ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

22/12/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗

๑. พัฒนาขายทัวร์ถิ่นอีสานรับปีแพะ เดลินิวส์ (หน้า ๑๔)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ที่ผ่านมา ททท.ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เชิญผู้บริหารภาคเอกชนมาประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการตลาดในการขายการท่องเที่ยว เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวภาคอีสานในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน ๒๕๕๘ โดยจะขายรายการนำเที่ยวสู่ภาคอีสาน ภายใต้โครงการในแผนปี ๒๕๕๘ ของ ททท. อาทิ อู่อารยธรรมบุรีรัมย์ วิถีชุมชน อำเภอเชียงราย ประเพณีผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นต้น พร้อมจะเน้นขายเทศกาลสงกรานต์ รับปีท่องเที่ยววิถีไทย รวมถึงจะนำผู้ประกอบการไปพบไปปะ ซื้อขายธุรกิจในงานเที่ยวไทย ๕ ภาคที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ด้วย

๒. ททท. ปรับภาพลักษณ์เกาะพะงัน ผนึกท้องถิ่นปั้น ‘คัลเลอร์ฟูลมูน’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย หลังนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวคิดจะปรับภาพลักษณ์งานฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพะงันใหม่ เป็น “คัลเลอร์ฟูลมูน” หรือพระจันทร์หลากสี เพื่อแสดงถึงความพร้อมและความหลากหลายของทรัพยากรท่องเที่ยว จึงได้มีการแบ่งโซนการท่องเที่ยวออกเป็น ๕ โซนใหญ่ ได้แก่ โซน ๑ ไลฟ์สไตล์ทันสมัย มีความสะดวกและปลอดภัย ทางด้านทิศใต้บริเวณหาดรินใน หาดท้องศาลา โซน ๒ ไนท์ไลฟ์ ฉลองช่วงพระจันทร์เต็มดวงที่มีความปลอดภัย ทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก บริเวณหาดรินใน หาดสีกันตัง หาดริ้นนอก โซน ๓ ตามรอยประวัติศาสตร์ อนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ป่า และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ บริเวณกลุ่มหาดท้องนายปานน้อย หาดธารเสด็จ โซน ๔ วิถีชาวประมง ดำน้ำ อาหารทะเล ทางทิศเหนือของเกาะ บริเวณกลุ่มหาดสลัด หาดแม่หาด และโซน ๕ แหล่งพักผ่อนเพื่อสุขภาพ ศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์แห่งชาติ บริเวณทิศตะวันตก อาทิ กลุ่มหาดปลายแหลมสน หาดวกตุ่มพร้อมเผย เกาะพะงันค่อนข้างมีความพร้อมในการเป็นต้นแบบในการปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เพื่อขยายผลให้เกาะอื่นๆ ปฏิบัติตามต่อไป

๓. จับตาวิกฤต ‘รัสเซีย’ เขย่าซ้ำ ‘ท่องเที่ยว’ ไทย มติชนรายวัน (หน้า ๑)

สกู๊ปนำเสนอผลกระทบจากปัญหาค่าเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนค่าลง จากการประเมินของสถาบันการเงิน และองค์กรด้านการท่องเที่ยว
โดยนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เผย ททท. ประเมินว่าถึงสิ้นปีจะมีนักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทย ๑.๖ ล้านคน หรือติดลบประมาณ ๗% จากปี ๒๕๕๖ โดยช่วง ๑๑ เดือนแรก มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทย ๑.๔๔ ล้านคน และเดือนพฤศจิกายน ลดลง ๒๑% เหลือเพียง ๑.๘ แสนคน ทำให้ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย ๑.๖ ล้านคน ติดลบ ๗% จากที่ตั้งเป้าไว้ ๑.๙ ล้านคน
ด้านนายสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคตะวันออก) ชี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอินบาวนด์ โดยเฉพาะพัทยาซึ่งเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวรัสเซีย คาดภาพรวมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาปีนี้ จะหดตัวไม่ต่ำกว่า ๕๐% เช่นเดียวกับแอตต้า ที่คาดว่าภาพรวมตลาดรัสเซียตลอดปีนี้อาจจะลดลงไม่ต่ำกว่า ๓๐%

๔. แสงไฟลอยฟ้า ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑๖)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และนายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคม ผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ร่วมกันเปิดงานเทศกาล Thailand Kingdom of Light ที่ย่านราชประสงค์

๕. ปีใหม่คนไทยแห่เที่ยวนอก มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ ชี้ ผลจากการประกาศวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศคึกคักขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป เฉลี่ยนักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวราว ๘ – ๑๐ วัน และเส้นทางเอเชียเฉลี่ยเที่ยวราว ๓ – ๕ วัน พร้อมคาดปีนี้จะมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น ๕ - ๗% จากปี ๒๕๕๖ อยู่ที่ ๕.๗ ล้านคน โดยจุดหมายยอดนิยมคือญี่ปุ่น รองลงมาคือ เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง รวมถึงพม่า เวียดนาม และสิงคโปร์
ด้านนายอเนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย – ญี่ปุ่น เผย คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงปีใหม่ ๒๕๕๘ มากกว่าปี ๒๕๕๗ โดยขณะนี้ยอดจองล่วงหน้าช่วงปีใหม่เต็มเร็ว และราคาแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นมีการแข่งขันกันสูงมาก คาดตลอดปีนี้จะมีคนไทยเที่ยวญี่ปุ่นมากถึง ๕ แสนคน

๖. ‘โลว์คอสต์’ ยันไม่ลดราคาตั๋ว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๑)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ยืนยัน ยังไม่มีนโยบายลดราคาตั๋วโดยสาร เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่าราคาน้ำมันจะลดลงนานแค่ไหน เช่นเดียวกับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ยืนยัน ยังไม่มีนโยบายลดราคาตั๋วโดยสาร เพราะปัจจุบันสายการบินมีโปรโมชั่นตั๋วราคาถูกให้ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง

๗. แบงก์ชี้วิกฤตรัสเซียฉุดท่องเที่ยววูบ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๒๓)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจรัสเซีย จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่านการส่งออก และการท่องเที่ยว โดยอาจทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวรัสเซียและรายได้จากการส่งออกไปประมาณ ๒๑,๕๖๐ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๐.๑๖% ของจีดีพี โดยเศรษฐกิจรัสเซียฉุดตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียปี ๒๕๕๗ หดตัวครั้งแรกในรอบ ๙ ปี ขณะที่ปี ๒๕๕๘ คาดว่านักท่องเที่ยวรัสเซียจะหดตัว ๒๔.๖% หรือประมาณ ๑๖,๕๐๐ ล้านบาท เช่นเดียวกับศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ที่ประเมินว่าจะกระทบกับไทยผ่าน ๒ ช่องทางคือ การค้าระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยว โดยด้านการท่องเที่ยวประเมินว่า หากค่าเงินรูเบิลทรงตัวที่ ๖๕ – ๗๐ รูเบิลต่อดอลลาร์ จะกระทบกับการท่องเที่ยวไทยไม่รุนแรงนัก โดยนักท่องเที่ยวรัสเซียในปี ๒๕๕๗ จะตกลงมาอยู่ที่ ๑.๖๓ ล้านคน จาก ๑.๗๕ ล้านคน ในปี ๒๕๕๖ แต่หากสถานการณ์เลวร้ายลงในปี ๒๕๕๘ จนความรุนแรงใกล้เคียงกับกรณีรัฐบาลรัสเซียผิดชำระหนี้ในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๑ จะ ทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียในปี ๒๕๕๘ ลดลงเหลือ ๑.๐๘ ล้านคน หรือลดลงกว่า ๓๐% จากปี ๒๕๕๗ ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวไทยหายไปกว่า ๕ หมื่นล้านบาท คิดเป็น ๐.๕% ของจีดีพี พร้อมแนะรัฐเร่งหาทางบรรเทาผลกระทบ

๘. ฮ.ทบ.ตกช่วยน้ำท่วม เจอพายุฝนเจ็บ ๔ อินทนนท์ติดลบ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๙. ฮ.เบลล์อีกแล้วตกยะลา ขณะบินตรวจน้ำท่วม ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๑๐. ฮ.ตรวจน้ำท่วมตกเจ็บ ๔ ‘อินทนนท์’ สั่นลบ ๑ องศา มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๑. อินทนนท์หนาวติดลบ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงวิกฤติในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี หนักสุด ๘ อำเภอถูกน้ำท่วม ๓๐๐ ครัวเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ส่วนที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำออกจากคลองอู่ตะเภา เพื่อป้องกันน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ได้เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ทหารบินสำรวจน้ำท่วมในจังหวัดยะลา เจอพายุฝนและลมกระโชกแรงนักบินต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินในสวนยางพารา ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ ๔ นาย
ส่วนที่ภาคเหนือและภาคอีสาน อากาศยังคงหนาวเย็น โดยยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิติดลบ ๑ องศา ทำให้เกิดแม่คะนิ้งเป็นบริเวณกว้าง และมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวสัมผัสลมหนาวคึกคัก นอกจากนี้ ต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทยได้เริ่มออกดอกแล้ว คาดจะบานเต็มที่ในช่วง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และบานต่อเนื่องไปถึงช่วงเดือนมกราคม เชื่อจะดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชม จนทำให้บรรยากาศบนดอยอินทนนท์คึกคักมากขึ้นอีก ด้านนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าวันหยุดยาวปีใหม่ ๙ วัน จะมีเงินสะพัดในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ต่ำกว่า ๒ พันล้านบาท

๑๒. นักท่องเที่ยวจีนก่อเหตุอีก ฉกรถสามล้อท่องรอบเมือง ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวจีน นำรถสามล้อถีบไปปั่นรอบเมืองเชียงรายโดยไม่บอกเจ้าของ โดยนำไปปั่นจนโซ่ขาด ก่อนจะนำไปจอดทิ้งไว้ข้างทาง เจ้าของรถสามล้อถีบได้เข้าแจ้งความให้ตำรวจติดตามจนพบ
จากการสอบสวนทราบว่า นักท่องเที่ยวชื่อ นายหวัง เซน เป็นชาวจีน ภายในตัวไม่พบพาสปอร์ต มีเพียงคู่มือนักท่องเที่ยวเป็นภาษาจีน โดยนายหวังให้การว่า อยากท่องเที่ยวรอบเมืองเชียงราย และ เห็นรถสามล้อถีบจอดอยู่ข้างทาง จึงปั่นออกไปโดยไม่รู้ว่าจะกลายเป็นปัญหา ด้านตำรวจได้แจ้งถึง ข้อกฎหมายของไทยให้นักท่องเที่ยวทราบ และแจ้งว่าอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของรถ

๑๓. เรือท่องเที่ยวชนโขดหิน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

คอลัมน์รอบรั้วทั่วไทย : เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือนำเที่ยว “อีเล็กทริก บลู มาย” ชนกับโขดหินบริเวณหน้าแหลมกาใหญ่ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ทำให้ท้องเรือแตก น้ำทะลักเข้าเรือ ทางเทศบาลเมืองภูเก็ตได้นำเรือไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวให้กลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

-------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. วางแผนปี’ ๕๘ – ชูท่องเที่ยวได้ทั้งปี โปรโมตเส้นทางอาเซียน – เน้นเจาะตลาดมุ่งหาชุมชน ข่าวสด (หน้า ๖)

นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผยแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ จะส่งเสริมให้เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย ชูท่องเที่ยวได้ทุกเดือน ภายใต้ธีมการท่องเที่ยวที่ไม่ซ้ำกัน พร้อมโปรโมตเส้นทางอาเซียน และเน้นเจาะตลาดมุ่งหาชุมชน

๒. ‘ท่องเที่ยวไทย’ ศักราชใหม่ปี’ ๕๘ ไม่บวก – ไม่ลบ...แต่เหนื่อย ! ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์สัมภาษณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ถึงทิศทางและแผนการทำตลาดในปี ๒๕๕๘ ของ ททท.

๓. ระวัง ! รัสเซียเอฟเฟ็กต์ ‘ส่งออก – ท่องเที่ยว’ ป่วน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๑)

๔. เที่ยวไทยกระทบหนัก ทัวร์หมีขาวป่วน ประเมินว่าทัวร์รัสเซียมาไทยลดลงกว่า ๕๐% ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑)

สกู๊ปนำเสนอผลกระทบในด้านต่างๆ จากค่าเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนค่าลง จากการประเมินของสถาบันการเงิน และองค์กรด้านการท่องเที่ยว โดยหลายฝ่ายกำลังจับตาว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่จนเกิดเป็น “รัสเซียเอฟเฟ็กต์”
นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย ปัญหาเศรษฐกิจรัสเซีย ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม หดตัวรุนแรง ททท. และธุรกิจท่องเที่ยวจึงต้องปรับตัว โดยใช้จังหวะนี้ปรับโครงสร้างการตลาด ขยายฐานนักท่องเที่ยวรัสเซียกลุ่ม ไฮเอนด์
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เผย ช่วง ๑๑ เดือนแรก มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทย ๑.๔๔ ล้านคน และเดือนพฤศจิกายน ลดลง ๒๑% เหลือเพียง ๑.๘ แสนคน ทำให้ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรัสเซีย ๑.๖ ล้านคน ติดลบ ๗% จากที่ตั้งเป้าไว้ ๑.๙ ล้านคน ส่วนปี ๒๕๕๘ ททท. ตั้งเป้าไว้ที่ ๒.๑ ล้านคน
ด้านสมาคมโรงแรมไทย (ภาคตะวันออก) เผย ตลาดรัสเซียซึ่งเป็นตลาดหลักของเมืองพัทยาลดลง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวพัทยาปีนี้หดตัวมากกว่า ๕๐% โดยขณะนี้โรงแรมเชนบริหารระดับอินเตอร์ ได้รับผลกระทบไม่มาก มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย ๖๐ – ๗๐% ส่วนแบรนด์ท้องถิ่น มีอัตราเข้าพักไม่เกิน ๔๐% สอดคล้องกับแอตต้า ที่คาดว่าตลาดรัสเซียปีนี้จะหดตัวมากกว่า ๓๐% จากปัจจัยลบ เรื่องค่าเงินรูเบิลอ่อนค่า ทำให้คนรัสเซียตัดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว
ด้านบริษัท เปกัสทัวร์ บริษัทนำเที่ยวตลาดรัสเซียใหญ่ เผย การผันผวนของค่าเงินรูเบิล ทำให้นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ๕๐% คนรัสเซียจึงชะลอการเดินทาง ประกอบกับมีบริษัททัวร์ในรัสเซียล้มลงไปหลายราย ทางบริษัททัวร์ที่ทำตลาดรัสเซีย จึงต้องลดปริมาณชาร์เตอร์ไฟลต์เข้าไทยลดลง รวมถึงเจรจากับโรงแรมขอให้ลดจำนวน Allotment (การจัดสรรห้องพัก) และเจรจาขอคืนเงินที่ได้จ่ายค่าห้องพักล่วงหน้าไปแล้ว แต่ใช้ห้องพักไม่ถึง มาเฉลี่ยจ่ายค่าห้องที่ได้ใช้จริง

๕. ไทยเวียดเจ็ทไม่หวั่น พร้อมแข่งโลว์คอสต์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

สายการบินไทยเวียดเจ็ท เตรียมเปิดเที่ยวบินแรกต้นปีหน้า ทั้งในเส้นทางในประเทศ และระหว่างประเทศ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ เวียดนาม จีน อินเดีย ฯลฯ ตั้งเป้าปีแรกจะมีผู้โดยสารมากกว่า ๑ ล้านคน ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่าจะมี คนเวียดนามมาเที่ยวไทย และคนไทยไปเที่ยวเวียดนามมากขึ้น รวมถึงไทยจะสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวเวียดนาม เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันมากขึ้น

๖. ‘จีเอ็มเอส’ เร่งสร้างโครงข่ายลุยลงทุน ๕ ปี ๓ หมื่นล้านดอลล์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๗. ดันตั้งเขต ศก.ลุ่มน้ำโขงสีเขียว เปิด ๒ ทางเที่ยว ‘ลาว – เวียดนาม’ มติชนรายวัน (หน้า ๑)
ที่ประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ๖ ประเทศ (จีเอ็มเอส) เห็นชอบแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วน ๕ ปี (๒๕๕๗ – ๒๕๖๑) วงเงิน ๓ หมื่นล้านบาท จากแผนการลงทุนระยะ ๑๐ ปี วงเงินรวม ๕.๑ หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นโครงการการที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเออีซี โดยจีนเป็นประเทศที่มีโครงการลงทุนมากที่สุด
ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ทั้ง ๖ ประเทศได้หารือถึงการเร่งผลักดันซิงเกิลวีซ่าร่วมกัน รวมถึงจะจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง นำร่อง ๒ เส้นทางคือ เส้นทางแม่น้ำโขง ดิสคัฟเวอร์ ซึ่งไทยได้เสนอเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวจากฝั่งแม่น้ำโขง เริ่มต้นที่จังหวัดนครพนม เชื่อมถึงลาว จนถึงเมืองโฮจิมินห์ ของเวียดนาม และเส้นทางแม่น้ำโขง เซาธ์เทิร์น คอร์ริดอร์ โดยจะใช้เส้นทางผ่านจังหวัดจันทบุรี ตราด ชลบุรี รวมทั้งจะมีการส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระหว่างเส้นทางด้วย

๘. อ้อนปลดล็อกเบี้ยจัดประชุม โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เสนอกระทรวงการคลัง ปลดล็อกระเบียบข้อบังคับการใช้จ่ายด้านไมซ์ของกลุ่มข้าราชการ ที่กำหนดค่าคอฟฟี่เบรก ๒๕ บาทต่อคน ค่าอาหารกลางวัน ๑๕๐ บาทต่อคน และค่าห้องพัก ๘๐๐ บาทต่อคน เพราะไม่สอดคล้องกับค่าบริการจริง เพื่อดึงกลุ่มข้าราชการ มาสัมมนา ทดแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง เชื่อหากปลดล็อกได้ จะทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยดีขึ้น และทำให้รายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. ควรปรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มากกว่าใช้ตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ที่จับต้องได้ยาก รวมทั้ง ททท. ต้องปรับปรับกลยุทธ์การตลาด เน้นปลุกกระแสไทยเที่ยวไทยในปีหน้าอย่างหนัก เพื่อทดแทนตลาดต่างประเทศที่เริ่มชะลอตัว

๙. ปิดด่านไทย – มาเลย์น้ำท่วมหนัก / ชาวนราฯ สุดระทมจ่อโดนซ้ำอีกระลอก ปัตตานีสั่งเร่งอพยพ แนวหน้า (หน้า ๑)

๑๐. น้ำค้างแข็ง ‘ดอยอินทนนท์’ ‘ยะลา – ปัตตานี’ ยังท่วมสูง มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

หลายพื้นที่ทางภาคใต้ยังประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก โดยที่ด่านพรมแดนไทย – มาเลเซีย ด้าน อำเภอสุไหงโก – ลก ทางมาเลเซีย ได้ปิดด่านพรมแดนเป็นเวลา ๓ วันติดต่อกันแล้ว และที่จังหวัดปัตตานี มีเด็กเสียชีวิต ๑ ราย ทางจังหวัดได้ประกาศให้อำเภอเมืองปัตตานี เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนที่ภาคเหนือ ยังมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยที่ยอดดอยอินทนนท์มีอุณหภูมิ ๐ องศา และเกิดแม่คะนิ้งทั่วดอย สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

๑๑. อินบาวด์ญี่ปุ่นจ่อทุบสถิติ เยนอ่อนช่วยท่องเที่ยวคึกคัก ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑๐)

องค์การการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ระบุ จำนวนนักท่องเที่ยวอินบาวนด์เข้าประเทศในปีนี้มีโอกาส ทำสถิติแตะระดับที่ ๑๓ ล้านคน จากอานิสงส์ของเงินเยนที่อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒ เท่า เป็น ๒๐ ล้านคน ภายในปี ๒๕๖๓ และ ๓๐ ล้านคน ภายใน ปี ๒๕๗๓

๑๒. สหรัฐเตือนพลเมืองระวังภัย แนวหน้า (หน้า ๒)

คอลัมน์รอบโลกวันนี้ : สหรัฐอเมริกาเตือนพลเมืองให้ระวังภัยระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว ทั่วโลก ในช่วงเทศกาลวันหยุด หลังเกิดเหตุการณ์จับตัวประกันในร้านกาแฟในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ระบุ กลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มที่เอาอย่างกลุ่มเหล่านี้ สามารถก่อเหตุร้ายอย่างที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ตามสถานที่สาธารณะ

๑๓. ‘บิ๊กโด่ง’ ฮึ่มฟันแก๊งทหารโจร อุ้มรีดเงินนักท่องเที่ยวยูเครน บ้านเมือง (หน้า ๑)

๑๔. ‘บิ๊กโด่ง’ ขู่ฟันไม่เลี้ยงทหารอุ้มรีด ๒ ยูเครน สยามรัฐ (หน้า ๑๑)

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ยืนยัน จะดำเนินการกับกลุ่มทหารที่ก่อเหตุอุ้ม ๒ สามีภรรยาชาวยูเครนจากบ้านพักกลางเมืองภูเก็ต ไปรีดไถเงิน หากพบว่ามีส่วนร่วมกับพลเรือนกว่า ๑๐ คนกระทำการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานที่ชัดเจน ต้องขอตรวจสอบก่อน พร้อมสั่ง มทบ.๔๑ ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

๑๕. หนุ่มสวีเดนเที่ยวหมดตัว เกิดคลุ้มคลั่งโดดตึกชั้น ๑๓ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุหนุ่มชาวสวีเดนคลุ้มคลั่ง กระโดดจากระเบียงห้องพักชั้น ๑๓ อาคารเบเวอร์รี่ ทาวเวอร์ ในซอยสุขุมวิท ๑๓ เสียชีวิต จากการสอบสวนเจ้าของห้องพัก ซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษพบว่า ผู้เสียชีวิตชื่อ นายเจน วิคเตอร์ เบตสัน เป็นจิตอาสา มาเที่ยวเมืองไทยจน เงินหมด ซึ่งตนได้ไปรับมาจากถนนข้าวสารในสภาพที่อิดโรย และติดต่อญาติเพื่อมารับตัวกลับ แต่ นายเจน เกิดคลุ้มคลั่งกระโดดระเบียงลงมาเสียชีวิตดังกล่าว

-------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗

๑. ประกวดถ่ายรูป เดลินิวส์ (หน้า ๗)

คอลัมน์เปิดตะกร้าข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้จัดโครงการ “ไทยแลนด์ โอนลี่ เซลฟี่ คอนเทสต์” โครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวไทย ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้เล่นอินเทอร์เน็ตมากขึ้น และเพื่อมอบของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๔ มกราคม ๒๕๕๘

๒. ททท. ชวนสวดมนต์ข้ามปีที่เชียงราย สยามรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์ข่าวสั้น : นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. ได้ร่วมกับ ศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน โดย ท่าน ว.วชิรเมธี จัดงานเทศกาลสวดมนต์ข้ามปี สวัสดีความสุข ระหว่างวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๕ มกราคม ๒๕๕๘ ณ ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย

๓. ท่องเที่ยวไทยคืนความสุขประชาชน เพิ่มบริการพิเศษกระตุ้นคนเดินทาง สยามรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอของขวัญที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมมอบให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่
ด้านนายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. คาดว่าในช่วงวันหยุดปีใหม่ จะมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ๑.๗ ล้านคน/ครั้ง มีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ ๖.๕ พันล้านบาท โดยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมคือ ภาคเหนือ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวตามวัดจากกรุงเทพฯ และที่เดินทางไม่เกิน ๓๐๐ กม. อาทิ หัวหิน เขาใหญ่ นครสวรรค์ เป็นต้น
ส่วนนายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย ในปี ๒๕๕๘ ททท. จะเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด โดยจะชูเรื่องที่โดดเด่นของแต่ละเมือง ไม่ได้ชูเพื่อแข่งขันกับแหล่งท่องเที่ยวหลัก ส่วนด้านการสื่อสารการตลาด ยังคงเน้นใช้เครื่องมือออนไลน์รุกทำตลาดขายสินค้าเฉพาะกลุ่มอย่างต่อเนื่อง และนางสมฤดี ชาญชัย ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. เผย ได้ร่วมหารือกับ สทท. สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงการกำหนดแนวทางการส่งเสริมการขายในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน ๒๕๕๘ ร่วมกัน เพื่อกระตุ้นให้บริษัทนำเที่ยวขายเส้นทางท่องเที่ยวสู่ภาคอีสานมากขึ้น

๔. วิกฤติรูเบิลฉุดนักท่องเที่ยววูบ บ้านเมือง (หน้า ๒๐)

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบีประเมิน ปัจจัยค่าเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนค่าลง จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยผ่านการค้าระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยว โดยระบุ หากค่าเงินรูเบิลทรงตัวที่ ๖๕ – ๗๐ รูเบิลต่อดอลลาร์ จะกระทบกับการท่องเที่ยวไทยไม่รุนแรงนัก โดยนักท่องเที่ยวรัสเซียในปี ๒๕๕๗ จะตกลงมาอยู่ที่ ๑.๖๓ ล้านคน จาก ๑.๗๕ ล้านคนในปี ๒๕๕๖ แต่หากสถานการณ์เลวร้ายลงในปี ๒๕๕๘ จนความรุนแรงใกล้เคียงกับกรณีรัฐบาลรัสเซียผิดชำระหนี้ในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๑ จะทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียในปี ๒๕๕๘ ลดลงเหลือ ๑.๐๘ ล้านคน หรือลดลงกว่า ๓๐% จากปี ๒๕๕๗ ซึ่งจะ ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวไทยหายไปกว่า ๕ หมื่นล้านบาท คิดเป็น ๐.๕% ของจีดีพี

๕. ไทยไลอ้อนแอร์โต้แย่งผู้โดยสารรถร่วม บขส. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๙)

คอลัมน์ Biz Monitor : ผู้บริหารสายการบินไทยไลอ้อนแอร์แจง สายการบินไม่มีเจตนาจะลด ค่าตั๋วโดยสารเพื่อแย่งลูกค้ากลุ่มขนส่ง เพียงแต่ต้องการเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้โดยสารเท่านั้น หลังจากถูกผู้ประกอบการรถร่วม บขส. ร้องเรียนว่า ทำราคาต่ำจนแย่งผู้ใช้บริการไป

๖. กก.ควบคุมเหล้าขานรับนายกฯ ไม่ห้ามขายปีใหม่ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๗. มติบอร์ดขายเหล้าปีใหม่ ‘๑๔๗ อุทยาน’ เปิดเที่ยวฟรี มติชนรายวัน (หน้า ๑)

คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตีกลับร่างประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ หวั่นกระทบการท่องเที่ยว พร้อมห้ามขายเพิ่มในวัน ออกพรรษา และกำหนดให้สถานีขนส่ง สถานที่ราชการ เป็นเขตปลอดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ด้านกรมอุทยานแห่งชาติฯ เตรียมเปิด ๑๔๗ อุทยานให้เที่ยวฟรี ระหว่างวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๑ มกราคม ๒๕๕๘ ส่วนกรมการขนส่ง ร่วมกับภาคเอกชน จัดกิจกรรมตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย เพื่อให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถเบื้องต้นก่อนการเดินทางกว่า ๒๐ รายการ โดยไม่คิดค่าแรง
ด้าน ธปท. ได้เตรียมสำรองเงินสดเพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่กว่า ๕.๖ แสนล้านบาท และกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะจัดงานสวดมนต์ข้ามปี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๑ มกราคม ๒๕๕๘

๘. ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพ ผบ.ทบ.สั่งเร่งช่วย ‘น้ำท่วมใต้’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือชาวนราธิวาสที่ประสบภัยน้ำท่วม ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. เป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ กำชับให้กองทัพภาคที่ ๔ และศูนย์บรรเทาสาธารณภัย จัดกำลังทหารออกช่วยเหลือประชาชน ล่าสุด สถานการณ์ในหลายพื้นที่ยังวิกฤติ อาทิ ที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี สงขลา

------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

19/12/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗

๑. ชวนเที่ยวแห่ดาว ‘ท่าแร่’ สกลนคร เดลินิวส์ (หน้า ๑๕)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้ร่วมกับ จังหวัดสกลนคร อบจ.สกลนคร สังฆมณฑลท่าแร่ – หนองแสง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานประเพณีมหัศจรรย์ดาวบนดิน ซึ่งเป็นประเพณีแห่ดาวของชุมชนท่าแร่ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่ชุมชนท่าแร่ จังหวัดสกลนคร โดยปีนี้จะมีการตกแต่งรถประดับด้วยดาวเข้าร่วมขบวน ๒๐๐ คัน ตั้งแต่เย็นวันที่ ๒๓ ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นวันแห่ดาวใหญ่ คาดจะมีผู้มาร่วมงานประมาณ ๓ หมื่นคน ทำให้โรงแรมในจังหวัดสกลนครที่มีอยู่ ๓ พันห้อง ถูกจองเต็ม สร้างรายได้ในท้องถิ่นได้ไม่ต่ำกว่า ๖ ล้านบาท

๒. เที่ยวเมืองไทย มอบของขวัญให้แก่กัน ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

คอลัมน์กระจกไร้เงา โดย รุ่งนภา สารพิน กล่าวถึงของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลเตรียมมอบให้กับประชาชน โดยด้านการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเอทีเอ็มในช่วงปีใหม่ ขณะที่กรมสรรพากร ได้ออกประกาศให้สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น
นอกจากนี้ ได้นำเสนอผลการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวคนไทยในหัวข้อ “แผนการเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี ๒๕๕๗” จัดทำโดยโฮเทลส์ ดอตคอม พบว่า นักท่องเที่ยวคนไทยเลือกที่จะใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยว มากกว่าการฉลองที่บ้านและแลกเปลี่ยนของขวัญ รวมถึง ๙๐% ต้องการที่จะออกไปท่องเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ มากกว่าการอยู่บ้านและซื้อของขวัญ ให้กัน และ ๗๘% เลือกที่จะไปท่องเที่ยวและพักที่โรงแรม มากกว่าการไปเยี่ยมญาติ
จากผลสำรวจดังกล่าว ประกอบกับแรงหนุนของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล ที่พยายามเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยว เชื่อว่าคนไทยหลายคนต้องเลือกที่จะเปิดกล่องของขวัญนี้อย่างแน่นอน พร้อมแนะว่า หากคนไทยเลือกที่จะท่องเที่ยวเพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็ควรที่จะท่องเที่ยวในประเทศ เพราะในยามนี้คงไม่มีใครที่จะสามารถช่วยเหลือกันได้ดี เท่ากับคนไทยช่วยเหลือกันเองอีกแล้ว

๓. รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย เดลินิวส์ (หน้า ๑๓)

๔. ตร.ดูแลเข้มท่องเที่ยวต่างชาติ ข่าวสด (หน้า ๑๔)

พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผบก.ทท. เป็นประธานแถลงข่าวการระดมปล่อยแถวสามล้ออำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ ที่กำลังจะมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ คริสต์มาส ปีใหม่ ๒๕๕๘ โดยได้มีการสานต่อโครงการสามล้อไทยร่วมใจ ขจัดภัยจูงแขก และโครงการอบรมอาสาแจ้งเหตุ ระวังภัยให้กับตำรวจท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่อเที่ยว ที่ลานด้านหน้าห้าง MBK

๕. สร้างความมั่นใจ ASTV ผู้จัดการรายวัน ผหน้า ๗)

ภาพข่าว : พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผบก.ทท. เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวสามล้ออำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนำรถสามล้อมาติดตาข่ายและติดแผ่นป้ายเตือน ๕ ภาษา ในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ ที่บริเวณลานด้านหน้าห้าง MBK

๖. ‘พัทยา – ภูเก็ต’ ดิ้นสู้รัสเซียวูบ มุ่งจับอาเซียน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

น.ส.บุณฑริก กุศลวิทย์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคตะวันออก) เผย ตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาเที่ยวพัทยาน้อยลง พร้อมคาดว่าตลอดปีนี้ยอดจะลดลง ๑๕ – ๒๐% จากปัญหาเศรษฐกิจ และค่าเงินรูเบิ้ลอ่อนค่าที่สุดในรอบ ๑๖ ปี ล่าสุดผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ได้ปรับแผนการทำตลาด มุ่งให้ความสำคัญกับประเทศในอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน อินเดีย ทดแทนตลาดรัสเซียที่ลดลง และในปีหน้าสมาคมฯ เตรียมจัดโรดโชว์ไปยังตลาดอาเซียนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำแบรนด์พัทยา รวมถึงเตรียมจัดอบรมภาษารัสเซียให้พนักงานโรงแรมเพิ่มเติม
นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เผย นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้าภูเก็ตลดลง ๕๐% โดยนักท่องเที่ยวรัสเซียเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ ๒ รองจากจีน ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตลดลง ๒๕ – ๓๐%
ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายนนี้ มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้าไทย ๑.๔๒ ล้านคน ลดลงจากปีที่ผ่านมา ๔.๙๒% สร้างรายได้ ๙.๘๗ หมื่นล้านบาท ลดลง ๒% โดยนักท่องเที่ยวรัสเซีย มีสัดส่วนประมาณ ๖% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

๗. กรุงเทพฯ ‘ท็อปเทนโลก’ เมืองท่องเที่ยวปีใหม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๘. กรุงเทพฯ ฮอตติดเป้าหมายเที่ยวปีใหม่ทั่วโลก คม ชัด ลึก หน้า ๖)

ทริปแอดไวเซอร์ เผยผลการเก็บข้อมูลการใช้งานของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและคนไทย ทั้งการค้นหาสถานที่ และการจองที่พักในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่ากรุงเทพฯ ยังคงติดอันดับ ๑๐ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และเป็นประเทศเดียวจากเอเชียแปซิฟิก โดยด้านห้องพักพบว่ามีราคาเฉลี่ยที่ ๒,๔๙๙ บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ ๑๘% ถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุด เมื่อเทียบกับ ๙ อันดับแรก เนื่องจากมีการแข่งขันของห้องพักจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมต้องปรับตัว ทำราคาให้ลูกค้าสามารถจับจ่ายได้ ขณะที่อันดับ ๑ คือกรุงลอนดอน อันดับ ๒ นิวยอร์ก และอันดับ ๓ ปารีส
ส่วนผลสำรวจความนิยมของคนไทยในช่วงปีใหม่ พบว่า นิยมเดินทางภายในประเทศเป็นหลัก โดยเชียงใหม่ ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือ หัวหิน และกรุงเทพฯ ส่วนจุดหมายต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ฮ่องกง และแหล่งท่องเที่ยวในไทยที่ปรับราคาได้สูงสุดคือ อ่าวนาง จังหวัดกระบี่

๙. ดรามาทัวร์จีน คนยี้ทั่วโลก !?  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๖)

สกู๊ปรายงานถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีนในการเดินทางมาไทย รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย ททท.สนง.เชียงใหม่ ได้ออกเอกสาร “do and don’t” เพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
ขณะที่ที่ปรึกษา กมธ.ท่องเที่ยว ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มองว่า นักท่องเที่ยวจีนมีส่วนสร้างรายได้ให้กับประเทศจำนวนมาก ส่วนสาเหตุความเสียหายที่เกิดจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน นั้น ส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลไม่ได้มีการจัดระเบียบการท่องเที่ยวเท่าที่ควร ขณะที่เจ้าหน้าที่เองมีอัตรากำลังไม่เพียงพอ และยังไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้เท่าที่ควร
สิ่งสำคัญอยู่ที่ การวางกฎเกณฑ์จากผู้รับผิดชอบในส่วนของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวมากกว่า โดยต้องมองว่าจะทำอย่างไรถึงจะรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้ คนจีนและคนไทยไม่ใช่คนอื่นคนไกล จึงไม่ควรมองกันอย่างมีอคติมากนัก

๑๐. คุมเข้มสกัดป่วนปีใหม่ / ประยุทธ์เตือนคนคิดก่อเหตุวุ่นวาย ‘อย่าทำ’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งฝ่ายความมั่นคงประสานกับ คสช. กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) คุมเข้ม
ความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมเตือนผู้ที่คิดจะก่อความวุ่นวายว่า อย่าทำ โดยในด้านการข่าวขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

๑๑. เชียงรายเย็น ๘ องศา อีสานหนุ่มหนาวตาย มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๒. ใต้อ่วมทหารช่วยน้ำท่วมดับ ๑ ยะละดินถล่ม – เด็ก ๗ ขวบสังเวย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

หลายจังหวัดใต้ในภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งที่จังหวัดนราธิวาส พัทลุง นครศรีธรรมราช รวมถึงเกิดเหตุดินถล่มที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ทำให้เด็กหญิงอายุ ๗ ขวบเสียชีวิต และที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ประกาศยกธงเหลืองเตือนประชาชนใน ๑๐ ชุมชน ให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม
ขณะที่ภาคเหนือและภาคอีสานมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศคึกคัก นักท่องเที่ยวทยอยเดินทางไปเที่ยวพร้อมสัมผัสอากาศหนาวจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สวนสตรอเบอรี่ บ้านน้ำจำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง มีผู้ประสบภัยหนาวกว่า ๓ หมื่นคน และที่จังหวัดอำนาจเจริญ มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๑ ราย

-------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

17/12/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. หวังรายได้ตลาดจีน ๒.๒ แสนล้าน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๒. ททท. รุกหนักจีน เร่งคว้า ‘มาริโอ้’ ปั้นกระแสทีป๊อป โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

๓. ดึงมาริโอ้พรีเซ็นเตอร์ ททท. ชวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทย เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๔. ดึง ‘มาริโอ้’ โปรโมตจีนเที่ยวไทย ข่าวสด (หน้า ๙)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. จะเริ่มใช้กลยุทธ์เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติ้ง เต็มรูปแบบ โดยแต่งตั้ง “มาริโอ้ เมาเร่อ” เป็นพรีเซนเตอร์การท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นตลาดจีน ภายใต้โครงการ “ททท. ชวนจีนเที่ยวไทย...ไปกับมาริโอ้” เพื่อดึงกลุ่มแฟนคลับชาวจีนให้เดินทางมาเที่ยวไทย มั่นใจจะมีแฟนคลับชาวจีนเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น ๑.๕ ล้านคน
นอกจากนี้ ยังเตรียมทุ่มงบประมาณกว่า ๘ ล้านบาท นำมาริโอ้ไปถ่ายทำภาพยนตร์สั้น เน้นถ่ายทำตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด เพื่อจูงใจให้กลุ่มแฟนคลับชาวจีนตามรอยการท่องเที่ยว พร้อมจะร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ของจีน “ซุปเปอร์แบรนด์มอลล์” นำมาริโอ้ไปจัดงานสังสรรค์กับแฟนคลับชาวจีนใน ๓ เมืองหลัก ได้แก่ เฉิงตู คุนหมิง และเซี่ยงไฮ้
ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่าในปี ๒๕๕๘ จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยประมาณ ๕.๑ ล้านคน สร้างรายได้ ๒.๒๒ แสนล้านบาท โดยใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรมและบันเทิงของไทย หรือที – ป๊อป ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวจีนส่งเสริมให้เกิดการเดินทาง ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยถึง ๔.๔ ล้านคน
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. เผย การปรับลดราคาน้ำมันจะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคนไทยขับรถท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๑๐% ส่งผลให้มีการเดินทางในช่วงดังกล่าวเฉลี่ย ๙๕% จากปีที่ผ่านมามีเฉลี่ย ๘๐ – ๘๕% เนื่องจากคนไทยเริ่มคลายความเครียดเรื่องค่าครองชีพ
ส่วนนายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคตะวันตก) ชี้ การลดราคาน้ำมันจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางระยะสั้นเท่านั้น โดยมองว่าคนไทยต้องการความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจจากรัฐบาลก่อนจะตัดสินใจใช้จ่ายเรื่องการท่องเที่ยว ระบุ ภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วง ไฮซีซั่น ทั้งประเทศลดลง ๔๐% เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางตลาด อาทิ ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา รัสเซีย กังวลเรื่องการประกาศกฎอัยการศึกของไทย และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศตัวเอง

๕. ดึงจีน โพสต์ ทูเดย์ หน้า B ๑๖)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดแคมเปญชวนจีนเที่ยวไทยไปกับมาริโอ้ สร้างกระแสการเดินทางตลอดปีหน้า โดยคาดว่าจะมีคนจีนมาเที่ยวไทย ๕.๑ ล้านคน สร้างรายได้ ๒.๑ แสนล้านบาท

๖. ไปดูไฟ ไทยรัฐ (หน้า ๔)

๗. จัดแสดงแสงไฟ เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และนายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคม ผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดงาน “ไทยแลนด์ คิงดอม ออฟ ไลท์” การแสดงแสงไฟที่ยิ่งใหญ่ใจกลางราชประสงค์ ณ บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเกษร

๘. สื่อออสซี่แฉ ตร.ไทยไถเงินนักท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๑)

ทางการออสเตรเลีย ออกประกาศเตือนพลเมืองที่จะเดินทางมาไทย ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูง และพกพาสปอร์ตติดตัวตลอดเวลา หลังสื่อเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ ของออสเตรเลียรายงานเหตุการณ์ ตำรวจไทยเรียกตรวจค้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อต้องการรีดไถเงินจากนักท่องเที่ยว ตามย่านช็อปปิ้งชื่อดังในกรุงเทพฯ อ้างมีพยานเห็นเหตุการณ์ พร้อมระบุ บางคนถูกนำตัวไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ขณะที่บางคนแอบจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย
ด้านโฆษกตำรวจระบุ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และหากไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะทำหนังสือชี้แจงไปยังสถานทูตออสเตรเลีย เพราะทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง
ส่วน พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผบก.ทท. ระบุ ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานหรือการร้องเรียน แต่ได้สั่งให้เร่งดำเนินการตรวจสอบแล้ว พร้อมย้ำ ทางต้นสังกัดไม่ได้มีนโยบายส่งเสริมผู้กระทำความผิด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดไปกระทำความผิด จะดำเนินการให้ถึงที่สุด

๙. ปิ๊งไอเดียประกวดถ่ายรูปกระตุ้นท่องเที่ยว ไทยโพสต์ (หน้า ๓)

คอลัมน์ข่าวสั้น : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ฝากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการประกวดภาพถ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และมีส่วนร่วมกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมขอให้ไปดูการท่องเที่ยวแนวชายฝั่งว่าจะมีการ ต่อยอดได้อย่างไร หลังจากมีการพูดคุยกับผู้นำเวียดนามแล้ว

๑๐. ยอดการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลดลง เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ตรีศูล แจ้งข้อมูลไปยังนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า ขณะนี้ตัวเลขรายได้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวภาคการเกษตรที่นักท่องเที่ยวแวะซื้อ ทั้งรับประทานและเป็นของฝาก โดยผู้ประกอบการระบุ จำนวนรถที่แวะจับจ่าย เยี่ยมชมน้อยลง รวมถึงยอดซื้อของนักท่องเที่ยวก็ลดลงกว่า ๓๐% ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีเงินจ่าย อีกส่วนหนึ่งไม่กล้าใช้จ่าย เพราะขาดความมั่นใจต่ออนาคต ไม่รู้ว่าคณะทำงานด้านเศรษฐกิจจะนำพาไปทางไหน ขาขึ้นหรือขาลง

๑๑. กทม.ปีใหม่เงินสะพัด ๒.๕ หมื่น ล. / เน้นท่องเที่ยวทัวร์บุญลด เดลินิวส์ (หน้า ๖)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ของคนกรุงเทพฯ ว่า คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า ๒.๕ หมื่นล้านบาท ขยายตัว ๘.๒% หรือชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ปีที่ผ่านมา โดยจะเป็นค่าอาหารเครื่องดื่ม ๘.๓ พันล้านบาท ค่าท่องเที่ยว (เฉพาะที่พักและค่าเดินทาง) ๖ พันล้านบาท ให้เงินครอบครัวเพื่อเป็นของขวัญ ๔.๗ พันล้านบาท ซื้อของขวัญของฝาก ๓.๖ พันล้านบาท และทำบุญ ๒.๔ พันล้านบาท
โดยกิจกรรมที่นิยมทำคือ นัดหมายญาติ และเพื่อนเพื่อเลี้ยงฉลอง คิดเป็นสัดส่วนถึง ๙๐% รองลงมาคือ การจัดเตรียมโปรแกรมสำหรับการท่องเที่ยว กลับบ้านต่างจังหวัด ทำบุญไหว้พระ และ ซื้อของขวัญให้กับบุคคลต่างๆ

๑๒. เตือนรับมือน้ำมันลด – หุ้นตก / ห่วงกำลังซื้อระดับบนหด / เหตุท่องเที่ยว – ส่งออกซบ เดลินิวส์ (หน้า ๗)

หอการค้าไทย แนะนำสมาชิกให้เร่งจัดทำแผนรับมือและสร้างโอกาสในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลง และตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง เพราะหลายธุรกิจได้รับผลกระทบ ขณะที่บางธุรกิจได้รับอานิสงส์ หากไม่มีแผนรับมือก็อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตได้ พร้อมเป็นห่วงกำลังซื้อระดับบนชะลอตัว เนื่องจากการส่งออกซบเซา และนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเหล่านี้ก็ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายเช่นกัน

๑๓. ๖ เทนนิสคนดังส่งความสุขปีใหม่ ‘เวิลด์เทนนิสไทยแลนด์’ ให้เด็กไทยได้กระทบไหล่ ไทยรัฐ (หน้า ๒๑)

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าการจัดการแข่งขัน เวิลด์ เทนนิส ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ๒๐๑๕ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๒ มกราคม ๒๕๕๘ ณ สนามเซ็นเท็นเนียนปาร์ค หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า ๖ นักเทนนิสชื่อดังระดับโลก อาทิ โทมัส เบอร์ดิช มือ ๗ ของโลก, มิลอส ราโอนิช มือ ๘ ของโลก, ดาบิด เฟร์เรร์ มือ ๑๐ ของโลก ยืนยันมาร่วมการแข่งขันแน่นอน พร้อมจะเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีส่วนร่วมในรายการด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน

***************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

๑. ‘ราชประสงค์’ โหมอีเวนต์ส่งท้ายปี รับตลาดเริ่มฟื้นตัว เร่งดึงต่างชาติช็อป คาดสะพัดกว่า ๖๐๐ ล. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B๑)

๒. เทศกาลแสงไฟ ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

ททท. ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ และ บมจ.ระบบขนส่งมวลกรุงเทพ จัดงาน “ไทยแลนด์ คิงดอม ออฟ ไลท์” เนรมิตพื้นที่ย่านราชประสงค์กว่า ๒.๒ แสนตารางเมตร เป็นอาณาจักรแสงไฟกว่า ๑ ล้านดวง ชูไฮไลท์ “สวนแสงลอยฟ้า” ซึ่งได้ประดับไฟบนสกายวอล์กตั้งแต่หน้าห้างเกษรพลาซ่า ถึงหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ให้เป็นอุโมงค์แห่งแสงไฟ ๕ โซน ๕ สีสุดอลังการ โดยเปิดให้ชมถึงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๘
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เผย ภาพรวมธุรกิจในย่านราชประสงค์ขณะนี้ ถือว่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติ เห็นได้จากยอดจองห้องพักมีสัดส่วนถึง ๙๐ – ๙๕% ขณะที่การจับจ่ายของนักท่องเที่ยวก็ดีขึ้น และหลังจากผู้ประกอบการในย่านราชประสงค์ออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น รวมถึงตกแต่งอาคารสถานที่ให้สวยงาม และจะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้สะพัดในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า ๖๐๐ ล้านบาท

๓. คิงดอม ออฟ ไลท์ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ภาพข่าว : นักท่องเที่ยวพากันเซลฟี่กับแสงไฟนับล้านดวง บนสกายวอล์กหน้าห้างเกษรพลาซ่า ไปจนถึงหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในงาน “คิงดอม ออฟ ไลท์” จัดโดย ททท. ร่วมกับ สมาคม ผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์

๔. ททท. ชวนจีนเที่ยวไทยไปกับมาริโอ้ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๕. ททท. ชวนจีนเที่ยวไทยไปกับมาริโอ้ แนวหน้า (หน้า ๑๔)

วันนี้ (๑๖ ธันวาคม) เวลา ๑๔.๓๐ น. ททท. แถลงข่าว “ททท. ชวนจีนเที่ยวไทยไปกับมาริโอ้” เปิดตัวมาริโอ้ เมาเรอร์ เป็นตัวแทน ททท. ในการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านกระแส T – POP สำหรับตลาดจีนในปี ๒๕๕๘ ณ ห้องโถง ททท.

๖. ผนึก ๑๐ พันธมิตรจัดมหกรรมค้าออนไลน์ หั่นราคาสูงสุด ๘๐% คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

๗. จัดงานช็อปออนไลน์ ข่าวสด หน้า ๘)

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ ๑๐ พันธมิตร อาทิ ททท. สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ไปรษณีย์ไทย สถาบันการเงิน ๕ แห่ง จัดงาน “Thailand Online Mega sale ๒๐๑๕” ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๓๐ ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาธุรกิจการ ชั้น ๖ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยมีเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง รวมถึงช็อปออนไลน์ทั่วประเทศมาร่วมราคาสินค้าและบริการ ๒๐ – ๘๐% คาดจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท

๘. ‘อีลิท การ์ด’ หนุนงานแสดงเรือภูเก็ต บ้านเมือง (หน้า ๒๐)

บจก.ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) ร่วมสนับสนุนงาน “ภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนล โบ๊ท โชว์” ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๑ มกราคม ๒๕๕๘ เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์การล่องเรือยอชท์ของภูเก็ตและของไทย ให้กับสมาชิกอีลิทการ์ด รวมถึงสร้างเวทีในการทำตลาด และสร้างเครือข่ายเพื่อประชาสัมพันธ์บัตร อีลิทการ์ด ให้กับกลุ่มไฮเอนด์

๙. ‘กอบกาญจน์’ ดึงบิ๊กเอกชนร่วมผุดแคมเปญของขวัญท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๑๐. แจกของขวัญปีใหม่คนไทยเต็มพิกัด ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๑. จ่ายท่องเที่ยวหักภาษีได้ยาว สรรพากรใจถึงเปิดให้เคลมได้ถึงปี ๒๕๕๘ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

๑๒. งัดแผนกระตุ้นท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๒)

๑๓. นายกฯ สั่งปั้นโครงการใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวนอก คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

๑๔. เปิด ๑๑ เดือนท่องเที่ยวทำรายได้ ๑ ล้านล้าน มติชนรายวัน (หน้า ๘)

๑๕. “กอบกาญจน์” จับมือเอกชนหนุนท่องเที่ยว ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับภาคเอกชน จัดแคมเปญของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน พร้อมเตรียมขยายผลโมเดลจากปีใหม่สู่สงกรานต์ โดยร่วมกับ สมาคมธนาคารไทย ยกเว้นค่าธรรมเนียมเอทีเอ็มกรณีกดเงินสดข้ามเขตในช่วงปีใหม่ ระหว่างวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๔ มกราคม ๒๕๕๘ รวมถึงสำรองเงินสดในตู้เอทีเอ็มตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศให้เพียงพอ
รวมถึง ยังได้ร่วมกับ ปตท. พัฒนาสถานีบริการน้ำมันในเส้นทางหลักระหว่างจังหวัด เป็น Rest Area รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และพัฒนาพนักงานให้สื่อสารและให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวได้ และร่วมกับ บมจ.ระบบขนส่งมวลกรุงเทพ ขยายเวลาให้บริการบีทีเอสถึง ๐๒.๐๐ น. ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ และวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ รวมทั้งร่วมแสดงภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวของผุ้ที่ร่วมโครงการติด #thailandonly โชว์ ๑,๒๕๐ จอ บนรถไฟฟ้า ชิงรางวัลท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ได้ขานรับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ให้เร่งหามาตรการกระตุ้นตลาดอินบาวด์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีน ซึ่งขณะนี้กระทรวงฯ อยู่ระหว่างออกแบบโครงการดังกล่าว เพื่อจูงใจให้ชาวต่างชาติเดินทางกลับเข้ามาใหม่ และจะมีมาตรการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในทุกช่องทาง พร้อมเผย แนวโน้มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ในปีนี้ดีขึ้น โดยช่วง ๑๑ เดือนมีการใช้จ่าย ๕ แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับที่กรมการท่องเที่ยว คาดการณ์ว่าตลอดปีนี้จะมีรายได้จากตลาดในประเทศ ๖ แสนล้านบาท
ด้านกรมสรรพากร เตรียมประกาศราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว มาคำนวณหักลดหย่อนภาษีได้ ๑.๕ หมื่นบาท ขณะที่บริษัทเอกชนนำมาหักลดหย่อนได้ ๑๐๐% มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

๑๖. ของขวัญปีใหม่ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๗)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับภาคเอกชน จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ณ โรงแรมสวิสโซเทล ปาร์ค นายเลิศ

๑๗. ตลาดท่องเที่ยวเริ่มคึก ลุ้นเป้าต่างชาติปีนี้ ๒๕ ล. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๒)

๑๘. ยอดนักท่องเที่ยวช่วง ๑๑ เดือนลดลง ๘% โพสต์ ทูเดย์ หน้า A ๒)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผยภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ว่า มีจำนวน ๒๒ ล้านคน ลดลง ๘% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนช่วงวันที่ ๑ - ๑๐ ธันวาคมนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทย ๘ แสนคน เติบโต ๙% พร้อมคาดว่าภาพรวมปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ๒๕ ล้านคน ขณะที่ปีหน้ามีทิศทางดีขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจองห้องพักล่วงหน้าตามแหล่งท่องเที่ยวในเดือนมกราคม ๒๕๕๘ เพิ่ม ๒๗% ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพิ่มขึ้น ๒% และเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น ๑๗% พร้อมมองว่าในปีหน้านักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาไทยสูงสุดคือ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม

๑๙. ‘ทีเอ็มเอ – ทีเส็บ’ ปั้นองค์กรยั่งยืน เพิ่มศักยภาพธุรกิจแข่งเออีซี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (ทีเอ็มเอ) ร่วมกับ ทีเส็บ จับงาน Sustainable Brands ๒๐๑๕ : Bangkok ครั้งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๘ เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และรณรงค์สร้างความยั่งยืนองค์กร ทั้งต่อผู้บริโภคและสังคม ตั้งเป้ามีผู้มาร่วมงานกว่า ๕๐๐ ราย

๒๐. ประยุทธ์ลั่นปีหน้าเศรษฐกิจไทยรุ่ง สัญญาณลงทุนภาคเอกชน – ท่องเที่ยวกลับมาเฟื่อง ข่าวสด (หน้า ๘)

๒๑. บิ๊กตู่เชื่อนักท่องเที่ยวพุ่ง ๒๗ ล.คน มติชนรายวัน (หน้า ๕)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวปาฐกพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ ๗ ปี” (๒๕๕๘ – ๒๕๖๔) ในงานสัมมนายุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ : เพื่ออุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ที่มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมา ร่วมรับฟังกว่า ๒.๓ พันราย ยืนยันเศรษฐกิจไทยในปีหน้าสดใสแน่นอน ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ ๓.๕ - ๔.๕% มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประมาณ ๒๗ ล้านคน จากปีนี้มีประมาณ ๒๕ ล้านคน และการลงทุนภาคเอกชนจะเพิ่มเป็น ๗ แสนล้านบาทแน่นอน

๒๒. โลว์คอสต์ฯ เล็งเลิกเซอร์ชาร์จเที่ยวบิน ตปท. กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๒๓. โลว์คอสต์เล็งเลิกเซอร์ชาร์จบินนอก คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย และนกแอร์ ขอประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมัน ก่อนประกาศลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้โดยสาร โดยไทยแอร์เอเชีย ระบุ อาจยกเลิกเก็บค่าเซอร์ชาร์จน้ำมันเส้นทางต่างประเทศทั้งหมด พร้อมยอมรับ น้ำมันลดช่วยลดต้นทุนชดเชยรายได้ผู้โดยสารที่หายไปจากการคงกฎอัยการศึก

๒๔. ๔ คนจีนป่วนไทยแอร์เอเชียอ่วม ถูกสื่อ รบ.อัดซ้ำ ไทยรัฐ (หน้า ๒)

๒๕. สื่อจีนประณามผู้โดยสารป่วนแอร์เอเชีย ไทยโพสต์ (หน้า ๙)

๔ นักท่องเที่ยวจีนที่ก่อเหตุสาดน้ำร้อนและบะหมี่ใส่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ถูกหนังสือพิมพ์ ไชน่า เดลี่ สื่อของรัฐบาลจีนประณามว่าเป็นพวก “ป่าเถื่อน” เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของชาวจีนเสื่อมเสีย พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวใช้มาตรการที่เข้มงวด และจัดการอย่างเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยนักท่องเที่ยวจีนทั้ง ๔ คน ถูกทางการจีนปรับ ๕ หมื่นบาท เป็นค่าชดใช้ให้กับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ส่วนหญิงที่สาดน้ำร้อน ถูกปรับเพิ่มอีก ๒๐๐ บาท

๒๖. จีนสั่ง บ.ทัวร์คุมพฤติกรรมนักท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๙)

คอลัมน์กรุงเทพมอนิเตอร์ : สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจีน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หน่วยงานท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น และบริษัททัวร์ทุกราย ช่วยกันควบคุมพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน พร้อมเตรียมจัดทำบันทึกความน่าเชื่อถือสำหรับนักท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวจีนสาดน้ำร้อนและบะหมี่พนักงานต้อนรับของสายการบินไทยแอร์เอเชีย

๒๗. ฮ่องกงปิดฉากชุมนุม กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๒)

ผู้นำฮ่องกงประกาศการชุมนุมที่ยืดเยื้อมา ๑๑ สัปดาห์ ได้ยุติลงแล้ว หลังตำรวจเข้าเคลียร์จุดชุมนุมสุดท้ายย่านคอสเวย์เบย์ ระบุ เหตุชุมนุมสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจและหลักนิติธรรม

**********************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

๑. ธุรกิจโรงแรมปายบูมรับไฮซีซัน ‘จีน – ไทย – แบ็กแพ็คยุโรป’ แห่เที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นายสบธนา อั๋นประเสริฐ ผอ.ททท.สนง.แม่ฮ่องสอน เผย อำเภอปาย ยังได้รับความนิยมมากสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในช่วงไฮซีซั่น สะท้อนจากอัตราเข้าพักเฉลี่ยขณะนี้ถึงกุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สูงกว่า ๘๐% โดยมีตลาดใหญ่ ๓ กลุ่มหลักคือ ชาวจีนที่มากันเป็นหมู่คณะ มีไลฟ์สไตล์และการใช้จ่ายสูง นิยมที่พักราคาสูง กลุ่มคนไทย ใช้จ่ายระดับกลางๆ มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับชาวจีน และนิยมเดินทางช่วงวันหยุดและฤดูหนาว และกลุ่มแบ็กแพ็กเกอร์จากยุโรป ที่เน้นกินอยู่เรียบง่าย ประหยัด แต่มีระยะเวลาพำนักยาว และเดินทางเข้ามาตลอดทั้งปี พร้อมชี้ ปัจจุบันโครงสร้างตลาดอำเภอปาย เริ่มเปลี่ยนไป หลังสายการบินเริ่มงดเที่ยวบินตรงสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระดับบนลดลง

๒. ตร.ล่าระทึก ๒ โจ๋พัทยายิงพลาดโดนแหม่มเจ็บ ข่าวสด (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียถูกลูกหลงได้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ตำรวจไล่จับกุม ๒ วัยรุ่นที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ บริเวณสี่แยกไฟแดงแกรนด์ คอนโดมิเนียม เมืองพัทยา โดยชักปืนยิงสกัดคนร้ายจนถูกขาของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ และมีกระสุนพลาดไปถูกนักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย ทราบชื่อว่า น.ส.เอเลนา ซารีโมวา ได้รับบาดเจ็บด้วย รวมทั้งมีรถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ๒ คัน ด้านตำรวจพร้อมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด
หลังเกิดเหตุ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา ได้นำกระเช้าดอกไม้ไปเยี่ยมปลอบขวัญ น.ส.เอเลนา ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลในเบื้องต้น ๒ หมื่นบาท
ด้าน น.ส.เอเลนา เผย ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และคงไม่แจ้งความเอาผิดกับใคร รวมถึงขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี คาดว่าอีกไม่เกิน ๑ เดือนจะสามารถเดินได้ตามปกติ

๓. บัสแหกโค้งพังงา – ทัวร์จีนเจ็บอื้อ ข่าวสด (หน้า ๑๑)

เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถมินิบัสแหกโค้งพลิกคว่ำบริเวณโค้งโรงแรมภูงา ทำให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยคนขับรถมินิบัสให้การว่า ได้รับนักท่องเที่ยวจีนจากภูเก็ต ไปโรงแรมบ่อแสน วิลล่า แอนด์ สปา อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีฝนตกหนัก ถนนลื่น ประกอบกับเป็นทางโค้ง จึงพยายามแตะเบรกแต่ไม่สามารถชะลอความเร็วลงได้ ทำให้รถ เสียหลักพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๕ ราย ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

๔. แกะกล่อง...ของขวัญปีใหม่มหกรรมรัฐบาล คืนความสุขให้ประชาชน ไทยรัฐ (หน้า ๗)

๕. เปิดกล่องของขวัญปีใหม่ ‘บิ๊กตู่’ งัดสารพัดมาตรการกู้เศรษฐกิจ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

สกู๊ปรวบรวมของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลเตรียมมอบให้กับประชาชน อาทิ กระทรวงการคลัง จะมีมาตรการปล่อยสินเชื่อให้รายย่อย หรือนาโนไฟแนนซ์ กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการลดราคาสินค้า ส่วนกระทรวงคมนาคม ให้ขึ้นทางด่วนฟรี ๑๐ วัน กระทรวงอุตสาหกรรม จัดแคมเปญ “อุตสาหกรรม คืนความสุขให้กับประชาชน” ส่วนใหญ่เป็นโครงการลดราคาสินค้าและลดค่าธรรมเนียมให้กับผู้ประกอบการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม และประสานกับ ปตท. ใช้สถานีบริการน้ำมันเป็นศูนย์ให้ข้อมูลความรู้เพื่อแนะนำเส้นทางท่องเที่ยว เป็นต้น

๖. แถลงความร่วมมือโครงการมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

คอลัมน์ประเด็นร้อน : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และพันธมิตร แถลงความร่วมมือโครงการมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

๗. ชงกองทุนช่วยนักท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

สทน. เตรียมทำหนังสือถึงนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้พิจารณาจัดตั้งกองทุนเยียวยานักท่องเที่ยว กรณีถูกบริษัททัวร์หลอกลวงจำหน่ายแพ็กเกจไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ เพื่อเยียวยานักท่องเที่ยวได้ทันเมื่อเกิดเหตุการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการทัวร์ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง
โดยรูปแบบการจัดตั้งกองทุนจะใช้ทุนจาก ๒ ส่วน ได้แก่ งบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ และเงินค้ำประกันการจดทะเบียนของบริษัท ซึ่งกรมการท่องเที่ยว และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้บริหารจัดการ โดยควรใช้งบประมาณขั้นต่ำ ๒๐๐ ล้านบาท และควรส่งผู้ที่เกี่ยวข้องไปศึกษาดูงานกองทุนเยียวยานักท่องเที่ยวของไต้หวัน ที่ปัจจุบันมีการบริหารจัดการให้กองทุนมีรายได้หมุนเวียน และเลี้ยงตัวเองได้กว่า ๗๐๐ ล้านบาท

๘. ผลสำรวจแผนการเดินทางท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๘)

คอลัมน์ซอกแซกไซเบอร์ : Hotel.com เผยผลสำรวจนักท่องเที่ยวไทยในหัวข้อ “แผนการเดินทางท่องเที่ยว” ในช่วงวันหยุดคริสต์มาสและวันหยุดสิ้นปี ประจำปี ๒๕๕๗ พบว่า ๙๐% ต้องการไปท่องเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศมากกว่าอยู่บ้าน โดยเชียงใหม่ เป็นสถานที่อันดับ ๑ ที่มีการค้นหาที่พักมากที่สุดสำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ ๒๐ – ๓๑ ธันวาคมนี้ และ ๗๘% เลือกจะไปท่องเที่ยวและพักที่โรงแรมมากกว่าการไปเยี่ยมญาติ

๙. เปิดเสรีวีซ่าให้กับคนจีน เดลินิวส์ (หน้า ๕)

คอลัมน์คนหน้า ๕ โดย ดินสอโดม ฝากถึงนายกรัฐมนตรี โปรดพิจารณาข้อเสนอการเปิดเสรีวีซ่าให้กับคนจีนด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจได้ไม่คุ้มเสียอย่างโรมาเนีย ระบุ หากดีจริงคงไม่รีบขอเปิดเจรจาเพื่อกลับไปใช้วิธีพิจารณาให้วีซ่ากับนักท่องเที่ยวจีนเป็นรายๆ เหมือนเดิม บางครั้งคนต้นคิดมองแต่ผลประโยชน์ส่วนตนในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเพียงด้านเดียว จนมองข้ามผลประโยชน์ของประเทศ ที่ผ่านมาประเทศไทยภูมิใจกับการนับจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้า แต่ไม่เคยบอกว่าจำนวนที่เดินทางกลับออกไปมีกี่คน เหลืออยู่ตกค้างเป็นโรบินฮู้ดหรือไม่

๑๐. จีนลั่นลงโทษ ๔ นักท่องเที่ยวทำเสียชื่อ ปท.! ใช้น้ำร้อนสาด ‘แอร์โฮสเตส’ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๑. จีนเอาเรื่องคู่รักสาดน้ำร้อนแอร์ฯ เดลินิวส์ (หน้า ๑๕)

สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ออกแถลงการณ์ระบุ จีนเตรียมลงโทษ ๔ นักท่องเที่ยวอย่างหนัก ที่ก่อเหตุสาดน้ำร้อนใส่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย จนกัปตันต้องบินกลับดอนเมือง เพื่อเชิญนักท่องเที่ยวดังกล่าวลงจากเครื่องบิน เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ประเทศและเพื่อนร่วมชาติเสื่อมเสียชื่อเสียง รวมถึงไกด์ที่รับผิดชอบ ๔ นักท่องเที่ยว ก็จะถูกลงโทษด้วยเช่นกัน ฐานที่ไม่คอยดูแลสอดส่องพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นคู่รักกันไม่พอใจที่ไม่ได้นั่งที่ติดกัน แม้ว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะรีบจัดการเปลี่ยนที่นั่งให้แล้วก็ตาม โดยนักท่องเที่ยวสาวได้สาด น้ำร้อนและบะหมี่สำเร็จรูปใส่พนักงานต้อนรับ ขณะที่นักท่องเที่ยวชายได้ขู่จะระเบิดเครื่องบินด้วย จนกัปตันตัดสินใจนำเครื่องบินกลับท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเชิญนักท่องเที่ยวทั้ง ๔ คนลงมาสงบ สติอารมณ์ ด้านผู้โดยสารบนเครื่องที่ไม่พอใจการกระทำของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ได้บันทึกวิดีโอนำไปเผยแพร่ทางยูทูบ จนกลายเป็นข่าวดัง

๑๒. ‘เหนือ – อีสาน’ ท่องเที่ยวบูม ท้าหนาว – ‘วังน้ำเขียว’ ก็ฮิต มติชนรายวัน (หน้า ๑)

ภาคเหนือและภาคอีสาน ยังคงมีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงอีก ๑ – ๒ องศา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง อาทิ ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ยังได้รับความนิยม มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวแน่น และคาดว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวมากขึ้น ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนัก หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์

๑๓. ฝนกระหน่ำใต้ – ตรังปิด ๖ น้ำตก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนัก หลายพื้นที่มีน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ โดยจังหวัดตรัง ได้ประกาศปิดน้ำตก ๖ แห่ง ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ได้แก่ น้ำตกสายรุ้ง น้ำตกไพรสวรรค์ น้ำตกโตนเต๊ะ น้ำตกโตนปลิว น้ำตกลำปลอก และน้ำตกกะช่อง ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน และที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดอุบัติเหตุ รถโดยสารรับนักท่องเที่ยวข้ามเกาะพะงันเสียหลักตกลงข้างทาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th