ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

28/7/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙

 
๑. ท่องเที่ยวจับมืออังกฤษบูมกีฬา
 กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)
๒. ไทย – อังกฤษเปิดยุทธศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากระตุ้นรายได้
 ไทยรัฐ (หน้า ๘)
.  ทูตผู้ดีชวนดูพรีเมียร์ลีก บูมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ต่อยอดปั๊มรายได้สู่ชุมชน
 เดลินิวส์ (หน้า ๖)
๔. ไทยจับมือเวียดนามชูท่องเที่ยว
 โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย เตรียมประสานความร่วมมือกับอังกฤษ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาร่วมกัน หลังได้หารือกับนายไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้รับข้อเสนอจากอังกฤษว่า จะนำความเชี่ยวชาญในด้านการจัดการบริหารกีฬาและการท่องเที่ยวมาช่วยสนับสนุนไทย โดยได้มอบหมายให้คณะทำงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่มี กกท. และ ททท. ทำงานร่วมกัน ไปศึกษาว่าสามารถนำข้อตกลงความร่วมมือนี้มาวางแผนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใดๆ ได้บ้าง
นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายความร่วมมือระดับรัฐบาลกับเวียดนามด้วย ซึ่งจากการต้อนรับ คณะตัวแทนจากเมืองเว้ ที่แสดงความจำนงต้องการสร้างความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวกับไทย ได้เตรียมจับคู่การท่องเที่ยวเว้ กับเชียงใหม่ หรืออยุธยา เนื่องจากมีจุดเด่นเรื่องวัฒนธรรมและเป็นเมืองมรดกโลกเหมือนกัน พร้อมจะหารือกับสายการบินต่างๆ ถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเที่ยวบินเชื่อมต่อ ระหว่าง ๒ เมือง เช่นเดียวกับเส้นทางบินเชียงใหม่กับมัณฑะเลย์
๕. ทัวร์หดจีนเคืองโซเชียล จี้ ททท. แก้ก่อนไฮซีซั่น
 มติชนรายวัน (หน้า ๑)
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตไทยว่า เท่าที่ได้ที่พุดคุยกับเอกอัครราชทูตจีน ทราบว่ามีบางคนพยายามจะทำในลักษณะบั่นทอนกำลังใจ หรือความกระตือรือร้นของนักท่องเที่ยว แต่ผลกระทบจริงๆ ไม่มี เท่าที่ประเมินคือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นประกอบกับมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นหลายแห่ง และไทยอยู่ในช่วงฤดูฝน ยืนยันจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ ลดลงผิดปกติ
ด้านนายรณรงค์ ชีวินสิริอำนวย นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย – จีน (ทีซีทีเอ) ยอมรับ เป็นเรื่องจริง เพราะส่งผลต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่จะเป็นเมืองที่  ชายแดนติดกับจังหวัดภาคเหนือของไทย และขับรถมาเที่ยวเอง ขณะนี้เห็นได้ชัดว่าแหล่งท่องเที่ยวทางภาคเหนือมีคนจีนไปเที่ยวน้อยลง พร้อมอยากเห็นคนไทยเปิดใจรับคนจีนมากขึ้น นอกจากนี้เห็นว่า ททท. ควรนำสื่อมวลชนจีนเข้ามาช่วยทำข่าวเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะใกล้ถึงช่วงไฮซีซั่น
ส่วนบรรยากาศที่วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนจำนวนมากวันละประมาณ ๑ หมื่นคน พบส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งทางวัดได้มีการจัดระบบร่วมกับไกด์และ เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ รวมทั้งติดป้ายสถานที่ต่างๆ ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน ทำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามระเบียบภายในวัดเป็นอย่างดี อาทิ ไม่สูบบุหรี่ นุ่งห่มเสื้อผ้ามิดชิด ใช้ห้องน้ำอย่างสะอาด เป็นต้น
ส่วนที่ท่าอากาศยานสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สายการบินลักกี้แอร์ เที่ยวบินปฐมจากเมืองเฉิงตู มณฑลสีฉวน ประเทศจีน ได้นำนักท่องเที่ยวจีน ๑๓๐ คนบินตรงมาลงมายังเกาะสมุย โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เดินทางในรูปแบบครอบครัว บริษัททัวร์เผย นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวเกาะสมุย เป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ดังนั้นผู้ประกอบการบนเกาะสมุยต้องปรับตัวเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนมีความพึงพอใจ
แก้เกม จีนเมินทัวร์ไทย น้อยใจ – โซเชียลถล่ม
 มติชนรายวัน (หน้า ๑)
สกู๊ปนำเสนอข้อมูลต่างๆ ของนักท่องเที่ยวจีน หลังมีกระแสข่าวคนจีนแสดงความไม่พอใจ คนไทยบางกลุ่ม ที่ใช้โซเชียลมีเดียโจมตีเหยียดหยามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน ถึงขั้นที่จีนได้จัดทำการ์ตูนชุด “ได้โปรดเข้าใจคนจีน” ขึ้นมาเผยแพร่ในไทย และมีข่าวว่านักท่องเที่ยวจีนที่เชียงใหม่ และ เชียงรายเริ่มลดลง โดยได้นำเสนอสาระสำคัญของงานสัมมนา “เล็งจีน...เดินหน้า ผ่าแดนมังกร” จัดโดย กรมการค้าต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งนายธนกร เสรีบุรี รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี และ ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์สภาพธุรกิจไทย – จีน ได้ กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวภายในงาน
รวมถึงนำเสนอแผนการตลาดการท่องเที่ยวในปี ๒๕๖๐ ของ ททท. ที่ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวจีน ๑๐.๘ ล้านคน เติบโต ๓.๘% จากปี ๒๕๕๙ สร้างรายได้ ๕.๗๔ แสนล้านบาท เติบโต ๙.๑% และ ล่าสุดได้เร่งแก้ปัญหาหลังเกิดกระแสนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตไทย โดยเชิญสื่อมวลชนจากจีนมาทำเข้าใจถึงข้อเท็จจริงว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่มีการสร้างกระแส รวมถึงจัดทำวีดีโอความยาว ๓– ๕ นาที พูดถึงเรื่องราวดีๆ ของนักท่องเที่ยวจีน และนำเสนอมุมมองดีๆ ของคนไทยที่รู้สึกดีกับคนจีน เป็นต้น
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ได้จัดทำข้อมูลบทวิเคราะห์เรื่องนักท่องเที่ยวจีน โดยคาดว่าใน ๑๐ ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเพิ่มขึ้นกว่า ๒๕ ล้านคน จากปัจจุบัน ๘ ล้านคน เพราะไทยเป็นที่รู้จักของชาวจีนมากขึ้น อีกทั้งการเดินทางไม่ไกล และมีสิ่งที่คนจีนชื่นชอบคือ ท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ อาหาร และผลไม้ รวมทั้งวิเคราะห์ว่า ในทศวรรษหน้านักท่องเที่ยวจีนจะออกมา ท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น และกลุ่มคนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาและมีกำลังซื้อสูง ดังนั้น ภาครัฐและเอกชนควรจะหาโอกาสจากเทรนด์นี้ ด้วยการนำพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนมาหารือร่วมกันเพื่อออกแบบนโยบายจูงใจให้มาเที่ยวไทย
.  หวั่นจีนบอยคอตลาม ฉุดท่องเที่ยวไทยวูบ
 โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)
น.ส.อลิสา พันธุศักดิ์ ผช.ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทิฟฟานี่โชว์  – พัทยา รู้สึกเป็นห่วงกรณีคนจีนน้อยใจไทย หากหลังจากนี้ไม่มาไทย จะเกิดปัญหาแน่นอน เพราะคงไปหาตลาดอื่นไม่ทัน ดังนั้น จึงเร่งทำความเข้าใจกับคนจีน เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ไทยในสายตาจีน พร้อมสื่อสารให้คนจีนเข้าใจข้อมูลที่จำเป็นก่อนมาไทย ขณะที่ผู้ประกอบการ ก็ต้องแก้เรื่องการบริหารจัดการ เลือกทำตลาดคุณภาพ
ส่วนนายวิสูตร บัวชุม ผอ.ททท.สนง.เชียงใหม่ เผย การท่องเที่ยวภาคเหนือในช่วง ๒  - ๓ เดือน  ที่ผ่านมา ลดลงชัดเจน เพราะกระแสบอยคอตลุกลาม ทำให้มียอดจองพักแค่ ๑ – ๒% จากเดิม ๑๐ – ๒๐%
อึ้ง ! “วัดร่องขุ่น” ไม่กระทบจีนบอยคอต “อ.เฉลิมชัย” จี้ไทยปรับตัวไม่ใช่ด่า – ระเบียบจัดลูกเดียว 
ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)
อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ระบุ ไม่ว่าไทยจะคุมท่องเที่ยวจากจีน หรือจีนจะบอยคอตไทย แต่วัดร่องขุ่น ยังมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นวันละกว่า ๑ หมื่นคน และส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่ เดินทางมาทางเครื่องบิน พร้อมจี้ไทยเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ อย่ามัวแต่ด่าและจัดระเบียบอย่างเดียว
๙. จีนบอยคอตไทย 
ไทยรัฐ (หน้า ๙)
คอลัมน์ชะแว้ป กล่าวถึงกระแสนักท่องเที่ยวจีนเริ่มไม่พอใจคนไทย ที่ชอบดูถูกคนจีนผ่านทางการ์ตูนออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ CCTV และมีกระแสข่าวคนจีนกำลังบอยคอตไม่มาเที่ยวไทย โดยมองว่าหากเป็นเรื่องจริงก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะปีก่อนคนจีนเดินทางมาไทยถึง ๘ ล้านคน และครึ่งแรกของปีนี้ก็เดินทางเข้ามาแล้วกว่า ๕ ล้านคน โดยผู้เขียนอยากให้คนจีนทราบเช่นกันว่า คนไทยดีๆ มีมารยาทยังมีอีกมาก ที่อยากจะต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่คนไทยแย่ๆ ก็ติดอันดับ ๑ นักท่องเที่ยวที่เจ้าของประเทศหลายแห่งเบื่อหน่ายเช่นกัน 
๑๐. แนะใช้ไมตรีจิต
 เดลินิวส์ (หน้า ๔)
คอลัมน์ตรีศูล กล่าวถึงกระแสนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตไทย โดยกรณีขับรถมาเที่ยวเอง ตรีศูลสนับสนุนแนวทางจำกัดพื้นที่ ยอมรับผลกระทบส่วนนี้ ที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ควรรีบแก้ไขก็กลุ่มใหญ่มีเอเย่นต์ทัวร์ดูแล อย่าให้บานปลาย พร้อมแนะว่าไมตรีจิตง่ายๆ ช่วยได้ ขณะนี้ตอนเหนือและกลางของจีนผจญน้ำท่วมเสียหายเป็นอย่างมากและมีผู้เสียชีวิตกว่า ๑๕๐ คน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยว, สมาคมท่องเที่ยว น่าจะส่งสารแสดงความเสียใจ + เห็นใจ ไปให้ เพื่อยืนยันว่าไทย – จีน ห่วงใยและมีใจต่อกัน
๑๑.   จีนบอยคอตไทย
 มติชนรายวัน (หน้า ๔)
คอลัมน์เรียงคนมาเป็นข่าว โดย กาแฟป่า กล่าวถึงกระแสนักท่องเที่ยวจีนเริ่มไม่พอใจคนไทย  โดยแสดงปฏิกิริยานิ่มๆ แต่กร้าวอยู่ในที ผ่านเฟซบุ๊กไทยซีซีทีวี ของทางการจีน เขียนเป็นการ์ตูนเรื่อง  “ได้โปรดเข้าใจคนจีน” โดยตอนหนึ่งระบุว่า ผิดหวังและน้อยใจคนไทย ที่เหยียดหยามประณามนักท่องเที่ยวจีนอย่างรุนแรง ขณะที่สื่อจีนกำลังตั้งคำถามความสัมพันธ์จีน – ไทยในเรื่องการให้เกียรติทางชาติพันธุ์และศักดิ์ศรีของประเทศ
และวันก่อนนายธนกร เสรีบุรี รองประธานกรรมการเครือซีพี และประธานกิตติมศักดิ์สภาธุรกิจไทย – จีน ได้ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ เรื่องเล่าแดนมังกร ในงานสัมมนา “เล็งจีนเดินหน้า ผ่าแดนมังกร” เตือนว่า คนจีนสร้างความเดือดร้อนเป็นส่วนน้อย แต่อย่าพลาดโอกาสนี้ เพราะคนจีนออกเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น หากไปท่องเที่ยวประเทศอื่น ไทยจะเสียหาย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่า เรื่องการขัดหูขัดตา พฤติกรรมของแขกที่มาเยือนปกติคนไทยจะอะลุ้มอล่วยให้ จะออกมาตำหนิเมื่อเหลืออดจริงๆ แต่บางกลุ่มอาจแสดงออกเกินไปก็มีเหมือนกันการ์ตูนของจีนชุดนี้คนไทยบางส่วนรู้สึกว่าเป็นการขู่อยู่ในทีว่า หากไม่ปรับเปลี่ยนท่าที จีนอาจมีปฏิกิริยามากกว่านี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน เพราะความรู้สึกไม่พอใจทัวร์จีนเป็นเรื่องเฉพาะ  บุคคล ต่างฝ่ายต่างต้องปรับตัวปรับใจเข้าหากัน โดยคำนึงถึงพื้นฐานที่ใกล้ชิดกันมาหลายร้อยปี
๑๒. ใช่อื่นไกล – พี่น้องกัน
 บ้านเมือง (หน้า ๕)
คอลัมน์ไก่อ่อน โดย ไก่อ่อน กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับคนจีน และกระแสข่าวนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตการท่องเที่ยวเมืองไทย รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เชิญสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี และเว็บไซต์ซินหัว เดลี่ ของจีนมาปรับทัศนคติเพื่อรักษาดุลยภาพการท่องเที่ยวระหว่างไทย – จีน ซึ่งประสบความสำเร็จ สื่อจีนขอเป็นคนกลางทำความเข้าใจเมืองไทยกับนักท่องเที่ยวจีน
นี่คือผลงานของรัฐบาลที่เพียรพยายามแก้ไขปัญหา โดยผู้เขียนมองว่านางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเสนาบดีหญิงที่ขยันที่สุด ไม่เคยท้อ และเฉียบพลันต่อปรากฏการณ์ ยุทธการลบล้างภาพกระแสบอยคอต อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ จึงเกิดขึ้น หลังสุดเป็นคลิปการ์ตูนชุดใหม่ภายใต้หัวข้อ “โปรดเข้าใจคนจีน”
ความจริงคนไทย – คนจีน น่าจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกันไม่ยาก เพียงแต่จะทำอย่างไรให้คนไทยเข้าใจคนจีน และคนจีนเข้าใจคนไทย เท่านี้ปัญหาระหว่างเจ้าบ้านกับแขกบ้านแขกเมืองก็น่าจะยุติ
๑๓. ททท. ยุคผลัดใบได้ ๓ รองผู้ว่าฯ รุ่นใหม่
 แนวหน้า (หน้า ๔)
คอลัมน์บุคคลแนวหน้า โดย ธรรมกร กล่าวถึง ททท. ยุคผลัดใบ ได้รองผู้ว่าการรุ่นใหม่ ๓ คน คือ ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ, ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา และนพพล ภาคพรต โดยทั้งหมดเป็นความหวังของ ททท. ในยุคที่ประเทศต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นกอบเป็นกำ
๑๔สวิตเซอร์แลนด์รุกดึงอาเซียนไปเพิ่ม
 โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)
การท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ คาดว่าปีนี้คนไทยจะไปเที่ยวเพิ่ม ๕ – ๑๐% ชี้เป็นตลาดที่  แข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน เพราะคนไทยที่ไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ใช้จ่ายสูง เที่ยวหลากหลายพื้นที่มากขึ้น ไม่ได้กระจุกตัวแค่แหล่งท่องเที่ยวหลัก
 
๑๖. บ้าน I ไม่มีนะ you จับคนผิดฐานออรัลฯ ประจานออกสื่อให้อับอาย
 ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๓)
สกู๊ปข่าวรายงานถึงกรณีตำรวจไทยนำตัวคู่รักชาวต่างชาติในคลิปฉาว กำลังมีเพศสัมพันธ์แบบออรัลเซ็กซ์อย่างไม่แคร์สายตาผู้คนที่ผ่านมา มาไหว้ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนสื่อต่างประเทศอย่าง The Mirror ยกให้เป็นข่าวแปลก และจัดให้ข่าวนี้อยู่ในหมวดหมู่ “เรื่องแปลก” โดยนำเสนอในอีกแง่มุมหนึ่งซึ่งมองว่าการที่ตำรวจไทยให้ชาวต่างชาติที่ปรากฏในคลิปออกมาไหว้ขอโทษ ยิ่งเป็นการทำให้ผู้กระทำผิดทั้งสองอับอายยิ่งกว่าเดิม ดูคล้ายเป็นการตอกย้ำในความผิด
--------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

27/7/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันพุธที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙

.  “ซีซีทีวี” ขอเป็นกาวใจนักท่องเที่ยว / ททท. ลบภาพฉาวจ่อออกคลิปใหม่ “จีน – ไทยรักกัน” ไทยรัฐ (หน้า ๘)
๒. บิ๊กตู่ชี้โลว์ซีซั่นจีนลดมาไทย ซีพีห่วง – เตือนอย่าให้หลุดมือ 
มติชนรายวัน (หน้า ๑)
๓. ยันกระแสทัวร์จีนยังแรง ททท. เชิญสื่อทำความเข้าใจ
  ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒)
๔. แจงสื่อจีนปัดบอยคอตเที่ยวไทย 
ไทยโพสต์ (หน้า ๓)
.  อ้าง โลว์ซีซันนักท่องเที่ยวจีนลด
 ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๘)
๖.  ททท. เชิญสื่อจีนมาทำความเข้าใจ
 โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้เชิญสื่อมวลชนของจีน ได้แก่ ซีซีทีวี และ เว็บไซต์ ซินหัว พีเพิล เดลี และ @ Mangu ซึ่งเป็นฟรีก็อบปี้ในไทย มาทำความเข้าใจกรณีมีข่าวผ่านสังคมออนไลน์ว่า คนไทยต่อต้านนักท่องเที่ยวจีน จนทำให้คนจีนบอยคอตมาเที่ยวไทย ระบุ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีเฉพาะที่จังหวัดเชียงรายเพียงที่เดียว ซึ่งคิดเป็น ๑% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยเท่านั้น ไม่อยากให้ตีความว่ากีดกันนักท่องเที่ยวจีน โดยสื่อของจีน อาทิ ซีซีทีวี ได้แสดงตัวว่า  พร้อมจะเป็นตัวกลางในการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวจีน
นอกจากนี้ ททท. จะจัดทำวิดีโอความยาว ๓ – ๕ นาที พูดถึงเรื่องราวดีๆ ของนักท่องเที่ยวจีน และมุมมองดีๆ ของคนไทยที่รู้สึกดีกับคนจีน รวมถึงการปฏิบัติตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีของคนไทย โดยจะเริ่มนำไปเผยแพร่ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่มิสไชนีส ยูนิเวิร์ส จะมาเก็บตัวในไทย ซึ่งจะผ่านสายตาของคนจีนถึง ๕๐๐ ล้านคน
ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย จากตรวจสอบพบว่าเป็น     ข้อมูลเก่า อีกทั้งได้ตรวจสอบตามเว็บไซต์ที่สำคัญ ไม่พบข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบ    ข้อมูลของ ททท.สำนักงานในจีน ไม่พบว่ามีกระแสบอยคอต พร้อมยืนยัน กระทรวงฯ ไม่ประมาท และได้ เฝ้าติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา 
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำลังเร่งแก้ปัญหาระเบียบของไทย ที่เข้มงวดในการนำรถข้ามแดนจากจีนเข้ามายังไทย ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจและทำให้เกิดข่าวบอยคอต โดยได้เร่งดำเนินการร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง และให้ความสำคัญ เรื่องความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญ อีกทั้งได้สั่งการให้ ททท. เช็กกับทุกสำนักงานในจีน พบว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวจีนสนใจเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมาก
พร้อมมองว่า การท่องเที่ยวของไทยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ไม่ได้เน้นเพียงปริมาณ วันนี้การเจาะตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนพบว่า มีศักยภาพ โดยชาวจีนนิยมเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้นมีความสนใจศึกษาวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะกระจายการเดินทางของนักท่องเที่ยวไปยังจังหวัดรอง เพื่อกระจายรายได้ไประดับชุมชนมากขึ้น อีกทั้งไม่อยากให้คนจีนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการเหยียดหยาม เพราะผู้ประกอบการไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน และมีพ่อค้าแม่ค้าไทยจำนวนมากที่หัดพูดภาษาจีน
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่าได้สั่งให้ไปดูว่าลดลงเพราะอะไร เป็นช่วงโลว์ซีซั่นหรือไม่ เท่าที่ทราบนายกรัฐมนตรีของจีนก็เป็นห่วงว่าคนไทยจะไม่ชอบนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งหน้าที่ของเราคือ การดูแลความปลอดภัย การเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้องเคารพกฎหมายซึ่งกันและกัน และไม่สร้างความเกลียดชัง
คุมรถทำนักท่องเที่ยวจีนลด กระแสบอยคอตยังไม่ขึ้น  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)
ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์ รายงานถึงกระแสนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตการเดินทางมาเที่ยวไทยเนื่องจากไม่พอใจคนไทยที่เผยแพร่ข้อมูลพฤติกรรมด้านลบของนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวไทยอีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องการออกระเบียบควบคุมการนำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาท่องเที่ยวไทย ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางโดยรถยนต์ลดลง รวมทั้งนำเสนอภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และ แนวทางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่
๘.  ททท. เชียงใหม่ห่วง ! นักท่องเที่ยวจีนหด หลังคุมเข้มรถส่วนตัว – กระแสบอยคอต  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)
รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า นักท่องเที่ยวจีนยังท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ ทั่วเชียงใหม่เป็นปกติ ขณะที่นายวิสูตร บัวชุม ผอ.ททท.สนง.เชียงใหม่ ชี้ กฎหมายคมนาคมที่บังคับการเข้าออกรถนักท่องเที่ยว ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกและหนีไปเที่ยวที่อื่น พร้อมได้  ประสานกับสมาคมต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล ส่งให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและปรับแก้ให้เหมาะสม
๙.  จีนมาไทยน้อยลง
 บ้านเมือง (หน้า ๓)
คอลัมน์ฉลามเขียว โดย ฉลามเขียว รู้สึกดีใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตการมาเที่ยวไทย ซึ่งแสดงว่าท่านสนใจ และติดตามทุกเรื่อง พร้อมได้นำเสนอคำกล่าวของนายกฯ ที่พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า ต้องไปดูสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ลดลงเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น หรือเดินทางไปเที่ยวที่อื่นๆ ที่มีราคาถูกกว่า พร้อมยืนยันไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน และไม่จำเป็นต้องจัดแคมเปญกระตุ้นให้คนจีนมาเที่ยวเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาได้ทำแพ็กเกจการท่องเที่ยวแบบคลัสเตอร์ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังมีปัจจัยโลกในเรื่องความปลอดภัย ทำให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยน้อยลงอาจเป็นเพราะไม่มั่นใจเสถียรภาพหรือไม่ โดยผู้เขียนว่า เชื่อว่าเมื่อนายกฯ ไทยพูด ปัญหาหมด
๑๐. ท่องเที่ยวครึ่งปีหลังสดใส คาดโกยรายได้ ๑.๓ ล้านล้าน
 ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒๖)
คอลัมน์สัมภาษณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ถึงภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีแรก และแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
๑๑.  ผ่าวิกฤติออสเตรเลีย ททท. จีบแอร์ไลน์สู้ศึกบาหลี
 กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)
สกู๊ปนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตลาดออสเตรเลีย และแนวทางการแก้ไขวิกฤติตลาดออสเตรเลียลดลง โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางไปสร้างความมั่นใจด้วยการพบกับบริษัทนำเที่ยวชั้นนำกว่า ๑๐ ราย เพื่อรักษาฐานตลาดคุณภาพ ท่ามกลางภาวะที่ท้าทาย
ส่วนนางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. เผย ปี ๒๕๕๘ ตลาดออสเตรเลียลดลงราว ๓% และอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ เป็นผลมาจาก ปัญหาการเมืองของไทย ค่าเงินออสเตรเลียอ่อนค่า และการเดินทางเชื่อมต่อมาเที่ยวไทยไม่สะดวก   เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างบาหลี ที่มีสายการบินพร้อมมากกว่า

๑๒.  จัดระเบียบจีนเที่ยวไทย ทีเอชเอชี้เอเชีย – อาเซียนแห่เที่ยวไทยโตพุ่งสุดรอบ ๑๐ ปี
 โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๕)
น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย ต้องการให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดโซนนิ่ง รวมถึงวางกฎระเบียบต่างๆ ให้แล้วเสร็จ พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กรณี นักท่องเที่ยวต่างชาตินำรถยนต์ส่วนตัว (รถบ้าน) ข้ามเขตชายแดนมาท่องเที่ยวในไทย เพื่อรองรับการ เติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ในอนาคต โดยเฉพาะตลาดจีนมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ป้องกันการสูญเสียโอกาสทางการตลาด
พร้อมชี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีนี้เติบโตสูงสุดในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หลังจากประสบกับสภาวะทางการเมืองไม่นิ่งมาตลอดช่วง ๑๐ ปี วัดได้จากยอดจองล่วงหน้าเดือนกรกฎาคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น มีเฉลี่ย ๗๕% เทียบกับปีที่ผ่านมาที่มี ๖๕ – ๗๐% และคาดว่าเมื่อถึงระยะเวลาการเข้าพักนักท่องเที่ยวจะเต็มเกือบ ๑๐๐% โดยกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรม เป็นตลาดเอเชีย - อาเซียน ซึ่งมีพฤติกรรมนิยมจองเข้าพักในช่วงสุดท้าย (ลาสต์ มินิต) และคาดว่าในปีหน้าราคาห้องพักโรงแรมไทยจะปรับเพิ่มขึ้น ๑๐ – ๑๕% รองรับต้นทุนการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น
๑๓.  ก.ท่องเที่ยวยืนยัน จะดูแลนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม
 ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔)
คอลัมน์คมคำ คมคิด นำเสนอคำกล่าวของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยว  และกีฬา ที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มมีความสำคัญกับการท่องเที่ยวไทย ทางกระทรวงจึงต้องดูแลอย่างดี
๑๔. ลายชะลอม
เดลินิวส์  (หน้า  ๖)
คอลัมน์แซ่บ ! ๑ ชื่นชมนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่ยังคงคอนเซ็ปต์แต่งผ้าไทย อุดหนุนชุมชน อุดหนุนสินค้าท่องเที่ยว โดยในงานเปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ ๔ ได้แต่งชุดผ้าไทย สวยงาม เรียบหรู ดูดี มีการดีไซน์การตัดผ้าไหมที่ใช้ลายแบบชะลอมสานแขนฝาชี คงความเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ชูความโดดเด่นเรื่องไทยเนส ในภาคการท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน
๑๕. ก.ท่องเที่ยว ประกาศใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๒
   ฐานเศรษฐกิจ  (หน้า  ๓๖)
คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกะเหรี่ยง กล่าวถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เตรียมประกาศใช้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ เริ่มวันที่ ๑ ตุลาคมนี้ หลังนายพงษ์ภาณุ  เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงฯ ระดมสมองและปรับแผนมาหลายครั้ง โดยแผนนี้จะใช้ ๕ ปี เน้นกำจัดจุดอ่อนการท่องเที่ยว อาทิ การคมนาคม แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม พัฒนาภาษา การตลาด และการบริหารจัดการต้องบูรณาการอย่างเข้มข้น 
๑๖.  ๘๔ ฝายเทิดพระเกียรติ เพิ่มความสมบูรณ์ผืนป่า สยามรัฐ (หน้า ๑)
 เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำนายอัครวิชย์ เทพาสิต ผอ.ททท.สนง.เพชรบุรี เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ๘๔ ฝายถวายราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา ๘๔ พรรษา ๑๒ สิงหาคม โดยจะดำเนินการสร้างฝายจำนวน ๘๔ ฝาย ในพื้นที่ป่าเขาแด่น อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
๑๗. เฉลิมพระเกียรติ สยามรัฐ (หน้า ๑)
๑๘. สร้างฝาย
  บ้านเมือง (หน้า ๑)
๑๙.  สร้างฝาย
  ไทยโพสต์ (หน้า ๓)
ภาพข่าว : ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ๘๔ ฝายถวายราชินี เพื่อ         เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
๒๐.  รุมตีนักท่องเที่ยว  ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)
คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี  และชาวโมร็อกโก ถูกคนร้ายรุมทำร้ายและชิงทรัพย์ บริเวณถนนทางหลวงชนบทสายปราณบุรี – อุทยานฯ สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง
----------------------------------------------------
 โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

สรุปข่าวสำคัญประจำวันอังคารที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙

.  ‘กอบกาญจน์ปัดจีนแอนตี้ ย้ำสัมพันธ์ท่องเที่ยวยังแกร่ง 
กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)
๒. มั่นใจทัวร์จีนเที่ยวไทย ๑๐ ล้านคน
 ไทยรัฐ (หน้า ๘)
๓.  สั่งเกาะติดคนจีนบอยคอตเที่ยวไทย หวั่นซ้ำรอยญี่ปุ่น
 เดลินิวส์ (หน้า ๖)
๔. ททท. สกัดจีนบอยคอต
 โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)
๕. จับตากระแสจีนบอยคอตเที่ยวไทย ไม่พอใจโพสต์ด่า – เชื่อแค่กลุ่มเล็ก แต่ต้องกันไว้ก่อน
 ข่าวสด (หน้า ๘)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกระแสในโลกออนไลน์ กรณีมีนักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งเริ่มไม่พอใจที่ได้รับการดูหมิ่นพฤติกรรมจากคนไทย โดยเฉพาะการใช้สังคมออนไลน์มาเปิดเผยพฤติกรรมคนจีนบ่อยครั้ง ด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม หรือแสดงออกถึงการไม่         ต้อนรับ ว่า ได้ให้ ททท.สนง.ในจีน ตรวจสอบแล้ว และยืนยันว่าไม่จริง ข้อมูลที่เผยแพร่ขณะนี้เป็น        ประเด็น เก่า ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
ยืนยัน ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลไทย – จีน ยังแข็งแกร่งและราบรื่น  โดยล่าสุดจีนได้เสนอให้ไทยช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างการเดินทางของกลุ่มทัวร์จีน ด้วยการให้ไกด์ สอดแทรกการเล่าประวัติศาสตร์ไทยอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง ตลอดโปรแกรมทัวร์ เชื่อจะเป็นวิธีที่ทำให้เกิดการซึมซับและเข้าใจประเทศไทยได้ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมในการ จัดเตรียมข้อมูลที่เหมาะสม พร้อมขอให้คนไทยย้อนกลับมาดูตัวเองเช่นกัน เพราะบางกลุ่มมีพฤติกรรมในการเดินทางไปต่างประเทศไม่เหมาะสม ซึ่งอนาคตอาจต้องกำชับให้นักท่องเที่ยวไทย เป็นนักท่องเที่ยว คุณภาพด้วย
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ได้สั่งให้ ๕ สำนักงานในจีน ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉินตู กว่างโจว และคุนหมิง ติดตามสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนบอยคอตการเดินทางมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจีนไม่พอใจที่คนไทย โพสต์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คนจีนยังเดินทางมาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ คาดตลอดปีจะมีมากกว่า ๑๐ ล้านคน และ ปีหน้ามีแนวโน้มถึง ๑๒ ล้านคน ยืนยัน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทย – จีนมีความแน่นแฟ้น นักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทยที่มีความหลากหลายวัดได้จากยอดการจองครึ่งปีหลัง และการเปิดเส้นทางใหม่ๆ ของสายการบินโลว์คอสต์ สู่เมืองรองของไทยเพิ่มขึ้นเกือบทุกเมือง
๖.  เชื่อตี๋ – หมวยยังรักเที่ยวไทย แม้คุมเข้มขับรถข้ามแดน – จีนคาดโทษคนก่อเรื่อง ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผอ.ททท.สนง.เชียงหม่ เชื่อมั่นว่า นักท่องเที่ยวจีนยังรักท่องเที่ยวไทย แม้เจอกฎคุมเข้มขับรถข้ามแดนจนสถิติรถจีนผ่าน RA เข้าไทยเหลือ “ศูนย์คัน” อีกทั้งทางการ จีนได้คาดโทษคนที่ก่อเรื่องนอกประเทศ ห้ามออกนอกประเทศนานถึง ๕ – ๑๐ ปี โดยนักท่องเที่ยว และชาวจีนส่วนใหญ่ยังอยากมาท่องเที่ยวไทย ถึงขั้นมีกลุ่มแฟนคลับของประเทศไทย
ด้านนางนงคราญ อ่อนคำเหลือง ผจก.ทั่วไป โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว เชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เผย ช่วง ๓ เดือนมานี้มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาน้อยอยู่แล้ว โรงแรมจึงเพิ่มน้ำหนักไปที่ กลุ่มประชุมสัมมนา และศึกษาดูงานตามนโยบายของรัฐบาล ที่สนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศ มากขึ้น 

นางเอกดังปลื้มวิถีไทย  ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)
คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา บรู้ค ชิลด์ส นางเอกฮอลลีวู้ดชื่อดังพร้อมทีมงาน ได้เดินทางมาเยือนวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ภายใต้การดูแลของ ททท. เพื่อถ่ายทำรายการ Well Traveled เทปแรก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์พีบีเอส ทั่วสหรัฐอเมริกา โดยบรู้ค ชิลด์ส เผย รู้สึกทึ่งมากกับความวิจิตรงดงามของพระวิหารพุทธไสยาสน์ รวมถึงได้เข้ากราบสักการบูชาพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถ จากนั้นได้ไปบันทึกภาพความอะเมซิ่งของนวดแผนโบราณตำรับวัดโพธิ์ ส่วนจุดหมายต่อไป จะเดินทางไปยังหมู่บ้านอาข่า จังหวัดเชียงราย และปางช้างแม่สา จังหวัดเชียงใหม่

.  บรู้ค ชิลด์ส ช่วยส่งเสริมเที่ยวไทย  ไทยรัฐ (หน้า ๑)
ภาพข่าว : บรู้ค ชิลด์ นางเอกชื่อดัง ถ่ายภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีประปรางค์วัดอรุณราชวราราม เป็นฉากหลัง ในโอกาสพาทีมงานมาถ่ายทำรายการ Well Traveled เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมของคนไทย
๙.  ผลงาน ยักคิ้วอยากให้เธอเที่ยวไง คว้าสุดยอดเก๋ไก๋ดีไซน์ไทยติดปีกบิน เดลินิวส์ (หน้า ๑๒)
สายการบินแอร์เอเชีย  ร่วมกับ ททท. ประกาศผลรางวัลชนะเลิศโครงการออกแบบเครื่องบิน วาดฟ้าให้เก๋ไก๋ ดีไซน์ไทยติดปีกบิน เพื่อนำไปสร้างสรรค์เป็นลวดลายบนเครื่องบินไทยแอร์เอเชีย ๒ ลำภายในสิ้นปีนี้ โดยผลงาน ยักคิ้ว (YAK - CUTE)” ที่ถ่ายทอดลวดลายของยักษ์วัดโพธิ์และยักษ์วัดแจ้ง ได้รับรางวัลชนะเลิศในหัวข้อ Amazing Thailand – Amazing Destination ส่วนผลงาน “Thai Culture อยากให้เธอเที่ยวไง” ซึ่งเน้นนำเสนอเอกลักษณ์ อาทิ ลายไทย ผ้าไทย วัด ช้าง  ประเพณีไทยได้รับรางวัลชนะเลิศในหัวข้อ Amazing Thailand – Amazing Culture
๑๐. หยุดยาวเงินสะพัด ๔.๑ หมื่น ล. / คนไทยฮิตเทียวอีสาน – กลาง มติชนรายวัน (หน้า ๘)
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการท่องเที่ยวในช่วง วันหยุดยาวอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาว่า กรมการท่องเที่ยวรายงานว่า มูลค่าการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวปี ๒๕๕๙ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ๑๐% รวมเป็นมูลค่า ๔๑,๘๘๖ ล้านบาท แยกเป็น จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๒,๘๙๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๓% และจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทย ๑๘,๙๙๑ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๕% โดยนักท่องเที่ยวคนไทยนิยมเที่ยวภาคกลางและภาคอีสาน เพราะมีการจัด กิจกรรม เทศกาล งานประเพณีเกือบทุกพื้นที่ในภูมิภาค มั่นใจ แนวทางกระตุ้นและสร้าง รายได้ด้วยการท่องเที่ยวและภาคบริการได้ผล โดยเฉพาะไทยเที่ยวไทย เพราะไทยมีชื่อเสียงในเรื่องสถานที่อีกหลายแห่ง ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ประกอบกับมีวันหยุดยาว ช่วยให้ยอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 

๑๑. ท่องเที่ยวปี ๖๐ บรรเจิด บ้านเมือง (หน้า ๓)
คอลัมน์บทบรรณาธิการ นำเสนอรายละเอียดแผนกระตุ้นตลาดภายในประเทศในปี ๒๕๖๐ของ ททท. โดยตั้งเป้าจะมีรายได้ที่ ๙.๕ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ๑๐% โดยจัดโครงการ “ท้าเที่ยวข้ามภาค” ขอท้าให้คนไทยออกไปเที่ยวข้ามภาค วางกลยุทธ์ขอท้า ๓ กลุ่ม คือ กลุ่มเจนวาย กลุ่มผู้หญิง และกลุ่มผู้สูงวัย รวมทั้งจะจับมือกับพันธมิตร เสนอขายแพ็กเกจราคาพิเศษวันธรรมดาด้วยมั่นใจเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวจะสูงถึง ๑ ล้านล้านบาท ค่อนข้างแน่นอน ยิ่งหากบรรยากาศ ทางการเมืองเอื้อ บ้านเมืองสงบ การท่องเที่ยวสดใสแน่นอน
๑๒. ปรบมือข้างเดียว
 คม ชัด ลึก (หน้า ๘)
คอลัมน์ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด โดย พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของ ททท. โดยเฉพาะการกระตุ้นการเดินทางในวันธรรมดาว่า หาก ททท. ยังใช้วิธีการเดิมๆ ผลที่ได้รับก็จะไม่คุ้มกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป และนักท่องเที่ยวที่เชื่อคำเชิญชวนก็จะไม่ประทับใจและนำมาบอกต่อ จนท้ายสุดการเที่ยวไทยในวันธรรมดา ก็จะล้มเหลวถาวร เนื่องจากนักท่องเที่ยวคนไทยยังประสบปัญหาหลากหลายเมื่อต้องท่องเที่ยวภายในประเทศ อีกทั้งค่าใช้จ่ายของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ยังสูงกว่าการเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศ
พร้อมแนะ หากต้องการเห็นความสำเร็จในโครงการไทยเที่ยวไทย วันธรรมดา ททท. ต้องหันไปทำงานสองด้านคู่ขนานกัน เพราะทุกวันนี้ยังทำงานด้านเดียวคือ เชิญชวนประชาชนให้ออกมาท่องเที่ยว ขณะที่ผู้ให้บริการตามสถานท่องเที่ยวกลับเพิกเฉย ไม่พัฒนางานบริการของตนเองให้นักท่องเที่ยววันธรรมดาประทับใจ หากไม่รวมแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ ในไทย อาทิ ภูเก็ต พัทยา จะพบว่าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในไทยล้วนมีมาตรฐานที่แตกต่างกันมาก ระหว่างวันหยุดกับวันธรรมดา ซึ่งปัญหาดังกล่าวคือเหตุผลที่ตอบได้ว่า เหตุใดคนไทยจึงไม่อยากไปเที่ยวในวันธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยไปแล้วไม่อยากจะไปซ้ำ ทั้งในสถานที่เดียวกันหรือสถานที่อื่น เพราะเกรงว่าจะพบกับปัญหาเดิม

๑๓ฝรั่งหัวใจล้านนา...ขอแฟนสาวแต่งงาน หน้าภาพวาดปู่ม่าน ย่าม่าน ตำนานกระซิบรัก
  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)
นายรีท เอนมิเร หนุ่มนักสิ่งแวดล้อมชาวอเมริกัน พาแฟนสาวชาติเดียวกันเดินทางมาท่องเที่ยวไทย ก่อนเซอร์ไพรส์ด้วยการขอแต่งงานหน้าภาพวาดจิตกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน” ตำนานกระซิบรักบันลือโลก ในวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของนักท่องเที่ยวที่พบเห็นพร้อมจูงมือกันเข้าพิธีแต่งงานแบบล้านนา โดยนายรีท เผย รู้สึกประทับใจเมืองไทย คนไทย ชื่นชอบวิถีชีวิตของคนไทย ที่ดูเรียบง่าย อ่อนน้อม และมีเมตตา โดยทั้งคู่หวังว่าความรักจะยืนยาวเหมือนกับอายุ     ของภาพที่มากกว่า ๕๐๐ ปี
๑๔. บินไทยมั่นใจมาตรฐานสากลช่วยพ้นบ่วง ธงแดง
กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๗)
๑๕. บินไทย วกเปิดเส้นทางสหรัฐใหม่ รอไอเคโอปลดธงแดง / ไม่เกินกลางปี ๖๐
 มติชนรายวัน (หน้า ๖)
การบินไทย มั่นใจมาตรฐานความปลอดภัยสากล จะทำให้ไทยปลดธงแดง ICAO ได้ในการตรวจสอบมาตรฐานรอบต่อไป พร้อมมีแผนจะเปิดเส้นทางบินไปสหรัฐอเมริกา ช่วงปลายปีหน้า ๑ เส้นทาง โดยกำลังพิจารณาเส้นทางซีแอตเทิล และซานฟรานซิสโก เนื่องจากเป็นจุดที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางยังเมืองอื่นได้ง่าย รอ ICAO ปลดธงแดงก่อน ส่วนเส้นทางบินฤดูหนาวที่จะบินในเดือนตุลาคมนี้คือ มอสโคว์ และเตหะราน เพราะทั้ง ๒ ประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีการทำธุรกิจมากขึ้น
๑๖. จับกะเทยลาวตั้งแก๊งปล้นนักท่องเที่ยว  ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๑)
ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา แถลงข่าวการจับกุมแก๊งสาวไทยและสาวประเภทสองจำนวน ๖ คน ที่ก่อเหตุปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชายชาวมาเลเซีย ๑.๘ หมื่นบาท หลังนักท่องเที่ยวเรียกไปหาที่โรงแรมแล้วไม่ยอมใช้บริการ โดยผู้ต้องหาระบุ ได้ตกลงกันแล้วเป็นค่าเสียเวลา พร้อมขู่จะฟ้องกลับ

๑๗. รวบแก๊งปล้นทรัพย์
  ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)
เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้แถลงข่าวการจัดกุม ๒ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้ปืนบีบีกันและมีดปล้นทรัพย์และรุมทำร้ายนายดักลาส โฮสโพล ชาวอเมริกัน ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณถนนนราธิวาส ใกล้ถนนจันทร์ โดยมีนายดักลาส ผู้เสียหายมาดูตัวผู้ต้องหา
๑๘เยอรมนีระทึกซ้ำ บึ้มฆ่าตัว – เจ็บ ๑๒ 
คม ชัด ลึก (หน้า ๑)
เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา สำนักงานข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่บาร์ไวน์ แห่งหนึ่งใจกลางเมืองอันส์บาค ใกล้เมืองนูเรมเบิร์ก รัฐบาวาเรีย ทางใต้ของเยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิต  ๑ ราย เป็นมือระเบิด และได้รับบาดเจ็บ ๑๒ ราย ในจำนวนนี้สาหัส ๓ ราย คาดมือระเบิดพุ่งเป้าที่งาน เทศกาลดนตรีกลางแจ้งอันส์บาค ๒๐๑๖ ที่มีผู้คนไปรวมตัวกัน ๒.๕ พันคน แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเพราะไม่มีตั๋ว จึงจุดระเบิดที่หน้าบาร์ ไม่ไกลจากทางเข้างานแสดงดนตรี ส่วนที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงในผับ “คลับบลู บาร์ แอนด์ กริล” เมืองฟอร์ท ไมเออร์ส ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย บาดเจ็บอีก ๑๗ ราย ด้านตำตรวจยืนยัน ไม่โยงการก่อการร้าย
---------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

25/7/59

สรุปข่าวสำคัญประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

๑. เที่ยวไทยบูม รายได้แตะ ๒.๕๗ ล้านล้าน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)
๒. ท่องเที่ยวไทยครึ่งปีหลังคึก ๘ แสนล้าน 
โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย กองกลยุทธ์การตลาด ททท. ได้จัดทำประเมินผลสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลัง ๒๕๕๙ พบว่า คนไทยเดินทางท่องเที่ยว ๗๕ ล้านคน ครั้ง เพิ่มขึ้น% ทำรายได้ ๔.๑๖ แสนล้านบาท เติบโต ๖% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจที่เติบโตค่อนข้างต่ำ มีผลให้การเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้มากขึ้น แต่เมื่อมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ ประกาศเพิ่มวันหยุด มาตรการลดหย่อนภาษี และกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านเทศกาลเที่ยวเมืองไทย วันธรรมดาน่าเที่ยว โครงการรวมใจเที่ยวไทย ทำให้ทุกภูมิภาคมีการกระจายตัวใน  เชิงรายได้ และเติบโต
โดยกรุงเทพฯ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด ๑๘.๓ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๕.๗% สร้างรายได้ ๑.๕๕ แสนล้านบาท ขยายตัว ๘.๔% อันดับ ๒ คือภาคใต้ ๑๑ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๔.๙% สร้างรายได้ ๘.๘ หมื่นล้านบาท ขยายตัว ๖% อันดับ ๓ ภาคเหนือ ๘.๒๓ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑.๕% สร้างรายได้ ๕.๕๒ หมื่นล้านบาท ขยายตัว ๑.๗% อันดับ ๔ ภาคกลาง (ไม่รวมกรุงเทพฯ) ๙.๒๘ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑.๕% สร้างรายได้ ๑.๘ หมื่นล้านบาท และอันดับ ๕ ภาคตะวันออก ๗.๕ ล้านคน เติบโต ๔.๒% มีรายได้ ๓.๘๙ หมื่น  ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๕.๗%
ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่า จะมีคนไทยเดินทางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น ๗๘ ล้านคนครั้ง เติบโต ๕.๖% สร้างรายได้ ๔.๔ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๗.๗% โดยภูมิภาคที่เติบโตสูงสุดในระดับ ๗% ได้แก่ ภาคกลางภาคเหนือ และภาคตะวันออก พร้อมประเมินว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาอีก ๑๗.๔๔ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๖% สร้างรายได้ ๘.๙๗ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๒๐% โดยมีเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเติบโตสูงสุด ๒๗% สหรัฐอเมริกา  ๑๑% และยุโรป ๙% ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์ คาดว่าจะมีรายได้รวมการท่องเที่ยวปีนี้ที่ ๒.๕๗ ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ ๒.๔๑ ล้านล้านบาท
นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย ในปี ๒๕๖๐ ททท. ตั้งเป้าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว ๒.๘๔ ล้านล้านบาท แต่เป้าหมายอย่างเป็นทางการสำหรับการประเมินผลชี้วัด อยู่ที่ ๒.๕๕ ล้านล้านบาท โดยปีนี้ต้องเร่งปิดจุดอ่อนของตลาดที่มีปัญหา พร้อมมีแนวคิดจะหารือกับการบินไทย ถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางสู่ภูเก็ต รองรับตลาดออสเตรเลียกว่า ๖๐% ที่มาไทยเลือกภูเก็ต เป็นจุดหมายหลัก
๓. เปิดแผน ททท. วอนคนไทยเที่ยวเมืองไทยช่วงโลว์ซีซั่น เดลินิวส์ (หน้า ๗)
เอวิกานต์ บัวคง นำเสนอแผนกระตุ้นตลาดคนไทยในช่วงโลว์ซีซั่นของ ททท. อาทิ จัดโครงการ    เที่ยวตามรอยบุญ โดยร่วมกับภาคเอกชน จัดกิจกรรม “เที่ยวตามศรัทธาล่องเจ้าพระยามหานคร” ส่วนเดือนสิงหาคม จะเน้นกระตุ้นกลุ่มผู้หญิง โดยเตรียมจัดกิจกรรมชวนสาวนักปั่นร่วมคาราวานปั่นจักรยานไปบอกรักแม่กับ “คาราวานสิงหาตามหาเสือผู้หญิงไปบอกรักแม่” ในวันที่ ๖ สิงหาคมนี้ ใน ๓ เส้นทาง รวมถึงจัดกิจกรรม “เส้นทางผ้าไทย เส้นใยแห่งภูมิปัญญาเทิดไท้ราชินี” ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๑ สิงหาคมนี้   ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน
นอกจากนี้ จะปรับภาพลักษณ์สมุย ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยเที่ยวได้ โดยจะชูกิจกรรมที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี อาทิ ฟูลมูนปาร์ตี้ มาโปรโมต พร้อมชูที่พักหรูหรา ติดอันดับต้นๆ ของสมุยไว้ดึงดูดคนไทยเฉพาะศักยภาพสูง ภายใต้โครงการ “ลักซ์พีเรียน แอท สมุย” ภายในเดือนตุลาคมนี้ เป็นต้น
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ช่วงวันหยุดยาวอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา มีรายได้การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑๐% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า ๔๑,๘๘๖ ล้านบาท       
ขณะที่นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. กำลังมุ่งทำตลาดท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดความยั่นยืนจากภายในให้ได้มากที่สุด โดยพยายามหาตลาดใหม่ๆ มาเสริม อาทิ กลุ่มไมซ์ รวมทั้งเตรียมเปิดโครงการหลากหลาย เพื่อกระตุ้นตลาด อาทิ ท้าเที่ยวข้ามภาค มุ่งเจาะ ตลาด ๓ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้สูงวัย เป็นต้น
และนายกฤตย์ พัตรปาล กก.ผจก.บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ ผู้จัดงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ ๓๙ เมื่อต้นเดือนกรกฎคม ที่ผ่านมา คาดว่าจะมีรายได้สะพัดจากการซื้อแพ็กเกจและสินค้าด้าน  การท่องเที่ยวประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท เติบโต ๑๐% จากปีที่ผ่านมา
๔. จีนบอยคอตเที่ยวเชียงใหม่  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)
นายเลิศชาย หวังตระกูลดี ผอ.ททท.สนง.เชียงราย เผย ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวภาคเหนือลดลง เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ประกอบกับกระแสในโลกโซเชียลที่มีการประณามนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาก่อความประพฤติที่ไม่เหมาะสม ทำให้ชาวจีนกลุ่มหนึ่งเริ่มบอยคอตไม่เดินทางมาเที่ยวจังหวัด เชียงใหม่ ส่งผลให้กิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง
นางนงคราญ อ่อนคำเหลือง ผจก.ทั่วไป โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว เชียงของ จังหวัดเชียงราย เผย ช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาพักเพียง ๑ – ๒% จากช่วงก่อนหน้านี้มี ๑๐ – ๒๐% ถือว่าลดลงไปมาก ซึ่งทางโรงแรมได้ปรับกลยุทธ์ หันดึงลูกค้าประชุมสัมมนาและเดินทางดูงานแทน
ส่วนนายมานะ จันทร์หอม ผจก.ทั่วไป โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย เผย โรงแรมยังไม่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนที่บอยคอตจังหวัดเชียงใหม่ แต่กลับพบว่าในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาพักเพิ่มขึ้น ๑๒% ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับทัวร์ แต่ในส่วนของรถยนต์ที่เคยวอล์กอินเข้ามา หายไปนานกว่า ๒ เดือนแล้ว พร้อมชี้ หลังจากมีนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตไม่มาเที่ยวไทย รวมถึงการจำกัดพื้นที่ของรถยนต์ที่เดินทางมาจีนให้อยู่ได้เพียงจังหวัดเชียงราย ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกและภาคใต้ เพื่อไปเที่ยวทะเลแทน
๕. สำนึกเจ้าบ้าน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)
คอลัมน์บทบรรณาธิการ กล่าวถึงกรณี ททท.สนง.เชียงราย ระบุว่า เริ่มมีนักท่องเที่ยวจีนบางกลุ่มบอยคอตไม่มาเที่ยวไทย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากช่วงโลว์ซีซั่น ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากโลกโซเชียล ที่มีการประณามนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาก่อความประพฤติที่ไม่เหมาะสม
โดยชี้ว่า หากรัฐบาลยังหวังจะให้รายได้การจากการท่องเที่ยว มาเป็นส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ก็ต้องไปตรวจสอบให้ทราบข้อเท็จจริงก่อนว่า สาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลงเกิดจากสาเหตุใด หากลดลงจากการบอยคอต ก็ต้องหาต้นเหตุว่า เป็นผลจากความไม่พอใจที่ชาวเน็ต ไทยไปตอกย้ำเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่ หรือเป็นการตอบโต้ที่รัฐบาลเข้าไปจัดการกับปัญหานอมินีในธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
ทั้งนี้ หากเป็นการลดลงเพราะทางการไทยเอาจริงเรื่องนอมินี รัฐบาลก็ควรยอมให้จำนวน นักท่องเที่ยวจีนลดลง เพราะเข้ามาก็ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจไทยแท้จริงดีขึ้น แต่หากเป็นผลจากชาวเน็ตไทยไปดูหมิ่นคนจีน รัฐบาลก็ต้องเร่งสร้างให้คนไทยมีสำนึกในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยต้องหาต้นเหตุให้พบ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาให้ถูกทาง และต้องเร่งแก้ไข เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นตัวทำรายได้หลัก หลังแนวโน้มการส่งออกในปีนี้น่าจะยังติดลบอีกปี

๖. ดันอุดรธานีฮับซีแอลเอ็มวี เอกชนแนะรัฐยกระดับสู่สนามบินนานาชาติ ลดขั้นตอนต่อเครื่องไปลาว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๔)
ภาคเอกชนในจังหวัดอุดรธานี ต้องการผลักดันให้ท่าอากาศยานอุดรธานี เป็นศูนย์กลางการบินไปยังกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (CLMV) เพื่ออนาคตหากมีการเจริญเติบโต ก็อาจจะทำการบินต่อไปยังจีนตอนใต้ได้ โดยเบื้องต้นจะเป็นการบินเชื่อมโยงยังจังหวัด และแขวงที่เป็นที่ตั้งแหล่งมรดกโลกก่อน คือ เมืองหลวงพระบาง และจังหวัดกว่างนิงห์ ที่คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในอีก ๒ ปีข้างหน้าเพื่อเชื่อมโยงกับโครงการสามเหลี่ยมมรดกโลก ก่อนจะขยายตัวไปยังจุดหมายอื่นๆ รวมถึงควรหาสายการบินโลว์คอสต์ มาทำการบินแบบชาร์เตอร์ไฟลต์ เหมือนกับที่สายการบินจีน บินตรงสู่จังหวัด   แหล่งท่องเที่ยวของไทยในขณะนี้
๗. งานหลวง งานเอกชน ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๓๕)
คอลัมน์หนึ่งวัน กับหนึ่งคน โดย ดาวเต็มฟ้า นำเสนอประวัติของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร    รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และภารกิจในด้านต่างๆ ของนางกอบกาญจน์
-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th