ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

30/4/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันอังคาร ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๖

๑. ก.ท่องเที่ยวถก สตช. เร่งคดีช่วยท่องเที่ยว  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

๒. ตั้งศาลท่องเที่ยวดูแลชาวต่างชาติ ฝันเทียบชั้นญี่ปุ่น โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๖)

๓. รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ไอเดียสุดบรรเจิด ชงตั้งศาลท่องเที่ยว ! ไทยรัฐ (หน้า ๘)

๔. ‘สมศักย์’ ชงตั้งศาลท่องเที่ยว ล้อมคอกแก้ภาพลักษณ์ไทย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

๕. ‘สมศักย์’ ชงตั้งศาลท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๑๖)

๖. รมต.สมศักย์ดันเปิดไนต์คอร์ต รับคดีท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๑)

๗. ผุดศาลท่องเที่ยวเรียกความเชื่อมั่น ไทยโพสต์ (หน้า ๗)

๘. ‘สมศักย์’ หวังสร้างความเชื่อมั่น ผุดไอเดียจัดตั้ง ‘ศาลท่องเที่ยว’ แนวหน้า (หน้า ๑๑)

๙. “สมศักย์” ปิ๊งตั้งศาลท่องเที่ยว บ้านเมือง (หน้า ๗)

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ ได้หารือกับสำนักงาน ศาลยุติธรรม ถึงแนวทางการจัดตั้ง “ศาลท่องเที่ยว” เพื่อเร่งพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดการพำนักในไทย ตั้งเป้าให้ไทยมีความปลอดภัยเทียบเท่ากับญี่ปุ่น
โดยเตรียมดำเนินการใน ๓ ขั้นตอน คือ ๑. ระยะเร่งด่วน จัดตั้งหน่วยงานการพิจารณาคดีนอกเวลา หรือศาลกลางคืน (ไนท์ คอร์ต) ๒. ระยะกลาง จัดตั้งแผนกพิจารณาตัดสินคดีท่องเที่ยว และ ๓. การตั้งศาลท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาคดีที่เจาะจงเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานกว่า ๑ ปี ซึ่งในเบื้องต้นจะมุ่งไปที่แหล่งท่องเที่ยวหนาแน่นเป็นหลัก อาทิ พัทยา ภูเก็ต ก่อน
และในวันที่ ๑ พฤษภาคมนี้ กระทรวงฯ เตรียมหารือร่วมกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เพื่อวางแนวทางการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกัน และหาก ๓ ฝ่ายคือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศาลยุติธรรม เห็นตรงกัน ก็จะลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน เพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ เตรียมยกระดับมาตรการเยียวยานักท่องเที่ยวที่ประสบภัยในไทยให้สูงขึ้น โดยจะใช้เกณฑ์การพิจารณาช่วยเหลือเป็นรายกรณี พร้อมยอมรับ เงินบาทแข็งค่าจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวลดลง แต่มั่นใจว่าภาพรวมการท่องเที่ยวไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาไทยถึง ๒๔.๕ ล้านคน
ด้านนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เผย เป้าหมายการสร้างรายได้ ๒ ล้านล้านบาทของรัฐบาล ที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังมีปัญหาเรื่องการส่งมอบความพึงพอใจ และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงต้องมีการดูแลตั้งแต่การป้องปราม และควบคุมมาตรฐานของผู้ประกอบการ อีกทั้งหากเกิดเหตุการณ์กับนักท่องเที่ยว ก็ต้องมีการเยียวยาเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดี และหากคดีใดสามารถจับกุมคนร้ายได้เร็ว ก็จะสามารถยุติข้อมูลข่าวสารที่เป็นด้านลบกับประเทศได้ ยืนยัน ภาพลักษณ์ของไทยในขณะนี้ยังเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวพึงพอใจ และประเทศไทยยังปลอดภัย
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเกาหลี ที่ประสบอุบัติเหตุเรือสปีตโบ๊ตชนกัน ล่าสุด สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาหลี (กาด้า) ได้ส่งหนังสือมาสอบถามรัฐบาลว่า จะให้ความช่วยเหลือและเยียวยานักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวอย่างไร ซึ่งนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงฯ ไปดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถให้เงินช่วยเหลือไปก่อนได้หรือไม่ และในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก อาจตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อให้การพิจารณาเงินช่วยเหลือเยียวยาทำได้เร็วขึ้น

๑๐. ศาลคดีท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๒)

คอลัมน์บทนำมติชน กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ของนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งล่าสุดมีแนวคิดที่จะตั้งศาลท่องเที่ยวขึ้นมา เพื่อพิจารณาคดีความที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ และให้มีขั้นตอนที่รวดเร็วกว่าปกติ โดยเชื่อว่าศาลคดีท่องเที่ยวจะมีบทบาทอย่างสูงในการแก้ปัญหานี้

๑๑. ศาลท่องเที่ยว ข่าวสด (หน้า ๒)

คอลัมน์ชกไม่มีมุม โดย วงค์ ตาวัน เห็นด้วยกับแนวคิดการตั้งศาลท่องเที่ยว ของนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้ขั้นตอนการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวสะดวกรวดเร็วขึ้น ทำให้รู้สึกว่าเที่ยวไทยมีหลักประกันความยุติธรรม ฉับไว เชื่อหากมีการตัดสินคดีกันอย่างรวดเร็ว ผู้ร้ายคงเข็ดขยาดและคดีย่อมลดลง
สุดท้ายผู้เขียนระบุว่า ศาลท่องเที่ยวหรือแผนกคดีท่องเที่ยว ดูแล้วมีแต่ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับการเมือง และไม่มีคำถามเรื่องใช้อำนาจแทรกแซงสภา

๑๒. การเตรียมรับนักท่องเที่ยวจีน ข่าวสด (หน้า ๖)

คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย นำเสนอจดหมายของผู้ใช้นามว่า “เจ้าบ้าน” ที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยจำนวนมาก โดยมองว่าข้อดีคือ ทำให้ไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนข้อเสียคือ วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของเขาและของเราไม่เหมือนกัน พร้อมแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรองรับกับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว อาทิ จัดทำป้ายบอกทาง ป้ายจราจร หรือป้ายเตือนเรื่องกฎระเบียบ เป็นภาษาอื่นๆ เป็นต้น
ด้านเจ้าของคอลัมน์ เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะดังกล่าว พร้อมระบุขณะนี้นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมปรับปรุงแผนที่ ป้ายจราจร กฎระเบียบ คู่มือที่จะบอกกล่าวนักท่องเที่ยวให้เข้าใจถึงกฎระเบียบของไทย และล่าสุด มีแนวคิดจัดตั้งศาลสำหรับดูแลคดีของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพื่อให้การพิจารณาคดีรวดเร็วขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัวเพื่อรับมือด้วย อาทิ ภายในห้างควรจะมีเอกสารที่หลากหลายภาษา

๑๓. เที่ยวไทยดิ้นเพื่ออยู่รอด ดึงเอกชนรายใหญ่จัดทัวร์  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑)

สกู๊ปรายงานถึงการปรับกลยุทธ์ของบริษัทนำเที่ยว เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในระยะยาว หลังปัจจุบันสัดส่วนคนไทยเที่ยวในประเทศผ่านบริษัทนำเที่ยวลดลง เหลือไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดย สทน. เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะคง หรือเพิ่มสัดส่วนคนไทยเที่ยวในประเทศผ่านบริษัทนำเที่ยวคือ การขอความร่วมมือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในทุกกลุ่มธุรกิจ ให้เข้ามาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ
ล่าสุด สทน. มีแนวทางจับมือกับ ททท. เพื่อขอความร่วมมือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศให้ชัดเจนขึ้น โดยวางไว้ ๒ โครงการคือ ๑. โครงการ “ขอบคุณที่เที่ยวเมืองไทย” โดยจะให้บริษัทเอกชนสนับสนุนงบประมาณจัดกิจกรรมพิเศษ อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรมที่หาดูไม่ได้ในโปรแกรมท่องเที่ยวทั่วไป การทำพิธีกรรมที่มีความพิเศษ ไม่สามารถทำได้กรณีเดินทางไปเอง เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อโปรแกรมท่องเที่ยวรู้สึกว่าได้ท่องเที่ยวแบบพิเศษๆ
และระหว่างจัดโครงการ สทน. ก็จะนำแบรนด์ของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ที่สนับสนุนกิจกรรมมาสร้างการรับรู้กับลูกค้าที่เดินทาง รวมทั้งต่อยอดด้วยการบันทึกภาพบรรยากาศการท่องเที่ยว การแสดงพิเศษ ทำภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศเผยแพร่ผ่านยูทูบ ตั้งเป้าจะจัดโครงการภายในปีนี้ คาดจะดึงคนเที่ยวผ่านโครงการได้ ๓ – ๔ พันคน ราคาแพ็กเกจทัวร์อยู่ประมาณ ๘ พันบาทต่อคน สำหรับการเที่ยวแบบ ๔ วัน ๓ คืน
และระยะต่อไปจะให้บริษัทเอกชนจัดกิจกรมตอบแทนลูกค้าหรือพนักงาน โดยให้รางวัลท่องเที่ยวในประเทศผ่านบริษัทนำเที่ยว และต่อยอดด้วยการโปรโมตสู่สายตาสาธารณชน เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้บริษัทเอกชนอื่นจัดกิจกรรมแบบเดียวกัน ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนคนไทยเที่ยวในประเทศผ่านบริษัทนำเที่ยวเป็น ๒๐ – ๒๒ เปอร์เซ็นต์
ส่วนโครงการที่ ๒ คือ ขอความร่วมมือเทสโก้ โลตัส สนับสนุนใช้พื้นที่จอดรถในเทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ รองรับรถบัสจอดรับ – ส่ง หรือแวะพักระหว่างทางในโปรแกรมท่องเที่ยว ส่วนระยะต่อไป จะขอให้เทสโก้ โลตัส จัดกิจกรรมตอบแทนลูกค้าด้วยการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

๑๔. นักเที่ยวไทยยินดีจ่ายเงิน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

คอลัมน์ Biz Monitor : ทริปแอดไวเซอร์ ได้ทำการสำรวจข้อมูลจากนักเดินทางและที่พักกว่า ๓.๕ หมื่นรายทั่วโลก พบว่า การจองห้องพักของคนไทยกว่า ๔ ใน ๕ คน หรือ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ วางแผนเพิ่มงบประมาณในการเดินทางปีนี้ มีเพียง ๖ เปอร์เซ็นต์ ที่วางแผนจ่ายน้อยลง และ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ใช้จ่ายเท่ากับปีที่ผ่านมา ส่วนการจองที่พักพบว่า ก่อนตัดสินใจจอง ๗๒ เปอร์เซ็นต์ จะพิจารณาที่พัก ๑ – ๕ แห่ง ๒๑ เปอร์เซ็นต์ พิจารณา ๖ – ๑๐ แห่ง และ ๓ เปอร์เซ็นต์ พิจารณา ๑๑ - ๑๕ แห่ง

๑๕. ช่วยกันเดิน เดลินิวส์ (หน้า ๗)

คอลัมน์หมายเหตุสีบานเย็น กล่าวถึงเป้าหมายการสร้างรายได้การท่องเที่ยว ๒ ล้านล้านบาทในปี ๒๕๕๘ ของรัฐบาล ที่ทำให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. ต้องระดมสมองเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย รวมถึงการผนึกกำลังกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง แต่รัฐบาลกลับจัดสรรงบประมาณที่จะนำมาใช้กระตุ้นการท่องเที่ยวไม่ชัดเจน
โดยผู้เขียนได้กล่าวถึง “สำนักงานส่งเสริมกองทัพบก” หรือ สง.ทท.ทบ. ที่ไม่เคยได้รับการเอ่ยถึง ทั้งๆ ที่มีเขตพื้นที่ทหารทั่วประเทศที่สามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ แต่งบประมาณที่ สง.ทท.ทบ. ได้รับเพื่อนำมาปรับปรุงพื้นที่ เพิ่มแหล่งท่องเที่ยว และทำตลาด กลับน้อยมาก เพียง ๑๐๐ ล้านบาท รวมถึงยังมีเรื่องการพัฒนาบุคลากรเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ให้เดินหน้าอย่างมั่นคง ซึ่งหากภาครัฐยังไม่เร่งปรับปรุงให้คนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างรายได้เข้าประเทศ ๒ ล้านล้านบาท ให้มีความเข้มแข็งแล้ว เชื่อว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ยิ่งห่างไกลทุกที

๑๖. ไตรมาสแรกเศรษฐกิจโต ๖ เปอร์เซ็นต์ ลงทุนภาคเอกชนขยายตัวช้า กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๒)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดผลการแถลงภาวะเศรษฐกิจการคลังในไตรมาส ๑ ของปี ๒๕๕๖ ของ สศค. โดยระบุว่า ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการใช้จ่ายภายในประเทศของภาคเอกชน การส่งออก รวมทั้งการผลิต โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ขณะที่ภาคการคลังมีบทบาทในการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่าต่อเนื่อง
ส่วนภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส ๑ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ และขยายตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ โดย ๓ อันดับแรกที่มีการขยายตัวได้ดีมาจากนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น ๙๓.๕ เปอร์เซ็นต์ รัสเซีย ๒๖.๐ เปอร์เซ็นต์ และญี่ปุ่น ๒๒.๗ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถรองรับความผันผวนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้

๑๗. เปิดศูนย์พักวัยเกษียณครบวงจร / ‘เวลเนสซิตี้’ ชิงนำที่แรกในไทย / รองรับทั่วโลกหลังเปิด ‘เออีซี’ มติชนรายวัน (หน้า ๙)

บจก.เวลเนสซิตี้ มีแผนจะขยายโครงการเวลเนสซิตี้ พื้นที่กว่า ๑.๒ พันไร่ บริเวณอำเภอบางไทร จังหวัดอยุธยา ให้เป็นศูนย์ที่พักวัยเกษียณครบวงจรแห่งแรกในไทย ภายในปี ๒๕๕๘ เพื่อรองรับการเปิดเออีซี ภายในโครงการจะมีทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม สถานพยาบาล โรงแรม และศูนย์การค้า มูลค่ารวมกว่า ๓ พันล้านบาท คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้เข้าพักอาศัยได้ถึง ๕ พันครัวเรือน หรือประมาณ ๑ หมื่นคน

๑๘. ไกด์จีนฮือต้านไกด์เถื่อน ชี้แย่งอาชีพทำคนไทยตกงาน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๕)

๑๙. มัคคุเทศก์ภูเก็ตโวยไกด์เถื่อน มติชนรายวัน (หน้า ๑๖)

เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ที่ผ่านมา กลุ่มมัคคุเทศก์อาชีพภาษาจีนในภูเก็ต ประมาณ ๒๐๐ คน ได้ยื่นหนังสือถึงนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาไกด์ต่างชาติชาวจีนเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย โดยขอให้เจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดี และให้จับกุมไกด์เถื่อนให้เสมอภาคกัน รวมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐอบรมไกด์ภาษาจีนให้เพียงพอต่อความต้องการ
ด้านนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เผย ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และทางจังหวัดอยากจะขอความร่วมมือจากไกด์จีนทั้งหลาย ให้ช่วยส่งข้อมูลเกี่ยวกับไกด์เถื่อน และผู้ประกอบการทัวร์จีนที่ใช้ไกด์คนจีนแทนคนไทยมาให้ทางจังหวัด เพื่อที่ทางจังหวัดจะได้ดำเนินการตามกฎหมายกับไกด์เหล่านั้น
ส่วนเรื่องการเพิ่มจำนวนไกด์ ได้มอบหมายให้สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภูเก็ต เพื่ออบรม และสอบคัดเลือกใบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ภาษาจีนเพิ่มขึ้น ให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

๒๐. ‘ยุคคล’ ยัน ไม่พบหวัดนกในไทย นักวิทยาศาสตร์หวั่นกลายพันธุ์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๗)

นายยุคคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันยังไม่มีรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกในไทย พร้อมได้สั่งให้กรมปศุสัตว์สุ่มตรวจเก็บตัวอย่างจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์เป็นครั้งที่ ๒ และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจุดเข้าออกชายแดนทุกจุดอีกครั้ง เพราะเป็นจุดสำคัญในการป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าไทย ด้าน น.ส.ศยามล สิทธิสาร นิสิตปริญญาเอกสาขาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผย นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน หวั่นเชื้อ H๗N๙ จะกลายพันธุ์ระบาดใหญ่ในอนาคต

๒๑. นักเที่ยวเยอรมันตกรถไฟดับ มติชนรายวัน (หน้า ๗)

เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันพลัดตกรถไฟเสียชีวิต บริเวณลำคลองหนองตาเสือ ใต้สะพานรถไฟหมู่ ๕ อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร จากการสอบถามทราบว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งกลับจากท่องเที่ยวที่อำเภอเกาะสมุย ระหว่างขึ้นรถไฟกลับ ผู้เสียชีวิตได้ใช้มือจับราวบันไดทางขึ้นทั้ง ๒ ข้าง แล้วทิ้งตัวโยนออกไปนอกรถไฟด้วยท่าซูเปอร์แมน และเป็นจังหวะที่รถไฟผ่านสะพานเหล็กพอดี ร่างของผู้เสียชีวิตจึงกระแทกอย่างแรง ก่อนจะตกลงไปในลำคลองเสียชีวิต

๒๒. เที่ยวสุขใจให้พลังชีวิต เดลินิวส์ (หน้า ๕)

ภาพข่าว : นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. และ อ.คฑา ชินบัญชร แถลงข่าวเปิดโครงการเที่ยว ๑๒ เดือนสุขใจ ให้พลังชีวิต ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์

๒๓. หัวใจสีเขียว มติชนรายวัน (หน้า ๔)

๒๔. หัวใจสีเขียว โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๘.๓)

ภาพข่าว : นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. แถลงข่าวการจัดงาน ๗ Greens Fair หลงรักเมืองไทย เที่ยวหัวใจสีเขียว เพื่อต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่ ททท.

*************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th











29/4/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันจันทร์ ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๖

๑. ภารกิจประสานสิบทิศ ยกระดับท่องเที่ยวไทย โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๒)

คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ โดย พีรดา ปราศรีวงศ์ สัมภาษณ์นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ถึงภารกิจในตำแหน่ง โดยจะเน้นสร้างมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับชาวต่างชาติ และแก้ปัญหานักท่องเที่ยวกระจุกตัวเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม รวมถึงกระทรวงฯ จะทำหน้าที่ประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความตระหนัก และรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

๒. เปิดใจ ‘สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์’ ขอทำงานพิสูจน์ฝีมือ ลบมุมมองรัฐมนตรีขัดตาทัพ มติชนรายวัน (หน้า ๑๗)

คอลัมน์สัมภาษณ์ โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ สัมภาษณ์นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และการวางแผนการบริหารงานในกระทรวง

๓. เอกชนหนุนตั้งศาลท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๑๕)

ภาคเอกชนท่องเที่ยว แสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ มีแนวคิดจะจัดตั้งศาลท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว โดยนายเกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย – จีน เผย หากทำได้จริงจะช่วยแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า และช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศว่า รัฐบาลเอาใจใส่เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ขณะที่แอตต้า ไม่แน่ใจว่าศาลท่องเที่ยวจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะมีเรื่องระเบียบ และกฎหมายต่างๆ มากมายที่เกี่ยวข้อง แต่หากทำได้จริง ก็ถือว่าดี และขอให้ศึกษาให้รอบคอบก่อนจะปฏิบัติจริง ส่วน สทท. อยากเห็นแผนที่มีความชัดเจนมากกว่านี้ก่อน
ด้านนายภูณัช ธนาเหล่าพานิช นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ เห็นด้วยกับการจัดตั้ง ศาลท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้กับนักท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวมีเวลาจำกัดในการเดินทางมาท่องเที่ยว
และนายสราวุฒิ แซ่เตี๋ยว นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ มองว่าดีหากมีศาลท่องเที่ยวขึ้นมา แต่ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องตั้งขึ้นมา เพราะศาลปกติยังทำหน้าที่ได้อยู่ และไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวเสียโอกาส เสียเวลา หรือไม่ให้ความยุติธรรมแต่อย่างใด

๔. แถลงข่าวเรื่อง “ศาลท่องเที่ยว” โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

คอลัมน์ประเด็นร้อน : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดแถลงข่าวเรื่อง “ศาลท่องเที่ยว” โดยจะเสนอขอให้จัดตั้งขึ้น เพื่อดูแลปัญหาอาชญากรรมให้กับนักท่องเที่ยว

๕. ททท. เปิดแคมเปญใหม่ ชวนเที่ยวแบบจิตอาสา แนวหน้า (หน้า ๑๙)

นายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เผย ททท. ได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ ซึ่งเป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัคร ภายใต้ชื่อ “THE LITTLE BIG PROJECT” เพื่อตอบรับกระแสการท่องเที่ยวแบบจิตอาสา (Voluntourism) โดยเปิดรับสมัครนักท่องเที่ยวหนุ่ม – สาวรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสาทั่วโลก ร่วมแข่งขันท่องเที่ยวพร้อมทำกิจกรรมสาธารณกุศลในไทยเป็นเวลา ๒ สัปดาห์ เพื่อระดมทุน ๕ พันเหรียญสหรัฐ มอบให้กับโครงการอนุรักษ์ในพื้นที่ท่องเที่ยวของไทย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖

๖. อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ สิงห์ แคดดี้ แชมเปี้ยนชิพ เดลินิวส์ (หน้า ๑๘)

๗. อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ สิงห์ แคดดี้ แชมเปี้ยนชิพ โลกวันนี้รายวัน (หน้า ๙.๓)

นายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ร่วมกับ สรวง จันทรอุไร ผอ.ฝ่ายส่งเสริมกีฬา บจก.สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดกอล์ฟ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ สิงห์ แคดดี้ แชมเปี้ยนชิพ” เพื่อเปิดโอกาสให้แคดดี้ได้โชว์วงสวิง โดยเริ่มสนามแรกที่เขาเขียว คันทรีคลับ ในวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ สมัครด่วนได้ตั้งแต่วันนี้

๘. ‘พาต้าซัมมิท’ ชี้เทรนด์ท่องเที่ยว กระตุ้นรัฐร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

นฤมล เกษมสุข นำเสนอสาระสำคัญในการประชุมสมัชชาใหญ่ประจำปีของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (พาต้า) ในหัวข้อ Private Sector Challenges and Opportunities Inherent in Advancing the complete visitor economy ที่ได้ตอกย้ำบทบาทสำคัญของการท่องเที่ยว ผ่านภาคเอกชนชั้นนำในเวทีโลก ซึ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การพัฒนาคู่ขนานจากภาครัฐ จะเป็นองค์ประกอบหลักที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตอย่างรวดเร็ว
พร้อมมีการคาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี ๒๕๗๓ นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเติบโตได้ในอัตราเฉลี่ย ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ส่วนปี ๒๕๕๕ การเติบโตของการท่องเที่ยวทั่วโลกมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของจีดีพีประมาณ ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าปีนี้จะกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยตรงได้อีกประมาณ ๓.๑ เปอร์เซ็นต์ โดยภูมิภาคที่มาแรงที่สุดในปีก่อนคือ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่เติบโตในอัตรา ๗.๓ เปอร์เซ็นต์

๙. จับกลุ่มบูมเที่ยวไทย รร.เหนือรวมตัวโรดโชว์เจาะตลาดจีน สทน.หาพันธมิตรจัดกิจกรรมร่วม โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๓)

กลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง มีแผนจะรวมตัวกันไปโรดโชว์และเทรดโชว์ในต่างประเทศ ในนามโรงแรมจังหวัดเชียงใหม่เป็นครั้งแรก ในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยตั้งเป้าจะไปจีนเป็นจุดแรก เพราะต้องการต่อยอดกระแสคนจีนอยากมาเที่ยวเชียงใหม่ ตามรอยหนังลอสต์ อิน ไทยแลนด์
ด้าน สทน. เตรียมหารือกับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อขอความร่วมมือสนับสนุนบริษัทนำเที่ยวที่เป็นสมาชิกของ สทน. ร่วมกันจัดโปรแกรมทัวร์ในประเทศ ๔ ภาคขายด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศร่วมกัน คาดจะมีคนไทยเข้าร่วมทัวร์ ๓ – ๔ พันคน

๑๐. ห้องพักทะเลอันดามันเต็ม คนไทยหันเที่ยวฝั่งอ่าวไทย แนวหน้า (หน้า ๑๑)

สทน. ชี้ คนไทยมีพฤติกรรมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น คิดเป็นสัดส่วนกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ และเดินทางผ่านบริษัททัวร์น้อยลงเหลือกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายรถคันแรก ที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดการท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น
ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมียอดเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยพบตามสถานที่ท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน อย่างภูเก็ต สมุย และกระบี่ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดวิกฤติขาดแคลนห้องพัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้คนไทยหนีร้อนไปเที่ยวทะเลฝั่งอ่าวไทยเพิ่มขึ้นกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า ๑.๕ หมื่นล้านบาท ในช่วงหน้าร้อน
ส่วนปัญหาเงินบาทแข็งค่านั้น ยังคงต้องจับตามองต่อไป เพราะขณะนี้ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมในประเทศปรับราคาห้องพักขึ้น และอาจส่งผลให้ราคาแพ็กเกจทัวร์ต่างประเทศลดลงมาอยู่ ๒ หมื่นบาท ต่อคนต่อทริป สำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ รวมถึงอาจส่งผลให้คนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ มากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้คึกคักขึ้น เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวยังคงท่องเที่ยวในประเทศต่อไป

๑๑. กระทุ้งรัฐอย่าละเลยนักท่องเที่ยวยุโรปพักระยะยาว  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๓)

นางมิ่งขวัญ เมธเมาลี นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย (เอทีทีเอ็ม) อยากให้ภาครัฐให้น้ำหนักกับการทำตลาดยุโรปมากขึ้น และไม่ควรละเลยตลาดนี้ เผย แม้ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวยุโรปที่มาเที่ยวไทยลดลง แต่กลุ่มที่เดินทางมามีพฤติกรรมอยู่นาน และใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อไทย โดยจุดหมายที่คนยุโรปชอบไปและอยู่ยาวคือ ภูเก็ต และสมุย
พร้อมอยากให้ภาครัฐจัดประเภทที่พักของนักท่องเที่ยว โดยจัดกลุ่มบ้านพัก วิลลา รีสอร์ท และเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ที่ไม่ได้มาตรฐานพอจะเป็นโรงแรม แต่มีรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มาพักระยะยาว ให้เป็นที่พักอีกประเภท รวมถึงควรเข้าไปพัฒนามาตรฐานการบริการของที่พักเหล่านี้ให้ดีขึ้น เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวยุโรปพักนานขึ้น และกลับมาพักระยาวอีกในอนาคต

๑๒. ผลิตบัณฑิตเพื่อพัฒนาสังคมยั่งยืน แนวหน้า (หน้า ๑๑)

อพท. ร่วมกับ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการผลิตบัณฑิตร่วม เพื่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ๔ รุ่น ใน ๔ ปีการศึกษา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ – ๒๕๕๙ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีพื้นฐานการมีจิตอาสา มีความรู้ความสามารถ พร้อมนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์สร้างมูลค่าของวัฒนธรรมชุมชน ผ่านกระบวนการท่องเที่ยว โดย อพท. จะมอบทุนการศึกษาให้ปีการศึกษาละ ๒ ทุน เข้าศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการวิจัยทางสังคม คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

๑๓. “ปู” สานธุรกิจมองโกเลีย อาหาร – ยานยนต์ – พลังงาน ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๙)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยือนมองโกเลีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่มีมาเกือบ ๔๐ปี พร้อมได้มีการหารือร่วมกัน เพื่อให้การส่งเสริมการค้าและการลงทุนบรรลุเป้าหมาย โดยไทยพร้อมจะลงนามในความตกลง เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างกัน ขณะที่มองโกเลีย จะพัฒนาการส่งออกพลังงาน และได้มีการลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน จำนวน ๓ ฉบับ
ส่วนด้านการท่องเที่ยว ไทย – มองโกเลีย เห็นพ้องให้เร่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมจะผลักดันให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรม การตั้งแคมป์ และร้านอาหาร

๑๔. จีนเฝ้าระวังหวัดนกสูงสุด มาเลย์แบนนำเข้าไก่แล้ว  โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๙)

คอลัมน์รายงานพิเศษ โดย ทีมข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดนก H๗N๙ ล่าสุด ผู้นำจีนได้สั่งทั่วประเทศเฝ้าระวังสูงสุด หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักไวรัสวิทยาของสหรัฐอเมริกาเตือน มีโอกาสที่เชื้อจะกลายพันธุ์ ส่วนที่มาเลเซียได้สั่งห้ามนำเข้าไก่ทุกประเภทจากจีนแล้ว พร้อมขอให้บรรดาเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ทั่วประเทศ เฝ้าจับตาสถานการณ์การระบาดของโรคให้มากขึ้น

๑๕. ๗ Greens Fair แนวหน้า (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. แถลงข่าวการจัดงาน “หลงรักเมืองไทย เที่ยวหัวใจสีเขียว” ระหว่างวันที่ ๓ – ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่ ททท.

***********************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th


ข่าวประเด็นสำคัญ วันอาทิตย์ ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๖

๑.ท่องเที่ยวฯ เร่งทำโรดแมปบริหาร เน้นหนักความปลอดภัย – กระจายแหล่งท่องเที่ยว ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๗)

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เผย กระทรวงฯ อยู่ระหว่างการเร่งทำเวิร์กช็อป เพื่อหาข้อมูลมาวางโรดแมปด้านบริหารจัดการ เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวงฯ บรรลุเป้าหมาย สร้างรายได้เข้าประเทศ ๒ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๕๘ โดยจะเน้นหนักเรื่องสร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลัก หวังกระจายแหล่งท่องเที่ยว รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไทยจำนวนมาก

พร้อมเดินหน้าผลักดันการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถสูตร ๑ หรือฟอร์มูล่า ๑ ต่อเนื่องจากแผนเดิม และคาดว่าภาพรวมการท่องเที่ยวในปีนี้ จะเป็นปีที่ดีของไทย เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวจัด ประกอบกับบางประเทศเกิดข้อพิพาททางการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงฯ จะประสานทุกส่วนให้เน้นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากขึ้น

๒. ‘สมศักย์’ ชงตั้งศาลท่องเที่ยว มติชนรายวัน (หน้า ๙)

๓. ตั้งศาลใหม่ เฉพาะคดีท่องเที่ยว ‘สมศักย์’ ลุยถกเลขาศาล – บิ๊กอู๋แก้ปัญหาล่าช้าจนบินกลับก่อน ข่าวสด (หน้า ๑)

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวคิดจะร่วมกับตำรวจ ศาลยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้ง “ศาลท่องเที่ยว” เพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพราะที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาอาชญากรรมกับนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน และกระทบกับตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย
ซึ่งในเบื้องต้นอาจเป็นการตั้งแผนกคดีการท่องเที่ยวในศาล เพื่อพิจารณาคดีเหล่านี้ เนื่องจากการตั้งศาลท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่ ต้องมีการแก้กฎหมายให้สอดคล้องกัน รวมถึงจะหารือเรื่องการเปิดศาลกลางคืน เพื่อพิจารณาอรรถคดีให้รวดเร็วมากขึ้น และวันที่ ๑ พฤษภาคมนี้ จะเข้าหารือกับ ผบ.ตร. เพื่อขอให้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว เอาจริงเอาจัง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

๔. ททท. ร่วมท้องถิ่นสร้างเยาวชนรู้เที่ยวทั่วไทย เดลินิวส์ (หน้า ๖)

คอลัมน์มองคุณภาพชีวิต โดย นายแพทย์สุวิทย์ เกียรติเสวี นำเสนอรายละเอียดโครงการศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว ของ ททท. ซึ่งล่าสุด ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูโครงการนำร่องที่โรงเรียนเทศบาล ๔ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ ๑๔ – ๑๕ เมษายน ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ททท. ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดขึ้นที่โรงเรียน ๘๔ แห่งทุกภาคทั่วไทย เพื่อให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมได้เรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตัวเอง เพื่อเผยแพร่การท่องเที่ยวกับผู้มาเยือน และพร้อมรองรับอาเซียนที่กำลังจะมาถึง

๕. ทัวร์อังกฤษจ่อปรับขึ้นราคา รับเงิน ‘ปอนด์ – บาท’ ผันผวน ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๗)

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผอ.ททท.สนง.ลอนดอน เผยถึงแนวทางการทำตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (อินบาวน์) จากอังกฤษในปีนี้ว่า ต้องจับตาปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง และเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ใน ๒ ปีที่ผ่านมา โดยมองว่าผู้ประกอบการมีแนวโน้มจะปรับราคาแพ็กเกจทัวร์อย่างน้อย ๑๐ – ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และเทรนด์การเดินทางเข้าไทยขยายตัวเล็กน้อย โดยจะกลับมาฟื้นเต็มที่ในปี ๒๕๕๗ จากนโยบายวินัยการคลังของรัฐบาลอังกฤษในขณะนี้ และจะส่งเสริมอย่างเต็มที่ในปี ๒๕๕๘ พร้อมปรับแผนการตลาดเป็นทัวร์แบบเหมาจ่าย (ออล – อินคลูซีฟ แพ็กเกจ) ช่วยลดปัญหาความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นระหว่างการเดินทางของนักท่องเที่ยว

๖. เจาะใจ ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ซีอีโอ ‘พิงคนครโมเดล’ ขับเคลื่อนศูนย์ประชุมเชียงใหม่ – ไนท์ซาฟารี  ประชาชาติธุรกิจ (หน้า ๒๙)

คอลัมน์สัมภาษณ์ นำเสนอบทสัมภาษณ์ ดร.ศราวุฒิ ศรีสกุล ผอ.สำนักงานพิงคนคร (องค์การมหาชน) ถึงแผนการบริหารงานและแนวทางการทำตลาดของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ และเชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี

๗. ผวาปัญหาเกาหลีใต้เลิกเที่ยวพุ่ง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๑๐)

ผู้บริหาร บจก.ดิสคัฟเวอรี่ โคเรีย เผย หลังเทศกาลสงกรานต์ มีลูกค้าขอชะลอการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้จำนวนมาก เนื่องจากกังวลกับข่าวความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม มีการยกเลิกการเดินทางถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของแผนการเดินทางรวม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอินเซนทีฟ พร้อมคาดว่าคนไทยจะชะลอการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีต่อเนื่องอีก ๑ - ๒ เดือน หรืออย่างรุนแรงที่สุดจะชะลอการเดินทางยาวถึงไปจนถึงปลายปี แต่หลังจากนั้นหากสถานการณ์เป็นปกติ เชื่อว่าคนไทยจะกลับมามั่นใจในการท่องเที่ยวเช่นเดิม

๘. พม่าอ้างกรรมสิทธิ์ยึด ๓ เกาะน่านน้ำอันดามัน ห้ามไทยเข้าไปจุ้น หอค้าระนองห่วงเกิดเหตุบานปลาย จี้ทางการรีบเคลียร์ แนวหน้า (หน้า ๑)

ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นเมียนมาร์ – ไทย ด้านจังหวัดเกาะสอง – ระนอง หรือทีบีซี ได้อ้างกรรมสิทธิ์ใน ๓ เกาะ ได้แก่ เกาะหลาม เกาะคัน และเกาะขี้นก และห้ามฝ่ายไทยหรือประชาชนไทยเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างแผนที่ของอังกฤษจัดทำเกี่ยวกับแผนที่น่านน้ำทะเลอันดามัน เมื่อปี ค.ศ.๑๙๓๙ พบว่าเกาะทั้ง ๓ อยู่ในน่านน้ำของเมียนมาร์ ด้านหอการค้าจังหวัดระนอง หวั่นเหตุการณ์บานปลาย เพราะปัญหาเขตพื้นที่ทับซ้อนตามแนวชายแดนไทย – เมียนมาร์ ด้านจังหวัดระนอง มีอยู่เกือบตลอดแนวพรมแดน พร้อมเรียกร้องให้ทางการเร่งแก้ไขปัญหา

๙. ๑๓ ชีวิตระทึก – ฉลองหลินปิง รถรางไฟฟ้าเดี้ยงกว่าชั่วโมง คม ชัด ลึก (หน้า ๑)

๑๐. ฉลอง ๓ ปี ๑๑ เดือน ‘หลินปิง’ ต่อรองไม่ต้องส่งกลับจีน แนวหน้า (หน้า ๑)

เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในงานฉลองวันเกิดครบรอบ ๓ ปี ๑๑ เดือน ของแพนด้าหลินปิง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ โดยรถรางไฟฟ้าที่ให้บริการพาเที่ยวชมรอบสวนสัตว์เชียงใหม่ เกิดเหตุขัดข้อง ติดค้างอยู่บนรางที่มีความสูงประมาณ ๑๐ เมตร บริเวณส่วนจัดแสดงสัตว์ แอฟริกา ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง ทำให้นักท่องเที่ยว ๑๓ คน ติดอยู่บนรถรางนานกว่า ๑ ชม.
เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากระบบเบรกขัดข้อง พร้อมหยุดให้บริการรถรางชั่วคราว และคืนเงินค่าโดยสารแก่ผู้โดยสารที่ติดค้างอยู่บนรถราง ด้าน อบจ.เชียงใหม่ เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องเจรจาเพื่อให้หลินปิงได้อยู่ไทยต่อ

๑๑. สธ.ระดมคุมเข้มหวัดนก ‘H๗N๙’ ไทยรัฐ (หน้า ๑)
กระทรวงสาธารณสุข ระดมกำลังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุมเข้มการตรวจจับการระบาดและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ H๗N๙ ให้มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั้งในคนและสัตว์ปีกพร้อมได้ให้องค์การเภสัชกรรม และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เตรียมคลังยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ด้านองค์การอนามัยโลก ขอให้ทุกประเทศเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม แต่ยังไม่แนะนำให้ดำเนินการตรวจคัดกรองพิเศษผู้ที่เดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ

๑๒. ตัดงบ เดลินิวส์ (หน้า ๕)

คอลัมน์คนหน้า ๕ โดย ดินสอโดม กล่าวถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๗ ว่า รัฐบาลจะเสนอขออนุมัติต่อสภาทั้งสิ้น ๒.๕ ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ตั้งขาดดุลหรือต้องไปกู้มา ๒.๕ แสนล้านบาท เน้นสร้างคุณภาพคนและสร้างระบบ แต่เมื่อดูเม็ดเงินรายกระทรวง “ดินสอโดม” ได้ตั้ง ข้อสงสัยว่า สำนักนายกรัฐมนตรีมีงานอะไรพิเศษ ถึงได้งบจำนวนมาก ผิดกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่หาเงินเข้าประเทศ แต่ถูกตัดลง -๒๑.๔ เปอร์เซ็นต์

๑๓. เที่ยวมีคุณค่า ไทยรัฐ (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. และ อ.คฑา ชินบัญชร แถลงข่าวการจัดโครงการ “เที่ยว ๑๒ เดือน สุขใจให้พลังชีวิต” เพื่อท่องเที่ยวตามแหล่งสืบสานพุทธศาสนา ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์

**************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th




ข่าวประเด็นสำคัญ วันเสาร์ ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๖

๑. ททท. ดันทัวร์ศาสนาเที่ยว ๑๒ เดือน เดลินิวส์ (หน้า ๑๖)

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เผย ททท. ได้จัดโครงการ “เที่ยว ๑๒ เดือน สุขใจให้พลังชีวิต” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม เพิ่มความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ และส่งเสริมให้คนไทยเดินทางเชื่อมโยงสู่ภูมิภาค มากกว่าท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมี อ.คฑา ชินบัญชร เป็นผู้ร่วมโครงการ ซึ่งในเบื้องต้นได้จัดทำหนังสือคู่มือ นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยงเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่โดดเด่นของแต่ละจังหวัด สามารถขอรับได้ที่ ททท.สนง.ใหญ่ หรือสาขาทั่วประเทศ
และในช่วงวันวิสาขบูชา จะจัดกิจกรรรมคาราวานรถบัสปรับอากาศกับขบวนรถยนต์เดินทางท่องเที่ยวแบบแสวงธรรม พร้อมปฏิบัติธรรม ๕ เส้นทาง คือ เส้นทางภาคเหนือ จังหวัดสุโขทัย - กำแพงเพชร ภาคอีสาน จังหวัดสกลนคร – นครพนม ภาคกลาง จังหวัดราชบุรี ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และชุมพร โดยทั้งหมดจะเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในช่วงเช้าของวันขึ้น ๑๕ ค่ำวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖

๒. “เที่ยว ๑๒ เดือน สุขใจให้พลังชีวิต” สยามธุรกิจ (หน้า ๔)

คอลัมน์สังคม โดย อิสระ ประชาชื่น : นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เปิดตัวโครงการ “เที่ยว ๑๒ เดือน สุขใจให้พลังชีวิต” โดยมี อ.คฑา ชินบัญชร เป็นไกด์นำทัวร์ เริ่มในวันวิสาขบูชาที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ สนใจสอบถามได้ที่ ททท.

๓. ครอบครัวนักเดินทาง บางกอก ทูเดย์ (หน้า ๒๗)

คู่รักนักเดินทาง อ้อม – พิยดา และสามี ศรา – จุฑารัตนกุล ร่วมงานเปิดตัวเว็บไซต์ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ควอลิตี้ ของ ททท. โดยมีนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดงาน

๔. ปั่นไปเที่ยวไป เมืองไทยยั่งยืน กรุงเทพธุรกิจ / เสาร์สวัสดี (หน้า ๗)

คอลัมน์ Travel Focus นำเสนอรายละเอียดงาน BANGKOK BIKE ๒๐๑๓ งานแสดงสินค้าและบริการเพื่อคนรักจักรยานเพื่อการเดินทางและการท่องเที่ยวงานแรกในไทย โดยกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๒ – ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ฮอลล์ ๔ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มี ททท. และสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ให้การสนับสนุน ภายใต้ธีม Let’s Go Green หรือปั่นไปเที่ยวไป เมืองไทยยั่งยืน

๕. เพิ่มมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว ปรับปรุงปาย – แผนที่ – รับประชาคมอาเซียน ข่าวสด (หน้า ๕)

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มีโยบายจะมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว โดยจะเน้นย้ำให้ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด มีบทบาทในทุกเหตุการณ์ พร้อมจะหารือกับ ผบ.ตร. ถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวให้เข้มงวดมากขึ้น
ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวเมื่อเข้าสู่เออีซีนั้น ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องป้าย แผนที่ และข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว จึงได้สั่งการให้ ททท. เร่งทำโรดแม็ปในเรื่องดังกล่าว ก่อนเสนอของบประมาณจากรัฐบาลมาปรับปรุง รวมถึงเตรียมใช้ช่องทางโชเชี่ยลมีเดีย อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น

๖. ๓ หนุ่มคนดีศรีท่องเที่ยวไทย จับขี้คุกหื่นไล่ปล้ำสาวคาปั๊ม สยามรัฐ (หน้า ๒๒)

คอลัมน์แกะรอย...อาชญากร โดย วัชรินทร์ กลิ่นมะลิ รายงานถึงการจัดงานมอบรางวัล “คนดีศรีท่องเที่ยวไทย” ประจำปี ๒๕๕๖ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมอบรางวัลให้กับ ๓ พลเมืองดีที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนให้รอดพ้นจากการถูกข่มขืน ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พร้อมได้นำเสนอรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าว
๗. ไฟแรง เดลินิวส์ (หน้า ๖)

คอลัมน์ แซ่บ ! ๑ กล่าวถึง นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ว่าเริ่มโชว์ผลงาน โดยผลงานแรกคือ ตั้งรางวัลคนดีศรีท่องเที่ยวไทย มอบให้กับบุคคลที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวไทยแล้วประสบเหตุร้ายในไทย เรียกได้ว่าไฟแรงตั้งแต่เริ่มงาน อีกทั้งไม่เคยหนีการให้ข่าว จะรับโทรศัพท์ทุกครั้ง หรือหากติดสายหรือติดธุรกิจ ก็จะโทรกลับมาหา
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูกันต่อไปว่า รมว.คนใหม่ จะโชว์ผลงานชิ้นโบแดงหรือเร่งทำนโยบายขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้ได้ ๒ ล้านล้านบาท ตามเป้าทันในปี ๒๕๕๘ หรือไม่ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

๘. เทร้อยล้านทำป้ายบอกทาง เดลินิวส์ (หน้า ๖)

ว่าที่ ร.ต.อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เผย กรมฯ เตรียมจัดทำป้ายบอกเส้นทางท่องเที่ยวตามเส้นทางหลักของแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เน้นจัดทำเป็นภาษาอังกฤษก่อน พร้อมจะเร่งทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานเดินหน้าได้รวดเร็วและต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท

๙. นายกฯ ติมอร์เยือนไทย / หนุนติมอร์เข้าอาเซียน เดลินิวส์ (หน้า ๑๖)

๑๐. ไทย – ติมอร์ชื่นมื่นร่วมบูมท่องเที่ยว แนวหน้า (หน้า ๑๑)

เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีต้อนรับนายเคย์ ราลา ซานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมและความมั่นคง สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ – เลสเต พร้อมกับได้หารือข้อราชการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต และพัฒนาความร่วมมือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสังคมและเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยด้านการท่องเที่ยว ไทยพร้อมจะช่วยถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของติมอร์ รวมทั้งย้ำนโยบายของไทยในการสนับสนุนติมอร์ เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนด้วย

๑๑. ทอท. ดัน ‘ระวีวรรณ’ นั่ง ผอ.สุวรรณภูมิ ผลงานติดระดับโลก กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑)

บอร์ด ทอท. มีมติแต่งตั้ง นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ เป็น ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะมีผลงานโดดเด่น พัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่จนติดอันดับโลก และมีมติให้ น.ส.วิไลวรรณ นัดวิไล รักษาการ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปเป็นที่ปรึกษา ๑๑ มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๙ เมษายน เป็นต้นไป
แหล่งข่าวจากที่ประชุมเผย ปัญหาเร่งด่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่รอการแก้ไขในขณะนี้คือ ข้อพิพาทในสัญญาสัมปทานประกอบกิจการบริหารจัดการอาคาร และลานจอดรถหน้าอาคารผู้โดยสาร ระหว่าง ทอท. กับ บจก.ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์

๑๒. ‘ฮู’ เตือน H๗N๙ แรงกว่า H๕N๑ ชี้ตัวแพร่เชื้อไม่แสดงอาการ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๑๖)

๑๓. ไทยคุมเข้มยันหวัดนก ‘เอช ๗ เอ็น ๙’ เชื้อรุนแรงติดคนสู่คน ไทยรัฐ (หน้า ๑)

ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผย ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า เชื้อไข้หวัดนก H๗N๙ รุนแรงกว่า H๕N๑ และอาจแพร่จากคนสู่คน โดยคนอาจเป็นพาหะแพร่เชื้อโดยไม่มีอาการป่วย และสัตว์ปีกติดเชื้อไม่มีสัญญาณป่วยตายก่อนติดคน พร้อมแนะให้เฝ้าระวังนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย หากพบว่าป่วยต้องรีบพาไปพบแพทย์ ด้านกรมอุทยานแห่งชาติฯ สั่งห้ามนำเข้านกจากประเทศเสี่ยง พร้อมยกระดับความเข้มข้น หลังพบลามมาถึงไต้หวันแล้ว

***************************************
prdiv@tat.or.th

26/4/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันศุกร์ ที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๖

๑. ปกป้องเชียงคาน ไทยรัฐ (หน้า ๔)

คอลัมน์บุคคลในข่าว โดย กระสุนทอง เห็นด้วยที่นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. มุ่งปกป้องชุมชนเก่าแก่กว่า ๑๐๐ ปี อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เพื่อความยั่งยืน สำคัญที่สุดคือ สร้างความเข้าใจกับผู้คนทุกระดับในพื้นที่ ถึงการดำเนินวิถีชุมชนไม่ให้เกิดผลกระทบจากผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่ง ททท. เช่น ทำคู่มือเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวให้รู้คุณค่า การลดมลพิษด้วยเส้นทางขี่จักรยานท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชุมชน สร้างทีมเยาวชนท้องถิ่น สื่อสารเรื่องราววิถีชีวิตชุมชน เช่น ความเป็นมาของเมืองเชียงคาน ตำนานการทำผ้านวมคุณภาพ

๒. ‘ทัวร์อินบาวนด์’ อ่วมบาทแข็งเตรียมขึ้นราคา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓)

๓. ทัวร์จ่อปรับราคารับค่าเงิน เดลินิวส์ (หน้า ๗)

๔. ควงโต้งแจงบาทแข็ง ‘ปู’ ออกทีวี ‘ประสาร’ จับเข่าคลัง เงินอ่อน ๒๙ – ทองขึ้นส่งออกพืชผลอ่วม มติชนรายวัน (หน้า ๑)

๕. จ่อขึ้นราคาแพ็กเกจทัวร์นอกเข้าไทยสู้บาท คม ชัด ลึก (หน้า ๖)

แอตต้า เผยผลกระทบของเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดทุนแล้ว ๑๐ – ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในการนำนักท่องเที่ยวเข้ามา เนื่องจากปรับราคาไม่ทัน เพราะมีการตกลงกันล่วงหน้า ๖ เดือน ซึ่งในขณะนั้นค่าเงินยังไม่แข็งขึ้นเท่าปัจจุบัน ประกอบกับตลาดท่องเที่ยวหลักอย่างยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น ค่าเงินอ่อนตัว จากมาตรการอุดหนุนของรัฐบาล ยิ่งทำให้ทัวร์เสียเปรียบด้านส่วนต่างมากขึ้น
ล่าสุด ธุรกิจทัวร์เตรียมเจรจากับคู่ค้าต่างประเทศ ขึ้นราคาแพ็กเกจทัวร์อย่างต่ำ ๑๐ – ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับช่วงไฮซีซั่น พร้อมยอมรับเป็นกังวลกับการทำความเข้าใจกับคู่ค้าและนักท่องเที่ยว ชี้ ปัจจัยที่ยังช่วยประคองธุรกิจทำให้ไม่มีบริษัทใดปิดบริการ เพราะไทยยังรับการเดินทางเชิงปริมาณค่อนข้างสูง สังเกตจากสถิติคนใช้บริการผ่านบริษัทนำเที่ยวตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม – ๒๑ เมษายน ที่ผ่านมา มีประมาณ ๑.๕ ล้านคน เพิ่มขึ้น ๔๖.๗ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยประเทศที่เดินทางมามากที่สุด ๕ อันดับแรกคือ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย
ด้านนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผอ.ททท.สนง.ลอนดอน ชี้ ตลาดอังกฤษมีจุดอ่อนที่น่ากังวล ๓ ประการคือ ๑. ภาพลักษณ์ความปลอดภัยเชิงลบจากข่าวการเสียชีวิตของชาวอังกฤษ ๒ กรณีติดต่อกัน ทำให้สื่อตีแผ่ข่าวว่าแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวอังกฤษมาเสียชีวิตในไทยกว่า ๓๐๐ คน ๒. ปัญหาการพัฒนาในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งเกินความจำเป็น และ ๓. การเตรียมปรับขึ้นราคาแพ็กเกจของบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ รับกับเงินบาทแข็งค่าและเงินปอนด์อ่อน รวมถึงอุปสรรคการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้โดยสารเครื่องบินตามระยะทาง
พร้อมแนะบริษัทนำเที่ยวตลาดยุโรป ควรจัดทัวร์แบบเหมารวมทุกอย่าง ทั้งที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ เพื่อดึงดูดผู้ที่กังวลเกี่ยวกับงบประมาณ ได้มั่นใจในการควบคุมค่าใช้จ่ายล่วงหน้า และเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวครั้งแรกที่ไม่เคยมาไทย ที่มีอัตราส่วน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จะได้กล้าเดินทางมา เพราะสามารถวางแผนงบประมาณได้
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุมทีมเศรษฐกิจเพื่อหารือถึงปัญหา เงินบาทแข็งค่าในวันนี้ (๒๖ เมษายน) ขณะที่กระทรวงการคลัง ได้เตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือ

๖. ‘บาทแข็ง’ กระทบท่องเที่ยว อย่าประมาท – อย่าหลอกตัวเอง กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๑)

คอลัมน์ลับคมธุรกิจ โดย นงค์นาถ ห่านวิไล กล่าวถึงปัญหาเงินบาทแข็งค่า ที่ส่งผลกระทบต่อทัวร์อินบาวนด์ เพราะนักท่องเที่ยวรู้สึกว่ามาเที่ยวไทยแพงขึ้น และอาจทำให้เปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่นที่ค่าเงินอ่อนกว่า พร้อมนำเสนอภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวในไตรมาสแรก จากการเปิดเผยของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว
โดยนายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เผย จำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรกยังเติบโตถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ และเชื่อว่าแนวโน้มยังดีต่อเนื่องทั้งปี น่าจะทำรายได้ตลาดต่างประเทศได้ตามคาดคือ มีนักท่องเที่ยว ๒๔.๕ ล้านคน หรือเติบโต ๑๑ เปอร์เซ็นต์ สร้างรายได้ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท หรือเติบโต ๑๙ เปอร์เซ็นต์
แม้ขณะนี้จะมีปัจจัยเงินบาทแข็งค่าที่ส่งผลกระทบกับบางตลาดก็ตาม แต่หากดูตัวเลขนักท่องเที่ยวในตลาดหลักของไทย คือ จีน รัสเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น ยังเติบโต โดยเฉพาะตลาดจีน มีการเติบโตสูงต่อเนื่อง และมีการท่องเที่ยวในหลายจุดของไทย อีกทั้งยังเชื่อว่าเมื่อมีการเปิดเออีซีในปี ๒๕๕๘ นักท่องเที่ยวในอาเซียนก็จะมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันมากขึ้น และนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นจะเพิ่มจุดหมายการเดินทางในอาเซียนมากขึ้น โดยใช้ไทยเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง
ด้านนายอภิชาติ สังฆอารี อดีตนายกแอตต้า และ กก.ผจก.บจก.เออีดี เอเชีย ทราเวล ชี้ว่า แม้นักท่องเที่ยวบางส่วนจะเลือกเดินทางมาไทย แต่พบว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป คือมีวันพักในไทยลดลง และใช้จ่ายลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นครอบครัว อีกทั้งตลาดยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในประเทศและเงินบาทแข็งค่า ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อเป้าหมายรายได้ในปี ๒๕๕๘ ที่รัฐบาลวางไว้ เนื่องจากตลาดยุโรปเป็นกลุ่มคุณภาพ และมีการใช้จ่ายสูง ส่วนนโยบายการเปิดเออีซี เชื่อว่าจะเกิดการแชร์นักท่องเที่ยวในตลาดอาเซียนมากขึ้น
ด้านนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังสดใส เห็นได้จากวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา มีการเดินทางคึกคักทั้งในและต่างประเทศ โดยภาพรวมไตรมาสแรกในปีนี้ สายการบินทุกรายเติบโตกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากขึ้น ขณะที่แอร์เอเชียเติบโต ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจีนที่มีการเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอันดับ ๑ ที่เดินทางในภูมิภาคนี้ จะเติบโตมากขึ้นจากการเปิดเออีซี ที่จะทำให้การเดินทางระหว่างภูมิภาคอาเซียนสะดวกและง่ายขึ้น
สุดท้ายผู้เขียนเตือนว่า แม้ภาพรวมในขณะนี้การท่องเที่ยวยังสดใส แต่การที่เงินบาทยังแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็ไม่ควรประมาท และไม่ควรหลอกตัวเอง

๗. เปิดเส้นทางแข่งเอฟวัน นำเสนอ ครม. จากกรมอู่ ทร. คนดู ๑.๕ แสน ไทยรัฐ (หน้า ๒๑)

๘. สมศักย์เดินหน้าเอฟวัน สรุปซิ่ง ๖ กม. เส้นราชดำเนินเสริมที่นั่งให้ดูเป็นแสนคน เดลินิวส์ (หน้า ๑๗)

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ พร้อมรับฟังความคืบหน้าการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถสูตร ๑ หรือฟอร์มูล่าวัน ในปี ๒๕๕๘ โดย กกท. รายงานว่า ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมสรุปเรื่องเส้นทางที่ใช้ในการแข่งขัน โดยจะเริ่มต้นที่กรมอู่ทหารเรือ ท่าราชวรดิษฐ์ ผ่านถนนมหาราช เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหน้าพระธาตุ ลอดใต้สะพานพระปิ่นเกล้าเข้าสู่ถนนจักรพงษ์ เลี้ยวขวาเข้าถนนพระสุเมรุ เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนิน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินใน ผ่านถนนมหาชัย เลี้ยวขวาเข้าถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาเข้าเส้นชัยบริเวณกรมอู่ทหารเรือ
โดยเส้นทางดังกล่าวจะผ่านสถานที่สำคัญ คือ พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วัดอรุณราชวราราม มีข้อดีคือ มีที่นั่งให้ผู้ชมหลายจุดสามารถรองรับคนได้ถึง ๑.๕ แสนคน สะดวกเรื่องการขนส่งรถยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ มีผลกระทบต่อสนามหลวงน้อยที่สุด จุดสตาร์ทอยู่ริมน้ำสามารถสร้างจุดชมการแข่งขันลอยน้ำ การล่องเรือชมการแข่งขัน, หากพระราชวงศ์ มีพระราชประสงค์ที่จะทอดพระเนตรการแข่งขัน สามารถทอดพระเนตรบนเรือพระที่นั่งริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ทอดพระเนตรได้ดีที่สุด จุดเข้าพิทสามารถสร้างแบบถาวรเพื่อใช้ในรายการอื่นได้ ไม่กระทบกับมวลชนมากนัก สามารถควบคุมเรื่องตั๋วเข้าชมได้ สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ระหว่างการแข่งขันได้ และมีผลกระทบต่อมวลชนและชุมชนน้อยกว่าเส้นทางอื่นๆ
พร้อมเตรียมนำแผนงานต่างๆ ในการจัดการแข่งขัน “เอฟวัน” เสนอ ครม. รับทราบและอนุมัติในอีก ๒- ๓ เดือนข้างหน้า พร้อมกับเชื่อว่าหากประชาชนได้รับฟังข้อมูลอย่างถูกต้อง จะเห็นด้วยกับการจัดแข่งขันอย่างแน่นอน
๙. รมว.ท่องเที่ยวเยี่ยมนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บ บ้านเมือง (หน้า ๑๔)

คอลัมน์ทั่วทิศเมืองไทย โดย เพลิงตะวัน : นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางไปเยี่ยมชาวเกาหลีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์เรือสปีดโบ๊ตชนกัน รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์ โดยมีรองนายกเมืองพัทยา ผู้กำกับการ ๒ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว คณะผู้บริหารโรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา ฯลฯ ให้การต้อนรับ

๑๐. ‘ไมซ์’ เอเชียบูม สสปน.เจาะตลาด ๕ เสือ กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

เมธาวี ตันเรืองเวชจรูญ นำเสนอรายละเอียดแผนการตลาดของ สสปน. ที่เตรียมเจาะตลาด ๕ ประเทศในเอเชีย ได้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ เพราะเป็นประเทศที่มีการเดินทางของกลุ่มไมซ์สูงสุด ๕ อันดับแรกในเอเชีย โดยจะดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทของอุตสาหกรรมการจัดประชุมและงานแสดงสินค้านานาชาติ พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙ ว่าด้วยยุทธศาสตร์การรักษาตลาดเดิม และเพิ่มตลาดใหม่ รวมถึงยุทธศาสตร์การเสริมความเข้มแข็งระหว่างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ

๑๑. มนต์เสน่ห์ ‘เมืองไทย’ ดูดเงินนักท่องเที่ยว โลกวันนี้วันสุข (หน้า ๒๓)

คอลัมน์ Market Guide โดย ฤทัยกาญจน์ อินทร์แพง นำเสนอผลการสำรวจของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน (WU) ผู้นำในการให้บริการรับและส่งเงินระดับโลก ถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายและการบริหารเงินของนักท่องเที่ยวในไทย โดยพบว่า นักท่องเที่ยว ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เดินทางมาเที่ยวไทยด้วยงบประมาณที่กำหนดไว้ แต่ ๑ ใน ๓ ของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว หรือ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ระบุ มีแนวโน้มจะใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนสูงกว่างบที่ตั้งไว้ และสูงกว่าจุดหมายปลายทางอื่นๆ ที่เคยไปเยือนมา โดยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ หมดไปกับค่าอาหาร เครื่องดื่ม และที่พัก นอกจากนี้ ไทยยังเป็นเมืองแห่งการจับจ่าย ที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายเกินกว่างประมาณที่กำหนดไว้ และเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย

๑๒. อย่าดูถูกนักท่องเที่ยว ‘จีน’  โลกวันนี้วันสุข (หน้า ๔๒)
คอลัมน์ Small World โดย อุษณีย์ สาลิฟา รายงานถึงการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน ที่เทรนด์การท่องเที่ยวช่วงต้นปีนี้ คนจีนเริ่มหันไปเที่ยวเกาหลีใต้มากขึ้น แทนที่จะไปญี่ปุ่น จากปัญหาความขัดแย้งเรื่องเกาะ อีกทั้งการที่ตลาดจีนเติบโตในธุรกิจโลก ทำให้บริษัททัวร์ทั้งอินบาวนด์ เอาต์บาวนด์ รวมถึงโรงแรม และร้านค้าปลีก ต้องปรับตัวเพื่อรับกับลูกค้ากลุ่มนี้ อาทิ เตรียมพนักงานที่สื่อสารกับนักท่องเที่ยวจีน ที่ได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีใหม่ของวงการท่องเที่ยวโลก
ส่วนเรื่องการแบ่งชนชั้นทางสังคมของนักท่องเที่ยวจีนกับชาติอื่นๆ ผอ.สถาบันวิจัยการท่องเที่ยวจีนในต่างแดน เปิดเผยว่า เอเชียตะวันออกหรือตะวันออกเฉียงใต้ ต้องปรับความรู้สึกใหม่ว่า คนจีนเป็นนักท่องเที่ยวที่พร้อมจะจ่ายเงินเพื่อซื้อบริการในโรงแรมหรือร้านอาหารที่ดี เทียบเท่ากับ คนอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น เพราะที่ผ่านมาคนจีนมักได้รับการต้อนรับเหมือนเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศโลกที่สาม คือ ไม่ให้การต้อนรับที่ดี หรือไม่มีพนักงานที่พูดภาษาจีนได้มาขายสินค้า
ทั้งนี้ ได้มีการวิเคราะห์ว่า นักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงและไปท่องเที่ยวต่างประเทศมี ๒ กลุ่มคือ กลุ่มคนรุ่นเก่า ที่เติบโตหลังการปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และนิยมการซื้อบริการทัวร์แบบ package tourists มักเดินทางไปเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก และนิยมซื้อทัวร์หลายประเทศ ส่วนอีกกลุ่มคือ คนรุ่นใหม่ ที่นิยมเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่งชาวจีนกลุ่มที่สองจะได้รับการต้อนรับมากกว่า กลุ่มแรก เพราะหนุ่มสาวชาวจีนรุ่นใหม่จะเคารพกฎระเบียบและกติกาในแต่ละประเทศ ขณะที่ กลุ่มแรกจะต้องพัฒนา เพราะเป็นคนจีนรุ่นเก่าที่มีพฤติกรรมบางอย่างไม่เคารพต่อกฎระเบียบ หรือไร้ความเกรงใจในเรื่องบางอย่าง อันเป็นเหตุให้ได้รับการดูถูกจากคนที่เคารพกฎระเบียบเช่นในยุโรปหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม UNWTO ได้คาดการณ์ว่าปี ๒๐๑๕ คนจีนที่ไปเที่ยวต่างประเทศจะทะลุ ๑๐๐ ล้านคนอย่างแน่นอน หากรัฐบาลจีนยังรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจอยู่ในระดับนี้ และใช้นโยบายทำให้เงินหยวนแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้คนจีนไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ต้องเตรียมบุคลากรที่พูดภาษาจีนกลางไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน ยกเว้นไม่ต้องการต้อนรับชาวจีนให้เป็นลูกค้าอันดับหนึ่งของธุรกิจที่ดำเนินอยู่

๑๓. เที่ยวเกาหลีโดนเลื่อน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุคนไทยยังผวาโสมแดงขู่ทำสงคราม สวนทางทัวร์ญี่ปุ่นพุ่ง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ จากเยนอ่อน โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๒)

ผู้ประกอบการทัวร์ระบุ คนไทยยังกังวลกับข่าวความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ ทำให้ยกเลิกการเดินทางไปเที่ยวเกาหลี โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ มีการยกเลิกการเดินทาง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของแผนการเดินทางโดยรวม โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอินเซนทีฟที่เดินทางเป็นหมู่คณะ พร้อมคาดว่า คนไทยชะลอการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีต่อเนื่อง ๑ – ๒ เดือน หรือรุนแรงสุดคือ ชะลอการเดินทางยาวถึงปลายปีนี้ แต่หากเหตุการณ์ในเกาหลีใต้เป็นปกติ เชื่อว่าคนไทยน่าจะกลับมามั่นใจเที่ยวเช่นเดิม
ขณะที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยบลูมเบิร์กรายงานว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะขยายตัวขึ้นอีกในอนาคต เพราะเงินค่าเงินเยนอ่อน ส่งผลให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพของนักท่องเที่ยวไทยที่ไปญี่ปุ่นถูกลง

๑๔. เด้ง ผอ.สุวรรณภูมิ – ดอนเมือง ‘บอร์ด ทอท.’ ล้มสรรหาเอ็มดี กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๕)
แหล่งข่าวจาก ทอท. เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด ทอท. วันนี้ (๒๖ เมษายน) จะมีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง โดยตำแหน่งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลง อาทิ นางวิไลวรรณ นัดวิไล ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาจถูกย้ายมาเป็น รอง กก.ผอญ.สายงานพัฒนาธุรกิจ และ นางวีรวรรณ เนตระคเวสนะ ผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จะมาดำรงตำแหน่ง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น ส่วนการสรรหา กก.ผอญ.ทอท. ก็มีแนวโน้มอาจยกเลิกการสรรหา เพราะเห็นว่าคุณสมบัติของผู้สมัครที่เหลืออยู่ ๕ รายอาจไม่เหมาะสม

๑๕. ยังไม่อนุมัติตั้ง ‘บ.ไทยสมายล์’ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๙)

๑๖. เบรกแผนตั้งไทยสมายล์ห่วง ดึงบินไทยเจ๊ง โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๑๑)

พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม ได้ให้การบินไทยกลับไปทำข้อมูลเรื่องการจัดตั้ง สายการบินไทยสมายล์เพิ่มเติม เนื่องจากแผนที่เสนอมายังไม่ชัดเจน และไม่มีความพร้อมในการเข้าแข่งขันในธุรกิจการบินอย่างแท้จริง หวั่นซ้ำรอยสิงคโปร์ ที่ผลประกอบการตกต่ำเพราะตั้งบริษัทลูก โดยให้ทบทวนแผนเสนอกลับมาโดยเร็วที่สุด
ด้านนายสรจักร เกษมสุวรรณ กก.ผอญ.การบินไทย ยืนยัน การบริการระหว่างไทยสมายล์กับนกแอร์ ไม่ทับซ้อนกัน โดยนกแอร์จะเป็นโลว์คอสแอร์ไลน์ที่มีระดับให้บริการเสริมแบบเต็มที่ ต่างจากสายการบินโลว์คอสต์ทั่วไป ส่วนสายการบินไทยสมายล์ อยู่ระดับกลาง ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศในภูมิภาค โดยเน้นตลาดจีนและอินเดีย และการบินไทยจะอยู่ในระดับพรีเมี่ยม

๑๗. สกัดเชื้อหวัดนกเข้าไทย รัฐประชุมรับมือขั้นสูงสุด โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๖)

๑๘. หวัดนกจีนลามข้ามไปไต้หวัน เอเชียแตกตื่นหนักสั่งสกัด – ตรวจเข้ม อนามัยโลกชี้เป็นไวรัสร้ายแรงสุดที่เคยพบ โพสต์ ทูเดย์ (หน้า A ๙)

น.พ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เผย องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนให้ทุกประเทศเฝ้าระวังไข้หวัดนกสายพันธุ์ H๗N๙ อย่างใกล้ชิด เพราะล่าสุดจีนมีผู้ป่วยติดเชื้อ ๑๐๙ ราย เสียชีวิตแล้ว ๒๓ ราย และถือเป็นไวรัสที่มีอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตมากที่สุดที่เคยค้นพบ
ในส่วนไทย ยังไม่มีการแพร่ระบาดทั้งในคนและในสัตว์ปีก แต่ได้มีการเตรียมการรับมือเต็มที่ ๔ ระบบ คือ การเฝ้าระวังป้องกันโรค การดูแลรักษา การควบคุมการแพร่ระบาดโรค และระบบการตรวจชันสูตรยืนยันทางห้องปฏิบัติการ มีการร่วมมือทำงานกับกรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเน้นการเฝ้าระวังจับสัญญาณการระบาดทุกวัน
ส่วนสถานการณ์การระบาดล่าสุด เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น โดยพบผู้ติดเชื้อนอกจีนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรกที่เกาะไต้หวัน โดยผู้ป่วยเพิ่งเดินทางกลับมาจากมณฑลเจียงซู ในภาคตะวันออกของจีน ส่งผลให้หลายประเทศในเอเชีย ประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทันที โดยเฉพาะเที่ยวบินขาเข้าจากจีน

๑๙. เทศกาลโคโยตี้ และขี้เมา คม ชัด ลึก (หน้า ๔)

คอลัมน์วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ โดย ประภัสสร เสวิกุล กล่าวถึงเทศกาลสงกรานต์ของไทย ที่ปัจจุบันได้ละเลยแก่นของประเพณีอันดีงาม และยังดัดแปลงไปตามใจชอบ เช่น การใช้รถกระบะบรรทุกถังน้ำ และนุ่งกางเกงขาสั้นหรือเสื้อเอวลอย ทำให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ชายที่ดื่มสุราจนเมามาย อีกทั้งสิ่งเพี้ยนๆ เหล่านี้ ได้ถูกแพร่ไปในหมู่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่ไม่เข้าใจประเพณีและวัฒนธรรมของไทย ทำให้แต่ละปีมีภาพอุจาดตาเกิดขึ้นเป็นประจำ
โดยผู้เขียนมองว่า การที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวนอกประเทศ นอกจากการสัมผัสสภาพชีวิตสังคม สถานที่แปลกตา และความรื่นรมย์แล้ว สิ่งที่นักท่องเที่ยวน่าจะได้เก็บกลับไปด้วย คือศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี อันแสดงถึงอารยะของผู้คนในประเทศ พร้อมแนะว่า น่าจะมีการให้ความรู้ ความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวในระดับหนึ่ง รวมถึงเข้มงวดกับผู้ที่มีพฤติกรรมในทางทำลายวัฒนธรรม ก่อนที่สงกรานต์จะกลายเป็นเทศกาลของโคโยตี้และขี้เมา
จริงอยู่ที่การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ลำดับต้นๆ ของประเทศ แต่เงินที่ได้มากับวัฒนธรรมที่เสียไป มันคุ้มกันหรือไม่ และการที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลง แต่มีคุณภาพและให้ความสนใจกับวัฒนธรรมของไทยอย่างจริงจัง น่าจะเกิดประโยชน์กว่าการให้ความสำคัญเชิงปริมาณ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพและผลเสียหายที่ตามมา

๒๐. ขออย่าเป็นมวยล้มเหมือนก่อน คม ชัด ลึก (หน้า ๔)

บทบรรณาธิการ กล่าวถึงคดีฉ้อฉลจากการจำหน่ายเครื่องตรวจระเบิดปลอม (จีที ๒๐๐) ซึ่งล่าสุดศาลอาญากลางในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ตัดสินว่านักธุรกิจเจ้าของบริษัท เอทีเอสซี มีความผิดจริง และอาจต้องโทษจำคุกถึง ๑๐ ปี ขณะที่ทางดีเอสไอของไทย มีมติให้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ
โดยผู้เขียนเชื่อว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยยังคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีการเลือกปฏิบัติจนเหมือนกับเป็นมวยล้ม ดังกรณีของนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการ ททท. ในคดีสินบนงานบางกอกฟิล์ม ที่ขณะนี้ยังเก็บตัวเงียบ ยังไม่ได้ถูกควบคุมตัวหรือตั้งข้อหาใดๆ รวมถึงไม่ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ เชื่อว่าคดีจีที ๒๐๐ ยังมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่จับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นมวยล้มหรือไม่ เพราะมีชีวิตคนและความปลอดภัยของภาคใต้เป็นเดิมพัน

๒๑. เจาะเหตุสลดกลางทะเล ! สปีดโบ๊ตพัทยาซิ่งชนกัน นักท่องเที่ยวขาขาดสยอง ข่าวสด (หน้า ๒)

คอลัมน์สดจากสนามข่าว โดย อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล นำเสนอรายละเอียดเหตุการณ์เรือ สปีดโบ๊ดชนกัน ที่เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ได้รับบาดเจ็บและต้องพิการไปตลอดชีวิต

๒๒. บุกจับฟาร์มเลี้ยงงูพบเกาหลีเปิบดีงูเพียบ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๖)

นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ปลัดอาวุโส เข้าไปตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงงู หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พบนักท่องเที่ยวเกาหลีกว่า ๒๐ คนกำลังรับประทานดีงูเห่า โดยมีไกด์บรรยายถึงสรรพคุณของดีงูเห่าว่าเป็นยาโด๊ป เสริมพลังความเป็นชาย รวมถึงทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง อีกทั้งในฟาร์มยังมีดีงูเห่าตากแห้ง พร้อมเนื้องูเห่าชำแหละแช่แข็งในตู้เย็นจำนวนมาก รวมถึงงูดอง ไข่งูดอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

๒๓. ต่อยอด สยามรัฐ (หน้า ๔)

๒๔. ๗ Greens Fair  บ้านเมือง (หน้า ๔)

ภาพข่าว : นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. แถลงข่าวจัดงาน ๗ Greens Fair หลงรักเมืองไทย เที่ยวหัวใจสีเขียว ระหว่างวันที่ ๓ – ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว และปลูกจิตสำนึกทางการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่ ททท.

******************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th












25/4/56

ข่าวประเด็นสำคัญ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๖

๑. ท่องเที่ยวเล็งชงงบปั้นล่าม แก้ปัญหาขาดไกด์ภาษาอย่างหนัก ล้มแผนลดสเปกหวั่นผิด พรบ. โพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๕)

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว เผย กระทรวงฯ ได้ยกเลิกแนวคิดการลดวุฒิการศึกษามัคคุเทศก์ (ไกด์) ที่กำหนดให้คนจบ ม.๖ สามารถสอบประกอบอาชีพไกด์ได้ จากเดิมต้องจบปริญญาตรี โดยเกรงว่าจะขัดต่อ พ.ร.บ.ไกด์ พร้อมสั่งกรมการท่องเที่ยว และ ททท. เร่งจัดทำแผนพร้อมกรอบงบประมาณดำเนินการ เพื่อเสนอของบประมาณกลางปีต่อ ครม. เพื่อว่าจ้างสถาบันการศึกษาในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก อาทิ เชียงใหม่ พัทยา ฯลฯ ผลิตล่ามภาษาที่ขาดแคลน อาทิ จีน รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนไกด์อย่างหนัก รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่สนใจมาประกอบอาชีพล่าม และไกด์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหามาตรการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ได้รับความปลอดภัย เมื่อเดินทางมาเที่ยวไทย โดยวันที่ ๑๐ พฤษภาคมนี้ เตรียมหารือร่วมกับ รมว.คมนาคม เพื่อวางแนวทางร่วมกันแบบครบวงจร โดยกระทรวงฯ เตรียมวางมาตรการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างทันทีกรณีเกิดเหตุร้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกันระหว่าง ททท. กับภาคเอกชน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน ๑ – ๒ เดือนนี้

๒. ๒ ล้านล้านอย่างยั่งยืน โหมเที่ยวติดดินยันไฮโซ สยามธุรกิจ (หน้า ๒๖)

สกู๊ปนำเสนอรายละเอียดการเปิดตัวเว็บไซต์ www.ThailandSuperQuality.com และแคมเปญการตลาดออนไลน์ “THE LITTLE BIG PROJECT เที่ยวแบบจิตอาสา” ของ ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้บรรลุเป้าหมาย ๒ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๕๘

๓. ยันพระวิหารไม่กระทบท่องเที่ยว เดลินิวส์ (หน้า ๑๖)

นายบริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ ผอ.ภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. เผย ได้ออกสำรวจเก็บข้อมูลสถานการณ์ท่องเที่ยว ระหว่างการนำคดีฟ้องร้องเขาพระวิหารขึ้นสู่ศาลโลกพบว่า การเดินทางเข้าออกทุกด่านยังปกติ โดยด่านชายแดนปอยเปต อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มีนักท่องเที่ยวเข้า – ออกรวม ๑๕๘,๗๓๑ คน เป็นผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติอีก ๓๓,๐๔๖ คน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า ๒๕๙.๐๗ ล้านบาท
ส่วนที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ชายแดนด่านบ้านแหลมกับด่านบ้านผักกาด ยังมีผู้คนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกปกติ และที่ด้านด่านพรมแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ยังมีการเดินทางเข้าออกตามปกติ ประมาณวันละ ๑ พันคน นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศที่สาม อาทิ ลาว เวียดนาม ยุโรป และอเมริกา ที่เดินทางจากเมืองเสียมเรียบ พระตะบอง ผ่านเข้ามายังไทย ไปสู่เกาะช้าง พัทยา กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางกลับประเทศด้วย

๔. รัฐบาลเกียร์ว่างหนุนเวิลด์เอ็กซโป สสปน. รอเก้อ จม.รับรองส่ง ‘บีไออี’  กรุงเทพธุรกิจ (หน้า ๓๐)

นายธงชัย ศรีดามา กรรมการปฏิบัติหน้าที่แทน ผอ.สสปน. เผย ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกระทรวงต่างประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนเรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์เอ็กซโป ๒๐๒๐ ตามคำขอของบีไออี ซึ่งขณะนี้ได้เลยกำหนดที่บีไออีรอรับจดหมายยืนยันจากรัฐบาลไปแล้ว
ล่าสุดอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานไปยังบีไออีว่า ไทยยังได้รับโอกาสให้ไปพรีเซ็นต์ความพร้อมร่วมกับประเทศอื่นๆ หรือไม่ โดยส่วนตัวเชื่อว่าบีไออีคงไม่ตัดสิทธิ์ไทย และหาก สสปน. ยังไม่ได้รับคำสั่งเป็นอย่างอื่นจากรัฐบาล ก็ต้องเตรียมคณะไปพรีเซ็นต์ความพร้อมอีกครั้งตามกำหนดเดิมในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖
ด้านนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน กระทรวงฯ ไม่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแล้ว เพราะต้องขึ้นอยู่กับรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สสปน. แต่โดยส่วนตัวมองว่า การเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์เอ็กซโป ต้องพิจารณาว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือไม่

๕. ทีเส็บบุกตลาด ๕ เสือเอเชีย หวังเพิ่มยอดนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ๗ เปอร์เซ็นต์ แนวหน้า (หน้า ๑๑)

นายธงชัย ศรีดามา กรรมการปฏิบัติหน้าที่แทน ผอ.สสปน. เผย สสปน. มีแผนจะบุกตลาด ๕ เสือเอเชีย ได้แก่ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ ในปี ๒๕๕๖ หลังปี ๒๕๕๕ พบว่ากลุ่มดังกล่าว มีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เดินทางมาไทยสูงสุด ๕ อันดันแรก โดยจะใช้กลยุทธ์ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีทั้งในและนอกประเทศ ส่งเสริมตลาดพัฒนาบุคลากร การจัดงานขนาดใหญ่ การจัดทำแคมเปญ และการทำโรดโชว์
โดยตลาดอินเดีย จะบุกเปิดตลาดใหม่ เน้นกลยุทธ์ขายตลาดเศรษฐกิจใหม่ กระตุ้นตลาดแบบการมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมาย และมีแผนจะเปิดตลาดในรัฐกุจาราช ซึ่งเป็นรัฐที่รวมบริษัทหรือองค์กรมากที่สุดในอินเดีย ส่วนตลาดจีน จะเน้นกลยุทธ์การรักษาตลาดเดิม เน้นจับกลุ่มจัดงานขนาดใหญ่และกลไกภาครัฐในการสนับสนุน
ด้านตลาดญี่ปุ่น จะเน้นสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานไมซ์ระดับเมือง ตลาดเกาหลี จะเน้นกลยุทธ์วางพื้นฐานพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ และตลาดสิงคโปร์ จะเน้นทำโปรโมชั่นกับ ผู้เข้าชมงาน มั่นใจจะมีผู้เดินทางไมซ์เอเชียเข้ามาไทย ๕๑๐,๒๗๖ คน เพิ่มขึ้น ๗ เปอร์เซ็นต์ และมีรายได้จากตลาดเอเชียเพิ่มขึ้น ๑๓ เปอร์เซ็นต์ หรือมีรายได้ประมาณ ๔๗,๙๖๖ ล้านบาท ส่วนการเติบโตใน ๕ ตลาดนั้น คาดว่าจะเติบโตประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นเกาหลีที่คาดว่าจะเติบโต ๘ เปอร์เซ็นต์

๖. ท่องเที่ยวพ้อ ๒ ล้าน ล. ไม่เอื้อ เหตุขนส่งทางอากาศได้งบลงทุนน้อย แนะหันจัดทัวร์ ตามระบบราง – ถนนเพิ่มโพสต์ ทูเดย์ (หน้า B ๒)

นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวในการบรรยายเรื่อง ๒.๒ ล้านล้านบาท ส่งผลต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างไร จัดโดยสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย โดยมองว่า เงินลงทุน ๒.๒ ล้านล้านบาท ส่งผลดีต่อภาคท่องเที่ยวโดยตรงไม่มากระยะแรก เพราะรัฐบาลใช้เงินลงทุนด้านระบบขนส่งทางอากาศ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาที่ ๖๖.๙๘ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนทั้งหมด แต่อาจได้ผลดีทางอ้อมหากภาครัฐมีการบริหารจัดการที่ฉลาด
พร้อมแนะ หากผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องการรับอานิสงค์การลงทุน ๒.๒ ล้านล้านบาทเต็มที่ ต้องหันไปเน้นทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรางและทางบก อาทิ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใกล้สถานีระหว่างทางรถไฟเร็วสูง และควรรวมตัวกดดันรัฐให้ใช้เงินลงทุนด้านอื่นๆ ที่รัฐยังไม่ได้ระบุว่าจะใช้ในโครงการใด โดยให้เน้นลงทุนโครงการที่เป็นประโยชน์กับการท่องเที่ยวโดยตรง
นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวต้องปรับตัว เพื่อให้การท่องเที่ยวเดินไปถูกทิศทาง และหากดึงคนที่มีประสิทธิภาพมาทำงาน มั่นใจว่า ๕ ปี ไทยจะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ถึง ๑๐๐ ล้านคนต่อปี และเป็นนักท่องเที่ยวตลาดระดับบน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และระยะยาวอาจถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์

๗. เล็งปราบ ‘รัสเซีย - เกาหลี’ ยึดภูเก็ต มติชนรายวัน (หน้า ๑๒)

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยความคืบหน้ากรณีกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่หาดกะรน และหาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต ร้องเรียนให้ดีเอสไอเข้าตรวจสอบบริษัทต่างชาติชาวรัสเซีย เข้ามาสร้างอิทธิพลในพื้นที่ว่า เบื้องต้นพบว่ามีนักลงทุนชาวรัสเซียและเกาหลีใต้เข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวแบบครบวงจร และให้คนไทยเป็นนอมินี อีกทั้งข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า มีผู้ประกอบธุรกิจในภูเก็ตกว่า ๓,๐๐๐ ราย มีชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้น
ล่าสุด ดีเอสไอได้เชิญนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายกเทศมนตรีตำบลกะรน นายกเทศมนตรีตำบลเชิงทะเล ผู้แทนจากสำนักงานจัดหางานภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อดำเนินการและปราบปราม

๘. ไทยนิยมเที่ยวญี่ปุ่น โพสต์ ทูเดย์ / วิเคราะห์เศรษฐกิจ (หน้า ๓)

คอลัมน์โลกมองไทย : บลูมเบิร์ก รายงานความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวในต่างประเทศของคนไทยว่า กำลังนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะหลังเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ค่าครองชีพของญี่ปุ่นลดลง โดยพบว่าใน ๒ เดือนแรกของปี ๒๕๕๖ มีคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นกว่า ๓.๖ หมื่นราย คิดเป็นสัดส่วน ๑ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

๙. ‘ชัชชาติ’ มึนไทยสมายล์ วางตำแหน่งตลาดไม่ชัด ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๑๗)

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม หวั่นการบินไทยแยกตั้งไทยสมายล์ อาจกลายเป็นแย่งผู้โดยสารกันเอง พร้อมแนะให้วางตำแหน่งในตลาดให้ชัด และสามารถแข่งขันได้แค่ไหน ยืนยันเป้าหมายของไทย คือต้องการเป็นฮับการบินในภูมิภาค โดยได้เชิญไออาตาเข้าร่วมเป็นกรรมการ เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับสายการบินมาประเมินผลในการกำหนดแผนที่เหมะสม เพื่อให้ไทยเป็นฮับการบิน พร้อมเสนอช่วยดึงเช่าเหมาลำเป็นสมาชิกแก้ปัญหามาตรฐานบริการ

๑๐. อนามัยโลกเตือน ‘หวัดนก’ พันธุ์ใหม่ ที่พบใน ‘จีน’ อยู่ในกลุ่ม ‘อันตรายที่สุด’ ASTV ผู้จัดการรายวัน (หน้า ๓)

๑๑. หวัดนกพันธุ์ใหม่ออกจากจีน เข้าไต้หวันพบผู้ป่วยรายแรก เดลินิวส์ (หน้า ๑๑)

ทางการจีนยืนยัน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัส H๗N๙ ในจีนแล้ว ๑๐๘ ราย เสียชีวิตแล้ว ๒๒ ราย และยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าผู้ป่วยรับเชื้อด้วยวิธีใด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก ระบุ สถานการณ์ในขณะนี้ยังมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมเตือนเชื้อดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มอันตรายที่สุด และสามารถติดต่อจากสัตว์ปีกสู่มนุษย์ได้ง่ายกว่าชนิด H๕N๑ ที่เคยระบาดตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๓๖๐ คน
ด้านไต้หวัน พบผู้ป่วยไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ H๗N๙ เป็นรายแรก และถือเป็นครั้งแรกที่พบ ผู้ติดเชื้อที่เกิดขึ้นนอกจีน เผย ผู้ติดเชื้อมีอาการน่าเป็นห่วง ประวัติไม่เคยสัมผัสสัตว์ปีก แต่เดินทางผ่านเซี่ยงไฮ้ แหล่งระบาดของหวัดนกสายพันธุ์ใหม่ระหว่างเดินทางกลับไต้หวัน

****************************************
โดยงานข่าวในประเทศ prdiv@tat.or.th