ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

26/2/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคาร ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. ต้อนรับรองประธานสภาโอลิมปิกเอเชีย / FITUR ๒๐๑๓ ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย อินทรีเหล็ก : ททท. ในฐานะคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ต้อนรับ เหว่ย จี จง รองประธานกิตติมศักดิ์ สภาโอลิมปิกเอเชีย ระหว่างนี้ จนถึงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เพื่อสำรวจความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชียนบีช เกมส์ ครั้งที่ ๔ ในปี ๒๐๑๔ ที่ภูเก็ต
เช่นเดียวกับ มานิตย์ บุญฉิม ผอ.ภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง ททท. นำคณะร่วมงานแสดงนิทรรศการเผยแพร่การท่องเที่ยวไทยในงาน FITUR ๒๐๑๓ ที่เมืองมาดริด สเปน คาดจะได้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑๐ – ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑.๔ แสนคน สร้างรายได้เข้าประเทศ

๒. จบ ม.๓ สอบไกด์แก้ขาดแคลน โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๑๒.๓)

นายอานุภาพ เกษรสุวรรณ รักษาการอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวถึงการลดหลักเกณฑ์ผู้ที่จะสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ (ไกด์) โดยให้ผู้ที่จบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ สามารถสอบขอใบอนุญาตไกด์ภาษาต่างประเทศได้ว่า เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนไกด์ภาษาต่างประเทศอย่างเร่งด่วน
ซึ่งผู้ที่มีสิทธิ์สอบ ต้องเป็นผู้ที่มีต้นสังกัดเป็นบริษัททัวร์ หรือประกอบอาชีพเป็นผู้ช่วยไกด์ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และป้องกันการหลอกลวงนักท่องเที่ยว

๓. ตลาดไมซ์โตยาว ๓ ปี ทีเส็บปรับเป้าหมายโตเฉลี่ยปีละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เชื่อเพื่อนบ้านแห่จัดงานในไทยเพียบ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

บอร์ด สสปน. เห็นชอบการปรับเป้าหมายจำนวนและรายได้ของนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ ระหว่างปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๙ เป็นเติบโตขึ้นเฉลี่ย ๕ – ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อเทียบกับที่ผ่านมาที่เติบโตปีละ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมมองว่าหลังการเปิดเออีซี นักท่องเที่ยวอาเซียนอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ จะเดินทางมาจัดงานไมซ์ในไทยจำนวนมาก เพราะเกิดความเชื่อมโยงในภูมิภาคเดียวกัน จากปัจจุบันอินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิยมมาจัดงานไมซ์ในไทยมากที่สุด
คาดว่าจำนวนและรายได้ของนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ในปีนี้ จะเติบโต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือมีจำนวน ๙.๔ แสนคน มีรายได้ ๘.๘ หมื่นล้านบาท ส่วนปี ๒๕๕๗ มีจำนวน ๙.๘ แสนคน มีรายได้ ๙.๙ หมื่นล้านบาท ปี ๒๕๕๘ มีจำนวน ๑.๐๓ ล้านคน มีรายได้ ๑.๐๔ แสนล้านบาท และปี ๒๕๕๙ มีจำนวน ๑.๐๘ ล้านคน มีรายได้ ๘.๗ หมื่นล้าบาท และมีค่าใช้จ่ายคนละ ๑.๐๙ แสนบาทต่อทริป เทียบกับปัจจุบัน ๙.๔ หมื่นบาทต่อทริป
ส่วนแผนการตลาด จะเน้น ๓ กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ๑. พัฒนากลยุทธ์งานด้านการตลาดในประเทศและต่างประเทศ ๒. ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ ให้ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ และ ๓. เร่งทำแผนการตลาดเชิงรุกและเชิงรับในตลาดอาเซียน พร้อมเตรียมผลักดันให้จังหวัดขอนแก่น และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไมซ์ซิตี้เพิ่ม อีกทั้งจะติดตามโครงการทวาย ที่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเดินทางของนักธุรกิจในจังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง

๔. เวิลด์เอ็กซ์โป กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZIESS โดย @ktmkt กล่าวถึงการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิล์ดเอ็กซ์โปว่า ดูเหมือนจะคลี่คลาย เมื่อนายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่า จะเดินหน้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพต่อ ขณะที่ สสปน. ก็พร้อมพรีเซ็นต์ความพร้อมอีกครั้งที่กรุงปารีส ในเดือนมิถุนายนนี้ แต่หน่วยงานสำคัญที่ยังเงียบอยู่คือ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นหน่วยงานผลักดันด้านรณรงค์หาเสียงกับนานาประเทศ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ยอมออกสื่อ หรืออาจกำลังขะมักเขม้นปฏิบัติหน้าที่อยู่

๕. ศูนย์ประชุมเชียงใหม่  ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

คอลัมน์รอบเมืองไทย รายงานความคืบหน้าของศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ว่า เริ่มเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น ล่าสุด ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ได้แต่งตั้ง ดร.ศราวุฒิ ศรีสกุน ซีอีโอไนท์ซาฟารี ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สำนักงานพิงคนคร รวมถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด พบว่า ในส่วนของอาคารหลักสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงงานก่อสร้างเพิ่มเติม ๖ รายการ ได้แก่ อาคารที่ประทับ อาคารสำนักงาน โรงไฟฟ้า โรงเก็บขยะ เสาธง และภูมิทัศน์ ซึ่งจะเสร็จและพร้อมส่งมอบให้สำนักงานพิงคนครดูแลต่อไป ในวันที่ ๒๘ เมษายนนี้

๖. แห่เวียนเทียนวันมาฆะ ถือฤกษ์เปิด ‘พุทธอุทยาน’ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๔)

๗. ชาวพุทธร่วมวันมาฆบูชา ทำบุญคึกคัก เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๘. มาฆะเวียนเทียน อิ่มบุญทั่วไทย นครนายกเปิดพุทธอุทยาน คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๙. ‘มาฆะ’ ตักบาตร – เวียนเทียนคึกคัก มติชนรายวัน (หน้า ๑๖)

พุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันร่วมทำบุญตักบาตร และเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชากันอย่างเนืองแน่น โดยที่ท้องสนามหลวง กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๘๗ รูป โดยมี น.พ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธาน
เช่นเดียวกับที่พุทธมณฑล มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๙๘๕ รูป โดยมีนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และในเวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในการบำเพ็ญพระราชกุศล และที่พุทธอุทยาน จังหวัดนครนายก ได้ฤกษ์วันมาฆบูชาเปิดพุทธยาน
ส่วนบรรยากาศในพื้นที่ต่างๆ ที่บริเวณพระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแกง พระอารามหลวง อำเภอเมืองขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร ๘๕ รูป จากนั้นได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานยังพิพิธภัณฑ์เจดีย์ ๒ บูรพาจารย์ ให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชา ส่วนที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร มีพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวเดินทางมาเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุอย่างเนืองแน่น
ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีประเพณีตักบาตรพระร้อย เพื่อบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ โดยเจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ได้นำพระสงฆ์ ๑๐๐ รูป ออกรับบิณฑบาต ส่วนที่จังหวัดสกลนคร มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากพากันไปกราบไหว้สักการะรูปหล่อเหมือน และอัฐิธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ภายในพิพิธภัณฑ์บริขารหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมืองสกลนคร เช่นเดียวกับที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร มีประชาชนและนักท่องเที่ยวไปกราบสักการะรอยพระพุทธบาทพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ จำนวนมาก
และที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดกิจกรรม “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุที่เมืองนคร” ที่วัดหน้าพระบรมธาตุ โดยได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจาก ๙ ประเทศ มาประดิษฐานชั่วคราวที่มณฑปพิเศษ ให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชาจนถึงวันที่ ๓ มีนาคมนี้ เป็นต้น

๑๐. จัด ๘ กลุ่ม รพ.โรดโชว์สุขภาพ นำร่องโรงพยาบาลเอกชนเดือน ก.ย.นี้ ตั้งกรรมการเยียวยาชาวต่างชาติ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

๑๑. เร่งตั้งกรรมการท่องเที่ยวเชิงแพทย์ คัด รร. – สปา – ทันตฯ – ศัลยกรรม ดูแลคนไข้ต่างชาติ ข่าวสด (หน้า ๒๘)

กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทย เตรียมจัดโรดโชว์ด้านสุขภาพในหลายประเทศ โดยจะคัดเลือกตัวแทนจากโรงแรม คลินิกทันตกรรม สปา และการศัลยกรรมเสริมความงามรวม ๘ แห่ง จัดเป็นแพ็กเกจการรักษาพยาบาลและการท่องเที่ยวครบวงจร คาดภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะทราบรายชื่อ ๘ กลุ่มธุรกิจที่นำร่อง และภายในเดือนกันยายนนี้ จะเริ่มโรดโชว์ได้เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ จะตั้งคณะกรรมการเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการรับบริการทางการแพทย์ในไทย ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ตามแพ็กเกจให้ได้รับความคุ้มครอง และมีมาตรฐานที่แน่นอน โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก คาดจะเริ่มประชุมภายในเดือนมีนาคมนี้

๑๒. ห้างหาดใหญ่ยอดขายวูบ ย่าน ศก. – โรงแรมเงียบ นักท่องเที่ยวเผ่น ผวาปล่อยข่าวบึ้มป่วนเมือง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เผย บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดวันมาฆบูชาปีนี้เงียบเหงา ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ลูกค้าหายไปจำนวนมาก ทำให้ยอดขายลดลง หลังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวผ่านสื่อออนไลน์ให้ระวังคาร์บอมบ์ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้ามาเที่ยวหาดใหญ่ แม้ว่าหลายฝ่ายจะออกมายืนยันความปลอดภัย เพราะคุมเข้มตลอด ๒๔ ชม. เผย กรุ๊ปทัวร์มาเลเซียยกเลิกไปประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และในสัปดาห์หน้า สมาคมฯ จะประชุมหารือกันเพื่อประเมินผลกระทบต่างๆ รวมทั้งจะประชุมเตรียมการจัดงานสงกรานต์หาดใหญ่ ซึ่งปีนี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ และเชื่อว่าจะไม่มีเหตุร้ายอะไร เพราะทุกฝ่ายร่วมกันเฝ้าระวัง และมีมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่

๑๓. ตูมเดียว ๔ ศพเวทีอี๊ดโปงลางฉลองพระธาตุ ตร.ดับ ๒ เจ็บ ๕๐ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๔. บึ้มในงานพระธาตุ ทหารควักโชว์ ตร.ล้อมจับ ดับ ๔ บาดเจ็บ ๕๘ มีแสดงโปงลาง เดลินิวส์ (หน้า ๑)

เมื่อเวลา ๐๐.๓๐ น. วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุระเบิดกลางงานนมัสการพระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๔ ศพ และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จากการสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกันข้างเวทีที่วงโปงลาง สะออนกำลังแสดง และมีชายคนหนึ่งถือระเบิดลูกเกลี้ยงขึ้นมาข่มขู่ ตำรวจ ๒ นายเห็นจึงเข้าชาร์จเพื่อจะจับกุม แต่คนร้ายได้ดึงห่วงสลักระเบิดออก ทำให้เกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้ตำรวจทั้ง ๒ นายเสียชีวิตทันที และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก ๒ ราย ก่อนไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า ๕๐ ราย หนี่งในนั้นคือเจ้าของระเบิด ด้านอี๊ด โปงลาง เผย เสียใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น และขอบคุณตำรวจที่พลีชีพระงับเหตุ

๑๕. ลวงฝรั่งขืนใจ ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์ข่าวสั้นทันโลก : เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุจากนักท่องเที่ยวสาวชาวฮอลแลนด์ว่า ถูกชาย ๓ คนรุมโทรม โดยอ้างว่า ได้เดินทางมาพักผ่อนที่จังหวัดเชียงใหม่ คืนที่ผ่านมาได้ไปนั่งดื่มเบียร์ที่บาร์เบียร์แห่งหนึ่งย่านถนนลอยเคราะห์ และมีชายชื่อนายโทมัส ไม่ทราบสัญชาติ มาขอนั่งด้วย พอเมาได้ที่นายโทมัสได้ชวนไปหลับนอนที่ห้องพักบีเอ็มพีเกสต์เฮาส์ ขณะกำลังปฏิบัติกามกิจ ก็มีเพื่อนนายโทมัสอีก ๒ คนมาร่วมแจมด้วย ในลักษณะสวิงกิ้ง ตนขัดขืนแต่สู้แรงไม่ได้ จึงถูกชายทั้ง ๓ คนรุมโทรมจนหมดสติไป พอตื่นมาก็พบว่านายโทมัสและเพื่อนเก็บเสื้อผ้าหนีไปแล้ว

๑๖. ขายหน้าอะเมซิ่งไทยแลนด์แดนอุบัติเหตุ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๔)

สกู๊ปรายงานถึงกรณี ๒ สามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษ มาเสียชีวิตในไทย เพราะอุบัติเหตุรถปิกอัพพุ่งชน รวมถึงข้อมูลการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนขององค์การอนามัยโลก ซึ่งจัดให้ไทยติดอันดับ ๖ ของโลก จากสมาชิก ๑๘๒ ประเทศทั่วโลก ขณะที่หลายๆ ประเทศเริ่มเตือนประชาชนของตนก่อนออกเดินทางมาไทย
โดยเรื่องดังกล่าว เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วน เพราะขณะนี้ต่างชาติกำลังรุมประณามว่าเมืองไทยเป็นเมืองอุบัติเหตุ และยังมีการย้ำเตือนพลเมืองของตนเองในการเดินทางมาไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องพิจารณาถึงมาตรการความปลอดภัยให้เอื้อต่อคนไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามา อย่าสักแต่เป็นเพียงนโยบายลมปาก แต่ต้องปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม หรือจะละเลยทิ้งให้ไทยถูกมองเป็นประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อน

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. แฉป่วน ๓๐ จุดฝีมือ ‘มะซอเร’  ไทยรัฐ (หน้า ๑๑)

๒. วงจรปิดจับภาพชัด ทีมโจรใต้บึ้มเซเว่นฯ ระวังเข้ม ‘สงขลา’ แนวร่วมจ้องป่วน เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๓. เข้มงานแห่เจ้าแม่ วงจรปิดจับภาพ ๓ โจรวางบึ้มเซเว่นฯ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๔. ป่วนปัตตานีวันเดียว ๒๙ จุด ๕ อภ.เผา – บึ้ม – ยิงหม้อแปลง มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๕. คุมเข้มยานเศรษฐกิจใต้ ผวาคนร้ายป่วน ‘มาฆบูชา’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เฝ้าระวังเข้มวันมาฆบูชา หวั่นโจรใต้ลอบก่อเหตุร้าย ด้าน ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมกำลังพล และติดตามความคืบหน้าการสืบสวนคดีสำคัญๆ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี รวมทั้งเพิ่มแผนและมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะ วันมาฆบูชา และงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว โดยมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ รับภารกิจในการดูแลพื้นที่แต่ละอำเภอ และเดินทางไปร่วมงานเวียนเทียน ควบคู่กับป้องกันระวังการสร้างสถานการณ์
ส่วนบรรยากาศงานมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน Pattani Tourism Festival “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” ประจำปี ๒๕๕๖ คึกคัก ผู้จัดงานได้จัดพิธีลุยไฟเพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์ โดยมีชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและจากมาเลเซีย สิงคโปร์ มาร่วมพิธีจำนวนมาก
เช่นเดียวกับที่ศาลแม่ลิ้มกอเหนี่ยวยะลา เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งได้จัดงานประเพณีสมโภชแห่พระลุยไฟแม่กอเหนี่ยว ประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากหน่วยข่าวความมั่นคงแจ้งเตือนว่าคนร้ายนำรถยนต์ที่ประกอบเป็นคาร์บอมบ์ ๖ คัน เข้ามาในพื้นที่เพื่อเตรียมก่อเหตุครั้งใหญ่ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง รวมทั้งกองกำลังภาคประชาชน เฝ้าระวังเข้มเป็นพิเศษทุกพื้นที่ และที่จังหวัดนราธิวาส เผยภาพวงจรปิดค้านร้าย ๓ กลุ่มวางจักรยานยนต์บอมบ์หน้าเซเว่น อีเลฟเว่นระแงะ ๒ ลูกซ้อน เชื่อเป็นฝีมือแก๊งกะเทยพัวพันยาเสพติด รับงานมาจากกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เผย ขณะนี้มีกลุ่มคนไม่หวังดีปล่อยข่าวผ่านสื่อออนไลน์ ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปใช้บริการ หรือเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าต่างๆ ในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้เกิดความหวาดกลัว พร้อมยืนยัน เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการปล่อยข่าวลือเพื่อหวังทำลายเศรษฐกิจการค้าของอำเภอหาดใหญ่ พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงเวลา ๐๕.๐๐ – ๐๙.๐๐ น. และ ๑๕.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. เนื่องจากเป็นเวลาที่กลุ่มก่อความไม่สงบจะลงมือก่อเหตุ
นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ – สงขลา เผย แม้จะมีเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รายวัน แต่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ยังคงเดินทางเข้ามาเที่ยวอำเภอหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ช่วงสุดสัปดาห์มียอดจองห้องพัก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และขณะนี้ยอดจองห้องพักช่วงสงกรานต์มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีการยกเลิก แม้จะมีคำเตือนจากทางการมาเลเซียให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางมายัง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหาดใหญ่ เนื่องจากมั่นใจในมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยของหน่วยกำลังต่างๆ อีกทั้งยังไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้น จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังพบที่ด่านชายแดนอำเภอสุไหงโก – ลก เต็มไปด้วยรถยนต์ของชาวมาเลเซียที่เข้าคิวเดินทางเข้าไทย โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ราชการชายแดนอำเภอสุไหงโก – ลก ได้วางมาตรการเข้มในการตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันการนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามา

๖. ลุยไฟ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๗. แห่เจ้าแม่

คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

ภาพข่าว : ศาลเจ้าเล่งจูเกียง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี จัดงานประเพณีกตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ประจำปี ๒๕๕๖ โดยมีประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวกว่า ๓ พันคน เข้าชมการลุยไฟ โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๘. ๒ เขื่อนรับวิกฤติก๊าซพม่า / จ่ออนุมัติ ๒๒ โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน – เร่งดึงเข้าระบบ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

๙. โพลล์ชูรัฐรับมือได้ ยัน ๕ เม.ย. ไฟไม่ดับ โรงแรมใต้เบาใจ ท่องเที่ยวไม่ฮวบ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๑๐. สั่งลดไฟส่อง ‘โบราณสถาน’ จี้รัฐบาลเร่งแก้วิกฤติพลังงาน สยามรัฐ (หน้า ๑)

๑๑. ‘สมุย’ เตรียมพร้อม ระดม ๒๕ เครื่องปั่นไฟ ป้องกันเกาะสวรรค์ดับ ช่วงพม่าหยุดจ่ายก๊าซ แนวหน้า (หน้า ๑)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เตรียมแผนรองรับพม่าหยุดจ่ายก๊าซ โดยดึงเขื่อนสิริกิติ์จัดแผนรับมือ พร้อมเตรียมหารือกับกรมชลประทาน บริหารน้ำเพื่อผลิตไฟเต็มที่ช่วงเดือนเมษายน หวังให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เชื่อว่าโรงงานอุตสาหกรรมของจังหวัดไม่ได้รับผลกระทบ
ส่วนธุรกิจโรงแรมในจังหวัดกระบี่ จะประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามปกติ โดยจะปิดไฟในส่วนที่ไม่ได้ใช้บางส่วน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล และคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเพียงระยะสั้น คงไม่มีผลกระทบ แต่หากปัญหาดังกล่าวขยายเวลาออกไป จะมีผลกระทบแน่นอน ซึ่งคงต้องดูนโยบายของรัฐบาลว่าจะมีการวางมาตรการแก้ไขอย่างไร
ด้านสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย – ญี่ปุ่น ชี้ ไม่กระทบต่อทัวร์ญี่ปุ่น เพราะถือเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งช่วงเดือนเมษายน ไม่ใช่ช่วงเวลาเที่ยวของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพราะเป็นช่วงปิดบัญชี ปิดงบประมาณของบริษัท ส่วนที่เกาะสมุย ได้เตรียมมาตรการรองรับวิกฤติพลังงาน โดยระดมเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ หรือโมบายจากทั่วประเทศ ๒๕ ตัว มั่นใจเกาะสมุยไฟไม่ดับแน่นอน
ด้านกรมศิลปากร ขานรับนโยบายประหยัดพลังงาน สั่งลดไฟส่องสว่างโบราณสถานตอนกลางคืน หรือไลต์อัพ โดยปรับให้ใช้ไฟให้น้อยลง และสวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจของประชาชน พบประชาชนวิตกกังวล แต่มั่นใจว่ารัฐบาลรับมือได้ พร้อมจี้ให้รัฐหาแหล่งพลังงานของตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาประเทศอื่นๆ

๑๒. จัด ‘มาฆบูชา’ ย้อนพุทธกาล สงฆ์นานาชาติร่วมสดมนต์ ห้ามขายเหล้า ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๓. พระโอวาทสังฆราช ชวนทำดี ‘มาฆบูชา’  เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๑๔. ‘สังฆราช’ ประทานพร แห่ทำบุญวันมาฆบูชา มติชนรายวัน (หน้า ๑)

มหาเถรสมาคม มีมติให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด และวัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร ประกอบกิจกรรมเนื่องในวันมาฆบูชา โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าคณะจังหวัดเป็นหลักในการจัดกิจกรรม โดยในสวนกลาง ศูนย์กลางการจัดกิจกรรมจะอยู่ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ส่วนอุทยานมาฆบูชา จังหวัดนครนายก จัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่ นิมนต์พระสงฆ์นานาชาติ ๑,๒๕๐ รูปมาสวดมนต์ จำลองเหตุการณ์แบบเดียวกับสมัยพุทธกาล ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข สั่งคุมเข้มห้ามขายสุราตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึงเที่ยงคืนวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ส่วนที่ยอดเขาพระบาทพลวง อำเภอเขาคิฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ได้จัดงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ประจำปี ๒๕๕๖ ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีบรรดาพุทธศาสนิกชน และผู้แสวงบุญ ตลอดจนนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนทยอยเดินทางขึ้นมาสักการะ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวคาดว่า จะมีผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวเดินทางมานมัสการพระพุทธบาทพลวงตลอด ๖๐ วัน ไม่น้อยกว่า ๙ แสนคน และมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า ๓๕๐ ล้านบาท โดยทางวัดและทางเทศบาล ได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งวันทั้งคืน งานจะมีไปจนถึงวันที่ ๑๑ เมษายนนี้
ส่วนที่จังหวัดนครพนม มีประชาชนทั้งไทย - ลาว เดินทางมาร่วมทำบุญบูชาพระธาตุพนม หลายหมื่นคน ส่งผลให้โรงแรมที่พักเต็มทุกแห่ง ประชาชนบางส่วนต้องไปพักตามโรงแรมที่จังหวัดสกลนคร และมุกดาหาร และที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีกวนข้าวมธุปายาส หรือขาวยาคู เนื่องในเทศกาลประเพณีมาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติ ที่เมืองนคร บริเวณวัดสวนป่า ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ส่วนที่หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ผู้ว่าราชการจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป

๑๕. สสปน. บุกตลาดใหม่รับเป้าโต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ลุยทวาย – เจาะเมือง ศก.จีน – อินเดีย กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒๔)

๑๖. สสปน. ลุยปรับ ๓ กลยุทธ์ใหม่ ชี้ปี ๕๙ กลุ่มไมซ์ทะลุล้านคน เดลินิวส์ (หน้า ๗)

สสปน. เตรียมปรับเป้าหมายการเติบโตของตลาดไมซ์ ๕ – ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อเนื่อง ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๘ โดยปี ๒๕๕๖ ตั้งเป้ามีนักเดินทาง ๙.๔ แสนคน มีรายได้ ๘.๘ หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มที่คาดว่าจะทำรายได้สูงสุดในปีนี้ ได้แก่ การประชุมสมาคมนานาชาติ (คอนเวนชั่น) ส่วนปี ๒๕๕๙ คาดว่าจะมีนักเดินทางถึง ๑,๐๘๙,๐๐๐ คน ใช้จ่ายต่อหัว ๑๐๙,๐๐๐ บาท และมีรายได้รวมถึง ๘๗,๓๕๔ ล้านบาท โดยจะเน้นใน ๓ เรื่องคือ มุ่งเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ขยายเครือข่ายพันธมิตร และดำเนินการเชิงรุก เพื่อรองรับการเปิดเออีซี
โดยการเปิดตลาดใหม่นั้น จะมุ่งเป้าสู่เมืองอันดับรองของประเทศเศรษฐกิจดาวรุ่ง อาทิ เมืองคอมบาตอร์ เมืองบังกาลอร์ เมืองปูเน่ ในอินเดีย รวมถึงไปเปิดตัวในงานแสดงสินค้าเมืองกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน พร้อมเตรียมเปิดตลาดสู่เมืองทวาย ประเทศพม่า ส่วนการส่งเสริมตลาดในประเทศ จะมีการประกาศไมซ์ซิตี้เพิ่มอีก ๒ แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ เนื่องจากมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน พร้อมจะผลักดันเชียงใหม่ ให้มีความเป็นไมซ์ซิตี้อย่างสมบูรณ์
ยืนยัน สสปน. กำลังเตรียมความพร้อมในการไปเสนอข้อมูลการจัดงานเวิล์ดเอ็กซ์โป ๒๐๒๐ กับคณะกรรมการบีไออี ในเดือนมิถุนายนนี้ และมีแผนรองรับการใช้พื้นที่จัดงานหลังจบงานแล้ว อาทิ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้โครงการพระราชดำริ เป็นต้น และในวันนี้ จะนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าให้สำนักนายกรัฐมนตรีรับทราบ

๑๗. ‘อาร์ ๓ เอ – กระแสหนังจีน’ ดึงนักเที่ยวเข้าเชียงใหม่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๕)

นายกสมาคมนักธุรกิจไทยจีนเชียงใหม่ ระบุ เส้นทางอาร์ ๓ เอ และภาพยนตร์ Lost in Thailand ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่มากขึ้น เผย ปีที่ผ่านมา ยอดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าเชียงใหม่ ๘ เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้าไทย ๒.๕ ล้านคน พร้อมแนะรัฐและเอกชน ปรับตัวใช้การสื่อสารด้วยภาษาจีน มากกว่าอังกฤษ รวมถึงทำป้ายเส้นทางจราจร มีข้อความภาษาจีน เพื่ออำนวยความสะดวกในการท่องเที่ยว
๑๘. ลดสเปกไกด์ให้จบแค่ ม.๓ อ้างโครงการเฉพาะกิจแก้ขาดแคลนคน อัด ๑๐ ล้านบาทอบรมเพิ่มทักษะภาษา  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๖)

คณะกรรมการเร่งรัดและติดตามปัญหาด้านการท่องเที่ยว ผ่านการเห็นชอบในหลักการลดหลักเกณฑ์คุณสมบัติผู้สอบใบอนุญาตประกอบการชีพมัคคุเทศก์ (ไกด์) โดยให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ สามารถสอบขอใบอนุญาตไกด์ภาษาต่างประเทศได้ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนไกด์ภาษาต่างประเทศอย่างเร่งด่วน ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจ ดำเนินการเพียง ๑ – ๒ ครั้งเท่านั้น
พร้อมเตรียมใช้งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท จัดโครงการฝึกอบรมไกด์ให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในแต่ละภาษา รวมทั้งขอความร่วมมือสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ แนะนำนักศึกษาเรียนภาษาที่ ขาดแคลน โดยเฉพาะ จีน เกาหลี รัสเซีย ญี่ปุ่น และสเปน รวมถึงภาษาอาเซียน ได้แก่ บาฮาซา พม่า และเวียดนาม

๑๙. ผุดแคมเปญขายพ่วงโรงแรม โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑)

โรงแรมไทย เร่งปรับตัวอย่างหนัก เพื่อรับมือกับโรงแรมเชนอินเตอร์ ซึ่งได้เปิดตัวแบรนด์อย่างต่อเนื่องในช่วง ๒ – ๓ ปี โดยกลุ่มโรงแรมชฎา ได้ร่วมกับเจ้าของโรงแรมไทย ๔ – ๕ ราย รวมกลุ่มจัดตั้ง “โฮเทล คลับ” เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโรงแรมไทย โดยเตรียมเปิดแคมเปญการเข้าพักโรงแรมใน ๕ เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ สมุย และเขาหลัก จำนวน ๒๐ แห่ง ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ ๓ – ๔ ดาว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักแบบเชื่อมโยงเส้นทาง และรับส่วนลดต่อไปยังเส้นทางอื่นๆ อาทิ พักกรุงเทพฯ ๒ คืน ลดราคาที่ภูเก็ต และฟรีห้องพักที่สมุย เป็นต้น ผ่านช่องทางการจำหน่ายทางเว็บไซต์ และเอเย่นต์ทัวร์ตลอดทั้งปี
เชื่อจะช่วยยืดวันพักของนักท่องเที่ยว รวมถึงกระจายนักท่องเที่ยวเข้าสู่ปลายทางอื่นๆ โดยใช้จุดแข็งคือ ความหลากหลายด้านการบริการของโรงแรมแต่ละแห่ง และช่วยเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดเออีซี ระบุ การตั้งโฮเทลคลับ ไม่อิงกับสมาคมโรงแรมไทย

๒๐. ช็อปปิ้งจิวเวลรี ไทยคึกรับทัวร์จีน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

รายงานข่าวกล่าวถึงธุรกิจจิวเวลรี่ ที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและเกาหลี เดินทางเข้ามาจำนวนมาก เนื่องจากไทยไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง โดย บจก.ไทยเจมส์มาร์ท ดีเวลลอปเม้นท์ คาดว่าปีนี้ยอดขายอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศในตลาดรวม จะมีมูลค่าถึง ๑ แสนล้านบาท เติบโตขึ้น ๑๔ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ส่วนยอดขายของบริษัท ปีนี้คาดว่ายอดขายในประเทศจะเติบโต ๘ – ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากบริษัทเจาะตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก พร้อมวางเป้าหันมาเจาะตลาดจีนและเกาหลีมากขึ้น เพื่อรองรับกระแสความต้องการ หลังพบปัจจุบันร้านจิวเวลรี่ ที่รองรับทัวร์จีนและเกาหลี เริ่มไม่เพียงพอ

ส่วนปัญหาหลอกลวงนักท่องเที่ยวให้มาซื้ออัญมณีที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ทางสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ได้พยายามจับมือกับภาครัฐ แก้ปัญหานี้อยู่ พร้อมมองว่า อุตสาหกรรมจิวเวลรี่ เป็นส่วนสำคัญของการสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยว เพราะรายได้ ๑ ใน ๔ ของการท่องเที่ยวมาจากการซื้อสินค้าที่ระลึก และ ๑ ใน ๔ ของสินค้าที่ระลึกคือ จิวเวลรี่

ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลอุตสาหกรรมนี้ให้ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว ขณะที่สถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อยอดขายในประเทศ แต่แนวโน้มการซื้อจิวเวลรี่อาจปลี่ยนไป โดยคนหันมานิยมซื้อเครื่องประดับเงิน ที่มีการออกแบบน่าสนใจมากขึ้น จากเดิมจะนิยมซื้อเครื่องประดับทองมากกว่า

๒๑. อาลัยนักปั่นผู้ดี โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

๒๒. ไว้อาลัย ๒ นักปั่นชาวอังกฤษ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

นักปั่นจักรยานประมาณ ๓๐๐ คน จัดกิจกรรมปั่นจักรยานย้อนรอยไปบนเส้นทางถนนาย ๓๐๔ ฝั่งขาเข้าระหว่างหลัก กม.ที่ ๔๑ – ๔๒ ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อวางช่อดอกไม้ไว้อาลัยแก่สามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษ ที่มาเสียชึวิตในไทย และเพื่อให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงความปลอดภัยมากขึ้น

๒๓. ภาพลักษณ์อันตราย  มติชนรายวัน (หน้า ๔)

คอลัมน์เรียง ‘คน’ มาเป็น ‘ข่าว’ โดย กาแฟป่า กล่าวว่า ช่วงนี้ไทยเฟื่องฟูเป็นพิเศษ เพราะได้รับอานิสงส์จากความขัดแย้งเรื่องเกาะ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงตรุษจีนมากขึ้น ประกอบกับภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand เป็นตัวช่วย ซึ่งขณะนี้กำลังสร้างภาค ๒ แถวๆ ภูเก็ต คนไทยเตรียมรับเงินหยวนได้เรื่อยๆ อีกทั้งเวียดนามขาดดุลการค้ากับจีน เลยหันมานิยมสินค้าไทย และเดินทางมาเที่ยวไทยเป็นประจำ
แต่การดูแลนักท่องเที่ยวยังขาดคุณภาพ ดูจากเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งกรณีหนุ่มอังกฤษถูกลูกหลงเสียชีวิตที่เกาะพะงัน และสามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษมาเสียชีวิตในไทย กลายเป็นภาพลักษณ์อันตรายของประเทศไทย ถูกตีข่าวไปทั่วว่าความปลอดภัยบนถนนเมืองไทยมีน้อยมาก เสียชีวิตกันปีละ ๑.๓ หมื่นคน
๒๔. อุทาหรณ์นักปั่นอังกฤษ อุบัติเหตุที่ไม่เคยแก้ไข !  โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๒.๓)

คอลัมน์ถนนคนเดิน โดย กฤตภาส นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับกรณี ๒ สามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในไทย พร้อมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนในไทย จากการรวบรวบของหน่วยงานต่างๆ
ชี้ การเสียชีวิตของทั้ง ๒ ไม่ใช่ทำให้ไทยถูกประจานเรื่องอุบัติเหตุเท่านั้น แต่คนไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องนำมาเป็นอุทาหรณ์เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่รณรงค์เฉพาะเทศกาลที่เป็นวันหยุดยาว แล้วก็ผ่านเลยไป ทั้งๆ ที่และมีผู้เสียชีวิต และเกิดความสูญเสียจำนวนมาก การแก้ปัญหาอุบัติเหตุจึงต้องเป็นนโยบายเร่งด่วนแห่งชาติ ที่ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาแบบผักชีโรยหน้า หรือวัวหายแล้วล้อมคอกอีกต่อไป

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th 




ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. BIT ๒๐๑๓ ไทยรัฐ (หน้า ๒๐)

คอลัมน์โสมชบา เชิญสัมผัสของว่างวันอาทิตย์ โดย โสมชบา เล่าถึงการเดินทางไปร่วมงาน Borsa International del Tourismo – BIT ๒๐๑๓ กับคณะของ ททท. นำโดย นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท., นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด และนางจุฑาพร
เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา เมื่อวันที่ ๑๔ – ๑๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
โดยวันเปิดงาน วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ผู้ว่าฯ สุรพล ได้กล่าวถึงความสนใจของตลาดอิตาลีที่มีต่อไทย ให้กับสื่ออิตาลีฟัง โดยดูจากสถิติปีก่อนที่มีชาวอิตาเลียนมาเที่ยวไทยเกือบ ๒ แสนคน ทำรายได้ให้ไทยประมาณ ๑ หมื่นล้านบาท ส่วนปีนี้ยังมีการจองทัวร์ไทย และมีการเปิดชาร์เตอร์ไฟลต์บินตรงภูเก็ตทุกอาทิตย์ รวมถึงเตรียมทีเด็ด Amazing Thailand ครบทุกแบบ มาชิงนักท่องเที่ยวอิตาลี ทั้ง Golf Course, Health & Wellness สปาไทยที่ติดอันดับโลก, Wedding Honeymoon, Green Tourism และ Shopping
และเมื่อแถลงเสร็จ ก็เชิญสื่อไปชมบูธของ ททท. ซึ่งประเสริฐ จารุวรรณสถิต แห่ง Siam Wellness Group เจ้าของ Let’s relax และ Rarinjinda Wellness Spa ที่ได้รางวัลสปาไทยจาก Tourism Awards นำเทอราปีสมือดีมาสาธิตให้กับชาวต่างชาติที่จองคิวยาว ส่วนอีกมุมเป็นการสาธิตวาดร่ม โดยอดีตนางงามสันกำแพง
และแล้วทีม ททท. ก็ต้องตาค้าง เพราะถูกขโมยซีน เนื่องมีการท่องเที่ยวชาติไหนไม่ทราบ ให้หนุ่มหน้าตาหล่อเข้มนุ่งกางเกงในตัวเดียว อวดอกสามศอกประกอบซิกซ์แพ็ก มาเดินแจกโบรชัวร์เชิญชวนทั่วงาน มุกนี้ผู้ว่าฯ สุรพล และรองผู้ว่าฯ ประกิตติ์ ก้มดูพุงตัวเองก็ว่าแพ็กพอสมควรแล้ว ยังบอก ยอมมันเถอะ

๒. อีลิทการ์ด ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๓๖)

คอลัมน์สังคมฐานฯ โดย พริกกะเหรี่ยง กล่าวถึงบัตรอีลิทการ์ด ที่มีทีท่าว่าจะไม่ได้ดำเนินการ เพราะขณะนี้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหา ผจญ. เพราะมีผู้สมัครน้อย เนื่องจากคุณสมบัติยาก ส่วนสิทธิประโยชน์พิเศษก็ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงยังไม่พร้อมทีจะเปิดตัวช่วงนี้ และไม่แน่ว่าไตรมาสแรกของปีจะได้ขายหรือไม่ จากเดิมนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. บอกว่าจะเริ่มตั้งแต่ตรุษจีนที่ผ่านมา แต่จนขณะนี้ยังเงียบ และต้องติดตามต่อไป

๓. ๒๐ สนามกอล์ฟพัทยาทุ่มรีโนเวต รับอีเวนต์ ‘เอจีทีซี ๒๐๑๓’ – ดึงกลุ่มทัวร์กอล์ฟเข้าไทย ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๓)

๔. พัทยาจับมือ อบจ.ชลบุรีจัด เอเชียกอล์ฟทัวริสซึ่มคอนเวนชั่น / นักธุรกิจจาก ๓๕ ชาติร่วมประชุม แนวหน้า (หน้า ๗)

๒๐ ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟในเมืองพัทยา พร้อมใจกันทุ่มงบประมาณรีโนเวตสนามกอล์ฟในปีนี้รวมกว่า ๑๐๐ ล้านบาท รับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น (เอจีทีซี) ๒๐๑๓ งานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวด้านกอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ ๕๐๐ ราย จาก ๓๕ ประเทศทั่วโลก เชื่อจะกระตุ้นรายได้สนามกอล์ฟทั้งในพัทยาและทั่วประเทศให้ดีขึ้น และในอีก ๒ ปีข้างหน้านักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ๑ หมื่นบาทต่อคนต่อวัน
งานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง อบจ.ชลบุรี เมืองพัทยา ททท. และสมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก เป็นการประชุมผู้ประกอบการด้านทัวร์กอล์ฟ เพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการทัวร์กอล์ฟ ได้รับรู้ถึงจุดเด่นและศักยภาพความพร้อมในด้านต่างๆ เกี่ยวกับกิจกรรมกอล์ฟ
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. ชี้ ตลาดกอล์ฟถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการเพิ่มรายได้ให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟประมาณ ๑ ล้านคน หรือคิดเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และที่ผ่านมา ททท. ได้เริ่มเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายด้านกอล์ฟระดับนานาชาติ ในงานอินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แทรเวิล มาร์ต (ไอจีทีเอ็ม) ๒๐๑๑ ที่ตุรกี และไอจีทีเอ็ม ๒๐๑๒ ที่มาเลเซีย ซึ่งล้วนประสบความสำเร็จ ทำให้ทราบว่ามีผู้ประกอบการด้านกอล์ฟจำนวนมาก ต้องการทำกิจกรรมทัวร์กอล์ฟมาไทย
ส่วนงานเอจีทีซี ๒๐๑๓ นั้น นอกจาก ททท. จะมีหน้าที่ดึงงานมาจัดในไทยแล้ว ยังจัดพรีทัวร์ในวันที่ ๒๕ – ๒๙ เมษายน ๒๕๕๖ และโพสต์ทัวร์ในวันที่ ๒ – ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มาร่วมงานได้สัมผัสกับความสวยงามของไทย อาทิ ชายทะเล วัฒนธรรม อาหาร ฯลฯ
ด้านนายจิรุตถ์ อิศรางกุล ณ อยุธยา ผอ.ฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ สสปน. ชี้ ไทยยังมีโอกาสทำตลาดในเช็กเมนต์อีกมาก เผย ปัจจุบันกลุ่มกอล์ฟมีโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่มาก เพราะมีผู้เล่นกอล์ฟในภูมิภาคเอเชียสูงถึง ๒๐ ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นระดับผู้บริหารที่มาจัดประชุมสัมมนาในไทย

๕. แถลงข่าว สยามรัฐ (หน้า ๑๔)

๖. กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น ๒๐๑๓ แนวหน้า (หน้า ๗)

ภาพข่าว : นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. แถลงข่าวการจัดงานเอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น ๒๐๑๓ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันกอล์ฟและการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เมืองพัทยา

๗. ‘ยิ่งลักษณ์’ ชู ๔ นโยบายสุขภาพ ผลักดันไทยขึ้นเป็น ‘เมดิคัล ฮับ’ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๑๕)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชู ๔ นโยบายสุขภาพ เพื่อผลักดันไทยเป็นเมดิคัล ฮับ ได้แก่ ๑. Basic Service Hub การบริการสาธารณสุขพื้นฐาน ทั้งเรื่องความงาม และสปา ที่สามารถต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพได้ ๒. Professional Service Hub การบริการขั้นสูงในด้านการแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชน ๓. Academic Hub การเป็นศูนย์กลางทางด้านวิชาการและงานวิจัย และ ๔. การพัฒนาด้านยา สมุนไพร อาหารสุขภาพ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การส่งออก นำรายได้เข้าประเทศ และลดการนำเข้ายาได้
ล่าสุด ได้มีการขยายเวลาให้ชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามารับบริการด้านสุขภาพในไทย พร้อมด้วยผู้ติดตามรวมไม่เกิน ๔ คน พักอยู่ในไทยได้นานขึ้นจาก ๓๐ วัน เป็น ๙๐ วัน มีผลตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ที่ผ่านมา นำร่องกับประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ หรือ GCC ๖ ประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้าน น.พ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เผย ปีที่ผ่านมีชาวต่างชาติเดินทางมารักษาพยาบาลในไทยกว่า ๒ ล้านครั้ง เป็นนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาลโดยตรงถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นำรายได้เข้าประเทศ ๑.๒๑ แสนล้านบาท โดยบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ตรวจสุขภาพ ศัลยกรรมความงาม แปลงเพศ ทันตกรรม ศัลยกรรม กระดูก และผ่าตัดหัวใจ

๘. สสปน.ชงของบ ๑.๖ พัน ล. ดึงไมซ์ปี ๕๗ พุ่ง ๙.๗ แสนคน ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

บอร์ด สสปน. มีมติเห็นชอบกรอบการของบประมาณประจำปี ๒๕๕๖ ของ สสปน. ซึ่งเตรียมยื่นเสนอต่อสำนักงบประมาณ ของบประมาณ ๑.๖ พันล้านบาท เพื่อกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจไมซ์ใน ปีหน้าเพิ่มขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้งเป้าดึงนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ๙.๗ แสนคน สร้างรายได้ ๙.๘ หมื่นล้านบาท รวมทั้งจะปรับเพิ่มเป้าหมายในปีนี้ หลังพบธุรกิจขยายตัวเกินเป้าเดิมที่ตั้งไว้

๙. รัสเซียจี้คดีถูกลอยแพ เดลินิวส์ (หน้า ๑๐)

คอลัมน์ข่าวสั้นก่อนขึ้นแท่นทั่วไทย : กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ๑๔ คน ได้เข้าร้องทุกข์กับ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ให้ช่วยติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับบริษัทหลอกซื้อตั๋วโปรแกรมทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในไทย แต่กลับปล่อยลอยแพไม่พาไปเที่ยวตามสัญญา ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เบื้องต้น ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งให้เจ้าของคดี สอบปากคำผู้เสียหายและพยานอย่างละเอียด พร้อมทั้งออกหมายเรียกเจ้าของบริษัทมาพบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

๑๐. ใช้ จยย.บอมบ์ถล่มบาดเจ็บ ๓ ตรงข้ามกรม ทพ.๔๕ ระเบิดตู้โทรศัพท์ที่ยะลาไร้เจ็บ ปัตตานีไล่ยิงหญิงชายร่อแร่ ๒ แฉปืนมะรอโซฆ่ามาแล้ว ๒๕ ศพ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๑. วางบึ้มเซเว่นนราฯ ลวง จนท. ตรวจตูมซ้ำ ๒ อาสา – ๓ ขวบรับเคราะห์ ป่วนปัตตานี ๑๔ จุด – อส. เจ็บ ๗ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

โจรใต้ยังคงก่อเหตุรุนแรงรายวัน รายแรกที่จังหวัดนราธิวาส ได้ซุกระเบิดหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ตรงข้ามกรมทหารพรานที่ ๔๕ ตำบลตันหยงมัส ล่อให้ตำรวจไปตรวจสอบ ก่อนจะจุดระเบิดอีกลูกที่ประกอบไว้ในรถจักรยานยนต์ เป็นจักรยานยนต์บอมบ์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๓ คน ในจำนวนนี้มีเด็กชายวัย ๓ ขวบรับเคราะห์ด้วย
ส่วนรายที่ ๒ ซุกระเบิดตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้าที่ทำการไปรษณีย์ริมถนนสาย ๔๑๐ (ยะลา – บันนังสตา) หวังป่วนเมืองยะลา ทำให้ตู้โทรศัพท์เสียหาย และอีกรายประกบยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส ๒ คนที่ปัตตานี นอกจากนี้ยังพบว่ามี ๒ คนร้ายพยายามเข้ามาก่อเหตุวางระเบิดในงานสมโภช เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แต่เจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัดถึง ๒ ชั้น คนร้ายจึงไม่กล้าเข้ามา และได้นำระเบิดไปโยนทิ้งในถังขยะจนเกิดระเบิด แต่ไม่รุนแรง เพราะเป็นระเบิดขนาดเล็ก ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่โฆษก กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า เผยผลตรวจสอบปืนอาก้า ของ “มะรอโซ จันทรวดี” แกนนำโจรใต้ที่ถูกวิสามัญฯ พร้อมพวกรวม ๑๖ ศพ ขณะบุกโจมตีฐานทหาร ระบุใช้ก่อเหตุมาแล้ว ๓๕ คดี มีผู้เสียชีวิตถึง ๒๕ คน

*************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. ‘พัทยา’ ชูศักยภาพด้านท่องเที่ยว เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มเพิ่มรายได้  สยามรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์สกู๊ปพิเศษ นำเสนอแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา โดยจะมุ่งเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เน้นเจาะตลาดใหม่ๆ ด้วยการหารือกับผู้ประกอบการ หวังสร้างรายได้เพิ่ม และเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ล่าสุด ได้ส่งเสริมให้มีการจัดงานเอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น (เอจีทีซี) ระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จัดโดยสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวด้านกอล์ฟนานาชาติ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวกอล์ฟ และประชุม – สัมมนากอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
ด้าน ททท. เตรียมต่อยอดงานดังกล่าว ด้วยการนำสื่อมวลชนและผู้ประกอบการ ๑๘๐ ราย ไปร่วมกิจกรรมอื่นๆ นอกจากนี้ ยังต่อยอดการโฆษณาประชาสัมพันธ์กลุ่มกอล์ฟในงานไทยแลนด์ ทราเวิล มาร์ท พลัส ๒๐๑๓ ระหว่างวันที่ ๕ – ๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ ด้วยการเตรียมเชิญผู้ซื้อและผู้ขายกลุ่มกอล์ฟมาเจรจาซื้อขายแพ็กเกจทัวร์ร่วมกัน
ส่วนนายกสมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก อยากให้ภาครัฐเร่งโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทยเกี่ยวกับมาตรฐานสนามกอล์ฟกว่า ๒๐๐ แห่งทั่วประเทศ เพราะปัจจุบันรัฐบาลอินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย เริ่มทุ่มงบประมาณการโฆษณาประชาสัมพันธ์แข่งกับไทย หากรัฐบาลไม่มีนโยบายส่งเสริมที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวอาจเปลี่ยนเส้นทางการใช้สนามกอล์ฟ ไปใช้ประเทศเพื่อนบ้านแทน

๒. ไปเล่นกอล์ฟแอลพีจีเอ ไทยรัฐ (หน้า ๕)

คอลัมน์หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ เล่าถึงการไปร่วมเล่นกอล์ฟกับโปรที่เข้าร่วมการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ๒๐๑๓ โดยมีโปรสาวที่ทำเงินรางวัลสูงสุด ๖๐ อันดับแรกของโลก มาร่วมแข่งขัน เพื่อชิงเงินรางวัล ๑.๕ ล้านเหรียญ หรือประมาณ ๔๕ ล้านบาท จัดโดย ช่อง ๗ ร่วมกับ ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)
พร้อมชี้ การได้นักกอล์ฟที่ทำเงินสูงสุด ๖๐ อันดับแรกของโลกมาแข่งขันในไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากรายการแข่งขันไม่ใหญ่จริง นักกอล์ฟบางคนอาจไม่มา อีกทั้งการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ระดับโลกอย่างฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ๒๐๑๓ ไม่เพียงทำให้เม็ดเงินสะพัดในไทยเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และโฆษณาประเทศไทยไปทั่วโลก ผ่านการถ่ายทอดสดและการติดตามทำข่าวนักกอล์ฟในเมืองไทยจากสื่อทั่วโลก
สุดท้ายผู้เขียนมองว่า การใช้ “กีฬา” เป็นเครื่องมือส่งเสริมการท่องเที่ยวและโฆษณาประเทศไทย ดีและได้ผลกว่าคอนเสิร์ตมาก พร้อมกับหวังว่ารัฐบาลจะมองเห็น และให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง แล้วไทยจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

๓. เอ็ม ๗๙ ถล่มโรงพัก ๓ ลูก – ตร.กะพ้อเจ็บ ๖ บึ้ม รปภ. ครูสาหัส ๒ ยึดรถทำคาร์บอมบ์ คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๔. เอ็ม ๗๙ ถล่มโรงพัก บึ้ม ! ปัตตานี ๓ จุดซ้อนทหาร – ตร.เจ็บ ๘ ล็อก ๕ ต้องสงสัย / คุมเข้มคาร์บอมบ์ใต้ สยามรัฐ (หน้า ๑)

สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ก่อเหตุระเบิดป่วนเมือง ๓ ลูกซ้อนในจังหวัดปัตตานี โดยจุดแรกที่หน้าสถานีอนามัยอำเภอกะพ้อ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จุดที่ ๒ ที่โรงเรียนบ้านเกาะตา อำเภอโคกโพธิ์ ทหารชุด รปภ.ครูได้รับบาดเจ็บสาหัส ๒ ราย และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ ๕ คน และในช่วงค่ำได้ซุ่มยิงระเบิดเอ็ม ๗๙ ใส่โรงพักกะพ้อ ทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ๖ นาย
ด้านหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้ตรวจยึดรถยนต์ได้ ๑ คัน คาดเตรียมไว้คาร์บอมบ์ ขณะที่หน่วยความมั่นคงเตือน ระวังคาร์บอมบ์ ๗ คันป่วน ส่วน จชต. สั่งจับตาพิเศษอีซูซุดีแมคซ์ และหญิงมุสลิมขับรถตบตาด่านตรวจ และที่อำเภอหาดใหญ่ รปภ. พื้นที่เฝ้าระวังเข้มข้นหลังรับแจ้งเตือนอันตราย

๕. กฟผ. เผย ๔ จุดเสี่ยงไฟตก – ดับ ‘เปิดแผน’ รองรับมือ ประสาน ‘กฟผ.’ สลับวงจร เอกชนขานรับหยุด ๕ เม.ย. เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๖. กฟภ.ผุด ๔ แผนรับมือ ๕ เม.ย. ดับไฟนอกเมือง สลับ ๒ ชม. – รักษาเขต ศก. คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

คนกรุงเทพฯ ลุ้น วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖ จะมีไฟดับและไฟตกในหลายพื้นที่ โดยการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต (กฟผ.) เปิดเผย ๔ จุดเสี่ยง ได้แก่ ดินแดง รัชดาภิเษก ลาดพร้าว และบางกะปิ ได้รับผลกระทบ แต่เชื่อว่าดับและตกไม่นาน พร้อมเตรียมประสานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สลับสายไฟไว้แล้ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อย่านธุรกิจ และขอใช้ไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งจัดประชุมทำแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เตรียมแผนรองรับภาวะขาดแคลนไฟฟ้า ๔ มาตรการคือ ๑. รณรงค์ให้ภาคอุตสาหกรรมหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๙.๐๐ น. ๒. รณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้า ด้วยการเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ และปิดไฟที่มีความจำเป็นน้อย ๓. เตรียมรถผลิตไฟฟ้าเคลื่อนที่ขนาดกำลังผลิตตั้งแต่ ๒๐๐ กิโลวัตต์ ถึง ๑ พันเมกะวัตต์ ประมาณ ๕๐ คัน ไปประจำในสถานที่สำคัญๆ อาทิ โรงพยาบาล โรงพัก และย่านธุรกิจสำคัญ และ ๔. แผนการรองรับหากจำเป็นต้องดับไฟ
ขณะที่ภาคเอกชนขานรับนโยบายหยุดงานวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖ เชื่อจะไม่มีผลกระทบต่อยอดผลิต และยอดขาย ส่วนธุรกิจท่องเที่ยว ขอความชัดเจนเรื่องแผนรับมือของรัฐบาล หวั่นนักท่องเที่ยวหนีไปเที่ยวที่อื่น ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เชื่อว่า ช่วงไฟฟ้าดับจะไม่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว เพราะประชาชนส่วนใหญ่จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดอยู่แล้ว และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็ยังคงท่องเที่ยวได้ เพราะไฟฟ้าจะดับเพียงบางพื้นที่เท่านั้น ส่วนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม คาดจะมีผลกระทบในโซนภาคกลางและภาคใต้ แต่ได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานเมืองสวย น้ำใส ไร้มลพิษ เพียงกิน อยู่ รู้คิด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากร-ธรรมชาติฯ เพื่อกระตุ้นให้คนลดการใช้พลังงาน พร้อมนั่งรถตุ๊กตุ๊กโชว์ และเดินหน้านโยบายถอดสูท - ใส่ผ้าไทยทำงาน

***************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

22/2/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. ๓ ชายหาดไทยติดอันดับโลก เดลินิวส์ (หน้า ๖)

รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ทริปแอดไวเซอร์ ได้เปิดเผยรายชื่อชายหาดที่ได้รับรางวัล ๒๐๑๓ Travellers’ Choice Beaches Awards พบว่า ๓ ชายหาดของไทยติดอันดับ ๑๐ ชายหาดที่สวยที่สุดในโลก ประกอบด้วย หาดไร่เลย์ หาดพระนาง จังหวัดกระบี่ และหาดในหาญ อำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต ขณะที่หาดที่สวยที่สุดในเอเชียจากการโหวตของนักท่องเที่ยวคือ หาดไวต์บีช เกาะโบราเคย์ วิซายา ประเทศฟิลิปปินส์
ด้านนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เผย สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับชายหาดในไทยคือ ไม่มีที่ไหนเหมือน ไม่ว่าจะชื่นชอบการเล่นกีฬาแบบตื่นเต้นผาดโผน หรือชอบการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก บริเวณชายหาด ประเทศไทยจะมีภูมิทัศน์และมีบางสิ่งที่สามารถสร้างความน่าสนใจให้ได้เสมอ นอกจากนี้ ไทยยังมีชายหาดที่สวยงามอีกมาก อาทิ หาดกะตะ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต, หาดละไม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น
และก่อนหน้านี้ได้มีการประเมินทิศทางการท่องเที่ยวไทยใน ๒๕๕๖ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยราว ๒๔.๕ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากปี ๒๕๕๕ สร้างรายได้เข้าประเทศ ๑.๐๖ ล้านล้านบาท

๒. ใครจะชนะ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

คอลัมน์หยิกหยอกล้อ กล่าวถึงการรับสมัครผู้ว่าการ ททท. ที่ล่าสุดปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเพียง ๒ ท่าน ที่เข้าสู่กระบวนการสรรหา ได้แก่ นายธวัชชัย อรัญญิก ซึ่งมีข่าวลือว่ามีแบ็กอัพดีจากผู้กุมบังเหียนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางจุฑาพร เริงรณอาษา ที่เปลี่ยนใจลงสมัคร พร้อมเขียนวิชั่น ๕ หน้าส่ง การสรรหาครั้งนี้จึงเรียกว่ามันส์หยด และถึงจะมีแค่ ๒ คน แต่คณะกรรมการสรรหายืนยันไม่ยืดเวลารอใครมาสมัครเพิ่มแน่นอน

๓. ‘พัทยา’ จัด ‘เอเชียกอล์ฟทัวริสซึ่มฯ’ โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๙.๒)

คอลัมน์ Sport Focus โดย ช.อ้น นำเสนอรายละเอียดงานเอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น ๒๐๑๓ ระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เมืองพัทยา จัดโดยเมืองพัทยา ร่วมกับ อบจ.ชลบุรี

๔. เอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น ๒๐๑๓ เดลินิวส์ (หน้า ๑๘)

๕. จัดกอล์ฟ ไทยโพสต์ (หน้า ๑๑)

ภาพข่าว : นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา แถลงข่าวการจัดงานเอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น ๒๐๑๓ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันกอล์ฟและการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เมืองพัทยา

๖. ททท. ชูสเปน – เบลเยียม ไทยรัฐ (หน้า ๘)

นายมานิตย์ บุญฉิม ผอ.ภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง ททท. คาดว่าในปี ๒๕๕๖ จะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวสเปนและเบลเยียมมาไทยได้ ๑๐ – ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น ๑๒๕,๐๐๐ คน และ ๑๔๐,๐๐๐ คนตามลำดับ สวนกระแสวิกฤติเศรษฐกิจของยุโรปที่ยังทรงตัวและปรับตัวบ้างเล็กน้อย ขณะที่ปี ๒๕๕๕ มีนักท่องเที่ยวสเปน ๑๑๓,๒๗๐ คน เพิ่มขึ้น ๑๘.๗๕ เปอร์เซ็นต์ และเบลเยียม ๙๔,๕๔๙ คน เพิ่มขึ้น ๑๔.๔๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นผลจากที่ ททท. ได้หารือกับผู้บริหารบริษัทนำเที่ยว และสายการบินเครือข่ายพันธมิตร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน และวางแผนการจัดกิจกรรมเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวหลายโครงการ
โดยเฉพาะการเข้าร่วมจัดงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวนานาชาติ ๒ งานคือ งาน FITUR ๒๐๑๓ ที่กรุงมาดริด สเปน ระหว่างวันที่ ๓๐ มกราคม – ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ และงาน Holiday Fair ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ระหว่างวันที่ ๒ – ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โดยเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจน้อย ได้แก่ กลุ่มฮันนีมูน กลุ่มคู่รัก กลุ่มนักธุรกิจ และใช้ประโยชน์จากปัจจัยสนับสนุนในการเพิ่มเที่ยวบินของสายการบินไทย และสายการบินตะวันออกกลาง

๗. ระวังการให้ข่าว / เร่งแก้ปัญหา นทท.จีน ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย กระสุนทอง สะกิดรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ให้เปิดปากช้าๆ กับเรื่องเปราะบางว่าด้วยการข่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบ โดยเฉพาะกับด้านการท่องเที่ยว โดยขอให้กรณีข่าวอัลเคดาจะก่อการร้ายสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ที่เชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นบทเรียนสุดท้าย
พร้อมกล่าวถึงบทบาทของสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย - จีน ของนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการปิดทองหลังพระก็ไม่ผิด เพราะการเชื่อมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม รวมถึงการจับคู่เมืองพี่เมืองน้อง เห็นผลเป็นรูปธรรมขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ทำให้มีเม็ดเงินกระจายถึงประชาชนพื้นที่ต่างๆ ยกตัวอย่างการจับคู่กับจีน อาทิ เชียงใหม่ - ชิงเต่า, สุโขทัย - ส่านซี, อยุธยา - หัวเทียนเว้, สุพรรณบุรี - ฉางชุน และอีกหลายเมือง เป็นต้น
ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวจีน ทุกวันนี้มีกำลังซื้อสูงมาก และเดินทางมาเที่ยวไทยจำนวนมาก จนประสบปัญหาขาดแคลนไกด์คนไทยพูดภาษาจีน ภาคการท่องเที่ยวอยากให้ ททท. ของผู้ว่าการสุรพล เศวตเศรนี เร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยด่วน

๘. หวั่นต่างชาติยึดท่องเที่ยว แนะกระทรวงตั้งสำนักงานเอสเอ็มอี ผนึกกำลังขยายตลาดอาเซียน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๓)

นายกฤตย์ พัตรปาล กก.ผจก.บจก.พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ แนะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควรตั้งสำนักงานเอสเอ็มอีด้านการท่องเที่ยว เพื่อทำหน้าที่ดูแลธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต สปา และบริษัททัวร์ ให้ดำเนินการลงทุนอย่างถูกต้อง และสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เออีซี
ชี้ ปัจจุบันการลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีหน่วยงานที่ดูแลหลายแห่ง ทั้งกระทรวง มหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหาแต่ละครั้ง การแก้ไขปัญหาจะถูกเกี่ยวพันโทษกันไปมา จึงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องวางระบบใหม่ ก่อนที่กิจการท่องเที่ยวจะถูกต่างชาติไล่ซื้อเหมือนที่ลาว ซึ่งจะทำให้รายได้ทางการท่องเที่ยว ไม่หมุนเวียนภายในประเทศอย่างแท้จริง
ส่วนกลยุทธ์การปรับตัวรับการเปิดเออีซี บริษัทฯ เตรียมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ
สสปน. เจรจากับองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวใน ๑๐ ประเทศอาเซียน จัดงานไทยเที่ยวไทย ผนึกอาเซียนกลางปี ๒๕๕๗ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เพื่อจัดเป็นงานแสดงสินค้าด้านการท่องเที่ยวของอาเซียน รวมทั้งเตรียมจัดการซื้อขายสินค้าการท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ โดยบูธที่ร่วมออกงานไทยเที่ยวไทย สามารถขายแพ็กเกจทัวร์ผ่านแอพพลิเคชั่นไทยเที่ยวไทยได้ เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด ที่ไม่สามารถมาร่วมงานแฟร์ได้
พร้อมแนะ ไทยต้องเร่งเสริมจุดแข็ง เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฮับในอาเซียน โดยรูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. ต้องเปิดใจกว้างที่จะผลักดันให้คนไทยเดินทางออกต่างประเทศ เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวร่วมกัน

๙. ห้องพักริมทะเลเปิดศึกหน้าร้อนดุ ดัมพ์ราคาถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ให้พักไม้เว้นวันหยุด ทัวร์หน้าใหม่ร่วมคึก  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

๑๐. ห้องพักริมทะเลดุรับร้อน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑)

ผลสำรวจงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๒๗ ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบว่าบรรยากาศงานวันแรกคึกคัก มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก และผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธ ต่างจัดโปรโมชั่นเพื่อชิงลูกค้า โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล โดยจะเน้นโปรโมชั่นในช่วงหน้าร้อน เดือนมีนาคม – เมษายน และช่วงปิดภาคการศึกษา รวมถึงมีโรงแรมและ รีสอต์ใหม่ ในพื้นที่ท่องเที่ยวรอง อาทิ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มาร่วมออกบูธมากเป็นพิเศษ เสนอโปรโมชั่นทั้งให้ส่วนลด ๑๐ – ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือให้ใช้ได้โดยไม่ยกเว้นวันศุกร์ เสาร์ หรือวันนักขัตฤกษ์ เป็นต้น ผู้จัดงานตั้งเป้าจะมีผู้มาชมงานกว่า ๔ แสนคน มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ ล้านบาท

๑๑. ดันไทยเป็นศูนย์กลาง ‘เมืองศัลยกรรม’ อาเซียน  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๕)

๑๒. ชูไทยเมืองหลวงศัลยกรรมความงาม / วอน รบ. หนุนแพคเกจทัวร์ทั้งระบบ มติชนรายวัน (หน้า ๑๐)
แพทยสภา แถลงข่าว “ชูประเทศไทย เมืองหลวงศัลยกรรมความงาม” โดยมีแผนจะผลักดันไทย เป็นศูนย์กลางเมืองศัลยกรรมอาเซียน ตามรอยเกาหลี หลังมีการคาดการณ์ว่า หลังการเปิดเออีซีในปี ๒๕๕๘ จะทำให้ตลาดความงามภายในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจุบันธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงามทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกระแสความนิยมการทำศัลยกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยจะสนับสนุนให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติรู้ถึงความพร้อม และศักยภาพของแพทย์ไทย รวมทั้งเสนอเป็นการท่องเที่ยวเชิงความงามแบบเหมาเป็นแพ็กเกจ เชื่อหากรัฐบาลไทยสามารถดำเนินการได้ จะมีเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าประเทศ ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ และเสริมความงามเฉลี่ยปีละกว่า ๒ แสนล้านบาท
พร้อมเผย ที่ผ่านมามีปัญหาคือ ภาครัฐขาดการสนับสนุน ไม่ผลักดันเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม ทั้งๆ ที่เรามีความพร้อม พร้อมเตือนคนไทยที่คิดจะเดินทางไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี ให้คำนึงถึงผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย โดยปัจจุบันมีธุรกิจนำทัวร์ทำศัลยกรรมที่เกาหลี ซึ่งหากผลลัพธ์ไม่ดี ธุรกิจนั้นๆ อาจไม่รับผิดชอบ และทางแพทยสภา ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะเป็นความสมัครใจของผู้ไปทำเอง
นอกจากนี้ ยังพบว่า มีคลินิกความงามหลายแห่ง ผันตัวเองเป็นตัวแทนโรงพยาบาลเกาหลี เพื่อส่งลูกค้าไปทำศัลยกรรม หรือนำแพทย์เกาหลีเข้ามาสอนแพทย์ไทย และนำแพทย์เกาหลีมาผ่าตัดศัลยกรรมในไทย ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และไม่น่าเชื่อมั่นถึงประสิทธิภาพการทำด้วย

๑๓. JAL แชมป์สายการบิน ‘ตรงเวลา’ ของโลก ส่วน ‘การบินไทย’ ไม่มีชื่อกระทั่งท็อป ๒๐ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๓)

องค์กรด้านสถิติการบินระหว่างประเทศ เผยผลสำรวจล่าสุดที่ระบุว่า สายการบินเจแปน แอร์ไลน์ (JAL) ของญี่ปุ่น ครองตำแหน่งสายการบินที่ “ตรงเวลา” มากที่สุดในโลก ส่วน “การบินไทย” ไม่มีรายชื่อติดโผด้านนี้

๑๔. ร้อง ป.บริษัทขายตั๋วเครื่องบินเบี้ยว ๔.๒ ล้าน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

๑๕. แจ้งจับขายตั๋วตุ๋นทัวร์กิมจิ ๑๖๗ เหยื่อรุมแฉ เบี้ยวคืนเงิน ๔ ล. ข่าวสด (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการทัวร์เกาหลี ได้เข้าร้องเรียนต่อกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับบริษัทจำหน่ายตั๋วเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่ง หลังทำผิดสัญญา โอนเงินให้แต่กลับไม่สามารถพาลูกทัวร์เดินทางไปท่องเที่ยวได้ อีกทั้งยังไม่ยอมจ่ายคืนค่าตั๋วโดยสารมูลค่า ๔.๒ ล้านบาท

๑๖. หยุดผลิต รับวิกฤติไฟฟ้า / ‘พงษ์ศักดิ์’ กล่อมเอกชน ปิดโรงงานบางส่วน ๕ เม.ย. กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมต.พลังงาน เผยภายหลังหารือกับ ส.อ.ท. ถึงแนวทางการรับมือกับภาวะวิกฤติพลังงานไฟฟ้าช่วงระหว่างวันที่ ๕ – ๑๒ เมษายน ๒๕๕๖ โดย ส.อ.ท. จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการลดกำลังผลิตที่ไม่จำเป็น และโรงงานบางส่วนอาจปิดโรงงานในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖ เชื่อจะทำให้มีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจนพ้นขีดอันตราย พร้อมจะนัดสมาชิกทั้ง ๒๔ กลุ่มอีกครั้งว่า จะประหยัดไฟฟ้าได้มากน้อยเท่าใด มั่นใจทั้ง ๘ พันโรงงานพร้อมให้การสนับสนุน และแนะรัฐบาลควรป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไฟฟ้าในอนาคต
๑๗. เชื่อมั่นไทย วูบตามไฟฟ้าดับ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เผย วิกฤตไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นเรื่องแปลก และไม่ควรเกิดขึ้น เพราะไทยได้พัฒนาระบบไฟฟ้านาน การให้ข่าวลักษณะนี้ เป็นการสร้างผลกระทบต่อการลงทุนระหว่างประเทศ เพราะถือเป็นปัญหาสำคัญ เป็นความเสี่ยงของประเทศ และนักลงทุนจะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาว่า เป็นความเสี่ยงต่อการลงทุน
ส่วนภาพรวมของธุรกิจหลังรัฐบาลเตือนเรื่องไฟฟ้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เชื่อว่าจะรับมือได้ และมีการเตรียมเครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองไว้ โดยภาคการท่องเที่ยว นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย เผย บางโรงแรมอาจสำรองน้ำมันมากขึ้น เพื่อให้ปั่นไฟฟ้าได้ ๔ – ๖ ชั่วโมง ส่วน นายปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร ให้ความเห็นว่าธุรกิจท่องเที่ยวไม่กังวล เชื่อว่าย่านกลางใจเมือง ย่านเศรษฐกิจสำคัญ คงไม่ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับ
๑๘. ‘สงขลา - อันดามัน’ ไม่เดือดร้อน มติชนรายวัน (หน้า ๑๓)

นายภูริต มาศวงศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เชื่อว่าจังหวัดอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ จะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไฟฟ้า เพราะใช้พลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าลิกไนต์ จังหวัดกระบี่
นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ – สงขลา เผย ได้เตรียมเครื่องปั่นไฟฟ้าดีเซลสำหรับใช้ในโรงแรม ทำให้ไม่กระทบกับลูกค้าที่มาใช้บริการในโรงแรม
นายภูนัช ธนาเหล่าพานิช นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ เผย หากระหว่างวันที่ ๕ – ๑๔ เมษายน ๒๕๕๖ มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าจริง จะกระทบต่องานสงกรานต์เชียงใหม่ อาจทำให้ลูกค้ายกเลิกการเดินทาง หรือยกเลิกจองห้องพัก ซึ่งโรงแรมอาจใช้เครื่องปั่นไฟสำรอง ทำให้ต้นทุนบริการเพิ่ม และอาจปรับราคาโรงแรมเพิ่ม ๑๐ – ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตามสถานการณ์ความเป็นจริง

๑๙. จับตา ๕ คัน คาร์บอมบ์ป่วนใต้ โผล่มอบตัว ๓ คน จ่อทยอยมาอีก ๒๗ เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๒๐. แจงเอกชนจับตา ๕ คาร์บอมบ์ / ยะลาเข้มสั่งจอดรถยนต์บนเกาะกลางถนน จ่อประกาศ พรบ.ความมั่นคง ๑๙ มี.ค.  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

พ.ต.อ.อดิเรก บือราเฮง ผกก.สภ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เชิญผู้ประกอบการและสถานบันเทิงในอำเภอหาดใหญ่กว่า ๑๐๐ แห่ง เข้าร่วมประชุม เพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบกลุ่มบุคคลและรถต้องสงสัยที่เข้ามาจอดบริเวณสถานบริการทุกแห่งให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ ๕ คัน ที่คาดว่าประกอบเป็นคาร์บอมบ์ และมีการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังล่าสุด
ด้าน พล.ท.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษก กอ.รมน. คาดว่า รัฐบาลจะมีมติพิจารณาเลือกพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในวันที่ ๑๙ มีนาคมนี้ โดยพิจารณาพื้นที่ซึ่งมีสถิติการก่อเหตุรุนแรงน้อย โดยพื้นที่ที่มีปัญหา ๓๗ อำเภอ จะประกาศกฎอัยการศึก ๓๓ อำเภอ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ๓๒ อำเภอ และ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ๕ อำเภอ ส่วนมาตรการสมัครใจมอบตัวตามมาตรา ๑ ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ล่าสุดมีผู้เข้ามามอบตัว ๓ คน และยังมีอีก ๒๗ คนที่อยู่ที่มาเลเซียเตรียมเข้ามอบตัว เนื่องจากมั่นใจในนโยบายของรัฐบาล

๒๑. ธุรกิจบริการทางเพศ โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย นำเสนอบทวิเคราะห์ของเว็บไซต์ฮัฟฟิงตันโพสต์ ในสหรัฐอเมริกา ที่ตีแผ่เรื่องธุรกิจใต้ดิน การค้าบริการทางเพศในไทยต่อ โดยระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ไทยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าประเวณีของโลก พร้อมได้อ้างเคน ฟรานซ์โบล เจ้าหน้าที่ประจำอีควอลิตี นาว ซึ่งระบุว่า พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวของไทยที่มีชื่อเสียงเรื่องการท่องเที่ยวแบบเซ็กซ์ทัวร์ ที่ในแต่ละปีมีเงินสะพัดหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ และเงินส่วนใหญ่ จะเข้ากระเป๋าเจ้าหน้าที่รัฐของไทยที่คอร์รัปชั่น และเจ้าของกิจการที่มีอำนาจควบคุมหญิงบริการในแต่ละพื้นที่
รวมถึงได้นำเสนอผลงานวิจัยของแมทธิว ฟรีดแมน อดีต ผจก.ภูมิภาคโครงการความร่วมมือสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งระบุว่า ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ธุรกิจการค้ามนุษย์ในเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของไทยทวีความรุนแรงขึ้นคือ ๑. มีเครือข่ายมาเฟียต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย เข้ามาคุมธุรกิจค้าประเวณีในพัทยามากขึ้น ๒. ค่านิยมของคนสังคมที่มักมองว่าการขายบริการทางเพศเป็นสิ่งที่รับได้ และ ๓. อัตราการซื้อขายบริการทางเพศในพัทยา เฉลี่ยอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำมาก คือราว ๘ เหรียญสหรัฐ หรือ ๒๔๐ บาทต่อครั้ง ซึ่งนับเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เน้น เซ็กซ์ทัวร์แห่เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เป็นต้น

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdov@tat.or.or.th












21/2/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. ๓ ชายหาดไทยติดอันดับ ๑๐ หาดสวยสุดในเอเชีย  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

ทริปแอดไวเซอร์ เผยรายชื่อชายหาดที่ได้รับรางวัล ๒๐๑๓ Travellers’ Choice Beaches Awards พบว่า ๓ ชายหาดของไทยติดอันดับ ๑๐ ชายหาดที่สวยที่สุดในโลก ประกอบด้วย หาดไร่เลย์ หาดพระนาง จังหวัดกระบี่ และหาดในหาญ อำเภอกะรน จังหวัดภูเก็ต ขณะที่หาดที่สวยที่สุดในเอเชียจากการโหวตของนักท่องเที่ยวคือ หาดไวต์บีช เกาะโบราเคย์ วิชายา ประเทศฟิลิปปินส์
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เผย สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับชายหาดในไทยคือ ไม่มีที่ไหนเหมือน นอกจากนี้ ไทยยังมีชายหาดที่สวยงามอีกมาก อาทิ หาดกะตะ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต, หาดละไม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น

๒. ททท. ลุยออนไลน์ ‘เวดดิ้ง – เมดิคัล’ กระตุ้น ๒ ล้านล้าน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๓. ททท. รุกสื่อออนไลน์ จับคู่รักท่องเที่ยวไทย มติชนรายวัน (หน้า ๑๗)

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผอ.กลุ่มสารสนเทศการตลาด ททท. เผย ททท. เตรียมเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมตลาดออนไลน์ ประจำปี ๒๕๕๖ โดยเน้น ๒ กลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มคู่แต่งงานและฮันนีมูน และกลุ่มเมดิคัลทัวร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นรายได้นักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายรายได้ ๒ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๕๘
โดยกลุ่มตลาดคู่รักและฮันนีมูน จะมุ่งสร้างการรับรู้ว่าเป็นจุดหมายที่ดีที่สุด ๓ เรื่องคือ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าบอกรักมากที่สุด สถานที่ที่เหมาะกับการจัดงานแต่งงานมากที่สุด และสถานที่ที่เหมาะกับการฮันนีมูนหรือฉลองครบรอบแต่งงานมากที่สุด ผ่านเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ
ส่วนตลาดเมดิคัลทัวร์ จะต่อยอดเว็บไซต์ www.thailandmedtourism.com เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาค้นหา ติดต่อบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน พร้อมจะร่วมมือกับบริษัททัวร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ รวมถึงกลุ่มโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลจัดทัวร์เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเสนอขายกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะได้ อาทิ ตะวันออกกลาง จีน ออสเตรเลีย และอเมริกา เป็นต้น
และเตรียมเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ “ไทยแลนด์ ซูเปอร์ควอลิตี้” รวบรวมสินค้าและบริการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของไทยไว้ในแหล่งเดียว เพื่อยกระดับการสร้างการรับรู้แบรนด์ท่องเที่ยวไทยให้สูงขึ้น คาดว่าจะเปิดตัวทำตลาดในทุกประเทศได้ระหว่างงานเทรดโชว์ใหญ่ประจำปี ไอทีบี เบอร์ลิน ๒๐๑๓ ในเดือนมีนาคมนี้

๔. วางยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวใหม่ ไทยรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์คาบลูกคาบดอก โดย หมัดเหล็ก กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมงาน BIT ๒๐๑๓ ที่กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ของ ททท. นำโดยนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ, นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด และนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา เพื่อสำรวจตลาดและวางเป้าหมายที่จะดึงนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาเที่ยวไทยโดยตรง โดยได้รับความร่วมมือจาก จิตติมา สุขผลิน ผอ.ททท.สนง.กรุงโรม ตั้งเป้าปีนี้จะดึงนักท่องเที่ยวอิตาลีเข้ามาเที่ยวไทยไม่น้อยกว่า ๕ แสนคน และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า ๒๔.๕ ล้านคน มีรายได้ที่ประมาณ ๑.๑ ล้านบาท
พร้อมชี้ สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวยุโรปได้ดีที่สุดก็คือ ศิลปวัฒนธรรมไทย อาหาร การบริการ นวด สปา กอล์ฟ โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจากอิตาลีเดินทางเข้าไทยกว่า ๑.๙ แสนคน ขยายตัว ๘.๖ เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีแม้จะมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ อีกทั้งการบินไทยได้เปิดบินตรงกรุงเทพฯ - มิลาน สัปดาห์ละ ๓ เที่ยว และกรุงเทพฯ – โรม สัปดาห์ละ ๔ เที่ยวเป็นการยืนยันความต้องการของนักท่องเที่ยวจากยุโรป ที่ต้องการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี
และปีนี้ถือเป็นปีทองของการท่องเที่ยวไทย ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเท่านั้น นักท่องเที่ยว ในประเทศก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น ล่าสุด นายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ร่วมกับ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำการสำรวจพบว่า คนไทยยังเลือกที่จะเที่ยวเมืองไทยถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเห็นว่าไทยน่าท่องเที่ยวมากที่สุด
ดังนั้น รัฐบาลควรจะเริ่มลงทุนกับการท่องเที่ยว ที่เราได้เปรียบเรื่องของคุณภาพที่ดีกว่า ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า วางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรม หารายได้เข้าประเทศ ชดเชยกับที่ต้องใช้งบประมาณจากการกู้ยืมจำนวนมหาศาล แรงเสียดทานจากจำนวนหนี้สาธารณะ หากยังไม่รีบหาทางเยียวยาจากรายได้การท่องเที่ยวมาเสริม ระวังจะตกที่นั่งเดียวกับประเทศในยุโรป

๕. “น้ำขึ้นให้รีบตัก” รักนักเที่ยว ๑๐ ล. ไทยรัฐ (หน้า ๖)

คอลัมน์กล้าได้กล้าเสีย โดย สายล่อฟ้า กล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเกิดปัญหาในการส่งออก และวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยการท่องเที่ยวถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยจากภาคประชาชนจำนวนมาก พร้อมกับเชื่อว่าหากการเมืองนิ่ง การท่องเที่ยวจะเป็นตัวชูโรงที่สร้างรายได้อย่างมหาศาลมากขึ้นไปเรื่อยๆ
ระบุ ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทย ๔.๖ ล้านคน คือสิ่งที่เป็นจริง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มีจำนวนมากหลายล้านคน ซึ่งถือเป็น “ตัวหลัก” และเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงจริงๆ แม้นักท่องเที่ยวจีนจะมีหลายระดับ ทั้งมาในรูปแบบทัวร์ รูปแบบเช่าเหมาลำ แต่ทุกคนพร้อมที่จะควักกระเป๋าซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า หากรัฐบาลไทยสามารถบริหารจัดการในเรื่องการท่องเที่ยวให้ดี ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่อปีอาจจะสูงถึง ๑๐ ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่พร้อมจะเดินทางมาเที่ยวไทย เพียงแต่ไทยยังไม่พร้อมที่จะรองรับได้เท่านั้นเอง ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือขาดแคลนไกด์ และรถบัสที่จะพานักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะไกด์ที่พูดภาษาจีนได้ โดยต้องทำโครงการระยะสั้น เพื่อเรียนภาษาจีนแล้วไปทำหน้าที่ไกด์ หรือการแก้ไขระเบียบว่าด้วยการนำไกด์จากต่างประเทศ เข้ามาแก้ปัญหาระยะสั้น เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยกลายเป็น “ขุมทอง” ที่แท้จริง

๖. จับตาผู้บริหาร ๒ องค์กร กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ BUZZINESS โดย @ktmkt กล่าวถึงการสรรหาผู้บริหารของ ๒ องค์กรคือ ทีพีซี และ ททท. โดยในส่วนของทีพีซี น.ส.อรุณพร ลิ่มสกุล ประธานคณะกรรมการสรรหา เผย หลังจากปิด รับสมัครรอบ ๒ แล้ว มีผู้สมัครทั้งหมด ๔ ท่าน และหากไม่มีอะไรผิดพลาดจะเรียกสัมภาษณ์ได้ทันที งานนี้ย้ำชัด ไร้แววผู้สมัครหน้าเก่า แต่จะมีคนจากเอไอเอสติดโผหรือไม่ น.ส.อรุณพร ปฎิเสธว่า ไม่ทราบจริงๆ
ส่วน ททท. ซึ่งได้ปิดรับสมัครแล้วเช่นกัน พบว่ามี ๒ ผู้สมัครคือ นางจุฑาพร เริงรณอาษา และนายธวัชชัย อรัญญิก คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า งานนี้ใครจะมาวิน

๗. “พีเค” ผุดงานอีเว้นต์ครั้งใหญ่ประจำปี ไทยเที่ยวไทยรับฤดูร้อน ไทยรัฐ (หน้า ๙)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดงานมหกรรมไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ ๒๗ จัดโดย บจก.พีเค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “รวมสุดยอดผู้นำเที่ยวแห่งปี” โดยมีผู้นำด้านการท่องเที่ยวทุกประเภทกว่า ๑.๓ พันราย มา โปรโมตแพ็กเกจต้อนรับช่วงฤดูร้อน และลดราคาสูงสุดถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คาดจะมีผู้เข้าร่วมงาน ๔ แสนคน มีเงินสะพัดกว่า ๔๐๐ ล้านบาท

๘. ชูน่าน – สุพรรณฯ ดึงนักท่องเที่ยวภูมิภาค โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

อพท. เตรียมของบประมาณประจำปี ๒๕๕๗ จำนวน ๔๖๗ ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๒ แห่งคือ เมืองเก่า จังหวัดน่าน และเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานท่องเที่ยวแห่งใหม่ รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่มอาเซียน ที่กำลังเป็นตลาดที่เติบโตสูงมากในช่วงที่ผ่านมา

๙. ‘ลั่วหยาง’ ยึดไทยโมเดลบริหารการท่องเที่ยว  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๕)

๑๐. ‘ลั่วหยาง’ ยกคณะเยือนไทย ดูลู่ทางธุรกิจ – เรียนรู้ท่องเที่ยว คม ชัด ลึก (หน้า ๓)

นายหวัง ลี่ หลิน รองผู้ว่าเมืองลั่วหยาง และ ผอ.เมืองใหม่ ลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนานของจีน และคณะ ได้เดินทางมาเยือนไทย พร้อมเผย สนใจรูแบบการท่องเที่ยวและวิธีบริหารจัดการเมืองเก่า ชี้ ไทย – ลั่วหยาง มีความคล้ายคลึงกันด้านวัฒนธรรมหลายด้าน พร้อมหวังสานความร่วมมืองานด้านศาสนาในอนาคต ล่าสุด ทางกลุ่มซีพี ได้เข้าลงทุนในลั่วหยางแล้วหลายโครงการ

๑๑. รวบแล้วขยี้แหม่ม ลูกจ้างร้านขายยาง เมาหื่นข่มขืน ๒ รอบ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๒. ความจริงกระจ่าง มีข่มขืนแหม่มจริง เดลินิวส์ (หน้า ๑)

๑๓. จับหนุ่มนครฯ ข่มขืนแหม่ม รับทำไม่สำเร็จ อ้างเหยื่อสมยอม คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๑๔. จนมุมแล้วขยี้แหม่มที่นครศรีฯ ข่าวสด (หน้า ๑๑)

ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวสกอตแลนด์ อ้างว่าถูก ๔ วัยรุ่นไทย ฉุดไปข่มขืนบริเวณระเบียงชั้น ๒ ของอาคารพาณิชย์ด้านข้างห้างสรรพสินค้าโรบินสัน – โอเชี่ยน จังหวัดนครศรีธรรมราช ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว เป็นลูกจ้างร้านขายยางรถยนต์ หลังได้หลักฐานจากภาพถ่ายกล้องวงจรปิด และมีพยานยืนยัน โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าข่มขืนผู้เสียหายจริง โดยลงมือ ๒ ครั้งแต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาขืนใจ พร้อมพาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่ผู้เสียหายไม่ยอมชี้ตัว อ้างจำไม่ได้ พร้อมขึ้นศาลไต่สวนล่วงหน้า ก่อนเดินทางกลับประเทศ

๑๕. แหล่งค้าประเวณีระดับโลก โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย นำเสนอบทวิเคราะห์ตีแผ่ธุรกิจใต้ดินการค้าบริการทางเพศในเอเชีย เพื่อสืบหาที่มาของธุรกิจบริการทางเพศที่นี่ ของเว็บไซต์ฮัฟฟิงตันโพสต์ ในสหรัฐอเมริกา โดยสารวัตรประจำเมืองซัมเมอร์วิลล์ กล่าวไว้ว่า คนส่วนใหญ่ที่เดินทางไกลมาเที่ยวเมืองพัทยา ไม่ได้มาเพราะชายหาดสวย แต่มาเพราะธุรกิจบริการทางเพศที่นี่ และในรายงานยังอ้างคำอธิบายของหัวหน้ามูลนิธิเพื่อสตรีเอเชียในนิวยอร์ค ซึ่งระบุว่า สตรีเอเชียมักจะมีภาพลักษณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผู้ชายพึงพอใจตลอดเวลา
ส่วนเคนเน็ต ฟรานส์ เบลา จากองค์กรสิทธิมนุษยชนฯ ได้เสริมในประเด็นที่น่าสนใจว่า หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าแหล่งค้ากามขนาดใหญ่ในเอเชีย มักเคยเป็นที่ตั้งของฐานทัพเก่าของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงฟิลิปปินส์ และไทย อย่างไรก็ตาม หลังสงครามสิ้นสุดลง กลับกลายเป็นว่านอกจากนายทหารประจำการแล้ว นักท่องเที่ยวทั่วไปเองก็เข้ามาหาแสวงความสุขทางเพศในประเทศเหล่านี้มากกว่าเดิม

๑๖. ฉุดท่องเที่ยวไทยเสียหาย ไทยโพสต์ (หน้า ๖)

คอลัมน์กระจกไร้เงา โดย กัลยา ยืนยง กล่าวถึงข่าวการก่อเหตุร้ายกับนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย ซึ่งล่าสุด เกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวสาวชาวสกอตแลนด์ถูกฉุดไปข่มขืนบนระเบียงของอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช แม้จะยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง แต่ก็ทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหาย เพราะถูกสื่ออังกฤษกล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ที่ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ทั้งๆ ที่นักท่องเที่ยวดังกล่าวเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ได้ไม่ถึง ๒ สัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของมาตรการรักษาความปลอดภัย และควบคุมอัตราการเกิดอาชญากรรมในไทย และยังไม่รวมเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้เจ้าหน้าที่จะจับกุมผู้กระทำผิดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้น พร้อมอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หันกลับมาคุยและถามตัวเองว่า ถึงเวลาหรือยังที่ต้องช่วยกันกอบกู้ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของประเทศให้กลับมาอีกครั้ง เรื่องนี้แม้ไม่ได้ตอกย้ำให้ประเทศเสียหาย แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรหามาตรการป้องกันมากกว่าปกป้อง โดยเฉพาะเหล่านักการเมือง ข้าราชการ ผู้มีอำนาจ ควรให้ความสนใจกับเรื่องนี้บ้าง

๑๗. ตั้งด่านสกัดคาร์บอมบ์ สั่งค้นรถต้องสงสัยหวั่นเข้าหาดใหญ่ ผบ.ทบ.ลงใต้ เดินหน้าใช้ ม.๒๑ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจทุกแห่งในอำเภอจะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย หาดใหญ่ และอำเภอเมืองสงขลา ได้รับคำสั่งให้จับตารถยนต์ต้องสงสัย ๒ คัน ได้แก่ รถกระบะอีซูซุตอนเดียว และรถยนต์โปรตอน ไม่ทราบสีและทะเบียน หลังหน่วยข่าวรายงานว่า ถูกใช้ประกอบเป็นคาร์บอมบ์ เพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ และจังหวัดสงขลา
ขณะที่เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ยังคงเกิดอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์
ที่ผ่านมา เกิดเหตุลอบวางระเบิดรถจักรยานยนต์ลาดตระเวนของอาสาสมัครรักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยของจังหวัดยะลา ในพื้นที่บ้านบ่อเจ็ดลูก ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ๒ นาย ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เดินทางพบปะกลุ่มผู้ร่วมสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทำความเข้าใจกับผู้ที่เห็นต่าง โดยเฉพาะเรื่องการใช้มาตรา ๒๑ ตาม พ.ร.บ.มั่นคง

๑๘. ๕ เมษาวิกฤตสุด ! ไฟฟ้าดับ กทม. และภาคใต้ ขอให้โรงปูนลดกำลังการผลิต ส่วน ปตท. นำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้น ‘นายกปู’ นำทีมถอดสูทประชุม ไทยรัฐ (หน้า ๑)

คนไทยกำลังลุ้นว่าวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖ จะเกิดวิกฤติไฟฟ้าดับหรือไม่ โดยนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไฟศาล รมว.พลังงาน ไม่ยืนยัน แต่ยอมรับอาจเกิดไฟฟ้าตกหรือดับวูบในกรุงเทพฯ และภาคใต้ทั้งภาค เพราะปัญหาพม่าหยุดส่งก๊าซธรรมชาติ แต่จะเกิดปัญหาเพียงวันเดียว เพราะไฟสำรองเหลือ ๕๐๐ - ๖๐๐ เมกะวัตต์ ส่วนวันที่ ๖ – ๑๔ เมษายน ๒๕๕๖ มั่นใจไม่มีปัญหา เพราะไฟสำรองเริ่มเพิ่มขึ้นตามมาตรการที่เตรียมไว้รับมือ พร้อมเผย ปตท. นำเข้าน้ำมันมาอาจส่งให้ค่าไฟปรับขึ้น ๐.๔๘ สตางค์ต่อหน่วย และเชิญชวนคนไทยลดใช้ไฟในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นำทีมร่วมรณรงค์ประหยัดพลังงาน ด้วยการไม่ สวมสูทที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมออกมาตรการต่างๆ รับมือ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนแอลพีจีและเอ็นจีวี

๑๙. ชาวอังกฤษสังเวยเชื้อโคโรน่า สธ.เตือนอันตรายกว่า ‘ซาร์ส’  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

อังกฤษพบผู้ติดเชื้อ “โคโรน่าไวรัส” เสียชีวิตรายแรกของปีนี้ ด้านนักวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์ เผย ไวรัสโคโรน่าแพร่กระจายเร็วกว่าซาร์ส ๑ เท่าตัว ขณะที่องค์การอนามัยโลก เรียกร้องให้ทั่วโลกติดตามสถานการณ์ หลังพบเสียชีวิตทั่วโลกแล้ว ๖ ราย ด้านกระทรวงสาธารณสุขของไทย สั่งสำนักระบาดวิทยา สำนักสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลทุกแห่ง เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันที่มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดบวมรุนแรงทุกราย เผย ไทยยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ

๒๐. ส่งเสริมเล่นกอล์ฟ ไทยรัฐ (หน้า ๒๓)

ภาพข่าว : นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา แถลงข่าวการจัดงานเอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น ๒๐๑๓ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันกอล์ฟและการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เมืองพัทยา โดยมีนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. ร่วมงาน

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

20/2/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพุธ ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. ถนนไทยอันตราย / สัมพันธ์ไทย - ญี่ปุ่นแน่นแฟ้น เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ตรีศูล กล่าวถึงกรณีสามีภรรยาชาวอังกฤษ นักปั่นจักรยานที่มาเสียชีวิตในไทย โดยต้องยอมรับความจริงว่า ถนนไทยอันตราย สถิติอุบัติเหตุร้ายแรงสูงมาก เสียชีวิตปีละกว่า ๑ หมื่นคน พร้อมอยากให้คณะกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้อง “ทำงาน” เสียที
ล่าสุด ตรีศูลได้ไปญี่ปุ่นกับคณะของ ททท. พร้อมชมการท่องเที่ยวในยุคผู้ว่าการสุรพล เศวตเศรนี ว่า ผูกกับท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้แน่นแฟ้น ญี่ปุ่นเข้าไทยเมื่อปีกลาย ๑.๓๗ ล้านคน ปีนี้คาดว่าจะทำลายสถิติไม่ยาก ขณะที่คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นในปี ๒๕๕๖ คาดว่าไม่ต่ำกว่า ๓ แสนคน ปัจจุบันด่าน ตม. ญี่ปุ่นมี ภาษาไทยอำนวยความสะดวก ห้างใหญ่ๆ ก็มีเสียงภาษาไทย เราเที่ยวเขา - เขาเที่ยวเรา แฮปปี้ทั้ง ๒ ฝ่าย

๒. พัทยาจี้รัฐเร่งดึงต่างชาติเล่นกอล์ฟ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

นายกุลธร มีสมมนต์ นายกสมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก เผยภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มกอล์ฟที่เดินทางมาใช้สนามกอล์ฟที่พัทยา ตลอดปีนี้คาดว่าจะเติบโต ๑๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ – มีนาคม ๒๕๕๗ คาดจะมีนักกอล์ฟมาใช้สนามเมืองพัทยาประมาณ ๕ แสนรอบ สร้างรายได้ ๔.๑ พันล้านบาท ขณะที่ตลอดปีจะมีนักท่องเที่ยวตีกอล์ฟ ๑ ล้านรอบ
ชี้ เหตุที่สนามกอล์ฟเมืองพัทยาได้รับความนิยม เนื่องจากปีที่ผ่านมาได้รับรางวัล IAGTO Award จากสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวด้านกอล์ฟนานาชาติ รวมถึงมีบริการที่ดี มีความหลากหลาย และแพ็กเกจกอล์ฟราคาถูกกว่าเพื่อนบ้าน พร้อมอยากให้ภาครัฐเร่งโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวและตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทย เกี่ยวกับมาตรฐานสนามกอล์ฟกว่า ๒๐๐ แห่งทั่วประเทศ หวั่นหากรัฐบาลไม่มีนโยบายส่งเสริมที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวอาจเปลี่ยนเส้นทางการใช้บริการสนามกอล์ฟในระยะยาวได้
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เผย เมืองพัทยาได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงานเอเชีย กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น (เอจีทีซี) จัดโดย สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวด้านกอล์ฟนานาชาติ ระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวกอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีผู้ซื้อ ๕๐๐ คน จาก ๓๕ ประเทศ ผู้ขายคนไทย ๖๐ ราย และผู้ขายจากกลุ่มอาเซียน ๑๒๐ ราย ชี้ การเลือกไทยในการจัดงานครั้งนี้ สะท้อนว่าไทยมีศักยภาพในด้านนี้ และ ททท. เตรียมต่อยอดการโฆษณาประชาสัมพันธ์กลุ่มกอล์ฟในงานไทยแลนด์ ทราเวิล มาร์ท พลัส ๒๐๑๓ ระหว่างวันที่ ๕ – ๙ มิถุนายนนี้ โดยเตรียมเชิญผู้ซื้อและผู้ขายกลุ่มกอล์ฟมาเจรจาซื้อขายแพ็กเกจทัวร์ร่วมกัน

๓. พัทยาจัดประชุมธุรกิจกอล์ฟ เดลินิวส์ (หน้า ๑๙)

๔. “พัทยา” จัดประชุมผู้จัดทัวร์กอล์ฟ คม ชัด ลึก (หน้า ๒๔)

เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการประชุมเอเชี่ยน กอล์ฟ ทัวริสซึ่ม คอนเวนชั่น ๒๐๑๓ โดยมี มร.ปีเตอร์ วอลตัน ประธานบริหารองค์กรด้านการท่องเที่ยวกีฬากอล์ฟและนางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. ร่วมงาน โดยการประชุมดังกล่าวกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๒๙ เมษายน – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เมืองพัทยา คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ ๕๐๐ คน จาก ๓๕ ประเทศทั่วโลก

๕. รับสมัครผู้ว่าฯ ททท. ฐานเศรษฐกิจ (ห้า ๔๐)

คอลัมน์ What’s Up โดย แมงเมาธ์ กล่าวถึงการรับสมัครผู้ว่าการ ททท. ซึ่งขณะนี้ปิดรับสมัครแล้ว สรุปว่ามีผู้สมัคร ๒ ท่านล้วนเป็นลูกหม้อ คือ นางจุฑาพร เริงรณอาษา และนายธวัชชัย อรัญญิก

๖. เช็คกำลังซื้อ ‘นักท่องเที่ยวไทย’ งานแฟร์โหมโกยรายได้ ‘ขาขึ้น’ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นฤมล เกษมสุข กล่าวถึงการจัดงานแฟร์ด้านการท่องเที่ยว “งานไทยเที่ยวไทย” ครั้งที่ ๒๗ ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยผู้จัดงานประเมินว่า จะมีเงินสะพัดกว่า ๔๐๐ ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดการเดินทางของคนไทยคือ การทำตลาดของภาคเอกชนที่หันมาให้ความสนใจจัดโปรโมชั่น เพิ่มสัดส่วนลูกค้าในประเทศมากขึ้น และการร่วมมือกับบัตรเครดิตจูงใจการซื้อแบบผ่อนชำระ
นอกจากนี้ การระดมโรงแรมเชนใหญ่คิดเป็นสัดส่วนกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ออกงานกว่า ๑.๓ พันบูธ นอกจากจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดแล้ว ยังเป็นการเปิดช่องทางให้ธุรกิจอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ มีโอกาสทำตลาดพบปะกับผู้ซื้อโดยตรง อีกทั้งเม็ดเงินจากงานในปีนี้จะกระจายเข้าสู่โรงแรมตามหัวเมืองต่างจังหวัด อาทิ ภาคอีสาน ภาคตะวันออกมากขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพการท่องเที่ยวที่เริ่มขยายตัวจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเดิม ไปยังจุดหมายอื่นๆ ซึ่งภาคเอกชนกำลังจับตามองว่า อำนาจการจับจ่ายจะเพิ่มขึ้นหรือไม่
ส่วนอีกงานที่จัดไปแล้วคือ “เที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก” สรุปว่ามีผู้เข้าชมงานถึง ๔ แสนคน มีเงินสะพัดประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ส่วนปัจจัยที่มีส่วนขับเคลื่อนการใช้จ่ายในงานคือ วันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ทำให้บริษัททัวร์สามารถขายแพ็กเกจในช่วงเวลาดังกล่าวไปได้กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จุดหมายที่นิยมคือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเลเซีย โดยคาดว่าปีใหม่ไทยครั้งนี้ คนไทยก็จะยังเดินทางจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสขายแพ็กเกจเต็มตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม

๗. เอกชนจี้ตั้งรัฐมนตรี หวั่นท่องเที่ยวชะงัก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

ภาคเอกชนท่องเที่ยว ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งตั้ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายสร้างรายได้การท่องเที่ยวให้ได้ ๒ ล้านล้านบาทในปี ๒๕๕๘ รวมถึงผลักดันให้ไทยเป็นฮับทางการท่องเที่ยวอาเซียน ชี้ ผู้ที่จะมีเป็น รมว. ต้องเป็นบุคคลที่คำนึงถึงปะโยชน์ของประเทศมากกว่าพรรค และจังหวัดของตัวเอง และควรดำรงตำแหน่ง ๒ ปี ตามวาระรัฐบาล มากกว่าแต่งตั้งเพื่อขัดตาทัพ รวมถึงต้องเป็นผู้มีความรู้ และวิสัยทัศน์ด้านการตลาด การบริการ และต่างประเทศ
ด้านนายกวน มู่ เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้เดินทางไปยังหาดฝั่งแดง ตำบล ทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลัง ททท. ได้เผยแพร่ความน่าสนใจของหาด ฝั่งแดง พร้อมตั้งชื่อเป็นภาษาจีนว่า “หงหยาไห่อั้น” แปลว่า ทะเลที่มีหน้าผาสีแดง เชื่อชาวจีนน่าจะ ชื่นชอบ
ด้าน น.ส.พสิษฐ์ตา อินทร์พันธ์ ผอ.ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ เผย ได้ขอให้ ททท. ที่จีน ช่วยประสานสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ให้เข้ามาถ่ายหาดฝั่งแดง เพื่อไปเผยแพร่ให้ชาวจีนทราบ และเดินทางมาเที่ยว รวมทั้งติดต่อบริษัททัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวจีนมาไทย ให้รับทราบข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวหาดฝั่งแดง

๘. ธุรกิจท่องเที่ยวเกาะติดบาทแข็ง หวั่น ‘สินค้า’ แพงขึ้นในสายตาต่างชาติ ประชาชาติธุรกิจ (หนา ๒๗)

รายงานข่าว รายงานถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า โดยขณะนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับตลาดอินบาวนด์ กำลังจับตามองภาวะผันผวนของค่าเงินบาท หวั่นจะกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย เพราะทำให้สินค้าท่องเที่ยวแพงขึ้นในสายตาต่างชาติ ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมตั้งรับให้ดี

๙. ชงการบ้านผู้ว่าฯ กทม. ใหม่ แอตต้า / สทท. / ทีเอชเอ ปิดจุดอ่อนท่องเที่ยว ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

รายงานข่าว นำเสนอข้อเสนอและข้อเรียกร้องของภาคเอกชนท่องเที่ยว ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนใหม่ โดยแอตต้า เรียกร้องให้จัดสรรที่จอดรถทัวร์บริเวณพระบรมมหาราชวัง พ่วงจัดรูทท่องเที่ยวทางน้ำเฉพาะนักท่องเที่ยว ขณะที่สมาคมโรงแรมไทย เร่งให้แก้ปัญหาความปลอดภัย และจัดระเบียบร้านค้าข้างทาง และ สทท. ชูกรุงเทพฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และบูรณาการแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ

๑๐. ๒ ตัวเต็งโชว์วิสัยทัศน์ ฐานเศรษฐกิจ (หน้า ๔๐)

สกู๊ปนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยวของ ๒ ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหา-นครได้แก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และ พล.ต.อ.ดร.พงศพัศ พงษ์เจริญ จัดโดย สทท.

๑๑. GDP ไตรมาส ๔ ดีกว่าคาดเพราะอะไร ? โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๖)

คอลัมน์เขียนอย่างที่คิด By Gid โดย กิตติชัย เตชะงามเลิศ กล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจในไตรมาส ๔ ดีกว่าที่คาดการณ์ คือ ขยายตัวถึง ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจัยหนึ่งคือภาคการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นถึง ๓๙.๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๔ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาจำนวนมาก กว่า ๕ แสนคน หรือขยายตัวถึง ๑๖๓ เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ซึ่งได้ข่าวว่าทาง ททท. ได้สนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดี
พร้อมแนะ ททท. น่าจะสนับสนุนภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศ ที่ถ่ายทำในไทยให้มากขึ้น เมื่อเห็นว่าบางส่วนของภาพยนตร์จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น ยกตัวอย่างเกาหลี ซึ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ทำให้ผู้ชมภาพยนตร์อยากเข้าไปท่องเที่ยวที่เกาหลี และซื้อสินค้าเกาหลี และปัจจุบันดาราไทยหลายคนก็ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง และได้รับรางวัลจากสถาบันภาพยนตร์ของจีน ซึ่ง ททท. น่าจะทำโฆษณาโปรโมตการท่องเที่ยว โดยให้ดาราดังกล่าวแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในไทย ไปออกอากาศในสถานีโทรทัศน์ของจีน

๑๒. ขู่เล่นงานแหม่ม ‘แจ้งเท็จ’ ผบก.แฉ มีพยานเห็น ยืนยันไม่โดนข่มขืน ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๑๓. ข่มขืนแหม่มสกอต ไร้ข้อบ่งชี้ – แจ้งเท็จ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๗)

ความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวสกอตแลนด์ อ้างว่าถูก ๔ วัยรุ่นไทย ฉุดไปข่มขืนบริเวณระเบียงชั้น ๒ ของอาคารพาณิชย์ด้านข้างห้างสรรพสินค้าโรบินสัน – โอเชี่ยน จังหวัดนครศรีธรรมราช ล่าสุด ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน และสอบถามพยานหลายปากคำ ยืนยัน คืนเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงต่อสู้หรือทำร้ายกัน อีกทั้งยังให้การสอดคล้องกันว่านักท่องเที่ยวสาวมากับเพื่อนชาย และมีอาการเมา โวยวายตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการพิสูจน์จากแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชอีกครั้งว่ามีร่องรอยการถูกข่มขืนหรือไม่ อีกทั้งต้องนำเพื่อนชาย และแฟนหนุ่มของนักท่องเที่ยวดังกล่าวมาตรวจสอบร่างกายด้วย หากพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง จะดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ

๑๔. ศพ ๒ นักปั่นจักรยานกลับอังกฤษ เดลินิวส์ (หน้า ๑๔)

๑๕. รับศพผัว – เมียนักปั่นเข้ากรุง ข่าวสด (หน้า ๑๑)

นายนพรัตน์ คนยืน ตัวแทนของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ได้ติดต่อขอรับศพและทรัพย์สิน ของนายปีเตอร์ รูท และนางแมรี ทอมป์สัน สามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษ พร้อมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทันที เพื่อดำเนินการส่งศพทั้ง ๒ กลับไปยังอังกฤษ
ด้าน พ.ต.ท.ศุภชัย เหลืองสุขเจริญ หัวหน้าพนักงานสอบสวน เผย กำลังรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมได้แจ้งข้อหาคนขับรถกระบะ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต มีโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี ปรับไม่เกิน ๒ หมื่นบาท

๑๖. ไทยเมืองท่องเที่ยวอันตราย / กดดันรัฐบาลปราบปรามการค้างาช้าง โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์ต่างประเทศ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย เปิดเผยบทความของเว็บไซต์ยาฮูนิวส์ ที่เสนอรายละเอียดความคืบหน้าข่าวการเสียชีวิตของ ๒ สามีภรรยานักปั่นจักรยานรอบโลกชาวอังกฤษ ภายหลังถูกรถเฉี่ยวชนขณะปั่นจักรยานอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนเว็บไซด์ ดิ อินควิสเตอร์ รายงานว่า ไทยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีความอันตรายบนท้องถนนสูง โดยแต่ละปีมีประชาชนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่า ๑.๓ หมื่นคน และบาดเจ็บเกือบ ๑ ล้านคน
นอกจากนี้ สื่อต่างประเทศยังให้ความสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นข่มขืนหญิงชาวสกอตแลนด์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเว็บไซต์สกอต์สแมนดอทคอม รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งถูกเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่เลวร้าย และส่งผลให้ไทยเป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย ขณะอีกส่วนหนึ่งที่เคยมาเยือนไทยมองว่าอาชญากรรมเกิดขึ้นได้ทุกแห่งทั่วโลก ไม่เฉพาะที่ไทย นอกจากนี้ ผู้เขียนยังอ้างสถิติของทางการไทย ที่ระบุว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราข่มขืนต่ำ แต่ละปีมีเหยื่อข่มขืนเฉลี่ย ๖.๗ คนต่อประชากร ๑ แสนคน
ด้านเว็บไซต์นิวยอร์กโพสต์ เผย ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ ดาราชื่อดัง ซึ่งเป็นตัวแทนของกองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูเอฟ) ภายใต้ชื่อโครงการ Hands Off My Parts ได้ส่งอีเมลส่วนตัวเรียกร้องให้สาธารณชนเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ด้วยการแสดงพลังให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาตรการห้ามการค้างาช้างทุกรูปแบบในไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ซึ่งกำลังเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยการค้าสัตว์ป่า ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ควรแสดงออกถึงการเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ช้าง ด้วยการปราบปรามการค้างาช้างอย่างจริงจัง

๑๗. กรมอุทยานฯ วอนผู้ประกอบการงดขายสินค้า ‘งาช้าง’ ชาวต่างชาติ มติชนรายวัน (หน้า ๑๐)

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดประชุมผู้ประกอบการค้างาช้าง พร้อมชี้แจงกฎระเบียบ และขอความร่วมมือไม่ให้ขายงาช้างแอฟริกา และผลิตภัณฑ์จากงาช้างให้ชาวต่างชาติ เพื่อเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ครั้งที่ ๑๖ ระหว่างวันที่ ๓ – ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ หวั่นไทยถูกมองเป็นศูนย์กลางการค้างาช้างผิดกฎหมาย ซึ่งผิดข้อตกลงไซเตส

๑๘. คุมเข้มสนามบินรับป่วนใต้ลาม เตือนใช้มาตรา ๒๑ ดาบสองคม คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๑๙. โจรทมิฬอหังการปาบึ้ม ! ยิงซ้ำ จนท.เจ็บ ๘ ถล่มฐานทหาร ลอบกัดครูสาหัส / รวบ ๒ มือระเบิด ตั้งแล้ว ‘๙ วาดะห์’ กุนซือแก้ไฟใต้ ‘แอตต้า’ ผวาท่องเที่ยวหาดใหญ่พัง สยามรัฐ (หน้า ๑)

สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคนร้ายได้ปาระเบิดใส่กลุ่มทหาร ร้อย.ร.๕๐๓๒ หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ ๑๑ ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ ๘ ราย และก่อเหตุยิงกันบนถนนภายในหมู่บ้านหมู่ ๗ ตำบลแม่ลาน อำเภอแม่ลาน มีผู้เสยชีวิต ๑ รายและบาดเจ็บ ๑ ราย เป็นต้น
ด้าน ผบ.ทบ. มีกำหนดลงพื้นที่ในวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เพื่อติดตามสถานการณ์ และกำชับมาตรการในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะคุ้มครองเป้าหมายอ่อนแอ และพื้นที่ในเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะ ท่าอากาศยานในพื้นที่จังหวัดปัตตานี นราธิวาส และสงขลา โดยเฉพาะท่าอากาศยานบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส ได้ปรับแผนรักษาความปลอดภัยเข้มข้น ๒๔ ชม.
ด้านแอตต้าหวั่น อาจลุกลามไปยังจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และมีนักท่องเที่ยวทั้งสิงคโปร์ และมาเลเซีย เดินทางเข้ามาเที่ยวเฉลี่ยวันละ ๔ - ๕ พันคน พร้อมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจตราความเรียบร้อยในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง ไม่เช่นนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในหาดใหญ่ประมาณ ๒ – ๓ แสนคน ชาวมาเลเซียประมาณ ๑.๗ แสนคน และคนไทย จะหายหมด รวมถึงงานมิดไนต์สงกรานต์ที่จะถึง ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ก็จะสูญไปเช่นกัน
ด้านนายประภาส อินทนปสาธน์ ผอ.ททท.สนง.หาดใหญ่ เผย ขณะนี้การท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ได้ประสานข้อมูลกับทาง ททท. ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ให้เข้าใจข้อเท็จจริง ยืนยัน นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงมั่นใจที่จะเดินทางมาไทย
๒๐. ‘ห้าง - โรงแรม’ เร่งสำรองรับมือไฟตกช่วงไฮซีซั่น กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

ภาคเอกชนเตรียมแผนสำรองไฟฟ้า รับมือพม่าลดส่งก๊าซเข้าไทย โดยห้างสรรพสินค้าและโรงแรม จะลดใช้พลังงาน ด้วยการปรับเพิ่มอุณหภูมิ งดจ่ายไฟบางพื้นที่ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ หวั่นกระทบธุรกิจช่วงไฮซีซั่น พร้อมวางแผนระยะยาว เสริมเทคโนโลยีออกแบบอาคารลดใช้พลังงาน
ด้าน ส.อ.ท. ได้หารือกับสมาชิก พร้อมจะปรับแผนการผลิต ขณะที่นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด อมตะ คอร์ปอเรชั่น คาดว่านิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ และอมตะนคร จะได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่า ๖๐ – ๗๐ เปอร์เซ็นต์

๒๑. ‘ส้วมซึม’ ใกล้อวสาน ครม. ไฟเขียวแผนแม่บทรณรงค์รื้อห้องน้ำทั่ว ปท. ปี’ ๕๙ ทุกบ้านใช้ชักโครก แนวหน้า (หน้า ๑)

ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแผนแม่บทพัฒนาส้วมสาธารณะไทย ระยะที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๕๖ - ๒๕๕๙) เพื่อต้องการให้ไทยมีส้วมที่สะอาด ได้มาตรฐานส้วมระดับประเทศ (HAS) และส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมการใช้ส้วมสาธารณะที่ถูกสุขลักษณะ ฯลฯ โดยเป้าหมายจะรวมทั้งส้วมครัวเรือน และสถานที่สาธารณะ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว ร้านจำหน่ายอาหาร ตลาดสด ฯลฯ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนไปดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ขณะที่หลายหน่วยงานได้เสนอความเห็นด้วยกับแผนแม่บทฉบับใหม่ อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนกระทรวงคมนาคม เสนอให้คำนึงถึงคนพิการด้วย

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th

19/2/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคาร ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. เปิดวิสัยทัศน์ท่องเที่ยว ๒ ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ฯ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๒. ทวงว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. เจียดงบ ๔ พัน ล. เนรมิตกรุงเทพฯ มหานครท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๖)

สทท. จัดแสดงวิสัยทัศน์ของ ๒ ผู้สมัครชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร และนายพงศพัศ พงษ์เจริญ ในหัวข้อ “กรุงเทพฯ มหานครแห่งการท่องเที่ยว” ในการประชุมคณะกรรมการ สทท. เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เผย จะเน้นสร้างมาตรฐานและความปลอดภัยของร้านอาหาร ริมทาง หรือสตรีทฟู้ด ให้เป็นจุดขาย ด้วยการทำป้ายเมนูเป็นภาษาอังกฤษและจีน รวมถึงปรับปรุงป้ายบอกทางต่างๆ ให้มีภาษาอังกฤษและจีน และจะต่อยอดเทคโนโลยีแอพพลิเคชั่น ด้วยการให้ข้อมูลเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม เพื่อบอกเส้นทางร้านอาหารฮาลาล นอกจากนี้ จะเพิ่มความพร้อมให้กับบุคลากรด้วยการจัดโครงการให้แท็กซี่เรียนภาษาอังกฤษฟรี เป็นต้น
ด้านนายพงศพัศ พงษ์เจริญ ยอมรับ ไม่มีองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวมากนัก แต่พร้อมจะนำข้อมูลไปศึกษาและจะทำให้ดีที่สุด ระบุ หากได้รับเลือก จะใช้นโยบายโวยแหลกหากทุกส่วนของรัฐไม่บูรณาการการท่องเที่ยวร่วมกัน และต้องการให้ภาคเอกชนที่รับรู้ปัญหาออกมาโวยเสียงดังให้รัฐบาลรับทราบและนำไปแก้ไขด้วย รวมทั้งจะลดปัญหาอาชญากรรมในกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์ ปราบปรามปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และขจัดปัญหาการจราจรที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปท่าอากาศยานไม่ทัน

นอกจากนี้ สทท. ได้ใช้โอกาสนี้ยื่นเอกสารให้ผู้สมัครทั้ง ๒ เห็นความสำคัญเกี่ยวกับแนวทาง การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ซึ่งในแต่ละปีจะได้รับงบประมาณส่งเสริมการท่องเที่ยวถึง ๔ พันล้านบาท และมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง ๒๕๑,๕๔๐ ล้านบาท หรือมีนักท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๔ ถึง ๑๐.๔๔ ล้านคน และ ๙ เดือนแรกของปี ๒๕๕๕ มีนักท่องเที่ยวถึง ๑๒.๖๖ ล้านคน สร้างรายได้ ๒๔๔,๐๐๒ ล้านบาท
โดยอยากให้ผู้ที่จะมาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ดูแลใน ๔ เรื่อง ได้แก่ ท่องเที่ยวสะดวก เมืองสะอาด เดินทางปลอดภัย ใส่หัวใจต้อนรับ และรักษ์อัตลักษณ์ชุมชน พร้อมชี้ถึงปัญหาการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ในขณะนี้คือ ปัญหาที่จอดรถ โดยบริเวณพระบรมมหาราชวัง พร้อมเสนอให้จัดสรรที่จอดรถ ๑๕๐ คันต่อวัน รวมถึงควรพัฒนาการท่องเที่ยวทางคลอง ให้กรุงเทพฯ กลับคืนเป็นเมืองเวนิสตะวันออก จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะให้สะอาด

๓. เอกชนอ้อนรัฐฉีดยาแรงกระตุ้นท่องเที่ยว โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๒)

คอลัมน์รายงานพิเศษ โดย พีรดา ปราศรีวงศ์ นำเสนอมาตรการของ สทน. ที่เตรียมเสนอ ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดและติดตามปัญหาการท่องเที่ยว ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ก่อนเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาในลำดับต่อไป
ประกอบด้วย ๑. การขยายวงเงินลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเป็น ๓ หมื่นบาทต่อปี เพื่อจูงใจคนไทยที่มีกำลังซื้อสูง เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ๒. การใช้นักแสดงคู่ขวัญที่ได้รับความนิยม ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า - อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาเป็นแอมบาสซาเดอร์ ๒. เชิญชวนบุคคลที่มีชื่อเสียงในแต่ละอาชีพ รณรงค์ท่องเที่ยวในประเทศ โดยโฆษณาผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค และ ๔. รณรงค์ให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์
ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นิยมเดินทางด้วยตัวเอง และ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เดินทางผ่านทัวร์ พร้อมแนะรัฐให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว และให้ความรู้กับคนไทยถึงผลดีที่จะได้รับ จากการท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์
ด้าน สทท. เตรียมเสนอว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวใหม่ในกรุงเทพฯ เพื่อยืดวันพักของนักท่องเที่ยว รวมถึงเน้นการสร้างให้กรุงเทพฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสะอาด สะดวก และปลอดภัย
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร เผย หากได้รับเลือก จะเร่งผลักดันกรุงเทพฯ ให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น ๕ พันไร่ และมีสวนสาธารณะรองรับนักท่องเที่ยวอีก ๑๐ แห่ง ขณะที่นายพงศพัศ พงษ์เจริญ เผย จะเร่งประสานความร่วมมือการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน ให้มีความใกล้ชิดและบูรณาการมากขึ้น

๔. คนไทยแห่เที่ยวเพื่อนบ้าน เวียดนาม – กัมพูชาปลายทางยอดฮิต ชูจุดขายราคาถูก – เดินทางสะดวก โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เผย การท่องเที่ยวในอาเซียนกำลังได้รับความนิยม คนไทยแห่ซื้อทัวร์เพิ่ม โดยเฉพาะกัมพูชาและเวียดนาม เพราะราคาถูก เดินทางสะดวก ใช้เวลาในการเดินทางน้อย ขณะที่ฟิลิปปินส์ พบว่า คนไทยไปเที่ยวน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เนื่องจากคนไทยรู้จักฟิลิปปินส์น้อยมาก และบางครั้งมีปัญหาความไม่สงบและภัยธรรมชาติ
ล่าสุด การท่องเที่ยวฟิลิปปินส์พยายามเปิดตัวมากขึ้น เพื่อจูงใจให้คนไปเที่ยว โดยฟิลิปปินส์มีชายหาดโบราเคย์ที่ติด ๑ ใน ๑๐ หาดที่สวยที่สุดในโลก และยังมีอุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินที่ยาวที่สุดในโลก และถูกจัดเป็น ๑ ใน ๗ มรดกโลกทางธรรมชาติ รวมทั้งยังเป็นแหล่งดำน้ำที่ขึ้นชื่ออีกด้วย

๕. “ยิ่งลักษณ์” เปิดงานพระธาตุพนม ไทยรัฐ (หน้า ๑๕)

๖. ‘ปู’ ร่วมฟ้อนรำงานพระธาตุพนม มติชนรายวัน (หน้า ๑๔)

๗. นายกฯ ปูร่วมไหว้พระธาตุพนม ข่าวสด (หน้า ๑๐)

เมื่อเวลา ๑๕.๓๐ น. วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โดยได้ประกอบพิธีบูชานมัสการถวายผ้าห่มองค์พระธาตุพนม พร้อมร่วมรำศรีโคตรบูร ในพิธีรำบูชาองค์พระธาตุพนมด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมทำบุญจำนวนมาก

๘. รำบูชา ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๙. เปิดงาน มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๑๐. ร่าเริง ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑)

๑๑. สาวภูไท ข่าวสด (หน้า ๑)

๑๒. เปิดงาน ไทยโพสต์ (หน้า ๑)

๑๓. เปิดงาน โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๑)

ภาพข่าว : น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี ๒๕๕๖ พร้อมร่วมรำศรีโคตรบูรในพิธีรำบูชาองค์พระธาตุพนมด้วย โดยมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานคึกคัก

๑๔. หมดลุ้นเอ็กซ์โป โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์การเมือง (หน้า ๔)

คอลัมน์ทุบโต๊ะ โดย ธนพล บางยี่ขัน กล่าวถึงการเสนอตัวเข้าชิงการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป ๒๐๒๐ ว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ออกมา ล้วนแต่ทำให้ยากที่จะทำให้ไทยคว้าสิทธิ์จัดงานเอ็กซ์โป ๒๐๒๐ และจะยิ่งเป็นปัญหาตามมา หากผลออกมาว่าดูไบ กลายเป็นคว้าสิทธิ์นี้ไปครอง

๑๕. รถคันแรกดันจีดีพี ๕๕ โต ๖.๔ เปอร์เซ็นต์ / ไตรมาส ๔ พุ่งพรวด ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ / ชี้ลดดอกเบี้ยสกัดเงินเข้า เดลินิวส์ (หน้า ๗)

สศช. แถลงจีดีพีในไตรมาส ๔ ปี ๒๕๕๕ ว่า ขยายตัว ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๔ ที่เกิดภาวะน้ำท่วม ส่งผลให้จีดีพีทั้งปี ๒๕๕๕ ขยายตัว ๖.๔ เปอร์เซ็นต์ จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นผลมาจากการขยายตัวเกือบทุกสาขา ทั้งการใช้จ่ายภาคครัวเรือน จากมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก การลงทุน การส่งออก การก่อสร้าง และการท่องเที่ยว
โดยภาคการท่องเที่ยวพบว่า มีนักท่องเที่ยวสูงมากเป็นประวัติการณ์ถึง ๖.๓ ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง ๓๙.๓ เปอรเซ็นต์ ทำให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๓๐๔,๕๐๕ ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากจีน ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของหนังเรื่องลอส อิน ไทยแลนด์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมาไทยเพิ่มขึ้นถึง ๑๖๒.๙ เปอร์เซ็นต์
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๖ คาดว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ ๔.๕ – ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ โดยมีแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งช่วยให้ภาคการส่งออกขยายตัวได้ตามเป้าหมาย แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง อาทิ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง มีข้อจำกัดในการขยายตัวจากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นต้น

๑๖. ฮูชี้อุบัติเหตุไทยรั้งที่ ๖ – จี้โซนนิ่งจักรยาน กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๑๗. บัวแก้วประสานผู้ดีรับศพ ๒ นักปั่นโลก ชมรม ๒ ล้อวอนเข้มวินัยจราจร คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๑๘. เร่งคดี ๒ นักปั่นผู้ดี ติดต่อทูตรับศพ หวั่นไทยเสียชื่อ ข่าวสด (หน้า ๑)

น.พ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผอ.ศูนย์ความร่วมมือแห่งองค์การอนามัยโลก ด้านการป้องกันอุบัติเหตุ เผย ไทยติดอันดับ ๖ ของโลก ที่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมติงที่ผ่านมารัฐบาลไม่จริงจังกับการแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนเท่าที่ควร และแนะให้ตั้งหน่วยงานเฉพาะที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง ขับเคลื่อน ๕ มาตรการได้แก่ ๑. รัฐบาลต้องจริงจังในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ๒. ต้องมีบุคลากรทำงานอย่างมืออาชีพ สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. ถนนทุกพื้นที่ต้องมีความปลอดภัย ๔. ต้องมีการตรวจเช็กสภาพรถ เพื่อให้ขับเคลื่อนอย่างปลอดภัย และ ๕. ระบบดูแลหลังเกิดเหตุหรือ EMS ต้องมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุได้ทันท่วงที ชี้ ขณะนี้ภาพลักษณ์ไทยในสายตาต่างชาติแย่มาก ไม่มีความปลอดภัย และที่ผ่านมารัฐบาลไทยไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
ด้านนายทวีศักดิ์ แตกกระโทก ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนอุบัติเหตุทางถนน แนะให้จัดโซนนิ่งเส้นทางขับขี่จักรยาน เฉพาะเส้นทางที่ปลอดภัย และใช้เวลาเดินทางไม่เกิน ๒๐ นาที รวมถึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ ต้องไปสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าใจว่า เหตุใดจึงไม่ควรมาขับขี่จักรยานท่องเที่ยวในไทย
ส่วนความคืบหน้ากรณีสามีภรรยานักปั่นจักรยานชาวอังกฤษ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในไทย ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งเรื่องนี้ไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย และทางสถานทูตอยู่ระหว่างประสานกับญาติและครอบครัว เพื่อนำร่างของทั้ง ๒ กลับสู่แผ่นดินเกิด นอกจากนี้ ได้ทำหนังสือประสานงานกับ สภ.พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รับผิดชอบคดีและพื้นที่เกิดเหตุ โดยขณะนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต กับ ผู้ขับรถกระบะที่ก่อเหตุ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส และกำลังนำส่งอัยการเพื่อสั่งฟ้อง
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย ททท. ได้พยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร โดยต้องประสานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และตำรวจ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงว่าใครเป็นฝ่ายถูกฝ่ายผิด และได้ประสานไปยังกรมทางหลวง ให้ช่วยดูในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะหากเกิดเรื่องขึ้น ประเทศไทยจะเสียหาย

๑๙. อุบัติเหตุทำประเทศเสียหาย เดลินิวส์ (หน้า ๓)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงอุบัติเหตุทางถนนในไทย ที่เป็นสาเหตุในการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ และทำให้เกิดความเสียหายในหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น กรณีการเสียชีวิตของสามีภรรยานักขี่จักรยานชาวอังกฤษ ที่ต้องมาเสียชีวิตบนทางหลวงเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะถูกผู้ขับขี่ด้วยความประมาทชน และมีสื่อต่างชาติรายงานข่าวพร้อมระบุว่า ไทยมีชื่อเสียงไม่ดีในเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๑.๓ หมื่นคน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเมื่อเผยแพร่ในต่างประเทศ ย่อมเป็นผลร้ายต่อการท่องเที่ยวไทย
พร้อมชี้ ไม่ใช่ว่าจะต้องตื่นตัวเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิต แต่สังคมไทยควรสร้างจิตสำนึกร่วมกัน ให้ตระหนักว่าอุบัติภัยบนถนนที่เกิดทุกราย คืออันตรายที่ส่งผลต่อทุกชีวิต จึงต้องร่วมกันหาทางระวังป้องกันอย่างจริงจัง

๒๐. สื่อนอกตีข่าว ๔ คนไทยข่มขืน นศ.เมืองผู้ดี คม ชัด ลึก (หน้า ๑๓)

เว็บไซต์เดลี่เมล์ แห่งอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า เกิดเหตุนักศึกษาสาววัย ๒๐ ปีชาวอังกฤษ ถูกรุมข่มขืนที่อาคารหลังหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากแฟนหนุ่มชาวแอฟริกาใต้ ทิ้งเธอไว้ในบาร์คนเดียวในช่วงเช้ามืดวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยถูกกลุ่มชาย ๔ คน ที่โดยสารมากับรถกระบะคันหนึ่งฉุดขึ้นรถ แล้วนำไปข่มขืนในอาคารดังกล่าว ไม่ไกลจากบาร์มากนัก สภาพของนักศึกษาหลังเกิดเหตุ เต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วนตามร่างกาย
ทั้งนี้ นักศึกษาดังกล่าวมาจากเขตฟอร์ท วิลลิเมน เมืองอินเวอร์เนสเชีย ประเทศอังกฤษ เดินทางมาไทยเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน ก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปเที่ยวในบาร์ชื่อร็อค ๙๙ ในตลาดท่าวังกับ แฟนหนุ่ม แล้วย้ายไปร้านอาหารนครเวียงจันทน์
นอกจากนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าวในเว็บไซต์เดลี่เมล์ ทั้งให้ความเห็นว่าเป็นการกระทำที่เลวร้าย ไม่สามารถให้อภัยได้ และมีการกล่าวถึงไทยว่า เป็นดินแดนที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อน โดยยกกรณีที่หญิงชาวรัสเซีย ๒ คน ถูกข่มขืนที่พัทยา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่บางคนแสดงความเห็นว่าการข่มขืนในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ

๒๑. รัฐเพิ่มพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง – ดัน ม.๒๑ เปิดช่องมอบตัว / เล็งยกเลิก พรก. ๕ อำเภอ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง และ รมต. ที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบที่จังหวัดปัตตานี โดยฝ่ายความมั่นคงยืนยัน ยังควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมจะมีการเพิ่มน้ำหนักการใช้มาตรา ๒๑ (พ.ร.บ.ความมั่นคง) ให้มากขึ้น โดยกระบวนการสันติวิธี เปิดเวทีพูดคุยให้ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ หรือมีคดีความมั่นคงเข้าสู่ศาล และจะหาทางออกร่วมกันได้
ส่วนการยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพิจารณาเป็นรายพื้นที่ โดยจะสอดรับกับการเตรียมส่งกำลังตำรวจและอาสารักษาดินแดนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ เริ่มเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ โดยอำเภอที่เตรียมยกเลิกคือ อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อำเภอจะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี จังหวัดสงขลา

๒๒. ศก.หาดใหญ่วูบ ต่างชาติผวาไฟใต้ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๔)

คอลัมน์รายงานพิเศษ รายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังเกิดเหตุระเบิดที่เมืองปัตตานี พบว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยนายวิทยา ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติทราบข่าวเรื่องเจ้าหน้าที่ได้วางมาตรการคุมเข้มระดับสูงสุด ส่งผลให้ยอดจองห้องพักโรงแรมต่างๆ โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ชาวมาเลเซีย ที่จะเดินมาพักผ่อนลดลงไปแล้วกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับบรรยากาศการค้าย่านเศรษฐกิจ ที่เต็มไปด้วยความเงียบเหงา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจด้านความปลอดภัย

๒๓. ปัตตานี – ยะลา คุมเข้มเข้างานลิ้มกอเหนี่ยว คม ชัด ลึก (หน้า ๑๓)

นายประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุป่วนเมืองปัตตานีมาดำเนินคดี รวมทั้งเพิ่มแผนและมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนโดยเร็วที่สุด และได้เตรียมมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยงาน "กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
ขณะที่มูลนิธิอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้จัดงานสมโภชเทพเจ้ามลนิธิอำเภอเบตง โดยมีประชาชนและชาวต่างชาติ เข้าเคารพและสักการะจำนวนมาก โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ซึ่งทางอำเภอได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวดตลอดงาน

๒๔. จ่อดับไฟบางพื้นที่เมษา / ‘ณอคุณ’ รับสำรองฉุกเฉินอยู่ในขั้นวิกฤติ – กฟผ.ดึงโรงงานไฟฟ้าเก่าผลิตเต็มที่ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เผยถึงแนวทางการรับมือสถานการณ์ขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงเดือนเมษายน ๒๕๕๖ ว่า เบื้องต้นจะนำโรงไฟฟ้าเก่าที่หยุดผลิตที่ใช้น้ำมันเตาและดีเซล มาผลิตไฟฟ้า พร้อมให้ กฟผ. ติดตามศึกษาข้อมูล โดยเหตุการณ์ครั้งนี้จะกระทบกับประชาชนในช่วงสั้นๆ ๗ – ๘ วัน จากนั้นจะวางแผนรองรับในระยะยาว พร้อมจะพยายามเจรจาให้พม่าเลื่อนซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติช่วงสงกรานต์ และจะซ้อมปิดไฟทั่วประเทศ รวมทั้งวางมาตรการเพื่อขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้า และซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ให้ลดอุณหภูมิลง ๑ องศา ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. โดยให้แรงจูงใจด้วยการชดเชยคืน
ด้านนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ยอมรับ ปริมาณสำรองอยู่ในขั้นวิกฤติมีเพียง ๖๐๐ จากปกติ ๑,๒๐๐ เมกะวัตต์ พร้อมวิตกโรงฟ้าขัดข้องเสี่ยงไฟดับ และสั่งเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตาผลิตไฟแทน ยืดอายุการใช้โรงงานไฟฟ้าบางปะกง – พระนครใต้ – วังน้อย พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตไฟเขื่อนน้ำงึม ๒ และน้ำเทิน ๒ หวังดึงไฟฟ้าเข้าระบบ ๔,๕๐๐ เมกะวัตต์ ด้านผู้ว่าการ กฟผ. เชื่อเลวร้ายสุดจะเป็นบราวเอาท์ อาจต้องดับไฟฟ้าบางพื้นที่ช่วงที่พม่าหยุดส่งก๊าซ พร้อมขอให้ประชาชนประหยัดไฟ

๒๕. แถลงข่าว ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

คอลัมน์กอล์ฟสแควร์ โดย บิ๊กกัน : วันนี้ (๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น. กรุงเทพมหานคร เชิญร่วมงานแถลงข่าว “เอเชียกอล์ฟทัวริสซึ่มคอนเวนชั่น ๒๐๑๓” ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ – ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เมืองพัทยา โดยจะมีผู้ร่วมประชุมจาก ๓๕ ประเทศกว่า ๕๐๐ คน ร่วมงาน สนับสนุนโดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา โดยมีนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. มาร่วมงาน

*****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th






18/2/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

๑. มิสเวิลด์เผยเคล็ดชนะมงกุฎต้องงามจากภายใน ผู้จัดให้ความหวังไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพ ไทยรัฐ (หน้า ๒๔)

หยู เหวินเซียะ มิสเวิลด์ ๒๐๑๒ และคณะ ได้เดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ พร้อมได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาไทย และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต หลังได้รับตำแหน่ง ที่อาคารมาลีนนท์
ด้านซีอีโอมิสเวิลด์ เผย ไทยมีโอกาสจัดงานในอนาคต แต่ไม่อยากให้คนไทยเปรียบการประกวดเวทีนี้เหมือนการประกวดทั่วไป เพราะเวทีมิสเวิลด์มีผู้เข้าประกวดมากที่สุด ๑๒๕ – ๑๓๐ ประเทศ และมีจุดมุ่งหมายที่อุทิศตนให้สังคม ช่วยเหลือผู้คนที่ด้อยโอกาส

๒. เสนอ ‘ชัชชาติ’ ออกประกาศดูแลผู้โดยสารชาร์เตอร์ไฟลต์ มติชนรายวัน (หน้า ๑๙)

กรมการบินพลเรือน (บพ.) อยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ประกอบการสายการบิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เพื่อจัดทำร่างประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้โดยสารสายการบินเช่าเหมาลำ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เกิดปัญหาจนทำให้ผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อน คาดจะเสนอให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เพื่อออกประกาศใช้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
โดยร่างประกาศดังกล่าว จะกำหนดเงื่อนไขให้สายการบินต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร อาทิ ต้องมีการวางเงินค้ำประกันที่ บพ. ต้องมีเครื่องบินให้บริการมากกว่า ๑ ลำ กรณีเที่ยวบินล่าช้าเกินกว่า ๒ ชม. แต่ไม่เกิน ๓ ชม. สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่มให้ผู้โดยสารตามความเหมาะสม เป็นต้น

๓. ป่วนปัตตานี บึม อส.ตาย ๓ ชาวบ้านเจ็บ ๙ ตามรวบอีก ๓ โยงคดี ๑๖ ศพ ไทยรัฐ (หน้า ๑)

๔. ‘โจรใต้’ แค้นถล่ม ! ชาวบ้านช้ำ ๒ วันลอบบึ้ม ๑๐ จุด ล่าสุดหน้าร้านอาหาร อส.พลีชีพ ๓ เจ็บเพียบ ย่านการค้าเจ๊งระนาว เดลินิวส์ (หน้า ๑)

สถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ลอบวางระเบิดป่วนเมืองปัตตานีหลายจุด ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๓ ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงอาคาร รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสิ่งของต่างๆ เสียหายจำนวนมาก
โดยวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๑๑.๕๕ น. ได้เกิดเหตุระเบิดหอนาฬิกา ข้างร้านขายเสื้อผ้าตรงข้ามร้านบิ๊กเบนคอฟฟี่ แอนด์ เรสเตอร์รอง ถนนหนองจิก เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย และบาดเจ็บหลายราย รวมถึงร้านอาหาร บ้านเรือน และร้านค้าใกล้เคียงได้รับความเสียหายกว่า ๑๐ หลังคาเรือน นอกจากนี้ ยังพบระเบิดที่บรรจุในถังดับเพลิงขนาดเล็กอีก ๑ ลูก ในบริเวณใกล้กัน แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้ และเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ได้พบระเบิดเพลิงอีก ๑ ลูก บริเวณย่านโต้รุ่งใกล้กับห้างไดอาน่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ถูกระเบิดเพลิงเสียหายอย่างหนักเมื่อคืนวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ จนถึงขณะนี้ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ลอบวางระเบิดในจังหวัดปัตตานีแล้ว ๑๐ จุด แบ่งเป็น ในเขตตัวเมืองปัตตานี ๘ จุด และอีก ๒ จุดในพื้นที่อำเภอยะรัง เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการแสดงพลังของกลุ่มแนวร่วมและเครือข่ายขบวนการก่อความไม่สงบ เพื่อโต้ตอบเจ้าหน้าที่กรณีวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มโจรใต้ ๑๖ ศพ ที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สั่งทุกหน่วยงานออกติดตามคนร้ายจากภาพบันทึกในกล้องวงจรปิด พร้อมให้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยแบบเข้มข้นเต็มกำลัง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา ขณะที่บรรยากาศในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีเงียบเหงา บรรดาห้างและร้านค้าต่างๆ พากันปิดชั่วคราว เนื่องจากกังวลและกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านเลขาธิการ ศบ.อต. ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน ในการช่วยสอดส่องดูแลสิ่งผิดสังเกตร่วมกับเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการเข้ามาสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
นายณัฐนนท์ พงษ์ธัญญะวิริยา อดีตประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี เผย ผลกระทบระยะสั้นคือ ทัวร์จะยกเลิกการเดินทาง โดยอีกประมาณ ๑ สัปดาห์จะมีงานเทศกาลแห่พระของศาลเจ้าเล่งจูเกียง (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ซึ่งจะทำให้ทัวร์ที่จองไว้มีการยกเลิกการเดินทาง ขณะที่ระยะยาว จะส่งผลกระทบด้านความเชื่อมั่น เพราะคนไม่มั่นใจในความปลอดภัยภายในตัวเมือง โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจ
ด้านอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่เตรียมควบคุมตัวผู้ต้องหาลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์โรงแรมลีการ์เด้นส์ พลาซ่า มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่คอยอารักขาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ในระดับสูงสุด

๕. นับวันจะยิ่งน่าเสียวไส้ ‘วินาศกรรม’ ‘ในไทย’ ก็ต้องกลัว ! เดลินิวส์ (หน้า ๑)

คอลัมน์สกู๊ปหน้า ๑ กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมถึงกระแสข่าวการวางแผนก่อการร้าย และก่อวินาศกรรมในไทย ของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีข่าวหลายครั้ง แม้ว่าเป้าประสงค์ไม่ได้เกี่ยวกับไทยโดยตรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไทยจะวางใจได้ว่า จะไม่มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างชาติวางแผนก่อวินาศกรรมในไทย เพราะไทยเป็นประเทศเปิด มีชาวต่างชาติหลากหลายชาติเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ในด้านต่างๆ และหลายชาติก็เป็นเป้าหมายของกลุ่ม ก่อการร้ายกลุ่มใหญ่ๆ รวมถึงในอดีตไทยยังเคยเป็นทางผ่านหรือเป็นฉากสำคัญของเหตุการณ์ที่โยงกับเรื่องการก่อการร้ายหลายครั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชี้ว่าไทยก็อาจจะเป็นพื้นที่เป้าหมาย
พร้อมยกคำกล่าวของ พ.อ.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง นักวิชาการทางด้านความมั่นคง ที่เคยระบุในสกู๊ปข่าวหน้า ๑ ไว้อย่างน่าคิดว่า “ปัจจุบันภัยก่อการร้ายนั้นอยู่ใกล้กับไทยเรามากกว่าที่เคยคิด” และยิ่งน่าคิดกับกรณีกระแสข่าวผู้ก่อการร้ายต่างชาติ วางแผนก่อวินาศกรรมในไทยล่าสุด โดยบุคคลในรัฐบาลไทยมีการระบุไว้บางช่วงบางตอนว่า “กลุ่มก่อการร้ายเข้ามาไทยในรูปแบบของนักท่องเที่ยว”
ทั้งนี้ ดูกันแค่ปี ๒ ปีหลังมานี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยเกือบ หรือราวๆ ๒ ล้านคนต่อปี ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยมากขึ้นอีกในแต่ละปี ซึ่งในด้านหนึ่งก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย แต่ขณะเดียวกัน ทางการไทยก็ต้องเข้ม ต้องระวังการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่เข้ามาไทย ที่ในระยะหลังเกิดขึ้นบ่อยในหลายรูปแบบ
รวมถึงต้องระวังการแอบแฝงเข้ามาของชาวต่างชาติ ที่เป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งที่ผ่านมา มีทั้งเข้ามาหลบซ่อนในไทย มาใช้ไทยเป็นฐานวางแผนเตรียมก่อการร้ายในประเทศอื่น และจากนี้ก็ยิ่งจะต้องระวังการก่อเหตุในไทย รวมถึงประชาชนก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ อย่าลืมว่าระเบิดเดียวเมืองไทยก็ยับเยินได้

๖. ปั่น ๒ ล้อรอบโลก ผัวเมียผู้ดีเอาชีวิตมาทิ้งไทย สื่อนอกประโคมออกจากอังกฤษไปแล้ว ๒๐ กว่า ปท. ถูกกระบะวัยรุ่น ขยี้สยอง ๒ ศพ ! ที่พนมสารคาม ข่าวสด (หน้า ๑)

๗. ดับฝันรอบโลก ไทยรัฐ (หน้า ๑๙)

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟ และเดอะซัน ของอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า นายปีเตอร์ รูต และนางแมรี ทอมป์สัน สามีภรรยาชาวเมืองเกิร์นเซย์ของอังกฤษ ที่ออกปั่นจักรยานทัวร์รอบโลก เสียชีวิตแล้วในไทย เพราะถูกรถกระบะเฉี่ยวชน ขณะปั่นจักรยานอยู่บนถนนใกล้กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ เผย รู้ข่าวการเสียชีวิตของทั้ง ๒ แล้ว และอยู่ระหว่างการให้ความช่วยเหลือด้านระเบียบทางกงสุล แต่ไม่ให้รายละเอียดอื่นๆ
รายงานข่าวระบุว่า ทั้ง ๒ คนค่อนข้างมีชื่อเสียงในอังกฤษ มีการเปิดเว็บไซต์โปรโมตการเดินทางในชื่อ two on four wheels โดยมีทั้งรูปภาพและหนังสั้นบันทึกการผจญภัยท่องเที่ยวใน ๒๓ ประเทศ ที่ทั้ง ๒ ไปปั่นจักรยาน โดยเป้าหมายล่าสุดที่เดินทางไปคือ ประเทศไทย
ด้านเดอะเทเลกราฟ รายงานด้วยว่า ประเทศท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไทยนั้น ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากในเรื่องถนนหนทางที่เป็นอันตราย พร้อมทั้งระบุว่า ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของไทยกว่า ๑.๓ หมื่นคน และมีผู้บาดเจ็บเกือบ ๑ ล้านคน

๘. แถลงข่าวเอเชียกอล์ฟทัวร์ เดลินิวส์ (หน้า ๑๘)

คอลัมน์สังคมกอล์ฟ : วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. ปีเตอร์ วอลตัน พร้อมด้วยนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. จะไปร่วมแถลงข่าวเอเชีย กอล์ฟ ทัวร์ฯ ที่โรงแรมสยามแอท สยามดีไซต์ โฮเต็ล แอนด์ สปา กรุงเทพฯ

*********************************
โดยงานข่าวประเทศ prdiv@tat.or.th