ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

26/2/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

๑. อิลิทการ์ดได้เอ็มดีใหม่ เม.ย. หวั่นสรรหา ‘ผู้ว่า ททท.’ วุ่น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๒. ยอดขายพุ่ง เดลินิวส์ (หน้า ๗)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ในฐานประธานบอร์ด บจก.ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) เผย ทีพีซีได้เริ่มกระบวนการสรรหา ผจญ.ทีพีซี คนใหม่แล้ว คาดจะเปิดรับสมัครเดือนมีนาคม และจะได้ ผจญ.คนใหม่ ในเดือนเมษายนนี้ ยืนยัน แม้จะเปลี่ยนผู้บริหารแต่จะไม่กระทบต่อธุรกิจ เพราะได้ยอดขายบัตรไทยแลนด์ อีซี่ แอคเซส (ทีอีเอ) เสริมต่อเนื่อง และได้บริษัท คิงดอม พร็อพเพอร์ตี้ เอเย่นต์ขายพ่วงอสังหาริมทรัพย์รายใหม่เข้ามาเสริม
ส่วนการสรรหาผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ ได้มีการสอบสัมภาษณ์ และแสดงวิสัยทัศน์ไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และคณะกรรมการสรรหาเตรียมนำเสนอรายชื่อผู้ได้คะแนนสูงสุด ๒ คนนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด ททท. คาดว่าจะเป็นวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์นี้
นอกจากนี้ ได้มีหนังสือร้องเรียนมายัง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องคุณสมบัติของ ๑ ใน ๕ ผู้สมัคร อาจไม่ครบถ้วนตามประกาศรับสมัครในเรื่องของตำแหน่งงานที่ไม่เข้าเกณฑ์ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ได้รับรองคุณสมบัติไปแล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังประธานคณะกรรมการสรรหาฯ แต่ยังไม่ได้รับการชี้แจง

๓. ไทยแอร์เอเชียขยายเส้นทางภูมิภาค กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๔. ไทยแอร์เอเชียรุกเปิดบินทั่วอีสาน เล็งขยายเชื่อมเส้นทางสู่ภาคใต้ คม ชัด ลึก (หน้า ๙)

๕. แอร์เอเชียเปิดบินบุรีรัมย์ มติชนรายวัน (หน้า ๙)

๖. แอร์เอเชียเปิดบินดอนเมือง – บุรีรัมย์ ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

๗. แอร์เอเชียบินตรงบุรีรัมย์ ข่าวสด (หน้า ๙)

๘. บินดูกีฬา ข่าวสด (หน้า ๑๓)

สายการบินไทยแอร์เอเชีย เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ ดอนเมือง – บุรีรัมย์ ในวันที่ ๒ เมษายนนี้ โดยจัดโปรโมชั่นราคาเริ่มต้นที่ ๓๙๐ บาทต่อเที่ยว พร้อมเผย ในการเปิดตลาดภาคอีสานทุกเส้นทางมีอัตราบรรทุกเฉลี่ย ๘๐% โดยเส้นทางที่ดีที่สุดคือ นครพนม สกลนคร อุดรธานี และอุบลราชธานี เพราะมีการพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวเพิ่ม อาทิ โครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ของ ททท. รวมทั้งมีแผนจะเปิดเส้นทางบินภาคใต้เพิ่ม เพราะมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจสูง
ด้านนายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. คาดว่าปีนี้ภาคอีสานน่าจะมีนักท่องเที่ยวเติบโต ๘ – ๑๐% จากปัจจัยสนับสนุนด้านการขยายเที่ยวบินเข้าสู่ภูมิภาค พร้อมเตรียมจัดงานเที่ยวไทย ๕ ภาค ในวันที่ ๒๑ สิงหาคมนี้ ที่จังหวัดขอนแก่น ในรูปแบบการเจรจาธุรกิจ (ทูบี) และงานส่งเสริมการขายให้นักท่องเที่ยว (บีทูซี) โดยนำภาคเอกชนจากทุกภูมิภาคมาร่วมงาน
นางสมฤดี ชาญชัย ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. เผย จังหวัดบุรีรัมย์มีโอกาสขยายตัวด้านการท่องเที่ยวสูง เนื่องจากมีการพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยว อาทิ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง) และการเข้าร่วมโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด โดยช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มเป็น ๖๐% และมีการขยายห้องพักโรงแรมจนมีจำนวนรองรับได้ราว ๑.๕ พันห้องในปัจจุบัน

๙. สรรหาผู้ว่าฯ ททท. ไทยรัฐ (หน้า ๒๔)

คอลัมน์โสมชบาจ๊ะจ๋า โดย โสมชบา กล่าวถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่ได้มีการแสดงวิสัยทัศน์กันไปแล้ว และยังไม่ทันจะประกาศผลว่าใครเหมาะสมเป็นผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ ก็มีผลที่ ไม่ประกาศว่ามี “ม้ามืด”มาแรง เพราะเป็นสายตรงบิ๊ก ไม่ทราบข่าวนี้บิ๊กที่ถูกอ้างจะสนใจหรือไม่

๑๐. นัดพบทัวร์จีน เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ตรีศูลระบุว่า มีการคาดการณ์ว่าปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางทั่วโลกราว ๑๐๐ ล้านคน คาดอย่างน้อย ๕% จะเดินทางมาไทย แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมคือ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต แต่ปัญหาคือคนส่วนน้อยจะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ถึงอย่างนั้นทุกชาติก็พยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ล่าสุด สเปนแม่เหล็กท่องเที่ยวอันดับ ๓ ของโลก จัดคิวพิเศษขอวีซ่าได้รับภายใน ๒ วัน รวมถึงโรงแรมชั้นนำที่มาดริดวันนี้มีเสิร์ฟข้าวสวย บะหมี่ ติ่มซำ แสดงว่าไทยยังต้องช่วงชิงนักท่องเที่ยวจีนกับคู่แข่งทั้งใกล้บ้านไกลบ้านต่อไป ซึ่งน่าจะดีหาก รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นัดพบปะกับผู้ประกอบการทัวร์จีนเป็นระยะๆ เพื่อขอความร่วมมืออย่างฉันท์มิตร เพราะนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาปีละ ๕ คน แต่กลุ่มที่สร้างปัญหามีแค่หลักร้อยหลักพัน

๑๑. บิ๊กตู่ใส่บาตรทางเรือ แนะลอกคลอง ‘ผดุงกรุงเกษม’  เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๑๒. ‘บิ๊กตู่’ แนะจัดเดินเรือขนส่งคลองผดุงฯ มติชนรายวัน (หน้า ๖)

เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงค์ ๖๑ รูปทางเรือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ คลองผดงกรุงเกษม
พร้อมเสนอแนวคิดให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปรับปรุงคลองผดุงกรุงเกษม เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ และจัดเรือรับจ้างเพื่อรับ – ส่งนักท่องเที่ยว ด้านผู้ว่าราชการ กทม. แจง การจัดเรือรับจ้างทำได้เฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น เพราะช่วงหน้าฝนคลองผดุงกรุงเกษมมีหน้าที่ระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม อีกทั้งแนวคิดดังกล่าว กทม. ไม่สามารถดำเนินการเองได้ คาดว่าจะเปิดให้เอกชนที่สนใจมาดำเนินการร่วม โดยอาจจัดเป็นโครงการนำร่อง ๓ เดือนก่อน เพื่อประเมินผลตอบรับ

๑๓. หนังสั้นโปรโมตท่องเที่ยว เกี่ยวประเด็นละเมิด โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย กล่าวถึงประเด็นหนังสั้นเรื่อง “เส้นทางรัก” จัดทำโดยกระทรวงวัฒนธรรมของไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ไปสะกิดประเด็นเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักวิจารณ์ชาวต่างชาติ โดยมองว่าความโรแมนติกที่ควรจะเกิดขึ้นในความรู้สึกของผู้ชม กลับกลาย เป็นความอึดอัดใจ เพราะพระเอกของเรื่องซึ่งเป็นหนุ่มชาวอเมริกัน มีพฤติกรรมเหมือนพวกโรคจิตที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น ด้วยการแกะรอยตามหานางเอก ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีอินสตราแกรมเลิฟ ออง รูท ที่พระเอกติดตามอยู่ และพยายามเข้าหาทั้งๆ ที่นางเอกแสดงท่าทีว่าไม่ต้องการตั้งแต่แรกพบ

๑๔. สุวรรณภูมิพร้อมเปิดต่างชาติ เช็คอินอัตโนมัติ ‘ขาเข้า – ออก’  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๖)

๑๕. ‘เช็กอินอัตโนมัติ’ ในสนามบิน ใช้กลางปีที่ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ ตม. – คมนาคมแก้ปมรอคิวนาน
 โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

พล.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม สั่งฝ่ายบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ติดตั้งเครื่องเช็คอินเพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาต้องรอคิวนาน พร้อมให้ต่างชาติเช็คอินอัตโนมัติทั้งขาเข้า – ออก
ด้าน พ.ต.ท.เชิงรณ ริมผดี ผู้กำกับการฝ่ายตรวจลงตรา ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผย ตั้งแต่กลางปี ๒๕๕๘ ตม.สุวรรณภูมิจะเปิดให้มีการลงทะเบียนสำหรับผู้โดยสารต่างชาติ เพื่อให้สามารถใช้บริการระบบเช็คอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Auto Check – in System) เนื่องจากมี นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น

๑๖. โปลิศเปิดโครงการ ‘ปุ่มนาทีชีวิต’  เดลินิวส์ (หน้า ๘)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดตัวโครงการโปลิส เฮล มี พุช ฟอร์ ไลท์ หรือปุ่มนาทีชีวิต บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า บางนา ซึ่งเป็นโครงการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่หน้าศูนย์การค้าที่มีประชาชนเดินจำนวนมาก โดยมีซีพีเอ็นให้การสนับสนุน ตั้งเป้าจะขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกสาขาทั่วเขตพื้นที่

๑๗. ฮือฮาฝรั่ง ‘จิตสาธารณะ’ มติชนรายวัน (หน้า ๖)

๑๘. ฝรั่งเก็บขยะ – เช็ดตู้โทรศัพท์ ข่าวสด (หน้า ๑๑)

มีการส่งต่อภาพชายชาวต่างชาติทำความสะอาดตู้โทรศัพท์ที่บริเวณ ถนนโพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี ในสังคมออนไลน์ จากการสอบถามทราบว่า เป็นนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน เผย ทำไปเพราะรักจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาไทย ๕ ปีติดต่อกันแล้ว และจะมาทำความสะอาดจังหวัดอุดรธานีทุกปี โดยมีกำหนดจะกลับเยอรมันในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์นี้

๑๙. จีนลดเที่ยวฮ่องกง เหตุกระแสต่อต้านรัฐบาล คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

คอลัมน์ย่อโลก : นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปฮ่องกง ในช่วงวันหยุดตรุษจีนลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ ๒๐ ปี เนื่องจากมีความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าไม่ได้รับการต้อนรับจากเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ด้านหัวหน้าเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เตรียมนำประเด็นดังกล่าวไปหารือกับรัฐบาลปักกิ่ง ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเดือนหน้า

๒๐. เมือง (ไม่) ปลอดภัย ไทยรัฐ (หน้า ๒)

คอลัมน์หน้าต่างโลก โดย อานุภาพ เงินกระแชง กล่าวถึงเสนอดัชนีเมืองปลอดภัยประจำปี ๒๕๕๘ ของพันธมิตรด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่สำรวจเมืองใหญ่ทั่วโลกนำมาสรุปจัด ๕๐ เมืองปลอดภัยที่สุดของโลก พบว่ากรุงเทพฯ ติดอันดับ ๓๙ ถืออยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ ส่วนในปีหน้าเชื่อว่าอันดับอาจลดลงอีก จากกรณีนักปั่นจักรยานชาวชิลีถูกรถกระบะชนเสียชีวิตในไทย ทั้งๆ ที่ปั่น เดินทางไกลผ่านมาแล้วหลายทวีป

----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

๑. บัวขาวร่วมสอนมวยไทยให้นักท่องเที่ยว บ้านเมือง (หน้า ๑๐)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมออนไลน์ “วัน แอนด์ โอนลี่” สร้างการรับรู้สินค้าการท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ พร้อมเปิดตัว “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักมวยชื่อดัง ร่วมสอนมวยให้กับนักท่องเที่ยว
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้จัดกิจกรรม “วัน แอนด์ โอนลี่” ภายใต้โครงการ Discover Thainess โดยนำ ๕ สินค้าหลักของไทย คือ รำไทย ร้อยพวงมาลัย อาหารไทย การพูดภาษาไทย และมวยไทย มาให้ทุกคนได้ร่วมสนุกด้วยการถ่ายทำเป็นคลิปวิดีโอเลียนแบบ แล้วโพสต์ขึ้นบนเว็บไซต์ www.Tourismthailand.org/discoverthainess เพื่อเรียกคะแนนโหวต หากใครได้คะแนนสูงสุด ๓ อันดับแรก จะได้รับรางวัลพิเศษและแพ็กเกจที่พักรวมมูลค่ากว่า ๑ ล้านบาท เปิดรับคลิปจากชาวต่างชาติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนคนไทยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘

๒. กิจกรรม กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๓. รุกออนไลน์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัวกิจกรรมออนไลน์ “วัน แอนด์ โอนลี่” เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าการท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์

๔. ห่วงยูโรอ่อนทุบไทยเสียแชมป์ ‘เที่ยวคุ้มค่า’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๕. ททท. ปรับแผนทำตลาดอียู หั่นราคาดึงนักท่องเที่ยว เบนเข็มเจาะ ‘กลุ่มมุสลิม’ เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ได้สั่งให้ ททท.ตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ปรับแผนการตลาดและทำแผนฟื้นฟูใหม่ เพราะกังวลว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของ ททท. ในปีนี้ และอาจทำให้ไทยเสียจุดแข็งเรื่องจุดหมายปลายที่คุ้มค่าเงิน หลังเศรษฐกิจอียูผันผวนมาก จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจกรีซ และราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้เงินยูโรอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ ๑๐ ปี และเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกันนี้
โดยต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ อาจต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และให้แข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ รวมถึงจะหาตลาดใหม่ โดยจะหันมาทำตลาดใน กลุ่มตะวันออกกลางมากขึ้น เพราะมองว่ากลุ่มประเทศมุสลิมยังมียอดการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายที่เติบโตได้
ล่าสุด ททท. ได้สร้างการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวของไทย ด้วยการจัดกิจกรรม “วัน แอนด์ โอนลี่” นำ ๕ สินค้าหลักของไทย คือ รำไทย ร้อยพวงมาลัย อาหารไทย การพูดภาษาไทย และมวยไทย มาถ่ายทำเป็นคลิปวิดีโอเลียนแบบ แล้วโพสต์ขึ้นเว็บไซต์เพื่อเรียกคะแนนโหวต หากใครได้คะแนนสูงสุด ๓ อันดับแรก จะได้รับรางวัลพิเศษและแพ็คเกจที่พักรวมมูลค่ากว่า ๑ ล้านบาท และเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย โดยเปิดรับคลิปจากต่างชาติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนคนไทยร่วมสนุกได้ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ เพื่อแนะนำเว็บไซต์ ตั้งเป้าจะเพิ่มยอดคนเข้าชมอีก ๓ ล้านคน จากปัจจุบันมียอดผู้เข้าชมกว่า ๑๐ ล้านคน

๖. แห่ดาวนพเคราะห์ ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. ได้สนับสนุนการท่องเที่ยวตามวิถีพุทธ โดยจัดพิธีแห่บูชาดาวนพเคราะห์ครั้งแรกระหว่างวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ - ๗ มีนาคมนี้ ที่วัดเขตร์นาบุญญาราม จังหวัดจันทบุรี

๗. ล้อมคอกดูแลนักปั่น โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

คอลัมน์ทันสถานการณ์ : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ ได้ช่วยเหลือครอบครัวนักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลีที่เสียชีวิต ๓ แสนบาท พร้อมเตรียมหารือกับสมาคมนักปั่นจักรยาน เพื่อหาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

๘. ‘วิชิต – เจริญ’ ชิงดำนายกฯ แอตต้า แข่งระดมกูรูขับเคลื่อนธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นฤมล เกษมสุข รายงานถึงการลงสมัครชิงตำแหน่งนายกแอตต้า ที่จะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ในเดือนมีนาคมนี้ โดยมี ๒ ทีมลงแข่งขันคือ ทีมของนายวิชิต ประกอบโกศล ประธานกลุ่มบริษัท ซี.ซี.ที.กรุ๊ป และนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย – จีน และทีมของ นายเจริญ วังอนานนท์ ประธานกรรมการ กังวาลฮอลิเดย์ และเลขาธิการแอตต้า
โดยนายเจริญ มั่นใจว่า หากได้รับเลือกตั้งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแอตต้า โดยวางนโยบายผลักดันตลาดอาเซียนให้เติบโตอย่างชัดเจน ผ่านการประเมิน วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยนำข้อมูลในอดีตมาวิจัย และจัดทิศทางว่าการท่องเที่ยวไทยควรจะเดินหน้าอย่างไร
ขณะที่นายวิชิต จะเพิ่มสัดส่วนกลุ่มไฮเอนด์ หรือตลาดระดับคุณภาพ ให้เอเย่นต์ทัวร์สามารถเข้าไปเจาะฐานกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างรายได้

๙. คุมเข้มออกบูธไทยเที่ยวไทย พี.เค.ฯ หวั่นโกงผู้บริโภค ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๙)

บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเมนท์ คุมเข้มคุณสมบัติผู้ที่จะมาออกบูธในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๓๔ ระหว่างวันที่ ๕ – ๘ มีนาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งการตรวจสอบใบอนุญาต สืบประวัติการบริหารงาน เผย ขณะนี้ได้ตัดสิทธิ์ไปแล้ว ๓ – ๔ ราย และขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าร่วมงานอีก คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า ๒ แสนคน

๑๐. ‘บิ๊กเอกชน’ ส่องเศรษฐกิจไทย ห่วงค่าบาท – ฝากแก้สินค้าเกษตร ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๑)

สกู๊ปนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจากผู้บริการระดับสูงในองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ พบว่า แม้ส่วนใหญ่จะมองว่าเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว และปีนี้จีดีพีจะเติบโตขึ้นกว่าปี ๒๕๕๗ แต่ยังห่วงปัจจัยเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเงินบาทแข็งค่าจนส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย
โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ มองว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก คือตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ ส่งผลให้ภาคเอกชนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดี อัตราการบริโภคของคนไทยปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับความเห็นของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย ที่ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยยังไปได้ แม้ภาพรวมจะเผชิญภาวะเงินฝืด แต่คนไทยหลายๆ คนยังมีเงิน และยังจับจ่ายใช้สอยสินค้าท่องเที่ยวอยู่ เพราะอัดอั้นไม่ได้ท่องเที่ยวมานาน

๑๑. สวยก่อนลุย ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๐)

๑๒. งาม คม ชัด ลึก (หน้า ๒๓)

ภาพข่าว : นักกอล์ฟสาวทั้งไทยและต่างชาติ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ๒๐๑๕” ระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ – ๑ มีนาคมนี้ ได้สวมชุดไทยร่วมโปรโมตการแข่งขัน ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จังหวัดชลบุรี

๑๓. ทัวร์จีน เหรียญสองด้านของท่องเที่ยวไทย โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย นำเสนอความคิดเห็นของ ไคล์ ลอว์เรนส์ มัลลิน นักข่าวชาวแคนาดา ประจำกรุงปักกิ่ง เกี่ยวกับกระแสการเดินทางมาเที่ยวไทยจำนวนมากของนักท่องเที่ยวจีน และได้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ จน ททท. ต้องออกคู่มือมารยาทการท่องเที่ยวเป็นภาษาจีนกลางสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ โดยมองว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถจะดำเนินมาตรการจัดการอย่างใดลงไปได้ถนัดนักเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว เพราะคนจีนนับเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เดินทางมาไทย

๑๔. ความหวังจากเศรษฐกิจท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์คาบลูกคาบดอก โดย หมัดเหล็ก กล่าวถึงการประเมินแนวโน้มการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ ของหน่วยงานเศรษฐกิจต่างๆ โดย ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. ชี้ว่า ค่าเงินของรัสเซียส่งกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะเมืองพัทยาแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ขณะนี้เงียบเหงา แม้จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาทดแทน แต่หากเทียบรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวจากยุโรป ที่จัดอยู่ในกลุ่มตลาดระยะไกล ถือว่ายังสูงกว่าตลาดเอเชียที่เป็นระยะใกล้กว่าเท่าตัว
พร้อมประเมินว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยไม่ต่ำกว่า ๒๖.๕ ล้านคน เท่ากับปี ๒๕๕๖ และอาจจะเพิ่มจำนวนขึ้นหากไม่มีผลกระทบรุนแรง อาทิ เกิดวิกฤติถดถอยระลอกใหม่ในยุโรป การเคลื่อนย้ายเงินทุนไปภูมิภาคอื่น และสิ่งที่น่ากังวลก็คือ การพัฒนาการอำนวยความสะดวกในการรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สนามบิน ระบบขนส่งมวลชน และการพัฒนาบุคลากรด้านการบริการ
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น ๑๐% หรือ ๕.๖ ล้านคน แม้นักท่องเที่ยวรัสเซียจะลดลงประมาณ ๒๔% เพราะมีปัญหาเรื่องของค่าเงินที่อ่อนค่าลงไปกว่า ๕๐% ก็ยังไม่มีผลกระทบต่อตลาดท่องเที่ยวไทยมากนัก
ส่วนความหวังรายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้ ที่ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า ๒.๒ ล้านล้านบาท ททท. ต้องทำงานหนักขึ้น ในเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ ทั้งการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการดูแลด้านความปลอดภัยให้กับนักเที่ยว พร้อมชี้ ศักยภาพการท่องเที่ยวของไทยยังมีเหลือเฟือ รอแค่ความเป็นประชาธิปไตยในประเทศ จะเดินหน้าได้อย่างราบรื่นแค่ไหนเท่านั้น

๑๕. ยุติแนวคิดลดภาษีนำเข้า ไทยรัฐ (หน้า ๘)

คอลัมน์กระจก ๘ หน้า โดย มิสไฟน์ กล่าวถึงความพยายามในการเสนอรัฐบาลให้ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมลง โดยอ้างว่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น ล่าสุดนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้ยุติการนำเสนอนี้ เพราะทั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ไม่เห็นด้วย
โดยผู้เขียนขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจยุติแนวคิดนี้ เนื่องจากเจ้าของแบรนด์เหล่านี้มาลงทุนในประเทศไทยเอง โดยไม่ให้คนไทยถือหุ้นด้วย เพราะไม่ต้องการให้ใครเข้าไปยุ่งเรื่องการกำหนดราคาสินค้า หรือบริการจัดการสต็อกสินค้า หากรัฐบาลลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม ก็ใช่ว่าจะลดราคาลงไปตาม ตรงกันข้ามกลับมีโอกาสสร้างรายได้ให้กับเจ้าของแบรนด์มากขึ้น ด้วยการปรับราคาสินค้าขึ้นไปเท่าๆ กับอัตราภาษีที่ลดลง

๑๖. ‘ฮ่องกง’ ชูงานเทศกาลศิลปะ ๒๐๑๕ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

ฮ่องกงเอาใจคนรักงานศิลปะ โดยเตรียมจัดงานเทศกาลศิลปะฮ่องกง ๒๐๑๕ อย่างยิ่งใหญ่ตลอดเดือนมีนาคม เพื่อเปลี่ยนโฉมให้ทั้งเกาะกลายเป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง ตอกย้ำภาพลักษณ์มหานครระดับโลกของเอเชีย

๑๗. ฮ่องกงเล็งจำกัดนักท่องเที่ยวจีน คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

คอลัมน์ย่อโลก : ฮ่องกงเตรียมหารือกับทางการปักกิ่ง ถึงความเป็นไปได้ในการจำกัดการหลั่งไหลเข้าไปฮ่องกงของนักท่องเที่ยวจีน ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังชาวฮ่องกงไม่พอใจที่มีพ่อค้าชาวจีนเข้าไปเพื่อกว้านซื้อทุกสิ่งอย่าง และเมื่อไม่นานมานี้เกิดการประท้วงต่อต้านผู้ค้าชาวจีนจนนำไปสู่เหตุปะทะรุนแรง

๑๘. รวบ ๓ แรงงานพม่าฆ่าสาวชาติเดียวกัน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

๑๙. ที่แท้ทอมโหด – ฆ่าสาวหมกสมุย ข่าวสด (หน้า ๑๕)

ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายที่ฆ่าสาวชาวพม่า บริเวณจุดชมวิวลาดเกาะ บนเกาะสมุย จังหวัด สุราษฎร์ธานี ได้แล้ว เป็นแรงงานชาวพม่า ๓ คน ซึ่งรับสารภาพว่าร่วมกันฆ่า เพราะหนึ่งในผู้ต้องหา ไม่พอใจที่ผู้เสียชีวิตมาติดพันน้องชายตัวเอง จึงจ้างวานผู้ต้องหาอีก ๒ คนลวงไปเพื่อฆ่า แล้วอำพรางคดีว่าฆ่าเพื่อหวังข่มขืน พร้อมได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

๒๐. พบศพนักเที่ยวอังกฤษว่ายน้ำจมทะเลภูเก็ต ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ชาวประมงพบศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษลอยอยู่กลางทะเล ห่างจากเกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต ประมาณ ๕๐๐ เมตร คาดเสียชีวิตมากว่า ๑๐ ชม. หลังเมาแล้วออกไปว่ายน้ำ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อสถานทูตเพื่อประสานญาติให้รับทราบต่อไป

------------------------------------------------------------

โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

24/2/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

๑. ท่องเที่ยวไทยไปรอด ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ลงนามความร่วมมือกับ ๔ พันธมิตร จัดเวทีเสวนา “มองภาพใหญ่ ท่องเที่ยวไทย” ผ่านศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว โดยยืนยัน ตลาดท่องเที่ยวไทยยังไปรอด โดยเฉพาะระหว่างนี้ไทยกำลังเป็นตลาดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวจีน จากการเปิดเผยของ ศรีสุดา วนภิญโญ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. ที่จัดพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาจากนครกวางโจว และเซี่ยงไฮ้ โดยเปิดช่องทางให้นักท่องเที่ยวจีนและไต้หวันเป็นพิเศษ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาไทยไม่น้อยกว่า ๕.๓ แสนคน

๒. รัฐจัดหนักผุดแคมเปญบูมออนไลน์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผอ.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ททท. เผย ททท. ได้เปิดตัวแคมเปญออนไลน์ วัน แอนด์ โอนลี่ เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ภายใต้แคมเปญปีท่องเที่ยววิถีไทย ให้นักท่องเที่ยวรับรู้สินค้าทางการท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกทำกิจกรรมแบบไทยใน ๕ กลุ่ม ได้แก่ การไหว้ การทำอาหาร การรำไทย ร้อยมาลัย และพูดภาษาไทย พร้อมส่งเข้าประกวดผ่านทางเว็บไซต์ ททท. ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ – ๒๓ เมษายนนี้ ชิงรางวัลแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวประเทศไทย พร้อมทำกิจกรรมภายใต้สินค้าการท่องเที่ยวทั้ง ๗ กลุ่มแบบพิเศษ คาดจะสร้างการรับรู้ ๑ ล้านคนทั่วโลก

๓. กงกุลให้กำลังใจเมียนักปั่นชิลี ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

๔. รอง ผบก.โคราชกำชับ ตร.ทำคดี ‘นักปั่น’ รอบคอบ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

กงสุลชิลีประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจนางอึ้ง โปห์ เหลียง ภรรยาและบุตรของนักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลีที่ถูกรถกระบะชนเสียชีวิต โดยนางอึ้ง เผย ไม่ได้ติดใจกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่อยากให้ตำรวจสอบสวนถึงสาเหตุที่แท้จริง และแจ้งให้ทราบ ด้านรอง ผบก.จ.นครราชสีมา กำชับตำรวจให้ทำคดีอย่างรอบคอบ พร้อมเร่งสรุปเป็นภาษาอังกฤษส่งให้สถานทูต
ส่วนนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งให้หน่วยงานในพื้นที่ไปเยี่ยมดูอาการผู้บาดเจ็บ เพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยกระทรวงฯ เตรียมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ๓ แสนบาท และค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บไม่เกิน ๑ แสนบาท พร้อมเผย กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุ โดยต้องมาดูอีกครั้งว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร เพื่อหาแนวทาง ลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าเที่ยว และมีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

๕. กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อนุมัติเงินช่วยค่ารักษาครอบครัวนักปั่นชิลี ไทยรัฐ (หน้า ๑๐)

คอลัมน์แวดวงรอบกรุง โดย เขี้ยวพยัคฆ์ กล่าวถึงอุบัติเหตุนักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลีถูก รถกระบะชนเสียชีวิต สะท้อนความล้มเหลวด้านความปลอดภัยในระบบการจราจร โดยเฉพาะคุณภาพของผู้ขับขี่ ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ช่วยเงินค่าทำศพ ๓ แสนบาท และช่วยค่ารักษาพยาบาลภรรยาและบุตรที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนักปั่นชาวไทยก็พึงระวัง ถึงมีเลนจักรยานก็ช่วยอะไรไม่ได้

๖. ปั่นเป็นปั่นตาย โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์การเมือง (หน้า ๔)

คอลัมน์ทุบโต๊ะ โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว แสดงความเสียใจต่อครอบครัวนักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลี ที่ต้องมาเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถกระบะชน และไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เมื่อ ๒ ปีก่อนก็เกิดอุบัติเหตุนักปั่นจักรยานชาวอังกฤษต้องมาเสียชีวิตในไทยเช่นกัน แทนที่ไทยจะได้รับการกล่าวขานในทางที่ดี กลับต้องถูกบันทึกสถิติให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีเส้นทางปั่นจักรยานชวนระทึกที่สุด ของโลก
พร้อมตั้งคำถามถึงผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องว่า รู้สึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน กรมการขนส่งทางบก ให้การอบรมสอบใบขับขี่รถยนต์คำนึงถึงผู้ใช้จักรยานบ้างหรือไม่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนปั่นจักรยานเมืองสวยงาม ได้มีการประสานถึงการดูแลความปลอดภัยหรือไม่ หากยังปล่อยปละละเลย ย่อมเป็นการตอกย้ำว่า เมืองไทยมีถนนปั่นเป็นปั่นตายประจานชาวโลกเช่นนี้ตลอดไป

๗. ท่องเที่ยวไทยต้องเน้น ‘คุณภาพ’ กว่า ‘ปริมาณ’  โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย นำเสนอมุมมองของ เบ็น มอนท์กอเมรี ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) ถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาวอย่างยั่งยืนของไทย โดยระบุ พาต้ารู้สึกกังวลต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หากไทยยังต้องรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากเช่นนี้ ซึ่งเป็นการผลาญทรัพยากรท่องเที่ยวในประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสังคม พร้อมชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลไทยต้องมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของนักท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณ โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย มากกว่าเน้นดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

๘. พิษ ศก.ทัวร์ชมฟุตบอลร่วง เดลินิวส์ (หน้า ๗)

บจก.เวิร์ล แพลนเน็ต อินเตอร์เนชั่นแนล เผย ภาพรวมตลาดทัวร์ชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกลดลงถึง ๔๐ – ๖๐% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ประกอบกับวิกฤติการเมืองที่ผ่านมา ทำให้คนไทยงดการวางแผนที่ไม่จำเป็นและหันมาชมการแข่งขันทางโทรทัศน์แทน รวมถึงกลุ่มอินเซนทีฟก็ลดลงเช่นกัน เพราะพนักงานขายทำยอดขายไม่ได้ตามเป้า ตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศเงียบเหงา เห็นได้จากช่วงปีใหม่ ที่คนไทยไปเคาท์ดาวน์ต่างประเทศลดลง ๔๐% ตลาดทัวร์ชมบอลพรีเมียร์จากเดิมจะมีคนไทยมาชม ๒๔๐ คน ลดเหลือ ๑๒๐ คนเท่านั้น
ส่วนการทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทย ได้ปรับแผนหันมาจับตลาดแอฟริกาใต้ อเมริกาใต้ แทนตลาดรัสเซียที่ลดลงกว่า ๔๐% เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีการใช้จ่ายต่อหัวต่อวัน ๑.๕ หมื่นบาท รวมถึงยังท่องเที่ยวไทยได้ เพราะเป็นเมืองร้อนเหมือนกัน พร้อมยอมรับ กังวลกับกรณีการบินไทยจะปิดเส้นทางกรุงเทพฯ – โจฮันเนสเบิร์ก เพราะจะกระทบต่อการทำตลาดแน่นอน ทั้งนักท่องเที่ยวหันไปใช้สายการบินอื่น และอาจเปลี่ยนเส้นทางไปประเทศอื่นแทน

๙. ดึงนักธุรกิจโรดโชว์อินเดีย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บีโอไอ และภาคเอกชน เตรียมเดินทางไปโรดโชว์ที่อินเดีย ระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพื่อเจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจอินเดียประมาณ ๒๐๐ ราย และเป็นสักขีพยานในการลงนามเอ็มโอยู เพื่อร่วมมือระหว่างเอกชนไทยและอินเดีย ๖ ราย

๑๐. จีนแห่เที่ยวไทยมากสุดต่อกัน ๓ ปี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๗)

คอลัมน์เกร็ดธุรกิจ โดย ลีลี่โจว : อาลีเพย์ ผู้ให้บริการชำระเงินสำหรับการซื้อขายบนตลาดออนไลน์ ภายใต้อาลีบาบา กรุ๊ป ระบุว่า ไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวิล มอนิเตอร์ ๒๐๑๔ รายงานว่า นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายสำหรับที่พักในไทยมากเป็นอันดับ ๓ จากที่พักทั่วโลก ใช้เวลาเที่ยวไทยเฉลี่ย ๘ วัน ใช้จ่ายคนละ ๕ พันบาทต่อวัน โดยปีที่ผ่านมามีคนจีนมาเที่ยวไทยมากที่สุดเมื่อเทียบกับชาติอื่น คิดเป็น ๑๘.๖๖% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาไทย โดยกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมสูงสุด และไทยจะเป็นจุดหมายอันดับ ๑ ของนักท่องเที่ยวจีนใน ๓ ปีข้างหน้า สะท้อนว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นกลุ่มสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยได้
ล่าสุด อาลีเพย์ ได้ร่วมกับ บจก.บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาไทย โดยให้จองบัตรเติมเงินแรทบิท ผ่านอาลีเพย์ วอลเลท แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนของอาลีเพย์ ก่อนเดินทางออกจากจีน

๑๑. แจกรูปสเกตซ์แก๊งหื่น ข่มขืนสาวเสิร์ฟพัทยา ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ตำรวจเมืองพัทยา ได้แจกภาพสเกตซ์ ๔ วัยรุ่นที่ก่อเหตุข่มขืนและปล้นทรัพย์พนักงานสถานบันเทิง บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนเขาทัพยา พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่ต่างๆ เพื่อติดตามตัวคนร้าย
ด้าน พล.ต.ต.นิติพงษ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เผย รู้สึกเป็นห่วงจุดชมวิวมุมต่างๆ บนเขา ทัพยา เพราะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปมากในช่วงกลางคืน โดยในอนาคตจะประสานไปยัง เมืองพัทยา ให้ สภ.เมืองพัทยา กำหนดเวลาเปิดปิดประตูทางขึ้นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ พร้อมประสานให้ติดตั้งไฟส่องสว่าง และแก้ไขกล้องวงจรปิดที่ชำรุด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายคดีอาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันเมืองพัทยาพยายามผลักดันเขาทัพยา และเขาพระใหญ่ขึ้นเป็นอุทยานหลวง เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเขาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนจำนวนมาก ส่วนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ปกติมีประตูรั้วเปิดปิดตามเวลา และไม่มีใครขึ้นไปบริเวณดังกล่าว แต่ช่วงหลังเปิด ๒๔ ชม. ถือเป็นจุดล่อแหลมเสี่ยงอันตรายที่สุดในยามค่ำคืน และมักมีผู้แอบขึ้นไปจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

๑๒. ฆ่าสาวหมกจุดชุมวิวเกาะสมุย ข่าวสด (หน้า ๑๕)

๑๓. ฆ่าซาดิสม์หญิงนิรนาม กัดหัวนมทิ้งจุดชมวิวสมุย บ้านเมือง (หน้า ๒)

เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบศพหญิงชาวพม่าที่บริเวณจุดชุมวิวลาดเกาะ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพศพมีเทปกาวปิดปากและจมูกไว้หลายชั้น คาดว่าน่าจะถูกล่อลวงมาข่มขืนแต่เหยื่อต่อสู้และเสียชีวิตก่อน คนร้ายจึงแยกย้ายกันหลบหนีไป โดยตำรวจเชื่อว่าคนร้ายต้องมีมากกว่า ๒ คน เพราะพบถุงมือยาง ๒ คู่ และก้นบุหรี่หลายอันตกอยู่ โดยจะเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว

----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

๑. กระจายเสี่ยงท่องเที่ยว ดันอาเซียนโตถัวตลาด โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

ตะวัน หวังเจริญวงศ์ นำเสนอแผนการตลาดของ ททท. จากการเปิดเผยของ นายสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. โดยจะมองหาตลาดอื่นๆ มาแบ่งสัดส่วนตลาดจีน เพื่อไม่ให้เราพึ่งพาตลาดจีนมากเกินไป และกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดอื่นๆ ของโลก โดยตลาดหนึ่งที่มีศักยภาพทดแทนตลาดจีนได้คือ ตลาดอาเซียน โดยจะต้องพัฒนาไทยให้มีฐานะเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวช่วง สุดสัปดาห์ของเพื่อนบ้าน รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับยุโรปตะวันออกด้วย เพราะเติบโตต่อเนื่องมาตลอด ๔ – ๕ ปีที่ผ่านมา และจะให้ความสำคัญกับตลาดอินเดีย
นอกจากนี้ ได้นำเสนอปัญหาและแนวโน้มการท่องเที่ยว จากการวิเคราะห์ของ ธปท. โดยมองว่าระยะสั้น การท่องเที่ยวยังจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดจีน แต่ระยะยาวต้องดูมิติต่างๆ ของฝั่งอุปทานให้มากขึ้น เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน ได้แก่ ๑. ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว และ ๒. จำนวนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันภูเก็ตมีสถานประกอบการไม่จดทะเบียนจำนวนมาก ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตไม่ทันซัพพลาย ส่วนทิศทางการท่องเที่ยว มีแนวโน้มไป ๓ ทิศทาง ได้แก่ ๑. ท่องเที่ยวระยะไกลมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันโลกลดลง ๒. รองรับสังคมผู้สูงอายุ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงการแพทย์จะเติบโต และ ๓. เป็นเชิงธุรกิจ อุตสาหกรรมไมซ์เติบโต

๒. จัดแห่โปรโมต ! งานสงกรานต์ ไทยรัฐ (หน้า ๑๔)

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ร่วมกับ ททท.สนง.ซิดนีย์ โปรโมตปีท่องเที่ยววิถีไทย ในงาน “ทไวไลท์ พาเหรด ๒๐๑๕” ที่เทศบาลนครซิดนีย์จัดขึ้น โดยจัดขบวนแห่สงกรานต์เข้ารวมพาเหรด พร้อมเชิญนางสาวไทยปี ๒๕๕๗ ในฐานะทูตวัฒนธรรม ทูตการท่องเที่ยว และทูตการค้า มานั่งเป็นนางสงกรานต์ รวมถึงชาวไทยในซิดนีย์ ๗๐ คน ได้แต่งชุดไทยฟ้อนร่ายรำร่วมขบวนแห่สงกรานต์อย่างสวยงามตระการตา

๓. ปัญหาในกระทรวงท่องเที่ยวฯ / สรรหาผู้ว่าฯ ททท. แนวหน้า (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลแนวหน้า โดย คชสีห์ กล่าวถึงปัญหาของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า เข้าไปแตะที่จุดไหน ก็เจอปัญหาที่จุดนั้น และเป็นปัญหาที่สั่งสมมาตลอด โดยที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาทำอะไรไม่ได้ เพราะอำนาจมืดหยั่งรากลงลึกมานาน ที่กำลังจับตากันอยู่คือการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่คาดว่าจะได้ผู้ว่าการคนใหม่ในเดือนมีนาคมนี้ แต่กลับเริ่มมีการปล่อยข่าวว่า พนักงานต้องการผู้สมัครที่มาจากคนใน ททท. รวมถึงมีข่าวลือว่ามีใบสั่งจากนักการเมือง จะเอาคนของตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ว่าการ ททท. ให้ได้ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า จะคิดอ่านอย่างไร จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป หรือลุกขึ้นมาชำระล้างองค์กร โดยเริ่มจากการสรรหาผู้ว่าการ ททท. ที่ต้องทำให้เคลียร์ หาคนที่เหมาะสมที่สุดมาเป็นผู้ว่าการ ททท. ให้ได้ โดยไม่สนใจว่าเป็นคนในหรือคนนอก

๔. อ่วม ! คนขับรถชนนักปั่นรอบโลกดับ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

๕. ช่วย ๓ แสนชิลีปั่นรอบโลก / ส่งศพหนุ่มชิลีทำพิธีวัดป่าขอนแก่น ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑)

ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก คนขับรถกระบะพุ่งชนนักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลีเสียชีวิต โดยคนขับ รถกระบะรับสารภาพทุกข้อหา ด้านนายพิเชษฐ์ เดชะคำภู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปเยี่ยมภรรยาและบุตรผู้เสียชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมเตรียมประสานมอบเงินช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กรณีเสียชีวิต ๓ แสนบาท และค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บไม่เกิน ๑ แสนบาท รวมถึงจะหามาตรการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
ด้านภรรยาผู้เสียชีวิต เผย ไม่คิดว่าสามีจะมาเสียชีวิตที่เมืองไทย โดยจะเคลื่อนศพสามีไปบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าธรรมอุทยาน จังหวัดขอนแก่น เพราะผู้เสียชีวิตเคยแวะพักและประทับใจบรรยากาศในวัดเป็นอย่างมาก

๖. ซ้ำรอย ! โศกนาฏกรรมนักปั่น เที่ยวเมืองไทยอันตรายก้องโลก ? ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๖)

ทีมข่าว ASTV ผู้จัดการ LIVE รายงานเหตุการณ์นักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลีถูกรถกระบะชนเสียชีวิต พร้อมย้อนอดีตเหตุการณ์นักปั่นจักรยานชาวต่างชาติที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในไทย รวมถึงความคิดเห็นของนักปั่นจักรยานต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

๗. รวบ ๒ กะเทยฉกทรัพย์นักเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๑๖)

เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้เข้าจับกุม ๒ สาวประเภทสองที่ก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย โดยทำทีเข้ามาตีสนิทแล้วฉวยจังหวะฉกสร้อยคอไปโดยไม่รู้ตัว ที่ถนนวอล์กกิ้งตรีท พัทยา ในเบื้องต้นทั้ง ๒ ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

๘. ติดป้ายเตือนห้ามใช้เท้าตีระฆัง ข่าวสด (หน้า ๑๑)

เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวนักท่องเที่ยวที่ใช้เท้าเตะระฆังในวัด พร้อมจะประสานสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ และชมรมไกด์จีน ให้แนะนำถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและการปฏิบัติตัว
ด้านนายวิสูตร บัวชุม ผอ.ททท.สนง.เชียงใหม่ ขอตรวจสอบให้แน่นอนก่อนว่าเป็นนักท่องเที่ยวจีนจริงหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว พร้อมเตรียมรวบรวมปัญหาพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา

๙. ‘กอบกาญจน์’ คิดหนัก ปั่น ๒ ล้อลุยหลวงพระบาง ข่าวสด (หน้า ๓)

คอลัมน์ลับพอสมควร โดย ชัยรัตน์ ศิริวุฒิ กล่าวถึงนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า ขึ้นชื่อว่าเป็น รมต.ที่เล่นกีฬาอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยเฉพาะการวิ่ง และกำลังให้ความสนใจเรื่องการปั่นจักรยาน เพราะกระทรวงฯ ให้การสนับสนุน ล่าสุดได้ร่วมการแข่งขันเส้นทางเมียวดีของพม่า ปั่นมายังแม่สอด จังหวัดเชียงราย ซึ่งถือว่าสนุกดี ก่อนทิ้งท้ายว่า รายการหน้ามีคนชวนไปปั่นเส้นทางน่านในหลวงพระบาง ซึ่งคิดหนักอยู่เหมือนกัน เพราะต้องมีฝีมือ เผื่อจะได้งานท่องเที่ยวพ่วงมาด้วย

๑๐. ปั้นท่องเที่ยว ‘๕ เขตเศรษฐกิจพิเศษ’ ดึง ‘นักลงทุน’ หนุนรายได้สะพัด กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอแผนพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ที่ล่าสุดกรมการท่องเที่ยว ร่วมกับ ททท. มีแนวคิดจะจัดทำมาตรการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว ๕ เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการลงทุนตามแนวชายแดนใน ๕ จังหวัด ได้แก่ ตราด มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา และตาก โดยมุ่งจับตลาด นักลงทุน เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้การท่องเที่ยวสะพัดในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง รองรับการเปิดเออีซีที่จะมีปริมาณนักท่องเที่ยวในภูมิภาคหลั่งไหลเข้ามากมากขึ้น

๑๑. ลดวุฒิไกด์เอื้อปั้นคน ชูจ้างประจำ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

กรมการท่องเที่ยว เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาปรับลดวุฒิการศึกษาไกด์ จากจบปริญญาตรี เป็นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เพื่อบรรจุเป็น พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ ฉบับปรับปรุง พร้อมออกกฎกระทรวงฯ ให้บริษัททัวร์จ้างไกด์ประจำ

๑๒. “ทีเส็บ” จี้รัฐจัด AEC อีเวนท์ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๗)

ทีเส็บ เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติงบประมาณจัดงาน “อาเซียน เฟสติวัล” ควบคู่กับการจัดงาน “เออีซี เอ็กซโป” ภายใต้แนวคิด Countdown to AEC เพื่อเสริมสร้างศักยภาพความเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมไมซ์ในอาเซียน หลังประชุมร่วมกับภาครัฐและเอกชนกว่า ๒๐ หน่วยงาน ความเห็นร่วมกันว่า ไทยควรใช้ความได้เปรียบด้านต่างๆ จัดงานอาเซียน เฟสติวัล เป็นครั้งแรก เพื่อใช้เป็นเครื่องในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะผู้นำอาเซียน ซึ่งหาก ครม. อนุมัติเรื่องดังกล่าว ทุกหน่วยงานยืนยันจะพร้อมร่วมกันจัดงานตลอดเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ พร้อมย้ำ หาก ครม. ยังไม่เห็นชอบ ภาคเอกชนรายใหญ่เตรียมจัดงานเอง

๑๓. ดึงนักเที่ยวจีนเขตตะวันออกให้มาไทยเพิ่ม โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

บริษัท ซีซีที บริษัททัวร์รายใหญ่เตรียมดึงคนจีนในภาคตะวันตก และตะวันออกเฉียงเหนือ มาเที่ยวไทย พร้อมหนุนละครไทยไปออกอากาศ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

๑๔. แก้ปัญหาทัวร์จีน โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ (หน้า ๒)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีน ที่ได้สร้างความโกลาหลให้กับไทย พร้อมชี้ การปฏิเสธนักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่ทางออก ทางออกคือต้องประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อาจต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่ดูแลการท่องเที่ยวของจีน จัดการให้ข้อมูลและการปฏิบัติตัวเมื่อมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะในวัดหรือสถานที่ทางประวัติศาสตร์ รวมถึงต้องคุมเข้มไกด์จีนให้ดูแลนักท่องเที่ยว ให้ปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบ และอาจต้องเพิ่มป้ายประกาศต่างๆ เป็นภาษาจีนมากขึ้น นอกจากนี้ คนไทยเองก็ต้องปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้นักท่องเที่ยวเห็นด้วยเพื่อที่จะได้ทำตาม

๑๕. วัฒนธรรมที่ขัดกัน เดลินิวส์ (หน้า ๓)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยจำนวนมาก และมีแนวโน้มจะมากขึ้น จนสร้างปัญหาให้กับไทย โดยยอมรับการมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเป็นสิ่งดี แต่การปล่อยให้คนชุมนุมกันคับคั่ง เบียดเสียด จะเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ดังนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องมีความฉับไว ปรับตัว และปรับปรุงสถานที่รองรับให้ทัน ไม่ใช่เอาแต่ยินดีกับตัวเลขรายได้ หรือภูมิใจกับความแออัดของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น เพราะคนที่เบียดเสียดกันขณะนี้อาจเข็ดจนไม่กลับมาอีก รวมถึงต้องเร่งแก้ปัญหาวัฒนธรรมที่ขัดกันโดยเร็ว
๑๖. จนท.รู้ตัวคนร้ายคาร์บอมบ์นราฯ ป่วนรือเสาะลอบยิงชาวบ้านดับ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๑๗. บิ๊กแป๊ะลงนราฯ ตรวจคดีบึ้มอีก ๒ สัปดาห์ ออกหมายจับ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

ตำรวจเชื่อว่า “อับดุลเลาะห์ อูแล” มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีคาร์บอมบ์คาราโอเกะกลางเมืองนราธิวาส พร้อมเร่งรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาความเชื่อมโยง ก่อนจะออกหมายจับและนำตัวมาดำเนินคดี ด้าน สภ.หาดใหญ่ ได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานส่วนราชการ โรงแรม สถานบันเทิง และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเหตุวงรอบชั้นใน โดยช่วยกันสอดส่องดูแลและสังเกตบุคคล - วัตถุ - รถต้องสงสัย
ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยังคึกคัก ทั้งเมืองเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยเฉพาะย่านการค้าถนนเสน่หานุสรณ์ ถนนนิพัทธิ์อุทิศ ๓ และตลาดกิมหยง
นายภาณุ วรมิตร ผอ.ททท.สนง.หาดใหญ่ เผย การท่องเที่ยวหาดใหญ่ยังคึกคักต่อเนื่องเทศกาลสงกรานต์ โดยก่อนหน้างานสงกรานต์จะมีเทศกาลบอลลูนนานาชาติ ระหว่างวันที่ ๖ – ๗ มีนาคม ๒๕๕๘ ณ สนามกีฬาจิระนครหาดใหญ่ ซึ่งจากการสอบถามผู้ประกอบการพบว่า เหตุระเบิดที่จังหวัดนราธิวาส ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวหาดใหญ่ เพราะนักท่องเที่ยวเชื่อมั่นในความปลอดภัย

๑๘. ‘ไทย – สวีเดน’ สืบพยานวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นครั้งแรกของ ๒ ปท. ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ศาลเมืองพัทยา จับมือศาลสวีเดน สืบพยานข้ามประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็น ครั้งแรกของไทย ในคดีหนุ่มสวีเดนก่อเหตุแทงนักท่องเที่ยวชาวนิวซีแลนด์เสียชีวิตที่เมืองพัทยา เมื่อปี ๒๕๕๕ ซึ่งถือเป็นคดีนำร่องคดีแรก และจะมีคดีที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติสืบพยานผ่านระบบนี้อีกจำนวนมาก

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

๑. ททท. หวั่นค่าเงินยูโรกระทบรายได้ ดึงนักท่องเที่ยวอาเซียนสร้างสมดุลกลุ่มจีน – รัสเซีย ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๔)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เป็นห่วงค่าเงินยูโรอ่อนค่า จะกระทบต่อเป้าหมายรายได้ในปี ๒๕๕๘ ที่ตั้งไว้ ๒.๒ ล้านล้านบาท โดยมองว่าภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ยังอยู่ในภาวะเหนื่อย และต้องระมัดระวังปัญหาด้านเศรษฐกิจของยุโรป เนื่องจากปีนี้ตลาดรัสเซียปรับตัวลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าการท่องเที่ยวในปีนี้น่าจะทำรายได้ได้ตามเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท
นายสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เผย ไทยต้องหาตลาดใหม่ๆ เข้ามาเสริม และทดแทนบางประเทศที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงเพื่อบาลานซ์สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนที่ปัจจุบันสูงเป็นอันดับ ๑ และยังมีแนวโน้มจะสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันเอง โดยคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยถึง ๖ ล้านคน
ด้าน ธปท. เตรียมทำวิจัยเจาะลึกเพื่อรองรับการเติบโต และเพื่อนำข้อมูลมาสนับสนุนการทำตลาดของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

๒. ททท.ค้านจัด WTM เอเชียในไทย รี้ดฯ บินด่วนล็อบี้ ‘กอบกาญจน์’ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ไทยได้รับการทาบทามจาก “รี้ด เอ็กซิบิชั่น” ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้จัดงาน WTM จะเข้ามาจัดงานเวิลด์ ทราเวล มาร์ท เอเชีย (WTM ASIA) ในไทยต่อเนื่องเป็นเวลา ๓ ปี และนับเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย โดยภายในสัปดาห์นี้ ผู้บริหารรี้ด เอ็กซิบิชั่น จะเข้ามาหารือถึงความเป็นไปได้ในการขอสนับสนุนการจัดงาน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนมีนาคมนี้
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นการเจรจาติดปัญหาเรื่องเงื่อนไขที่ยังตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากทางรี้ดฯ เสนอว่าไทยจะต้องไม่จัดงานในลักษณะเดียวกันนี้ตลอดเวลา ๓ ปี ซึ่งจะกระทบต่อการจัดงานไทยแลนด์ ทราเวิล มาร์ท (TTM) ของ ททท. ขณะที่กระทรวงฯ ยังคงยืนยันจะสานต่อการจัดงาน TTM ในทุกๆ ปี เพราะเป็นงานเทรดโชว์ทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ของไทย
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเสริมว่า แนวโน้มการดึงงาน WTM ASIA มาจัดในไทยในปี ๒๕๕๙ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการต่อรองราคา อีกทั้ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบราคา และขั้นตอนการจัดงาน ซึ่งน่า จะได้รับความชัดเจนในเร็วๆ นี้
แหล่งข่าวจาก ททท. ชี้ ข้อดีของการจัดงานคือ จะได้ภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นการตอกย้ำถึงความพร้อมของไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค แต่ต้องพิจารณาถึงเงื่อนไขด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ โดย ททท. ไม่เห็นด้วยหากต้องยกเลิกการจัดงาน TTM ส่วนภาคเอกชนแนะให้หาทางออกร่วมกัน

๓. ชนนักปั่นชิลีดับ ปิดฉากสถิติ ๕ ทวีป เดลินิวส์ (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพชนนายฮวน ฟรานซิสโก กุยเลอร์โม นักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลี ที่กำลังทำสถิติลงกินเนสส์เวิลด์ เรคคอร์ด ปั่นจักรยานผ่าน ๕ ทวีป ระยะทาง ๒.๕ แสน กม. ภายในเวลา ๕ ปี เสียชีวิต บริเวณถนนมิตรภาพขาเข้าหลัก กม.ที่ ๒๔๗ – ๒๔๘ ตำบลหนองหว้า อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ส่วนภรรยาและบุตรได้รับบาดเจ็บ ตำรวจได้ควบคุมคนขับรถปิกอัพ พร้อมแจ้งข้อหาหนัก ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บ

๔. สวดยับทัวริสต์จีนเตะระฆังวัดดัง เดลินิวส์ (หน้า ๙)

การโพสต์คลิปนักท่องเที่ยวจีนใช้เท้าเตะระฆังพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ในโลกออนไลน์ สร้างความไม่พอใจให้กับพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก และมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยเบื้องต้นคาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการตรวจสอบคลิปวิดีโอนี้ เพื่อติดตามตัวนักท่องเที่ยวรายนี้มาตักเตือน

๕. ผวจ.นราธิวาส จะห้าม จยย.ใส่หมวกกันน็อก ไทยรัฐ (หน้า ๒)

๖. ล่า ‘มือบึ้ม’ จากวงจรปิด นราปะทะอีก – ทหารเจ็บ ๑ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

ความคืบหน้าเหตุการณ์คาร์บอมบ์กลางเมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ล่าสุดชุดกอบกู้ระเบิดได้เข้าไปตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมในพื้นที่ที่เกิดระเบิด ด้านแม่ทัพภาคที่ ๔ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การขยายผล จับกุมคนร้ายมาลงโทษ และรายงานความคืบหน้าให้สังคมทราบเป็นระยะๆ พร้อมกำชับให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ประชุมหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเตรียมปรับมาตรการดูแลความปลอดภัยใหม่ โดยเบื้องต้นจะหารือถึงการประกาศให้เขตชุมชนเมืองทั้ง ๑๓ อำเภอเป็นเขตปลอดหมวกกันน็อก เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนร้ายฉวยโอกาสเข้ามาก่อเหตุในย่านเศรษฐกิจ และง่ายต่อการติดตามจับกุม
นายอาหมาน หมัดอะดัม ผอ.ททท.สนง.นราธิวาส เผย เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นกระทบกับการท่องเที่ยวบ้าง แต่เล็กน้อย เพราะไม่ได้เกิดในเขตเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองชายแดนยังเป็นปกติ เช่นเดียวกับประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส ที่ระบุว่า ส่งผลกระทบกับพื้นที่อำเภอสุไหงโก – ลก เพียงเล็กน้อย เพราะพื้นที่เกิดเหตุอยู่ไกลจากเมืองชายแดน ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ในพื้นที่ และมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่
ด้าน ตม.จังหวัดนราธิวาส เผย นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้า – ออกตามปกติ ในเบื้องต้น ทราบว่าสื่อมาเลเซียได้นำเสนอข่าว และเตือนชาวมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่ได้ห้ามเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด
ส่วนที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอำเภอหาดใหญ่ได้ปล่อยแถวอาสารักษาดินแดนชุดบางระจัน กับไทยอาสาสมัครป้องกันชาติกว่า ๑๐๐ นาย เพื่อลาดตระเวนป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่วน ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้เพิ่มมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในเส้นทางก่อนเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ โดยมีการตั้งด่านตรวจลอยหมุนเวียน ๒๔ ชม. รวม ๑๘ จุด

๗. อุทยานห้ามเข้าผา ‘ตาม่องล่าย’ ข่าวสด (หน้า ๑)

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สั่งปิดทางขึ้นอุทยานฯ ผาม่องล่าย ห้ามนักท่องเที่ยวแอบขึ้นไปโดยลำพัง หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้าไปติดค้างบนยอดเขาบ่อยครั้ง โดยได้กั้นเชือกพร้อมติดป้ายภาษาไทยและอังกฤษ เตือนเป็นพื้นที่อันตราย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ พร้อมแนะให้มาเที่ยวเป็นหมู่คณะ และจัดเจ้าหน้าที่นำทาง
รวมทั้งสั่งให้สำรวจเส้นทางเดินเท้าที่ปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงามของทัศนียภาพอ่าวประจวบคีรีขันธ์ อ่าวน้อย อ่าวมะนาว และเกาะแก่งต่างๆ โดยคาดว่าช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ ที่จะมีการจัดงานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จะเปิดให้ท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวเขาตาม่องล่ายได้เต็มที่

๘. ชายหาดสวยครองใจคนทั่วโลก ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

ทริปแอดไวเซอร์ ชู ๔ หาดในจังหวัดภูเก็ต และกระบี่ ประกอบด้วย หาดในหาน หาดไร่เลย์ หาดกะตะน้อย และหาดพระนาง ติด ๑๐ อันดับหาดสวยและน่าเที่ยวที่สุดในเอเชีย จากผลสำรวจรีวิวนักท่องเที่ยวทั่วโลก

--------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

23/2/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

๑. ธปท.วิตก ศก. ‘ยุโรป – จีน’ ฉุดเที่ยวไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๒. ท่องเที่ยวมั่นใจ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๓. ธปท. ห่วงท่องเที่ยววูบ รัสเซียหายห้องพักเกิน เดลินิวส์ (หน้า ๖),

๔. ตรุษจีนดันรายได้เที่ยวปีนี้เข้าเป้า เฉพาะ ก.พ.กว่า ๑ หมื่น ล. ทั้งปี ๒.๒ ล้าน ล. มติชนรายวัน (หน้า ๖)

๕. บาทแข็งฉุดนักท่องเที่ยวยุโรป โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

๖. ททท. ห่วงเงินยูโรกระทบเที่ยวไทย ธปท.ชี้โรงแรมล้น ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

ในการเสวนาหัวข้อ “มองภาพใหญ่ ท่องเที่ยวไทย ๒๕๕๘” ธปท. ได้แสดงความเป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและจีน อาจกระทบต่อการท่องเที่ยวในไทยในปีนี้ รวมถึงทิศทางทางเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเผชิญกับปัญหาพัฒนาไม่ทันการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยว พร้อมแนะควรมุ่งเป้าไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่มและความยั่งยืน ด้วยการให้ความสำคัญกับกลุ่มตลาดระยะไกลที่มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่า รวมถึงควรเจาะตลาดที่มีแนวโน้มขยายฐานสูงขึ้น อาทิ ผู้สูงวัย และกลุ่มไมซ์ คาดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาไทยประมาณ ๒๖.๕ ล้านคน เท่ากับปี ๒๕๕๖ ล่าสุด ธปท. ได้ทำงานวิจัยเชิงนโยบายด้านการท่องเที่ยว โดยวางเป้าหมายศึกษาความพร้อมในเชิงอุปทานของไทยโดยเฉพาะ ควบคู่กับเรื่องการส่งออก และแรงงาน คาดว่าจะได้ผลสรุปออกมาช่วงกลางปีนี้
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ แนวโน้มตลาดจีนจะเข้ามาผลักดันการเติบโตในเชิงปริมาณของการท่องเที่ยวไทยชัดเจน แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะลดความร้อนแรง โดยคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย ๕.๖ ล้านคน เติบโต ๑๐% จึงควรเตรียมความพร้อมรองรับในเชิงทรัพยากร รวมถึงดูแลสภาวะแวดล้อมในพื้นที่ต่างๆ ให้สมดุล และสร้างความหลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยวางกลยุทธ์เข้าไปจับกลุ่มอายุที่มีความหลากหลายช่วงวัยของแต่ละตลาดมากขึ้น ส่วนตลาดรัสเซีย ประเมินว่าปีนี้อาจลดลงประมาณ ๒๔% เพราะปัญหาค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าลง
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เชื่อว่าปีนี้จะมีรายได้การท่องเที่ยวตามเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท เพราะเดือนกุมภาพันธ์ มีรายได้กว่า ๑ หมื่นล้านบาท จากเทศกาลตรุษจีน แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเงินยูโรอ่อนค่า โดยหากอ่อนค่าเกิน ๓๓ บาทต่อยูโร อาจกระทบต่อเป้าหมายรายได้ทั้งปี
นายสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เผย ททท. คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยถึง ๖ ล้านคน เนื่องจากช่วงเทศกาลตรุษจีนมีชาร์เตอร์ไฟลต์มาไทยถึง ๙๐๐ ลำ มีนักท่องเที่ยวประมาณ ๓ แสนคน นอกจากนี้ ททท. จะไม่อิงกับการพึ่งพาตลาดจีน แต่จะให้ความสำคัญกับตลาดอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะตลาดอาเซียน ที่ไทยมีโอกาสพัฒนาตัวเองให้เป็นจุดหมายในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมถึงจะให้ความสำคัญกับตลาดยุโรปตะวันออก ซึ่งในรอบ ๔ – ๕ ปีที่ผ่านมา เติบโตสูงกว่า ๑๐% ต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในยุโรป เช่นเดียวกับตลาดอินเดีย ที่มีฐานลูกค้ากลุ่มใช้จ่ายสูงเข้มแข็งอยู่แล้ว

๗. ลงนามบันทึกข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูล โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

๘. ลงนามบันทึกข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์การท่องเที่ยว กับศูนย์วิจัยกสิกรไทย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานสถิติแห่งชาติ ธปท. และกรมการท่องเที่ยว เพื่อใช้วางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย

๙. ลอยแพทัวร์จีนไกด์ผีทิ้งพัทยา ข่าวสด (หน้า ๑)

๑๐. ไกด์จีนแสบทิ้ง ๓๓ ลูกทัวร์กลางเมืองพัทยา หอบเงินชิ่งหนี แนวหน้า (หน้า ๒)

เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดเหตุไกด์สาวชาวจีนลอยแพนักท่องเที่ยวจีน ๓๓ คน ที่เมืองพัทยา โดยทั้งหมดอยู่ในอาการตื่นกลัวว่าจะกลับจีนไม่ได้ พร้อมเผย ได้ซื้อทัวร์มาเที่ยวไทยในราคา ๒,๓๙๙ หยวน (ราว ๑.๒ หมื่นบาท) แต่มาได้ ๒ วัน ไกด์ทัวร์กลับเรียกเงินเพิ่มอีกคนละ ๑,๓๘๐ หยวน (ราว ๖.๙ พันบาท) ซึ่งนักท่องเที่ยวบางคนยอมจ่ายเงิน เพราะไม่อยากมีปัญหากับไกด์ ขณะที่บางคนไม่ยอมจ่าย ก่อนที่ไกด์จะหายตัวไปพร้อมกับเงินทั้งหมดรวมกว่า ๑๓๘,๐๐๐ บาท
ด้านบริษัททัวร์ต้นสังกัดได้เข้าพบตำรวจ ยืนยัน ไม่มีส่วนรู้เห็น แต่พร้อมจะรับผิดชอบลูกทัวร์ต่อ และจะคืนเงินที่นักท่องเที่ยวจ่ายเพิ่มให้กับไกด์ดังกล่าวไปทั้งหมด ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งงติดตามไกด์ดังกล่าวมาดำเนินคดี เพราะถือว่าทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศ

๑๑. ‘คาร์บอมบ์’ นราฯ บ้านพัง ๒๐ หลัง ปิกอัพซุกบึมถุงแก๊ส ชาวบ้านเจ็บระนาว ๑๓ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๒. คาร์บอมบ์นราฯ’ บ้านพัง ๒๐ – เจ็บ ๑๓ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

เมื่อเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดเหตุคาร์บอมบ์บริเวณหน้าร้านคาราโอเกะ “โดโด้” กลางเมืองนราธิวาส ทำให้บ้านพังกว่า ๒๐ หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๑๓ ราย ในที่เกิดเหตุพบซากชิ้นส่วนระเบิดประกอบใส่ถังแก๊สปิกนิกหนัก ๒๕ กก.ตกกระจายเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่เผย คนร้ายวางแผนระเบิด ๒ จุด ทั้งคาร์บอมบ์และจักรยานยนต์บอมบ์ แต่โชคดีเก็บกู้และยิงทำลายได้ ๒ จุด ด้านโฆษก สตช. เชื่อคนร้ายยังคงมีความพยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์ เพื่อลดทอนภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ

๑๓. งานเที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก มหกรรมท่องเที่ยวนานาชาติ สยามรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอรายละเอียดการจัดงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ ๑๖ ระหว่างวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ – ๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดโดย ทีทีเอเอ ร่วมกับ สทน. โดยมีเคทีซี, อะมาดิอุส, ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ร่วมสนับสนุน

๑๔. ทีเส็บชูเมกะอีเวนท์ ‘อาเซียนเฟสติวัล’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)

คอลัมน์กรุงเทพมอนิเตอร์ : ทีเส็บ มีแผนจะนำเสนอโครงการสนับสนุนการจัดงาน “อาเซียนเฟสติวัล” เข้าสู่ ครม. ภายในเดือนมีนาคมนี้ คาดจะใช้งบลงทุน ๕๐๐ ล้านบาท ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนกว่า ๒๐ หน่วยงาน อาทิ ทีเส็บ ททท. กระทรวงวัฒนธรรม สมาคมโรงแรมไทย ฯลฯ ภายใต้ธีม “เคาท์ดาวน์ ทู เออีซี” ชูไฮไลต์การจัดงานเทศกาลประจำปีต่างๆ และเพิ่มการนำเสนอจุดเด่นของไทยทั้ง ๔ กลุ่มงาน ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม วิถีชีวิตและกิจกรรมสร้างสรรค์ บันเทิง และการท่องเที่ยวและกีฬา

๑๕. ‘บิ๊กตู่เดินหน้าปฏิรูประยะ ๒ ห่วงห้องน้ำรับนักท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๑๑)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้าปฏิรูประยะที่ ๒ ส่วนด้านการท่องเที่ยว ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องห้องน้ำไม่สะอาด และไม่เพียงพอรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงเรื่องความปลอดภัย พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องห้องน้ำสะอาด อาหารราคาเหมาะสม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค

๑๖. ขนส่งเปิดแอพเช็กอิน / ดัดหลังแท็กซี่ขี้ฉ้อ – เพิ่มปลอดภัยบริการ ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๑๗. ขนส่งดันหลังรถแท็กซี่ขี้ฉ้อ / เปิดแอพให้ร้องเรียน เดลินิวส์ (หน้า ๖)

กรมการขนส่งทางบก เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “ดีแอลที เช็กอิน” เพื่อใช้เป็นช่องทางให้ผู้โดยสารร้องเรียนและประเมินผลแท็กซี่แบบออนไลน์ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดทั้งระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ ส่วนวินโดว์โฟนจะใช้ได้ในเดือนมีนาคมนี้ โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการลงทะเบียน

๑๘. ดินไหว ๔ ริกเตอร์เขย่าเกาะยาวพังงา ชาวบ้านแตกตื่นผวาเกิดสึนามิ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๔.๐ ริกเตอร์กลางทะเล บริเวณเกาะยาว จังหวัดพังงา ชาวบ้านรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนประมาณ ๔๕ วินาที หลายคนตื่นตระหนกพากันวิ่งหนีกันอลหม่าน ส่วนที่จังหวัดภูเก็ต ไม่มีการแจ้งเตือน แต่ผู้คนรับรู้ได้เองตามธรรมชาติถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในระยะสั้น ด้าน ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

--------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

19/2/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

๑. “เทศกาลหิมะซัปโปโร”...ทีมไทยโชว์ฝีมือเทพ แกะ “ตุ๊ก ตุ๊ก” หิมะคว้าแชมป์สมัยที่ ๖ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๓)

๒. ทีมแกะสลักหิมะจากเมืองไทย คว้าชัยที่ซัปโปโร กรุงเทพธุรกิจ / Travel (หน้า ๑)

สกู๊ปรายงานการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ครั้งที่ ๔๒ ในงานเทศกาลหิมะเมืองซัปโปโร ๒๐๑๕ ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทีมแกะสลักของไทยคว้าแชมป์มาครองเป็นครั้งที่ ๖ ด้วยผลงาน The Ubiquitous Tuk Tuk

๓. ตรุษจีนยังคึกคัก คนไหว้เจ้า – แก้ชง หลั่งไหลไปศาลเจ้า – วัดจีนเพียบ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๔. ตรุษจีนมหามงคลเยาวราชจัดใหญ่ เทิดไท้ ‘พระเทพฯ’ พระชนมายุ ๕ รอบ ทั่วไทยสุดคึกคัก เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๕. ‘บิ๊กตู่’ อวยพรตรุษจีนให้รวย เยาวราชเนรมิตถนนทองคำ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๖. ปีติพระเทพฯ เสด็จตรุษจีน ทรงแจกอั่งเปาให้ชาวเยาวราช ข่าวสด (หน้า ๑)

๗. เที่ยวตรุษจีนอู้ฟู่ – เงินสะพัด ๕ หมื่น ล. สยามรัฐ (หน้า ๑)

เทศกาลตรุษจีนทั่วประเทศคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนได้นำสิ่งของมาเซ่นไหว้บูชาเทพเจ้าตามสถานที่ต่างๆ จำนวนมาก ทั้งวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ ศาลเจ้าพ่อเสือใกล้เสาชิงช้า ศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วเก่าแก่ ประดิษฐานเฮี้ยงเทียนเซียงตี่ รูปเจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม เป็นต้น และในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ เปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช “มะแมเบิกฟ้า เฉลิมหล้ามหามงคล พูนผลเยาวราช” ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนเยาวราช ซึ่งได้ตกแต่งให้กลายเป็นถนนสายทองคำ ด้านตำรวจ ตม.๒ สุวรรณภูมิ ระดมเจ้าหน้าที่เตรียมรับนักท่องเที่ยวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวไทย
ส่วนจังหวัดอยุธยา ได้ร่วมกับ ททท.สนง.อยุธยา สมาคมไทยจีนกรุงเก่า (ศาลเจ้าพ่อจุ้ย) จัดงานเทศกาลตรุษจีนกรุงเก่าอยุธยามหามงคล ๒๕๕๘ ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ถนนนเรศวร ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย
ที่จังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ปี ๒๕๕๗ – ๒๕๕๘ โดยบรรยากาศตรุษจีนปีนี้ค่อนข้างเงียบ แต่คาดว่าในวันที่ ๒๑ – ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่จะมีขบวนแห่ จะมีประชาชนจากต่างจังหวัดมาชมงานเป็นจำนวนมาก ส่วนบรรยากาศตามท้องถนนของเมืองปากน้ำโพ มีการประดับประดาโคมไฟตลอดถนนโกสีย์
ที่จังหวัดราชบุรี ได้เปิดงานราชบุรีไชน่าทาวน์ ๒๐๑๕ ที่บริเวณริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา ถนนอัมรินทร์ และถนนวรเดชตลอดสาย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน
และที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน บจก.สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย เมืองไทยประกันชีวิต บจก.ซีพีแรม และ บจก.บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน “สยาม ไชนีส นิวเยียร์ ๒๐๑๕” ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน และเฉลิมฉลองปีมหามงคลในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เป็นต้น
นายภาณุ วรมิต ผอ.ททท.สนง.หาดใหญ่ เผย เทศกาลตรุษจีนปีนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ห้องพักโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ ถูกจองเต็มทั้งหมดระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ โดยภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลตรุษจีนที่บริเวณโรงเรียนศรีนคร นอกจากนี้ยังได้จัดงานเทศกาลตรุษจีนที่บ้านด่านนอก อำเภอสะเดา ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียในปริมาณใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

๘. จับแก๊งโจรปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

๙. จับโจรปล้น นทท.ญี่ปุ่น แสบหมายจับติดตัวอื้อ บ้านเมือง (หน้า ๒)



เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยว แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้ไขควง จี้ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ๕ เครื่อง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ พบประวัติมีหมายจับติดตัว ๓ คดี





๑๐. พี่น้องสาวแสบมอมยารูดทรัพย์ฝรั่ง

ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

๑๑. รวบ ๒ สาวมอมยารูดทรัพย์ฝรั่ง

ข่าวสด หน้า ๑๖)



เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้เข้าจับกุม ๒ สาวไทยที่ก่อเหตุมอมยารูดทรัพย์นักเที่ยวต่างชาติ พร้อมของกลางเงินสดทั้งสกุลไทยและต่างประเทศ โทรศัพท์มือถือ ๓ เครื่อง และกุญแจห้องหลายดอก โดยมีผู้เสียหายชาวฝรั่งเศส ๓ คนมาชี้ตัว



๑๒. รับนักท่องเที่ยวจีนทะลัก “บิ๊กตู่” สั่งดูแลห้องน้ำวัดพระแก้ว

ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๑)

๑๓. “บิ๊กตู่” ห่วงนักท่องเที่ยวยี้ส้วม / สั่งจัดระเบียบลดความแออัดปรับมุมถ่ายภาพ

ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๑๔. ปั้นส้วมไทยมัดใจต่างชาติ / นายกฯ สั่ง ก.ท่องเที่ยวเร่งแก้ / กอบกาญจน์รับลูกทันควัน

เดลินิวส์ (หน้า ๗)



นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้มอบหมายให้กระทรวงฯ เร่งดูแลห้องน้ำและขยะในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เนื่องจากปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ห้องน้ำไม่สะอาดหรือไม่เพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวได้ รวมถึงหาทางลดความแออัดของนักท่องเที่ยว อาทิ บริเวณอุทยานแห่งชาติต่างๆ ต้องไปจัดระเบียบใหม่ไม่ให้เกิดความแอดัด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยเป็นจำนวนมาก อาทิ ในวัดพระแก้ว แต่เวลาถ่ายภาพจะเห็นแต่หัวคน ไม่เห็นสถานที่สำคัญ จึงอยากให้ไปเร่งแก้ไข ไม่เช่นนั้นนักท่องเที่ยวอาจเกิดความไม่ประทับใจ และไม่อยากเดินทางกลับมาเที่ยวไทยอีก

ส่วนที่บ้านดำ จังหวัดเชียงราย ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ประสบปัญหาจากนักท่องเที่ยวจีน ทั้งการทิ้งก้นบุหรี่ ใช้ห้องน้ำไม่สะอาด ถ่ายภาพแล้วแสดงท่าทางกับผลงานศิลปะอย่างไม่เหมาะสม เป็นต้น ล่าสุด ได้ทำป้ายเตือนเป็นภาษาจีน ติดไว้ตามจุดต่างๆ พร้อมต้องการอาสาสมัครนักศึกษาที่พูดภาษาจีนได้มาช่วยงาน

ด้านหัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ททท. เผย ภาพรวมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนว่า มีนักท่องเที่ยวจีนจองที่พักเต็มล่วงหน้า ๒ – ๓ เดือน โดยเฉพาะจากเกาะไหหลำที่มาเที่ยวเกาะสมุยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนสมุย ไปสู่สังคมภายนอกได้เป็นอย่างดี



๑๕. ท่องเที่ยวดันเป้า ๒.๓ ล้านล้าน

กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๑๖. ท่อเที่ยวปั้นรายได้ ๒.๓ ล้าน ล.

โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๑)

๑๗. ชี้ศักยภาพไทยรับนักท่องเที่ยวได้ ๒๙ ล้าน หันสร้างรายได้แทน

มติชนรายวัน (หน้า ๙)



ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้หารือกับหน่วยงานในสังกัด พร้อมสรุปเป้าหมายการท่องเที่ยวปี ๒๕๕๙ นำเสนอ กพร. โดยระบุไทยมีโอกาสทำรายได้ ๒.๓ ล้านล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากตลาดต่างประเทศ ๑.๔๒ ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ ๘.๘ แสนล้านบาท โดยจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ เน้นเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว ผ่านการพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวใหม่ๆ เสริมเข้าสู่ตลาด เพื่อเพิ่มวันพักเฉลี่ยอย่างน้อย ๑ วัน รวมถึงจูงใจให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น และลดความแออัดของแหล่งท่องเที่ยว

ด้านนายธวัชชัย อริญญิก ผู้ว่าการ ททท. ชี้ การกำหนดกลยุทธ์เรื่องรายได้เป็นทิศทางที่ดี แต่การเติบโตในเชิงปริมาณก็ยังต้องสัมพันธ์ควบคู่กันไป ส่วนที่มองว่านักท่องเที่ยว ๒๙ ล้านคนจะทำให้เกิดปัญหาด้านการรองรับนั้น ต้องมาวิเคราะห์ว่าต้องแก้ไขปัญหาด้านใดบ้าง โดย ททท. ได้เริ่มกระจายความหนาแน่นไปสู่เมืองรองแทนแล้ว ผ่านโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด



๑๘. มัลติเพิลวีซ่า

เดลินิวส์ (หน้า ๕)



ตรีศูล มองว่า แนวคิดมัลติเพิลวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ของกระทรวงมหาดไทย และ

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นแนวคิดที่ดี เชื่อคนที่เคยมาเที่ยวไทยปีละครั้งจะมาถี่ขึ้น พร้อมติงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ที่มักเรียกตรวจสิ่งของและตั้งข้อหาถือครอบครองเกิน ทำให้นักท่องเที่ยวถูกปรับและเข็ดไม่เดินทางมาไทยอีก ซึ่งนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา น่าจะให้ข้อมูล รมว.คลัง ให้กำชับพนักงานเลิกหารายได้สินบนนำจับ จนคนมาเที่ยวไทยรู้สึกไม่ดี ทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยว







๑๙. ท่องเที่ยวได้จีนช่วย

โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑)



ธุรกิจทัวร์ – โรงแรม ระบุ คนจีนมาเที่ยวไทยช่วงตรุษจีนหนาแน่นมาก โดยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมปีนี้กระจายไปที่ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย มากขึ้น พร้อมไม่หวั่นปัญหาหนี้ของกรีซ มั่นใจไม่กระทบการท่องเที่ยวไทย



๒๐. นักท่องเที่ยวจีนแห่มาไทย ไตรมาสแรกสะพัด ๕ หมื่น ล.

เดลินิวส์ (หน้า ๖)



ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ บรรยากาศชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนคึกคัก โดยไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวจีน คาดไตรมาสแรกจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทย ๑.๓๕ ล้านคน เติบโต ๓๐.๒% สร้างรายได้ประมาณ ๕.๔ หมื่นล้านบาท เติบโต ๓๒.๔% และทั้งปีจะอยู่ที่ ๕.๒๕ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๓.๕%



๒๑. นักท่องเที่ยวยกนิ้วทะเลภูเก็ต – กระบี่สุดเจ๋ง ติดอันดับ ๑๐ หาดสวยในเอเชีย

ข่าวสด (หน้า ๘)



ทริปแอดไวเซอร์ ชู ๔ หาดในจังหวัดภูเก็ต และกระบี่ ประกอบด้วย หาดในหาน หาดไร่เลย์ หาดกะตะน้อย และหาดพระนาง ติด ๑๐ อันดับหาดสวยและน่าเที่ยวที่สุดในเอเชีย จากผลสำรวจรีวิวนักท่องเที่ยวทั่วโลก



๒๒. ปุ่มนาทีชีวิต

กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๕)



ภาพข่าว : ตำรวจนครบาล เปิดตัวโครงการ Police Help Me Push for life หรือปุ่มนาทีชีวิต โดยติดตั้งปุ่มแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายหน้าศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มช่องทางการแจ้งเหตุร้าย โดยหลังกดปุ่มตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุจะมาถึงพื้นที่ภายใน ๕ – ๑๐ นาที











๒๓. บินนอกโดนตรวจเข้ม

โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)



กระทรวงคมนาคม ระดมหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานการบินต่างประเทศ ให้มาช่วยตรวจสอบมาตรฐานการบินของสายการบินไทย เพื่อให้สายการบินของไทยได้รับความน่าเชื่อถือ และไม่มีอุปสรรคในการบินไปต่างประเทศ หลัง ICAO ประเมินประสิทธิภาพกรมการบินพลเรือน (บพ.) ทำให้ไทยถูกประกาศให้เป็นเขตธงแดง สายการบินที่ได้รับใบอนุญาตของ บพ. ที่จะบินเข้าในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย จะถูกตรวจสอบอย่างละเอียด



๒๔. มังกรโวยนักท่องเที่ยวต่างชาติ พฤติกรรมแย่ไม่แพ้กัน

โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๘)

๒๕. สื่อจีนเผยพฤติกรรมแย่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

คม ชัด ลึก (หน้า ๖)



พีเพิ่ล เดลี่ ออนไลน์ เว็บไซต์ของจีน ได้เปิดเผยสำรวจพฤติกรรมของชาวต่างชาติที่มาเดินทางมาเยือนจีน พบว่ามีพฤติกรรมที่เสื่อมเสียเช่นกัน อาทิ ยืนปัสสาวะ หรือตั้งแคมป์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนกำแพงเมืองจีน เปลือยกายในสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น พร้อมได้ทำกราฟเป็นคู่มือการเดินทางแบบ มีอารยะแก่ผู้อ่านเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ



๒๖. นกแอร์ระทึกประตูหลังปิดไม่ได้ ต้องงดบินขึ้น มีวีไอพีตกค้าง รอเครื่องใหม่

ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๒๗. นกแอร์ทำป่วน ! ประตูปิดไม่ได้ วีไอพีติดค้างสนามบินน่าน ๓ ชม.

ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๔)



เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดเหตุเครื่องบินของนกแอร์ เที่ยวบิน DD ๘๘๑๙ เส้นทางน่าน – ดอนเมือง ขัดข้อง ปิดประตูไม่ได้ ทำให้ดีเลย์ร่วม ๓ ชม. ส่งผลให้มีผู้โดยสารติดค้างที่ท่าอากาศยานจังหวัดน่านจำนวนมาก ทางนกแอร์ได้ส่งเครื่องบินลำใหม่ไปรับ พร้อมเผย เป็นปัญหาเล็กน้อยเพราะเครื่องยังใหม่









๒๘. ต่างชาติเล่นไคท์เซิร์ฟตกดาดฟ้า

มติชนรายวัน (หน้า ๑๕)

๒๙. หวิดดับ

บ้านเมือง (หน้า ๑)



เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดเหตุ ๒ นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสเล่นไคท์เซิร์ฟ แล้วถูกกระแสลมทะเลพัดร่างสูงจากพื้นกว่า ๒๐๐ เมตร ไปตกลงบนดาดฟ้าชั้น ๔๐ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน ได้รับบาดเจ็บสาหัส พนักงานโรงแรมได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลแล้ว



-----------------------------------------------------

โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th