ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

22/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. เดินหน้าปลุกเที่ยวใน ปท. ผุด ‘เส้นทางดอกไม้’ ปั้นรายได้ ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๒)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้จัดโครงการ “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” เสนอขาย ๒๒ เส้นทางดอกไม้ทุกฤดูกาลทั้ง ๑๒ เดือนทั่วเมืองไทย โดยเฉพาะถนนสายดอกคูนที่จังหวัดขอนแก่น เป็นหนึ่งในเส้นทางที่อยากโปรโมต เพื่อสู้กับเทศกาลดอกซากุระของญี่ปุ่น คาดจะเกิดการรับรู้ของตลาดคนไทยกว่า ๑๐ ล้านคน ดันรายได้ตลาดในประเทศปี ๒๕๕๘ ได้กว่า ๘ แสนล้านบาท
พร้อมร่วมกับพันธมิตรในการต่อยอดเพื่อสร้างการรับรู้ โดยร่วมกับบางจาก ผลิตคู่มือท่องเที่ยว “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” อีก ๑ แสนเล่ม แจกฟรีที่ปั๊มน้ำมันบางจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับผู้ที่เติมอี ๒๐ ตั้งแต่ ๑ พันบาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ และไปรษณีย์ไทย ได้จัดทำแสตมป์รุ่นพิเศษ “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” ๕๐๐ ชุด ในราคา ๑๐๐ บาท

๒. ๗ จ. ลอยกระทงวิถีไทย ดึงไทย – เทศเที่ยว ๖.๖ แสนคน / อิงสายน้ำวัฒนธรรม ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ในช่วงเทศกาลลอยกระทงระหว่างวันที่ ๔ – ๖ พฤศจิกายนนี้ ททท. จะเน้นโปรโมตงานเทศกาลลอยกระทงใน ๗ พื้นที่หลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ สุโขทัย เชียงใหม่ ตาก อยุธยา สมุทรสงคราม และราชบุรี โดยชูจุดขายลอยกระทงวิถีไทย คาดจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางทั้งคนไทยและต่างชาติ ๖.๖ แสนคน มีเงินสะพัด ๖๖๐ ล้านบาท พร้อมสนับสนุนงาน River Festival ๒๐๑๔ สายน้ำแห่งวัฒนธรรมของภาคเอกชน ระหว่างวันที่ ๑ – ๖ พฤศจิกายนนี้ มั่นใจปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ

๓. นักท่องเที่ยวยุโรป ๘๕ % รู้สึกดีกับไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

๔. ททท. โล่งคดีเกาะเต่ากระทบเที่ยวน้อย มติชนรายวัน (หน้า ๙)

นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เผยผลสำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวยุโรปเกี่ยวกับภาพลักษณ์ประเทศไทย ซึ่งได้มอบหมายให้บริษัท เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) ทำการสำรวจ เพื่อให้ทราบปฏิกิริยาของนักท่องเที่ยวที่มีต่อเหตุการณ์อาชญากรรมที่เกาะเต่า โดยพบว่า ๗๓% รับรู้คดีดังกล่าว และ ๘๕% ยังรู้สึกดีกับไทย แม้ว่าจะเกิดคดีอาชญากรรมในไทย เนื่องจากเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นกับประเทศใดก็ได้ และนักท่องเที่ยวก็ควรระมัดระวังตัวเองระหว่างเดินทางด้วย ส่วนจุดหมายที่ยังได้รับความนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ รองลงมาคือ ภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย เกาะพีพี เชียงใหม่ และเกาะพะงัน
พร้อมเตรียมวาง ๒ กิจกรรมใหญ่ในการฟื้นความเชื่อมั่นในช่วง ๓ เดือน ได้แก่ การเข้าร่วมงาน WTM ๒๐๑๔ ระหว่างวันที่ ๓ – ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยจะนำเสนอ ๓ กลุ่มสินค้าใหม่ ได้แก่ แนะนำ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด, กลุ่มสินค้า ๗ กลุ่มตามแนวคิด Happiness Spectrum และเส้นทางท่องเที่ยวไทยที่ตอบสนองอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการที่แตกต่างของนักท่องเที่ยว รวมทั้งและจะเชิญเอเย่นต์ทัวร์และสื่อจากอังกฤษ ยุโรป และทั่วโลกกว่า ๙๐๐ คน ร่วมพิธีเปิดเทศกาลเที่ยวเมืองไทย และ ปีท่องเที่ยววิถีไทย พร้อมจะมีการเดินทางไปสำรวจเส้นทาง ๑๒ เมืองใหม่ ที่มีการจัดแบ่งสินค้า ๗ กลุ่มไว้ให้ตรงกับความสนใจของนักท่องเที่ยวยุโรปด้วย

๕. หนุนทบทวนภาพลักษณ์คุ้มค่าเงิน กับดักท่องเที่ยวเน้น ‘ปริมาณ’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอรายละเอียดผลการสำรวจในโครงการสำรวจข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงลึก ของ ททท. โดยพบว่าโครงสร้างรายได้ของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่ผ่านมา ยังพึ่งพิงการเติบโตของจำนวนเป็นหลัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวมีแนวโน้มเติบโตต่ำ สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างตลาดถึง ๖๐% เป็นกลุ่มเดินทางซ้ำ ทำให้รู้จักช่องทางการใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด ดังนั้นการแก้โจทย์ดังกล่าวคือ ต้องเน้นการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้คนกลุ่มนี้ใช้จ่าย เงินเพิ่ม
ส่วนด้านภาพลักษณ์ พบว่าไทยยังมีจุดแข็งอยู่ที่ความคุ้มค่าเงินมากที่สุด ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นจุดท้าทายสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวไทย ที่ควรตั้งคำถามว่า ภาพลักษณ์ดังกล่าวที่เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศกลับได้รับประโยชน์ด้านเม็ดเงินน้อยกว่าคุณค่าที่ส่งออกไป นำมาซึ่งคำถามที่ควรทบทวนตัวเองว่า ไทยกำลังขายของดีในราคาถูกหรือไม่

๖. เสนอยกเลิกกฎอัยการศึก ข่าวสด (หน้า ๔)

คอลัมน์ข่าวข้นคนเข้ม โดย พญาไม้ กล่าวถึงการท่องเที่ยวที่ยังคงซบเซา ยืนยันจากทุกโรงแรม ริมฝั่งอันดามัน ตั้งแต่หน้าหนาวถึงช่วงปีใหม่ไปจนถึงวาเลนไทน์ ไม่มีไฮซีซั่น ขณะที่ทุกสนามกอล์ฟยืนยันตรงกัน ปีนี้ไม่มีเกาหลี – ญี่ปุ่น มาเล่นกอล์ฟในไทย พร้อมแนะ ททท. ต้องกล้าเสนอรัฐบาลว่า แหล่งท่องเที่ยวไม่น่าจะปกคลุมด้วยกฎอัยการศึก เพราะเป็นปัญหาเรื่องการประกันภัย พร้อมมองว่าภูเขา ทะเลสาบจากเขื่อน ที่ดินในที่สูงอากาศเย็น ควรปรับเปลี่ยนมาเป็นที่ดินเพื่อการท่องเที่ยว โดยเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษา น่าจะปฏิรูปการใช้แผ่นดินกันใหม่ ให้ตรงกับเศรษฐกิจของประเทศ

๗. พบร่าง ‘๒ เกาหลี’ ติดสปีดโบ๊ท ทูตผู้ดีรุดถก ‘กสม.’ คดีเกาะเต่า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๘. พบร่างแล้วคู่รักชาวเกาหลี เหยื่อสปีดโบ๊ต – จมใต้น้ำ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๙. พบแล้วศพคู่รักเกาหลี ที่แท้ติดใต้ซากสปีดโบ๊ท สลดเตรียมวิวาห์เร็วๆ นี้ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

นักประดาน้ำค้นหาร่าง ๒ นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่สูญหาย จากเหตุการณ์เรือสปีตโบ๊ตชนกับเรือลากอวนได้แล้ว พบว่าติดอยู่ใต้ซากเรือที่จมอยู่ใต้ทะเล เผย เป็นคู่รักกันและมีแผนจะแต่งงานกัน คาดขณะเกิดเหตุถูกแรงกระแทกจนหมดสติ ประกอบกับไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ ทำให้จมน้ำหายไปอย่างรวดเร็ว ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าเยี่ยมนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บ พร้อมระดมทุกฝ่ายช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และสั่งเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
ส่วนความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า ล่าสุด ประธาน กสม. ได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย โดยทูตอังกฤษย้ำว่า ตำรวจอังกฤษจะมาร่วมสังเกตการณ์เท่านั้น และจะเดินทางมาถึงไทยสัปดาห์หน้า ส่วนขอบเขตการทำงานเป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจไทย
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลการประชุม ครม. เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานประสานกับผู้ประกอบการ ดำเนินการควบคุมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เป็นรูปธรรม และกำหนดบทลงโทษด้วย หากกำหนดมาตรการชัดเจนแล้วยังปล่อยปละละเลย ก็จำเป็นต้องลงโทษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติที่มาเที่ยวไทย

๑๐. ‘ความไม่ปลอดภัย’ ปมปัญหาการท่องเที่ยวไทย โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย นำเสนอรายงานของ เคซี ไฮเนส นักข่าวอิสระที่รายงานข่าวในแถบเอเชีย ซึ่งได้เขียนรายงานลงในเว็บไซต์ เอเซียน คอร์เรส ปอนเดนต์ ถึงปัญหาของการท่องเที่ยวไทย โดยชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเรื่องความปลอดภัย คือสิ่งที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมยกคดีเกาะเต่า เป็นตัวอย่างของปัญหาอาชญากรรมด้านการท่องเที่ยว ที่ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทย โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการ ทำให้ไทยมีชื่อเสียงด้านการหาซื้อสุราราคาถูก และยาผิดกฎหมาย รวมทั้งงานปาร์ตี้ยามค่ำคืนตามชายหาด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการปล้นชิงทรัพย์นักท่องเที่ยว
พร้อมแสดงความเห็นว่าหากรัฐบาลแสดงความจริงจังกับการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยการเน้นย้ำถึงการปฏิรูปการคอร์รัปชั่นในหน่วยงานของรัฐ ปฏิรูปวงการตำรวจไทย และมีมาตรการลงโทษอย่างจริงจังกับคดีฆาตกรรม รวมทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ก็จะเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาได้ และจะทำให้การท่องเที่ยวของไทยน่าดึงดูดมากกว่าที่อื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

๑๑. ออกกลยุทธ์กระตุ้นนักท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ตรีศูล กล่าวถึงการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว แม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นแล้ว โดยซบเซาทั้งภูมิภาค เพราะมาเลเซียยังผวากับเครื่องบินหายสาบสูญ ขณะที่ไทยยังตื่นกฎอัยการศึก เหลือเพียงสิงคโปร์ที่ปลอดโปร่ง และได้แยกวงขายทัวร์ แต่ก็ไม่น่าจะประสบผลสำเร็จ เพราะมีเพียงกาสิโนมารีนาเบย์ เป็นแม่เหล็ก ขาดเสน่ห์แห่งธรรมชาติ พร้อมลุ้นนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ออกกลยุทธ์ในการกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลับคืนมา โดยแนะให้เน้นที่จีนและญี่ปุ่นก่อน เพราะมีความใกล้ชิดกับไทยสูง

๑๒. จัดทหารม้าดูแลนักท่องเที่ยวกรุง ข่าวสด (หน้า ๖)

๑๓. ท่องเที่ยวอุ่นใจ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีดำริให้ทหารม้าและตำรวจม้า ร่วมสนธิกำลัง ขี่ม้าออกตรวจรักษาความปลอดภัย บริเวณสนามหลวงและริมถนนด้านหน้าพระบรม-มหาราชวัง ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงอนุรักษ์การใช้ม้าลาดตระเวน ในเบื้องต้นจะใช้เวลา ๓ เดือน และอาจขยายพื้นที่ไปยังแหล่งธุรกิจ

๑๔. นานาทัศนะกู้วิกฤติภาพลักษณ์ ‘ไทยแลนด์’ ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

สกู๊ปนำเสนอนานาทัศนะของผู้ที่ดำเนินธุรกิจทางภาพลักษณ์ เกี่ยวกับการกู้วิกฤติภาพลักษณ์ประเทศไทย อาทิ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บมจ.อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ชี้ว่า หากจะโปรโมตหรือสร้าง Branding ให้กับไทย ก็ต้องตั้งคำถามก่อนว่าอยากให้ไทยมีภาพลักษณ์แบบไหน และสำรวจว่าอะไรคือจุดเด่นหรือจุดขายที่เรามี ซึ่งเรามีจุดเด่นมากมายเพียงแต่ จะจับเอาจุดใดมาเป็นจุดขายเท่านั้น
ด้าน ดั่งใจถวิล อนันตชัย นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย แนะว่า เราจะต้องสร้าง Holistic Wellness ซึ่งประกอบด้วย ๓ อย่างคือ Hospitality, Hospital Hub และ Harmony อีกทั้งการสร้างแบรนด์ของประเทศต้องถูกจัดวางให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกอย่างมีความต่อเนื่อง
ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ มองว่า สาเหตุสำคัญ ๓ ข้อที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงเดินทางมาเที่ยวไทยคือ ๑. ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว ๒. คนไทย และ ๓ อาหารไทย ดังนั้น หากต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ต้องเน้นไปที่คนไทย วัฒนธรรมที่งดงาม และความอ่อนโยนของคนไทย เป็นต้น

๑๕. กอบกู้การท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๒)

คอลัมน์บทนำมติชน กล่าวถึงปัญหาด้านความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวไทย พร้อมแนะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะกำกับดูแลโดยตรง จำเป็นต้องแสดงบทบาท เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมากกว่านี้ ในการบริหารจัดการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อันเป็นพื้นฐานหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว

๑๖. คดีเกาะเต่าไม่จบ พม่าพลิกลิ้นปฏิเสธ โวยถูกซ้อมทารุณ ตร.ผู้ดีใกล้ถึงไทย เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๒ ผู้ต้องหาชาวพม่าในคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ร้องทุกข์ผ่านทนายไปยังอัยการ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ระบุ ไม่ได้ฆ่าเหยื่อ แต่เหตุที่รับสารภาพก่อนหน้านี้เพราะถูกล่ามและตำรวจทำร้ายร่างกาย และบังคับให้สารภาพ ด้านทูตอังกฤษได้เข้าพบประธาน กสม. ระบุ ตำรวจอังกฤษจะมาถึงไทยสัปดาห์หน้า ขณะที่โฆษกตำรวจย้ำ ตำรวจทำตามพยานหลักฐาน พร้อมเตรียมเอาผิดกับเฟซบุ๊กที่ ก่อกระแสโจมตีตำรวจ

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

21/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคารที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ชงหอการค้าร่วมกระตุ้นท่องเที่ยว กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นายกลินท์ สารสิน ประธานบอร์ด ททท. เผย เตรียมใช้บทบาทในการเป็นเลขาธิการ หอการค้าไทย ส่งเสริมให้สมาชิกหอการค้าไทยในต่างจังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมและทำงานเชื่อมโยงกับ ททท. ในการวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเร่ง ททท. กระตุ้นรายได้การท่องเที่ยว ชดเชยการส่งออกที่ยังถดถอย
ส่วนแนวคิดการจัดเวิร์คช็อปร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดองค์ประกอบการประชุมว่า จะมีภาคส่วนใดเข้าร่วมบ้าง และคาดว่าจะเริ่มประชุมนัดแรกภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ พร้อมมีแนวคิดจะเข้าไปเจาะรายพื้นที่ เพื่อหารือร่วมกันด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด โดยอาจนำร่องใน ๑๒ เมืองใหม่ที่อยู่ในแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและ และ ททท. ที่เตรียมไว้อยู่แล้ว
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ได้หารือกับบริษัท บีอีซี เทโรฯ ในการส่งเสริมให้ปี ๒๕๕๘ เป็นปีแห่งเทศกาลดนตรีไทย โดยจะหารือถึงความเป็นไปได้ในการดึงคอนเสิร์ตจากต่างประเทศที่น่าสนใจ เข้ามายกระดับเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่ทำให้คนเข้าถึงได้จำนวนมาก เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย รวมถึงได้จัดโครงการดรีม เดสติเนชั่น ๒ โดยคาดว่าจะสร้างการรับรู้ได้ ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน ทำให้เกิดการเดินทางโดยตรง ๑๔.๘ ล้านคน ทำรายได้ราว ๒.๖๖ หมื่นล้านบาท

๒. เปิดตัว ๒๒ เส้นทางดอกไม้ทั่วไทย ไทยรัฐ (หน้า ๙)

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้จัดโครงการ “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” โดยคัดสรร ๒๒ เส้นทางสายดอกไม้ ที่พร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวมานำเสนอในแต่ละเดือนตลอดทั้งปี คาดจะมีคนไทยไปเที่ยว ๑๔.๘ ล้านคน / ครั้ง สร้างรายได้ ๒๖,๖๔๐ ล้านบาท และช่วยผลักดันให้การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในปีหน้าได้ถึงเป้าหมาย ๑๔๘ ล้านคน / ครั้ง มีรายได้ ๘ แสนล้านบาท นำไปสู่เป้าหมายการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ๒.๒ ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ จะผลิตคู่มือท่องเที่ยว “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” จำนวน ๑ แสนเล่ม แจกฟรีที่สำนักงาน ททท.ทั่วประเทศ และร่วมกับบางจาก ผลิตคู่มือเพิ่มอีก ๑ แสนเล่ม แจกฟรีที่ปั๊มน้ำมันบางจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับผู้ที่เติมอี ๒๐ ตั้งแต่ ๑ พันบาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ และไปรษณีย์ไทย ได้จัดทำแสตมป์รุ่นพิเศษ “ดรีม เดสติเนชั่น ๒ กาลครั้งนั้น...ความฝันผลิบาน” ๕๐๐ ชุด ในราคา ๑๐๐ บาท หาซื้อได้ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน หรือเว็บไซต์ www.postemart.com

๓. กระบี่โรดโชว์เที่ยววิถีไทยดึงกลุ่มอาเซียน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้วางกลยุทธ์การท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๘ โดยจะร่วมกับ ททท. จัดโรดโชว์สินค้าท่องเที่ยวไปยังอินเดีย จีน ฮ่องกง เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวตามแคมเปญวิถีไทย โดยจะนำเสนอการท่องเที่ยววิถีไทย อาทิ การชมป่า การท่องเที่ยวเพื่อรับผิดชอบสังคม (ซีเอสอาร์) เป็นต้น ตั้งเป้าในปี ๒๕๕๘ จังหวัดกระบี่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประมาณ ๕ ล้านคน ส่วนปีนี้จะมีประมาณ ๓.๖ ล้านคน
พร้อมเตรียมทำหนังสือถึง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวแถบอันดามัน นำร่องที่ภูเก็ต กระบี่ และบริเวณที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก อาทิ เกาะพีพี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในระยะยาว

๔. แจ้งข้อหากัปตัน ‘สปีดโบ๊ทภูเก็ต’ ไร้ชะตา ๒ เกาหลี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๕. ทูตฯ ขอไทยเร่งค้น ๒ เกาหลี เหตุเรือชนจมทะเล ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๖. คนขับสปีดโบ๊ตเจอหนัก หากพบ ‘๒ เกาหลี’ เป็นศพ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๗. ประดาน้ำค้นหานักท่องเที่ยวโสม เดลินิวส์ (หน้า ๑๔)

ตำรวจได้แจ้งข้อหากัปตันเรือสปีดโบ๊ต “ซีสตาร์ ๒๙” ประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หลังก้มเก็บของจนทำให้เรือสปีตโบ๊ตชนกับเรือลากอวน แต่หากมีผู้เสียชีวิตจะเจอข้อหาหนักอีกกระทง พร้อมได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนร่วมกันทำสำนวนการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ขณะที่การค้นหา ๒ นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีขณะนี้ยังไม่พบ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ๒๖ คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส ๗ คน
ด้าน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. เผย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เป็นห่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจออกค้นหาผู้ที่สูญหายจนพบ ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้สั่งให้อธิบดีกรมเจ้าท่า เร่งหาสาเหตุและแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ส่วนกรม เจ้าท่าตื่นตัว บังคับให้ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ หากฝ่าฝืนจะไม่ให้เรือออกจากท่า ด้านกรมเจ้าท่าจังหวัดกระบี่ ได้เพิ่มความเข้มงวดตรวจเข้มเรือเพื่อความปลอดภัย เผย ทั้งกัปตันเรือและเรือมีใบอนุญาตถูกต้อง
นายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต เผย ได้รับคำสั่งจาก รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้เปิดศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นที่ชั้น ๒ ของสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุ

๘. จี้ รมว.ท่องเที่ยวเร่งจัดระเบียบ บ้านเมือง (หน้า ๔)

คอลัมน์เลขที่ ๑ ซอยปลื้มมณี โดย กระบองเพชร มองว่า นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเร่งจัดระเบียบอีกหลายอย่าง และต้องจริงจัง หลังเกิดคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่าและเกิดเหตุเรือสปีดโบ๊ตชนกันขึ้นอีก อย่าแค่ฟังแต่รายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะสังคมกำลังจับตาดูอยู่

๙. แจกอมยิ้ม ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

๑๐. สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๑๔)

๑๑. อมยิ้ม พิมพ์ใจ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๗)

๑๒. แจกอมยิ้ม ไทยรัฐ (หน้า ๑๖)

เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวนำโดย พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผบก.ทท. พร้อมขบวนศิลปินและนักแสดงร่วมเดินรณรงค์แจกอมยิ้ม ในกิจกรรม “อมยิ้ม พิมพ์ใจ ตำรวจท่องเที่ยวให้บริการ” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับชาวต่างชาติที่ถนนข้าวสาร

๑๓. ชาร์เตอร์ไฟลต์ไปญี่ปุ่นคึกช่วงสิ้นปี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

บริษัททัวร์จับมือกัน จัดชาร์เตอร์ไฟลต์ไปญี่ปุ่นในเส้นทางใหม่ๆ รับกระแสคนไทยชอบเที่ยวญี่ปุ่น โดยโชคทวีทัวร์ ร่วมกับ ๑๖ บริษัท จัดชาร์เตอร์ไฟต์ไปคิวชู ในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ โดยเริ่มขายแพ็กเกจตั้งแต่เดือนตุลาคม ขณะนี้มียอดจองแล้ว ๗๐% และคาดว่าจะเต็มในเร็วๆ นี้ ขณะที่หนุ่มสาวทัวร์ จัดชาร์เตอร์ไฟลต์ไปนาโกย่า รวม ๕๐๐ ที่นั่ง ในช่วงปีใหม่ พร้อมชี้ ปีนี้ขายแพ็กเกจยากขึ้น เพราะคนระวังการใช้จ่าย กลุ่มองค์กรลดงบประมาณลง และเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น

๑๔. ความเห็นต่างชาติหลังคดีเกาะเต่า : เมืองไทยยังน่าเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย นำเสนอผลสำรวจของบริษัท เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) ที่พบว่าต่างชาติยังมองว่าสถานที่ท่องเที่ยวในไทยยังสวยงามเหมือนเดิม แต่สิ่งที่มีผลกระทบด้านลบกลับเป็นภาพลักษณ์ของคนไทยที่ลดความน่ารักและอัธยาศัยไมตรีลง

๑๕. ให้อังกฤษสังเกตการณ์ กสม.พบผู้ต้องหาเกาะเต่าถูกซ้อม ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๑๖. กสม.ให้ตำรวจแจงปมซ้อมคดีเกาะเต่า ส่ง จม.ถึงเรือนจำขอเอกซเรย์ ๒ พม่า ไทยรัฐ (หน้า ๑)

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ย้ำเจ้าหน้าของอังกฤษและพม่าที่จะเข้ามา เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์หรือให้คำแนะนำเท่านั้น และต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมาย และไม่ละเมิดอธิปไตย พร้อมเปิดข้อรับข้อมูลสนับสนุนการทำงาน มั่นใจกระบวนการสอบสวนไทยยึดกฎหมายและความถูกต้อง ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงประเด็นซ้อมผู้ต้องหา หลังมีผู้ร้องเรียน พร้อมส่งหนังสือถึง ผบ.เรือนจำ ให้เอกซเรย์ผู้ต้องหาซ้ำ ด้านอัยการอยู่ระหว่างรอหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมเตรียมเร่งสรุปส่งฟ้องศาล

๑๗. ภาพพจน์ประเทศไทย ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

คอลัมน์กระจกไร้เงา โดย ศรยุทธ เทียนสี กล่าวถึงการสื่อสารที่มีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ ถ่ายทอดความรู้สึก และการนำเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อให้ผู้อื่นได้รับทราบตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งปัจจุบันมีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นสื่อในรูปแบบดิจิตอล และมีทั้งผลดีและผลเสียเห็นได้จากข่าวคราวมากมาย ที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี หรือไลน์ และเราจะทำอย่างไรกับสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะไทยที่กำลังประสบปัญหาด้านภาพลักษณ์ที่ดูย่ำแย่ ทำให้การท่องเที่ยวเสียหาย จากเหตุการณ์ร้ายๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปี จนถึงเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า
พร้อมชี้ การสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศดูดีขึ้น นอกจากความพร้อมของประเทศแล้ว การนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ โฆษณา ด้วยการนำจุดดีที่สามารถลบแผลในใจที่เกิดกับนักท่องเที่ยวให้ได้ โดยเชื่อว่าสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นสื่อที่รวดเร็ว จะสามารถเรียกความหวังจากการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวได้ อีกครั้ง

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

20/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. การท่องเที่ยวเมืองไทยถึงเวลาเดินหน้าปฏิรูป ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

คอลัมน์อีโคโฟกัส นำเสนอบทสัมภาษณ์นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ถึงภารกิจในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง รวมถึงแผนการดึงนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวไทย และการปฏิรูปการท่องเที่ยวไทย ต้องปฏิรูปไปในทิศทางไหน

๒. ททท. อัดงบ ๘๐ ล้นผุดแคมเปญต้นปีดึงนักท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๕)

นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. เตรียมใช้งบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ปรับแผนการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย จากเดิมจัดช่วงกลางปี มาจัดช่วงต้นปี ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๘ มกราคม ๒๕๕๘ ณ สวนลุมพินี เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียนบวก ๓ ให้รู้ถึงความหลากหลายของสินค้าท่องเที่ยวไทยมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเดินทางตามรอยเส้นทางที่นำมาเสนอในงาน โดยจะรวบรวมสินค้าการท่องเที่ยวของดีทั้ง ๕ ภาค รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชั้นนำ คาดจะมีผู้มาร่วมงาน ๕ แสนคน มีเงินสะพัดกว่า ๓๐๐ ล้านบาท

๓. ก.วัฒนธรรม จับมือ ททท. – ไทยเบฟ จัดงานลอยกระทง – ย้อนอดีตวิถีความเป็นไทย ข่าวสด (หน้า ๒๗)

ททท. ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม และ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ จัดงาน River Festival ๒๐๑๔ สายน้ำแห่งวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ ๑ – ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ บนโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ยาวที่สุดจากสะพานพระราม ๘ ถึงเอเชียทีค เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และวิถีความเป็นไทย ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

๔. ททท. ลุยงานไทยแลนด์ทราเวลวีค ผนึกทัวร์ออนไลน์ปลุกตลาดญี่ปุ่น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๒)

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เผย ททท. อยู่ระหว่างเตรียมจัดงาน “ไทยแลนด์ ทราเวล วีค” ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยจะร่วมกับออนไลน์ ทราเวิล เอเย่นต์ (โอทีเอ) รายใหญ่ ๕ – ๗ ราย ร่วมขายแพ็กเกจและสินค้าท่องเที่ยวไทย เพื่อจูงใจให้คนญี่ปุ่นกลับมาเลือกไทยเป็นจุดหมายในช่วงโค้งสุดท้ายของปี พร้อมเตรียมนำภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญตลาดลองสเตย์จากไทย ร่วมออกบูธในงานลองสเตย์ แฟร์ที่โตเกียว บิ๊กไซท์ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลองสเตย์
ส่วนการเข้าร่วมงานไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล งานเทรดโชว์ใหญ่ประจำปีของจีน ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ พฤศจิกายนนี้ ททท.จะจัดงานออกเป็น ๒ ส่วนคือ งานบิสซิเนส ทอล์ค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทำความรู้จักกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวชั้นนำ และสื่อมวลชนจากจีนกว่า ๑๕๐ ราย ที่เชิญเข้าร่วมงาน ก่อนจะเข้าสู่งานไทยไนท์ ภายใต้แนวคิด “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” ที่จะเปิดงานโดยนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ตามด้วยการอัพเดทสินค้าท่องเที่ยวใหม่ประจำปี ๒๕๕๘ ให้ตลาดจีนได้รับทราบพร้อมกัน

๕. เซ่นสปีดโบ๊ตชน ๒ เกาหลีจมหาย ช่วยรอด ๔๐ สาหัส ๒๗ คนขับรับ ‘ประมาท’  ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๖. สปีดโบ๊ตชนเรือประมงสุดระทึก ! ‘นักท่องเที่ยว’ จมทะเลกลางอันดามันมุ่งหน้าภูเก็ต เจ็บเพียบ ไม่ฟันธงมีคนตาย เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๗. สปีดโบ๊ตชนระทึกสั่นทะเลภูเก็ต นักท่องเที่ยวจีนสูญหาย – เจ็บอื้อ ข่าวสด (หน้า ๑)

๘. สปีดโบ๊ตชนเรืออวนเจ็บ ๓๕ ชาวเกาหลีสูญหาย ๒ / ตร.ผนึกทหารค้นหา ภูเก็ตติดซีซีทีวีทั่วเกาะรับไฮซีซัน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือสปีตโบ๊ตพานักท่องเที่ยวชาวจีนพร้อมไกด์รวม ๔๒ ชีวิต กลับจากเกาะพีพีมุ่งหน้าสู่ท่าเรือภูเก็ต ชนกับเรือลากอวนกลางทะเลอันดามัน บริเวณใกล้กับโขดหินหมูสัง เขตน่านน้ำของจังหวัดกระบี่ ก่อนที่เรือสปีดโบทจะจมลงสู่ทะเล เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ ๔๐ ราย ในจำนวนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ๒๗ ราย และสูญหาย ๒ ราย เป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติเกาหลี ขณะนี้กำลังเร่งค้นหา ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
ด้านจังหวัดภูเก็ต ได้ประชุมคณะกรรมการศึกษารายละเอียดความเหมาะสม และดำเนินการติดตั้งกล้องซีซีทีวี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว โดยที่ประชุมเห็นตรงกันจะติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติม ๑๐๘ ตัว ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจะใช้งบประมาณของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวน ๔๕ ล้านบาท ขณะที่ อบจ.ภูเก็ต พร้อมจะจัดสรรงบประมาณ ๒๙ ล้านบาท ติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มอีก ๒๐๐ ตัว ตามผลการศึกษาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเกาะภูเก็ต
๙. เทศกาลท่องเที่ยวที่กิมเจเกาหลีใต้ (ตอนจบ)  โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์เลาะขอบเวทีโลก โดย รวิภาส กล่ำทวี นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นำเสนอวิธีการทำงานและการประชาสัมพันธ์งานเทศกาลสุดขอบฟ้าที่กิมเจ ของเกาหลีใต้ เพื่อให้ผู้อ่านนำไปปรับใช้กับโครงการของตัวเองอย่างเหมาะสม โดยชื่นชมกลยุทธ์และวิธีคิดงานด้านประชาสัมพันธ์ของเทศกาล ที่สามารถทำให้ข่าวสารของงานเผยแพร่ไปทั่วโลก ทั้งการใช้สื่อออฟไลน์และออนไลน์ รวมทั้งมีความลงตัวด้านการผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการกีฬา ที่ใส่ลงไปในงานเดียว ผ่านทางกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ประกอบกับมีคณะกรรมการจัดงานที่เข้มแข็ง มีการบริหารจัดการที่ดี และมีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นอันเดียวกันคือ ทำให้งานเทศกาลท้องถิ่นเป็นงานเทศกาลระดับโลก
ในส่วนของไทย ผู้เขียนมองว่าสิ่งที่ไทยขาดคือ เป้าหมายที่คลุมเครือว่าทำเพื่อชื่อเสียงของประเทศ หรือทำเพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก อีกทั้งความร่วมมือร่วมใจของแต่ละหน่วยงานไม่เต็มที่ และแนวคิดและวิธีการพัฒนาการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ยังต่างคนต่างทำ

๑๐. ยืนยันไม่กดดัน ‘อังกฤษ’ ส่ง ตร. ทำคดีเกาะเต่า ไทยรัฐ (หน้า ๑๐)

พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน เผย ยังไม่ทราบเรื่องทางการอังกฤษจะส่งตำรวจเข้ามาหาข้อเท็จจริงในคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ระบุ หากมาจริงก็พร้อมจะอำนวยความสะดวก และให้ความร่วมมือเต็มที่ ด้านนายธวัชชัย เสียงแจ้ว อธิบดีอัยการภาค ๘ ชี้ ไม่มีผล เพราะว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นลงแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการสั่งสอบพยานเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวน ด้านโฆษกตำรวจระบุ ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้ประสานความเข้าใจในเรื่องคดี ไม่ถือเป็นการเข้ามาตรวจสอบ มั่นใจ การทำงานสืบสวนมีความสมบูรณ์ครบถ้วน

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ‘ริเวอร์ เฟสติวัล’ รับลอยกระทง ข่าวสด (หน้า ๖)

ททท. ร่วมกับ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ และกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน River Festival ๒๐๑๔ สายน้ำแห่งวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ ๑ – ๖ พฤศจิกายนนี้ เพื่อผลักดันให้กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในงานท่องเที่ยวประจำปี รวมถึงเพื่อส่งมอบความสุขให้กับคนกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาร่วมงาน

๒. ซูเปอร์คาร์ แนวหน้า (หน้า ๑๕)

คอลัมน์คุณแหน โดย น้องโน้ต กล่าวถึงมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมกับแนะว่า ททท. ภายใต้การดูแลของนายกลินท์ สารสิน ประธานบอร์ด ททท. คนใหม่ คงต้องทำหน้าที่เหมือนซูเปอร์คาร์ เงินจะได้สะพัดในประเทศ เหมือนสโลแกน ไทยช่วยไทย ไทยทำ ไทยใช้

๓. แนะ ททท. เตรียมตั้งรับและเร่งพีอาร์ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกระเหรี่ยง กล่าวถึงมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่ล่าสุด ครม. อนุมัติให้นำมาลดหย่อนภาษีได้ ๑.๕ หมื่นบาท จากที่ขอไป ๒ หมื่นบาท โดยนายกสมาคมโรงแรมไทย ออกมาย้ำเตือนว่า ต้องใช้บริการโรงแรมและบริษัทนำเที่ยวที่ถูกกฎหมายเท่านั้น อีกทั้งต้องสร้างการรับรู้ เพื่อให้คนเข้าร่วมโครงการจึงจะได้ผล ส่วนอีกเรื่องที่เชื่อว่าจะกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ไม่น้อยคือ การประกาศวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่ พร้อมแนะ ททท. ควรจะเตรียมตั้งรับตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อจะได้วางแผนการท่องเที่ยวถูก ไม่กระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง
ส่วนด้านการวางยุทธศาสตร์ ล่าสุด นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมชูพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวกีฬา และอีกเรื่องที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้คือ การยกระดับเกาะสมุย เป็นเขตปกครองพิเศษเหมือนพัทยา ซึ่งน่าจะดี เพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาจนล้นเกาะ ขณะที่ระบบสาธารณูปโภคแทบจะรองรับไม่ทัน และเห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรี จะเข้าไปจัดระเบียบงานฟูลมูนปาร์ตี้ เพราะแม้ว่าไทยต้องการดอลลาร์จากนักท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ควรเสียวัฒนธรรมที่ดีของไทย รวมถึงความปลอดภัย และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

๔. ยินดีกับ ผอ.ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์คนใหม่ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกระเหรี่ยง แสดงความยินดีกับ นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา ผอ.ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. คนใหม่ โดยจะเข้ามาดูแลงานด้านการวางแผน กลยุทธ์ด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

๕. ทัวร์ไทยอ้อน ‘บิ๊กตู่’ สั่งราชการใช้บริการ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส กก.ผจก.บจก.ลีเบนน์ แทรเวิล เซอร์วิส เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ออกนโยบายสนับสนุนให้หน่วยงานราชการหันมาใช้บริการบริษัทนำเที่ยว แทนการจัดนำเที่ยวเอง เพื่อช่วยเหลือบริษัทนำเที่ยว เผย ปัจจุบันยอดจองทัวร์ในประเทศผ่านบริษัท เหลือเพียง ๓๕ – ๔๐% จากปกติจะอยู่ที่ ๖๐ – ๗๐% เป็นผลมาจากคนไทยเดินทางท่องเที่ยวเองมากขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มองค์กรที่ใช้บริการบริษัททัวร์ลดลง เพราะระมัดระวังการใช้จ่าย

๖. แห่ร่วมเปิดสะพานมอญ นักท่องเที่ยวแน่นชมความงาม ๘๕๐ ม. ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๗. เปิดสะพานมอญคึกคัก – จัดฉลองใหญ่ หวังช่วยฉุดท่องเที่ยวหลังปิดซ่อมนานนับปี ข่าวสด (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา ชาวอำเภอสังขละบุรี ชาวไทยเชื้อสายมอญ และนักท่องเที่ยว จำนวนมาก เดินทางมาร่วมพิธีเปิดและฉลองสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ สะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ ๒ ของโลก โดยมีความยาว ๘๕๐ เมตร รองจากสะพานไม้อูเบ็ง ในพม่า หลังซ่อมแซมแล้วเสร็จสามารถเปิดงานงานได้ตามปกติ ทำให้บรรยากาศคึกคัก ส่งผลดีด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เชื่อจะเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นให้คนเดินทางมาเที่ยวในช่วงปีใหม่และวาเลนไทน์

๘. ประยุทธ์’ ไฟเขียวอังกฤษสังเกตการณ์ ‘คดีเกาะเต่า’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เผย ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เกี่ยวกับคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ในระหว่างการประชุม อาเซม ที่อิตาลี ทำให้ทางอังกฤษมีความเข้าใจที่ดีขึ้น พร้อมเปิดทางให้อังกฤษส่งตัวแทนเข้ามาร่วมสังเกตการณ์เกี่ยวกับคดี ด้าน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวกว่า ๒.๔ หมื่นคน

***********************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ทีลอซูต้นแบบท่องเที่ยวอนุรักษ์ เดลินิวส์ (หน้า ๑๔)

นายกลินท์ สารสิน ประธานบอร์ด ททท. เป็นประธานการประชุมหารือร่วมถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยที่ประชุมได้เสนอเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดตาก ๓ แห่งคือ เขื่อนภูมิพล อำเภอบ้านตาก, ตลาดสินค้าริมเมย อำเภอแม่สอด และน้ำตกทีลอซู อำเภออุ้มผาง โดยเฉพาะน้ำตกทีลอซู น่าจะอนุรักษ์เอาไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นแบบอย่างกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในอนาคต พร้อมได้ฝากที่ประชุมช่วยกันคิดสรรหาเรื่องราวที่เป็นตำนาน หรือเรื่องเล่าของท้องถิ่นมาเป็นจุดขายในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งการเชื่อมต่อการเดินทางกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่เชื่อมต่อระหว่างเมียนมาร์และลาวด้วย

๒. กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มั่นใจท่องเที่ยวปี ๒๕๕๗ ดีขึ้น สยามรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ สัมภาษณ์นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ถึงแนวโน้มและทิศทางการท่องเที่ยว รวมถึงแผนการทำงาน โดยจะสร้างโมเดลความพร้อมของ ๑๒ จังหวัด ได้แก่ ลำปาง เพชรบูรณ์ น่าน เลย บุรีรัมย์ ราชบุรี สมุทรสงคราม ตราด จันทบุรี ชุมพร ตรัง และนครศรีธรรมราช พร้อมจะบูรณาการทำงานกับหลายหน่วยงานเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว มั่นใจ การท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๗ จะดีขึ้น

๓. ท่องเที่ยวเร่งแผนพัฒนา ๑๒ เมืองใหม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๒)

๔. เตรียมแผน เดลินิวส์ (หน้า ๗)

กรมการท่องเที่ยว อยู่ระหว่างเตรียมแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด เพื่อให้ทั้ง ๑๒ เมืองมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแหล่งท่องเที่ยวไทย โดยจะเน้นพัฒนาภายใต้แนวทางการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจำนวนมาก

๕. ‘ทีทีเอเอ’ สะท้อนนโยบายรัฐ สร้างสมดุลกลุ่มนักท่องเที่ยว สยามรัฐ (หน้า ๖)

นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ แนะรัฐควรสร้างสมดุลกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งตลาดคุณภาพ และเชิงปริมาณ พร้อมมองหาตลาดใหม่ๆ ทดแทน รวมถึงควรอาศัยจังหวะนี้ที่รัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยว แก้ปัญหาสินค้าท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม และบริการที่ยังไม่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างจุดแข็งของการท่องเที่ยวไทย

๖. รฟท. อัดงบซื้อรถแอร์ แข่งสายการบิน – บ.ทัวร์ เดลินิวส์ (หน้า ๗)

รฟท. ได้ลงนามสัญญาซื้อรถโดยสารรุ่นใหม่ ๑๑๕ คัน วงเงิน ๔,๖๖๘.๘๙ ล้านบาท กับกิจการร่วมค้าบีบีซี สำหรับใช้บริการเชิงพาณิชย์ เพื่อนำมาให้บริการรถไฟประเภทรถนอนปรับอากาศเพิ่ม รองรับผู้โดยสารระดับกลางและบน หวังช่วยพัฒนาการให้บริการ สามารถแข่งขันกับรถทัวร์และเครื่องบินได้

๗. นายกฯ อังกฤษฝาก ‘ประยุทธ์’ ดูแลคดีเกาะเต่า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เผย ได้มีโอกาสพบกับนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ในระหว่างการประชุมอาเซม ที่อิตาลี โดยนายกฯ อังกฤษได้แสดงความห่วงใย คดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พร้อมฝากให้ช่วยดูแลคดีดังกล่าว ขณะที่ชาวอังกฤษส่วนหนึ่งเคลื่อนไหวไม่ยอมรับกระบวนการสืบสวนของตำรวจไทย พร้อมพยายามล่ารายชื่อเรียกร้องต่อนายกฯ อังกฤษ และสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ให้ตั้งชุดสืบสวนเข้ามารื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เพราะไม่แน่ใจว่า ๒ แรงงานพม่าถูกบังคับให้รับสารภาพหรือไม่

๘. ทั่วโลกตื่นตัวรับมือวิกฤติไวรัสอีโบลา เดลินิวส์ (หน้า ๙)

ประชาคมโลกยกระดับมาตรการต่อสู้กับไวรัสอีโบลาครั้งใหญ่ โดยยูเอ็น เรียกร้องให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ร่ำรวย ร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือประเทศที่เดือดร้อน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมีจำนวน ๔,๒๔๐ ราย ติดเชื้ออีกเกือบ ๙ พันคน

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

17/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. ร่วมงานขายเที่ยวไทย – พม่า เดลินิวส์ (หน้า ๑๕)

นายกลินท์ สารสิน ประธานบอร์ด ททท. เดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้าส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนกับข้ามแดนไทย – เมียนมาร์ จัดโดย หอการค้าไทย ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๙ ตุลาคมนี้ ที่อาคารศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวและแสดงสินค้านครแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมได้มอบกระทงสาย สัญลักษณ์ด้านวัฒนธรรมแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี ที่ให้เกียรติมาร่วมพิธีเปิด คาดจะมีรายได้หมุนเวียนในงานไม่ต่ำกว่าวันละ ๖ แสนบาท หรือรวมกว่า ๓ ล้านบาท โดย ททท.สนง.ตาก ได้นำผู้ประกอบการในพื้นที่มาร่วมเสนอขายสินค้า โดยชูงานประเพณีลอยกระทงสาย ๑,๐๐๐ ดวง ระหว่างวันที่ ๑ – ๖ พฤศจิกายนนี้ กับการท่องเที่ยวกึ่งผจญภัย ล่องแก่ง ลำน้ำแม่กลอง และเที่ยวน้ำตกทีลอซู อำเภออุ้มผาง

๒. รัฐ – เอกชนจัดใหญ่ลอยกระทง จุดประกายปีท่องเที่ยววิถีไทย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๓. ททท. ดึงเอกชนบูมงานลอยกระทง คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

๔. เงินสะพัด เดลินิวส์ (หน้า ๗)

นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เผย ททท. กำหนด จัดงานสีสันแห่งสายน้ำมหกรรมลอยกระทง ปี ๒๕๕๗ สุขแห่งแผ่นดิน คือความสุขขององค์ราชา ใน ๗ พื้นที่หลักทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ สุโขทัย เชียงใหม่ ตาก อยุธยา สมุทรสงคราม และราชบุรี คาดจะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานกว่า ๖.๖ แสนคน มีเงินสะพัดกว่า ๖๕๐ ล้านบาท เติบโต ๑๐% จากปีที่ผ่านมา ชูไฮไลต์ที่งานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ที่สวนนคราภิรมย์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดงาน และมีกิจกรรมต่อเนื่อง อาทิ การแสดงเรือประดับไฟฟ้า การแสดงพลุกลางแม่น้ำ และ การแสดงอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชน ๒ ส่วนหลัก ได้แก่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ และกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพะยา มาร่วมสนับสนุนการจัดงาน “ริเวอร์เฟสติวัล ๒๐๑๔ สายน้ำแห่งวัฒนธรรม” เพื่อปูทางสร้างงานเทศกาลลอยกระทงให้มีความยั่งยืน และสร้างการรับรู้เพิ่มก่อนจะเข้าสู่การจัดงานใหญ่ ภายใต้ปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายก สทน. ชี้ งานลอยกระทงปีนี้อาจไม่คึกคัก เพราะตรงกับช่วงกลางสัปดาห์ ทำให้การวางแผนการเดินทางไปเฉลิมฉลองไม่สะดวก พร้อมเตรียมหารือกับ ททท. เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ ๕ ล้านบาท ในการทำตลาดร่วมกับบัตรเครดิต เพื่อกระตุ้นตลาดคนไทย โดยจะส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถนำแต้มสะสมแทนเงินสด ๑ พันบาท สำหรับการเข้าพักโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยว ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด ซึ่งเป็นจุดหมายใหม่ในปี ๒๕๕๘

๕. โยกย้ายใน ททท. กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายภายใน ททท. โดยได้แต่งตั้ง นายสันติ ชุดินธรา เป็นรองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน, นายชาญชัย ดวงจิตต์ เป็น ผอ.ภูมิภาคภาคใต้, นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา เป็น ผอ.ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ดูแลรับผิดชอบด้านการวางแผน กำหนดกลยุทธ์การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ ททท. และการท่องเที่ยวของประเทศ และคาดว่าเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ตำแหน่งรองผู้ว่าการจะว่างลงอีก ๔ ตำแหน่ง รอให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาสานต่อ

๖. เหมาะสม เดลินิวส์ (หน้า ๖)

คอลัมน์แซ่บ ! ๑ กล่าวถึงนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. ที่ได้เตรียมแผนงานด้านต่างๆ เสนอในที่ประชุมบอร์ด ททท. ทั้งการทำตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งมีแนวคิดจะนำจุดแข็งเรื่องกฎอัยการศึกมาปรับใช้กับภาคการท่องเที่ยว และเรื่องการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของ ททท. ซึ่งในประเด็นดังกล่าว ผู้ว่าการยืนยัน การโยกย้ายเหมาะสม และตรงกับงานของแต่ละฝ่ายมากขึ้น โดยใช้หลักการใช้คนเหมาะกับงาน ใช้งานเหมาะกับคน

๗. อัยการพอใจสืบพยานล่วงหน้าฆ่า ๒ ผู้ดี มติชนรายวัน (หน้า ๑๑)

อัยการพอใจการสืบพยานล่วงหน้าของคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ คาดจะสั่งฟ้องและสั่งคดีได้ภายในสัปดาห์หน้า ด้านทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ได้เข้าพบ กสทช. เพื่อหารือถึง แนวทางการนำเสนอข่าว โดยมองว่าการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในบ้างครั้งอาจต้องเคารพถึงสิทธิ์ของแต่ละบุคคลด้วย ชี้ การนำเสนอข่าวของสื่อไทยบางครั้งอาจละเลยจนไม่ได้คำนึงถึงด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับญาติของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก

๘. รัฐเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว บ้านเมือง (หน้า ๗)

กรมการท่องเที่ยว กำลังเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวภายใต้โครงการ ๑๒ เมืองต้องห้าม...พลาด” ทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จัดทำคู่มือเส้นทางการท่องเที่ยวและจัดอบรม และการปรับปรุงภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา พร้อมจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติได้ไปสัมผัส ๑๒ เมืองดังกล่าว

๙. ใช้ภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ กล่าวถึงการเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศของรัฐบาล และ ททท. โดยในส่วนรัฐบาล ล่าสุดได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งผู้เขียนมองว่า เป็นโปรโมชั่นที่มาถูกที่ถูกเวลา เพราะนักท่องเที่ยว ไม่กล้าเข้ามาเนื่องจากกฎอัยการศึก จึงต้องเร่งกระตุ้นคนไทยเที่ยวไทย เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนสะพัดกระจายไปทั่วประเทศ ขณะที่ ททท. นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ กำลังเร่งโปรโมตการท่องเที่ยว โดยล่าสุดได้แจกหนังสือ Family Holiday Guidebook เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบครอบครัว
อย่างไรก็ตาม นอกจากการออกไปทำตลาดต่างประเทศโดยตรงแล้ว ผู้เขียนยังเชื่อว่าการทำตลาดทางอ้อมผ่านทาง “วัฒนธรรม” และ “ความบันเทิง” ในรูปแบบ “ภาพยนตร์” และ “ละคร” ยังคงมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างหนังเรื่อง Lost in Thailand ที่สร้างกระแสให้คนจีนแห่มาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะที่คนไทยที่แห่ไปเที่ยวเกาหลี ญี่ปุ่น ก็ด้วยอิทธิพลของภาพยนตร์และความบันเทิงทั้งสิ้น
ล่าสุด กระทรวงสารนิเทศกัมพูชา ได้ลงนามบันทึกช่วยจำกับ บริษัท หวูเกอเซิ่ง ของจีน เพื่อร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่อง “จักรพรรดิอังเกอร์” เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมของกัมพูชา รวมทั้งผลิตสื่อมัลติมีเดียต่างๆ เพื่อเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกัมพูชาไปทั่วโลก
ในส่วนของไทย ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ก็เคยมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม ไปสร้างภาพยนตร์ทางด้านวัฒนธรรมเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวในไทยด้วย ซึ่งผู้เขียนเป็นห่วงว่า สิ่งใดที่ให้หน่วยราชการทำ ก็จะทำออกมาแบบราชการคือ ไม่มีใครอยากดู ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติ พร้อมแนะให้ดูเกาหลีใต้ และกัมพูชาเป็นตัวอย่าง
การส่งออกวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไปทั่วโลก ต้องใช้ “มืออาชีพ” ทำ และต้องเป็นมืออาชีพระดับสากลด้วย ที่สำคัญต้องสนุกและมีคนดู จึงจะประสบความสำเร็จ เชื่อการใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือโปรโมตการท่องเที่ยว โปรโมตประเทศ เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด ขอเพียง “รู้จักต่อยอด” เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วติดใจ อยากมาอีก แล้วกลับไปบอกต่อ ไม่ใช่มาแล้วผิดหวัง ก็ไม่คุ้ม

๑๐. ‘ท่องเที่ยว’ ความหวังปี’ ๕๘ มติชนรายวัน (หน้า ๑)

มติชนรายวัน นำเสนอกราฟเปรียบจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ ในช่วง ๙ เดือน (มกราคม - กันยายน) ระหว่างปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๗

๑๑. ย่างเท้าเข้าสู่ ‘ไฮซีซั่น’ อีก ‘โอกาสทอง’ ของคนไทย มติชนรายวัน (หน้า ๑)

สกู๊ปนำเสนอแนวโน้มสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น จากการประเมินของภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว โดยต่างมองว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวน่าจะเป็นไปในทางบวกมากขึ้น เนื่องจากการเมืองคลี่คลาย รวมถึงภาครัฐมีแผนประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทย

๑๒. ความหวังใหม่ของการท่องเที่ยวไทย มติชนรายวัน (หน้า ๒๐)

คอลัมน์ดุลยภาพ ดุลยพินิจ โดย ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ นำเสนอปัญหาด้านการท่องเที่ยวที่รัฐบาลใหม่ควรจะเร่งแก้ไข อาทิ ปัญหานักท่องเที่ยวชะลอตัวจากการประกาศกฎอัยการศึก โดยมองว่ารัฐบาลน่าจะยกเลิกกฎอัยการศึกให้เร็วที่สุด หรือหากทำไม่ได้ก็ยกเลิกเป็นพื้นที่ อาทิ ภูเก็ต กระบี่ พังงา เชียงใหม่ และในระยะยาว ต้องยกระดับฮับต่างจังหวัดให้เป็นระดับสากลที่แท้จริง
ปัญหาโครงสร้างตลาดการท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก, ปัญหาอุปทาน หรือ การจัดการของภาครัฐ โดยงานหลักของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรจะเป็นงานจัดการอุปทาน คือการบูรณาการดูแลแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน, ปัญหาเรื่องงานส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ อีเวนต์ ที่จะมีปัญหาอยู่ ๒ เรื่องคือ ๑. จัดงานใหญ่ ใช้งบจำนวนมาก แต่เมื่อเสร็จงานชาวบ้านกลับไม่ได้อะไร ขณะที่ท้องถิ่นก็ไม่มีส่วนร่วม และ ๒. การจัดอีเวนต์ที่ใหญ่เกินไประดับนานาชาติ ดึงนักท่องเที่ยวในอนาคตเข้ามา และปล่อยให้จังหวัดเงียบเหงาไปอีกหลายปี อย่างงานพืชสวนโลก และเรื่องของการพัฒนาทักษะของบุคลากร เป็นต้น

๑๓. ‘ฮู’ เตือนอีโบลาระบาดเอเชีย ฝรั่งเศสเพิ่มคัดกรองสนามบิน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมไวรัสวิทยา (แห่งประเทศไทย) และผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา เผย องค์การอนามัยโลกเตือนให้ระวังอีโบลาจะระบาดเอเชีย เหตุคนเอเชียไปทำงานในประเทศที่มีการระบาด พร้อมยืนยัน มาตรการป้องกันของไทยเข้มแข็ง พร้อมแนะให้เพิ่มการเฝ้าระวังโรคมาร์บวร์ก ที่มีการระบาดในอุกันดา และมีอาการคล้ายกับอีโบลาแต่รุนแรงกว่า ด้านฝรั่งเศสได้เพิ่มมาตรการคัดกรองที่ท่าอากาศยาน

*******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

16/10/57

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๗

๑. ททท. เปิด ๒๒ เส้นทางกระตุ้นนักท่องเที่ยวไทยไฮซีซั่น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๕)

๒. ททท. โหมส่งท้ายปี !  ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๓. จัดงานเที่ยวเมืองไทยเร็วขึ้น ดีเดย์เดือนมกราคม ๕๘ / ดันนักท่องเที่ยวเข้าเป้า เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๔. ททท. เปิดเส้นทางดอกไม้ ดึงคนไทยเที่ยวในประเทศ มติชนรายวัน (หน้า ๘)

นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. เตรียมแผนส่งเสริมตลาดในประเทศในช่วงสุดท้ายของปี ด้วยการเปิดตัวโครงการดรีม เดสติเนชั่น ๒ รวบรวม ๒๒ เส้นทางท่องเที่ยวสายดอกไม้ที่เดินทางได้ตลอดปี เพื่อเป็นตัวเลือกให้ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวไทยในฤดูหนาว สามารถเดินทางได้ตั้งแต่พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป
พร้อมได้ปรับกลยุทธ์การจัดงานไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม เฟสติวัล (ทีทีเอฟ) ใหม่ โดยเลื่อนการจัดงานให้เร็วขึ้น จากเดิมจะจัดในเดือนมิถุนายน มาเป็นจัดในเดือนมกราคม ที่สวนลุมพินี เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศปีท่องเที่ยววิถีไทย ที่จะมีการเปิดตัวในวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๘ โดยถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการจัดโชว์เคสด้านท่องเที่ยว รวบรวมกิจกรรมในเชิงวัฒนธรรมประเพณี การละเล่นพื้นบ้าน ฯลฯ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาเป็นงานใหญ่ เพื่อให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้าถึงได้ง่าย
ด้านศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว ททท. รายงานว่า ช่วง ๖ เดือนแรกปีนี้ ยังมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่อง เพราะมี ๓ ปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ มีวันหยุดยาวติดต่อกันเกือบทุกเดือน การเลื่อนเปิดภาคการศึกษา และการเปิดตัวของแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดใหม่ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการเติบโตของสายการบินในประเทศที่เปิดเส้นทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้น พร้อมประเมินรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ ๓.๔๗ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๔.๖% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศ ๖๖.๙๔ ล้านคน / ครั้ง เพิ่มขึ้น ๔.๗% โดยภาคใต้และภาคตะวันออกมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน
ส่วนช่วงครึ่งปีหลังคาดว่ายังมีคนไทยเดินทางต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยบวกเข้ามาเพิ่มคือ การเมืองมีเสถียรภาพ และนำมาสู่การจัดระเบียบแก้ไขปัญหาในแหล่งท่องเที่ยว, นโยบายการลดหย่อนภาษี, การลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว ๓.๕๙ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ๗% และมีนักท่องเที่ยวในประเทศ ๖๘.๑๗ ล้านคน / ครั้ง เพิ่มขึ้น ๓%

๕. ผุดแคมเปญดึงครอบครัวเที่ยวเมืองไทย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

นางภัทรพร สิทธิวนิช ผอ.ฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท. เผยถึงกลยุทธ์ในการส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยวใน ๒๕๕๘ ว่า จะมุ่งขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ แฟมิลี่ ฮอลิเดย์ เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวคนไทยและอาเซียนเลือกมาท่องเที่ยวไทย เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของตลาดกลุ่มครอบครัว เน้นขยายฐานนักท่องเที่ยวอายุ ๑ – ๑๒ ปี ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว โดยจัดทำคู่มือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแจกฟรี ภาษาไทย ๕ พันเล่ม และอังกฤษ ๓ พันเล่ม รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวทุกภาคของประเทศ แบ่งออกเป็น ๗ หมวดหมู่ ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สวนสัตว์ กิจกรรมต่างๆ ร้านอาหาร และโรงแรม
พร้อมเตรียมร่วมมือกับ สทน. จัดแพ็กเกจทัวร์ตามเส้นทางท่องเที่ยวในคู่มือ โดยเบื้องต้นจะ นำร่อง ๒ เส้นทาง ได้แก่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และเส้นทางจังหวัดนครราชสีมา คาดแคมเปญนี้จะช่วยเสริมแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวอื่นๆ และทำให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้ตามเป้าหมาย ๑๔๘ ล้านคน / ครั้ง สร้างรายได้ ๘ แสนล้านบาท

๗. ดึงทัวริสต์อินเดียวิวาห์เมืองไทย เดลินิวส์ (หน้า ๑๔)

เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ที่ผ่านมา ททท.สนง.นิวเดลี และมุมไบ ได้จัดงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยว “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ลักซูรี่” ใน ๔ เมืองสำคัญ ได้แก่ นิวเดลี, กัลกัตตา, อเมดาบัด และ บังคาลอร์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๑ – ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗ หวังเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวอินเดีย เน้นเจาะกลุ่มตลาดระดับเศรษฐี ตั้งเป้าในปี ๒๕๕๘ จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๔ หมื่นล้านบาท โดยจุดขายที่ได้รับความสนใจยังคงเป็นกรุงเทพฯ แหล่งช็อปปิ้ง และทะเลพัทยา และมีแนวโน้มจะกระจายไปสู่เกาะสมุย กระบี่ ขณะที่เชียงใหม่ เชียงราย กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ พร้อมเผยเหตุที่ชาวอินเดียเลือกมาท่องเที่ยวและแต่งงานในไทย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า และการเดินทางใช้เวลาเพียง ๒ – ๓ ชั่วโมง

๗. เปิดโลกจินตนาการที่ ‘อัลปาก้า ฮิลล์’  กรุงเทพธุรกิจ (จุดประกาย หน้า ๒)

สกู๊ปรายงานบรรยากาศการพาเด็กผู้พิการทางสายตาจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ไปเยือนฟาร์มอัลปากา ฮิลล์ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ในกิจกรรม “พาน้องตามรอยแกะ” ของ ททท. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงผ่านการสัมผัส และการฟัง

๘. ธวัชชัย อรัญญิก ใช้อัยการศึกฟื้นท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๖)

คอลัมน์ข่าวทะลุคน นำเสนอกลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว และนำเสนอประวัติของนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. โดยได้ประกาศกลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว “๒๔ ชั่วโมงแห่งความหรรษาในประเทศไทย – ๒๔ Hours Enjoy Thailand” เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยภายใต้กฎอัยการศึก โดยจะสร้างการรับรู้ผ่านสังคมออนไลน์ เริ่มต้นปี ๒๕๕๘ ควบคู่กับการเริ่มปีท่องเที่ยววิถีไทย

๙. คดีเกาะเต่าฟ้องสัปดาห์หน้า อัยการยันสำนวนสมบูรณ์ เชิญพ่อ – แม่เป็นโจทก์ร่วม เพิ่มกล้อง รับฟูลมูนปาร์ตี้ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

อัยการจังหวัดเกาะสมุย ได้นำ ๒ ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม ๒ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ไปขออำนาจฝากขังผลัดที่ ๒ ขณะที่อธิบดีอัยการภาค ๘ เผย คดีมีความสมบูรณ์ รอเพียงผลสอบเพิ่มจากพนักงานสอบสวนเท่านั้น คาดอาทิตย์หน้าจะสั่งฟ้องได้ พร้อมประสานสถานทูตอังกฤษ ส่งหนังสือถึง พ่อแม่ของผู้เสียชีวิต ให้ร่วมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องค่าเสียหายจากผู้ต้องหา
ด้าน พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน เผยถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงงานฟูลมูน ปาร์ตี้ว่า จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าในพื้นที่จุดเปลี่ยวหรือจุดเสี่ยง พร้อมประสานขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการที่พัก ให้เพิ่มไฟส่องสว่างบริเวณที่พักและทางเดินมากขึ้น รวมทั้งจะติดกล้องซีซีทีวีบริเวณหาดริ้น และรอบเกาะเพิ่มขึ้น
ด้านนางวรรณี ไทยพาณิช นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ขานรับการจัดระเบียบงานฟูลมูน ปาร์ตี้ของนายกรัฐมนตรี เผย ปัจจุบันปาร์ตี้บนเกาะพะงันมีมากเกินไป และไม่เน้นเรื่องคุณภาพการท่องเที่ยว โดยจะมีปาร์ตี้ก่อนงานฟูลมูนปาร์ตี้จริงเกือบทุกคืน จนกลายเป็นผลเสียต่อภาพลักษณ์

๑๐. จัดแถวฟูลมูนปาร์ตี้ ประกาศิต ‘บิ๊กตู่’  มติชนรายวัน (หน้า ๑)

สกู๊ปนำเสนอมุมมองของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับงานฟูลมูน ปาร์ตี้ หลังนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้จัดระเบียบงาน รวมถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในงาน ของ ผกก.สภ.เกาะพะงัน

๑๑. หนุนค่าเที่ยวไทยหักภาษี มติชนรายวัน (หน้า ๖)

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เผย ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารเพื่อเสนอ ครม. ให้พิจารณาหาแนวทางหรือเอกสารยืนยันว่า ไทยยังสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ แม้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก หลังจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวญี่ปุ่นร้องขอ คาดว่าภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จะเห็นความชัดเจน เพื่อนำเสนอในงานไทยแลนด์ ทราเวิล วีค ที่ญี่ปุ่น ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดคุณภาพเที่ยวไทยมากขึ้น
ด้านนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ อดีตประธาน สทท. สนับสนุนมาตรการนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษี เชื่อจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้

๑๒. ลดหย่อนภาษีดันเที่ยวไทยเพิ่ม ๑ % โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

สทน. เชื่อว่ามาตรการการนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษี จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง ๑% เนื่องจากหักลดหย่อนน้อยเกินไป พร้อมเตรียมหารือกับ ททท. เพื่อวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงไฮซีซั่น ด้านนายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายก ทีทีเอเอ ชี้ มาตรการนี้อาจกระทบต่อทัวร์เอาท์บาวด์กลุ่มจัดประชุมต่างประเทศ ที่อาจเลือกใช้สถานที่ในไทยจัดประชุมแทน แต่จะกระทบเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่เห็นผล

๑๓. ฮูเตือนระบาดสัปดาห์ละหมื่น เทกซัสติดไวรัสอีโบลารายที่ ๒ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

องค์การอนามัยโลกเตือน อัตราการติดเชื้อไวรัสอีโบลาอาจเพิ่มขึ้นถึงสัปดาห์ละ ๕ พัน – ๑ หมื่นคน ขณะที่ยูเอ็นได้ส่งอุปกรณ์พิเศษตรวจจับไวรัสได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ส่วนสิงคโปร์ได้เพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่ท่าอากาศยาน ด้านรัฐเทกซัสของสหรัฐอเมริกา พบผู้ติดเชื้ออีโบลารายที่ ๒

***************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th