ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

27/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ‘อีลิทการ์ด’ ปรับกลยุทธ์บริการ เพิ่มฐานสมาชิก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๒. ไฟเขียวรีแบรนด์ “อีลิท คาร์ด” ชิ่งหนีภาพพจน์ติดลบในอดีต ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๓. ทีพีซีฝันโกยกำไร ๑๕๐ ล้านบาท ชงบอร์ดขึ้นราคาค่าบัตรหลัก เดลินิวส์ (หน้า ๖)

บอร์ดบริษัท ไทยแลนด์ พรีวิลเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) เห็นชอบเป้าหมายการขายบัตรอีลิทคาร์ด ในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ไว้ที่ ๕๒๔ ใบ สร้างรายได้ ๓๒๐ ล้านบาท หลังจากปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ขายได้ ๑๕๒ ใบ สร้างรายได้ ๙๔ ล้านบาท พร้อมมีแผนจะอัพเกรดและเพิ่มความแข็งแกร่งของการบริการ เพื่อให้ดึงดูดใจสมาชิกมากขึ้น โดยเตรียมเสนอให้ปรับโครงสร้างราคาบัตรประเภทบุคคล ให้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าธรรมเนียมรายปีเข้าไปด้วย ซึ่งอาจทำให้ต้องปรับราคาขายบัตรเป็น ๓ ล้านบาท เป็นต้น
รวมทั้งจะร่วมกับพันธมิตรในการหาลูกค้าและการให้บริการ อาทิ ร่วมกับกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก พัฒนาร้านนวดที่เข้าร่วมให้บริการลูกค้า และร่วมมือกับวิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ ในการจัดนักเรียนมาแสดงดนตรีต้อนรับที่ท่าอากาศยาน เป็นต้น นอกจากนี้ จะค่อยๆ ปรับแบรนด์ “อีลิทคาร์ด” ที่มีชื่อเสียงในทางลบ เป็น “ไทยแลนด์ พริวิเลจ”

๔. เที่ยวเมืองไทย อุ่นใจ ได้มาตรฐาน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๕. เที่ยวเมืองไทย อุ่นใจ ได้มาตรฐาน ม ชัด ลึก (หน้า ๒๕)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ประจำปี ๒๕๕๗ ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยกว่า ๕๐๐ ราย ในงานเที่ยวเมืองไทย อุ่นใจ ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

๖. รื้อฟื้นแข่งรถฟอร์มูล่าวัน เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ตรีศูล แนะนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะรื้อฟื้นการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันที่เมืองพัทยาว่า น่าจะคิดหลายๆ รอบ โดยไม่คัดค้านที่จะจัดแข่งขันที่พัทยา เพราะมี จุดขายอันเป็นแม่เหล็กที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่มองว่าน่าจะพิจารณาจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต น่าจะพร้อมมากกว่า อีกทั้งแถวจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ที่ดูแปลกตา อยากให้รู้ว่าเมืองไทยไม่ได้มีแค่พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

๗. สปช.วางแนวแยกการกีฬาตั้งเป็นกระทรวง ปฏิรูปใน ๕ ข้อหลัก ปรับปรุงกฎหมายเสนอยกร่าง ๙ ธ.ค. ไทยรัฐ (หน้า ๒๑)

๘. ‘สปช.’ จ่อแยกท่องเที่ยว – กีฬา กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)

สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีแนวคิดจะแยกกระทรวงกีฬา กับการท่องเที่ยว ออกจากกัน โดยมองว่ากีฬาควรจะอยู่กับเยาวชนมากกว่า และจะเป็นครั้งแรกที่จะมีการบรรจุกฎหมายเกี่ยวกับกีฬาเข้าไปในรัฐธรรมนูญ

๙. จัดอันดับที่สุดแหล่งท่องเที่ยวของคนไทย ไม่ไปไม่ได้แล้ว มติชนรายวัน (หน้า ๒๓)

สกู๊ปนำเสนอผลการจัดอันดับจุดหมายปลายทางในดวงใจนักท่องเที่ยว “โลนลี่ แพลนเน็ต เดสทิเนชั่น อวอร์ด” ของนิตยสารโลนลี แพลนเน็ต ทราเวลเลอร์ ประเทศไทย พบว่า “กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น” ได้รับรางวัลเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก “เกาหลีใต้” ได้รับรางวัลสุดยอดจุดหมายท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงินสำหรับชาวไทย “สเปน” ได้รับรางวัลสุดยอดจุดหมายท่องเที่ยวสำหรับชมเทศกาล “อิตาลี” ได้รับรางวัลสุดยอดจุดหมายเพื่อชมศิลปะและสถาปัตยกรรม “สิงคโปร์” ได้รับรางวัลสุดยอดจุดหมายท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว “พม่า” ได้รับรางวัลสุดยอดจุดหมายน่าเที่ยวที่สุดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน “สวิสเซอร์แลนด์” ได้รับรางวัลสุดยอดจุดหมายท่องเที่ยวที่แสนโรแมนติก และ “นิวซีแลนด์” ได้รับรางวัลสุดยอดจุดหมายท่องเที่ยวในฝันที่ต้องการไปเยือน
ส่วนรางวัลแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยพบว่า “อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ได้รับรางวัลสุดยอดเมืองท่องเที่ยวที่คุณชื่นชอบที่สุด “เชียงใหม่” ได้รับรางวัลสุดยอดจังหวัดท่องเที่ยวสำหรับชมเทศกาล “ตรัง” ได้รับรางวัลสุดยอดจังหวัดท่องเที่ยวนอกกระแส และ “เกาะหลีเป๊ะ” ได้รับรางวัล สุดยอดเกาะท่องเที่ยว เป็นต้น

๑๐. ชู ‘ลงทุน – ท่องเที่ยว’ ฟื้นเศรษฐกิจ ส่งออก ต.ค.พลิกบวก ๔% ขยายตัวสูงสุด ๒๑ เดือน ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

นายสมหมาย รังษี รมว.คลัง แนะรัฐหันมาสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ หลังการส่งออกยังชะลอตัว ด้าน สศค. คาดจีดีพีปีหน้าขยายตัวได้ ๔%

๑๑. ผช.เลขาทูตกรีซโดนรถไฟทับดับ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๒. ผู้ช่วยเลขาฯ ทูตกรีซถูกรถไฟสายมรณะทับดับ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๖)

เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุนางอลิสเตอา เลียอาปิ ผู้ช่วยเลขานุการสถานเอกอัครราชทูตกรีซ ถูกรถไฟสายธนบุรี – น้ำตกไทรโยค ทับเสียชีวิต ขณะกำลังก้าวเท้าลงจากรถไฟ แล้วสายสะพายกระเป๋าไปเกี่ยวกับเหล็กจับประตูทางขึ้น – ลง ทำให้เสียหลักล้มตรงกลางรางรถไฟ และถูกล้อรถไฟทับเสียชีวิต

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th



26/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ‘รีแบรนด์ดิ้ง’ กู้ภาพลบ ขับเคลื่อนท่องเที่ยว ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๙)

๒. ‘กอบกาญจน์’ รีแบรนดิ้งเที่ยวไทย นำร่องโมเดลต้นแบบ ๕ เมืองหลัก รับมือแข่งขันเดือด ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย โดยจะรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว แก้ปัญหาภาพลบเรื่องความปลอดภัย นำร่องปรับภาพลักษณ์ ๕ พื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใหม่ ได้ให้ กรุงเทพฯ เป็นเวิลด์ เฮอริเทจ ริเวอร์ครุยส์ เมืองพัทยา เป็นเวิลด์ คลาส สปอร์ต เดสติเนชั่น ภูเก็ต เป็นพรีเมียม เดสติเนชั่น เกาะพะงัน เป็น ฟูลมูนปาร์ตี้วิถีไทย และน่าน เป็นเมืองจักรยาน หรือไบค์ทาวน์
รวมทั้งมีแนวคิดจะนำแผนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตร ๑ หรือ ฟอร์มูล่าวัน กลับมาทำอีกครั้ง โดยมองว่าพัทยาเป็นเมืองที่มีความพร้อม ทั้งที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และเพื่อผลักดันภาพลักษณ์ใหม่ เมืองพัทยาเป็นเวิลด์คลาส สปอร์ต เดสติชั่น
ชี้ การรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อรุกตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ หลังจากหลายประเทศให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยประเทศที่น่าจับตาคือ ญี่ปุ่นและจีนที่เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างหนัก

๓. ยกระดับ ‘ภูเก็ต’ สู่ ‘พรีเมี่ยม เดสติเนชั่น’  ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๖)

สกู๊ปนำเสนอสาระสำคัญของการระดมความคิดเห็นภายใต้หัวข้อ “วิสัยทัศน์ ภูเก็ต ๒๐๒๐” ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน จังหวัดภูเก็ต จัดโดย หน่วยงานธนบดีธนกิจ หรือไพรเวตแบงกิ้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การกำหนดนโยบายพัฒนาภูเก็ตในอนาคต โดยได้เสนอแนะให้มีการผลักดันใน ๕ ด้านหลัก ได้แก่ สร้างกิจกรรมที่ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ จัดสรรปริมาณเที่ยวบินให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย บริหารจัดการอย่างเป็นองค์รวม พัฒนาระบบการศึกษาเพื่อยกระดับความสามารถของบุคลากร และใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในการสื่อสารการตลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

๔. ชง ครม.คุมสินค้าท่องเที่ยว / ล้อมคอกทัวร์ – บริการแย่ / เร่งสร้างมาตรฐานสากล เดลินิวส์ (หน้า ๖)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผย กรมการท่องเที่ยว เตรียมยื่นเสนอ พ.ร.บ.ควบคุมมาตรฐานสินค้าและการท่องเที่ยวต่อ ครม. เพื่อพิจารณา และประกาศบังคับใช้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแหล่งท่องเที่ยวไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
พร้อมจัดโครงการ “เที่ยวเมืองไทยอุ่นใจได้มาตรฐาน” เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานให้มากขึ้น รวมทั้งจัดทำมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะ เพื่อการท่องเที่ยวระดับสากล โดยเปิดตัวโครงการรณรงค์ห้องน้ำสะอาดทั่วไทย ซึ่งเป็นแรงผลักดันและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน หันมาใส่ใจช่วยกันพัฒนาห้องน้ำให้สะอาด และจัดประกวดภาพห้องน้ำสะอาด โดยร่วมกับองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ด้วยการ แชะ แอนด์ แชร์ ผ่านทางโซเซียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้ และให้นักท่องเที่ยวและประชาชนมีส่วนร่วมในวงกว้าง
ด้านนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ เตรียมพัฒนาสถานที่ที่เคยใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังจากฮอลลีวูด มากระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการตามรอยเส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เสริมสร้างศักยภาพ และความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวให้พื้นที่ และสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนต่อไป
นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร ประธานหนุ่มสาวทัวร์ เผย ปีหน้าบริษัททัวร์ต้องหันมารุกตลาดอาเซียนให้มาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น โดยใช้กรุงเทพฯ เป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมการเดินทาง และกระจายนักท่องเที่ยวต่อไปยังเมืองรองต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดนักท่องเที่ยวหลักจากยุโรป ที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ และเดินทางท่องเที่ยวน้อยลง และเพื่อรองรับการเปิดเออีซี
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ขณะนี้ประเทศที่น่าจับตาคือ ญี่ปุ่น หลังมีนโยบายฟรีวีซ่าให้กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าญี่ปุ่นจำนวนมาก และจีนที่มีนโยบายเร่งส่งเสริมตลาดอินบาวนด์ ไม่เฉพาะส่งออกนักท่องเที่ยวไปต่างประเทศเท่านั้น และในอนาคตอาจเห็นจีนส่งออกนักท่องเที่ยวไปทั่วโลกถึง ๕๐๐ ล้านคน ในปี ๒๕๖๓ โดยไทยเป็นหนึ่งในเดสติเนชั่นที่คนจีนชื่นชอบ ซึ่งเราต้องตั้งรับให้ดีว่า จะรองรับนักท่องเที่ยวจีนอย่างไร

๕. ปีใหม่แห่เที่ยวอาเซียน คาดเงินสะพัด ๒ พันล้าน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. เผย คนไทยสนใจจองแพ็กเกจทัวร์ล่วงหน้าเส้นทางประเทศสมาชิกอาเซียนในช่วงวันหยุดปีใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๔ มกราคม ๒๕๕๘ จำนวนมาก วัดได้จากยอดจองผ่านบริษัททัวร์เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ๘๐ – ๙๐% โดยประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ พม่า เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา ตามลำดับ คาดช่วง ๙ วัน จะมีคนไทยท่องเที่ยวผ่านเส้นทางรถยนต์และเครื่องบินกว่า ๒ แสนราย สร้างรายได้ประมาณ ๑.๕ – ๒ พันล้านบาท
ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวภายในประเทศ คาดว่าคนไทยจองการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น วัดได้จากยอดจองล่วงหน้าช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเริ่มดีขึ้น โดยเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมคือ ภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ภาคอีสาน อาทิ อุบลราชธานี อุดรธานี เป็นต้น คาดว่าคนไทยจะเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ย ๕ ล้านคน มีรายได้สะพัด ๓ – ๔ หมื่นล้านบาท

๖. แท็กซี่ใจซื่อคืนเงินแสน ‘ทัวริสต์’ เดลินิวส์ (หน้า ๑๘)

เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายวิชัย ทวีกัลป์ คนขับแท็กซี่ ได้นำกระเป๋าสะพายภายในบรรจุทรัพย์สินและเงินสดประมาณ ๑ แสนบาท ที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษลืมไว้บนรถ ส่งคืนเจ้าของ ด้านนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ได้กล่าวขอบคุณและมอบเงินสดจำนวนหนึ่งเพื่อตอบแทนน้ำใจ

๗. จะแก้ปัญหาอย่างไรเมื่อเมืองไทยถูกมองแง่ลบ ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์เหะหะพาที โดย ซูม กล่าวถึงเนื้อหาในหนังสือ Thailand : Deadly Destination เขียนโดย John Stapleton นักเขียนนักข่าวชาวออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศหลายๆ ด้าน อีกทั้งที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ได้เสียแชมป์เมืองจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยากไปเที่ยวมากที่สุด ให้กับกรุงลอนดอน หลังจากเกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนในประเทศไทยหลายเรื่อง
ต่อเรื่องดังกล่าว ผู้เขียนมองว่า หนทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือต้องยอมรับความจริงว่า ทุกวันนี้เราค่อนข้างละเลยและหละหลวม จนทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่บ่อยครั้ง และต้องเร่งหาทางป้องกันและควบคุมดูแล โดยเฉพาะตำรวจต้องรีบปฏิรูปตัวเอง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ก็พึงตระหนักอยู่เสมอว่า การประชาสัมพันธ์ด้วยของจริง ทำให้นักท่องเที่ยวมาไทยแล้วสนุกจริง ปลอดภัยจริง จนนำไปพูดแบบปากต่อปากเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เชื่อหากทำทั้ง ๒ อย่างควบคู่กันไป ต่อไปเมืองไทยจะกลับมาเป็นแชมป์ Destination หรือจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวเหมือนเดิม

๘. เที่ยวไทย มติชนรายวัน (หน้า ๒๐)

คอลัมน์เดินหน้าชน โดย เสกสรร กิตติทวีสิน กล่าวถึงเป้าหมายการท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๗ ซึ่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยว คาดว่าไม่น่าถึงเป้าหมาย ๒ ล้านล้านบาทที่ตั้งไว้ โดยน่าจะอยู่ที่ประมาณ ๑.๗ – ๑.๘ แสนล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไปเที่ยวที่อื่นแทน ขณะที่บางส่วนก็ยังคงเดินทางมาเที่ยวไทย
ล่าสุดภาครัฐได้เร่งโปรโมตและกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยกำหนดให้ปี ๒๕๕๘ เป็นปีท่องเที่ยว วิถีไทย โดยใช้งบประชาสัมพันธ์ ๖๐ ล้านบาท เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความเป็นไทย และ พักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น รวมทั้งพยายามออกกฎหมายเพื่อกระตุ้นตัวเลขการท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการออกมาตรการลดหย่อนภาษี
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่าชาวต่างที่เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยในทุกวันนี้ น่าจะมีความเข้าใจเมืองไทยอยู่พอสมควร โดยหลายคนยังเดินทางเข้ามาเที่ยว และใช้ชีวิตให้สมกับเป็นช่วงพักผ่อนยาว เพราะรู้ว่าสถานการณ์การเมืองไม่ได้กระทบพื้นที่การเดินทาง ขณะเดียวกันก็พร้อมจะเดินทางไปเที่ยว ที่อื่นได้ทันที เมื่อสัมผัสได้ว่าบรรยากาศไม่ชวนให้น่าเที่ยว แม้จะมีธรรมชาติสวยงามหลากหลายรออยู่ เบื้องหน้าก็ตาม ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีความเข้าใจนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มีมิติรอบด้านมากขึ้น เพราะชาวต่างชาติก็ใช้เงินเที่ยวอย่างมีสมอง รู้ว่าจะเที่ยวเมืองไทยให้สนุกอย่างไรในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้

๙. ‘หนุ่มเซียร์ราลีโอน’ จ่อบินนอก โล่งไร้ไข้ – ปรับ ๒ พันก่อนผลักดัน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

พบชายชาวเซียร์ราลีโอนที่หลบหนีการเฝ้าระวังอีโบลา ๒๑ วันแล้ว ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมเดินทางไปยุโรป พร้อมได้ทำการตรวจสุขภาพชายดังกล่าว พบว่าแข็งแรงดี ไม่มีไข้ และ สั่งปรับ ๒ พันบาท ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ ด้านกระทรวงสาธารณสุขแจง ไม่มีอำนาจควบคุมตัว แม้จะมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด ยกเว้นมีอาการป่วยหรือเคยสัมผัสเชื้อ ส่วนท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซ้อมแผนรับมืออีโบลา

*********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

25/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. กราวิตี้ไทยแลนด์ ๒๐๑๔ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๒)

คอลัมน์สังคมคอร์ปอเรต : ททท. ร่วมกับ บริษัท มีโมชั่น เตรียมจัด “กราวิตี้ไทยแลนด์ ๒๐๑๔ พรีเซนต์อาร์คาเดียเดอะ แบงค็อกแลนดิ้ง” โชว์นาฏยจักรกลแห่งโลกอนาคต ครั้งแรกของไทย ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายนนี้ ที่สวนสยาม

๒. องค์กรไร้พุง คม ชัด ลึก (หน้า ๒๖)

ภาพข่าว : นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เต้นท่า “Chicken Dance” นำร่องให้ผู้บริหารและพนักงานเต้นกันทุกบ่ายที่ ททท. หวังเป็นหนึ่งในองค์กรไร้พุง

๓. ท่องเที่ยวปัดฝุ่นแข่งฟอร์มูล่าวัน ปั้นอีเวนท์โลก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๔. รีแบรนด์ท่องเที่ยว ชูภาพลักษณ์ใหม่ ๕ พื้นที่ฮิตดูดต่างชาติ เล็งดึงฟอร์มูลาวันประชันความเร็ว ที่พัทยา โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

๕. “กอบกาญจน์” มุ่งรีแบรนด์ท่องเที่ยวไทย เล็งจัดโซนนิ่งฟูลมูนปาร์ตี้บนเกาะพะงัน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๖. กอบกาญจน์ปัดฝุ่นท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๗. ไทยปัดฝุ่นแข่ง ‘เอฟวัน’ ข่าวสด (หน้า ๘)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ จะเริ่มต้นแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ เพื่อให้สอดรับกับโรดแมปของรัฐบาลที่เตรียมจัดการเลือกตั้งในเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ โดยจะเดินหน้ารีแบรนด์ประเทศไทย เพื่อสร้างนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น นำร่องปรับภาพลักษณ์ใหม่ใน ๕ พื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้แก่ ๑. กรุงเทพฯ เป็นเวิลด์ เฮอริเทจ ริเวอร์ครุยส์ ๒. พัทยา เป็นเวิลด์ คลาส สปอร์ต เดสติเนชั่น ๓. ภูเก็ต เป็นพรีเมียม เดสติเนชั่น ๔. เกาะพะงัน เป็นฟูลมูนปาร์ตี้วิถีไทย และ ๕. น่าน เป็นเมืองจักรยาน หรือไบค์ทาวน์ คาดการรีแบรนด์ดิ้งจะต้องใช้งบประมาณกว่า ๒ พันล้านบาท และต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อปรับภูมิทัศน์ วางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เพื่อรองรับการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจะนำแผนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตร ๑ หรือฟอร์มูล่าวัน กลับมาทำอีกครั้ง โดยมองว่าพัทยาเป็นเมืองที่มีความพร้อม ทั้งแหล่งท่องเที่ยว และสาธารณูปโภคที่นักท่องเที่ยวต้องการ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯ และมีท่าอากาศยานอู่ตะเภารองรับ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปรับภาพลักษณ์เมืองพัทยา เป็นเวิลด์ สปอร์ต เดสติชั่น
รวมทั้งเตรียมหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงความเป็นไปได้ในการจัดโซนนิ่งการจัดฟูลมูนปาร์ตี้บนเกาะพะงัน และการปรับภาพลักษณ์ให้มีฟูลมูนปาร์ตี้วิถีไทยเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกให้นักท่องเที่ยว โดยชูจุดเด่นเป็นปาร์ตี้แบบลดแอลกอฮอล์ พร้อมท่องเที่ยวตามรอยชมพระจันทร์ที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน

๘. หน.ฝ่ายแบงก์ดัง ‘เที่ยวดอย’ ช็อกหัวใจวายตายคายอดเขา ชี้หนาวจัดหอบกำเริบ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๙. หนุ่มใหญ่หนาวน็อกดับคาดอย พาเมียขึ้นเที่ยวแม่ฮ่องสอน เย็นยะเยือกแล้วทั่วถิ่นไทย บ้านเมือง (หน้า ๑)

นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางไปเที่ยวภาคเหนือเพื่อสัมผัสอากาศหนาว ทำให้ที่พักจองเต็มเกือบทุกแห่ง อาทิ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งขณะนี้อุณหภูมิลดลงเหลือ ๙ – ๑๐ องศาเซลเซียสเท่านั้น และดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ขณะนี้มีแม่คะนิ้งเต็มยอดหญ้าติดต่อกันเป็นวันที่ ๓ โดยช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวกว่า ๕ พันคน ส่วนที่จังหวัดเลยได้ประกาศ ภัยพิบัติแล้ว ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอภูเรือ ท่าลี่ นาแห้ว และภูกระดึง เนื่องจากอุณหภูมิลดต่ำกว่า ๑๕ องศาเซลเซียส ติดต่อกัน ๓ วัน นอกจากนี้ มีผู้เสียชีวิตระหว่างขึ้นไปเที่ยวภูชี้เพ้อ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อชมทะเลหมอกยามเช้า เป็นชายไทยอายุ ๕๙ ปี คาดอากาศหนาวจัดจนโรคหอบหืดกำเริบ

๑๐. วัดคลองพร้าวมีมติพระถ่ายรูปคู่แหม่มพ้นวัด ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

เจ้าอาวาสวัดคลองพร้าว สั่งกรรมการวัดและลูกวัดประชุมตัดสินปัญหาพระสุพจน์ ที่ถ่ายภาพ คู่กับ ๒ นักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ โดยมีมติให้ย้ายออกจากวัดแล้ว ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด ได้ทำหนังสือรายงานผู้ว่าราชจังหวัดรับทราบ และขอให้ฝ่ายปกครองแจ้งให้เจ้าอาวาส ทุกวัด รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยดูแลสอดส่องพฤติกรรมของพระในวัด และให้ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

๑๑. ล่าหนุ่มเซียร์หนีเฝ้าระวังอีโบลา ๒๑ วัน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๑)

กระทรวงสาธารณสุขแจง ชายชาวเซียร์ราลีโอนที่หลบหนีการเฝ้าระวังอีโบลา ๒๑ วัน มีสุขภาพดี ไม่มีอาการป่วย แต่ต้องแจ้งจับเพราะหลบหนีการติดตามตามกฎหมาย คาดยังอยู่ในกรุงเทพฯ ด้านองค์การอนามัยโลก เป็นห่วงเซียร์ราลีโอน ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสัปดาห์ละ ๑ พันคน พร้อมจับตาประเทศมาลี หลังมีการระบาดรอบ ๒ ส่วนด่าน ตม.สระแก้ว เร่งติดตามตัวชายชาวเซียร์ราลีโอนที่ ต้องสงสัย พร้อมตั้งโต๊ะตรวจนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากเวียดนาม ผ่านทางพนมเปญ และจังหวัด เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

24/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ท่องเที่ยวคือเรื่อง การ ‘สร้างคน’ ‘กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๗)

ชนิตา ภระมรทัต รายงานถึงการเข้าร่วมงาน China International Travel Mart ๒๐๑๔ (CITM) ที่นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ของ ททท. และภาคเอกชน รวมทั้งแผนการทำตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย จากการเปิดเผยของ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. และภาคเอกชน ที่เดินทางไปร่วมงาน
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ททท. ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็น ๕ ล้านคน ในปี ๒๕๕๘ ส่วนปี ๒๕๕๗ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนที่ ๔.๔ ล้านคน นอกจากนี้ ผู้บริหารหน่วยงานที่ดูแลการท่องเที่ยวของจีน ได้รับข้อเสนอถึงแนวทางในการส่งเสริม การท่องเที่ยวร่วมกัน คือทั้ง ๒ ประเทศควรให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวทั้งตลาดอินบาวด์ และเอาท์บาวด์ โดยมีแผนจะจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อร่วมกันวางเป้าหมาย และเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น
รวมทั้งได้นำเสนอแคมเปญ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘” โดยจะมุ่งเน้นการขายความเป็นไทย ที่มีความแตกต่างกันทั้งในเมืองหลักและเมืองรองคู่ขนานกันไป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เชิญชวน กรุ๊ปทัวร์ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ กลุ่มที่เดินทางมาซ้ำ และกลุ่มเอฟไอทีของจีน ให้เข้ามาสัมผัส นอกจากนี้ทาง ททท. ได้วางแผนโฟกัสนักท่องเที่ยวกลุ่มเอฟไอทีมากขึ้น ผ่านทางโซเชียลมีเดียของจีน โดยเฉพาะ Weibo Wechat Youku ซึ่งติดอันดับท็อปเท็นที่ชาวจีนส่วนใหญ่นิยมใช้
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ยอมรับ การทำตลาดแบบ B to C เป็นเรื่องที่ท้าทายต่อเป้าหมายรายได้ของ ททท. จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องใช้การตลาดแบบ B to B เป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเซ็กเมนท์ทำการตลาดเจาะเฉพาะกลุ่มให้มากขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนจีนมีความหลากหลาย และมีวิถีการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน

๒. ททท. สนับสนุนงานดนตรี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt : ททท. เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเตรียมเข้าไปสนับสนุนงานดนตรีหลายรายการ อาทิ อาร์คาเดีย ไลฟ์ อิน แบ็งคอก ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายนนี้ รวมถึงคอนเสิร์ต Dutch Swing College Band – Jazz @ Pattaya ในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนนี้ ที่ลานกิจกรรมซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีช ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป

๓. ปฏิทินท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แสดงความยินดีกับสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ที่ได้รับรางวัล Leading Edge Award ๒๐๑๔ จากสมาคมสวนน้ำโลกที่ลาสเวกัส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ททท.สนง.พัทยา เชิญชมคอนเสิร์ตแจ๊ส Dutch Swing College Band – Jazz @ Pattaya ในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนนี้ ที่ลานกิจกรรมซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยาบีช ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป และสยามพารากอน เชิญชมงานสยามพารากอน แบงค็อก รอยัล ออร์คิด พาราไดซ์ ครั้งที่ ๘ ระหว่างวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน – ๑ ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

๔. เปิดตัวแท็กซี่อินเดียชวนเที่ยวไทย เดลินิวส์ (หน้า ๒)

ททท.สนง.มุมไบ ร่วมกับ ททท.สนง.นิวเดลี ว่าจ้างบริษัท เมรู แค็ฟ บริษัทแท็กซี่รายใหญ่ของอินเดีย จัดทำภาพแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของไทย รวมถึงข้อความ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์”บนตัวถังรถ ตลอดจนฝากระโปรงด้านหลังรถแท็กซี่รวม ๒๐๐ คัน ซึ่งวิ่งกระจายระหว่างท่าอากาศยานกับตัวเมือง เป็นเวลา ๒ เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เพื่อเชิญชวนชาวอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวไทย

๕. ‘กอบกาญจน์’ ดันเที่ยว ๒ ล้านๆ มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนาหอการค้าไทยทั่วประเทศ ระบุ กระทรวงฯ มีแผนจะผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่มนักท่องเที่ยวเป็น ๒๙ ล้านคน มีรายได้ ๒ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๕๘ พร้อมจะทบทวนยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการ และปรับเพิ่มแนวทางการผลักดันการท่องเที่ยวใหม่ โดยปีหน้าจะเน้นท่องเที่ยววิถีไทย และฟื้นการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด รวมทั้งกำลังทำแผนผลักดันการท่องเที่ยวตามเขตเศรษฐกิจ เพื่อจูงใจให้ประเทศเพื่อนบ้านเดินทางมาพักผ่อนในไทยช่วงวันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ มากขึ้น

๖. เชียร์รัฐบูม ‘ท่องเที่ยววิถีไทย’ เชื่อการเมืองนิ่งบรรยากาศเอื้อ – เน้นความปลอดภัย คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

อนัญชนา สาระคู นำเสนอภาพรวมการท่องเที่ยวในปีนี้ จากการเปิดเผยของนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธาน สทท. โดยคาดว่าจะลดลงหรือติดลบราว ๕% ส่วนปีหน้าเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่น่าจะต่ำกว่าปีนี้ และน่าจะเพิ่มได้เฉลี่ย ๗ – ๑๐% หรือคิดเป็นรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท พร้อมสนับสนุนรัฐบาลส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย เชื่อหากการเมืองนิ่ง จะส่งผลดีต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวไทย
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดจะทำ “ฮาลาล ทัวริซึ่ม” เชื่อจะสามารถดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้าไทยเพิ่มขึ้น และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นฐานตลาดใหญ่ ในอาเซียนมีมากกว่า ๒๖๐ ล้านคน โดยที่ผ่านมาไทยมีการพัฒนามาตรฐานสินค้าและบริการฮาลาลแล้ว แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมไปทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งต่อไปจะสนับสนุนในรูปแบบการอบรมให้ความรู้ทุกกลุ่ม เพื่อให้มีศักยภาพรับตลาดนี้มากขึ้น รวมทั้งฝากไปยังภาครัฐให้เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงพัฒนาบุคลากร และมีมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

๗. ชู ‘วิถีล้านนา’ ดึงเที่ยวภาคเหนือ คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

นางกรวรรณ สังขกร นักวิจัย (ชำนาญการพิเศษ) สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เห็นด้วยกับการรณรงค์ให้ปี ๒๕๕๘ เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย โดยในส่วนภาคเหนือตอนบน ๘ จังหวัด สามารถใช้วิถีล้านนา มาเป็นจุดขายดึงนักท่องเที่ยว พร้อมคาดว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบนช่วงปลายปีน่าจะคึกคักมาก จากมาตรการลดหย่อนภาษี และภาครัฐประกาศวันหยุดยาวช่วงปลายปี ขณะที่ภาคเอกชนในภาคเหนือ ได้มีการตื่นตัวเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว ด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยใช้นโยบายของรัฐเป็นแรงจูงใจ

๘. แอตต้านำทัพเอเย่นต์ลุย ตจว. แจ้งเกิดสินค้าท่องเที่ยวใหม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๙. ทัวร์ปรับทัพใหม่ หนีตายตัดราคา เดลินิวส์ (หน้า ๖)

แอตต้า ปรับกลยุทธ์ในการส่งเสริมการตลาดใหม่ โดยร่วมกับเอเย่นต์ทัวร์สำรวจแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัด ที่มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ และมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ให้กับตลาดทัวร์ อินบาวด์ โดยจะเน้นรุกเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก – ตะวันออก เชื่อมเปิดเออีซี และร่วมมือท้องถิ่น โปรโมตแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในอดีตให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

๑๐. Repositioning ดันเที่ยวไทยสู่ High Value  กรุงเทพธุรกิจ (BizWeek หน้า ๑)

ประกายดาว แบ่งสันเทียะ นำเสนอภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงแนวทาง ในการปฏิรูปการท่องเที่ยว “Repositioning” ทั้งระบบ เพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวสร้างมูลค่าเพิ่ม (High Value) ของ สทท. จากการเปิดเผยของนางปิยะมานต์ เตชะไพบูลย์ อดีตประธาน สทท.

๑๑. ยุทธการ High Value Traveler กรุงเทพธุรกิจ (BizWeek หน้า ๑)

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ประธานบริหารฝ่ายสร้างกลยุทธ์และนวัตกรรม หน่วยงาน Energy Brand Consulting ภายใต้เครือ Young & Rubicam Brands ชี้แนะและให้ข้อคิดเกี่ยวกับThailand Branding ว่า ควรมาจากแก่นแท้ที่ประเทศไทยสั่งสมมา โดยไม่ต้องสร้างภาพเกินจริง ปรุงแต่งเกินงาม เพราะมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมไทยยังขายได้ เพียงแต่รูปแบบและกลยุทธ์การนำเสนอ ควรปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย

๑๒. แห่เที่ยวภาคเหนือ ชื่นชมเหมยขาบ ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

๑๓. เหนือ – อีสานยะเยือก แม่คะนิ้งโผล่ต่อเนื่อง ปักษ์ใต้หลาย จว.จมบาดาล ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๑๔. แห่ดู ‘เหมยขาบ’ ที่ดอยอินทนนท์ ‘ภูชี้ฟ้า’ ฮิต – ทะลักสัมผัส ‘หนาว’ มติชนรายวัน (หน้า ๑๔)

๑๕. แห่ขึ้นดอยเหนือสัมผัสหนาวแรก ข่าวสด (หน้า ๑)

นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางขึ้นภาคเหนือเพื่อชมเหมยขาบ ที่เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ ๒ ที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงชมทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ส่งผลให้ยอดจองบ้านพักเต็มยาวไปถึงเทศกาลปีใหม่ บางแห่งเหลือเพียงจุดกางเต็นท์ ส่วนที่ ภาคอีสาน หลายจังหวัดเริ่มมีสภาพอากาศหนาวเย็น โดยที่จังหวัดนครราชสีมา มีหมอกลงจัดในหลายพื้นที่  และที่ภาคใต้ยังคงมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เนื่องจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน อาทิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีฝนตกตลอดคืน ทำให้ตอนเช้าเกิดหมอกลงหนาเกือบทุกพื้นที่ บดบังทัศนวิสัยในการสัญจรบนถนน ส่วนที่จังหวัดพัทลุง สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มกลับเข้าสู่ปกติ ยกเว้นพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา และอำเภอควนขนุน ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เป็นต้น

๑๖. ‘กูรูต่างชาติ’ จี้รัฐเร่งลงทุน ดันจีดีพีปีหน้าขยายตัว ๔%  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

นักเศรษฐกิจศาสตร์ และนักการเงินต่างชาติ คาดจีดีพีไทยในปีหน้าจะปรับขึ้นมาอยู่ที่ ๔% หากรัฐบาลเร่งพัฒนาทักษะคุณภาพแรงงาน เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมประเมินจีดีพีไทยในปีนี้โตเพียง ๑% เนื่องจากการส่งออกและการท่องเที่ยวทรุด
ด้านผู้บริหารเครือแอคคอร์ เร่งรัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังหวังด้วยว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้แก่ ททท. สำหรับการประชาสัมพันธ์และการจัดโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

๑๗. หอการค้าภูมิภาคจี้รัฐกระตุ้น ศก.ดันบริโภคปีหน้า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

ผลสำรวจหอการค้าภูมิภาค พบว่าเศรษฐกิจภูมิภาคปี ๒๕๕๗ และแนวโน้มปี ๒๕๕๘ ได้ปัจจัยบวกจากการเมืองที่มีเสถียรภาพ การค้าชายแดนคึกคัก การท่องเที่ยวฟื้นตัว การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกดีขึ้น การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา และโครงการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่ปัจจัยลบคือ ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรชะลอตัว ราคาสินค้าสูงขึ้น งบลงทุนของภาครัฐล่าช้า ภาระหนี้สินครัวเรือน การส่งออกชะลอตัว และภัยธรรมชาติ พร้อมแนะรัฐเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุน ดันสินค้าสินค้าเกษตร หวังการบริโภคฟื้นตัว ด้านมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดจีดีพีปีหน้าจะโต ๓ – ๕% เพราะได้อานิสงส์จาการท่องเที่ยว และการลงทุน

๑๘. หมู่บ้านท่องเที่ยวญี่ปุ่นพัง เซ่นธรณีพิโรธ ๖.๗  ไทยรัฐ (หน้า ๒)

เมื่อกลางดึกวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๖.๗ แมกนิจูด ในจังหวัดนางาโนะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้หมู่บ้าน ๒ แห่งพังเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “หมู่บ้านฮาคุบะ” ที่เคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี ๒๕๔๑ ด้วย

๑๙. พระโอบสีกา – ซึม สำนึกอยากสึก เจ้าคณะตำบลส่งย้ายวัดทันที ข่าวสด (หน้า ๑)

กรณีมีภาพพระโอบกอด ๒ นักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติในโบสถ์ในวัดแห่งหนึ่งบน เกาะช้าง จังหวัดตราด เผยแพร่ทางโลกออนไลน์ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุดทราบชื่อแล้วว่า บุคคลในภาพคือ พระสุพจน์ เป็นพระลูกวัดคลองพร้าว ซึ่งประพฤติผิดจริง และได้รับทราบความผิด ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยในเบื้องต้นเจ้าคณะตำบลได้ให้พระสุพจน์ กลับไปอยู่ที่บ้านเดิม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา พร้อมกำชับเจ้าอาวาสวัดทั้ง ๖ วัดบนเกาะช้าง ดูแลลูกวัดไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ต้องห้ามพลาด ๑๒ เมืองทั่วไทย ข่าวสด (หน้า ๕)

ชลระดา หมื่นไธสง แนะนำแหล่งท่องเที่ยวใน ๑๒ จังหวัด ในโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ของ ททท. นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ปัจจุบันการท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่แค่บางพื้นที่ นักท่องเที่ยวนิยมไปแต่จังหวัดที่คุ้นเคยหรือมีชื่อเสียง จึงเกิดแนวความคิดการส่งเสริมการท่องเที่ยว “เมืองต้องห้าม...พลาด” โดยเน้นจังหวัดที่เป็นเมืองทางผ่าน และมีนักท่องเที่ยวไม่ถึง ๒ ล้านคน เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปตามพื้นที่ใหม่ รวมถึงมีความน่าอัศจรรย์ไม่เหมือนที่อื่น หากได้ไปจะทำให้ หลงรักประเทศไทยมากขึ้น ตั้งเป้าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑๔%

๒. ‘กอบกาญจน์’ ขานรับปั้นภูเก็ต ๖ ปีขึ้นแท่นพรีเมียมเดสติเนชั่น ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑๕)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ขณะนี้กระทรวงฯ อยู่ระหว่างร่างยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี ๒๕๕๙ เพื่อแก้ปัญหาการท่องเที่ยวระยะกลางและระยะยาว โดยจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นหนึ่งจังหวัดด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ หากมีการหารือกันเพื่อร่วมกันวางรากฐานแนวทาง การพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้ชัดเจนขึ้น จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของภูเก็ตเป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยจะวางจุดยืนเรื่องความเป็นพรีเมียมเดสติเนชั่น เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพชัดเจน รวมถึงการผลักดันเป็นฮับด้านไมซ์ การพัฒนาท่าเรือเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดย เรือครุยส์ และการเร่งพัฒนาบุคลากรให้เพียงพอต่อความต้องการ
นายวิจิตร ณ ระนอง ประธานกรรมการ โรงแรมอินดิโก้เพิร์ล ภูเก็ต ระบุ การยกระดับการท่องเที่ยวภูเก็ตสู่การท่องเที่ยวเมืองคุณภาพ จะต้องเน้น ๓ เรื่องหลักคือ ๑. การบริหารจำนวนนักท่องเที่ยว ๒. บริการต้องดีในทุกด้าน และ ๓. พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม โดยฝากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือกับ ทอท. เพื่อวางแผนพัฒนาในอนาคต เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่เติบโตปีละ ๑๐%
ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธาน สทท. เผยถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่อันดามันว่า มีแนวคิดจะใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นฮับด้านการเชื่อมโยงภายในอันดามัน โดยอยากให้เร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงมีการหารือถึงแพ็กเกจท่องเที่ยวเชื่อมโยงที่จะทำร่วมกัน

๓. ชูเที่ยวตามรอยหนังดัง – พังงา – อุบลฯ จากเกาะ ‘เจมส์บอนด์’ ถึงกองทัพ ‘อเล็กซานเดอร์’ ข่าวสด (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยวเปิดตัวโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ระยะที่ ๑ ใน ๒ จังหวัดได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ตามรอยหนังเรื่อง อเล็กซานเดอร์มหาราชชาตินักรบ และจังหวัดพังงา ตามรอยหนังเรื่อง เจมส์บอนด์ ๐๐๗ ตอน เดอะ แมน วิธ เดอะ โกลเด้น กัน พร้อมเผย แม้ปีนี้จะมีเหตุการณ์บ้านเมือง แต่ก็ยังมีผู้มาสร้างภาพยนตร์ในไทยเกือบ ๖๐๐ เรื่อง ใน ๕๕ จังหวัด

๔. ฮือฮาแม่คะนิ้งดอยอินทนนท์ ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

๕. ตื่นแม่คะนิ้งแรก อินทนนท์ติดลบ นักท่องเที่ยวแน่น คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๖. ‘เหมยขาบ’ โผล่ดอยอินทนนท์ วูบ ๒ องศาขาวโพลนทั้งเขา ‘ภูเรือ – ภูหัวฮ่อม” นทท.แน่น บ้านเมือง (หน้า ๑)

นักท่องเที่ยวจำนวนมาก พากันไปเที่ยวชมแม่คะนิ้งแรกของฤดูหนาวปีนี้ ที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อุณหภูมิที่จุดชมวิวอยู่ที่ ๖ องศาเซลเซียส อย่างคึกคัก เช่นเดียวกับอุทยานฯ ภูเรือ – ภูหัวฮ่อม จังหวัดเลย ที่ยังได้รับความนิยม นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนยอดภู ส่งผลให้ขณะนี้ยอดจองที่พักเกือบเต็ม และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และที่อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก ที่อุณหภูมิลดลงเหลือ ๑๔ องศาเซลเซียส เริ่มมีนักท่องเที่ยวมากางเต็นท์เพื่อสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นแล้ว
ส่วนที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนัก และมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ อาทิ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีฝนตกหนักทั้งวัน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งให้นายอำเภอ และ อปท. ทั้งจังหวัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ ปภ. เฝ้าระวังน้ำท่วม ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงตลอด ๒๔ ชม. ส่วนที่จังหวัดพัทลุง มีน้ำท่วมขังในตำบลพญาขัน ชัยบุรี ลำปำ อำเภอเมือง และตำบลพนางตุง ทะเลน้อย และมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน เป็นต้น

๗. ตะลึงชายหาด ‘บางแสน’ โล่ง สะอาดขึ้น – เพิ่มที่ว่างปูเสื่อได้ พ่อค้าแม่ขายคึกคัก – น่าเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๑)

นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี เผย นโยบายจัดระเบียบชายหาดบางแสนได้ผล ขณะนี้มีพื้นที่ว่างประมาณ ๒๕% ให้นักท่องเที่ยวได้ปูเสื่อนั่ง และเห็นทิวทัศน์ของทะเล ดูสะอาดและสวยงาม

๘. จัดระเบียบ มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

ภาพข่าว : สภาพชายหาดบางแสนที่มีการจัดระเบียบอย่างสวยงาม มีพื้นที่ว่างให้นักท่องเที่ยวได้นั่งปูเสื่อและเห็นทิวทัศน์ของทะเล โดยไม่มีเต็นท์หรือเก้าอี้ผ้าใบมาบดบังสายตา สร้างความพอใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

๙. ภาคบริหารผิดพลาด ข่าวสด (หน้า ๔)

คอลัมน์ข่าวข้นคนเข้ม โดย สว่างแฝง กล่าวถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่มาเที่ยวไทย เพราะกฎอัยการศึก ขณะที่ผู้บริหารก็ยังไม่มีผลงาน วัดได้จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จุดตรวจคนเข้าเมืองเห็นภาพแล้วน่าซึมเศร้า เจ้าหน้าที่ ตม. มือระวิงกับปั๊มพาสปอร์ตคนไทยเฉลี่ย ๘๐% นักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๐% แสดงให้เห็นว่าภาคบริหารผิดพลาด ขนาดคนไทยยังไม่เที่ยวไทย พอมีเงินทองก็ไป ทัวร์เมืองนอก ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไหนจะกล้า และอยากมาทัวร์เมืองไทย

๑๐. ฮ่องกงปรับแผนรับม็อบยื้อ ! การท่องเที่ยวจัดเทเบิลท็อปเซล / รร.ลั่นไม่ลดราคา ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

การท่องเที่ยวฮ่องกง ปรับแผนรับมือการชุมนุมยืดเยื้อ หันมามุ่งให้การสนับสนุนบริษัทนำเที่ยว เชิญผู้ประกอบการจากฮ่องกงมาพบปะผู้ประกอบการในไทย โดยจัดสัมมนา ส่งเสริมการขายแบบ เปิดโต๊ะเจรจาธุรกิจ หรือเทเบิล ท็อปเซล ที่เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ หวังดันยอดขายในปีหน้า
ด้านผู้บริหารเครือเซ็นทาราเผย สมาคมโรงแรมในฮ่องกงให้ความร่วมมือไม่ลดราคาห้องพัก ยังคงขายในอัตราปกติ เพราะเกรงจะกระทบโครงสร้างราคา ขณะที่สายการบินรุกโปรโมตขาย ตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปญี่ปุ่นเสริม ด้านสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ร่วมมือกับพันธมิตรกระตุ้นยอดขายบินตรงฮ่องกง

๑๑. ญี่ปุ่น – ฮ่องกง เร่งโปรโมตการท่องเที่ยว ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๔)

คอลัมน์สังคมฐาน โดย พริกกะเหรี่ยง กล่าวถึงญี่ปุ่น ที่หลายเมืองเริ่มหันมาหารายได้จาก การท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุด เมืองที่ถูกมองข้ามอย่าง “โยโกฮามา” ได้ลุกขึ้นมาโปรโมตการท่องเที่ยว หวังดึงคนไทยไปเที่ยว เพราะขึ้นชื่อเรื่องการช็อปปิ้ง ขณะที่คนไทยที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ควรเรียนรู้วัฒนธรรมของญี่ปุ่นด้วย ล่าสุด สถานทูตไทยได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ควรรู้ เช่นเดียวกับฮ่องกง ที่เดินหน้าร่วมหา “ฟันจิเนียร์” ออกแบบความสนุกด้วยความคิดสร้างสรรค์เรื่องการท่องเที่ยวฮ่องกงให้สนุกที่สุด ชิงรางวัลใหญ่เที่ยวฮ่องกงฟรี ๔ วัน ๓ คืน สามารถแชร์ความคิด ได้ที่ Discover Hong Kong Facebook Page

๑๒. แชร์ว่อน – รูปฉาวพระภิกษุโอบกอด ๒ แหม่ม ข่าวสด (หน้า ๑)

มีการเผยแพร่ภาพพระภิกษุโอบกอด ๒ นักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติในโบสถ์วัดแห่งหนึ่ง บนเกาะช้าง ในโลกออนไลน์ โดยใช้ชื่อว่า “เก็บภาพวิพากษ์เกาะช้าง” จากการตรวจสอบพบเป็น พระลูกวัดคลองพร้าว ขณะนี้เจ้าตัวไม่อยู่ ไปเข้าปริวาสกรรมที่นครสวรรค์ ด้านกรรมการวัดชี้แจงแทนว่า พระไม่มีเจตนาชู้สาว อ้างนักท่องเที่ยวไม่รู้ธรรมเนียมไทย มาขอถ่ายภาพแล้วทำท่าโอบกอดอย่างที่เห็น จนมีผู้นำไปโพสต์จนเป็นเรื่องราวถึงความไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้พระที่อยู่ในภาพกลับมาวัด เพื่อชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. ททท. – วีซ่า – ราชประสงค์ เตรียมรับนักท่องเที่ยว สยามรัฐ (หน้า ๖)

๒. ผนึกกำลังดึงลูกค้าช็อปราชประสงค์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๙)

นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. ร่วมกับ วีซ่า ประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดแคมเปญไทยแลนด์ สเปคทาคูลาร์ เยียร์ เอนด์ ปีที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘ ที่บริเวณย่านราชประสงค์ โดยมอบส่วนลดและของสมนาคุณมากมายให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาฉลองเทศกาลปีใหม่ที่ย่านราชประสงค์ คาดว่าปีนี้จะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าเพิ่มขึ้น ๑๕%

๓. ขอบคุณผู้ว่าการ ททท. ข่าวสด (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ย่องก๊วน โดย แดง ตานี : สุวิทย์ เหรียญรุ่งเรือง - สุภา รักประยูร ผู้จัดการแข่งขัน “หัวหิน – ชะอำ กอล์ฟเฟสติวัล” ได้มอบรางวัลรถยนต์ฮอนด้า บริโอ อเมซ ให้กับสัญญา เวชการ นักกอล์ฟผู้โชคดีจากการออกรอบ พร้อมฝากขอบคุณ นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ที่ให้การสนับสนุนเสมอมา

๔. ไม่แยกกระทรวงท่องเที่ยว – กีฬาฯ / ‘สุวัตร’ เผยแค่ปรับการบริหารงาน / เปิดแผนใหม่ทัวร์ ตามรอยหนังดัง มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหนึ่งในกระทรวงเป้าหมายที่จะมีการปรับโครงสร้างการบริหารงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยยืนยัน ไม่มีการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวกับกีฬาออกจากกัน เป็นเพียงการปรับโครงสร้างการบริหารงาน และรับทราบยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกระทรวง ๖ เรื่องคือ ๑. การตลาด ๒. การขนส่งและโลจิสติกส์ ๓. การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิม ๕. การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และ ๖. การพัฒนาสินค้าและบริการ
ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงกรณีสื่อต่างชาติเผยแพร่ข่าวนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายในประเทศไทยว่า กระทรวงฯ ไมได้นิ่งนอนใจ และได้เดินสายทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงประสานกับตำรวจในพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเตรียมผลักดันให้ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และสมุทรสงคราม เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดด้วย

๕. ‘ทีเอชเอ’ ชี้อัตราเข้าพักโรงแรมฟื้นตัว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)

๖. ลุยปราบโรงแรมเถื่อน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย เผย อัตราเข้าพักโรงแรมทั่วประเทศดีขึ้น ทุกตลาด ยกเว้นพัทยาและภูเก็ต ที่ยังคงลดลง โดยเชียงใหม่ฟื้นตัวมากที่สุด และหากกระทรวงมหาดไทย เริ่มดำเนินการจับกุมและเข้มงวดตรวจตราโรงแรมเถื่อนมากขึ้น จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโรงแรม ในภาพรวม

๗. จี้ยกเครื่องท่องเที่ยวภูเก็ต เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๘. ยกระดับภูเก็ตพรีเมียมโลก สทท. – โรงแรมเสนอรัฐวางโรดแมป ปั้นศูนย์ท่องเที่ยวเป็นอันดามัน คลัสเตอร์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธาน สทท. อยากให้ภาครัฐและเอกชน ทำการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวในเขตอันดามัน ผ่านการพัฒนาขนส่งทางบกและทางน้ำ อาทิ สร้างท่าเรือระดับมาตรฐานโลก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยโดยใช้เรือครุยส์ หรือเรือสำราญ รวมถึงลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งท่าอากาศยาน สร้างถนน ๔ เลน
พร้อมเตรียมเสนอนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา วางโรดแมปยกระดับการท่องเที่ยวภูเก็ต เป็นประตูการท่องเที่ยวสู่ตลาด อันดามัน เพื่อเชื่อมโยง ๔ – ๕ เมืองโดยรอบ เชื่อภายใน ๕ ปีข้างหน้า หรือในปี ๒๕๖๓ จำนวนนักท่องเที่ยวในภูเก็ตจะเติบโตขึ้นปีละ ๒๐% และมีรายได้เติบโตปีละ ๑๐ – ๒๐%
นายวิจิตร ณ ระนอง ประธานกรรมการ โรงแรมอินดิโก้เพิร์ล ภูเก็ต แนะให้ยกระดับการท่องเที่ยวภูเก็ต ด้วยการเจาะนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และเร่งขยายท่าอากาศยานภูเก็ตให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นปีละกว่า ๑๐%

๙. ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ส่อแววหดตัว ๕.๘% แนวหน้า (หน้า ๑๐)

๑๐. ตั้งเป้าตัวเลขท่องเที่ยวไทยฟื้น Q๔ บ้านเมือง (หน้า ๗)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าไตรมาส ๔ ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยประมาณ ๗.๓๕ ล้านคน ทำให้การท่องเที่ยวกลับมาเติบโตได้ในอัตรา ๕.๔% หลังจากที่หดตัวเฉลี่ย ๑๐.๔% ในช่วง ๓ ไตรมาสแรก เนื่องจากทุกภาคส่วนของไทยต่างดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเข้มข้น รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเดินทางมาเที่ยวไทย พร้อมคาดว่าภาพรวมตลอดปี ๒๕๕๗ น่าจะติดลบ ๕.๘% จากปี ๒๕๕๖ ที่ขยายตัวสูงถึง ๑๘.๘% โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ ๒๕ ล้านคน มีรายได้ประมาณ ๑.๑๖๗ ล้านล้านบาท

๑๑. แบงก์ชี้ “ปีใหม่” เศรษฐกิจไทยรุ่ง / “คลัง” แย้มอย่าเพิ่งหมดหวัง ยันปีนี้โต ๑.๔%  ไทยรัฐ (หน้า ๘)

สศค. เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ ๑.๔% ตามที่คาดการณ์ แม้ว่าตัวเลขไตรมาส ๓ จะออกมาต่ำ เนื่องจากการส่งออกดีขึ้นกว่าที่คาด และการท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม เติบโตครั้งแรก ในรอบ ๑๐ เดือน ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา เชื่อว่ามีส่วนผลักดันดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ด้านนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย คาดปีหน้าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวได้ถึง ๔% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐ ส่วนปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ มองว่าเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง แต่ในปี ๒๕๕๘ เศรษฐกิจไทยจะได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่เออีซี ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตได้อีกทาง ส่วนการท่องเที่ยวคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้หลังปัญหาการเมืองในประเทศคลี่คลาย

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

21/11/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๑. จี้ทัวร์ – โรงแรมเลิกตัดราคากันเอง เดลินิวส์ (หน้า ๖)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า ๒๐ ล้านบาท ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งงานเทศกาลดนตรีในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีการประดับประดาไฟให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป เพื่อจูงใจให้คนไทยท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศ สร้างรายได้ให้ถึงเป้าหมาย ๗ แสนล้านบาท ในปี ๒๕๕๗
ทั้งนี้ จากการประเมินภาพรวมของการท่องเที่ยวในประเทศตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่มีกำลังซื้อระดับกลาง ที่ยังคงกิจกรรมท่องเที่ยวตามปกติ รวมถึงกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ อบต. อบจ. ที่ยังมีงบประมาณในการออกไปสัมมนาตามแนวทาง ที่รัฐบาลกำหนด
ด้านนายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย ใน ๒๕๕๘ ททท. ยังคงทำตลาดโดยเน้นประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง หรือแหล่งท่องเที่ยวชุมชนมากขึ้น เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่ สร้างความประทับใจกลับไป แล้วนำไปบอกต่อแบบปากต่อปาก ถือเป็นกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ทางอ้อม ในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยมาท่องเที่ยวเมืองไทย ขณะที่ชุมชนก็ต้องวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของตนให้มีเอกลักษณ์ เป็นจุดขายให้กับนักท่องเที่ยว และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน ส่วนโรงแรมและบริษัททัวร์ก็ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ และไม่ควรตัดราคากันเอง

๒. เอกชนลุย ‘ฮาร์ดเซล’ ผนึก ททท. ดึงต่างชาติ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๓. วีซ่าอัดแคมเปญหวังยอดเพิ่ม ๑๕% ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๒๓)

๔. ‘ททท. – วีซ่า’ ตีปี๊บช็อปราชประสงค์ ข่าวสด (หน้า ๘)

นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. ร่วมกับ วีซ่า ประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดแคมเปญไทยแลนด์ สเปคทาคูลาร์ เยียร์ เอนด์ ปีที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘ ที่บริเวณย่านราชประสงค์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปี และเพื่อส่งเสริมและสร้างการรับรู้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางแห่งการช็อปปิ้ง โดยคาดว่าปีนี้จะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าเพิ่มขึ้น ๑๕% มั่นใจชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการจัดงานนี้ ยังคงให้ความสนใจไทยในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ และหลังจบแคมเปญนี้ ททท. จะโปรโมตการช็อปปิ้งในหมวดหมู่อาหารต่อเนื่อง ด้วยการจัดเทศกาลสแปลซ แอนด์ ราวเดือนมีนาคม ขณะที่เดือนมิถุนายน จะเข้าสู่เทศกาลใหญ่ประจำปี “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลล์” ระยะเวลา ๓ – ๔ เดือน

๕. ฉุดแหม่มหาดหัวหิน เดินคุกลงมือเย้ย กม. ตามรวบตัวทันควัน รอดเพราะโทรศัพท์ บ้านเมือง (หน้า ๑)

๖. หนุ่มดมกาวหื่นปล้ำสาวต่างชาติ ข่าวสด (หน้า ๑๔)

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวสาวชาวเวเนซุเอลา ถูกชายไทยฉุดหวังจะข่มขืน ระหว่างนั่งเล่นเพียงลำพังบริเวณทางลงชายหาดหน้าบ้านวิทยา อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่นักท่องเที่ยวขัดขืนจนโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง เอส ๓ ตก และเห็นท่าว่าคนร้ายอยากได้ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือส่งให้ และใช้จังหวะดังกล่าววิ่งหนี พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ
ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว โดยรับสารภาพว่า เคยติดคุกนาน ๔ ปีในคดี ชิงทรัพย์ ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดมกาวบนชายหาดจนเมา เห็นนักท่องเที่ยวสาวอยู่เพียงลำพัง จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ และลงมือปลุกปล้ำหวังจะขืนใจ แต่นักท่องเที่ยววิ่งหนีเอาตัวรอดได้ จึงได้เอาโทรศัพท์มือถือติดมือไป กระทั่งถูกจับกุมตัว

๗. หนุ่มอินเดียระห่ำซิ่งเจ็ตสกี เหินขึ้นฝั่งชนนักเที่ยวสาหัส ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุเรือเจ็ตสกีเฉี่ยวชนนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ บริเวณชายหาดพัทยา จากการสอบถามทราบว่า ผู้ขับขี่เจ็ตสกีเป็นชาวอินเดีย ขับขี่เจ็ตสกีชื่อ “น้องกล แอนด์ น้องเจเจ” ด้วยความเร็วสูง และผ่าเข้ามาในทุ่นกั้นเขตคนเล่นน้ำ เฉี่ยวชนนักท่องเที่ยวที่กำลัง เล่นน้ำอยู่ รวมทั้งเหินขึ้นบนชายหาดชนกับโต๊ะ เตียงผ้าใบ ล้มเสียหาย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อและสัญชาติ เจ้าหน้าที่ได้ทำการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมนำส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียล

๘. ต่างชาติยังรักเมืองไทย ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยว ได้จัดกิจกรรมเปิดโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางถ่ายภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลลีวู้ดในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมได้เผยถึงกรณีมีนักเขียนและสื่อของอังกฤษเขียนหนังสือและบทความโจมตีประเทศไทยว่า กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ดูแลและปรับปรุงบริการการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ ให้เป็นที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และจากการเดินทางไปโปรโมตการท่องเที่ยวที่อังกฤษ พบว่า คนอังกฤษส่วนใหญ่ยังรักเมืองไทย และสนใจมาเที่ยวไทยไม่น้อยลง จากเดิม

๙. ตำรวจท่องเที่ยวจับไกด์เถื่อนติดสินบน จนท. แลกถูกจับ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

๑๐. จับไกด์เถื่อนติดสินบนเจ้าพนักงาน บ้านเมือง (หน้า ๒)

เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวได้แถลงข่าวการจับกุมไกด์เถื่อน หลังสนธิกำลังทหารจัดชุดตรวจจับไกด์เถื่อน โดยได้ผู้ต้องหา ๑ ราย ขณะกำลังนำนักท่องเที่ยวเข้าชม วัดมหาธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง และพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่แลกกับการถูกจับ โดยได้ส่งตัวให้ สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดี

๑๑. จัดเวิลด์บีชเกมส์เกาะสมุย หัวหินเหมาะสม บ้านเมือง (หน้า ๙)

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เผยถึงการ จัดการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ของไทยว่า ได้ผลดีเกินคาด พร้อมขอให้สมาคมกีฬาฯ รักษามาตรฐานการทำผลงานไว้จนถึงครั้งต่อไป พร้อมเผยถึงการแข่งขันเวิลด์บีชเกมส์ครั้งแรกของโลกว่า ไทยมีคู่แข่งจำนวนมาก โดยรัสเซียได้ส่งทีมงานมาเก็บข้อมูลจากไทย เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแข่งกับไทย ขณะที่ไทยควรหาจังหวัดใหม่ เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน เกาะสมุย เกาะเต่า ชี้ ภูเก็ตอิ่มตัว มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

๑๒. ไทยเปิดบ้านรับ ‘อีเวนท์ระดับโลก’ ปลุกความเชื่อมั่นต่างชาติ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๑)

คอลัมน์จับกระแส โดย สรัญญา จันทร์สว่าง กล่าวถึงงานอีเว้นท์ระดับโลกต่างๆ ที่เตรียมเข้ามาจัดในไทย ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายพยายามประกาศตัวถึงความแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร เป็นเงื่อนไข ในการกำหนดกรอบแนวทางการทำตลาดที่ต้องฉีกแนวไปจากเดิม อาทิ สยามเซ็นเตอร์ ได้ร่วมกับศิลปินชื่อดังระดับโลกชาวฝรั่งเศส M/M (Paris) จัดงาน Siam Center Idea Avenue present M/M (Paris)
รวมถึงงานอีเวนต์ระดับเวิลด์คลาส SIWILAI present Le Cabinet De Curiosites of Thomas Erber ๒๐๑๔ at Central Embassy ระหว่างวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน – ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยและเอเชีย โดยเจ้าของงาน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ระบุว่า Thomus Erber ไม่เลือกจัดงานที่ญี่ปุ่น และฮ่องกง แต่เลือกมาจัดที่ไทย สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจไลฟ์สไตล์ของไทยได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายงานระดับโลกที่เตรียมมาจัดงานในประเทศไทย ซึ่งเวทีประเทศไทย ที่เปิดรับศิลปินระดับโลก เป็นเสมือน “สื่อ” ดึงดูดสายตาชาวโลกให้หันมามองเมืองไทยได้เป็นอย่างดี ในนาทีที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัว และต่างชาติยังต้องการภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทย

๑๓. ท่องเที่ยว...ตอบโจทย์ชัดเจน บ้านเมือง (หน้า ๓)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘ ว่า ถือเป็นเรื่องดีที่หลังมีข่าวแผนการท่องเที่ยววิถีไทยแพร่หลายตามสื่อมวลชนและโลกโซเชียล ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ในช่วงใช้กฎอัยการศึก แต่ก็ไม่มีผลกระทบด้านการท่องเที่ยว จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะการท่องเที่ยววิถีไทยนอกจากจะสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ยังทำให้รายได้ของชุมชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นเหตุให้ทุกๆ ฝ่ายตื่นตัว เพราะมั่นใจว่าปีหน้าจะเป็นปีทองของการท่องเที่ยววิถีไทย
๑๔. ฝนซัดหนักท่วมใต้อ่วม มีพายุหมุน ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ภาคใต้เจอฝนหนักและน้ำท่วมอีกระลอก โดยที่จังหวัดพัทลุง วัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง ๑๓๐ มิลลิเมตร ทำให้น้ำป่าเทือกเขาบรรทัดไหลบ่าล้นฝายเก็บน้ำทะลักท่วมหลายหมู่บ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้สั่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานกับทหาร ช่วยอพยพชาวบ้านและเก็บสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคอสะพานและบรรจุกระสอบทรายไปทำคันกั้นน้ำ
ส่วนที่จังหวัดสงขลา ชาวบ้านผวาดินภูเขาสไลด์ทับวัดหลังฝนตกหนัก ๓ วันติดต่อกัน ด้านจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดพายุหมุนถล่มบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่หมู่ ๑ และหมู่ ๔ ได้รับความเสียหายกว่า ๓๐ หลังคาเรือน และที่จังหวัดกระบี่ หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ ได้ช่วยเหลือเรือประมงที่นำนักท่องเที่ยว ๙ คน ไปตกปลาแล้วถูกคลื่นซัดเครื่องยนต์เสียลอยลำกลางทะเล บริเวณเกาะหมา อำเภอเกาะลันตา

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th