ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

30/6/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

๑. จับ ๕ บริษัทขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๓)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงนโยบายด้านการปราบปราม    และกวาดล้างนอมินีในธุรกิจท่องเที่ยว ทัวร์ศูนย์เหรียญ และไกด์เถื่อนในไทยว่าตำรวจท่องเที่ยวสามารถจับกุมบริษัทใหญ่ที่กระทำผิดได้ ๕ ราย เป็นนอมินี ๔ รายที่จังหวัดภูเก็ต และอีก ๑ รายพบว่าไกด์ของบริษัทมีพฤติกรรมทิ้งนักท่องเที่ยว อีกทั้งมีคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และบังคับขายโปรแกรมทัวร์
๒. เล็งนำนางงามจีนพบบิ๊กตู่ / เก็บตัวในไทย ๑ อาทิตย์ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้ลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงการเก็บตัวมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ กองประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ จะนำ ๑๖ สาวงามผู้เข้ารอบสุดท้าย พร้อมด้วยมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๕ และทีมงานรวม ๔๐ คน เดินทางเก็บตัว และทำกิจกรรมในไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพฯ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ ททท. กำลังพิจารณาว่า อาจนำผู้เข้าประกวดเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.


ทั้งนี้ ตลอด ๑ สัปดาห์ของการเก็บตัว ผู้เข้าประกวดจะได้รู้จักประเทศไทยเรียนรู้วัฒนธรรมไทย และสัมผัสประสบการณ์ในแง่มุมใหม่ๆ ที่น่าประทับใจ รวมทั้งร่วมกิจกรรมอื่นๆ อาทิ กิจกรรมการกุศลแฟชั่นโชว์ การถ่ายแบบชุดประจำชาติไทย เป็นต้น โดยกองประกวด สื่อมวลชน และกลุ่มแฟนคลับของนางงาม จะเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ตลอดช่วงระยะเวลาของการเก็บตัวในไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของไทยสู่สายตาชาวจีน ขณะที่ภาพการเก็บตัวในของเหล่าสาวงามจะออกอากาศในคืนประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ รอบตัดสินในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วยเชื่อจะมีชาวจีนรับชมการถ่ายทอดสดมากกว่า ๕๐๐ ล้านคน ช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวคุณภาพของจีนเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรวยที่มีรายได้ต่อหัว ๖ หมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อปี
๓. สมคิดจีบบิ๊กยานยนต์จีนลงทุน / มิสยูนิเวิร์สไชน่าเก็บตัวในไทย / ปลื้มโรดโชว์ประสบผลสำเร็จ
 มติชนรายวัน (หน้า ๙)

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงการเก็บตัวมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ในประเทศไทย ระหว่าง ททท. กับกองการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ กองการประกวดฯ จะนำ ๑๖ สาวงามที่เข้ารอบสุดท้าย พร้อมด้วยมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๕ และทีมงานรวม ๔๐ คน เดินทางเก็บตัวและทำกิจกรรมในไทยใน ๓ แหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวจีน และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
.  ทัวร์นอกเปิดสงครามราคาชิงกำลังซื้อ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)
๕. อัดเงินหนุนดึงคนไทยผ่านบริษัททัวร์ แห่เที่ยวญี่ปุ่นทะลุล้านคน 
ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๖. ศก.ซบคนไทยลดเที่ยวนอก บริษัททัวร์แข่งดัมพ์ราคากระตุ้น / ญี่ปุ่น – จีนโหมหนักเจาะตลาด 
มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ เผยถึงสถานการณ์ตลาดคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ   (เอาท์บาวด์) ในช่วงไตรมาส ๒ และ ๓ ว่า ยังอยู่ในภาวะซบเซาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดภาพรวมลดลง ประมาณ ๑๐% ผู้ประกอบการต้องประคองยอดขายด้วยการทำแผนกระตุ้นตลาด ลดราคาทัวร์ประมาณ ๑๐ – ๒๐% ซึ่งอยู่ในระดับเท่าทุนหรือยอมขาดทุนเล็กน้อย เพื่อลดความเสียหายจากการขาดทุน เพราะ  จองซื้อที่นั่งตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้แล้ว
ชี้ ภาวะตลาดชะลอตัวช่วงนี้ มาจากคนไทยขาดความมั่นใจในการใช้จ่าย โดยปัจจุบันตลาดที่ยังเดินทางเป็นปกติได้แก่กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และกลุ่ม FIT เนื่องจากสายการบินโลว์คอสต์เสนอ ราคาตั๋วเครื่องบินต่ำ และเพิ่มจุดหมายหลากหลาย โดยตลาดที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ ๑ คือมาเลเซีย รองลงมาคือ ลาว และญี่ปุ่น โดยมองว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเกินกว่า ๑ ล้านคน เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังทำตลาดดึงคนไทยไปเที่ยวอย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรอง ที่มีการ เจรจากับบริษัททัวร์หลายรายของไทย ให้ส่งนักท่องเที่ยวไปเที่ยวจังหวัดของตน ซึ่งบริษัททัวร์จะได้รับเงินช่วยเหลือสนับสนุนจากจังหวัดเป็นรายหัวๆ ละไม่ต่ำกว่า ๑,๗๐๐ – ๓,๔๓๐ บาท
คาดภาพรวมตลาดเอาท์บาวด์ปีนี้จะเติบโตประมาณ ๕ – ๖% จากฐานปีก่อนที่มีคนไทยไป   ต่างประเทศ ๗ ล้านคน เนื่องจากยังกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ ส่วนการจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ ๑๙ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๗ กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๓ แสนคน มีเงินสะพัด ๔๐๐ ล้านบาท
ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ตุรกี ไม่ส่งผลกระทบกับตลาดเอาท์บาวด์มากนัก เพราะคนไทยไปเที่ยวตุรกีน้อยลง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์บุกทำลายสถานกงสุลไทยในตุรกี
๗.  บึ้มสนามบินอิสตันบูล ดับ ๔๑’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)
.  ปฏิบัติการโหดไอเอสฆ่า ๔๑ ศพ เกลื่อนสนามบินตุรกี ไทยรัฐ (หน้า ๑)
๙.  ระทึก ! สนามบินตุรกี ยิง – บึ้ม ๔๑ สพ / ๓ มือปืนเหี้ยมลงมือเสร็จระเบิดตัวตาย คม ชัด ลึก (หน้า ๑)
เมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๕๐ น. วันที่ ๒๘ มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุ ๓ คนร้ายกราดยิงผู้คน ก่อนจะกดระเบิดฆ่าตัวตายในอาคารขาเข้า ท่าอากาศยานอตาเติร์ก นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๔๑ ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า ๒๐๐ คน เที่ยวบินกว่า ๓๐๐ เที่ยวบินต้องยกเลิกทั้งหมด ทางการตุรกีมั่นใจ เป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส ระบุ ถือเป็นจุดเปลี่ยนในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ ด้านนานาประเทศพร้อมใจกันประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน ไม่มีคนไทยเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ดังกล่าว และยังไม่มีความจำเป็นที่จะออกประกาศเตือนประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังตุรกี โดยขอให้ติดตามข่าวสารและประกาศของทางการตุรกีอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ที่จะเดินทางไปยังตุรกี ขอให้มาลงทะเบียนกับสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา เพื่อทางสถานทูตไทยได้ช่วยดูแลและอำนวยความ สะดวก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รมว.คมนาคม เผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานของไทยว่า ท่าอากาศยาน ๖ แห่งในสังกัด ทอท. และอีก ๒๘ แห่งในสังกัดของกรมท่าอากาศยานมีมาตรการเข้มงวดตามระเบียบอยู่แล้ว โดยสูงสุดคือระดับ ๓ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า และแอร์พอร์ตเรล ลิงก์ ที่ได้เพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ในการให้บริการแก่ผู้โดยสารและนายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เผย ได้ย้ำเตือนหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเพิ่มรอบความถี่ในการตรวจสอบและการลาดตระเวนให้มากขึ้น โดยเฉพาะนอกพื้นที่เขตห้าม หรือพื้นที่สาธารณะ พร้อมขอให้ผู้ใช้บริการมั่นใจในความปลอดภัย
ขณะที่ทีทีเอเอ คาดจะว่าจะกระทบต่อกับตลาดเอาท์บาวด์ของไทยใน ๒ ด้านทันทีคือ ตลาดที่วางตุรกีเป็นจุดหมาย ซึ่งหลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องนับตั้งแต่เผาสถานกงสุลไทย ตลาดอยู่ในภาวะทรุดลงจากปกติมียอดที่ ๗ – ๘ หมื่นคนต่อปี ลดลงเหลือ ๕ หมื่นคนต่อปี และคาดว่าจะกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวไปอย่างน้อย ๖ เดือน และกระทบต่อนักท่องเที่ยวไทยที่จะเลือกตุรกีเป็นจุดหมายเชื่อมต่อเที่ยวบินไปยุโรป เนื่องจากเส้นทางจากไทยไปตุรกีมีสายการบินตรง และมีข้อได้เปรียบเรื่องการเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า
๑๐. คาดเฟด ตรึงดอกเบี้ย ถึงปลายปี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)
ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ประเมิน “เบร็กซิท” จะทำให้โลกเผชิญความเสี่ยงขาลง และ อาจมีผลต่อการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของเฟด ขณะที่นักวิเคราะห์คาด เฟดจะตรึงดอกเบี้ยยาวถึงปลายปี ด้านผู้ว่าอีซีบี คาดจะกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซน ๐.๓ – ๐.๕%
ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย ผลกระทบจากเบร็กซิทเบื้องต้น คาดจะมาจากการอ่อนตัวของค่าเงินปอนด์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งจะกระทบจีดีพีไทย ๐.๐๗% หรือ ๑ หมื่นล้านบาทในปีนี้ และ ๐.๒% ในปี ๒๕๖๐ ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยว คาดว่ารายได้จากตลาดยุโรปซึ่งนักท่องเที่ยวอังกฤษเป็นตลาดที่สร้างรายได้เข้าไทยสูงอันดับ ๓ ปีนี้ อาจขยายตัวน้อยลงมาที่ ๑๑.๖ – ๑๒.๖% จากคาดการณ์เดิมที่ ๑๓% ซึ่งกระทบกับจีดีพีไทย ๐.๐๑% หรือ ๒ พันล้านบาท
๑๑คลังลุ้นจีดีพี Q๒ โตต่อเนื่อง กสิกรชี้ท่องเที่ยวช่วยหนุนเศรษฐกิจ ไทยโพสต์ (หน้า ๖)
สศค. ได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส ๒ ว่า จะมีการขยายตัวดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา   หลังไตรมาสแรกขยายตัวได้ ๓.๒% โดย สศค.จะมีการปรับประมาณการใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้ เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น ชี้ การลงทุนรัฐยังเป็นเครื่องจักรหนุนสำคัญ พ่วงเอกชนเชื่อมั่น ดันการใช้จ่ายโตตาม ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจง การท่องเที่ยวหนุนเศรษฐกิจโต ๓% คาดการณ์ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า ๑๐%
๑๒. ส่งออกฉุดท่องเที่ยวดัน ทำเศรษฐกิจปั่นป่วน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)
สกู๊ปนำเสนอผลกระทบด้านเศรษฐกิจจาก “เบร็กซิต” จากการประเมินของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ 
๑๓. อเมริกัน – จีนเล็งเที่ยวอังกฤษหลังปอนด์ดิ่ง กรุงเทพธุรกิจ  (หน้า  ๑๐)
๑๔. เบร็กซิตฉุดปอนด์ถูก โลกแห่ช็อปอังกฤษ โพสต์ ทูเดย์  (หน้า A ๑๒)

เว็บไซต์ท่องเที่ยวออนไลน์ของสหรัฐอเมริกากับจีน รายงานว่า มีผู้สอบถามเกี่ยวกับการเดินทางไปพักผ่อนในอังกฤษมากขึ้น ตั้งแต่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นสัญญาณว่า “เบร็กซิท” และค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง อาจช่วยหนุนการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจีน และสหรัฐฯ ให้ไปท่องเที่ยวและซื้อสินค้า ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษอย่างคับคั่ง ขณะที่ตัวแทนท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน ต่างมองว่า เร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าประชามติจะกระทบต่อการจองตั๋ว หรือจองห้องพักในระยะยาวหรือไม่ แต่มีกระแสสอบถามเข้ามาจำนวนมาก เพราะนักเดินทางต้องการเดินทางที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง 
--------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙


๑. จับ ๕ บริษัทขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๓)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงนโยบายด้านการปราบปราม    และกวาดล้างนอมินีในธุรกิจท่องเที่ยว ทัวร์ศูนย์เหรียญ และไกด์เถื่อนในไทยว่าตำรวจท่องเที่ยวสามารถจับกุมบริษัทใหญ่ที่กระทำผิดได้ ๕ ราย เป็นนอมินี ๔ รายที่จังหวัดภูเก็ต และอีก ๑ รายพบว่าไกด์ของบริษัทมีพฤติกรรมทิ้งนักท่องเที่ยว อีกทั้งมีคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และบังคับขายโปรแกรมทัวร์
๒. เล็งนำนางงามจีนพบบิ๊กตู่ / เก็บตัวในไทย ๑ อาทิตย์
 เดลินิวส์ (หน้า ๖)
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้ลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงการเก็บตัวมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ กองประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ จะนำ ๑๖ สาวงามผู้เข้ารอบสุดท้าย พร้อมด้วยมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๕ และทีมงานรวม ๔๐ คน เดินทางเก็บตัว และทำกิจกรรมในไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพฯ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ ททท. กำลังพิจารณาว่า อาจนำผู้เข้าประกวดเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.
ทั้งนี้ ตลอด ๑ สัปดาห์ของการเก็บตัว ผู้เข้าประกวดจะได้รู้จักประเทศไทยเรียนรู้วัฒนธรรมไทย และสัมผัสประสบการณ์ในแง่มุมใหม่ๆ ที่น่าประทับใจ รวมทั้งร่วมกิจกรรมอื่นๆ อาทิ กิจกรรมการกุศลแฟชั่นโชว์ การถ่ายแบบชุดประจำชาติไทย เป็นต้น โดยกองประกวด สื่อมวลชน และกลุ่มแฟนคลับของนางงาม จะเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ตลอดช่วงระยะเวลาของการเก็บตัวในไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของไทยสู่สายตาชาวจีน ขณะที่ภาพการเก็บตัวในของเหล่าสาวงามจะออกอากาศในคืนประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ รอบตัดสินในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วยเชื่อจะมีชาวจีนรับชมการถ่ายทอดสดมากกว่า ๕๐๐ ล้านคน ช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวคุณภาพของจีนเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรวยที่มีรายได้ต่อหัว ๖ หมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อปี
๓. สมคิดจีบบิ๊กยานยนต์จีนลงทุน / มิสยูนิเวิร์สไชน่าเก็บตัวในไทย / ปลื้มโรดโชว์ประสบผลสำเร็จ
 มติชนรายวัน (หน้า ๙)
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงการเก็บตัวมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ในประเทศไทย ระหว่าง ททท. กับกองการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ กองการประกวดฯ จะนำ ๑๖ สาวงามที่เข้ารอบสุดท้าย พร้อมด้วยมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๕ และทีมงานรวม ๔๐ คน เดินทางเก็บตัวและทำกิจกรรมในไทยใน ๓ แหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวจีน และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

.  ทัวร์นอกเปิดสงครามราคาชิงกำลังซื้อ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)
๕. อัดเงินหนุนดึงคนไทยผ่านบริษัททัวร์ แห่เที่ยวญี่ปุ่นทะลุล้านคน
 ไทยรัฐ (หน้า ๙)
๖. ศก.ซบคนไทยลดเที่ยวนอก บริษัททัวร์แข่งดัมพ์ราคากระตุ้น / ญี่ปุ่น – จีนโหมหนักเจาะตลาด 
มติชนรายวัน (หน้า ๖)
นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ เผยถึงสถานการณ์ตลาดคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ   (เอาท์บาวด์) ในช่วงไตรมาส ๒ และ ๓ ว่า ยังอยู่ในภาวะซบเซาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดภาพรวมลดลง ประมาณ ๑๐% ผู้ประกอบการต้องประคองยอดขายด้วยการทำแผนกระตุ้นตลาด ลดราคาทัวร์ประมาณ ๑๐ – ๒๐% ซึ่งอยู่ในระดับเท่าทุนหรือยอมขาดทุนเล็กน้อย เพื่อลดความเสียหายจากการขาดทุน เพราะ  จองซื้อที่นั่งตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้แล้ว
ชี้ ภาวะตลาดชะลอตัวช่วงนี้ มาจากคนไทยขาดความมั่นใจในการใช้จ่าย โดยปัจจุบันตลาดที่ยังเดินทางเป็นปกติได้แก่กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และกลุ่ม FIT เนื่องจากสายการบินโลว์คอสต์เสนอ ราคาตั๋วเครื่องบินต่ำ และเพิ่มจุดหมายหลากหลาย โดยตลาดที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ ๑ คือมาเลเซีย รองลงมาคือ ลาว และญี่ปุ่น โดยมองว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเกินกว่า ๑ ล้านคน เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังทำตลาดดึงคนไทยไปเที่ยวอย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรอง ที่มีการ เจรจากับบริษัททัวร์หลายรายของไทย ให้ส่งนักท่องเที่ยวไปเที่ยวจังหวัดของตน ซึ่งบริษัททัวร์จะได้รับเงินช่วยเหลือสนับสนุนจากจังหวัดเป็นรายหัวๆ ละไม่ต่ำกว่า ๑,๗๐๐ – ๓,๔๓๐ บาท
คาดภาพรวมตลาดเอาท์บาวด์ปีนี้จะเติบโตประมาณ ๕ – ๖% จากฐานปีก่อนที่มีคนไทยไป   ต่างประเทศ ๗ ล้านคน เนื่องจากยังกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ ส่วนการจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ ๑๙ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๗ กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๓ แสนคน มีเงินสะพัด ๔๐๐ ล้านบาท
ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ตุรกี ไม่ส่งผลกระทบกับตลาดเอาท์บาวด์มากนัก         เพราะคนไทยไปเที่ยวตุรกีน้อยลง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์บุกทำลายสถานกงสุลไทยในตุรกี

๗.  บึ้มสนามบินอิสตันบูล ดับ ๔๑’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)
.  ปฏิบัติการโหดไอเอสฆ่า ๔๑ ศพ เกลื่อนสนามบินตุรกี ไทยรัฐ (หน้า ๑)


๙.  ระทึก ! สนามบินตุรกี ยิง – บึ้ม ๔๑ สพ / ๓ มือปืนเหี้ยมลงมือเสร็จระเบิดตัวตาย คม ชัด ลึก (หน้า ๑)
เมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๕๐ น. วันที่ ๒๘ มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุ ๓ คนร้ายกราดยิงผู้คน ก่อนจะกดระเบิดฆ่าตัวตายในอาคารขาเข้า ท่าอากาศยานอตาเติร์ก นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๔๑ ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า ๒๐๐ คน เที่ยวบินกว่า ๓๐๐ เที่ยวบินต้องยกเลิกทั้งหมด ทางการตุรกีมั่นใจ เป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส ระบุ ถือเป็นจุดเปลี่ยนในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ ด้านนานาประเทศพร้อมใจกันประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน ไม่มีคนไทยเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ดังกล่าว และยังไม่มีความจำเป็นที่จะออกประกาศเตือนประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังตุรกี โดยขอให้ติดตามข่าวสารและประกาศของทางการตุรกีอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ที่จะเดินทางไปยังตุรกี ขอให้มาลงทะเบียนกับสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา เพื่อทางสถานทูตไทยได้ช่วยดูแลและอำนวยความ สะดวก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รมว.คมนาคม เผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานของไทยว่า ท่าอากาศยาน ๖ แห่งในสังกัด ทอท. และอีก ๒๘ แห่งในสังกัดของกรมท่าอากาศยานมีมาตรการเข้มงวดตามระเบียบอยู่แล้ว โดยสูงสุดคือระดับ ๓ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า และแอร์พอร์ตเรล ลิงก์ ที่ได้เพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ในการให้บริการแก่ผู้โดยสารและนายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เผย ได้ย้ำเตือนหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเพิ่มรอบความถี่ในการตรวจสอบและการลาดตระเวนให้มากขึ้น โดยเฉพาะนอกพื้นที่เขตห้าม หรือพื้นที่สาธารณะ พร้อมขอให้ผู้ใช้บริการมั่นใจในความปลอดภัย
ขณะที่ทีทีเอเอ คาดจะว่าจะกระทบต่อกับตลาดเอาท์บาวด์ของไทยใน ๒ ด้านทันทีคือ ตลาดที่วางตุรกีเป็นจุดหมาย ซึ่งหลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องนับตั้งแต่เผาสถานกงสุลไทย ตลาดอยู่ในภาวะทรุดลงจากปกติมียอดที่ ๗ – ๘ หมื่นคนต่อปี ลดลงเหลือ ๕ หมื่นคนต่อปี และคาดว่าจะกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวไปอย่างน้อย ๖ เดือน และกระทบต่อนักท่องเที่ยวไทยที่จะเลือกตุรกีเป็นจุดหมายเชื่อมต่อเที่ยวบินไปยุโรป เนื่องจากเส้นทางจากไทยไปตุรกีมีสายการบินตรง และมีข้อได้เปรียบเรื่องการเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า
๑๐. คาดเฟด ตรึงดอกเบี้ย ถึงปลายปี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ประเมิน “เบร็กซิท” จะทำให้โลกเผชิญความเสี่ยงขาลง และ   อาจมีผลต่อการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของเฟด ขณะที่นักวิเคราะห์คาด เฟดจะตรึงดอกเบี้ยยาวถึงปลายปี ด้านผู้ว่าอีซีบี คาดจะกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซน ๐.๓ – ๐.๕%
ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย ผลกระทบจากเบร็กซิทเบื้องต้น คาดจะมาจากการอ่อนตัวของค่าเงินปอนด์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งจะกระทบจีดีพีไทย ๐.๐๗% หรือ ๑ หมื่นล้านบาทในปีนี้ และ ๐.๒% ในปี ๒๕๖๐ ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยว คาดว่ารายได้จากตลาดยุโรปซึ่งนักท่องเที่ยวอังกฤษเป็นตลาดที่สร้างรายได้เข้าไทยสูงอันดับ ๓ ปีนี้ อาจขยายตัวน้อยลงมาที่ ๑๑.๖ – ๑๒.๖% จากคาดการณ์เดิมที่ ๑๓% ซึ่งกระทบกับจีดีพีไทย ๐.๐๑% หรือ ๒ พันล้านบาท
๑๑คลังลุ้นจีดีพี Q๒ โตต่อเนื่อง กสิกรชี้ท่องเที่ยวช่วยหนุนเศรษฐกิจ ไทยโพสต์ (หน้า ๖)
สศค. ได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส ๒ ว่า จะมีการขยายตัวดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา   หลังไตรมาสแรกขยายตัวได้ ๓.๒% โดย สศค.จะมีการปรับประมาณการใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้ เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น ชี้ การลงทุนรัฐยังเป็นเครื่องจักรหนุนสำคัญ พ่วงเอกชนเชื่อมั่น ดันการใช้จ่ายโตตาม ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจง การท่องเที่ยวหนุนเศรษฐกิจโต ๓% คาดการณ์ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า ๑๐%
๑๒. ส่งออกฉุดท่องเที่ยวดัน ทำเศรษฐกิจปั่นป่วน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)
สกู๊ปนำเสนอผลกระทบด้านเศรษฐกิจจาก “เบร็กซิต” จากการประเมินของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ 
๑๓. อเมริกัน – จีนเล็งเที่ยวอังกฤษหลังปอนด์ดิ่ง กรุงเทพธุรกิจ  (หน้า  ๑๐)

๑๔. เบร็กซิตฉุดปอนด์ถูก โลกแห่ช็อปอังกฤษ 
โพสต์ ทูเดย์  (หน้า A ๑๒)

เว็บไซต์ท่องเที่ยวออนไลน์ของสหรัฐอเมริกากับจีน รายงานว่า มีผู้สอบถามเกี่ยวกับการเดินทางไปพักผ่อนในอังกฤษมากขึ้น ตั้งแต่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นสัญญาณว่า “เบร็กซิท” และค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง อาจช่วยหนุนการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจีน และสหรัฐฯ ให้ไปท่องเที่ยวและซื้อสินค้า ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษอย่างคับคั่ง ขณะที่ตัวแทนท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน ต่างมองว่า เร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าประชามติจะกระทบต่อการจองตั๋ว หรือจองห้องพักในระยะยาวหรือไม่ แต่มีกระแสสอบถามเข้ามาจำนวนมาก เพราะนักเดินทางต้องการเดินทางที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง 
--------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙


๑. จับ ๕ บริษัทขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ 
กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๓)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงนโยบายด้านการปราบปราม    และกวาดล้างนอมินีในธุรกิจท่องเที่ยว ทัวร์ศูนย์เหรียญ และไกด์เถื่อนในไทยว่าตำรวจท่องเที่ยวสามารถจับกุมบริษัทใหญ่ที่กระทำผิดได้ ๕ ราย เป็นนอมินี ๔ รายที่จังหวัดภูเก็ต และอีก ๑ รายพบว่าไกด์ของบริษัทมีพฤติกรรมทิ้งนักท่องเที่ยว อีกทั้งมีคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และบังคับขายโปรแกรมทัวร์
๒. เล็งนำนางงามจีนพบบิ๊กตู่ / เก็บตัวในไทย ๑ อาทิตย์
 เดลินิวส์ (หน้า ๖)
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้ลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงการเก็บตัว
 มิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ กองประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ จะนำ ๑๖ สาวงามผู้เข้ารอบสุดท้าย พร้อมด้วยมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๕ และทีมงานรวม ๔๐ คน เดินทางเก็บตัว และทำกิจกรรมในไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพฯ ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ ททท. กำลังพิจารณาว่า อาจนำผู้เข้าประกวดเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.
ทั้งนี้ ตลอด ๑ สัปดาห์ของการเก็บตัว ผู้เข้าประกวดจะได้รู้จักประเทศไทยเรียนรู้วัฒนธรรมไทย และสัมผัสประสบการณ์ในแง่มุมใหม่ๆ ที่น่าประทับใจ รวมทั้งร่วมกิจกรรมอื่นๆ อาทิ กิจกรรมการกุศล       แฟชั่นโชว์ การถ่ายแบบชุดประจำชาติไทย เป็นต้น โดยกองประกวด สื่อมวลชน และกลุ่มแฟนคลับของ        นางงาม จะเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ตลอดช่วงระยะเวลาของการเก็บตัวในไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของไทยสู่สายตาชาวจีน ขณะที่ภาพการเก็บตัวในของเหล่าสาวงามจะออกอากาศในคืนประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๖ รอบตัดสินในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วยเชื่อจะมีชาวจีนรับชมการถ่ายทอดสดมากกว่า ๕๐๐ ล้านคน ช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวคุณภาพของจีนเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรวยที่มีรายได้ต่อหัว ๖ หมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อปี
๓. สมคิดจีบบิ๊กยานยนต์จีนลงทุน / มิสยูนิเวิร์สไชน่าเก็บตัวในไทย / ปลื้มโรดโชว์ประสบผลสำเร็จ
 มติชนรายวัน (หน้า ๙)
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงการเก็บตัวมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ในประเทศไทย ระหว่าง ททท. กับกองการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ กองการประกวดฯ จะนำ ๑๖ สาวงามที่เข้ารอบสุดท้าย พร้อมด้วยมิสยูนิเวิร์ส ไชน่า ๒๐๑๕ และทีมงานรวม ๔๐ คน เดินทางเก็บตัวและทำกิจกรรมในไทยใน ๓ แหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่สายตาชาวจีน และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

.  ทัวร์นอกเปิดสงครามราคาชิงกำลังซื้อ 
กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)
๕. อัดเงินหนุนดึงคนไทยผ่านบริษัททัวร์ แห่เที่ยวญี่ปุ่นทะลุล้านคน
 ไทยรัฐ (หน้า ๙)
๖. ศก.ซบคนไทยลดเที่ยวนอก บริษัททัวร์แข่งดัมพ์ราคากระตุ้น / ญี่ปุ่น – จีนโหมหนักเจาะตลาด
 มติชนรายวัน (หน้า ๖)
นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ เผยถึงสถานการณ์ตลาดคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ   (เอาท์บาวด์) ในช่วงไตรมาส ๒ และ ๓ ว่า ยังอยู่ในภาวะซบเซาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดภาพรวมลดลง ประมาณ ๑๐% ผู้ประกอบการต้องประคองยอดขายด้วยการทำแผนกระตุ้นตลาด ลดราคาทัวร์ประมาณ ๑๐ – ๒๐% ซึ่งอยู่ในระดับเท่าทุนหรือยอมขาดทุนเล็กน้อย เพื่อลดความเสียหายจากการขาดทุน เพราะ  จองซื้อที่นั่งตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้แล้ว
ชี้ ภาวะตลาดชะลอตัวช่วงนี้ มาจากคนไทยขาดความมั่นใจในการใช้จ่าย โดยปัจจุบันตลาดที่ยังเดินทางเป็นปกติได้แก่กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และกลุ่ม FIT เนื่องจากสายการบินโลว์คอสต์เสนอ ราคาตั๋วเครื่องบินต่ำ และเพิ่มจุดหมายหลากหลาย โดยตลาดที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ ๑ คือมาเลเซีย รองลงมาคือ ลาว และญี่ปุ่น โดยมองว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเกินกว่า ๑ ล้านคน เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังทำตลาดดึงคนไทยไปเที่ยวอย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรอง ที่มีการ เจรจากับบริษัททัวร์หลายรายของไทย ให้ส่งนักท่องเที่ยวไปเที่ยวจังหวัดของตน ซึ่งบริษัททัวร์จะได้รับเงินช่วยเหลือสนับสนุนจากจังหวัดเป็นรายหัวๆ ละไม่ต่ำกว่า ๑,๗๐๐ – ๓,๔๓๐ บาท
คาดภาพรวมตลาดเอาท์บาวด์ปีนี้จะเติบโตประมาณ ๕ – ๖% จากฐานปีก่อนที่มีคนไทยไป   ต่างประเทศ ๗ ล้านคน เนื่องจากยังกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ ส่วนการจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ ๑๙ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๗ กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๓ แสนคน มีเงินสะพัด ๔๐๐ ล้านบาท
ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ตุรกี ไม่ส่งผลกระทบกับตลาดเอาท์บาวด์มากนัก         เพราะคนไทยไปเที่ยวตุรกีน้อยลง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์บุกทำลายสถานกงสุลไทยในตุรกี

๗.  บึ้มสนามบินอิสตันบูล ดับ ๔๑’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)
.  ปฏิบัติการโหดไอเอสฆ่า ๔๑ ศพ เกลื่อนสนามบินตุรกี 
ไทยรัฐ (หน้า ๑)
๙.  ระทึก ! สนามบินตุรกี ยิง – บึ้ม ๔๑ สพ / ๓ มือปืนเหี้ยมลงมือเสร็จระเบิดตัวตาย 
คม ชัด ลึก (หน้า ๑)
เมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๕๐ น. วันที่ ๒๘ มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุ
 ๓ คนร้ายกราดยิงผู้คน ก่อนจะกดระเบิดฆ่าตัวตายในอาคารขาเข้า ท่าอากาศยานอตาเติร์ก นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๔๑ ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า ๒๐๐ คน เที่ยวบินกว่า ๓๐๐ เที่ยวบินต้องยกเลิกทั้งหมด ทางการตุรกีมั่นใจ เป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส ระบุ ถือเป็นจุดเปลี่ยนในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ ด้านนานาประเทศพร้อมใจกันประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน ไม่มีคนไทยเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ดังกล่าว และยังไม่มีความจำเป็นที่จะออกประกาศเตือนประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังตุรกี โดยขอให้ติดตามข่าวสารและประกาศของทางการตุรกีอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ที่จะเดินทางไปยังตุรกี ขอให้มาลงทะเบียนกับสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา เพื่อทางสถานทูตไทยได้ช่วยดูแลและอำนวยความ สะดวก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รมว.คมนาคม เผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานของไทยว่า ท่าอากาศยาน ๖ แห่งในสังกัด ทอท. และอีก ๒๘ แห่งในสังกัดของกรมท่าอากาศยานมีมาตรการเข้มงวดตามระเบียบอยู่แล้ว โดยสูงสุดคือระดับ ๓ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า และแอร์พอร์ตเรล ลิงก์ ที่ได้เพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ในการให้บริการแก่ผู้โดยสารและนายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง เผย ได้ย้ำเตือนหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเพิ่มรอบความถี่ในการตรวจสอบและการลาดตระเวนให้มากขึ้น โดยเฉพาะนอกพื้นที่เขตห้าม หรือพื้นที่สาธารณะ พร้อมขอให้ผู้ใช้บริการมั่นใจในความปลอดภัย
ขณะที่ทีทีเอเอ คาดจะว่าจะกระทบต่อกับตลาดเอาท์บาวด์ของไทยใน ๒ ด้านทันทีคือ ตลาดที่วางตุรกีเป็นจุดหมาย ซึ่งหลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องนับตั้งแต่เผาสถานกงสุลไทย ตลาดอยู่ในภาวะทรุดลงจากปกติมียอดที่ ๗ – ๘ หมื่นคนต่อปี ลดลงเหลือ ๕ หมื่นคนต่อปี และคาดว่าจะกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวไปอย่างน้อย ๖ เดือน และกระทบต่อนักท่องเที่ยวไทยที่จะเลือกตุรกีเป็นจุดหมายเชื่อมต่อเที่ยวบินไปยุโรป เนื่องจากเส้นทางจากไทยไปตุรกีมีสายการบินตรง และมีข้อได้เปรียบเรื่องการเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า
๑๐. คาดเฟด ตรึงดอกเบี้ย ถึงปลายปี 
กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)
ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ประเมิน “เบร็กซิท” จะทำให้โลกเผชิญความเสี่ยงขาลง และ   อาจมีผลต่อการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของเฟด ขณะที่นักวิเคราะห์คาด เฟดจะตรึงดอกเบี้ยยาวถึง     ปลายปี ด้านผู้ว่าอีซีบี คาดจะกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซน ๐.๓ – ๐.๕%
ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย ผลกระทบจากเบร็กซิทเบื้องต้น คาดจะมาจากการอ่อนตัวของค่าเงินปอนด์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งจะกระทบจีดีพีไทย ๐.๐๗% หรือ ๑ หมื่นล้านบาทในปีนี้ และ ๐.๒% ในปี ๒๕๖๐ ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยว คาดว่ารายได้จากตลาดยุโรปซึ่งนักท่องเที่ยวอังกฤษเป็นตลาดที่สร้างรายได้เข้าไทยสูงอันดับ ๓ ปีนี้ อาจขยายตัวน้อยลงมาที่ ๑๑.๖ – ๑๒.๖% จากคาดการณ์เดิมที่ ๑๓% ซึ่งกระทบกับจีดีพีไทย ๐.๐๑% หรือ ๒ พันล้านบาท
๑๑คลังลุ้นจีดีพี Q๒ โตต่อเนื่อง กสิกรชี้ท่องเที่ยวช่วยหนุนเศรษฐกิจ ไทยโพสต์ (หน้า ๖)
สศค. ได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส ๒ ว่า จะมีการขยายตัวดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา   หลังไตรมาสแรกขยายตัวได้ ๓.๒% โดย สศค.จะมีการปรับประมาณการใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้ เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น ชี้ การลงทุนรัฐยังเป็นเครื่องจักรหนุนสำคัญ พ่วงเอกชนเชื่อมั่น ดันการใช้จ่ายโตตาม ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจง การท่องเที่ยวหนุนเศรษฐกิจโต ๓% คาดการณ์ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า ๑๐%
๑๒. ส่งออกฉุดท่องเที่ยวดัน ทำเศรษฐกิจปั่นป่วน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)
สกู๊ปนำเสนอผลกระทบด้านเศรษฐกิจจาก “เบร็กซิต” จากการประเมินของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ 

๑๓. 
อเมริกัน – จีนเล็งเที่ยวอังกฤษหลังปอนด์ดิ่ง
 กรุงเทพธุรกิจ  (หน้า  ๑๐)

๑๔. เบร็กซิตฉุดปอนด์ถูก โลกแห่ช็อปอังกฤษ 
โพสต์ ทูเดย์  (หน้า A ๑๒)

เว็บไซต์ท่องเที่ยวออนไลน์ของสหรัฐอเมริกากับจีน รายงานว่า มีผู้สอบถามเกี่ยวกับการเดินทางไปพักผ่อนในอังกฤษมากขึ้น ตั้งแต่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นสัญญาณว่า “เบร็กซิท” และค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง อาจช่วยหนุนการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจีน และสหรัฐฯ ให้ไปท่องเที่ยวและซื้อสินค้า ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษอย่างคับคั่ง ขณะที่ตัวแทนท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน ต่างมองว่า เร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าประชามติจะกระทบต่อการจองตั๋ว หรือจองห้องพักในระยะยาวหรือไม่ แต่มีกระแสสอบถามเข้ามาจำนวนมาก เพราะนักเดินทางต้องการเดินทางที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง 
--------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th



29/6/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพุธที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๙


๑.  จับตาปรากฏการณ์ ‘Brexit’ เขย่าขวัญนักท่องเที่ยว สหราชอาณาจักร’  ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)
๒. อังกฤษทิ้งอียูไม่กระทบเที่ยวไทย ต่างจากรูเบิลอ่อน / ททท. เชื่อปีนี้ทัวริสต์ยุโรปโตทิศทางบวก  
ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๐)
รายงานข่าว นำเสนอผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากปรากฏการณ์ Brexit  จากการประเมินของภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว โดยมองว่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้นเท่านั้น
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ประเมินว่า หากค่าเงินปอนด์อ่อนค่าประมาณ ๓ – ๑๐% ต่อเดือน จะทำให้นักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ย ๑ – ๕% ต่อเดือน ส่วนค่าเงินยูโรหากอ่อนค่า ๕ – ๒๐% ต่อเดือน จะทำให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปลดลงไม่เกิน ๕% ต่อเดือน
ส่วนนายสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เผย ททท. มองว่าอาจส่งผลกระทบเรื่องของการเงินกับเรื่องของหุ้น แต่ก็เป็นแค่ระยะสั้น ส่วนในแง่การท่องเที่ยวประเมินว่า ปีนี้จะไม่มีผลกระทบ เนื่องจากช่วง ๕ เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) นักท่องเที่ยวอังกฤษเดินทางมาไทยแล้วกว่า ๔ แสนคน เพิ่มขึ้น ๙% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดังนั้นช่วง ๗ เดือนที่เหลือของปีไม่น่าจะทำให้ตลาดมีภาวะติดลบ และมองว่ายังเติบโตในทิศทางบวก แต่จะมากน้อยเพียงใดยังต้องจับตาดู พร้อม   เตรียมนำเรื่องนี้เข้าหารือในการประชุมแผนการตลาด ททท. ถึงเป้าหมายการขับเคลื่อนรายได้การท่องเที่ยวในปีหน้า ที่โอกาสจะเติบโต ๘.๕% เป็นไปได้หรือไม่
ด้าน สทท. ประเมินว่า จะกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยระยะสั้น ในเรื่องจิตวิทยาการเดินทาง และ ค่าเงินเท่านั้น นักท่องเที่ยวอาจชะลอการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อรอดูผลจากความเปลี่ยนแปลงในกรณีนี้ จนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจภายในประเทศไม่มีปัญหา จึงกลับมาท่องเที่ยวเหมือนเดิม ส่วนแอตต้า เชื่อว่าไม่ได้กระทบต่อการท่องเที่ยวไทย เพราะเรื่องนี้เป็นที่รับรู้ และมีการเตรียมตัวรับมือกันมาก่อนหน้านี้แล้วอย่างไรก็ตาม ยังต้องรอความชัดเจนในการหารือเรื่องของนโยบายการค้า และการลงทุนระหว่างอังกฤษ  กับอียู หลังการทำ Brexit ว่า จะทิศทางเป็นอย่างไร
และสมาคมโรงแรมไทย มองว่า ไม่น่ากระทบต่อธุรกิจโรงแรมโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวสหราช  อาณาจักรส่วนใหญ่ซื้อแพ็กเกจห้องพักล่วงหน้าสำหรับการเดินทาง ในเบื้องต้นตลาดสหราชอาณาจักร อาจมีชะงักบ้าง แต่ก็เป็นระยะสั้นเท่านั้น และประเมินว่าค่าเงินปอนด์จะอ่อนค่าในช่วงนี้เท่านั้น และเป็นการอ่อนค่าเพียงเล็กน้อย ไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ
๓. ผลกระทบ Brexit ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)
คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกะเหรี่ยง กล่าวถึงผลกระทบของปรากฏการณ์ Brexit ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าไม่มาก แต่ก็น่ากังวลกับผลที่จะลามไปถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน โดยภาคการท่องเที่ยว นายกแอตต้า ระบุว่า ต้องดู ๖ เดือนหลังจากนี้ว่า  จะกระทบตัวเลขนักท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด และเชื่อว่าในการประชุมแผน ททท. ปี ๒๕๖๐ จะมีการนำเรื่องนี้เข้าหารือ ว่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงหรือปัจจัยบวก เมื่อค่าเงินบาทมีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงไปอีก รวมถึงค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง
ล่าสุด ททท.ได้เร่งหาตลาดทัวร์คุณภาพ และโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดย ผอ.ททท. สนง.ปารีส ได้จัดทริปพิเศษพาคณะเจ้าของไร่ไวน์จากฝรั่งเศส เดินทางมาชิมไวน์ยาร์ดในเมืองไทยโดยมีโปรแกรมชิมอาหารไทยจาก ๓ ตลาดน้ำ ทัวร์ไร่ไวน์ กรานมอนเต้ เขาใหญ่ และย้อนไปทัวร์อัมพวา ก่อนจะไปชมหัวหิน ฮิลล์ วินยาร์ด ของเฉลิม อยู่วิทยา
ส่วนการประชุมแผนการตลาด ททท. ปีนี้จัดประชุมที่จังหวัดขอนแก่น โดยมี ผอ.ททท.ทั้งในและต่างประเทศมาร่วมกันหาแนวทางสร้างรายได้เข้าประเทศในปีหน้า ภายใต้โจทย์ ต้องสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า ๒.๕ ล้านล้านบาท และก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการ ททท. ได้นำทีมไปทำ CSR ที่กู่กาสิงห์ จังหวัดร้อยเอ็ด หวังปั้นพื้นที่นี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบ ในโมเดลวิลเลจ ทูเดอะ เวิลด์ สะท้อนท่องเที่ยววิถีไทยแท้และครบทุกรูปแบบ นับเป็นอีกความพยายามในการบูมอีสานของ ททท.
๔. ไทยรับ Wave Awards ๒๐๑๖ สาขา Best Destination ไทยรัฐ (หน้า ๒๐)

 คอลัมน์โสมชบาจ๊ะจ๋า โดย โสมชบา กล่าวถึง นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้าน   ตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. ว่า กลับจากแอลเออย่างปลื้มๆ เพราะ Travel Age West แมกกาซีนชื่อดังฝั่งตะวันตกของอเมริกาเชิญไปรับ Best destination with the highest client satisfaction in Asia ที่พร้อมใจยกให้เมืองไทยติดต่อกันเป็นปีที่ ๔ ชนะฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น

๕.  หนุนเทศกาลดนตรีกระตุ้นเที่ยวไทย  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

.  อ้อนรัฐเจ้าภาพจัด อีดีเอ็มคาดมีเงินสะพัดหมื่นล้าน 
เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๗. แนะไทยชูเวิลด์อีเวนต์ดึงทัวร์
 ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

นายชาตรี ตั้งเธียรกุล กก.ผจก.บจก.เวิลด์ แพลนเน็ต อินเตอร์เนชั่นแนล แนะไทยควรให้ ความสำคัญกับการจัดอีเวนท์ระดับโลกมากขึ้น เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวขยายตัวจากการชมดนตรี และความบันเทิง (ทราเวลเทนเมนต์) โดยในเบื้องต้น “ทูมอร์โรว์ แลนด์” เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สนใจอยากจะมาจัดการแสดงในไทย หากไทยสามารถหาสถานที่และดึงงานนี้มาจัดได้ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเม็ดเงินเข้าประเทศจำนวนมาก จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามากว่า  ๔.๕ แสนคน เข้าพักอย่างน้อย ๕ วัน ใช้จ่ายในไทยสูงกว่า ๑ หมื่นบาทต่อทริป หรือมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า   ๑ หมื่นล้านบาทแน่นอน
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ขณะนี้ทีเส็บกำลังศึกษา แนวทางในการดึงงานทูมอร์โรว์ แลนด์ มาจัดในไทย ส่วนการหาอีเวนต์ระดับโลกอื่นๆ กระทรวงฯ มองว่าการจัดอีเวนต์ด้านกีฬาน่าจะเป็นอีกทางที่สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวได้ โดยกำลังพิจารณาใช้งบประมาณของ กกท. ๑๐๐ ล้านบาท ส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติในไทย

๘. ขวัญใจชาวจีน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๒)
ภาพข่าว : จรัมพร โชติกเสถียร กก.ผอญ.การบินไทย และ กก.บจก.ไทยสมายล์แอร์เวย์ และ เนตรนภางค์ ธีระวาส รองประธานเจ้าหน้าที่ สายการบินพาณิชย์และการบริการลูกค้า รับมอบรางวัล ๒๐๑๖ Top ๑๐ People’s Choice Awards Thailand ประเภทสายการบิน โหวตโดยนักท่องเที่ยวจีนโดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล
๙. มอบรางวัล โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๙)
ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มอบรางวัลแก่ ผจก.ทั่วไป สยามแอ๊ทสยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ จากการจัดประกวดแหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวของไทย ผ่านการโหวตของนักท่องเที่ยวจีน จัดโดย ททท.
๑๐. ใช้ตลาดหนังดึงอินเดียเที่ยวไทย เดลินิวส์ (หน้า ๑๓)
ททท.สนง.นิวเดลี แจ้งว่า ระหว่างวันที่ ๒๗ มิถุนายน – ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี ร่วมกับ ททท.สนง.นิวเดลี จัดโครงการประสานสัมพันธ์ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์อินเดีย – ไทย โดยเชิญผู้ผลิตภาพยนตร์และละคร กับผู้ซื้อภาพยนตร์ต่างประเทศชั้นนำของอินเดีย ๙ แห่ง เดินทางมาไทย เพื่อสำรวจสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละคร กับซื้อภาพยนตร์หรือละครไทย ไปเผยแพร่ผ่านโรงภาพยนตร์ สถานีโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ที่กำลังได้รับความนิยมสูงในอินเดียโดยเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้เข้าหารือกับผู้แทนกรมการท่องเที่ยว เรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับคณะถ่ายทำ พร้อมอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งาน ตลอดจนพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร 
๑๑. ลุยขอนแก่นโมเดล โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๔)
น.ส.สมฤดี จิตรจง ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. เผย ททท. เตรียมผลักดันให้จังหวัดขอนแก่น เป็นฮับด้านการท่องเที่ยวในภาคอีสาน ภายใต้แนวคิด “นิว คอนเนกชั่น” เชื่อมโยง  ส่งเสริมด้านการค้า การลงทุน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในแถบอีสานเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสอดคล้องกับแผนวิสาหกิจปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ที่ ททท. ต้องการผลักดันเมืองท่องเที่ยวจังหวัดรอง ให้มีความแข็งแกร่ง สร้างรายได้เหมือนจังหวัดหลัก โดยเตรียมดึงกลุ่ม CLMV เดินทาง
๑๒. เวิลด์แบงก์ แนะไทยสร้างโอกาสรับสังคมผู้สูงอายุ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๑๓.  ไทยเสี่ยงโตไม่ถึง ๒.๕%  
โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)
ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ แนะไทยเร่งปฏิรูปทักษะแรงงาน การศึกษา สร้างโอกาสการเข้าสู่สังคมสูงวัย หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โต ๒.๕% แต่มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าคาด จากความท้าทายหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาในเชิงโครงสร้าง อาทิ แรงงานไทยมีทักษะที่ ไม่ตรงตามความต้องการของตลาด การลงทุนภาครัฐยังเบิกจ่ายได้น้อย และสังคมไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้สัดส่วนของประชากรด้านแรงงานลดลง ซึ่งมีผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่แมนพาวเวอร์ กรุ๊ป เผย เทรนด์ตลาดแรงงาน ผู้สูงอายุ – ผู้หญิง เป็นที่ต้องการขององค์กร เหตุผู้สูงอายุสามารถถ่ายทอดประสบการณ์สู่องค์กร ขณะที่กลุ่มผู้หญิงมีความรู้สูงขึ้น ส่วนอาชีพพนักงานขาย วิศวกร ช่างเทคนิค เป็นอาชีพที่ตลาดแรงงานไทยต้องการ
ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่าผลกระทบ Brexit อาจ ทำให้การส่งออกของไทยปีนี้มีโอกาสติดลบ ๒% ซึ่งจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง ๓ เดือนจากนี้ ซ้ำเติมให้เศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลงไปอีก และมีโอกาสที่จะกระทบต่อเนื่องไปถึงภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวอังกฤษเดินทางมาไทยประมาณ ๓% จากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป หรือประมาณ ๑ ล้านคน ลดน้อยลง และหากเคลียร์ไม่ได้ภายใน ๓ เดือนที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว อาจเห็นการจองห้องพักลดลง อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะไม่กระทบกระเทือนมาก เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีเงิน และการมาเที่ยวไทยก็เพื่อพักผ่อน
๑๔. โหมแคมเปญท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปั๊มรายได้อาหาร – ผลไม้ ๑.๒ หมื่น ล. 
ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๖)
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมโยงจุดขายไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ภายใต้โครงการ Amazing Thai Taste โดยจะมีการประชาสัมพันธ์อาหารไทย ๔ อย่าง ได้แก่ ไตรมาส ๓ แกงเขียวหวาน และส้มตำ ไตรมาส ๔ แกงมัสมั่น และต้มข่าไก่ ส่วนผลไม้ช่วงเดือนกรกฎาคม จะมีทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละ และเดือนสิงหาคม เป็นลำไย และลองกอง เป็นต้น นอกจากนี้ เดือนกันยายน ๒๕๕๙ จะจัดงาน Food Festival โดยขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการโปรโมตทุกช่องทาง หวังสร้างรายได้ในภาคเกษตร ๑.๒ หมื่นล้านบาท จากนักท่องเที่ยว ๓๒ ล้านคนต่อปี ยังไม่นับรวมรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน ๑๐ ล้านคนต่อปี
----------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th