ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

19/2/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคาร ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. เปิดวิสัยทัศน์ท่องเที่ยว ๒ ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ฯ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๒. ทวงว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. เจียดงบ ๔ พัน ล. เนรมิตกรุงเทพฯ มหานครท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

สทท. จัดแสดงวิสัยทัศน์ของ ๒ ผู้สมัครชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร และนายพงศพัศ พงษ์เจริญ ในหัวข้อ “กรุงเทพฯ มหานครแห่งการท่องเที่ยว” ในการประชุมคณะกรรมการ สทท. เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เผย จะเน้นสร้างมาตรฐานและความปลอดภัยของร้านอาหาร ริมทาง หรือสตรีทฟู้ด ให้เป็นจุดขาย ด้วยการทำป้ายเมนูเป็นภาษาอังกฤษและจีน รวมถึงปรับปรุงป้ายบอกทางต่างๆ ให้มีภาษาอังกฤษและจีน และจะต่อยอดเทคโนโลยีแอพพลิเคชั่น ด้วยการให้ข้อมูลเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม เพื่อบอกเส้นทางร้านอาหารฮาลาล นอกจากนี้ จะเพิ่มความพร้อมให้กับบุคลากรด้วยการจัดโครงการให้แท็กซี่เรียนภาษาอังกฤษฟรี เป็นต้น
ด้านนายพงศพัศ พงษ์เจริญ ยอมรับ ไม่มีองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวมากนัก แต่พร้อมจะนำข้อมูลไปศึกษาและจะทำให้ดีที่สุด ระบุ หากได้รับเลือก จะใช้นโยบายโวยแหลกหากทุกส่วนของรัฐไม่บูรณาการการท่องเที่ยวร่วมกัน และต้องการให้ภาคเอกชนที่รับรู้ปัญหาออกมาโวยเสียงดังให้รัฐบาลรับทราบและนำไปแก้ไขด้วย รวมทั้งจะลดปัญหาอาชญากรรมในกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์ ปราบปรามปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และขจัดปัญหาการจราจรที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปท่าอากาศยานไม่ทัน

นอกจากนี้ สทท. ได้ใช้โอกาสนี้ยื่นเอกสารให้ผู้สมัครทั้ง ๒ เห็นความสำคัญเกี่ยวกับแนวทาง การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ซึ่งในแต่ละปีจะได้รับงบประมาณส่งเสริมการท่องเที่ยวถึง ๔ พันล้านบาท และมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง ๒๕๑,๕๔๐ ล้านบาท หรือมีนักท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๔ ถึง ๑๐.๔๔ ล้านคน และ ๙ เดือนแรกของปี ๒๕๕๕ มีนักท่องเที่ยวถึง ๑๒.๖๖ ล้านคน สร้างรายได้ ๒๔๔,๐๐๒ ล้านบาท
โดยอยากให้ผู้ที่จะมาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ดูแลใน ๔ เรื่อง ได้แก่ ท่องเที่ยวสะดวก เมืองสะอาด เดินทางปลอดภัย ใส่หัวใจต้อนรับ และรักษ์อัตลักษณ์ชุมชน พร้อมชี้ถึงปัญหาการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ในขณะนี้คือ ปัญหาที่จอดรถ โดยบริเวณพระบรมมหาราชวัง พร้อมเสนอให้จัดสรรที่จอดรถ ๑๕๐ คันต่อวัน รวมถึงควรพัฒนาการท่องเที่ยวทางคลอง ให้กรุงเทพฯ กลับคืนเป็นเมืองเวนิสตะวันออก จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะให้สะอาด

๓. เอกชนอ้อนรัฐฉีดยาแรงกระตุ้นท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๒)

คอลัมน์รายงานพิเศษ โดย พีรดา ปราศรีวงศ์ นำเสนอมาตรการของ สทน. ที่เตรียมเสนอ ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดและติดตามปัญหาการท่องเที่ยว ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ก่อนเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาในลำดับต่อไป
ประกอบด้วย ๑. การขยายวงเงินลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเป็น ๓ หมื่นบาทต่อปี เพื่อจูงใจคนไทยที่มีกำลังซื้อสูง เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ๒. การใช้นักแสดงคู่ขวัญที่ได้รับความนิยม ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า - อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาเป็นแอมบาสซาเดอร์ ๒. เชิญชวนบุคคลที่มีชื่อเสียงในแต่ละอาชีพ รณรงค์ท่องเที่ยวในประเทศ โดยโฆษณาผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค และ ๔. รณรงค์ให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์
ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นิยมเดินทางด้วยตัวเอง และ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เดินทางผ่านทัวร์ พร้อมแนะรัฐให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว และให้ความรู้กับคนไทยถึงผลดีที่จะได้รับ จากการท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์
ด้าน สทท. เตรียมเสนอว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวใหม่ในกรุงเทพฯ เพื่อยืดวันพักของนักท่องเที่ยว รวมถึงเน้นการสร้างให้กรุงเทพฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสะอาด สะดวก และปลอดภัย
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เผย หากได้รับเลือก จะเร่งผลักดันกรุงเทพฯ ให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น ๕ พันไร่ และมีสวนสาธารณะรองรับนักท่องเที่ยวอีก ๑๐ แห่ง ขณะที่นายพงศพัศ พงษ์เจริญ เผย จะเร่งประสานความร่วมมือการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน ให้มีความใกล้ชิดและบูรณาการมากขึ้น

๔. คนไทยแห่เที่ยวเพื่อนบ้าน เวียดนาม – กัมพูชาปลายทางยอดฮิต ชูจุดขายราคาถูก – เดินทางสะดวก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เผย การท่องเที่ยวในอาเซียนกำลังได้รับความนิยม คนไทยแห่ซื้อทัวร์เพิ่ม โดยเฉพาะกัมพูชาและเวียดนาม เพราะราคาถูก เดินทางสะดวก ใช้เวลาในการเดินทางน้อย ขณะที่ฟิลิปปินส์ พบว่า คนไทยไปเที่ยวน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เนื่องจากคนไทยรู้จักฟิลิปปินส์น้อยมาก และบางครั้งมีปัญหาความไม่สงบและภัยธรรมชาติ
ล่าสุด การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์พยายามเปิดตัวมากขึ้น เพื่อจูงใจให้คนไปเที่ยว โดยฟิลิปปินส์มีชายหาดโบราเคย์ที่ติด ๑ ใน ๑๐ หาดที่สวยที่สุดในโลก และยังมีอุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินที่ยาวที่สุดในโลก และถูกจัดเป็น ๑ ใน ๗ มรดกโลกทางธรรมชาติ รวมทั้งยังเป็นแหล่งดำน้ำที่ขึ้นชื่ออีกด้วย

๕. “ยิ่งลักษณ์” เปิดงานพระธาตุพนม ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

๖. ‘ปู’ ร่วมฟ้อนรำงานพระธาตุพนม มติชนรายวัน (หน้า ๑๔)

๗. นายกฯ ปูร่วมไหว้พระธาตุพนม ข่าวสด (หน้า ๑๐)

เมื่อเวลา ๑๕.๓๐ น. วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โดยได้ประกอบพิธีบูชานมัสการถวายผ้าห่มองค์พระธาตุพนม พร้อมร่วมรำศรีโคตรบูร ในพิธีรำบูชาองค์พระธาตุพนมด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมทำบุญจำนวนมาก

๘. รำบูชา ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๙. เปิดงาน มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๐. ร่าเริง ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๑๑. สาวภูไท ข่าวสด (หน้า ๑)

๑๒. เปิดงาน ไทยโพสต์ (หน้า ๑)

๑๓. เปิดงาน โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๑)

ภาพข่าว : น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี ๒๕๕๖ พร้อมร่วมรำศรีโคตรบูรในพิธีรำบูชาองค์พระธาตุพนมด้วย โดยมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานคึกคัก

๑๔. หมดลุ้นเอ็กซ์โป โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์การเมือง (หน้า ๔)

คอลัมน์ทุบโต๊ะ โดย ธนพล บางยี่ขัน กล่าวถึงการเสนอตัวเข้าชิงการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป ๒๐๒๐ ว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ออกมา ล้วนแต่ทำให้ยากที่จะทำให้ไทยคว้าสิทธิ์จัดงานเอ็กซ์โป ๒๐๒๐ และจะยิ่งเป็นปัญหาตามมา หากผลออกมาว่าดูไบ กลายเป็นคว้าสิทธิ์นี้ไปครอง

๑๕. รถคันแรกดันจีดีพี ๕๕ โต ๖.๔ เปอร์เซ็นต์ / ไตรมาส ๔ พุ่งพรวด ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ / ชี้ลดดอกเบี้ยสกัดเงินเข้า เดลินิวส์ (หน้า ๗)

สศช. แถลงจีดีพีในไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๕ ว่า ขยายตัว ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๔ ที่เกิดภาวะน้ำท่วม ส่งผลให้จีดีพีทั้งปี ๒๕๕๕ ขยายตัว ๖.๔ เปอร์เซ็นต์ จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นผลมาจากการขยายตัวเกือบทุกสาขา ทั้งการใช้จ่ายภาคครัวเรือน จากมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก การลงทุน การส่งออก การก่อสร้าง และการท่องเที่ยว
โดยภาคการท่องเที่ยวพบว่า มีนักท่องเที่ยวสูงมากเป็นประวัติการณ์ถึง ๖.๓ ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง ๓๙.๓ เปอรเซ็นต์ ทำให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๓๐๔,๕๐๕ ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากจีน ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของหนังเรื่องลอส อิน ไทยแลนด์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมาไทยเพิ่มขึ้นถึง ๑๖๒.๙ เปอร์เซ็นต์
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๖ คาดว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ ๔.๕ – ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ โดยมีแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งช่วยให้ภาคการส่งออกขยายตัวได้ตามเป้าหมาย แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง อาทิ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง มีข้อจำกัดในการขยายตัวจากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นต้น

๑๖. ฮูชี้อุบัติเหตุไทยรั้งที่ ๖ – จี้โซนนิ่งจักรยาน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๑๗. บัวแก้วประสานผู้ดีรับศพ ๒ นักปั่นโลก ชมรม ๒ ล้อวอนเข้มวินัยจราจร คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๑๘. เร่งคดี ๒ นักปั่นผู้ดี ติดต่อทูตรับศพ หวั่นไทยเสียชื่อ ข่าวสด (หน้า ๑)

น.พ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผอ.ศูนย์ความร่วมมือแห่งองค์การอนามัยโลก ด้านการป้องกันอุบัติเหตุ เผย ไทยติดอันดับ ๖ ของโลก ที่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมติงที่ผ่านมารัฐบาลไม่จริงจังกับการแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนเท่าที่ควร และแนะให้ตั้งหน่วยงานเฉพาะที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง ขับเคลื่อน ๕ มาตรการได้แก่ ๑. รัฐบาลต้องจริงจังในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ๒. ต้องมีบุคลากรทำงานอย่างมืออาชีพ สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. ถนนทุกพื้นที่ต้องมีความปลอดภัย ๔. ต้องมีการตรวจเช็กสภาพรถ เพื่อให้ขับเคลื่อนอย่างปลอดภัย และ ๕. ระบบดูแลหลังเกิดเหตุหรือ EMS ต้องมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุได้ทันท่วงที ชี้ ขณะนี้ภาพลักษณ์ไทยในสายตาต่างชาติแย่มาก ไม่มีความปลอดภัย และที่ผ่านมารัฐบาลไทยไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
ด้านนายทวีศักดิ์ แตกกระโทก ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนอุบัติเหตุทางถนน แนะให้จัดโซนนิ่งเส้นทางขับขี่จักรยาน เฉพาะเส้นทางที่ปลอดภัย และใช้เวลาเดินทางไม่เกิน ๒๐ นาที รวมถึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ ต้องไปสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าใจว่า เหตุใดจึงไม่ควรมาขับขี่จักรยานท่องเที่ยวในไทย
ส่วนความคืบหน้ากรณีสามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในไทย ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งเรื่องนี้ไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย และทางสถานทูตอยู่ระหว่างประสานกับญาติและครอบครัว เพื่อนำร่างของทั้ง ๒ กลับสู่แผ่นดินเกิด นอกจากนี้ ได้ทำหนังสือประสานงานกับ สภ.พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รับผิดชอบคดีและพื้นที่เกิดเหตุ โดยขณะนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต กับ ผู้ขับรถกระบะที่ก่อเหตุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และกำลังนำส่งอัยการเพื่อสั่งฟ้อง
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. ได้พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร โดยต้องประสานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และตำรวจ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่าใครเป็นฝ่ายถูกฝ่ายผิด และได้ประสานไปยังกรมทางหลวง ให้ช่วยดูในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะหากเกิดเรื่องขึ้น ประเทศไทยจะเสียหาย

๑๙. อุบัติเหตุทำประเทศเสียหาย เดลินิวส์ (หน้า ๓)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงอุบัติเหตุทางถนนในไทย ที่เป็นสาเหตุในการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ และทำให้เกิดความเสียหายในหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น กรณีการเสียชีวิตของสามีภรรยานักขี่จักรยานชาวอังกฤษ ที่ต้องมาเสียชีวิตบนทางหลวงเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะถูกผู้ขับขี่ด้วยความประมาทชน และมีสื่อต่างชาติรายงานข่าวพร้อมระบุว่า ไทยมีชื่อเสียงไม่ดีในเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๑.๓ หมื่นคน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเมื่อเผยแพร่ในต่างประเทศ ย่อมเป็นผลร้ายต่อการท่องเที่ยวไทย
พร้อมชี้ ไม่ใช่ว่าจะต้องตื่นตัวเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิต แต่สังคมไทยควรสร้างจิตสำนึกร่วมกัน ให้ตระหนักว่าอุบัติภัยบนถนนที่เกิดทุกราย คืออันตรายที่ส่งผลต่อทุกชีวิต จึงต้องร่วมกันหาทางระวังป้องกันอย่างจริงจัง

๒๐. สื่อนอกตีข่าว ๔ คนไทยข่มขืน นศ.เมืองผู้ดี คม ชัด ลึก (หน้า ๑๓)

เว็บไซต์เดลี่เมล์ แห่งอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า เกิดเหตุนักศึกษาสาววัย ๒๐ ปีชาวอังกฤษ ถูกรุมข่มขืนที่อาคารหลังหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากแฟนหนุ่มชาวแอฟริกาใต้ ทิ้งเธอไว้ในบาร์คนเดียวในช่วงเช้ามืดวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยถูกกลุ่มชาย ๔ คน ที่โดยสารมากับรถกระบะคันหนึ่งฉุดขึ้นรถ แล้วนำไปข่มขืนในอาคารดังกล่าว ไม่ไกลจากบาร์มากนัก สภาพของนักศึกษาหลังเกิดเหตุ เต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วนตามร่างกาย
ทั้งนี้ นักศึกษาดังกล่าวมาจากเขตฟอร์ท วิลลิเมน เมืองอินเวอร์เนสเชีย ประเทศอังกฤษ เดินทางมาไทยเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน ก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปเที่ยวในบาร์ชื่อร็อค ๙๙ ในตลาดท่าวังกับ แฟนหนุ่ม แล้วย้ายไปร้านอาหารนครเวียงจันทน์
นอกจากนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าวในเว็บไซต์เดลี่เมล์ ทั้งให้ความเห็นว่าเป็นการกระทำที่เลวร้าย ไม่สามารถให้อภัยได้ และมีการกล่าวถึงไทยว่า เป็นดินแดนที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อน โดยยกกรณีที่หญิงชาวรัสเซีย ๒ คน ถูกข่มขืนที่พัทยา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่บางคนแสดงความเห็นว่าการข่มขืนในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ

๒๑. รัฐเพิ่มพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง – ดัน ม.๒๑ เปิดช่องมอบตัว / เล็งยกเลิก พรก. ๕ อำเภอ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง และ รมต. ที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบที่จังหวัดปัตตานี โดยฝ่ายความมั่นคงยืนยัน ยังควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมจะมีการเพิ่มน้ำหนักการใช้มาตรา ๒๑ (พ.ร.บ.ความมั่นคง) ให้มากขึ้น โดยกระบวนการสันติวิธี เปิดเวทีพูดคุยให้ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ หรือมีคดีความมั่นคงเข้าสู่ศาล และจะหาทางออกร่วมกันได้
ส่วนการยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพิจารณาเป็นรายพื้นที่ โดยจะสอดรับกับการเตรียมส่งกำลังตำรวจและอาสารักษาดินแดนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ เริ่มเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ โดยอำเภอที่เตรียมยกเลิกคือ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อำเภอจะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี จังหวัดสงขลา

๒๒. ศก.หาดใหญ่วูบ ต่างชาติผวาไฟใต้ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

คอลัมน์รายงานพิเศษ รายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังเกิดเหตุระเบิดที่เมืองปัตตานี พบว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยนายวิทยา ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติทราบข่าวเรื่องเจ้าหน้าที่ได้วางมาตรการคุมเข้มระดับสูงสุด ส่งผลให้ยอดจองห้องพักโรงแรมต่างๆ โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ชาวมาเลเซีย ที่จะเดินมาพักผ่อนลดลงไปแล้วกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับบรรยากาศการค้าย่านเศรษฐกิจ ที่เต็มไปด้วยความเงียบเหงา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย

๒๓. ปัตตานี – ยะลา คุมเข้มเข้างานลิ้มกอเหนี่ยว คม ชัด ลึก (หน้า ๑๓)

นายประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุป่วนเมืองปัตตานีมาดำเนินคดี รวมทั้งเพิ่มแผนและมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนโดยเร็วที่สุด และได้เตรียมมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยงาน "กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
ขณะที่มูลนิธิอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้จัดงานสมโภชเทพเจ้ามลนิธิอำเภอเบตง โดยมีประชาชนและชาวต่างชาติ เข้าเคารพและสักการะจำนวนมาก โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ซึ่งทางอำเภอได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวดตลอดงาน

๒๔. จ่อดับไฟบางพื้นที่เมษา / ‘ณอคุณ’ รับสำรองฉุกเฉินอยู่ในขั้นวิกฤติ – กฟผ.ดึงโรงงานไฟฟ้าเก่าผลิตเต็มที่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เผยถึงแนวทางการรับมือสถานการณ์ขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงเดือนเมษายน ๒๕๕๖ ว่า เบื้องต้นจะนำโรงไฟฟ้าเก่าที่หยุดผลิตที่ใช้น้ำมันเตาและดีเซล มาผลิตไฟฟ้า พร้อมให้ กฟผ. ติดตามศึกษาข้อมูล โดยเหตุการณ์ครั้งนี้จะกระทบกับประชาชนในช่วงสั้นๆ ๗ – ๘ วัน จากนั้นจะวางแผนรองรับในระยะยาว พร้อมจะพยายามเจรจาให้พม่าเลื่อนซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติช่วงสงกรานต์ และจะซ้อมปิดไฟทั่วประเทศ รวมทั้งวางมาตรการเพื่อขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ให้ลดอุณหภูมิลง ๑ องศา ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. โดยให้แรงจูงใจด้วยการชดเชยคืน
ด้านนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ยอมรับ ปริมาณสำรองอยู่ในขั้นวิกฤติมีเพียง ๖๐๐ จากปกติ ๑,๒๐๐ เมกะวัตต์ พร้อมวิตกโรงฟ้าขัดข้องเสี่ยงไฟดับ และสั่งเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตาผลิตไฟแทน ยืดอายุการใช้โรงงานไฟฟ้าบางปะกง – พระนครใต้ – วังน้อย พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตไฟเขื่อนน้ำงึม ๒ และน้ำเทิน ๒ หวังดึงไฟฟ้าเข้าระบบ ๔,๕๐๐ เมกะวัตต์ ด้านผู้ว่าการ กฟผ. เชื่อเลวร้ายสุดจะเป็นบราวเอาท์ อาจต้องดับไฟฟ้าบางพื้นที่ช่วงที่พม่าหยุดส่งก๊าซ พร้อมขอให้ประชาชนประหยัดไฟ

๒๕. แถลงข่าว ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์กอล์ฟสแควร์ โดย บิ๊กกัน : วันนี้ (๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น. กรุงเทพมหานคร เชิญร่วมงานแถลงข่าว “เอเชียกอล์ฟทัวริสซึ่มคอนเวนชั่น ๒๐๑๓” ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เมืองพัทยา โดยจะมีผู้ร่วมประชุมจาก ๓๕ ประเทศกว่า ๕๐๐ คน ร่วมงาน สนับสนุนโดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา โดยมีนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. มาร่วมงาน

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น