแคมเปญ “ไทยแลนด์ บิ๊ก แต้งค์” เจาะกลุ่มองค์กร โดยกลุ่มที่เดินทางมาไทยอย่างน้อย ๒ พันคน พัก ๓ คืน จะได้รับงบสนับสนุน ๒ ล้านบาท นอกจากนี้ ได้กระตุ้นการเดินทางระหว่างภูมิภาคผ่านแคมเปญ ไทยแลนด์ คอนเนก บียอนด์ เดอะ แคปปิตัล เดินทางข้ามภูมิภาคในไทยอย่างน้อย       ๑๐๐ คน ได้รับงบประมาณสนับสนุน ๑ พันบาท/ราย ตั้งแต่วันนี้ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ เพื่อกระตุ้นการเดินทาง โดยเฉพาะจีน เตรียมจัดงานอินฟินิตาส ๒๐๑๕ ช่วงปลายเดือนนี้จำนวน ๑.๔ หมื่นคน สร้างรายได้ ๑.๓ พันล้านบาท และงานโปรเฮลธ์ เดือนกันยายน ๕.๕ พันคน เป็นต้น
๘. บินไทย ไตรมาสแรกกำไรฟื้น ต่อยอด นกแอร์ผนึกพันธมิตร กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)
๙.  บินไทยไตรมาสแรกกำไร ๖ พันล้าน  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)
การบินไทย เผยผลประกอบการไตรมาสแรกว่า มีรายได้ ๕ หมื่นล้านบาท กำไรก่อนหักภาษีและต้นทุนการเงินอยู่ที่ ๑.๒ หมื่นล้านบาท มีรายได้จากการดำเนินการ ๗.๒ พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ ๖ พันล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าการเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มรายและหยุดขาดทุน เดินมาถูกทาง
ส่วนในปีนี้ยังคงตั้งเป้าจะเพิ่มอัตราบรรทุกผู้โดยสารให้ได้ ๘๐% รวมทั้งจะคงอัตรากำไรต่อหน่วยให้สูงต่อเนื่อง พร้อมยอมรับ อุตสาหกรรมการบินยังคงมีการแข่งขันรุนแรงจาก ๒ ปัจจัยหลักคือ ราคาน้ำมันโลกลดลง และยอดสั่งซื้อเครื่องบินในทวีปเอเชียที่มีจำนวนสูง ส่งผลให้สายการบินเกิดการแข่งขันด้านราคา
ส่วนการทำงานในช่วงไตรมาส ๒ ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ขึ้นอยู่กับว่าจะบริหารได้ดีแค่ไหน ทิศทางหลังจากนี้จะเน้นที่การขาย โดยจะบริหารจัดการในเชิงรุกให้มากขึ้นในทุกมิติ รวมทั้งมีแผนจะทำโค้ดแชร์ร่วมกับสายการบินนกแอร์ให้มากขึ้น จากปัจจุบันทำร่วมกันเพียง ๑ เมือง โดยจะขยายไปจังหวัดน่าน และพิษณุโลก ส่วนความร่วมมือของนกแอร์กับ ๗ พันธมิตรนั้น จะสร้างผลดีกับการบินไทยด้วย เพราะพาร์ทเนอร์จากความร่วมมือครั้งนี้ มีทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ซึ่งทุกสายการบินจะทำการบินเชื่อมโยงมายังนกแอร์ ขณะที่การบินไทยจะได้ประโยชน์จากการเส้นทางบินเชื่อมต่อผู้โดยสารไปยังยุโรป
๑๐. นกแอร์ผนึก ๘ พันธมิตร เจาะ ๑๖๐ เส้นทางบินเอเชีย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)
๑๑.  นกแอร์รวมพลัง ๗ สายการบิน  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)
สายการบินนกแอร์ ได้เปิดตัวพันธมิตรธุรกิจ “Value Alliance” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสายการบินต้นทุนต่ำ ๘ รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ สายการบินเซบูแปซิฟิก, เจจูแอร์, ไทเกอร์แอร์ สิงคโปร์, ไทเกอร์แอร์ ออสเตรเลีย, วานิลลาแอร์, สกู๊ต, นกสกู๊ต และนกแอร์ เพิ่มทางเลือกลูกค้าจองตั๋วโดยสารครอบคลุม ๑๖๐ เส้นทางทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเจาะฐานลูกค้ากลุ่มพันธมิตรที่มีรวมกันกว่า ๔๗ ล้านคนต่อปี ด้านสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ประเมิน ไม่กระทบกับบริษัท เพราะเน้นลูกค้าต่างชาติ พร้อมยอมรับ ไตรมาส ๒ มีการแข่งขันกันรุนแรง
๑๒. เชื่อมเส้นทางบินน่ายฟ้าเออีซี ไทยสมายล์ขานรับอาเซียนคอนเนก เป้า ๓ ปีขึ้นสายการบินภูมิภาค 

โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๕)
สายการบินไทยสมายล์ ขานรับนโยบายอาเซียน คอนเนก โดยแผนธุรกิจจากนี้ไปจะวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับการดำเนินกิจการของการบินไทย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ภายใต้การให้บริการที่สนับสนุนเส้นทางบินระหว่างกันทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดอีก ๔ เส้นทางบินใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นจุดหมายปลายทางในจีน ได้แก่ กรุงเทพฯ – ฉงชิ่ง, กรุงเทพฯ – ซัวเถา คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ และกรุงเทพฯ – เทียนสิน, กรุงเทพฯ – ลี่เจียง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการเดือนกันยายนนี้ ตั้งเป้า ๓ ปีจะขึ้นเป็นสายการบินระดับภูมิภาค 
๑๓วธ.ปลื้มต่างชาติรุมจีบสร้างหนังไทย
เดลินิวส์ (หน้า ๒๖)
กระทรวงวัฒนธรรม ได้เลือกภาพยนตร์ไทย ๓ เรื่อง เข้าร่วมในกิจกรรมการนำเสนอโครงการสร้างภาพยนตร์เพื่อการร่วมลงทุนประจำปี ๒๕๕๙ ที่ไทยแลนด์พาวิลเลียน ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ ๖๙ ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้กำกับภาพยนตร์และนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยและนักลงทุนต่างชาติพบมาพบและพูดคุยกัน โดยกระทรวงฯ ได้จัดกิจกรรมนี้มา ๕ – ๖ ปีแล้ว และที่ผ่านมาถือว่าประสบความ สำเร็จเป็นอย่างดี มีหลายประเทศมาร่วมลงทุนกับภาพยนตร์ไทยประมาณ ๗ – ๘ เรื่อง และภาพยนตร์ไทย ๓ เรื่องที่นำเสนอในปีนี้เป็นบทที่น่าสนใจมาก จึงเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดให้มีผู้เข้ามาร่วมทุนได้มาก
๑๔. วัฒนธรรมดึงอิหร่านพัฒนาอุตฯ หนังไทย ปูทางการค้า – ลงทุน คม ชัด ลึก (หน้า ๑๓)
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เผย ได้เดินทางไปเจรจาความร่วมมือด้านวัฒนธรรมกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หลังได้รับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๙ โดยในเบื้องต้น   จะมีความร่วมมือด้านวิชาการ ซึ่งทางอิหร่านสนใจจะให้ไทยร่วมมือในด้านโบราณคดี โบราณสถาน     การอนุรักษ์ การจัดการหอสมุด เป็นต้น
ส่วนไทยได้เสนอความร่วมมือด้านภาพยนตร์ โดยเสนอให้มีการจัดเทศกาลภาพยนตร์ขึ้นในทั้ง ๒ ประเทศ และในปี ๒๕๖๐ กระทรวงวัฒนธรรม มีแผนจะจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ โดยเชิญอิหร่านเข้ามาร่วมงาน รวมถึงรัฐบาลไทยมีแผนจะสร้างความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับอิหร่าน โดยเดือนกรกฎาคมนี้ การบินไทยจะเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ – เตหะราน รวมถึงแอร์เอเชีย เตรียมเปิดเส้นทางบินตรง ซึ่งความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม จะเป็นตัวขับเคลื่อนช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ส่งผลต่อการค้า การลงทุนทั้ง ๒ ประเทศต่อไป
๑๕. ฝั่งทะเลตะวันออกวันนี้ไปไกลเกินกว่ากู่กลับ  ไทยรัฐ (หน้า ๕)
คอลัมน์เหะหะพาที โดย ซูม กล่าวว่า ได้รับจดหมายชี้แจงจากโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งให้ทราบว่าผู้บริหารและบุคลากรของกระทรวงฯ มีความตระหนักต่อปัญหาการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ที่ผู้เขียนได้หยิบยกมาพูดผ่านคอลัมน์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการนำคณะลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมได้ประชุมร่วมกับจังหวัดในกลุ่มคลัสเตอร์ท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลตะวันตก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบในภาพรวม
โดยผู้เขียนขอบคุณโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่กรุณาชี้แจงกลับมาอย่างรวดเร็ว แสดงถึงความเอาใจใส่ต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่จะช่วยแก้ปัญหาการท่องเที่ยวได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามให้กำลังใจต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งมีโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกอยู่ด้วย ทำให้เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะรักษาดุลยภาพระหว่างการท่องเที่ยว กับการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติควบคู่กันไปในระยะยาว โดยไม่แน่ใจว่าเราจะรักษาความสมดุลไว้ได้ เพราะเท่าที่เห็นจากการไปพัทยา มีความรู้สึกว่าดุลด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนชีวิตที่เคยสุขสงบของชาวตะวันออกกำลังจะเสียเปรียบ
เพราะถนนมอเตอร์เวย์กำลังจะไปถึงพัทยา เส้นทางเข้าแหลมฉบังมีการสร้างขึ้นใหม่ทั้งสูงทั้งต่ำ ฉวัดเฉวียนไปมาจนแทบจะจำทางเลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิท เพื่อไปพัทยาไม่ได้ การมีถนนใหญ่ขึ้นทำให้สะดวกขึ้นในทางหนึ่ง แต่ในอีกทางหนึ่งก็จะเป็นการเพิ่มปัญหาให้มากขึ้น เพราะจะทำให้รถจากที่อื่นไหลไปติดที่แถวพัทยาและแหลมฉบังได้เร็วกว่าเดิม อีกทั้งยังมีตึกสูงประเภทคอนโดผุดขึ้นมาตลอดทั้งที่บริเวณพัทยาไปจนถึงสัตหีบ ความเปลี่ยนแปลงไปมากถึงขนาดนี้ ทำให้ความสวยงามของชายฝั่งทะเลตะวันออกลดลงไปมาก และคิดว่าน่าจะเกินกำลังของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปแล้ว
สุดท้ายผู้เขียนระบุ ที่เขียนมาทั้งหมดไม่มีข้อเสนอแนะ ไม่มีข้อคิดเห็น ไม่มีคำตำหนิ ไม่มีคำ   ตัดพ้อใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่อ่านจดหมายของโฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แล้วก็กลับไปนึกถึงภาพวันเดินทางไปกลับจากพัทยาขึ้นมาอีกหน ก็ถือโอกาสนำมาระบายสู่กันฟังเพิ่มเติมเท่านั้น
----------------------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

16/5/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันจันทร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

.  ททท. บูม ลักซ์พีเรียนซ์ เจาะตลาดหรู กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)
นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๙ เตรียมเปิดกลยุทธ์การตลาดเพื่อเจาะกลุ่มผู้มีรายได้สูงเป็นครั้งแรก ภายใต้แคมเปญ “ลักซ์พีเรียนซ์” หรือการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวหรูหราสำหรับแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อดึงกำลังซื้อตลาดหรูคนไทยให้อยู่ในประเทศ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเพิ่มเติม และลดการเดินทางไปต่างประเทศ
โดยช่วงแรกจะสร้างการรับรู้โครงการ และทำให้เกิดการเดินทางตามรอยเส้นทางที่กำหนด
ผ่านกลยุทธ์เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติ้ง นำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษณาประชาสัมพันธ์ คู่ขนานไปกับ
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ อาทิ โรงแรมหรู บูติครีสอร์ท ระดับ ๕ ดาวขึ้นไป ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ ททท. จังหวัดต่างๆ ไปวิเคราะห์ศักยภาพของตัวเองว่า มีสินค้ารองรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ และจัดทำเป็นแผนมาเสนอของบประมาณในการสนับสนุน โดยการโปรโมตตลาดนี้ จะไม่หว่านทำตลาดทั่วทุกภูมิภาค แต่จะคัดเลือกจังหวัดที่มีความพร้อม เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่เข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้สูง จูงใจให้เที่ยวไทยแทนการไปเที่ยวต่างประเทศ
เชื่อนอกจากจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้ว จะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากการทำตลาดคนไทยเพิ่ม จะสามารถเติมเต็มช่วงเวลาที่ตลาดต่างประเทศไม่   เดินทางเข้าไทยได้ นอกจากนี้ ยังมีแผนจะส่งเสริมตลาดที่ยังดำเนินการต่อเนื่อง โดยจะจัดโครงการแลกเปลี่ยนท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาครวม ๑๐ ครั้ง ในรูปแบบเวทีซื้อขายและเจรจาธุรกิจ และในเดือนพฤษภาคมนี้ วางกรอบว่าจะส่งมอบร้านประชารัฐสุขใจช็อป ๑๔๘ แห่งทั่วประเทศ ให้กับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการต่อ
๒. หยุดยาวบ่อยดันยอดพัก รร.พุ่ง ๗๐% ททท. ของบผุดศูนย์ท่องเที่ยว ๕ แห่ง 
ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๓)
นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย การอนุมัติวันหยุดยาวต่อเนื่องในช่วงเทศกาลต่างๆ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายทั้งจำนวนและรายได้ โดยพบว่าตั้งแต่ต้นปี โรงแรมที่พักทั่วประเทศมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย ๗๐% คาดการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศจะเป็นไปตามเป้าหมายคือ มีการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ๑๕๐ ล้านคนครั้ง เพิ่มขึ้น ๔% มีรายได้ ๘.๖ – ๘.๗ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๘% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น ๑ ล้านล้านบาท ภายในปี ๒๕๖๑
ล่าสุด ได้จัดงานวันธรรมดาน่าเที่ยว ต่อเนื่องเป็นปีที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนวันว่างให้เป็นวันเศรษฐกิจ” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดา รวมถึงจะแนะนำโครงการ “เที่ยวได้งาน” ซึ่งจะเปิดตัวเป็นแคมเปญตลาดประจำปี ๒๕๖๐ ในลักษณะเดียวกับโครงการเมืองต้องห้าม...พลาด โครงการเขาเล่าว่า... และอื่นๆ เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นพนักงานองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่ ๕๐ คนขึ้นไป เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้ขยายพื้นที่   จัดงานโดยเพิ่มส่วนของงาน Outdoor Fest ๒๐๑๖ เป็นครั้งแรก โดยรวบรวมกิจกรรมการท่องเที่ยว แนวใหม่แบบกลางแจ้งมาไว้ในงาน คาดจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในงานกว่า ๒๒๐ ล้านบาท จาก     ผู้เข้าชมงานกว่า ๒ แสนคน
นางสมรัก คำพุทธ รองผู้ว่าการด้านบริหาร ททท. เผย ได้จัดทำแผนและยื่นเรื่องต่อสำนักงบประมาณผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อของบประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท ในการจัดทำโครงการต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประชารัฐ โดยจะสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ๕ ภูมิภาค เพื่อใช้เป็นที่จอดรถพัก ห้องพัก บริการข้อมูลท่องเที่ยว และร้านขายสินค้าของชาวบ้านในท้องถิ่น
๓. ชงปลดล็อกทัวร์แต่งงาน / เสนอกรมการกงสุลให้คู่รักต่างชาติ จดทะเบียนได้ บูมพรีเวดดิ้ง 
โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๔) 
นางฐิติพร มณีเนตร ผอ.ททท.สนง.ฮ่องกง เผย ททท.ต้องการให้กรมกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พิจารณาให้คู่รักทั่วโลกที่เดินทางมาใช้สถานที่ในไทยประกอบพิธีแต่งงาน สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศต้นทางได้ หลังจากนำร่องที่ตลาดฮ่องกงเป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวฮ่องกงเลือกสถานที่ท่องเที่ยวไทยจัดงานในปีนี้กว่า ๑๐๐ คู่ มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าจัดเลี้ยงเฉลี่ย ๑.๕ ล้านบาท/คู่ ไม่รวมค่าเครื่องบิน โรงแรม และช็อปปิ้ง
นอกจากนี้ ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตต่างชาติเดินทางเข้าไทย พิจารณาหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้ช่างภาพ ผู้ติดตามคู่รักที่เดินทางมาถ่ายพรีเวดดิ้งในไทย มีขั้นตอนที่ถูกต้องชัดเจน สร้างความเข้าใจที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อขยายฐานกลุ่มพรีเวดดิ้ง ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นกระบอกเสียงช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวให้กับไทยได้
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เผย ททท. ได้จัดงานอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ โรแมนติก เทรดมีท นำเวดดิ้ง แพลนเนอร์ และผู้ซื้อ    ๗๒ ราย จาก ๑๕ ประเทศ เข้าร่วมเจรจาซื้อขายสินค้าและบริการด้านคู่รัก คู่แต่งงาน และคู่ฮันนีมูนกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำความพร้อมด้านสถานที่ให้กับนักท่องเที่ยว   ทั่วโลก รวมทั้งอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประมูลสิทธิการจัดงานเดสติเนชั่น เวดดิ้ง แพลนเนอร์ คองเกรส    ปี ๒๕๖๑ ซึ่งจะมีการตัดสินประมาณปลายปีนี้ คาดหากไทยได้จัดงานดังกล่าว จะเป็นประเทศแรกในอาเซียนและเอเชียที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน โดยจะใช้ภูเก็ตเป็นพื้นที่จัดงาน เชื่อจะทำให้ตลาดแต่งงานเติบโตแบบก้าวกระโดด
๔.  ก.ท่องเที่ยวเอาจริง ปราบปรามไกด์เถื่อน 
ไทยรัฐ (หน้า ๑๐)
คอลัมน์แวดวงรอบกรุง โดย ฤกษ์ฤทธิ์ กล่าวถึง นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า เอาจริงกับการปราบปรามไกด์เถื่อน โดยกำชับกรมการท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ออกตรวจสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง ซึ่งสามารถจับกุมได้จำนวนมาก พร้อมสั่งพักใบอนุญาต ส่วนบริษัทท่องเที่ยวที่เป็นนอมินี ทางกรมการท่องเที่ยว จะร่วมมือกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ บก.ทท. ลงพื้นที่ตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมายหลายราย พร้อมขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้มีจำนวนมาก
ปิดแล้วเกาะตาชัยไม่มีกำหนด / อุทยานฯ เตือนบริษัทอย่าขายทัวร์มั่ว 
มติชนรายวัน (หน้า ๑๐)
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ลงนามปิดเกาะตาชัย ในอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน อย่างไม่มีกำหนด เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากการท่องเที่ยวในอุทยานฯ ชี้ หากเปิดต่อจะสูญเสียโดยถาวร และในวันที่ ๑๖ พฤษภาคมนี้ จะปิดอุทยานแห่งชาติทางทะเลทุกแห่ง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงมรสุม และเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมไปในตัว พร้อมเตือนนักท่องเที่ยวอย่าหลงเชื่อบริษัททัวร์ที่บอกว่าสามารถเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้
 
---------------------------------------------------------
 
 โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

สรุปข่าวสำคัญประจำวันอาทิตย์ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙

๑. กอบกาญจน์ เร่งตลาดรอบทิศ หนุนทั้งปี รายได้ พุ่งแตะเป้าปี ๖๐ 
ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)
สกู๊ปนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงวันที่ ๑ มกราคม – ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙ และแผนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
๒.  “Women’s Journey Thailand’ 
ไทยโพสต์ / แทบลอยด์ (หน้า ๑๑)
คอลัมน์ผู้หญิงท่องโลก โดย ถนอมจิต คงจิตต์งาม นำเสนอรายละเอียดโครงการ Women’s Journey Thailand ของ ททท. ซึ่งกำหนดจัดตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มสตรี
๓. ระดมสมองดึงไทยเที่ยวใต้ ททท. จี้ขยายสนามบิน / ปี ๖๐ ตั้งเป้าโกย ๑.๗๒ แสนล้าน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๙)
ททท.ภูมิภาคภาคใต้ จัดระดมสมองเพื่อจัดทำแผนการตลาดปี ๒๕๖๐ เน้นกระตุ้นคนไทยเที่ยวข้ามภาค โดยปี ๒๕๖๐ ททท. ตั้งเป้าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่ ๒.๕ ล้านล้านบาท  เป็นรายได้จากไทยเที่ยวไทยทั่วประเทศ ๘.๖ แสนล้านบาท รายได้จากการท่องเที่ยวในภาคใต้ ๑.๗๒ แสนล้านบาท เติบโตจากปี ๒๕๕๙ ประมาณ ๘ – ๑๐% พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งขยายท่าอากาศยาน ในภาคใต้     เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
๔. ผลักดันท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก / เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Tourism Day ๒๐๑๖ 
ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)
คอลัมน์โลกท่องเที่ยว : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือกับองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ผลักดันท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก โดยนำทีมผู้แทนไทยและเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ร่วมประชุมคณะมนตรีบริหาร ครั้งที่ ๑๐๓ ซึ่งนับเป็นเวทีแรกที่ไทยได้รับเกียรติหลังจากที่ประชุมสมัชชาองค์การการท่องเที่ยว ได้ประกาศให้ไทยเป็นสมาชิก UNWTO Executive Council
นอกจากนี้ ยังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Tourism Day ๒๐๑๖ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงการให้ความสำคัญกับ   ผู้พิการ และกลุ่มคนทุกประเภทในการเข้าถึงการท่องเที่ยวในทุกมิติ สอดรับกับหัวข้อการจัดงาน “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล การเข้าถึงที่เท่าเทียม”
ดันไทยชิงเจ้าภาพ Air Race ๑ คาดผู้ชมกว่าแสนจาก ๑๐๐ ปท. 
ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๖)
พ.ท.รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เผย กกท. พร้อมจัดการแข่งขันการบิน Air Race ๑ แบบพรี – อีเวนต์ ปลายปีนี้ ควบคู่กับการยื่นข้อเสนอเป็นเจ้าภาพจัด Air Race of Thailand (World Series ๒๐๑๗) ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ เผย ต้องหาสปอนเซอร์และขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลราว ๑๘๐ – ๒๒๐ ล้านบาท คาดจะมีผู้เข้าชมงานจาก ๑๐๐ ประเทศ กว่า ๑ แสนคน มีเงินสะพัด ๓.๔ พันล้านบาท ชี้ เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ต ที่ยิ่งใหญ่เหมือนฟอร์มูล่า ๑ แต่ใช้เครื่องบิน
๖. เร่ง โมเดลเว็บซื้อขายกลาง คาดอีก ๑ เดือนจบ – สิ้นปีได้ใช้ 
ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)
นายชนินทธ์ โทณวณิก หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการท่องเที่ยวและไมซ์ เผยความคืบหน้าโครงการทัวริสซึ่ม เกตเวย์ เพื่อสร้างเว็บไซต์ฐานใหญ่ด้านข้อมูลและการซื้อขายสินค้าท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมสมาคมของภาคเอกชน เพื่อระดมทุนจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ และกำลังรอสรุปโมเดลการร่วมทุน รวมถึงมูลค่าการลงทุน คาดจะได้ข้อสรุปภายใน ๑ เดือนนี้ หลังนายกรัฐมนตรีต้องการให้เปิดตัวให้ทันภายในปีนี้
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ภาครัฐและเอกชนจะร่วมมือกันสร้างแบรนด์อาหารไทย ผลไม้ไทย ข้าวไทย ให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียม และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (สตาร์ตอัพ) นำเสนอผลิตภัณฑ์จากชุมชนในรูปแบบและดีไซน์ที่ทันสมัย รวมทั้งจะมีการโปรโมตอาหารไทยไตรมาสละ ๒ อย่าง และแนะนำผลไม้ตามฤดูกาลในทุกเดือน
๗. กสอ. ผนึก อพท.ชู ๕ หมู่บ้านนำร่องทัวร์ – โอท็อป 
ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๖)
๘. อพท. ปรับโฉมโอท็อปรับท่องเที่ยว 
บ้านเมือง (หน้า ๙)
ภาครัฐและเอกชน ร่วมสนับสนุนโครงการประชารัฐของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงนาม MOU กับ อพท. จัดโครงการ “ประชารัฐพัฒนา หมู่บ้านอุตสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” นำร่อง ๕ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี บ้านนาตีน จังหวัดกระบี่ บ้านนาตาโพ จังหวัดอุทัยธานี บ้านโพธิ์กอง จังหวัดสุรินทร์ และบ้านหนองผือน้อย จังหวัดอุบลราชธานี  ชูสินค้าโอท็อปผนวกการท่องเที่ยวโดยชุมชน คาดจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ได้เพิ่มกว่า ๑๐ – ๑๕% ต่อปี สามารถสร้างเม็ดเงินกระจายสู่ชุมชนได้กว่า ๒๐ ล้านคนต่อปี
ขณะที่คณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการท่องเที่ยวและไมซ์ ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิด Amazing Thai Taste เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวรู้จักและบริโภคอาหารไทย และผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น
-----------------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

สรุปข่าวสำคัญประจำวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

๑. ปั้น ๒ คลัสเตอร์ท่องเที่ยวปั๊มรายได้
 เดลินิวส์ (หน้า ๗)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ เตรียมเพิ่มเขตพัฒนาการท่องเที่ยว (คลัสเตอร์) อีก ๒ เขต ได้แก่ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโต โดยจะพัฒนาให้เป็นคลัสเตอร์ที่มีจุดเด่นเรื่องแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงและเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง ครอบคลุมจังหวัดอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี อ่างทอง และสิงห์บุรี โดยกระทรวงฯ จะตั้งคณะทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม จัดทำผังแม่บทฟื้นฟูริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงสร้างจิตสำนึกให้คนในพื้นที่เห็นความสำคัญของวิถีชีวิตในพื้นที่ ประเพณี และสถานที่เก่าแก่
รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า ขณะนี้ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกฎกระทรวง กำหนดเขตพัฒนาการท่องเที่ยวหรือคลัสเตอร์ท่องเที่ยว ๓ พื้นที่ ได้แก่ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ประกอบด้วย จังหวัดกำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก และสุโขทัย โดยมีสุโขทัย เป็นศูนย์ปฏิบัติการของเขต, เขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม บึงกาฬ มุกดาหาร เลย และหนองคาย โดยมีหนองคาย เป็นศูนย์ปฏิบัติการของเขต และเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนกลาง ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา สิงห์บุรี และอ่างทอง โดยมีอยุธยา เป็นศูนย์ปฏิบัติการของเขต เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการท่องเที่ยวแห่งชาติ ปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙ ที่เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในไทยเป็นกลุ่มการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
๒. ททท. เพิ่มศักยภาพตลาดต่างประเทศ ในงานไทยแลนด์ แทรเวลมาร์ท พลัส
 สยามรัฐ (หน้า ๗)
คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอรายละเอียดการจัดงานไทยแลนด์ แทรเวิล มาร์ท ๒๐๑๖ พลัส หรือทีทีเอ็มพลัส ปีที่ ๑๕ ของ ททท. โดยกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๘ – ๑๐ มิถุนายนนี้ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ ททท. จัดนอกกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด อะเมซิ่ง เกตเวย์ ทูเดอะ เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน
๓. รวมใจ เที่ยวไทยเถอะ 
กรุงเทพธุรกิจ / เสาร์สวัสดี (หน้า ๔)
คอลัมน์ Travel Focus นำเสนอรายละเอียดกิจกรรม “ไทยเที่ยวไทย” ภายใต้แคมเปญ “รวมใจเที่ยวไทย” ของ ททท. เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ
๔. ททท.ซิดนีย์ชูแผนเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เร่งดึงกลุ่มนิยมศัลยกรรมความงามเข้าไทย
 สยามรัฐ (หน้า ๖)
นางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ททท.สนง.ซิดนีย์ เผย ปีนี้มีแผนจะเพิ่มนักท่องเที่ยวในตลาดออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยได้ร่วมกับทราเวิล เอเย่นต์ กระตุ้นตลาดทุกช่วงของเดือน และเทศกาลสำคัญ รวมถึงเน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายสูง อาทิ กลุ่มที่นิยมศัลยกรรมความงาม กลุ่มเวดดิ้งและฮันนีมูน และกลุ่มกอล์ฟ ให้เดินทางมาไทยมากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นทำกลยุทธ์ออนไลน์ ด้วยการเสนอขายแพ็กเกจทัวร์ และโรงแรมผ่านทางเว็บไซต์ อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากสายการบินไทยได้เพิ่มเที่ยวบินจากเมืองโอคแลนด์ – กรุงเทพฯ จาก ๔ เที่ยวต่อสัปดาห์ เป็น ๕ เที่ยวต่อสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวจากเมืองหลวงของทั้ง ๒ ประเทศ สามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น คาดปีนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวออสเตรเลียมาไทยเพิ่มขึ้น ๔%
๕. คิดส์ซาเนียหั่นราคา – ควง ททท. เจาะต่างชาติ 
กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)
๖. ‘คิดส์ซาเนียเจอ ศก.ฉุด หันดึงกลุ่มนักท่องเที่ยว 
ไทยโพสต์ (หน้า ๗)
บจก.คิดส์ เอ็ดดูเทนเม้นท์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) ผู้บริหารคิดส์ซาเนีย กรุงเทพฯ วางแผนปีนี้จะมุ่งขยายฐานกลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้น หลังเจอพิษเศรษฐกิจไทยชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ยังไม่มีสาขาของคิดส์ซาเนียอยู่ โดยร่วมมือกับ ททท.สนง.ต่างประเทศ โปรโมตคิดส์ซาเนีย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการมากขึ้น พร้อมได้เพิ่มส่วนลดบัตรใช้บริการตลอดปีจาก ๒๐% เป็น ๒๕% และได้จัดแคมเปญส่วนลด ๓๐% เนื่องในโอกาสธุรกิจครอบรอบ ๓ ปี ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๕ พฤษภาคมนี้
๗. เมืองไทยเดสติเนชั่นหลักชาวฝรั่งเศส
สยามรัฐ (หน้า ๗)
คอลัมน์ข่าวสั้น : เว็บไซต์ Tourmag.com นิตยสารท่องเที่ยวออนไลน์สำหรับ Trade ในตลาดฝรั่งเศส รายงานว่า นักท่องเที่ยวฝรั่งเศสเลือกแพ็กเกจเดินทางไปเยือนไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความหลากหลายของไทย ส่งผลให้บริษัทนำเที่ยวเสนอแพ็กเกจที่ผสมผสานทั้งด้านวัฒนธรรม ชายหาด และกิจกรรมผจญภัย รวมถึงยังได้ประโยชน์จากสายการบินหลายแห่งที่เสนอบัตรโดยสารในอัตราไม่สูงนัก โดยปี ๒๕๕๘ มีชาวฝรั่งเศสเดินทางมาเยือนไทย ๖๘๑,๐๙๗ คน เพิ่มขึ้น ๗.๒๕% จากปีก่อนหน้า และเดือนมกราคม ๒๕๕๙ มีนักท่องเที่ยว ๘๓,๒๙๕ คน เพิ่มขึ้น ๖.๒๕% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
๘. ตร.ไล่จี้จับคนร้ายชิงทรัพย์ชาวเยอรมัน
 มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)
เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา และ ผบก.จว.ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และอาสาสมัคร ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ หลังจากวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมัน ถูกทำร้ายและชิงทรัพย์ ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยเสียหาย โดยรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ตำรวจภูธรจังหวัด จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด โดยให้ทุกโรงพักกระจายกำลังหาบุคคลที่คล้ายเป้าหมาย
๙. แชร์ภาพทัวร์จีนจับปลาใส่ถุงเล่น 
แนวหน้า (หน้า ๗)
มีการแชร์ภาพนักท่องเที่ยวจีนจับปลาหลากหลายชนิดใส่ถุงพลาสติก พร้อมทั้งนำภาพมาถ่ายโชว์โดยมีการจับสัตว์น้ำจำนวนมากที่บริเวณเกาะไข่ อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวดังกล่าว อีกทั้งก่อนหน้านี้ ทางจังหวัดพังงาได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวไทยว่า มีผู้ประกอบการทัวร์จีนลักลอบนำเจ๊ตสกี บาบาน่าโบ๊ท และเรือลากร่ม มาให้บริการแก่นักท่องเที่ยว สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่นักท่องเที่ยว ที่ต้องการเล่นน้ำทะเลแบบสงบ ทั้งที่จังหวัดมีนโยบายห้ามไม่ให้มีการประกอบกิจการบริการเรือเจ๊ตสกีในพื้นที่แล้วก็ตาม
------------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

12/5/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

. ‘ท่องเที่ยว ๔ เดือนโกยรายได้ต่างชาติ ๖.๒ แสนล้าน 
กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๕)
๒. ตั้งเป้ารายได้แตะ ๒.๕ ล้าน ล. ท่องเที่ยวบูมสุดต่างชาติทะลักขยับใกล้เป้าปีหน้า 
ไทยรัฐ (หน้า ๙)
๓. จ่อเพิ่มรายได้เที่ยวทะลุ ๒.๖ ล้าน ล. ปลื้ม ๔ ด.ต่างชาติแห่เข้าไทยคึกคัก 
มติชนรายวัน (หน้า ๘)
๔. โตแบบคุณภาพ 
เดลินิวส์ (หน้า ๗)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ช่วง ๔ เดือนแรก ระหว่าง ๑ มกราคม – ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว ๑๒.๓๒ ล้านคน เติบโตกว่า ๑๓.๖๑% ทำรายได้ราว ๖๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๘.๔๓% เชื่อหากไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่เป็นปัจจัยลบ ปีนี้มีโอกาสที่รายได้จะเกินกว่าเป้าหมายและใกล้เคียงกับเป้าหมายในปี ๒๕๖๐ ที่ตั้งเป้าไว้ที่ ๒.๕ ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มปีนี้ดีต่อเนื่อง อาจต้องปรับเป้าหมายปี ๒๕๖๐ ให้สูงกว่า ๒.๕ ล้านล้านบาท เพราะเชื่อว่าปีหน้าจะเป็นปีที่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวดีดกลับที่ชัดเจน เนื่องจากมีภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ช่วยอุดหนุน โดยเฉพาะด้านการส่งออกที่เริ่มขยับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ท่องเที่ยวปี ๒๕๖๐ มีโอกาสทำรายได้ถึง ๒.๖ ล้านล้านบาทได้
โดยนักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางมาไทยเป็นอันดับ ๑ ที่จำนวน ๓.๖ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๒๕.๗% ส่วนตลาดรัสเซีย มีจำนวน ๔.๖๗ แสนคน เติบโตถึง ๑๗.๑๔% และตลาดญี่ปุ่น มีจำนวน ๕.๒๕ แสนคน เพิ่มขึ้น ๓.๘๘% พร้อมมั่นใจไทยยังไม่เสียดุลการท่องเที่ยวญี่ปุ่นแน่นอน เพราะเมื่อนำสถิติในช่วง ๓ เดือนแรกมาเปรียบเทียบกัน  พบว่าคนไทยไปญี่ปุ่น ๒.๒ แสนคน ส่วนคนญี่ปุ่นมาไทย ๓.๘ แสนคน      
ชี้ ปัจจัยที่หนุนรายได้เพิ่มคือ การใช้จ่ายของคนในประเทศที่เพิ่มขึ้น จาก ๒ ส่วนหลักคือ ททท. วางกลยุทธ์กระตุ้นการใช้จ่ายต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงโลว์ซีซั่น ประกอบกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจุดหมายท่องเที่ยวหลายแห่ง หันมาให้ความสำคัญในการทำตลาดคนไทยเพิ่มขึ้น
ส่วนความคืบหน้าแผนการจัดงานแอร์ เรซ วัน เวิลด์คัฟ ไทยแลนด์ กระทรวงฯ จะใช้อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตด้านเครื่องบินที่มีความเร็วที่สุดในโลก เพราะนักท่องเที่ยวรู้จักเมืองพัทยาเป็นอย่างดี อีกทั้งสัตหีบยังเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบ และ  ท่าอากาศยานอู่ตะเภา คาดหากไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานจะเกิดเงินสะพัดในประเทศกว่า ๓,๔๕๐ ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว ๑ แสนคน เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๓ หมื่นคน และคนไทย ๗ หมื่นคน
๕.  หมอกควันทุบยอดพักเชียงใหม่วูบ / ทีเอชเอภาคเหนือคาด พ.ค. – ก.ค.ลด ๑๐% ครั้งแรกรอบ   ๓ ปีหลังจีนแห่เที่ยว
โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)
นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) คาดว่าช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ๒๕๕๙ จังหวัดเชียงใหม่จะมีอัตราเข้าพักโรงแรมลดลงเฉลี่ย ๒๐% ถือเป็นการปรับตัวลดลงในรอบ ๓ ปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันปกคลุม
ส่วนนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อว่าปัญหาหมอกควันและ   ไฟป่าในภาคเหนือ จะไม่กระทบกับการท่องเที่ยว โดยกระทรวงฯ เตรียมปรับรายได้การท่องเที่ยวปี ๒๕๖๐ ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น คาดการท่องเที่ยวจะทำได้รายได้ถึง ๒.๖ ล้านล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ ๒.๕ ล้านล้านบาท ส่วนภาพรวมระหว่างวันที่ ๑ มกราคม – ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว ๑๒.๓ ล้านคน เติบโต ๑๓.๖๑% ทำรายได้ ๖.๒๔ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๘.๔๓%
๖. เป็นห่วงท่องเที่ยวไทย จาก “สูงสุด” คืนสู่ “สามัญ” 
ไทยรัฐ (หน้า ๕)
 
คอลัมน์เหะหะพาที โดย ซูม เขียนถึงการท่องเที่ยวของไทยที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาแถลงตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยในปี ๒๕๕๘ ว่า มีจำนวนถึง ๒๙.๘๘ ล้านคน ขยายตัวจากปีก่อนหน้านี้ถึง ๒๐% มีรายได้ ๑.๔๔ ล้านล้านบาท ขยายตัวถึง ๒๓.๕% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่ก็มีนักวิเคราะห์และสื่อมวลชนหลายแขนง ออกมาติงรัฐบาลว่า อย่าเพิ่งดีใจกับตัวเลขดังกล่าวเกินไป เพราะส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีนซึ่งยังมีปัญหาที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขอีกหลายประการ โดยเฉพาะด้านตัวเลขรายได้รวมจะสูงจริงดังที่แถลงหรือไม่ เนื่องจากบริษัทจีนได้เข้ามาเปิดบริษัทตัวแทนอำพรางในไทยจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้รายได้ไหลกลับไปเป็นของจีนเสียส่วนใหญ่ ส่วนใน  ปีนี้ก็มีการคาดหมายว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและน่าจะถึง ๓๒ ล้านคน ส่วนรายได้อาจจะเกิน ๑.๕ ล้านล้านบาท สูงกว่าปี ๒๕๕๘ และคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมาในจำนวนมากเช่นเดิม
ล่าสุด ผู้เขียนได้เดินทางไปพักผ่อนที่พัทยา ได้เห็นภาพการท่องเที่ยวที่พัทยาแล้วก็เชื่อได้ว่าปีนี้ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะสูงกว่าปีกลายตามที่คาดหมายอย่างแน่นอน เพราะมีนักท่องเที่ยวแน่น จนการจราจรตามถนนสายต่างๆ ติดขัด หากมองในแง่ดีก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาลที่กระตุ้นให้คนไทยออกมาใช้จ่ายออกท่องเที่ยว และเป็นความสำเร็จระดับประเทศที่นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเที่ยวไทยจำนวนมาก แต่หากมองในแง่ร้าย การจราจรพัทยาถึงขั้นวิกฤติแบบนี้ อีกหน่อยใครจะมาเที่ยวพัทยา
ปัญหาดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เบื่อการไปเที่ยวพัทยามากน้อยเพียงไร พร้อมอยากให้มีการประเมินผล และหาทางแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ เสียแต่เนิ่นๆ เพราะนักท่องเที่ยวไทยเบื่อเที่ยวไทยไม่เป็นไร แต่อย่าให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเบื่อที่จะมาเมืองไทย
ทั้งนี้ ภาษิตจีนบอกไว้ว่า สูงสุดคืนสู่สามัญชักทำให้ผู้เขียนรู้สึกหวาดกลัวว่ากิจกรรมท่องเที่ยวไทยที่กำลังสูงสุดดังตัวเลขที่แถลงมาจะ คืนสู่สามัญคือตกลงจำนวนมากไปสู่ยุคคนเที่ยวน้อย เพราะถ้าสูงสุดแล้วบริหารจัดการไม่ดี ไปไหนก็รถติด เที่ยวไม่สนุก เที่ยวไม่คุ้มอย่างทุกวันนี้ อาจจะคืนสู่สามัญในเวลาไม่นานเกินรอ
๗. ไทยแลนด์คัมแบ๊ก 
เดลินิวส์ (หน้า ๑๐)
คอลัมน์เล่นกับไฟ โดย แมงเม่า กล่าวถึงการท่องเที่ยวและการลงทุนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการลงทุน รายงาน FDI ได้ฉายภาพการกลับมาของไทยในฐานะแหล่งที่ต่างชาติหมายมั่นจะเข้ามาลงทุน ยิ่งเพื่อนบ้านกลุ่มดาวรุ่ง CLMV ทั้ง กัมพูชา ลาว เมียนมา ได้รับความสนใจ ก็พบว่าศูนย์กลางการจัดการอยู่ที่ไทย จึงควรให้เครดิตทีมงานในรัฐบาลที่นำสิ่งดีๆ ในสายตานักลงทุนคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้ง และควรจะนำความเชื่อมั่นของต่างชาติมาเป็นเชื้อจุดประกายในประเทศ กระตุ้นผู้มีกำลังทรัพย์กล้าใช้ทรัพย์
ซึ่งเรื่องนี้เป็นการบ้านของผู้มีอำนาจและมีหน้าที่ในส่วนของรัฐบาล โดยผู้เขียนคัดค้านการกระตุ้นการใช้จ่ายแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มวันหยุดราชการมากมายเกินเหตุ หวังเพียงให้ไปท่องเที่ยว เอาเงินไปใช้ วิธีจูงใจคนใช้เงินมีแบบที่ยั่งยืนกว่านั้น
 
๘. ไฟป่าเผาสมุย รอบ ๕๐ ปี – วอดแล้ว ๖๐ ไร่ 
แนวหน้า (หน้า ๑)
 
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานฯ ดอยสุเทพ – ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงวิกฤติต่อเนื่อง แม้ว่าจุดที่เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่ดอยขุนช่างเคี่ยนจะคลี่คลายลง แต่พบว่าอีกหลายจุดยังเกิดไฟป่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาทางดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลาม
ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส ยังมีไฟป่าลุกลามใน ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอสุไหงปาดี, สุไหงโก – ลก, บาเจาะ และยี่งอ เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมดับไฟทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ นอกจากนี้ ที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เกิดไฟไหม้ป่าบริเวณภูเขาออก ตำบลแม่น้ำ ลุกลามไปยังภูเขาพระ ตำบลบ่อผุด คาดว่าจะกินพื้นที่กว่า ๖๐ ไร่ โดยเหตุไฟไหม้ป่าบนเกาะสมุย ได้สร้างความตกใจให้กับ  ชาวเกาะสมุย และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ด้านนายอำเภอเกาะสมุย ได้สั่งให้ ปภ.จังหวัดสุราษฎร์ธานี และตำรวจเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าอย่างใกล้ชิด เพราะเกิดขึ้นในรอบ ๕๐ ปี คาดสาเหตุเกิดจากการเผาของชาวบ้าน พร้อมกำชับให้ตำรวจเร่งสืบสวนหาตัวผู้เผาป่ามาดำเนินคดี
 
ชิงทรัพย์แหม่ม 
ข่าวสด (หน้า ๑๖)
 
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุหญิงชาวเยอรมนีถูกทำร้ายหวังชิงทรัพย์ที่บริเวณสวนสาธารณะบึงพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จากการสอบถามผู้เสียหายทราบว่า    มีชายไทยรูปร่างท้วมใหญ่ขี่จักรยานยนต์ชักชวนให้ขึ้นรถ แต่ตนไม่ยอม คนร้ายจึงข่มขู่ขอเงินและกระชากกระเป๋าจนเกิดการต่อสู้กัน กระทั่งมีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือ คนร้ายจึงหลบหนีไป
------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

28/4/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันเสาร์ที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙

ดาราพาเที่ยว / ไทยรัฐ (หน้า ๘)
๒. อนุมัติงบ / เดลินิวส์ (หน้า ๗)
๓. ททท. จัดเต็มร้อยเดียวก็เที่ยวได้ แผนกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ / สยามรัฐ (หน้า ๖)
๔. ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ กระตุ้นท่องเที่ยวในกลุ่มสตรี / สยามรัฐ (หน้า ๖)
๕. ภาคีท่องเที่ยวร่วมขับเคลื่อนประชารัฐ บูรณาการเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน / สยามรัฐ (หน้า ๗)
รัฐหนุนแหล่งท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก / บ้านเมือง (หน้า ๑๑)
๗. ซีกัล สร้างหนัง ๒ เรื่องในไทย / เดลินิวส์ (หน้า ๘)
๘. สตีเว่น ซีกัล จ่อถ่ายหนังในไทย / ข่าวสด (หน้า ๑๖)
๙. พาต้าชี้ ๕ ปีต่างชาติเข้าอาเซียนพุ่ง / กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)
๑๐. นายกฯ จี้สางปัญหาแท็กซี่โกง คมนาคม เร่งรื้อมาตรการใหม่ / กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)
๑๑. แม่สายสะอื้นค่ามลพิษเกินมาตรฐาน / ไทยโพสต์ (หน้า ๓)
๑๒. บัสชนเขาตับเต่าดับ ๑ เจ็บระนาว / ข่าวสด (หน้า ๘)
๑๓. ๒ กะเทยคว้าหินทุบหัวชิงทรัพย์หนุ่มเมืองเบียร์ / แนวหน้า (หน้า ๑๖)
๑๔. สหรัฐเตือนภัยโจรภาคใต้ปินส์ลักพาตัว / ไทยโพสต์ (หน้า ๙)
-------------------------------------------------------
 r สรุปข่าวสำคัญประจำวันเสาร์ที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๙ r
ดาราพาเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๘)
๒. อนุมัติงบ เดลินิวส์ (หน้า ๗)
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย บอร์ด ททท. อนุมัติโครงการรวมใจเที่ยวไทย เศรษฐกิจไทยยั่งยืน วงเงิน ๗๕.๖ ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงโลว์ซีซั่น โดยเชิญดารา นักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมาช่วยโปรโมตกิจกรรมท่องเที่ยวในแต่ละเดือน
๓. ททท. จัดเต็มร้อยเดียวก็เที่ยวได้ แผนกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ สยามรัฐ (หน้า ๖)
นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ เผย ททท. รับนโยบายรัฐบาล ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพิ่มการใช้จ่าย กระจายนักท่องเที่ยวสู่พื้นที่ท่องเที่ยวรอง ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชน และขยายช่วงเวลาสู่วันธรรมดา และช่วงนอกฤดูกาล เพื่อลดการกระจุกตัว และกระจายผลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว
ล่าสุด เตรียมจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงวันธรรมดา ภายใต้ชื่องานวันธรรมดาน่าเที่ยว ๒๕๕๙ พร้อมกับงานเอาท์ดอร์ เฟสท์  ๒๐๑๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรวบรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า ๔๘๐ บูธ ร่วมมอบส่วนลดสูงสุด ๕๐% ชูไฮไลต์แคมเปญร้อยเดียวก็เที่ยวได้ เพียงซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวภายในงานครบ ๕ พันบาท/วัน/คน/ ๑ ใบเสร็จ รับสิทธิ์ลุ้นแลกซื้อรายการท่องเที่ยวได้ในราคา ๑๐๐ บาท วันละ ๕๐๐ รายการ รวม ๒ พันรายการ
๔. ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ กระตุ้นท่องเที่ยวในกลุ่มสตรี สยามรัฐ (หน้า ๖)
คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ นำเสนอบทสัมภาษณ์นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ถึงการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มสตรี โดยกำหนดให้เดือนสิงหาคม เป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวกลุ่มนักท่องเที่ยวสตรี ชู ๖ กิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดทั้งเดือน

๕. ภาคีท่องเที่ยวร่วมขับเคลื่อนประชารัฐ บูรณาการเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน สยามรัฐ (หน้า ๗)
คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของภาคีท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากการบูรณการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ ได้ประสานความร่วมมือกับ อปท. เพื่อขับเคลื่อนประชารัฐตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีแนวคิดที่จะยกระดับความสามารถของ อบต. สู่การพัฒนาเศรษฐกิจระดับชุมชน เป็นกลไกกลางเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนระดับชุมชนท้องถิ่น
ส่วนนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. มีโครงการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารท่องเที่ยว และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นทั่วประเทศในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. ภายใต้ชื่อ “ประชารัฐสุขใจ Shop” เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และโฆษณาสินค้าพื้นบ้านและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น มุ่งกระจายรายได้ไปยังชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ด้านทีเส็บ ได้ร่วมกับโครงการสามพรานโมเดล และพันธมิตรธุรกิจไมซ์ ผนึกกำลังลงนาม MOU ในโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการไมซ์ จัดซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเกษตรกรโดยตรง หรือ Farm to Functions กับกลุ่มข้าวสัจธรรม จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อกระตุ้นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ สู่การเป็น MICE Sustainable Destination เป็นต้น
รัฐหนุนแหล่งท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก บ้านเมือง (หน้า ๑๑)
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงพื้นที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง) เพื่อรับทราบปัญหาการดำเนินงานภายใต้เขตพัฒนาการท่องเที่ยว
เผย เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งตะวันตกในรอบปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจุดเด่นเรื่องของน้ำทะเล น้ำพุร้อน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยจะดำเนินการผลักดันให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวไปสู่จังหวัดชุมพรและระนอง ให้มากขึ้น โดยการขับเคลื่อนกลไกประชารัฐ รักษาและฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในการกระจายรายได้สู่ชุมชนให้มากขึ้น
นางกอบกาญจน์ เผย ได้บรรจุแนวทางการพัฒนาเขตการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตกไว้ในแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ.๒๕๕๙ – ๒๕๖๓ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางการท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก ในการเชื่อมโยงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มคลัสเตอร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพัฒนา สุดยอดเส้นทางการท่องเที่ยวของประเทศเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว กระตุ้นให้ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมกันคิดวางแผนและดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ สามารถจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเพิ่มขึ้น พำนักมากขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้น
๗. ซีกัล สร้างหนัง ๒ เรื่องในไทย เดลินิวส์ (หน้า ๘)
๘. สตีเว่น ซีกัล จ่อถ่ายหนังในไทย 
ข่าวสด (หน้า ๑๖)
เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ ๑ ได้ให้การรับรอง นายสตีเวน ฟรีเดอริก ซีกัล นักแสดงและผู้ผลิตภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดชื่อดัง เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนแนวทางการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของไทย ตามแนวทางแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของสปท. และรัฐบาล โดยนายสตีเวน เตรียมสร้างภาพยนตร์ ๒ เรื่องในไทย ซึ่งจะเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยที่มีความงดงาม ทั้งสถานที่ วัฒนธรรม ศิลปะ รวมถึงการต่อสู้
นายสตีเวน เผย เดินทางมาไทยตลอด และได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของไทย ทั้งวัฒนธรรมการต่อสู้ รวมถึงเคารพรักต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเสียสละต่อคนไทย และต่อจากนี้มีโครงการจะถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย รวมทั้งตั้งบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย เพื่อถ่ายทอดความงดงามของประเทศไทยออกสู่สายตาชาวโลก
๙. พาต้าชี้ ๕ ปีต่างชาติเข้าอาเซียนพุ่ง กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)
สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางมาเยือนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตต่อเนื่องปีละ ๔.๖% ไปถึงปี ๒๕๖๓ โดยภูมิภาคที่เติบโตสูง ได้แก่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ครองส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวเพิ่มจาก ๒๐% ในปี ๒๕๕๘ เป็น ๒๒.๕% ในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับอเมริกาในอีก ๕ ปีข้างหน้า เนื่องจากอเมริกาจะครองส่วนแบ่งตลาดราว ๒๒.๖%
ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นจุดหมายหลักที่ยังคงได้รับความนิยมสูงสุด เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี ๒๕๖๓ รวมกันราว ๓๓๓ ล้านคน ครองส่วนแบ่งมากกว่า ๕๐% ของเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด นอกจากนี้ ตลาดเอเชียยังเป็นแหล่งที่มาของนักท่องเที่ยวที่ก่อให้เกิดการเดินทางภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากที่สุด โดยคาดว่าจะเพิ่มจำนวนเป็น ๔๔๘ ล้านคน ในปี ๒๕๖๓ จาก ๓๕๕ ล้านคนในปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นส่วนแบ่งเพิ่มจาก ๖๖% เป็น ๖๘% ในอนาคตด้วย พร้อมแนะให้ประเทศต่างๆ เตรียมการรับมือด้านการบริหารจัดการที่ดีไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับแหล่งท่องเที่ยว
ด้านแอตต้า เป็นห่วงเรื่องการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในบางเรื่อง อาทิ ความปลอดภัย ชี้ ไทยยังมีปัญหาเรื่องการรองรับนักท่องเที่ยว เพราะที่ผ่านมาไม่มีการวางมาสเตอร์แพลนระยะยาว ๑๐ - ๒๐ ปี ทำให้ขาดทั้งการจัดการท่องเที่ยว หรือเตรียมพร้อมบุคลากร อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลประกาศการพัฒนาตามคลัสเตอร์ เชื่อว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากสามารถดำเนินการตามหลักการสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง และเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ได้จริง จะทำให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน
๑๐. นายกฯ จี้สางปัญหาแท็กซี่โกง คมนาคม เร่งรื้อมาตรการใหม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งกระทรวงคมนาคมเพิ่มความเข้มงวดและมีมาตรการขั้นเด็ดขาดกับแท็กซี่ที่โกงราคาและเอาเปรียบผู้โดยสาร
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เผย กระทรวงฯ อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะในภาพรวมใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะแท็กซี่ รถโดยสาร ขสมก. และรถร่วมบริการ พร้อมยืนยัน ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก ใช้มาตรการดูแลรถโดยสาธารณะเข้มงวดอยู่แล้ว ทั้งสั่งปรับอัตราสูงสุด พักใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ อบรมพฤติกรรม และหากทำผิดซ้ำจะเพิกถอนใบอนุญาตทันที 
๑๑. แม่สายสะอื้นค่ามลพิษเกินมาตรฐาน ไทยโพสต์ (หน้า ๓)
อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย ได้ระดมใช้เครื่องฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชื้นในอากาศ ชำระล้างหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า ๑๐ ไมครอนตามสี่มุมเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนย่านการค้า และบริเวณด่านแม่สาย หลังประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องทนสูดดมฝุ่นละอองนานนับสัปดาห์และเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
เช่นเดียวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังเผชิญกับปัญหาหมอกควันเป็นวันที่ ๕ ติดต่อกัน ส่งผลต่อ  ทัศนวิสัยและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทัศนียภาพที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว แม้จะใช้หน้ากากอนามัย แต่ก็พบว่ามีบางส่วนเริ่มมีปัญหาทางสุขภาพแล้ว โดยที่อำเภอแม่แจ่ม วัดค่าฝุ่นละอองได้สูงสุดเกือบ ๒๐๐ ไมโครกรัม
๑๒. บัสชนเขาตับเต่าดับ ๑ เจ็บระนาว ข่าวสด (หน้า ๘)
เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุรถบัสนำเที่ยวแหกโค้งพุ่งชนหน้าผาบริเวณเขาตับเต่า อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้คนขับรถบัสเสียชีวิต ๑ ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า ๒๐ ราย จากการสอบถามทราบว่า รถบัสดังกล่าวนำนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอุทัยธานี มาพักที่รีสอร์ตบ้านหม่องกระแทะ ขณะเดินทางกลับ เมื่อถึงที่เกิดเหตุคาดว่าคนขับอาจไม่ชินเส้นทาง ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนแท่งคอนกรีต ก่อนชนหน้าผาอย่างแรง จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป
๑๓. ๒ กะเทยคว้าหินทุบหัวชิงทรัพย์หนุ่มเมืองเบียร์ ลวงร่วมหลับนอน เหยื่ออาการสาหัส ตร.เร่งล่าคนร้าย แนวหน้า (หน้า ๑๖)
เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวเยอรมนีถูก ๒ สาวประเภทสองทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงทรัพย์หลบหนีไป ที่บริเวณกลางซอย ๕ จอมเทียน อำเภอ  บางละมุง จังหวัดชลบุรี จากการสอบถามเพื่อนสาวของผู้เสียหายให้การว่า สาวประเภทสองได้เข้ามาตีสนิท แล้วชักชวนไปร่วมหลับนอน แต่ถูกปฏิเสธ จึงอาศัยจังหวะเผลอใช้ก้อนหินทุบที่ศีรษะและใบหน้าจนหมดสติ เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าเงิน ๔ พันบาทสูญหายไป ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ดำเนินคดีโดยเร็ว
๑๔. สหรัฐเตือนภัยโจรภาคใต้ปินส์ลักพาตัว ไทยโพสต์ (หน้า ๙)
รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ออกคำเตือนภัยด้านการเดินทางฉบับใหม่สำหรับพลเมืองอเมริกัน โดยแนะใช้ความระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นในพื้นที่ภาคใต้เกือบทั้งหมดของฟิลิปปินส์ เนื่องจากเกิดคดีลักพาตัวชาวต่างชาติมากขึ้น โดยเหยื่อบางรายโดนจี้จากเรือที่ลอยลำอยู่กลางทะเล
----------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th