ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

4/9/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๘

๑. เปิดใจ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ ปั้นท่องเที่ยวขับเคลื่อน ศก.  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

สกู๊ปบทสัมภาษณ์นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ ถึงภารกิจในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ที่คาดว่าจะทำให้สูญรายได้กว่า ๖ หมื่นล้านบาท

โดยจะให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ในท้องถิ่นมากขึ้น ด้วยการเข้าไปประสานสร้างรายได้ให้กับชุมชน ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในเศรษฐกิจมากขึ้น ในเบื้องต้นจะนำร่องใน ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมโปรดักต์ และการตลาด
นอกจากนี้ เตรียมปรับกระบวนทัศน์พัฒนา ททท. สู่การเป็นผู้นำและเป็นหน่วยงานหลัก หรือ Strong Leadership & Active Collaboration ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ที่มุ่งเป้ามูลค่าเพิ่มที่ตามมา และความยั่งยืน นอกเหนือจากจำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งปลุกกระแสการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรต่อเนื่อง ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยคำนึงถึงความสมดุลของปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีปัญหาเร่งด่วนที่เป็นโจทย์ท้าทายคือ การยกระดับท่องเที่ยวให้มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น พร้อมวางแนวคิดเชิงกลยุทธ์ “สร้าง เสริม เติมเต็ม” ให้กับการท่องเที่ยวภายใต้คอนเซ็ปต์ “MOVE”

๒. ระดมสมองปั๊มยอดท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๑)

๓. ททท. ปรับแผนใหญ่ จัดงบ – ลุยงานอีเวนต์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

๔. ททท. ปั่นท่องเที่ยวชุมชน ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๕. ททท. ผลักดันท่องเที่ยวชุมชน มติชนรายวัน (หน้า ๖)

๖. พัฒนาชุมชนท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๘)

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อพยุงรายได้การท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมาย ๒.๒ ล้านล้านบาท และชดเชยรายได้จากตลาดต่างประเทศที่คาดว่าจะลดลง ๖ หมื่นล้านบาท จากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยจะเร่งดำเนินแผนยุทธศาสตร์ให้เสร็จภายใน ๓ สัปดาห์ พร้อมนำเสนอให้ทีมเศรษฐกิจพิจารณาผ่านความเห็นชอบ และจะเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วง ๔ เดือนสุดท้าย โดยเบื้องต้นจะนำร่องใน ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด หรือ ๑๘ จังหวัดคลัสเตอร์ ซึ่งการส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนเพิ่มขึ้น
ส่วนแนวโน้มการท่องเที่ยวในไตรมาส ๔ มองว่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากการสอบถามภาคเอกชนพบว่า หลัง สตช. สามารถจับกุมคนร้ายได้บางส่วน ยอดการจองปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การเมืองในประเทศไม่มีผลต่อการเดินทาง ส่วนการอ่อนค่าของเงินหยวน เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น และปัญหาการก่อการร้ายจะไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางมาไทย เพราะนักท่องเที่ยวมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ทั่วโลก โดยนักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับระบบการจัดการ แนวทางการรับมือ การให้ความช่วยเหลือ และการเยียวยา ซึ่งรัฐบาลไทยสามารถดำเนินการได้ดี
พร้อมเตรียมประเมินผลการจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวปี ๒๕๕๘ เพื่อนำมาปรับแผนยุทธศาสตร์ในปี ๒๕๕๙ ภายใต้งบประมาณ ๖.๗ พันล้านบาท โดยแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงาน จะสอดคล้องกับแผนวิสาหกิจฉบับใหม่ ททท. ปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬาปี ๒๕๕๘ - ๒๕๖๐ และวิสัยทัศน์ที่วางไว้ในการเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ททท.
นอกจากนี้ ททท. จะประชุมกับ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ ๗ กันยายนนี้ เพื่อหารือถึงมาตรการประกันภัยนักท่องเที่ยว และจะหารือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ในการดึงอีเวนต์ขนาดใหญ่เข้ามาจัดในไทย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. แนะว่า แผนยุทธศาสตร์การตลาดของ ททท. ในปีหน้า ต้องวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดจีน เพื่อรองรับกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพราะจีนเป็นตลาดหลักที่ไทยพึ่งพา รวมถึงต้องวางแผนส่งเสริมตลาดในประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวตลาดอาเซียน ทดแทนการเดินทางของตลาดยุโรป อเมริกา ที่มีแนวโน้มลดลง

๗. แข่งเดือดดัมพ์ราคา ไทยเที่ยวไทยคึกคัก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

บรรยากาศงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๓๖ วันแรก คึกคัก มีผู้สนใจซื้อสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะเครือโรงแรมขนาดใหญ่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะราคาถูกลงมาก อาทิ โรงแรมในเครือเซ็นทาราบางแห่งราคาเริ่มต้นที่ ๑,๒๙๐ บาท ส่วนเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ซึ่งมีแบรนด์โรงแรมอมารี และอื่นๆ บางแห่งเริ่มต้นที่ ๘๙๐ บาท เป็นต้น
ด้านผู้บริหารสวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์ค อะเมโซน เผย เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวคนไทย โดยบริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ บัตรรายวันผู้ใหญ่ราคา ๙๘๐ บาท จากปกติ ๑,๒๙๐ บาท ซื้อแล้วสามารถชิงรางวัลได้ด้วย โดยตั้งเป้ายอดขายบัตรวันละ ๒ พันใบ

๘. ไทยเที่ยวไทยคึก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

ภาพข่าว : ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๓๖ จำนวนมาก โดยงานจะจัดระหว่างวันที่ ๓ – ๖ กันยายนนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

๙. ทีเส็บเร่งยกร่าง โรดแมป ๕ ปี’ ไมซ์ยั่งยืน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๑๐. “ทีเส็บ” วางโรดแมป ๕ ปี ปั้นไทยฮับไมซ์ยั่งยืนโลก ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

ทีเส็บ เดินหน้ายกร่างโรดแมพ ๕ ปี (๒๕๕๙ – ๒๕๖๓) มุ่งผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมไมซ์ยั่งยืน ด้วยนโยบายด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการตาม แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน นำร่องด้วยการจัดโครงการสัมมนา MICE Sustainability Forum ๒๐๑๕ ปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอมุมมอง แนวคิด และหลักการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล โดยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์เข้าร่วมกว่า ๑๕๐ คน เชื่อการจัดงานครั้งนี้จะจุดประกายความสนใจ สร้างแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วนในการร่วมบูรณาการจัดทำแผนแม่บท สร้างขีดความสามารถให้ไทยก้าวสู่ฮับของการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน

๑๑. หมอกควันใต้กระทบหนัก เครื่องบินดีเลย์ – ฝุ่นเกินมาตรฐาน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์ รายงานผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าในอินโดนีเซีย ที่ปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ๗ จังหวัด ประกอบด้วย นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล ตรัง และบางพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน ๑๐ ไมครอน อยู่ที่ ๑๔๓ ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน ๑๒๐ ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร รวมถึงทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง ทำให้เครื่องบินต้องล่าช้ากว่ากำหนด

๑๒. บึ้ม ! ราชประสงค์กดความเชื่อมั่น ส.ค.ลด ดัชนีต่ำเตี้ยสุดรอบ ๑๕ เดือน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ อยู่ที่ ๗๒.๓ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ ๘ และเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ ๑๕ เดือน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ ราคาพืชผลทางการเกษตรทรงตัวในระดับต่ำ การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้น และผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจของจีน อย่างไรก็ตาม คาดว่าในเดือนหน้าความเชื่อมั่นจะมีแนวโน้ม ดีขึ้น จากประชาชนและนักธุรกิจมีความหวังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
๑๓. ส่ง ฮ.ล่าฉลาม – ห้ามเล่นน้ำหาดกะรน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

ทัพเรือภาคที่ ๓ ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ พร้อมผู้เชี่ยวชาญขึ้นบินสำรวจบริเวณน่านน้ำหาดกะรนจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาฉลามบลูซาร์กที่กัดนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ขณะลงเล่นน้ำในหาดดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่พบ พร้อมได้ประสานไปยังโรงแรมต่างๆ ที่อยู่บริเวณชายหาดช่วยประชาสัมพันธ์เตือนภัยนักท่องเที่ยว ไม่ควรลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าว และกำชับผู้ประกอบการไม่ควรปล่อยให้นักท่องเที่ยว ลงเล่นน้ำเพียงลำพัง เพื่อป้องกันฉลามกัดซ้ำรอย

๑๔. ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้น มติชนรายวัน (หน้า ๔)

คอลัมน์เรียงคนมาเป็นข่าว โดย ชโลทร ระบุว่า หลังตำรวจทำงานเข้มแข็งจนสามารถจับกุมคนร้ายที่วางระเบิดที่แยกราชประสงค์ได้ ทำให้ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้น และส่งผลต่อการท่องเที่ยวไม่น้อย โดยขณะนี้มีทัวร์จากจีนจองมาไทยจำนวนมาก
พร้อมมีคำถามจากแวดวงธุรกิจทัวร์ว่า จะทำให้อย่างไรให้คนไทยได้รับประโยชน์จากทัวร์จีนมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ เกือบทุกขั้นตอนตั้งแต่บริษัททัวร์ รถเช่า โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และอื่นๆ ที่รองรับการใช้จ่ายนักท่องเที่ยว มีคนจีนเข้ามาตั้งบริษัทประกอบการเองเกือบทั้งหมด แทบไม่มีอะไรหลุดรอดมาให้คนไทยได้ประโยชน์ ยกเว้นการใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในสถานที่ท่องเที่ยว

๑๕. จับ ๒ หนุ่มสปีดโบ๊ตขืนใจสาวจีน ข่าวสด (หน้า ๑๔)

ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้จับกุม ๒ คนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขณะจอดเรือลอยลำอยู่กลางทะเล ใกล้เคียงกับหาดนวล เกาะล้าน เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจาก ๒ นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เข้าแจ้งความว่า ถูกชายที่ว่าจ้างให้ขับเรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือหน้าบ้าน เกาะล้าน เดินทางไปท่องเที่ยวชมความงามที่หาดนวล ใช้ไขควงจี้บังคับข่มขืน โดยผู้ต้องหา รับสารภาพ จึงได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น พร้อมส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

3/9/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๘

๑. เสน่ห์ผ้าไหมไทยสู่สายตาชาวโลก เดลินิวส์ (หน้า ๒๑)

๒. ‘มหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี’ อวดโฉมผ้าไทยโบราณบนรันเวย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ แนวหน้า (หน้า ๒๔)

สกู๊ปรายงานบรรยากาศงาน “มหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี” ครั้งที่ ๕ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดโดย ททท. ร่วมกับ กลุ่มรักชาติ แมนเนจเม้นท์ และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมได้จัดนิทรรศการผ้าไหมไทย นำผ้าไหมไทยในแต่ละภูมิภาคมาจัดแสดงระหว่างวันที่ ๒๕ สิงหาคม – ๖ กันยายน ๒๕๕๘ ที่อาคารผู้โดยสารขาออกฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

๓. สธ.พัฒนา ‘ถนนอาหารปลอดภัย ตลาดสดน่าซื้อ’ แนวหน้า (หน้า ๒๑)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงฯ แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ถนนอาหารปลอดภัย และตลาดสดน่าซื้อ เพื่อส่งเสริมปีท่องเที่ยววิถีไทย ปี ๒๕๕๘ และกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ โดยจะยกระดับมาตรฐานร้านอาหาร แผงลอยจำหน่ายอาหารบนถนนอาหาร หรือ ฟู้ดสตรีท และตลาดสด ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย อร่อย และถูกสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีเป้าหมายในถนน ๑๗ สาย และตลาดสดน่าซื้อ ๑๓ แห่งใน ๑๒ จังหวัด สอดรับกับนโยบายอาหารปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข คือ โครงการอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) และโครงการตลาดสดน่าซื้อ

๔. เปิดงานไทยเที่ยวไทย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

คอลัมน์ประเด็นร้อน : วันนี้ (๓ กันยายน) จะมีการเปิดงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๓๖ ซึ่งต้องติดตามดูว่าหลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ธุรกิจท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้มากน้อยแค่ไหน โดยคาดว่าผู้ประกอบการจะมีข้อเสนอพิเศษมาช่วยสร้างบรรยากาศให้คึกคัก

๕. ทีเส็บไม่ลดเป้าไมซ์ – เอ็กซิบิชั่น / ต่างชาติยังปึ้กลุยจัดงานตามแผน มติชนรายวัน (หน้า ๘)

ทีเส็บ ตั้งเป้าในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ จะมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์ประมาณ ๑ ล้านคน สร้างรายได้กว่า ๑ แสนล้านบาท จากปี ๒๕๕๗ มีประมาณ ๙ แสนคน สร้างรายได้กว่า ๘ หมื่นล้านบาท และในปีนี้การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ (เอ็กซิบิชั่น) เติบโต ๘ – ๑๐% มีการจัดงานเอ็กซิบิชั่นรวม ๘๐ งาน ประเมินว่าจะมีผู้ร่วมงานมากกว่า ๒ แสนคน สร้างรายได้กว่า ๒.๔ หมื่นล้านบาท
พร้อมยืนยัน ไม่ได้รับผลกระทบกับเหตุระเบิด โดยไม่มีการยกเลิกหรือเลื่อนการจัดงาน โดย มองว่ามีผลกระทบระยะสั้น ยอดผู้เข้าร่วมงานต่างชาติที่ลงทะเบียนมาร่วมงานยังเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ไม่ปกติ ทีเส็บได้เตรียมเคาน์เตอร์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดต่อประสานงานและดูแลชาวต่างชาติที่จะเข้าร่วมงาน

๖. ใช้ ๑๕๐ ล้าน นาดาลตียอโควิช อินดอร์ฯ หัวหมาก ๒ ตุลาคม ไทยรัฐ (หน้า ๑๗)

๗. ชนยักษ์สักหลาดหว่านงบ ๑๕๐ ล้าน ยอโควิชฟัดนาดาล ๒ ตุลาคม – ทรูยิงสด เดลินิวส์ (หน้า ๑๗)

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ทุ่มงบประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท ดึง ๒ นักเทนนิสระดับโลก ราฟาเอล นาดาล และโนวัค ยอโควิช มาแข่งขันเทนนิสนัดพิเศษ “แบ็ค ทู ไทยแลนด์” ในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของไทย ให้ชาวต่างชาติเห็นว่าไทยปลอดภัย โดยจะเปิดจำหน่ายตั๋วในวันที่ ๔ กันยายนนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ พร้อมจะมีการถ่ายทอดสดให้ชาวไทยทั่วประเทศได้ชมในช่องทรูโฟร์ยู และทรู เทนนิส เอชดี (ทรูวิชั่นส์ ช่อง ๖๗๐) ทางทรูวิชั่น

๘. “ประยุทธ์” สั่งผู้ว่าฯ แจงชาวบ้าน ยันเขตพิเศษช่วยสร้างงาน – ดึงท่องเที่ยว ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๑)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปดูเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก พร้อมสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เร่งทำความเข้าใจกับประชาชน หากมีการวางผังพื้นที่ภาคอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ คนในพื้นที่จะได้ประโยชน์ทั้งการสร้างงาน การท่องเที่ยว ทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น และช่วยเปิดประตูค้าขายไทยออกสู่เมียนมา ไปอินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน จนถึงยุโรป เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านและความขัดแย้ง

๙. ท่องเที่ยวไทย ไม่รุกไม่ได้แล้ว เดลินิวส์ (หน้า ๘)

คอลัมน์เล่นกับไฟ โดย แมงเม่า เชื่อว่าในช่วงปลายปีนี้ถึงปีหน้า น่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยว โดยผู้เขียนชอบแนวคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกมนตรี ที่มองว่าทำไมต้องพึ่งพา ททท. ขับเคลื่อน ในเมื่อองค์กรท้องถิ่น อบต. อบจ. มีงบประมาณ มีกำลังที่จะสร้างกิจกรรมในพื้นที่ของตัวเองเช่นกัน รวมทั้งคิดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำภายใน ททท. ด้วย เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ผู้ว่าการเป็นคนนอก
ทั้งนี้ ผู้เขียนมองว่า การท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งการหาตลาดใหม่ๆ นอกจากจีน การเปิดสินค้าใหม่ และกิจกรรมใหม่ เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงกิจกรรมด้านการกีฬา โดยเห็นด้วยหากสามารถรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายอดนิยมระดับสากลในไทยได้ เพราะเท่ากับจะดึงผู้ชื่นชมกีฬาและชื่นชอบนักกีฬาเข้ามาไทยได้ และอีกกิจกรรมน่าสนใจคือ มิวสิกเฟสติวัล ซึ่งหมายถึงมหกรรมระดับอินเตอร์ ดำเนินการโดยองค์กรมืออาชีพที่เดินสายจัดไปทั่วโลก รวบรวมวงดนตรี นักร้อง และดีเจที่โด่งดัง โดยมั่นใจว่า จัดที่ไหนจะมีแฟนคลับตามไปชมไปฟังทุกที่ อีกทั้งคนกลุ่มนี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวแบบแบกเป้ แต่เป็นกลุ่มกระเป๋าหนักทั้งนั้น ว่ากันว่ามาแสนคน ใช้จ่ายหัวละแสนบาท เท่ากับมีเงินสะพัด ๑ หมื่นล้านบาทในไทยในช่วงสัปดาห์เดียว
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งกีฬาและดนตรี ต้องการความร่วมมือจากภาครัฐโดยเฉพาะการให้ความสะดวก ความปลอดภัย โดยผู้เขียนดีใจที่รัฐบาลใส่ใจกับการท่องเที่ยวอย่าง แข็งขัน พร้อมแนะว่าภาคเอกชนมีกิจกรรมดีๆ จำนวนมากที่ภาครัฐนึกไม่ถึง หากถึงทำเองไม่ได้ ก็ขอให้สนับสนุนในทุกมิติ โดยต้องเปิดเกมรุก

๑๐. เข็น ๘ มาตรการเก่าปลุกชีพ ศก. / กกร.กระทุ้งรัฐตั้งทีมจังหวัด เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๑๑. เอกชนมั่นใจ ๓ ด.ฝ่าวิกฤติ / ท่องเที่ยวฟื้น – เร่งใช้จ่ายภาครัฐ ๑.๓ แสน ล. ฟื้นเศรษฐกิจ  สยามรัฐ (หน้า ๖)

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ๓ สถาบัน (กกร.) มีมติเสนอมให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก ๘ มาตรการ แบ่งเป็นระยะสั้น ๑ – ๖ เดือน ๔ มาตรการ ได้แก่ ให้ตั้งทีมเศรษฐกิจของจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีหน่วยงานราชการ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า การลงทุนในระดับภูมิภาคมากขึ้น
รวมทั้งเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอี ด้วยการลดภาษีเงินได้แก่ผู้ประกอบการเหลือ ๕ – ๑๕% ตามขั้นบันได จากปัจจุบันอยู่ที่ ๒๐% เพื่อให้จูงใจการจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย การผลักการค้าชายแดน โดยกำหนดเป้าหมายการค้าชายแดนที่ ๒ ล้านล้านบาท ภายในปี ๒๕๖๐ จากปัจจุบันอยู่ที่ ๑.๔ ล้านล้านบาท การขยายหน้าที่พาณิชย์จังหวัด เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน และจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าและศูนย์เอสเอ็มอีเอาท์เล็ท ในพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพ
ส่วนระยะกลาง ๖ – ๑๒ เดือน ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ การปรับวิธีการสรรหาผู้แทนการค้าไทย สนับสนุนโครงการโปรดักส์ แชมเปี้ยน เพื่อยกระดับเอสเอ็มอี และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการภาครัฐ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยการจัดสรรเงินลงสู่ท้องถิ่น ๑.๓ แสนล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศให้ ดีขึ้นได้ คาดว่าเห็นผลใน ๓ เดือน
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย เผย การท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สะท้อนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่องกว่า ๓๙% และงบลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้น ๑๗% แต่การบริโภคภาคเอกชนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการส่งออกยังซบเซาต่อเนื่อง ดังนั้น ไทยต้องใช้ความได้เปรียบจากการเป็นศูนย์กลางของเออีซี กระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มมากขึ้น และในระยะยาวต้องพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งความคืบหน้าการลงทุนด้านโลจิสติกส์ของรัฐบาล ต้องมีความชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาล ด้วยการจัดสรรเงินเข้าชุมชน ๑.๓ แสนล้านบาท โดยเฉพาะเงินกองทุนหมู่บ้าน ถือเป็นยาแรงที่สุด และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด เพราะเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว แต่รัฐต้องกำหนดหลักเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม เพื่อไม่ให้ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ และเชื่อว่ามาตรการนี้จะไม่ทำให้เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น

๑๒. ท่องเที่ยวแห่แลกเงิน ๕ เดือนยอดพุ่ง ๕๐% โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑๐)

ธปท. เผย สิ้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา มีร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ๑,๗๓๘ แห่ง เพิ่มขึ้น ๑๔๖ แห่งจากเดือนมกราคม ๒๕๕๘ ส่วนใหญ่จะขยายในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต พัทยา ชลบุรี เชียงใหม่ ส่วนปริมาณการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศของร้านรับแลกเงิน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ พบว่า มีการซื้อเงินตราต่างประเทศ ๔๖๔.๗ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น ๑๖๓.๒ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๕๔.๑๒% จากต้นปี ถือว่าเป็นไปตามความต้องการใช้เงินตราต่างประเทศเพื่อการท่องเที่ยว และเดินทางไปต่างประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ ธปท. ได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นขออนุญาตรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้เพิ่มเติมอีก

๑๓. นักวิชาการยัน “ฉลาม” กัดแหม่มออสซี่ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

๑๔. ยันฉลามกัดแหม่มออสซี่ ขณะเล่นน้ำที่ภูเก็ต โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามยืนยัน ฉลามกัดนักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลีย เชื่อเป็นสายพันธุ์ Bull shark ดูได้จากบาดแผล เช่นเดียวกับ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลไทย ที่เชื่อว่าเป็นฉลามแน่นอน ขณะที่นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ เผย ไม่น่าจะเกิดจากฉลามกัด แต่อาจเกิดจากปลาชนิดอื่น โดยเฉพาะปลาปักเป้าขนาดใหญ่ ที่พบว่ายน้ำอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ

--------------------------------------------------------
โดยงานข่าวประเทศ prdiv@tat.or.th

2/9/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๘

๑. ‘ยุทธศักดิ์’ รับตำแหน่งผู้ว่า ททท. วางเป้าดันตลาดใหญ่เพิ่ม ๒๐% กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

๒. “ยุทธศักดิ์” รับตำแหน่งวันแรก หวัง ททท. เป็นขุนพลเศรษฐกิจ ไทยรัฐ (หน้า ๙)

๓. ยุทธศักดิ์มอบนโยบาย ตั้งเป้าโหนนักท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๔. ‘ยุทธศักดิ์’ มุ่งเพิ่มนักเที่ยวตลาดหลัก ๒๐% / ลั่นคน ททท. ต้องทำงานเร็ว – มีคุณภาพ มติชนรายวัน (หน้า ๙)

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งเป็นวันแรก พร้อมมอบนโยบายแก่พนักงาน ททท. ว่า ต้องการให้รัฐบาลเห็นว่า ททท. เป็นขุนพลเอกของภาคเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินให้หมุนเวียนในประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นความหวังของประเทศ และมีบทบาทในการสร้างรายได้เข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการทำงานให้ ททท. ทุกด้าน โดยเฉพาะมิติด้านการตลาด ต้องเพิ่มกลยุทธ์ใหม่ๆ กระตุ้นนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ วางเป้าหมายท้าทายด้วยการขยายตลาดขนาดใหญ่อย่างจีน รัสเซีย และประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยปีละเกิน ๑ ล้านคนขึ้นไป ให้เพิ่มขึ้นอีกประเทศละ ๒๐% ส่วนตลาดในประเทศต้องส่งเสริมเชิงรุก จัดกิจกรรมระยะสั้น และกระจายแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ
ส่วนกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอแนวทางเปลี่ยนโครงสร้าง ททท. จากรัฐวิสาหกิจเป็นสถานะอื่นนั้น เห็นว่าหาก ททท. อยากเป็นรัฐวิสาหกิจต่อไป ก็ต้องสร้างรายได้จากการลงทุนผ่านบริษัทลูก ๔ แห่งด้วย เพราะหากใช้งบประมาณประจำปีของรัฐอย่างเดียว ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นรัฐวิสาหกิจต่อไปได้
พร้อมระบุ พร้อมเข้ามาทำงานแบบไม่ต้องมีช่วงเวลาฮันนีมูน เพราะตั้งใจเข้ามาทำงานทันทีและเต็มที่ โดยต้องการเป็นผู้ว่าการที่พนักงานทุกระดับสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงต้องการให้พนักงานทุกคนมีอิสระทางความคิด รวดเร็ว ส่งงานตรงตามเวลา และมีคุณภาพ เพื่อให้องค์กรและผลงานโดยรวมเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับจากระดับนานาชาติมากขึ้น

๕. ผู้ว่าการ ททท. ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ อัดบิ๊กอีเวนต์ – กระตุ้นโลคอลทัวริซึ่ม ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์สัมภาษณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ ถึงภารกิจเร่งด่วนในการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม โดยช่วง ๔ เดือนที่เหลือจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ ๑๐ ล้านคน ทำให้ตลอดปี ๒๕๕๘ มีนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น ๓๐ ล้านคน โดยจะเน้นจัดบิ๊กอีเวนต์ จนถึงระดับเวิลด์ คลาส อีเวนต์ เพื่อดึงคนให้เข้ามามากขึ้น และสะท้อนให้คน ทั่วโลกเห็นว่ากรุงเทพฯ ยังปลอดภัยและน่าเที่ยว รวมถึงจะกระตุ้นโลคอสทัวริสซึ่ม โดยเข้าไปกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยระดับฐานรากให้มากขึ้น ส่วนทิศทางการทำงานในปี ๒๕๕๙ จะสนับสนุนแพ็กเกจท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่า โฟกัสเรื่องการฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และการหาสินค้าการท่องเที่ยวหลากหลายมารองรับความต้องการเฉพาะกลุ่ม

๖. ยอดจองห้องพักพุ่ง ๒๐% หลังจับมือบึ้ม ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

๗. ท่องเที่ยวเร่งรับ จับแก๊งระเบิดกรุง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวใน ปี ๒๕๕๘ ว่า ยังมั่นใจว่ารายได้การท่องเที่ยวจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย ๒ ล้านล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยว ๒๘.๘ ล้านคน โดยหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้เร่งออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านช่องทางการตลาด ซึ่งในเบื้องต้นจะมีการเดินสายลงไปให้ข้อมูลในแต่ละพื้นที่ รวมถึงมีการชี้แจงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในภาคการท่องเที่ยวกลับมา
ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังจากนี้ จะให้ความสำคัญเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ทำให้ยอดจองห้องพักในเดือนสิงหาคม ลดลงไป ๑๐% จากเป้าหมาย แต่ภายหลังจับตัวผู้ต้องสงสัยได้ เชื่อว่าจะช่วยทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลับมาดีขึ้น สะท้อนได้จากยอดการจองห้องพักในเดือนกันยายน ที่เพิ่มขึ้น ๒๐% และเชื่อว่าในเดือนตุลาคมนี้ น่าจะเพิ่มขึ้นถึง ๓๐%
น.ส.อโนมา วงษ์ใหญ่ ผอ.ททท.สนง.ภูเก็ต เผย ช่วง ๗ เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาภูเก็ต ๓,๖๗๕,๖๐๖ คน เพิ่มขึ้น ๑๒.๙๙% อัตราเข้าพักเฉลี่ย ๖๘.๒๗% คาดว่าตลอดปีจะมีรายได้การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก ๕% โดยจีนเข้ามาเป็นอันดับ ๑ กว่า ๗ แสนคน
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เผย หลังมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ ทำให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเต็ม ๑๐๐% แล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยคงรอการคลี่คลายคดีว่าจะจบลงอย่างไร ส่วนนายสมชัย รัตนโอภาส กก.ผจก.กลุ่มโรงแรมเอ – วัน เชื่อว่าความเชื่อมั่นน่าจะฟื้นเร็วกว่าเดิม หลังจากเหตุระเบิดทำให้ลูกค้าโรงแรมหายไป ๒๐% แต่ขณะนี้กลับมาแล้ว ๑๐%
ส่วนความคืบหน้าของคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์ ล่าสุดตำรวจได้จับกุมชายผู้ต้องสงสัย ได้แล้ว แม้ยังไม่ทราบสัญชาติ แต่มีลักษณะคล้ายชายสวมเสื้อเหลืองในภาพกล้องวงจรปิด อีกทั้งผลการตรวจดีเอ็นเอเสื้อผ้า ลายนิ้วมือผู้ต้องสงสัยรายนี้ ตรงกับที่พบในอพาร์ตเม้นท์ที่หนองจอกและมีนบุรี ล่าสุด ตำรวจได้ขอออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก ๓ ราย รวมเป็น ๗ ราย

๘. รื้อเกณฑ์ประกันภัยหนุนเที่ยวไทยปลอดภัย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

พีรดา ปราศรีวงค์ นำเสนอมุมมองของภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งล่าสุดสำนักนายรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการพิจารณารับเป็นเจ้าภาพเยียวยาและรักษาพยาบาลให้กับคนไทย แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน และการออกมาเยียวยาในครั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลโยนภาระให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งการเยียวยามีวงเงินน้อยไปหากเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น จนภาคเอกชนได้ออกมารวมพลังจัดห้องพักฟรีให้กับญาติของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และเปิดรับบริจาคเงินสมทบได้อีก ๔ ล้านบาท
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับ ไทยไม่เคยประสบเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน การเยียวยาจึงต้องพิจารณาหลักเกณฑ์อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะเกรงจะเกิดความเหลื่อมล้ำในการให้ความช่วยเหลือ โดยในระยะสั้น รัฐบาลเตรียมนำมาตรา ๔๔ มาแก้ไขการจ่ายเงิน ค่าสินไหมให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่เสียชีวิต โดยเพิ่มเป็น ๔ – ๕ ล้านบาทต่อคน เพื่อให้เหมาะสมกับความสูญเสีย นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะรื้อใหญ่การวางหลักเกณฑ์เยียวยานักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทุกส่วนมากขึ้น ส่วนระยะยาว อยู่ระหว่างวางหลักเกณฑ์การประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่ม FIT ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อประกันภัยเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยว
ด้านนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. มองว่า ถึงเวลาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรื้อและวางเกณฑ์การประกันภัยให้ทันสมัย สอดคล้องกับปัจจุบัน ระบุ การจ่ายเงินเยียวยาในเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ ทำให้เห็นถึงความไม่พร้อมในการวางหลักเกณฑ์การประกันภัยนักท่องเที่ยว รวมถึงต้องรื้อสูตรรองรับการเปิดเสรีอาเซียนด้วย เพราะนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มจะเดินทางแบบ FIT
ส่วนนายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายก แอตต้า ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำหลักเกณฑ์การประกันภัยของประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงชาติที่เป็นตลาดหลักของไทยมาเปรียบเทียบ อีกทั้งฝ่ายความมั่นคงควรให้งบเยียวยาด้วย ในฐานะที่ไม่สามารถควบคุมความสงบเรียบร้อยไม่ได้เกิดเหตุสูญเสียได้

๙. เร่งกระตุ้นตลาด / สนับสนุนผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๘)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt กล่าวถึงแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในตลาดต่างๆ ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า พร้อมผลักดัน ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องการเสนอวันหยุดเพิ่ม เพราะที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าประกาศวันหยุดทีไร คนไทยจะแห่จองแพ็กเกจทัวร์ไปต่างประเทศ
ส่วนบรรยากาศการเซ็นสัญญานายยุทธศักดิ์ สุภสร เป็นผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ เต็มไปด้วยความชื่นมื่น รองผู้ว่าการ ททท. ร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง แวดล้อมไปด้วยบรรดาแคนดิเดตคนรุ่นใหม่ที่เตรียมขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงในอนาคตอันใกล้ และในช่วงถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก นายกลินท์ สารสิน ประธานในการลงนามว่าจ้างยังเรียกตัวแทนสหภาพแรงงานฯ ททท. มาถ่ายภาพร่วมกัน ย้ำชัดว่าต่อไปทุกหน่วยงานพร้อมสนับสนุนผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ สานต่อนโยบายท่องเที่ยวแบบเต็มที่ สยบข่าวสหภาพแรงงานฯ แสดงความเคลือบแคลงระหว่างการสรรหา

๑๐. ใส่ใจ คม ชัด ลึก (หน้า ๒๖)

คอลัมน์ไฮ ! ฮอต ชื่นชมนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่จัดเต็มให้กับงานเพื่อสังคม เห็นได้จากงานวันโชว์ผ้าไทยที่ให้ภริยาทูตและทูตสุภาพสตรีสวมใส่ รมว.กอบกาญจน์ ก็กล่าวเปิดงานโดยไม่มีสคริปต์ พูดได้คล่อง และบอกว่าจากใจคนไทยไม่ใช่ฐานะ รมว. อีกทั้งช่วงการแสดงที่เชิญชวนให้ช่วยปรบมือ รมว.กอบกาญจน์ ก็เป็นคนเดียวในแถวหน้าที่ช่วยปรบมือตามจังหวะ ได้อย่างสนุกสนาน เป็นกันเอง และนั่งอยู่ในงานจนครบทุกกิจกรรม

๑๑. แอตต้าโรดโชว์หางโจว – เฉิงตู ผนึกบริษัททัวร์เร่งฟื้นตลาดจีน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

แอตต้า ร่วมกับผู้ประกอบการกว่า ๑๐๐ ราย เดินทางไปโรดโชว์ตลาดจีนระหว่างวันที่ ๓๐ สิงหาคม – ๔ กันยายนนี้ ใน ๒ เมืองคือ หางโจว และเฉิงตู มั่นใจเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมจะเชิญนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพบปะผู้ประกอบการนำเที่ยว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับคืนมา หลังประสบวิกฤติเรื่องความปลอดภัยจากเหตุระเบิดที่แยก ราชประสงค์

๑๒. เที่ยวบิน นทท. ยอดจองยังปกติ ไทยรัฐ (หน้า ๑๑)

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า จำนวนการจองเที่ยวบินจากต่างประเทศมายังไทยยังอยู่ในระดับปกติ ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติทั้ง ๑๔ รายนั้น ได้ให้ความช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายศพกลับประเทศ และประกอบพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว

๑๓. ป.ป.ช.ผนึกกำลัง ๔๒ รัฐวิสาหกิจ ลดอันดับคอร์รัปชั่นไทยในปี ๒๕๖๐ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๘)

คอลัมน์รายงาน โดย โต๊ะข่าวการเมือง รายงานถึงการแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของไทย โดยล่าสุด สำนักงานป้องกันการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจและธุรกิจเอกชน โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ ๒ (ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๖๐) เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพและความโปร่งใสในการดำเนินงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ตามผลการประเมิน ITA ปี ๒๕๕๗ โดยมีรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมการประเมิน ITA รวม ๔๒ ราย จาก ๕๕ ราย อาทิ บจก.วิทยุการบินแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย ททท. ทีโอที ธนาคารออมสิน การบินไทย เป็นต้น โดยระบบผลการประเมิน ITA เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทางเกาหลีใต้ใช้สำเร็จมาแล้ว

๑๔. ย้ายอารีพงศ์เป็นปลัดพลังงานรอบ ๒ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

ครม. มีมติเห็นชอบย้ายนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลับไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงานอีกครั้ง เพราะอยากได้ผู้ที่ความรู้มาทำงาน อีกทั้งตอนที่ถูกย้ายไปก็ไม่ได้ มีความผิดอะไร

๑๕. นักท่องเที่ยวออสซี่โชคร้าย ลงเล่นน้ำทะเลโดน “ฉลาม” งับ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลียลงเล่นน้ำที่หาด กะรน จังหวัดภูเก็ต ถูกสัตว์ร้ายในทะเลกัดได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหลังเท้า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ด้านหัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายากระบุ ดูจากบาดแผลน่าจะเป็นฉลาม พร้อมได้ส่งภาพให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยอีกครั้ง

------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘

๑. รื้อ ๔ บริษัทลูกสนองท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. เตรียมนำรายละเอียดการลงทุนในบริษัทลูก ที่ถือหุ้น ๔ แห่ง ได้แก่ บจก.ไทยจัดการลองสเตย์ บจก.ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพง และ บจก.บางพระ กอล์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อพิจารณาผลตอบแทนที่เกิดขึ้น หากธุรกิจใดเป็นภาระกับงบประมาณของรัฐ ททท. จะต้องหาแนวทางเพื่อลดภาระต่อไป โดยจะเข้าไปศึกษาแผนธุรกิจและผลการดำเนินงานอย่างละเอียด กำหนดแล้วเสร็จภายใน ๓ เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ ททท. จะเร่งจัดทำแพ็กเกจเสนอแนวทางการดำเนินงานในแต่ละบริษัท เพื่อเสนอ ที่ประชุมบอร์ด ททท. พิจารณาตัดสิน โดยแพ็กเกจต่างๆ จะกำหนดให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในการบริหารจัดการของบริษัท เพื่อพิจารณาว่าบริษัทลูกรายใดควรสนับสนุนต่อ หรือควรยกเลิก หรือแปรสภาพใดให้เหมาะสม ส่วนแนวคิดของ สปช. ที่ต้องการปฏิรูป ททท. โดยให้แยกขาดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น มองว่าโครงสร้างการทำงานในปัจจุบัน เป็นโครงสร้างที่เหมาะสมอยู่แล้ว

๒. เหตุระเบิดที่ราชประสงค์ / มหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีระเบิดที่แยกราชประสงค์ ที่ล่าสุดตำรวจจับกุมชายชาวตุรกีที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดย “อินทรีเหล็ก” อยากให้รัฐบาลให้ความสนใจต่อกรณีนี้ ไม่ใช่แค่คดีการก่อความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยอยากให้มองถึงการป้องกันการก่อการร้ายในอนาคตด้วย
ด้านนายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ยังคงยืนยัน จะจัดกิจกรรมทางการตลาดตามแผนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาทิ โครงการมหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยงานจะมีไปถึงวันที่ ๖ กันยายนนี้

๓. ‘กอบกาญจน์’ เร่งกระจายรายได้ท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๔. “กอบกาญจน์” เดินหน้าท่องเที่ยวในชุมชน ส่งเสริมประชาชนสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๕. ถกเอกชนทำแอ๊กชั่นแพลนท่องเที่ยว / ‘กอบกาญจน์’ รับนโยบาย ‘สมคิด’ / กระจายรายได้ รากหญ้าแบบทั่วถึง มติชนรายวัน (หน้า ๘)

๖. ท่องเที่ยวเร่งแผนเพิ่มรายได้ชุมชน คม ชัด ลึก (หน้า ๘)

๗. เงินท่องเที่ยวสู่ชุมชน ข่าวสด (หน้า ๘)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา รับนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ที่ให้ความสำคัญเรื่องการกระจายรายได้ลงสู่รากหญ้า โดยภายใน ๑ – ๒ สัปดาห์นี้ กระทรวงฯ เตรียมหารือกับหอการค้าไทย และ สทท. ในการจัดทำแผนปฏิบัติการ (แอคชั่นแพลน) ส่งเสริมให้ประชาชนระดับรากหญ้ามีรายได้จากการท่องเที่ยวที่จะกระจายสู่ชุมชนให้มากขึ้น เพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และมีรายได้เลี้ยงตัวเอง พร้อมเตรียมนำเสนอแผนดังกล่าวต่อนายสมคิด เพื่อพิจารณาต่อไป
โดยแนวทางเบื้องต้นจะเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม ที่สามารถออกแบบแพ็กเกจบรรจุสินค้าที่สวยงาม เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยากซื้อสินค้า และกระทรวงฯ จะเป็นผู้ทำการตลาดให้กับสินค้านั้นๆ รวมถึงการขยายฐานการจำหน่ายสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น อาทิ นำสินค้าไปจำหน่ายในโรงแรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นสินค้า และจะลงทุนในภาคการท่องเที่ยวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะตามเมืองรองต่างๆ โดยกระทรวงฯ ต้องการให้เป็นการลงทุนที่เกิดขึ้นจากคนในชุมชนจริงๆ
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเตรียมหาแนวทางกระตุ้นการใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้น โดยเบื้องต้น ททท. จะหารือกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีโครงการเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวให้กับสมาชิกเป็นประจำอยู่แล้ว กระตุ้นให้คนวัยเกษียณเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้จ่ายทันที รวมถึงจะขยายผลความร่วมมือไปยังเอกชน ผ่านหอการค้าไทย ข้าราชการ และพนักงานวิสาหกิจด้วย

๘. ปรับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว’ ๕๘ – ๖๐ ตั้งเป้าโกยรายได้ ‘๒.๕ ล้านล้าน’’ ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์รายงานพิเศษ โดย พัทธ์ธีรา วงษ์อัศวกรณ์ นำเสนอรายละเอียดยุทธศาสตร์การปฏิรูปการท่องเที่ยวไทย พ.ศ.๒๕๕๘ – ๒๕๖๐ ที่มีการปรับปรุงใหม่ ซึ่งมีความครอบคลุมในทุกมิติ มีเป้าหมายจะสร้างรายได้การท่องเที่ยวในปี ๒๕๖๐ ที่ ๒.๕ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๘ ที่ตั้งเป้าจะมีรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท จากการเปิดเผยของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

๙. ภริยาทูต – นางแบบอวดเสน่ห์ไหมไทย ข่าวสด (หน้า ๒๕)

๑๐. อวดผ้าไหมไทยอันเลอค่าสู่นานาชาติ...เทิดไท้องค์ราชินี บ้านเมือง (หน้า ๒๔)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดพร้อมรายงานบรรยากาศงาน “มหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี” ครั้งที่ ๕ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดโดย ททท. โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมจัดนิทรรศการผ้าไหมไทย โดยนำผ้าไหมไทยในแต่ละภูมิภาค มาจัดแสดงระหว่างวันที่ ๒๕ สิงหาคม – ๖ กันยายน ๒๕๕๘ ที่อาคารผู้โดยสารขาออกฝั่งตะวันออกและ ฝั่งตะวันตก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

๑๑. ผ้าไหมไทย เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๑๒. มหกรรมผ้าไหมไทย มติชนรายวัน (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. และเอ็ดเวิร์ด กิตติ ประธานกลุ่มรักชาติ แมนเนจเม้นท์ จัดงาน “มหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี” ครั้งที่ ๕ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

๑๓. ประกันภัยเร่งจ่ายเหยื่อระเบิดราชประสงค์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๗)

บริษัทประกันเร่งจ่ายเงินประกันให้กับญาติของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยสมาคมประกันชีวิตไทย ได้สรุปยอดการเคลมประกัน มีผู้เอาประกันเสียชีวิต ๔ ราย รวมค่าสินไหม ๒.๒๖ ล้านบาท พร้อมจะทยอยจ่ายค่ารักษาพยาบาลจนครบวงเงินตามกรมธรรม์ ด้านประกันวินาศภัย เดินหน้าดูแลบริการซ่อมเคลมรถ ๓๐ คัน และอาคาร ๑ แห่งเต็มที่

๑๔. ศก.ครึ่งปีหลัง ‘ไม่ฟื้น’ หวังพึ่งลงทุนภาครัฐ / ธปท. ชี้เหตุระเบิดฉุดท่องเที่ยวระยะสั้น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

ธปท. แถลงตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ ว่า ภาพรวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังอ่อนแอ มีเพียงการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของภาครัฐที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง พร้อมคาดว่า เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์จะกระทบการท่องเที่ยวในระยะสั้น โดยอาจมีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวใหม่บ้าง แต่เชื่อว่าหากไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เพิ่มเติม ผลกระทบดังกล่าวคงเกิดขึ้นเพียง ๓ เดือน และประเมินว่า เงินเฟ้อจะติดลบยาวทั้งปี เหตุราคาน้ำมันโลกลดลงต่อเนื่อง

๑๕. มาเลยไล่ผู้นำ – หาดใหญ่ทัวร์วูบ ข่าวสด (หน้า ๑๑)

บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อำเภอใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงวันชาติมาเลเซียเงียบเหงา ตลอดสุดสัปดาห์มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวน้อยกว่าทุกปี และส่วนใหญ่จะทยอยเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมเดินทางกลับประเทศ
นายสมชาติ พิมพ์ธนพูนพร อดีตนายกสมาคมโรงแรม จังหวัดสงขลา เผย นักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาเที่ยวอำเภอหาดใหญ่ปีนี้มีเพียง ๗๐% เทียบกับทุกปีที่มีเกิน ๙๐% สาเหตุหลักมาจากปัญหาการเมืองภายในของมาเลเซีย ที่มีการชุมนุมขับไล่นายราจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียลดลง แต่คาดว่าในช่วงสัปดาห์หน้า จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเพิ่มขึ้น หลังการชุมนุมประท้วงเริ่มยุติ

๑๖. หนุ่มฝรั่งเศสดับ ชมน้ำตกร่วงผา ไทยโพสต์ / X – cite (หน้า ๓)

เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสพลัดตกหน้าผาน้ำตกหน้าเมือง ๒ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เสียชีวิต ๑ ราย และบาดเจ็บสาหัส ๑ ราย ไกด์เผย น้ำตกดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวพลัดตกลงมาบ่อยครั้ง ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำป้ายเตือนถึงอันตรายตลอดเส้นทางเดินเท้าชมความสวยงามของน้ำตก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวบางส่วน ไม่สนใจและปฏิบัติตามคำเตือนดังกล่าว จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง

-------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

31/8/58

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

๑. มอบรางวัล เดลินิวส์ (หน้า ๗)

คอลัมน์เปิดตะกร้าข่าว : นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เผย ททท. ได้ต้อนรับนายโชจิ โอโมริ ชาวญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวคนที่ ๒๐ ล้าน ที่เดินทางมาไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมมอบบัตรโดยสารแบบอภินันทนาการให้

๒. เพราะเรา...เชื่อมั่นประเทศไทย คม ชัด ลึก (หน้า ๒๐)

คอลัมน์กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย กฤษนะ ละไล รายงานถึงการเข้าร่วมพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยว คนที่ ๒๐ ล้านที่เดินทางเข้ามาเที่ยวไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ ททท. โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหาร ททท. และเล่าถึงการเดินทางไปสำรวจบรรยากาศการค้า การขาย การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตชาวบ้านที่เมืองเบตง จังหวัดยะลา ตามคำชวนของ พล.ต.อ.เอก อังสานานท์ รอง ผบ.ตร. และประธานคณะปฏิบัติการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์โรฮิงญา

๓. พิษ ศก.ฉุด ‘ไทยเที่ยวไทย’ ซึม หั่นราคาแพ็กเกจปลุกดีมานด์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นายกฤตย์ พัตรปาล กก.ผจก.บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเมนท์ ผู้จัดงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๓๖ เผยถึงการจัดงานระหว่างวันที่ ๓ – ๖ กันยายนนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า คาดว่าจะมีเงินสะพัด ๒๐๐ – ๓๐๐ ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานประมาณ ๒ แสนคน พร้อมยอมรับ ได้ปรับลดการคาดการณ์ลง เพราะต้องการให้สะท้อนกับสถานการณ์ เนื่องจากการวางแผนท่องเที่ยวจะสัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจอย่างมาก จึงขอประเมินความเป็นไปได้ในระดับต่ำสุดไว้ก่อน แต่ยังมีความหวังว่าเมื่อถึงเวลาจัดงาน ยอดที่ทำได้อาจมากกว่าที่ตั้งไว้
ส่วนกลยุทธ์ของผู้ประกอบการในครั้งนี้ มีรูปแบบการกระตุ้นกำลังซื้อที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการลด แลก แจก แถม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมที่ขยายสินค้าการขายห้องพัก มาสู่กลุ่มบริการสปา และร้านอาหารภายในโรงแรมมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ เสริมสภาพคล่องให้กับโรงแรม
นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผย จากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ ได้ตั้งสมมติฐานว่า จะส่งผลกระทบให้ตลาดในประเทศมีรายได้ ๗ แสนล้านบาท ลดลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๘ แสนล้านบาท และน้อยกว่าที่ปรับประมาณการณ์ลงเหลือ ๗.๖ แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงคือ ภาวะเศรษฐกิจในระดับเกษตรกรของประเทศ ดังนั้น ภายใต้แผนการกระตุ้นตลาดในประเทศ จะเน้นให้เกิดการเดินทางข้ามภูมิภาค และเมื่อเข้าสู่ปีงบประมาณ ๒๕๕๙ จะเดินหน้าโครงการใหม่เพื่อสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยว อาทิ ดรีมเดสติเนชั่น ๒ และ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด พลัส เพื่อขยายจุดหมายใหม่ให้เข้าถึงการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นมากขึ้น

๔. ไทยเที่ยวไทยยังแน่น ลูกค้าแห่จองบูธปีหน้า โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

นายกฤตย์ พัตรปาล กก.ผจก.บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเมนท์ ผู้จัดงานไทยเที่ยวไทย เผย เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ไม่กระทบแผนการออกบูธในงานไทยเที่ยวไทย โดยผู้ประกอบการทุกรายยังมาร่วมออกบูธตามเดิม รวมกว่า ๑,๒๗๐ ราย และเหตุระเบิดยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญของการทำตลาดเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสนใจจองบูธสำหรับจัดงานในปีหน้าเข้ามาเพิ่มไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ราย และขณะนี้มียอดจองพื้นที่เข้า ๙๕% ทำให้รายที่จองเข้ามาเพิ่มยังอยู่ในสถานะรอ
ส่วนการจัดงานในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เที่ยวนี้คุ้มเวอร์” คาดจะมีผู้มาร่วมงานไม่ต่ำกว่า ๓ แสนคน มีเงินสะพัด ๓๐๐ ล้านบาท พร้อมหารือกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเพิ่มการจัดงานไทยเที่ยวไทย จากปีละ ๑ ครั้งเป็น ๒ ครั้ง

๕. Honeymoon in Thailand ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. จัดเลี้ยงต้อนรับคู่รักชาวจีนที่เดินทางมาฮันนีมูน ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านโครงการ Honeymoon in Thailand โดยได้รับความร่วมมือจาก ททท.สนง.ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง เฉิงตู และกว่างโจว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง

๖. ก.ท่องเที่ยวเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว คม ชัด ลึก (หน้า ๑๑)

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย น.ส.วรรณสิริ โมรากุล รองอฺธิบดีกรมการท่องเที่ยว รักษาการอธิบดีกรมการท่องเที่ยว และคณะผู้บริหารกรมการท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่เพื่อสักการะศาลท้าวมหาพรหม และพบปะนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจด้าน
ความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยยืนยัน กระทรวงฯ จะทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจ รวมถึงเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมทั้งจะใช้หลากหลายมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และครอบครัว

๗. รมต.ศก.อย่าเกาเหลา ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๘)

คอลัมน์ X - ray คน X – ray ข่าว กล่าวถึงประเด็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ไม่ได้ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงเป็นที่มาของการขาดหายไปของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของการท่องเที่ยว โดยจะเห็นได้ว่า ในการบรรยายพิเศษนโยบายเศรษฐกิจและทิศทางประเทศไทย จัดโดย กกร. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งผู้เขียน หวังว่า ถึงนางกอบกาญจน์ จะไม่เป็นเนื้อเดียวกับ สมคิดกรุ๊ป ก็น่าจะขอความร่วมมือกันได้ อย่าให้ถึงขั้นเกาเหลากัน

๘. ฝากแก้ปัญหาตุ๊กตุ๊ก – แท็กซี่หลอกลวงนักท่องเที่ยว ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๐)

คอลัมน์แมวดำขย้ำข่าว กล่าวถึงการปรับ ครม. ครั้งล่าสุด ที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม อีกทั้งกรุงเทพโพลล์ได้สำรวจความคิดเห็นของ นักเศรษฐศาสตร์ถึงผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจพบว่า รมว.กอบกาญจน์ นอกจากจะได้รับคะแนนโหวตเกินครึ่งแล้ว ยังได้โหวตสูงสุดของ ครม.ชุดนี้ด้วย แต่แม้จะได้รับความนิยมขนาดนี้ ก็ยังมีอีกหลายท่านที่ไม่ปลื้มผลงานของ รมว.กอบกาญจน์ เพราะดูเหมือนจะมีแต่มิติด้านการท่องเที่ยว ส่วนงานด้านกีฬายังไม่มีผลงานที่เข้าตา อย่างไรก็ตาม “แมวดำ” ฝากให้ รมว.กอบกาญจน์ เร่งดำเนินการกับคนขับแท็กซี่ และตุ๊กตุ๊ก ที่หลอกลวงนักท่องเที่ยว ทำลายภาพพจน์ประเทศไทย

๙. จับมือระเบิดได้...จะฟื้นความเชื่อมั่น ข่าวสด (หน้า ๘)

คอลัมน์เมืองไทย ๒๕ น. โดย ทวี มีเงิน กล่าวถึงเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยมองว่ากรณีนี้จะเรียกความศรัทธาและความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้มีทางเดียวคือ ต้องจับคนร้ายให้ได้ และหากที่จับได้เป็นคนร้ายจริงๆ ย่อมจะส่งผลดีต่อการที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินทางโรดโชว์ต่างประเทศ เพื่อตอบคำถามของเอเย่นต์ทัวร์ต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น อย่าลืมว่าไทยมีแหล่งท่องเที่ยวดีๆ มากมาย แต่ที่เขาไม่กล้าเข้ามาเที่ยวก็เพราะ ไม่แน่ใจในความปลอดภัย ขณะที่โพลล์หลายสำนักก็ระบุว่า เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอุปสรรคสำคัญของการท่องเที่ยวไทย หากปล่อยเนิ่นนานออกไป จะยิ่งลามไปถึงนักลงทุน เพราะไม่ว่านักท่องเที่ยวหรือนักลงทุน ก็ต้องเลือกมาเที่ยว เลือกลงทุนในประเทศที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

๑๐. จี้ผุดทีมงานช่วยโรงแรมโกอินเตอร์  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า C ๒)

สมาคมโรงแรมไทย เตรียมทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้พิจารณาจัดตั้งคณะทำงานให้คำปรึกษาด้านการลงทุนในชาติอาเซียน แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่สนใจเข้าไปลงทุนในชาติอาเซียน เผย ขณะนี้หลายประเทศ อาทิ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มีความน่าสนใจที่จะเข้าไปลงทุนด้านธุรกิจโรงแรม แต่ภาครัฐยังไม่มีแนวทางสนับสนุนที่ชัดเจน อีกทั้งผู้ประกอบการไม่มีที่พึ่งด้านข้อมูลและหลักเกณฑ์การลงทุนที่ถูกต้อง ทำให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขันในตลาดอาเซียน

๑๑. เชื่อ ‘ลดค่าหยวน’ ไม่กระทบท่องเที่ยว ‘ทัวริสต์จีน’ แค่ใช้จ่ายระวังกันมากขึ้น  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๓)

รายงานข่าว รายงานถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน หลังมีการปรับลดค่าเงินหยวน และภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว โดยคาดว่าการท่องเที่ยวจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่นักท่องเที่ยวจีนอาจระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการซื้อของใหญ่ ขณะเดียวกันหลายประเทศต่างรู้ถึงความสำคัญของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มไฮเอนด์ จึงต่างปรับปรุงนโยบายเพิ่มความเป็นมิตรเพื่อดึงดูดคนจีนมากขึ้น

๑๒. ธุรกิจหนุนรัฐอัดเงินเข้าระบบ / สอท.ชง ๑๑ มาตรการฟื้น ศก. – ‘สมคิด’ ยันแผนกระตุ้นไม่ใช่ ‘ประชานิยม’  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เร่งเสนอมาตรการช่วยประชาชนและเกษตรกร เข้า ครม. ย้ำ ไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลประชาชน ด้าน ส.อ.ท.เสนอ ๑๑ มาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อรัฐบาล โดยจี้ให้รัฐเร่งแก้ปัญหากระตุ้นเศรษฐกิจภายใน ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก
ส่วนนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา แนะให้รัฐบาลควรออกมาตรการที่จริงจังและเด็ดขาดในการแก้ปัญหาการท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดกระทบต่อรายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่นายแพทริค บาสเซ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการแอคคอร์โฮเทล ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เผย เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เป็นผลกระทบระยะสั้น เพราะธรรมชาติของการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้เร็วอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาล ทำต่อไปคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับ

๑๓. ‘ประวุฒิ’ เผยจ่อบึ้มซ้ำหลายจุด / แกะรอยมือถือล่าเพิ่ม ‘ระเบิดราชประสงค์’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย ผลตรวจหลักฐานพร้อมส่วน ประกอบระเบิดในอพาร์ตเม้นท์ชายชาวต่างชาติ ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยก ราชประสงค์ – สาทร พร้อมเส้นทางการใช้โทรศัพท์ ทำให้เชื่อว่าเตรียมลงมือก่อเหตุร้ายอีกหลายจุดสำคัญ รวมถึงพบรูปถ่าย พร้อมแกะรอยมือถือเพื่อเร่งสาวถึงตัวเพื่อนที่ร่วมทีมก่อเหตุ ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. สั่งให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่อีก ๔ – ๕ จุดเพื่อติดตามหาผู้ร่วมขบวนการ

๑๔. ไล่ ‘นาจิบ’ วันที่ ๒ คนลด จ้องเอาผิดม็อบเหลือง ทูตไทยเตือนพื้นที่ชุมนุมเสี่ยง คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

การชุมนุมประท้วงขับไล่นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังยืดเยื้อ เจ้าหน้าที่เตรียมเอาผิดผู้ชุมนุมตามกฎหมายการชุมนุมฉบับใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้ ขณะที่มหาธีร์ โมฮัมหมัด ได้แสดงตัวหนุนกลุ่มเสื้อเหลือง ด้านสถานทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้แจ้งเตือนผ่านเว็บไซต์ และเฟซบุ๊ค ให้คนไทยใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง และติดตามข่าวสารเป็นระยะ
-----------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

๑. ททท. รับลูกจัดอีเวนต์ดึงทัวร์ทะลุ ๓๐ ล้านคน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๒)

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผยถึงนโยบายหลักที่จะเร่งขับเคลื่อนเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น และเดินหน้าสู่เป้าหมายรายได้การท่องเที่ยว ๒.๒ ล้านล้านบาทว่า จะใช้กลยุทธ์เชิงรุกจัดบิ๊กอีเวนต์สร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติ รวมทั้งจะผลักดันการเดินทางของตลาดในประเทศ ผ่านความร่วมมือกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระตุ้นให้เกิดการเดินทั้งแบบค้างคืนและไม่ค้างคืน คาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนตุลาคมนี้
และในช่วงเดือนธันวาคม เตรียมจัดอีเว้นต์ “ไทยแลนด์ เช็กพ้อยท์” กิจกรรมสะสมแสตมป์ การเดินทาง ซึ่งจะนำร่องใน ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด และสานต่อไปยัง ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด พลัส พร้อมคาดหวังว่าในอีก ๔ เดือนที่เหลือจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้อีก ๑๐ ล้านคน จากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยแล้ว ๒๐ ล้านคน ทำให้ปีนี้มีนักท่องเที่ยว ๓๐ ล้านคน
ส่วน ส.อ.ท. มองว่า การที่รัฐบาลหรือกระทรวงต่างๆ เริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา คงไม่สามารถทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของประเทศปรับตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังมีปัจจัยลบรุมเร้า
ขณะที่ สทท. มองว่า การกระตุ้นการเดินทางในประเทศจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ อาทิ ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคหรือข้ามภูมิภาค ส่งเสริมการท่องเที่ยวชายแดน ด้วยการเดินทางท่องเที่ยวให้ครบ ๑๒ เดือนเหมือนที่เคยทำ และทำให้ครบวงจร รวมไปถึงมาตรการลดหย่อนภาษีจาก ๑.๕ หมื่นบาท เป็น ๓ – ๕ หมื่นบาท เพื่อสร้างแรงจูงใจ และควรเพิ่มงบประมาณพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม ฟื้นฟูและปรับปรุง เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น

๒. หวังท่องเที่ยวฟื้น / ตั้ง ผจญ.ทีพีซี ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกะเหรี่ยง กล่าวถึงการท่องเที่ยวไทย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยมุมมองของภาคเอกชนส่วนใหญ่ขอร้องว่า อย่าเกิดเหตุซ้ำ เพราะประเมินแล้วว่าหลังมีข่าวเชิงบวกออกไป ทำให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในระดับหนึ่ง ความหวังที่จะมีรายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาท คงไม่น่าห่วง
ล่าสุดนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา รักษาการผู้ว่าการ ททท. ได้แจกแพ็กเกจตั๋วเครื่องบิน – ที่พักแก่นักท่องเที่ยวคนที่ ๒๐ ล้านไปแล้ว เชื่ออีก ๔ เดือนที่เหลือ ตัวเลขนักท่องเที่ยว ๒๘ ล้านคนคงได้ไม่ยาก อีกทั้งต้นเดือนกันยายนนี้ แอตต้าจะพาสมาชิกเดินทางไปโรดโชวที่จีน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จึงถือโอกาสที่จะเดินทางไปร่วมงาน หวังฟื้นความเชื่อมันแก่นักท่องเที่ยวจีน พร้อมหาทางพบปะผู้นำการท่องเที่ยวภาครัฐของจีน เพื่อสร้างความมั่นใจอีกทาง
ด้านประธานบอร์ด บจก.ไทยแลนด์ พริเลจ คาร์ด (ทีพีซี) อนุมัติแต่งตั้งนายพฤทธิ์ บุปผาคำ เป็น ผจญ.ทีพีซี คนใหม่ ขณะที่อยู่ระหว่างต่อรองเงินเดือน คาดจะเริ่มงานได้ต้นเดือนตุลาคมนี้ หากไม่มีเหตุขัดข้อง

๓. ต้อนรับนักท่องเที่ยวคนละ ๒๐ ล้าน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์โลกท่องเที่ยว : ไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวคนที่ ๒๐ ล้านแล้ว เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำทีมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๔. ๑๐ วันหลังระเบิด ‘ท่องเที่ยวไทย’ ไม่เลวร้ายอย่างที่คิด ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

สกู๊ปนำเสนอผลกระทบด้านการท่องเที่ยว จากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ จากการประเมินของภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว

๕. ล็อกตัวตุรกีคาคลังผลิตบึม ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ชุดสืบสวนคดีระเบิด พร้อมหน่วยงานความมั่นคง ได้เข้าจับกุมชายชาวตุรกีที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ในอพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่งย่านหนองจอก จากสอบสวนเบื้องต้นชายดังกล่าวอ้างว่าเดินทางมาจากเวียดนาม ลาว มาเลเซีย ก่อนเข้าไทย ตรวจค้นในห้องพักพบแบตเตอรี่ก้อน ๙ โวลต์จำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์ประเภทไขควง กรรไกร นอกจากนี้ ยังพบพวงกุญแจอีกชุดซุกซ่อน ไว้ในตู้เย็น จึงได้นำกุญแจไปไขไปไขอีกห้อง พบอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก รวมถึงลูกปรายเหล็กแบบเดียวกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร จึงได้ควบคุมตัวชายชาวตุรกีดังกล่าว และเจ้าของห้องเช่าไว้สอบสวน เพราะลักษณะรูปพรรณใกล้เคียงผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีระเบิดแยก ราชประสงค์ ด้านสื่อต่างประเทศได้รายงานข่าวตำรวจไทยเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติที่เชื่อว่า มี ส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์
ส่วนการดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ยังคงมีการปรับให้เหมาะสม ล่าสุดที่บริเวณประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดงาน “มหกรรมของดี ของฝาก ๔ ภาค” โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในระบบการป้องกันของรัฐบาลเป็นอย่างดี และเดินทางเข้ามาเที่ยวงานอย่างต่อเนื่อง
ด้านโฆษก คสช. ระบุว่า จากการสอบถามนักท่องเที่ยวในต่างท้องที่พบว่า ยังคงมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างดี รวมถึงติดตามสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ที่ คสช. รายงาน
สถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด และขอบคุณผู้ที่แจ้งเบาะแสต่างๆ มายังศูนย์ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ของ คสช.
----------------------------------------------------
โดยงานข่าวประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๘

๑. ททท. ดึงอีเวนต์กีฬาดันเที่ยวไทย ๓๐ ล้าน เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๒. ‘คลัง’ หวังมาตรการ ศก.หมุนเงินในระบบ ๒ เท่า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๓. ท่องเที่ยวคืนชีพ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

๔. สศค.ห่วงเศรษฐกิจไทยเปราะบาง ขยายตัวติดลบเกือบทุกกลุ่ม – บึ้มขย่มท่องเที่ยวซ้ำอีก ข่าวสด (หน้า ๘)

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผย เตรียมดึงการจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ใหญ่ด้านกีฬา เข้ามาเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวไทย เพื่อรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวปี ๒๕๕๘ ให้ได้ ๓๐ ล้านคนตามเป้าหมาย หลังประเมินว่าเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์อาจทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป แม้รายได้การท่องเที่ยวจะเพิ่ม แต่การที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา มากขึ้น ก็จะทำให้โลกเห็นว่าไทยเป็นจุดหมายที่ยังท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขเช่นกัน โดยช่วง ๔ เดือน ที่เหลือ จะเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยอีก ๑๐ ล้านคน
รวมทั้งจะเน้นฟื้นฟูรายได้ของตลาดในประเทศภายใต้เป้าหมาย ๘ แสนล้านบาทเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่านโยบายเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ จะทำให้ประชาชนระดับฐานรากมีรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน โดยล่าสุด ททท. เตรียมนำแคมเปญ “กอดเมืองไทยให้หายเหนื่อย” ออกมาใช้ และเตรียมเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ต้องทำให้เกิดการเดินทาง ได้แก่ กลุ่มเกษียณอายุ และกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ซึ่งสามารถตอบโจทย์กระจายรายได้สู่วันธรรมดาได้ นอกจากนี้ ได้หารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปบ้างแล้ว โดยจะส่งเสริมเรื่องโลคัล ทัวริสซึ่ม หากเศรษฐกิจในประเทศซบเซาลง
ด้าน สศค.ระบุ มาตรการพยุงเศรษฐกิจระยะสั้นช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ๒ เท่า ขณะที่เศรษฐกิจในเดือนกรกฎาคม ขยายตัวเปราะบาง ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งออก การบริโภค และการลงทุนชะลอตัว พร้อมประเมินว่า เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์จะทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ๓ แสนคน จากเป้าหมาย ๒๙.๙ ล้านคน กระทบต่อจีดีพีลดลง ๐.๐๕%
ส่วนสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เตรียมเปลี่ยนเครื่องบินที่ให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ – แฟรงเฟิร์ต จากแอร์บัส เอ ๓๔๐ – ๓๐๐ เป็นโบอิ้ง ๗๔๗ – ๔๐๐ ตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป ทำให้มีจำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้นจากเดิม ๓๐% และเปลี่ยนเวลาบินเป็นช่วงค่ำถึงเช้า เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีเวลาท่องเที่ยวมากขึ้น เผย เหตุที่เปลี่ยนเครื่องบินเพราะกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวมีความต้องการมาไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากอัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบินเกือบเต็ม แม้จะมีเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ พร้อมเตรียมนำสายการบินยูโรวิงส์ ซึ่งเป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ในเครือ มาให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ – โคโลญ และภูเก็ต – โคโลญ เส้นทางละ ๒ เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ เป็นต้นไป คาดว่าจะได้การตอบรับที่ดี เนื่องจากราคาตั๋วโดยสารจะถูกกว่ามาก
ส่วนสายการบินเอมิเรตส์ ได้เพิ่มเที่ยวบินภูเก็ต – ดูไบ อีก ๔ เที่ยวบิน/สัปดาห์ เริ่มวันที่ ๑ ธันวาคมนี้ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง ๗๗๗ - ๓๐๐อีอาร์ สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ๕๗% เนื่องจากภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้โดยสารนิยมมาก อีกทั้งก่อนหน้านี้เอมิเรตส์ได้ประกาศข้อตกลงเที่ยวบินร่วมแบบโค้ดแชร์กับสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ๑๙ จุดหมายปลายทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เพิ่ม ๑๔ จุดหมายปลายทางใหม่
ทั้งนี้ การเพิ่มเที่ยวบินของสายการบินรายใหญ่สะท้อนได้ว่า ไทยยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว แม้ว่าผลจากระเบิดทำให้การท่องเที่ยวซบเซาลง จนนักท่องเที่ยวในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิลดลงจากวันละ ๘ – ๘.๕ หมื่นคน เหลือ ๗ – ๗.๕ หมื่นคน

๕. เลอค่า ‘แฟชั่นไหม’ นางแบบกิตติมศักดิ์ ‘คณะทูต – มาดาม’ แนวหน้า (หน้า ๑๙)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดพร้อมรายงานบรรยากาศงาน “มหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี” ครั้งที่ ๕ ที่เนรมิตท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นรันเวย์ให้นางแบบอาชีพ นางแบบกิตติมศักดิ์ รวมถึงภรรยาเอกอัครราชทูต ประจำประเทศไทย สวมชุดผ้าไหมเดินแบบในงาน โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน

๖. ททท. ดึงคู่ฮันนีมูนแดนมังกร กระตุ้นการเดินทางกลุ่มคุณภาพ สยามรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์ New Update นำเสนอรายละเอียดโครงการ Honeymoon in Thailand ครั้งที่ ๒ จัดโดย ททท.สนง.ปักกิ่ง เซียงไฮ้ คุณหมิง เฉิงตู และกว่างโจว ประเทศจีน โดยจัดทำแพ็กเกจสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว Luxury Product เสนอขายในราคา ๒ – ๔ หมื่นหยวนต่อคู่ ให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูนที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวในเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และใกล้เคียงในระยะเวลา ๕ วัน ๔ คืน เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดจีน

๗. ท่องเที่ยวโลกชี้ระเบิดไม่กระทบไฮซีซั่น ไทยยังเป็นเดสติเนชั่นหลักชาวต่างชาติ สยามรัฐ (หน้า ๗)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอมาตรการในการกระตุ้นการท่องเที่ยว และฟื้นภาพลักษณ์ด้าน การท่องเที่ยว ของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว หลังเกิดระเบิดที่แยกราชประสงค์

๘. อพท.จับมือสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก พัฒนาทักษะความรู้ให้บุคลากรไทย แนวหน้า (หน้า ๑๐)

อพท. เตรียมร่วมมือกับ สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) หรือ GSTC พัฒนาทักษะความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่บุคลากรด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยมีกำหนดจะจัดพิธีลงนาม MOU ในเดือนกันยายนนี้

๙. อัดฉีดแสนล้านกระตุ้น ศก. / ปล่อยกู้ไร้ดอกเบี้ยหมู่บ้านละล้าน – สร้างงานตำบลละ ๕ ล้าน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

รัฐบาลเตรียมอัดฉีดเงินครั้งใหญ่ ๑.๑ แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่างจังหวัด ด้วยการปล่อยกู้ผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้าน การจ้างงานในระดับตำบล และเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ ที่เป็นโครงการขนาดเล็กไม่เกิน ๑ ล้านบาท โดยจะดำเนินการภายในสิ้นปีนี้ ด้านกระทรวงการคลัง
คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจโตเพิ่ม ๐.๔% มั่นใจปีนี้ดันจีพีดีขยายตัวไม่ต่ำกว่า ๓% ส่วนกระทรวงพาณิชย์ จะเดินหน้า ๔ นโยบายเร่งด่วน โดยมุ่งไปที่การแก้ปัญหาปากท้อง ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลภายใน ๓ เดือน ได้แก่ ๑. แก้ปัญหาค่าครองชีพประชาชน ๒. สร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย รวมถึงพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น ๓. เร่งผลักดันการส่งออกสินค้า และ ๔. การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ที่ล้าสมัย

๑๐. คิดแค่ – อุยกูร์บึม สมยศชี้หลงทาง สอบแท็กซี่พูดกลับไปกลับมา ไทยรัฐ (หน้า ๑)

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. เผยความคืบหน้าเหตุระเบิด ๒ จุดในกรุงเทพฯว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยยอมรับคนร้ายมีการวางแผนก่อนก่อเหตุ หากเชื่อถือจากสิ่งที่มองคร่าวๆ แล้วนำมาวิเคราะห์ แนวโน้มอาจทำให้หลงทางได้ ดังนั้น การหาหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ต้องมีความชัดเจน
ส่วน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. วอนสื่ออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเป็นสัญชาติใด ประเทศใดเกี่ยวข้องกับขบวนการใด เพราะอาจสร้างความเดือดร้อนเสียหาย และความขัดแย้งจนส่งผลเสียถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมฝากให้มองประเด็นมีผู้จ้องทำลายการท่องเที่ยว เพราะศาล พระพรหม เป็นแหล่งท่องเที่ยวของทุกชาติ ทุกภาษา ที่เข้ามาเมืองไทย ด้านโฆษก ตร. มั่นใจ คนขับแท็กซี่ที่รับคนร้ายไม่โกหก หลังให้การไม่ตรงกัน ก่อนมีทหารรับตัวไปสอบสวน ส่วน ตม.จังหวัดสระแก้ว ยืนยัน ๓ อุยกูร์ที่แหกห้องขังหนี มีรูปพรรณไม่เหมือนผู้ก่อเหตุ
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. แถลงว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการและ นักลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญพบว่า ยังมีความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการท่องเที่ยว ยืนยันจะดำเนินการตามแผนขยายการลงทุนที่วางไว้ ส่วนการสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขอศาลออกหมายจับชายต้องสงสัยสวมเสื้อสีฟ้าที่ก่อเหตุ ที่ท่าน้ำสาทรแล้ว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นชายดังกล่าว ให้แจ้งตำรวจทันที ส่วนการให้ความช่วยเหลือและการรักษาพยาบาล ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพียง ๓๖ ราย
ส่วนบรรยากาศโดยรอบศาลพระพรหม ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เดินทางมาสักการะขอพรตามปกติ แต่ค่อนข้างบางตากว่าช่วงก่อนเกิดเหตุ ท่ามกลางกำลังตำรวจคอยรักษาความปลอดภัย รวมทั้งกำลังเร่งบูรณะอย่างต่อเนื่อง คาดแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๘

---------------------------------------------------------
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th